ยุติปัญหาเอดส์ภายในปี 2573 รัฐบาลรับลูกปฏิญญา UN เร่งขยายการรักษาเอชไอวีอย่างเท่าเทียม

ยุติปัญหาเอดส์ภายในปี 2573 รัฐบาลรับลูกปฏิญญา UN เร่งขยายการรักษาเอชไอวีอย่างเท่าเทียม

ยุติปัญหาเอดส์ภายในปี 2573 รัฐบาลรับลูกปฏิญญา UN เร่งขยายการรักษาเอชไอวีอย่างเท่าเทียม

วันอังคาร ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 15.06 น.

รัฐบาลเดินหน้ายุติปัญหาเอดส์ภายในปี 2573 ครม. เห็นชอบร่างปฏิญญาการเมืองสหประชาชาติ ยกระดับความร่วมมือโลก–ขยายการเข้าถึงการป้องกันและรักษาอย่างเท่าเทียม

วันนี้ 23 มิถุนายน 2569 นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีได้พิจารณาให้ความเห็นชอบร่างปฏิญญาทางการเมืองเรื่องเอชไอวีและเอดส์ พ.ศ. 2569 (Political Declaration on HIV and AIDS 2026) เพื่อใช้เป็นท่าทีของประเทศไทยในการประชุมระดับสูงของสมัชชาสหประชาชาติว่าด้วยเอชไอวีและเอดส์ พ.ศ. 2569 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 22–23 มิถุนายน 2569 ณ นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา

ลลิดา เพริศวิวัฒนา

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การประชุมดังกล่าวเป็นเวทีสำคัญที่องค์การสหประชาชาติจัดขึ้นทุก 5 ปี เพื่อทบทวนความก้าวหน้าในการดำเนินงานด้านเอชไอวีและเอดส์ของประเทศสมาชิกทั่วโลก และร่วมรับรองกรอบความร่วมมือฉบับใหม่สำหรับช่วงปี 2569–2574 ภายใต้หัวข้อ “United to End AIDS by 2030” หรือ “ร่วมกันยุติปัญหาเอดส์ภายในปี 2573”

นางสาวลลิดา กล่าวว่า ประเทศไทยได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติว่าเป็นหนึ่งในประเทศที่ประสบความสำเร็จในการควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อเอชไอวี จากการดำเนินมาตรการเชิงรุกทั้งด้านการป้องกัน การตรวจวินิจฉัย การรักษาด้วยยาต้านไวรัส การลดการตีตราและเลือกปฏิบัติ ตลอดจนการยุติการถ่ายทอดเชื้อจากแม่สู่ลูก ส่งผลให้อัตราการติดเชื้อรายใหม่และอัตราการเสียชีวิตจากโรคเอดส์ลดลงอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ไทยได้ร่วมรับรองปฏิญญาทางการเมืองฉบับปี 2564 และขับเคลื่อนยุทธศาสตร์แห่งชาติว่าด้วยการยุติปัญหาเอดส์ พ.ศ. 2560–2573 อย่างต่อเนื่อง โดยกำหนดเป้าหมายสำคัญ 3 ประการ ได้แก่ ลดผู้ติดเชื้อรายใหม่ให้เหลือไม่เกิน 1,000 รายต่อปี ลดการเสียชีวิตจากโรคเอดส์ให้เหลือไม่เกิน 4,000 รายต่อปี และลดการเลือกปฏิบัติอันเกี่ยวเนื่องจากเอชไอวีและเพศภาวะลงร้อยละ 90

รองโฆษกฯ กล่าวว่า ร่างปฏิญญาฉบับปี 2569 เน้นการเร่งรัดมาตรการสำคัญเพื่อฟื้นความก้าวหน้าที่ได้รับผลกระทบจากข้อจำกัดด้านงบประมาณ ความเหลื่อมล้ำ การตีตรา และการละเมิดสิทธิมนุษยชน โดยให้ความสำคัญกับการขยายมาตรการป้องกันเอชไอวีแบบผสมผสาน การเพิ่มการเข้าถึงการตรวจและรักษาอย่างทั่วถึงเพื่อบรรลุเป้าหมาย 95-95-95 การยุติการถ่ายทอดเชื้อจากแม่สู่ลูก การลดการตีตราและเลือกปฏิบัติ การส่งเสริมการเข้าถึงยา เทคโนโลยี และนวัตกรรมทางการแพทย์อย่างเท่าเทียม รวมถึงการสนับสนุนบทบาทของชุมชน ภาคประชาสังคม และเยาวชนในการขับเคลื่อนงานด้านเอชไอวีและเอดส์

โรคเอดส์

ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล

นางสาวลลิดา กล่าวว่า กระทรวงการต่างประเทศได้พิจารณาแล้วเห็นว่า ร่างปฏิญญาดังกล่าวสอดคล้องกับนโยบายของประเทศไทยและแนวทางการยุติปัญหาเอดส์ภายในปี 2573 อีกทั้งเป็นเพียงเอกสารแสดงเจตนารมณ์ทางการเมืองในระดับรัฐบาล ไม่มีผลผูกพันทางกฎหมายระหว่างประเทศ และไม่เข้าข่ายเป็นหนังสือสัญญาตามมาตรา 178 ของรัฐธรรมนูญ

“การเข้าร่วมรับรองร่างปฏิญญาทางการเมืองครั้งนี้ สะท้อนบทบาทเชิงรุกของประเทศไทยในเวทีสาธารณสุขโลก และจะช่วยเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมด้านสุขภาพ สนับสนุนการพัฒนาระบบบริการสุขภาพของไทยให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น พร้อมขับเคลื่อนเป้าหมายการยุติปัญหาเอดส์ภายในปี 2573 ทั้งในระดับประเทศและระดับโลก” รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าว.

เรืองไกร ร้องสอบพรรคประชาชนรับเงิน Forex หรือไม่ หากผิดส่งศาลสั่งยุบพรรคต่อ

เรืองไกร ร้องสอบพรรคประชาชนรับเงิน Forex หรือไม่ หากผิดส่งศาลสั่งยุบพรรคต่อ

เรืองไกร ร้องสอบพรรคประชาชนรับเงิน Forex หรือไม่ หากผิดส่งศาลสั่งยุบพรรคต่อ

วันอังคาร ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 15.05 น.

“เรืองไกร” ร้อง กกต.ตรวจสอบบัญชีพรรคประชาขน ว่ารับเงิน “Forex” หรือไม่ หลังพบหลักฐาน เพย์โซลูชั่นรับโอนเงินลงทุนผิดกฎหมาย และยังบริจาคเงินให้พรรค  ย้ำถ้าผิดจริง ต้องส่งศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรค
 

วันที่ 23 มิถุนายน 2569 เวลา 12.00 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง  นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตสมาชิกวุฒิสภา และอดีตสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ เดินทางมายื่นคำร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)และนายทะเบียนพรรคการเมือง เพื่อขอให้ตรวจสอบบัญชีพรรคประชาชนและเงินบริจาคที่เกี่ยวข้องกับ Forex ว่ามีการกระทำฝ่าฝืน พรป.พรรคการเมือง มาตรา 90 (3) ประกอบมาตรา 72  หรือไม่ และจะต้องยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยต่อไป  โดยนายเรืองไกร ได้มีการตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับใบเสร็จรับเงินบริจาค การหักค่าธรรมเนียม และความโปร่งใสของแหล่งเงินทุน โดยเฉพาะเงินที่มาจากบริษัทเพย์โซลูชั่น จำกัด และนายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับการเทรด Forex โดยอยู่ระหว่างกรมสอบสวนคดีพิเศษ(DSI)กำลังสอบสวนอยู่

นายเรืองไกร กล่าวว่า  วันนี้ตนมายื่นคำร้องพร้อมพยานหลักฐานกรณีพรรคประชาชนรับเงินบริจาคจากบริษัทเพย์โซลูชั่น จำกัด ซึ่งอยู่ในขบวนการเทรด Forex ที่ผิดกฎหมายในประเทศไทย  เป็นเงินจำนวน 90,000 บาท โดยนายภาวุธ ก่อนที่จะมาเป็น สส.พรรคประชาชน  และหลังจากนั้นนายภาวุธเข้ามาเป็น ส.ส.พรรค ก็ยังมีการโอนเงิน อีก 3 ครั้ง จากบริษัทบริษัทเพย์โซลูชั่น จำกัด ที่มีเส้นเงินเกี่ยวข้องกับForex เช่นเดียวกัน จึงมีข้อสงสัยว่าเงินบริจาคจากเพย์โซลูชั่นและนายภาวุธ อาจปนเปื้อนกับเงินที่มาจากการทำธุรกรรมผิดกฎหมาย  เป็นเรื่องพรรคประชาชนต้องชี้แจงให้ได้  หากเงินนั้นมาโดยไม่ชอบ ทางกกต.จะต้องส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยุบพรรคต่อไป 

ในวันเดียวกัน  มีรายงานว่าคณะกรรมการรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานของนายทะเบียนพรรคการเมือง  สำนักงาน กกต.ได้ส่งทีมสืบสวนสอบสวนลงพื้นที่สอบปากคำพยานที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบข้อมูลบัญชีและเส้นทางการเงินต่างๆ ในคำร้องเรื่องการแต่งตั้งผู้ช่วยสส.ที่ไม่เป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนดของพรรคประชาชน  รวมถึงคำร้องกรณีผู้บริหารพรรคประชาชนและบุคคลผู้มิใช่สมาชิกพรรคได้ร่วมดำเนินกิจการที่มีความสัมพันธ์เกี่ยวกับบริษัทสเปกเตอร์ ชี จำกัด ซึ่งเป็นสื่อมวลชนและมีการกระทำอันเข้าข่ายลักษณะเอื้อประโยชน์และแสวงหากำไรมาแบ่งปันกัน ซึ่งอาจเข้าข่ายการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 และกรณีพรรคประชาชนเปิดรับสมาชิกทางออนไลน์หรือระบบคอมพิวเตอร์ โดยให้ผู้สมัครกรอกหมายเลข Laser ID (รหัสที่อยู่หลังบัตรประชาชน) และอาจมีการใช้ปฏิบัติการIO โดยให้บริษัทสเปกเตอร์ ชี จำกัด เป็นผู้ขับเคลื่อนให้ ซึ่งอาจเป็นการครอบงำกิจกรรมของพรรค อาจเข้าข่ายการฝ่าฝืน พรป.ว่าด้วยพรรคการเมือง 2560 หรือไม่ 

‘นายกฯ’รับดราม่าค่าไฟแฝง ‘บิลปชช.’  สั่งพลังงาน-กฟภ.-กฟน. เร่งหาคำตอบ ย้ำหากเป็นภาระประชาชนต้องแก้

‘นายกฯ’รับดราม่าค่าไฟแฝง ‘บิลปชช.’  สั่งพลังงาน-กฟภ.-กฟน. เร่งหาคำตอบ  ย้ำหากเป็นภาระประชาชนต้องแก้

‘นายกฯ’รับดราม่าค่าไฟแฝง ‘บิลปชช.’  สั่งพลังงาน-กฟภ.-กฟน. เร่งหาคำตอบ ย้ำหากเป็นภาระประชาชนต้องแก้

วันอังคาร ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 14.59 น.

นายกฯรับดราม่าค่าไฟแฝงบิลปชช.สั่ง ‘รมว.พลังงาน-กฟภ.-กฟน.‘ หาข้อเท็จจริงเกิดขึ้นได้ยังไง  บอก”ผมมีเอ๊ะ”เองสงสัยเลยบอกรมว.พลังงาน ย้ำต้องไม่ให้ปชช.แบกภาระ

เมื่อเวลา 13.10.น. วันที่ 23 มิถุนายน 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีมีการเก็บเงินค่าไฟส่องทางสาธารณะรวมอยู่ในบิลค่าไฟของประชาชน จนกลายเป็นดราม่าทราบเรื่องตรงนี้หรือไม่ ว่า กำลังให้แยกออกมาดูว่ามันเกิดขึ้นยังไง เมื่อไหร่ แล้วทำไมถึงเกิดขึ้น ซึ่งรมว.พลังงาน และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค(กฟภ.)และการไฟฟ้านครหลวง(กฟน.) กำลังหาข้อเท็จจริงเพื่อมารายงานตน

เมื่อถามว่าไม่ต้องการให้ประชาชนแบกภาระตรงนี้ใช่หรือไม่นายกฯ กล่าวว่า ไม่ใช่ไม่อยาก แต่ต้องไม่ให้ประชาชนแบกภาระ 

เมื่อถามต่อว่า นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯและรมว.คมนาคม บอกว่าถ้าให้กระทรวงคมนาคมไปจ่ายจะแบกรับภาระตรงนี้ไม่ไหว นายกฯ กล่าวว่า เขาต้องตั้งงบประมาณปกติขึ้นมา แต่อย่าเพิ่งไปบอกว่าต้องทำยังไง ถ้ามันเป็นภาระประชาชนจริง ซึ่งตอนนี้เรากำลังไปตรวจสอบ เรายังไม่รู้ ซึ่งเรื่องนี้ก็เป็นดราม่าอย่างที่ว่า และยังไม่รู้ว่าจริงหรือไม่จริงยังไง ถ้าจริงเราต้องไม่ให้ประชาชนรับภาระอย่างแน่นอน

เมื่อถามต่อว่าอันนี้เป็นข้อสั่งการมาจากนายกฯ ใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า “มันมีเอ๊ะ นิดนึง แต่อยู่ที่มุมมอง และอยู่ที่ใครจะเคลมยังไง การไฟฟ้านครหลวง และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค บอกว่า เนี่ยเรารับภาระให้เลยนะ ค่าไฟสาธารณะเราแบกหมด ตอนนั้นผมอยู่กระทรวงมหาดไทย แต่ไม่ได้คุมพลังงาน ผมก็แค่ถามว่าแล้วแบกเนี่ย มีกำไรแสดงว่าแบกหรือไม่ แล้วแบกยังไง ทำไมถึงต้องไปแบก ตอนนั้นผมก็ได้แต่ถาม เพราะว่าไม่ได้คุมคมนาคมและพลังงาน แต่วันนี้เข้ามาเป็นหัวหน้ารัฐบาลแล้ว ก็คำถามเดิมที่บอก เอ๊ะของผมมันยาว พอถึงเวลาผมก็เลยมาเอ๊ะว่า ไอ้อย่างนี้มันเป็นยังไง ก็ไปถามรมว.พลังงาน และให้ไปตรวจสอบกับการไฟฟ้านครหลวงและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ตอนนี้พอรับทราบตรงนี้ ก็ต้องมาดูว่าตรงนี้ ถ้าถือว่าเป็นค่าใช้จ่ายที่ยอมรับกันมาตั้งแต่ปีมะโว้โน้นแล้ว มันเป็นค่าใช้จ่ายที่เปรียบเสมือนภาระที่การไฟฟ้านครหลวงและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ต้องรับเอาไว้ อันนี้ก็ว่ากันไป แต่ถ้าบอกว่าตรงนี้ไม่ใช่  เลยมาเพิ่มค่าไฟตรงนี้แล้วคิดกับประชาชน อย่างนี้ตอบได้เลยว่าไม่ได้ ผมต้องแก้ให้แน่นอน”

เมื่อถามอีกว่าประชาชนจะได้ใช้ไฟถูกลงเมื่อไหร่นายกฯ กล่าวว่า ได้มีการดำเนินการไปแล้วตั้งแต่เรื่องการลดค่าไฟ 200 ยูนิตแรก ทุกอย่างมันมาจากการกระทำของเรา ที่คิดถึงและคำนึงถึงประโยชน์ของประชาชน และถึงเวลาก็มีคำถามต่อมาเรื่อย ๆเราก็ต้องเคลียร์ให้หมด

เมื่อถามย้ำว่าสุดท้ายการไฟฟ้าทั้ง 2 แห่งจะต้องเป็นผู้แบกรับเองใช่หรือไม่ เพราะกระทรวง คมนาคมไม่มีปัญญาที่จะรับผิดชอบ นายกฯกล่าวว่า  มันเป็นกระเป๋าซ้ายกระเป๋าขวา ในทางลงบัญชีเขาไม่ได้บอกว่าไปเอาของประชาชนมาคิด และมาจ่าย นี่เป็นค่าใช้จ่ายของเขาที่มีการกำหนดมา ที่ตนได้ยินมาคือ 30 ปีถึง 40 ปีแล้ว เราก็มาดู สมมุติว่าเราบอกว่าต่อไปนี้ไม่ให้การไฟฟ้าจ่ายแล้ว จะให้กรมทางหลวงจ่าย จากนี้เป็นต้นไปกรมทางหลวงจะต้องตั้งงบประมาณขึ้นมา ไม่ใช่บอกว่าเขาไม่มีเงิน มันไม่ใช่ ก็ต้องไปตั้งงบประมาณและต่อไปนี้ต้องมาจ่ายค่าไฟเอง อันนั้นเป็นเรื่องข้างหน้า ขอดูข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นตอนนี้ก่อนว่าเป็นอย่างไร ย้ำว่า รัฐบาลจะไปผลักเรื่องพวกนี้ให้ประชาชนได้อย่างไร

เมื่อถามอีกว่าที่นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน พูดแสดงยังไม่มีข้อเท็จจริงที่ชัดเจนจะต้องไปตรวจสอบอีกครั้งใช่หรือไม่นายกฯกล่าวว่า “นายเอกนัฏพูด เพราะว่าได้รับน้องเอ๊ะ จากผม“

เมื่อถามย้ำว่าจะมีมาตรการเยียวยาประชาชนหรือไม่ที่ต้องจ่ายค่าไฟในส่วนนี้มานาน นายกฯกล่าวว่า เอาเรื่องปัจจุบันก่อน ที่ทำมารัฐบาลนี้ภารกิจไม่มีอะไรนอกจากทำประเทศให้เจริญ ทำเศรษฐกิจให้เจริญ และดูแลประชาชนให้ดีที่สุด เพราะฉะนั้นถ้าถามว่ามีมาตรการช่วยเหลือเยียวยาประชาชนก็คิดทุกวัน ทำได้ก็ทำทุกอย่าง เพราะนี่คือภารกิจรัฐบาล

เสรีพิศุทธ์ ให้ปากคำ กกต. ยัน อนุทิน ผิดจริยธรรมร้ายแรง ปมที่ดินเขากระโดง

เสรีพิศุทธ์ ให้ปากคำ กกต. ยัน อนุทิน ผิดจริยธรรมร้ายแรง ปมที่ดินเขากระโดง

เสรีพิศุทธ์ ให้ปากคำ กกต. ยัน อนุทิน ผิดจริยธรรมร้ายแรง ปมที่ดินเขากระโดง

วันอังคาร ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 14.57 น.

เสรีพิศุทธ์ ให้ถ้อยคำกกต. ยัน อนุทิน มีพฤติกรรมผิดจริยธรรมบุกรุก“ที่ดินเขากระโดง” ฉะ กกต.ถลุงภาษีประชาชน โล๊ะรถเบนซ์-เก้าอี้ ก่อนซื้อรับกกต.ใหม่

23 มิถุนายน  2559 เวลา 13.00 น.ที่สำนักงานคณะกรรมกรรมการการเลือกตั้ง ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย เข้าให้ถ้อยคำต่อฝ่ายสืบสวนฯ ของสำนักงานกกต.กรณีก่อนหน้านี้ได้ยื่นคำร้องขอให้กกต. ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ความเป็นรัฐมนตรีของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มท. และนายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัล เพื่อเศรษฐกิจและสังคม สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญมาตรา 170 (4) เนื่องจากไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ฝ่าฝืนและไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง จากเหตุเพิกเฉยไม่ดำเนินการเพิกถอนที่ดินเขากระโดง จ.บุรีรัมย์ ทั้งที่มีคำพิพากษาศาลปกครองว่าเป็นที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวว่า ตนได้ให้ถ้อยคำยืนยันตามคำร้องและพยานหลักฐานที่ได้ยื่น รวมถึงได้ส่งหลักฐานเพิ่มเติม และได้ให้ถ้อยคำเพิ่มเติมกับฝ่ายสืบสวนของ กกต.ในวันนี้  ไปว่าที่นายอนุทินอ้างว่าไม่ได้มีที่ดินที่เขากระโดง จ.บุรีรัมย์ แม้แต่ตารางนิ้วเดียว เพราะบ้านที่นายอนุทินมีชื่อพักอาศัยอยู่เป็นบ้านของนายเนวิน ชิดชอบ ดังนั้น จึงไม่ได้ทำอะไรที่ผิดกฎหมายนั้น ความจริงหลังปี58ที่มีการตั้งพรรคภูมิใจไทยและนายอนุทิน มีแนวความคิดจะลงเลือกตั้ง จึงย้ายภูมิลำเนาไปอยู่ในบ้านของนายเนวินที่บุรีรัมย์ ซึ่งมีที่ตั้งบุกรุกที่ดินของการรถไฟฯ โดนก่อนที่ศาลจะมีคำพิพากษานายอนุทิน อ้างได้ว่าไม่รู้ว่าที่ดินนั้นผิดกฎหมาย แต่ปี 2560 ศาลฎีกามีคำพิพากษาแล้วว่าที่ดินที่เป็นที่ตั้งของบ้านนายเนวิน และสนามแข่งรถเป็นที่ดินของการรถไฟ ซึ่งนายอนุทิน เป็นรัฐมนตรีแล้วจะอ้างว่าไม่รู้ไม่ได้ โดยควรตระหนักว่าตัวเองอยู่ในที่ที่ผิดกฎหมายต้องย้ายออก แต่ก็ไม่ดำเนินการ ซ้ำยังอยู่ต่อและลงเลือกตั้งเรื่อยมา 

“แม้กระทั่งในปี 2566 ที่ศาลปกครองมีคำพิพากษาชัดเจนให้อธิบดีกรมที่ดินเพิกถอนด้วยแต่นายอนุทินก็ยังเพิกเฉย ทั้งที่มีคำพิพากษาทั้งศาลฎีกา ศาลปกครองถึง4 คำพิพากษา แล้วยังดื้ออยู่ตรงนั้นก็เพื่อที่จะปกป้องคุ้มครองผลประโยชน์ต่างๆของนายเนวินและพวกพ้อง และก็เท่ากับว่านายอนุทินก็บุกที่ดินของการรถไฟด้วย ซึ่งผมก็บอกกับเจ้าหน้าที่กกต.ว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ ไม่ใช่คดีเกี่ยวกับตาสีตาสา ที่จะทำอะไรมันก็ไม่กระทบกับประเทศชาติ แต่นายอนุทินเป็นนายกรัฐมนตรี นายไชยชนกเป็นรัฐมนตรีดิจิทัลเศรษฐกิจและสังคม กำลังจะเอาภาษีคนไทยไปซื้อ TH-AI พันกว่าล้าน หากให้อยู่ต่อไปประเทศชาติจะยิ่งเสียหาย จึงขอให้กกต.รีบทำ เพราะที่ผมเอาหลักฐานมายื่นก็ชัดเจนอยู่แล้ว”

ส่วนที่อ้างว่ากรมที่ดินกำลังพิสูจน์สิทธิและเพิกถอนที่ดินเป็นรายแปลง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวว่า เป็นการตะแบง ขอให้ไปอ่านคำพิพากษาศาลปกครองซึ่งเขียนไว้ชัดเจนอยู่แล้ว 

พร้อมกันนี้  พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ยังกล่าวด้วยว่าในระหว่างที่ขึ้นไปให้ถ้อยคำเจ้าหน้าที่กกต.นั้นเห็นเก้าอี้ และอุปกรณ์สำนักงานยังใหม่ๆวางอยู่จำนวนมาก นึกว่าเพิ่งซื้อมาใหม่ เมื่อสอบถามเจ้าหน้าที่ บอกว่าเป็นของเก่าจะเอาไปประมูล และยังบอกว่ามีรถเบนซ์กกต.เก่าอีก 8 คันซึ่งยังใหม่อยู่ ก็จะเอาไปประมูล แล้วจะซื้อใหม่  ห้องก็ทำสีใหม่ ฟังแล้วรู้สึกเสียดายมาก

‘ผมฟังแล้ว โอ้โห!! เสียดายภาษีพี่น้องประชาชน ถลุงงบประมาณประเทศชาติกันแบบนี้หรือกกต.ไม่สำนึกหรือว่า โต๊ะ เก้าอี้ รถเหล่านี้มันมาจากภาษีพี่น้องประชาชน ไม่ใช่เป็นกกต.มาใหม่ก็ต้องเอารถเบนซ์คันใหม่ สีห้องก็ต้องเปลี่ยนใหม่หมด ฝากเตือนไปด้วย’ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าว

ครม.ไฟเขียว ตั๋วร่วมรถไฟฟ้า เก็บค่าโดยสาร 17-45 บาท คาดเริ่ม 1 ม.ค.70

ครม.ไฟเขียว ตั๋วร่วมรถไฟฟ้า เก็บค่าโดยสาร 17-45 บาท คาดเริ่ม 1 ม.ค.70

ครม.ไฟเขียว ตั๋วร่วมรถไฟฟ้า เก็บค่าโดยสาร 17-45 บาท คาดเริ่ม 1 ม.ค.70

วันอังคาร ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 14.48 น.

วันที่ 23 มิถุนายน 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบมาตรการลดภาระค่าครองชีพของประชาชน ผ่านอัตราค่าโดยสารร่วมในระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน ครอบคลุมรถไฟฟ้าทุกสีและทุกสาย โดยใช้วิธีการในลักษณะของตั๋วร่วม ในราคา 17-45 บาท คือ เสียค่าแรกเข้าเพียงครั้งเดียว

ทั้งนี้ รัฐบาลจะพยายามผลักดันให้เริ่มใช้ได้ภายในวันที่ 1 มกราคม 2570 เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่และลดภาระค่าครองชีพประชาชน

“จากนี้ไป กระทรวงคมนาคมจะไปหารือเกี่ยวกับการทำระบบเก็บเงิน คือเสียค่าแรกเข้าเพียงครั้งเดียว โดยตั้งใจว่าจะทำให้ทันปีใหม่ 2570 นี้”

ขณะที่  นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีถึงมาตรการตั๋วร่วมรถไฟฟ้าว่า “ก็เรียบร้อย ผ่านที่ประชุมคณะรัฐมนตรี” 

โฆษกกองทัพเรือ ชี้แจงคัดเลือก เรือฟริเกต รอปลัดกลาโหมเคาะอนุมัติ คาดรู้ผลเร็วๆนี้

โฆษกกองทัพเรือ ชี้แจงคัดเลือก เรือฟริเกต รอปลัดกลาโหมเคาะอนุมัติ คาดรู้ผลเร็วๆนี้

โฆษกกองทัพเรือ ชี้แจงคัดเลือก เรือฟริเกต รอปลัดกลาโหมเคาะอนุมัติ คาดรู้ผลเร็วๆนี้

วันอังคาร ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 14.32 น.

โฆษกกองทัพเรือ ระบุ รอปลัดกระทรวงกลาโหมเคาะก่อนประกาศผลผู้ชนะโครงการเรือฟริเกต ยืนยันรู้ผลในเร็ว ๆ นี้แน่นอน

23 มิถุนายน 2569 ที่กองบัญชาการกองทัพเรือ พล.ร.ต.ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ ชี้แจงถึงกระแสข่าวเกี่ยวกับผลการพิจารณาคัดเลือกบริษัทผู้ชนะโครงการจัดหาเรือฟริเกตสมรรถนะสูงของกองทัพเรือว่า ขณะนี้ผลการพิจารณายังไม่ได้ข้อยุติ และยังไม่สามารถสรุปอย่างเป็นทางการได้ว่าบริษัทใดจะได้รับการคัดเลือก

ทั้งนี้ ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า การดำเนินโครงการจัดซื้อจัดจ้างขนาดใหญ่ อำนาจอนุมัติโครงการอยู่ที่ปลัดกระทรวงกลาโหม มิได้อยู่ที่กองทัพเรือ ดังนั้น กองทัพเรือจึงไม่สามารถเปิดเผยรายชื่อบริษัทที่ได้รับการคัดเลือกได้ ก่อนที่ปลัดกระทรวงกลาโหมจะอนุมัติโครงการ

อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่ากระบวนการพิจารณาใกล้ได้ข้อสรุปแล้ว และคาดว่าจะมีความชัดเจนภายในเร็ววันนี้ โดยหากเปรียบเทียบให้เห็นภาพ ขณะนี้ได้ทราบผลคะแนนรวมเบื้องต้นของแต่ละบริษัทแล้ว แต่ยังไม่สิ้นสุดระยะเวลาการพิจารณาตามขั้นตอนราชการ จึงยังไม่อาจถือว่าได้ข้อยุติโดยสมบูรณ์ เนื่องจากยังต้องเปิดโอกาสให้บริษัทคู่แข่งขันรายอื่น ๆ ใช้สิทธิตามกระบวนการจนถึงขั้นตอนสุดท้าย

จับตาคำสั่งมหาดไทย! นายกฯ ลั่น รอดูปมทุจริตสอบท้องถิ่น อุบตอบ คำสั่งย้ายอธิบดีหรือไม่

จับตาคำสั่งมหาดไทย! นายกฯ ลั่น รอดูปมทุจริตสอบท้องถิ่น อุบตอบ คำสั่งย้ายอธิบดีหรือไม่

จับตาคำสั่งมหาดไทย! นายกฯ ลั่น รอดูปมทุจริตสอบท้องถิ่น อุบตอบ คำสั่งย้ายอธิบดีหรือไม่

วันอังคาร ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 14.32 น.

จับตาคำสั่งมหาดไทย! นายกฯ ลั่น “รอดูคำสั่งบ่ายนี้” ปม ทุจริตสอบท้องถิ่น 4.5 พันล้าน อุบตอบ “คำสั่งย้ายอธิบดีหรือไม่”

เมื่อเวลา 13.10 น.วันที่ 23 มิถุนายน 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่สำนักงานคณะกรรมการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เข้าจับกุมขบวนการทุจริตการสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่นพบการทุจริต เสียหายกว่า 4,500 ล้านบาท จ.นนทบุรี มีการสั่งการอย่างไร โดยนายกรัฐมนตรี ย้ำว่า ”ก็เดี๋ยวดูคำสั่งบ่ายนี้ ชัดๆ รอดูคำสั่งบ่ายนี้ก็แล้วกัน“

ผู้สื่อข่าวจึงถามว่า คำสั่งดังกล่าวจะเป็นการสั่งย้ายอธิบดีหรือไม่ นายกรัฐมนตรี ไม่ตอบคำถาม บอกเพียงว่า “คำถามต่อไป” 

ครม. ฉลุยงบปี 70 ไฟเขียวตั้ง กมธ.วิสามัญ 72 คน อนุทิน ยันรัฐบาลพร้อมแจงสภา

ครม. ฉลุยงบปี 70 ไฟเขียวตั้ง กมธ.วิสามัญ 72 คน อนุทิน ยันรัฐบาลพร้อมแจงสภา

ครม. ฉลุยงบปี 70 ไฟเขียวตั้ง กมธ.วิสามัญ 72 คน อนุทิน ยันรัฐบาลพร้อมแจงสภา

วันอังคาร ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 14.27 น.

อนุทิน เผย ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ ปี 70 ผ่าน “ครม.” แล้ว ไฟเขียวตั้ง กมธ.งบฯ 72คน พร้อมอภิปรายในสภา 

23 มิถุนายน 2569 เมื่อเวลา 13.10 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมในการอภิปรายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 ว่ามีความพร้อม วันนี้ก็ผ่านร่างพ.ร.บ.งบประมาณ และมีข้อตกลงที่จะให้มีคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 72 คน ทุกอย่างก็ผ่านไปหมดแล้ว 

เมื่อถามว่า ต้องมีการซักซ้อมเตรียมการบ้านข้อใดเป็นพิเศษหรือไม่ เพราะบางโครงการฝ่ายค้านจับจ้องเป็นพิเศษ นายอนุทิน กล่าวว่า มีแต่ข้อจริง ข้อเท็จไม่มี.

ผู้บริหาร QRS Global เข้าพบ DSI รับไม่มีใบอนุญาต Forex แต่ยังเทรดได้

ผู้บริหาร QRS Global เข้าพบ DSI รับไม่มีใบอนุญาต Forex แต่ยังเทรดได้

ผู้บริหาร QRS Global เข้าพบ DSI รับไม่มีใบอนุญาต Forex แต่ยังเทรดได้

วันอังคาร ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 14.25 น.

จากกรณีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ได้พาดพิงถึงแพลตฟอร์มโบรกเกอร์เทรด Forex และมีการระบุถึงความเชื่อมโยงทางเส้นทางการเงินกับ นาย ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ล่าสุดได้มีการออกมาชี้แจงจากฝั่งผู้บริหารบริษัทที่เกี่ยวข้องเพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องแล้ว

เมื่อวันที่ 22 มิ.ย. ที่ผ่านมา น.ส.มัลลิกา มากสลุด ผู้บริหารและกรรมการบริษัท คิวอาร์เอส เอ็ดดูเคชั่น จำกัด ซึ่งเป็นผู้ดำเนินการแพลตฟอร์ม QRS Global ในประเทศไทย ได้โพสต์ข้อความผ่านบัญชีเฟซบุ๊กส่วนตัวชื่อ “Malika Maksalud” เพื่อชี้แจงถึงสถานการณ์ดังกล่าว โดยระบุว่าการเข้าพบเจ้าหน้าที่เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจนั้นมีทิศทางที่เป็นบวก

“สัญญาณดีนะคะวันนี้ ได้เข้ามาพูดคุยแสดงความบริสุทธิ์ใจกับทางเจ้าหน้าที่ ซึ่งเจ้าหน้าที่รับทราบอยู่ค่ะ ว่าใครเป็นอย่างไร เรื่องไหนเท็จ เรื่องไหนจริง และเรื่องไหนข้อกล่าวหาเป็นตัวเลขทิพย์ เขาก็ทราบแล้วนะจ๊ะ” น.ส.มัลลิกา ระบุในโพสต์

ในส่วนของข้อกังวลจากกลุ่มนักลงทุน น.ส.มัลลิกา ยืนยันว่าระบบหลักของแพลตฟอร์ม ทั้งกราฟ การเทรด การเปิดออเดอร์ ตลอดจนการฝากและถอนเงิน ยังคงดำเนินการได้ตามปกติ โดยบริษัทอาศัยใบอนุญาต (License) จากต่างประเทศ พร้อมทั้งยอมรับข้อเท็จจริงเรื่องข้อกฎหมายในประเทศอย่างตรงไปตรงมาว่า “โบรกเกอร์ Forex ในไทย ไม่มีเจ้าไหนได้รับใบรับรองอยู่แล้วค่ะ ในส่วนนี้เรายอมรับ ว่ากันไปตามข้อมูล”

ในช่วงท้ายของการชี้แจง ผู้บริหาร QRS Global ได้กล่าวขอบคุณผู้ที่ช่วยเผยแพร่ข้อเท็จจริง พร้อมย้ำจุดยืนในการดูแลฐานลูกค้าซึ่งมีเทรดเดอร์มากกว่า 1 แสนยูสเซอร์ โดยระบุว่าจะพยายามจัดการทุกอย่างให้ราบรื่นและรวดเร็วที่สุด ทั้งนี้ได้ขออภัยหากมีบางขั้นตอนที่เกิดความล่าช้า พร้อมทิ้งท้ายให้ระมัดระวังกระแสข่าวลือที่เกิดขึ้นเป็นจำนวนมากในช่วงเวลานี้

ภาพจาก Malika Maksalud

อนุทิน เผยวัด KPI รมต.เป็นอำนาจนายกฯ ส่วนตำแหน่งตน ถูกวัดจากปชช.ผ่านการเลือกตั้ง

อนุทิน เผยวัด KPI รมต.เป็นอำนาจนายกฯ ส่วนตำแหน่งตน ถูกวัดจากปชช.ผ่านการเลือกตั้ง

อนุทิน เผยวัด KPI รมต.เป็นอำนาจนายกฯ ส่วนตำแหน่งตน ถูกวัดจากปชช.ผ่านการเลือกตั้ง

วันอังคาร ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 14.23 น.

อนุทิน เผยวัด KPI รมต.เป็นอำนาจนายกฯ ส่วนตำแหน่งตน ถูกวัดจากปชช.ผ่านการเลือกตั้ง ไม่ตอบอยู่ครบ4ปีหรือไม่ ทำให้ดีที่สุด     

เมื่อวันที่ 23 มิ.ย.2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงการประเมินผลงานรัฐมนตรีสัดส่วนพรรคภูมิใจไทย ได้แจ้งในที่ประชุมครม.หรือไม่ว่า ไม่ได้บอก มันเป็นสิทธิของตน ถ้าจะทำก็ทำเลย ไม่ได้หมายถึงอะไรทั้งนั้น ความแตกต่างของการเป็นนายกฯ ก็ตรงนี้แหละ

เมื่อถามว่า มีการตั้งคำถามเมื่อวัด KPI รัฐมนตรีแล้ว ตัวนายกฯ เองจะวัดอย่างไร นายอนุทิน กล่าวว่า ตนถึงบอกว่ามันต่างกัน คนที่วัดผลงานตนคือประชาชน ทุกการเลือกตั้ง ไม่ใช่ไม่ถูกวัด ซึ่งก็ขึ้นอยู่ที่การเลือกตั้ง ไม่ใช่จะบอกว่า4ปี แต่เมื่อไหร่ที่มีการเลือกตั้ง ประชาชนก็มีการวัด KPI ตน ไม่ใช่แค่ประชาชนวัด KPI แต่ประชาชนจัดการเลย

เมื่อถามว่า นายกฯ มั่นใจอยู่ครบ 4 ปีหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ก็ทำดีที่สุด