อภิสิทธิ์ เผย ร่างแก้ รธน.ฉบับ ปชป.ไร้ปัญหา ยันสัปดาห์นี้ คาดได้ลายเซ็น สส.ผู้สนับสนุนครบ

อภิสิทธิ์ เผย ร่างแก้ รธน.ฉบับ ปชป.ไร้ปัญหา ยันสัปดาห์นี้ คาดได้ลายเซ็น สส.ผู้สนับสนุนครบ

อภิสิทธิ์ เผย ร่างแก้ รธน.ฉบับ ปชป.ไร้ปัญหา ยันสัปดาห์นี้ คาดได้ลายเซ็น สส.ผู้สนับสนุนครบ

วันอังคาร ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 14.03 น.

อภิสิทธิ์ เผย ร่างแก้ รธน.ฉบับ ปชป.ไร้ปัญหา ชี้ ปมเลือก ส.ส.ร. ใช้วิธีการหยั่งเสียง ยันสัปดาห์นี้ คาดได้ลายเซ็น สส.ผู้สนับสนุนครบ 

เมื่อวันที่ 23 มิ.ย.2569  นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่า ประเด็นคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ถูกพรรคภูมิใจไทยนำมาใช้ว่า ไม่สามารถสนับสนุนร่างของพรรคการเมืองอื่นได้ แต่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) กิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์กรมหาชน และกองทุน สภาฯ ซึ่งตนร่วมเป็น กมธ.อยู่ด้วยได้มีโอกาสไปขอความชัดเจนกับประธานศาลรัฐธรรมนูญ และมีตุลาการฯอีก 2 ท่าน ซึ่งท่านได้มีการอธิบายว่า ปัญหาคือในวันที่ศาลเขียนเรื่องนี้และประชุมกันบอกว่าประชาชนไม่ควรที่จะเลือกผู้ร่าง ซึ่งหมายถึงคนที่เขียนรัฐธรรมนูญโดยตรง นั่นคือความเห็นที่ปรากฏอยู่  แต่ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ เราไม่ได้มีปัญหาเพราะร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของเราเป็นการหยั่งเสียงผ่านจังหวัดต่างๆ จากประชาชนและนำมาให้รัฐสภาคัดเลือก และยังมีผู้เชี่ยวชาญอีก 20 คนที่มาจาก การคัดสรรของตุลาการศาล และฝ่ายวิชาการ  ดังนั้น ในร่างของพรรค ตนมองว่าไม่ได้มีปัญหาตั้งแต่ต้น และในสัปดาห์นี้ คิดว่าน่าจะได้ลายเซ็นของ สส.ที่สนับสนุนร่างนี้ครบเพื่อจะได้นำเสนอต่อไป

เมื่อถามย้ำว่า  พรรคประชาธิปัตย์มองเรื่องให้ประชาชนสามารถเลือกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) อย่างไร  นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า วันที่เข้าฟังประธานศาลฯ ท่านอธิบายและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นโดยมีการบันทึกข้อความไว้ ซึ่งน่าจะใช้ตรงนั้นเป็นเกณฑ์  ส่วนที่อีกฝ่ายมองว่าตุลาการศาลรัฐธรรมนูญที่ออกมาให้ความเห็นเป็นความเห็นอย่างไม่เป็นทางการ ไม่ใช่คำวินิจฉัยนั้น  นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตุลาการที่มาแลกเปลี่ยนกับเรา ท่านไม่ได้เป็นคนเขียนข้อความนี้  ท่านเล่าให้ฟังว่า ในการประชุมมีการพูดถึงที่มาของถ้อยคำนี้ ซึ่งเป็นคำวินิจฉัยกลางว่าพูดกันถึงเรื่องอะไร  ซึ่งน่าจะสันนิษฐานได้ว่านั่นคือ เจตนารมย์ของคำที่ปรากฏ

‘เอกนัฏ’ จัดระเบียบค่าไฟใหม่ แก้สัญญาเอาเปรียบ-เตรียมขยายรับซื้อไฟโซลาร์เซลล์

'เอกนัฏ' จัดระเบียบค่าไฟใหม่ แก้สัญญาเอาเปรียบ-เตรียมขยายรับซื้อไฟโซลาร์เซลล์

‘เอกนัฏ’ จัดระเบียบค่าไฟใหม่ แก้สัญญาเอาเปรียบ-เตรียมขยายรับซื้อไฟโซลาร์เซลล์

วันอังคาร ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 14.00 น.

ล่าสุด วันที่ 23 มิถุนายน 2569 นายเอกนัฏ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลเชิงลึกกับรายการ แนวหน้าออนไลน์ ถึงสาเหตุที่ทำให้ค่าไฟของประเทศไทยมีราคาสูงพร้อมเดินหน้าปรับโครงสร้างพลังงานทั้งระบบเพื่อลดภาระให้กับประชาชนอย่างถาวร โดยมุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาที่ฝังรากลึกมานานหลายสิบปี และเตรียมเปิดตัวโครงการสนับสนุนให้ประชาชนผลิตไฟฟ้าใช้เองและขายคืนให้รัฐได้

ตีแผ่ภาระค่าไฟสาธารณะแฝงกว่า 40 ปี

จากการตรวจสอบพบว่า ประชาชนต้องแบกรับภาระค่าไฟส่องสว่างตามทางหลวงและพื้นที่สาธารณะมาตั้งแต่ปี 2530 เนื่องจากในอดีตมีการตกลงกันระหว่างหน่วยงานรัฐและการไฟฟ้าว่า จะยกเว้นค่าไฟส่องสว่างสาธารณะเพื่อแลกกับการไม่เก็บค่าเช่าพื้นที่พาดสายไฟ ผลที่ตามมาคือ ต้นทุนค่าไฟส่วนนี้ถูกนำไปบวกแฝงไว้ใน “ค่าไฟฐาน” (ไม่ใช่ค่า FT) ทำให้ประชาชนทุกครัวเรือนต้องจ่ายเงินอุดหนุนส่วนนี้มาตลอดกว่า 40 ปี คิดเป็นพลังงานกว่า 4,000 ล้านหน่วย หรือมูลค่าสูงถึง 15,000 – 20,000 ล้านบาทต่อปี

แนวทางการแก้ไขเบื้องต้น รัฐบาลจึงมีนโยบายเร่งด่วนในการดึงค่าใช้จ่ายส่วนนี้ออกจากบิลค่าไฟของประชาชนทันที ซึ่งคาดว่าจะช่วยลดค่าไฟลงได้ประมาณ 10 สตางค์ต่อหน่วย โดยผู้ที่จะได้รับประโยชน์สูงสุดคือกลุ่มเปราะบางและผู้ที่ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 200 หน่วยแรก (ครอบคลุมราว 22-23 ล้านครัวเรือน) ส่วนภาระค่าไฟทางที่แยกออกมานั้น รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเป็นผู้รับผิดชอบบริหารจัดการต้นทุนเอง เช่น การดึงรายได้จากกลุ่มธุรกิจ Data Center มาชดเชย โดยยืนยันว่าจะไม่ใช้วิธีนำภาษีมาจ่ายแบบกระเป๋าซ้ายทะลุกระเป๋าขวา และจะไม่ผลักภาระกลับไปให้ประชาชนอีก

ปรับโครงสร้างพลังงานและแก้สัญญาที่ไม่เป็นธรรม

นอกจากการแยกค่าไฟสาธารณะแล้ว กระทรวงพลังงานกำลังดำเนินการรื้อโครงสร้างต้นทุนอื่นๆ ที่เป็นภาระของประเทศ ได้แก่

  • การแก้ไขสัญญาการรับซื้อไฟฟ้า (Adder) ที่มีลักษณะต่ออายุอัตโนมัติอย่างไม่เป็นธรรม โดยได้หารือกับสำนักงานอัยการสูงสุดเพื่อหาแนวทางยกเลิกหรือเจรจาปรับลดอัตราให้เหมาะสมกับปัจจุบัน
  • รวมถึงการจัดการปัญหาการจ่าย “ค่าความพร้อมจ่าย” ให้กับโรงไฟฟ้าที่ไม่ได้เดินเครื่องผลิตจริง
  • และเตรียมกำหนดอัตราค่าไฟประเภทใหม่สำหรับกลุ่ม Data Center เพื่อให้เกิดความสอดคล้องกับต้นทุนที่แท้จริง

เดินหน้ารับซื้อไฟฟ้าโซลาร์เซลล์ภาคประชาชน

เพื่อส่งเสริมพลังงานสะอาดและลดรายจ่ายให้ครัวเรือน รัฐบาลเตรียมเปิดตัวโครงการรับซื้อไฟฟ้าคืนจากประชาชนที่ติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ (โซลาร์รูฟท็อป) ภายในสิ้นเดือนนี้ โครงการนี้กำหนดรับซื้อไฟฟ้าส่วนเกินจากบ้านเรือนที่ติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ขนาดไม่เกิน 5 กิโลวัตต์ ในราคารับซื้อที่ 2.20 บาทต่อหน่วย ซึ่งเป็นอัตราที่สูงกว่าการรับซื้อจากโซลาร์ฟาร์ม นอกจากนี้ยังได้ขยายโควตาการรับซื้อไฟฟ้าในโครงการนี้จากเดิม 90 เมกะวัตต์ เพิ่มเป็น 500 เมกะวัตต์ทั่วประเทศ

ยืนหยัดทำเพื่อประชาชน ไม่หวั่นการฟ้องร้อง

นายเอกนัฏ ยืนยันว่าการดำเนินการทั้งหมดเป็นข้อสั่งการโดยตรงจากนายกรัฐมนตรี ที่ต้องการรักษาผลประโยชน์สูงสุดของประชาชน แม้การรื้อโครงสร้างครั้งนี้อาจกระทบต่อผลกำไรของกลุ่มธุรกิจพลังงานขนาดใหญ่ และอาจนำไปสู่การฟ้องร้องทางกฎหมาย แต่ทางกระทรวงฯ ได้เตรียมความพร้อมและพิจารณาข้อกฎหมายไว้อย่างรัดกุมแล้ว รัฐบาลย้ำจุดยืนว่าภาคธุรกิจสามารถทำกำไรได้ แต่ต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของการไม่เอาเปรียบประชาชน เพื่อให้ก้าวผ่านการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานไปได้อย่างยั่งยืนทั้งผู้ประกอบการและผู้บริโภค

รัฐบาลสั่งเช็กด่วน ปมหน่วยความมั่นคง ดักฟังโทรศัพท์ประชาชนชายแดนใต้ 2,000 ราย

รัฐบาลสั่งเช็กด่วน ปมหน่วยความมั่นคง ดักฟังโทรศัพท์ประชาชนชายแดนใต้ 2,000 ราย

รัฐบาลสั่งเช็กด่วน ปมหน่วยความมั่นคง ดักฟังโทรศัพท์ประชาชนชายแดนใต้ 2,000 ราย

วันอังคาร ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 13.44 น.

‘สีหศักดิ์’ เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง ปมดักฟังโทรศัพท์ประชาชนจังหวัดชายแดนใต้ 2,000 ราย ยัน ติดตามสถานการณ์พื้นที่ตลอด ด้าน ‘บิ๊กดุลย์’บอกทราบปัญหาแล้ว

23 มิถุนายน 2569 เมื่อเวลา 12.35 น. ที่ทําเนียบรัฐบาล นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรมว.ต่างประเทศ ในฐานะประธานคณะผู้แทนพิเศษรัฐบาล และพล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม และ รองประธานคณะผู้แทนพิเศษรัฐบาล ร่วมกันชี้แจงการแก้ไขปัญหาภาคใต้

โดยนายสีหศักดิ์ กล่าวว่า เราได้มีการประชุมไปรอบหนึ่งแล้ว พร้อมกําหนดแนวทางการทํางาน เพราะมีคณะอนุกรรมการที่เป็นกลไกขับเคลื่อนหลัก เพื่อไปพูดคุยในพื้นที่ และหากได้ข้อมูลก็จะนํามาหารือกันในคณะกรรมการชุดใหญ่ หลังจากที่มีการฟังผลของคณะอนุกรรมการที่ไปพูดคุยกับหน่วยงานต่างๆ ในกรอบของคณะกรรมการใหญ่จะต้องมาพิจารณาในภาพรวมอีกครั้ง ในมิติความมั่นคงการพัฒนาและการพูดคุย รวมถึงการทํางานร่วมกับประเทศมาเลเซียด้วย พร้อมยืนยันว่า คณะกรรมการได้รับทราบสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในพื้นที่โดยตลอด

เมื่อถามถึง กรณีมีกระแสข่าวหน่วยงานความมั่นคงมีการดักฟังโทรศัพท์ของประชาชนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จํานวน 2,000 ราย นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า คงต้องลงไปตรวจสอบว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร และถือเป็นอีกหนึ่งประเด็นที่จะต้องพูดคุยกัน

ด้าน พล.ท.อดุลย์ กล่าวยอมรับว่า การก่อเหตุในพื้นที่ถี่ขึ้น ซึ่งหน่วยงานด้านความมั่นคงในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ภาค4 ส่วนหน้า จะเป็นหน่วยงานรับผิดชอบหลัก ขณะที่ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) จะดูแลเรื่องการพัฒนา และจะมีคณะพูดคุยเข้าไปเป็นกลไก โดยมีคณะผู้แทนพิเศษรัฐบาลเป็นผู้ขับเคลื่อน ขณะนี้ได้รับทราบถึงปัญหาที่เกิดขึ้น ซึ่งอนุกรรมการที่ได้จัดตั้งมีพล.อ.ณัฐพงษ์ เพาแก้ว รองเสธทหาร เป็นประธานคณะอนุกรรมการ ลงพื้นที่ไปขับเคลื่อนแล้วหนึ่งรอบ และคิดว่าน่าจะกลับขึ้นมารายงานผล.

สีหศักดิ์ รอคุย คณะประนอมฝ่ายไทย ชี้หากกระทบเขตแดน รื้อเขื่อนตะกอนกัมพูชา

สีหศักดิ์ รอคุย คณะประนอมฝ่ายไทย ชี้หากกระทบเขตแดน รื้อเขื่อนตะกอนกัมพูชา

สีหศักดิ์ รอคุย คณะประนอมฝ่ายไทย ชี้หากกระทบเขตแดน รื้อเขื่อนตะกอนกัมพูชา

วันอังคาร ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 13.37 น.

สีหศักดิ์ รอคุย คณะประนอมฝ่ายไทย ชี้หากกระทบเขตแดน รื้อเขื่อนตะกอนกัมพูชา เผย ได้ตัวประธานแล้ว

เมื่อวันที่ 23 มิ.ย.2569 ที่ทําเนียบรัฐบาล นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีการใช้กฎหมายอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ. 1982 (UNCLOS) แก้ปัญหาเขื่อนดักตะกอนของกัมพูชาที่อาจรุกล้ำอธิปไตยของไทย และสร้างผลกระทบเรื่องระบบนิเวศที่บ้านหาดเล็ก จ.ตราด ว่า คงเป็นประเด็นหลักในการพิจารณา เรื่องของการกําหนดเส้นเขตแดนทางทะเล  

เมื่อถามว่า ก่อนจะมีการกําหนดเส้นเขตแดนทางทะเลต้องให้ฝ่ายกัมพูชารื้อเขื่อนดักตะกอนออกก่อนหรือไม่ นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า คงต้องฟังความเห็นจากคณะประนอมฝ่ายไทยว่ามีความคิดเห็นอย่างไร เราก็ว่าตามนั้น เรายึดตามกฎหมายระหว่างประเทศ พร้อมย้ำว่า ต้องมีการหารือกับคณะประนอม ซึ่งปัจจุบันมีการจัดตั้งประธานคณะประณอมเรียบร้อยแล้ว

เมื่อถามว่า เขื่อนดักตะกอนจําเป็นต้องรื้อหรือไม่ นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ต้องไปดูก่อนว่าเกี่ยวข้องกับเส้นเขตแดนมากน้อยเพียงใด ถ้ามีผลกระทบต่อเส้นเขตแดนคงต้องพิจารณากันอีกครั้ง

วราวุธ สั่ง กนอ. ยกระดับหน้าฝนป้องน้ำท่วมนิคมฯ ทั่วประเทศ สั่งตรวจจุดเสี่ยงรับมือ Rain Bormb

วราวุธ สั่ง กนอ. ยกระดับหน้าฝนป้องน้ำท่วมนิคมฯ ทั่วประเทศ สั่งตรวจจุดเสี่ยงรับมือ Rain Bormb

วราวุธ สั่ง กนอ. ยกระดับหน้าฝนป้องน้ำท่วมนิคมฯ ทั่วประเทศ สั่งตรวจจุดเสี่ยงรับมือ Rain Bormb

วันอังคาร ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 13.30 น.

วราวุธ สั่ง กนอ. ยกระดับขั้นสูงสุดช่วงฤดูฝน ป้องกันน้ำท่วมนิคมฯ ทั่วประเทศ สั่งตรวจสอบจุดเสี่ยงรับมือ Rain Bormb ใช้โมเดลพร่องน้ำ-เพิ่มแก้มลิง ผนึก EEC รับมือเอลนีโญยาวถึงปี 70

เมื่อวันที่ 23 มิ.ย.2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ฤดูฝนปีนี้ตนได้สั่งเน้นย้ำและกำชับไปยังการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ให้ยกระดับมาตรการเชิงรุกขั้นสูงสุดในการเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ฝนตกหนักและฤดูน้ำหลาก โดยเฉพาะในพื้นที่อุตสาหกรรมและจุดเสี่ยงลุ่มต่ำทั่วประเทศ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบต่อการผลิตและการลงทุน เช่น พื้นที่เศรษฐกิจหลักอย่างชลบุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา ซึ่งปัจจุบันมีผู้ประกอบการดำเนินธุรกิจอยู่หนาแน่น กว่า 103,057 ราย มีทุนจดทะเบียนรวมกว่า 2.19 ล้านล้านบาท โดยได้รับรายงานจากนายสุเมธ ตั้งประเสริฐ ผู้ว่าการ กนอ. ถึงผลการสำรวจและประเมินความพร้อมล่าสุดในเดือน มิ.ย.นี้ โดยยืนยันว่า สถานการณ์น้ำภายในนิคมอุตสาหกรรมและท่าเรืออุตสาหกรรมทุกแห่งทั่วประเทศ ยังคงอยู่ในสภาวะปกติ ไม่มีข้อติดขัดหรือปัญหาน้ำท่วมขังในพื้นที่ 

นายวราวุธ กล่าวว่า แม้นว่าภาพรวมเป็นไปปกติ แต่ได้สั่งการให้ กนอ. ประสานไปยังผู้พัฒนานิคมอุตสาหกรรมทุกแห่ง ให้เตรียมรับมือและวิเคราะห์ปัจจัยเสี่ยงล่วงหน้า โดยเฉพาะกรณีฝนตกชุกสะสมรุนแรง หรือ Rain Bomb ซึ่งมีฝนเกิน 100 มิลลิลิตร (มม.) ติดต่อกัน 3 ชั่วโมง รวมถึงปัญหาน้ำทะเลหนุนสูงในพื้นที่ลุ่มต่ำแถบ จ.สมุทรปราการ และสิ่งกีดขวางในลำรางสาธารณะ โดยได้กำชับให้ตรวจสอบจุดเฝ้าระวังแอ่งกระทะ หรือพื้นที่ลุ่ม ที่ลุ่มต่ำ และเตรียมพร้อมเครื่องสูบน้ำพญานาค กระสอบทราย เพื่อรับมือน้ำทะเลหนุนอย่างเต็มพิกัด รวมถึงสั่งการให้นิคมอุตสาหกรรมใหม่ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างอย่างนิคมอุตสาหกรรมสมาร์ท ปาร์ค ตรวจสอบและควบคุมระบบระบายน้ำไม่ให้มีเศษวัสดุอุดตันอย่างเด็ดขาด ซึ่งผู้ว่าการ กนอ.ได้ขับเคลื่อน 4 มาตรการหลัก ทั้งการพร่องน้ำในบ่อรับน้ำและพื้นที่หน่วงน้ำทุกวันให้อยู่ในระดับต่ำสุด เพื่อเตรียมรับน้ำฝนระลอกใหม่ ซึ่งปัจจุบันหลายแห่งมีแก้มลิงพร้อมใช้ อีกทั้งยังจัดเตรียมระบบไฟฟ้าสำรองและกำลังบำรุงฉุกเฉิน ตลอดจนนำเทคโนโลยีการสื่อสารไร้รอยต่อมาใช้ผ่านระบบออนไลน์ตรวจวัดระดับน้ำและฝนอัตโนมัติเพื่อรายงานผู้ประกอบการผ่าน Line Group แบบ Real-time รวมถึงบูรณาการร่วมกับกรมชลประทานและหน่วยงานท้องถิ่น
    
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า นอกจากนี้ยังได้สั่งการให้ กนอ.วางแผนเตรียมรับมือความเสี่ยงภัยแล้งจากปรากฏการณ์เอลนีโญ ที่คาดการณ์ว่าจะส่งผลกระทบยาวตั้งแต่ช่วงกลางปีนี้ไปจนถึงเดือนสิงหาคม 2570 ซึ่งอาจทำให้ฝนน้อยกว่าปกติ โดยให้ประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการ การบริหารจัดการน้ำ ในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เพื่อกักเก็บน้ำฝนในช่วงนี้ไว้เป็นน้ำต้นทุน เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ภาคอุตสาหกรรมในพื้นที่ โดยผู้ว่าการ กนอ. ได้รายงานว่า ปริมาณน้ำมีความเพียงพอต่อความต้องการใช้ในทุกพื้นที่  ซึ่งที่ผ่านมา กนอ.ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) กรมชลประทาน การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) และภาคเอกชน ติดตามสถานการณ์และกำหนดแนวทางบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

วราวุธ ทำตามสัญญา ก.อุตฯ ชง ครม. เยียวยาชาวไร่อ้อยปีผลิต 67/68 วงเงิน 477 ล้าน

วราวุธ ทำตามสัญญา ก.อุตฯ ชง ครม. เยียวยาชาวไร่อ้อยปีผลิต 67/68 วงเงิน 477 ล้าน

วราวุธ ทำตามสัญญา ก.อุตฯ ชง ครม. เยียวยาชาวไร่อ้อยปีผลิต 67/68 วงเงิน 477 ล้าน

วันอังคาร ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 13.26 น.

23 มิถุนายน 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี ว่าในวันนี้กระทรวงอุตสาหกรรมเสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาทบทวนมติ ครม. เมื่อ 17 มิ.ย. 68 เรื่อง มาตรการช่วยเหลือเกษตรกรชาวไร่อ้อยเก็บเกี่ยวอ้อยสดคุณภาพดีเพื่อลดฝุ่น PM 2.5 ฤดูกาลผลิตปี 2567 / 2568 เพื่อขยายความช่วยเหลือชาวไร่อ้อย จากเดิมที่อนุมัติเฉพาะกลุ่ม อ้อยสดคุณภาพดี 100% ในกรอบวงเงินรวม 5,175 ล้านบาท เพื่อครม. พิจารณาอนุมัติช่วยเหลือเพิ่มเติมให้กับชาวไร่อ้อย จำนวน 4,667 คู่สัญญา ปริมาณอ้อยสดคุณภาพดี 100% จำนวน 6.91 ล้านตัน วงเงิน 477.04 ล้านบาท 

ให้กับ กลุ่มที่ 1 ชาวไร่อ้อยที่ไม่มีอ้อยเผาแต่มีสิ่งปนเปื้อน (ไม่เกิน 5%) ให้หักส่วนเกินออกและจ่ายเฉพาะส่วนดีกลุ่มนี้ครอบคลุม 1,053 คู่สัญญา ปริมาณอ้อย 5.96 ล้านตัน วงเงินช่วยเหลือ 411.10 ล้านบาท

ส่วนกลุ่ม 2 เกษตรกรที่ส่งอ้อยสด 100% ให้ โรงงานผลิตเอทานอล จำนวน 3,505 คู่สัญญาวงเงินช่วยเหลือกลุ่มเอทานอลอยู่ที่ 62.34 ล้านบาท ปริมาณอ้อย 9 แสนกว่าตัน

และกลุ่มที่ 3 เกษตรกรส่งอ้อยสด 100% ให้ โรงงานน้ำตาลทรายแดง 109 คู่สัญญา วงเงิน 3.61 ล้านบาท 

ทั้งนี้เป็นการใช้งบฯเพิ่มเติม 477.04 ล้านบาท ซึ่งยังอยู่ในกรอบวงเงินเดิมที่ ครม. เคยอนุมัติไว้ โดย ก.อุตฯ ได้เร่งติดตามเรื่องและเสนอเข้า ครม. ในวันนี้ ขอ พี่น้องชาวไร่อ้อยรอฟังมติครม.ได้ในช่วงบ่าย.

ชัชชาติ ผุดป้ายหาเสียง LED โค้งสุดท้าย เปลี่ยนบิลบอร์ดเป็นแกลเลอรี

ชัชชาติ ผุดป้ายหาเสียง LED โค้งสุดท้าย เปลี่ยนบิลบอร์ดเป็นแกลเลอรี

ชัชชาติ ผุดป้ายหาเสียง LED โค้งสุดท้าย เปลี่ยนบิลบอร์ดเป็นแกลเลอรี

วันอังคาร ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 13.18 น.

“ชัชชาติ” ผุดป้ายหาเสียง LED โค้งสุดท้าย เปลี่ยนบิลบอร์ดเป็นแกลเลอรี สื่อ 22 นโยบายผ่านงานศิลปะ 24 ศิลปิน พร้อมเปิดหมวดใหม่ “นโยบายรายเขต“ บนเว็บไซต์ ให้เช็กนโยบายใกล้บ้าน 50 เขตทั่วกรุง 

23 มิถุนายน 2569 ช่วงสุดท้ายของการหาเสียงเลือกตั้งตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร  นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัคร ผู้ว่าฯ กทม. เบอร์ 9  ได้ขึ้นป้ายหาเสียง LED สัปดาห์สุดท้าย ที่ยังคงเปลี่ยนบิลบอร์ดเป็นแกลเลอรี ให้ศิลปินถ่ายทอดนโยบายออกมาเป็นศิลปะ โดยสัปดาห์ที่ 4 นี้ ทีม “กรุงเทพฯ ทำงาน” เสนอผลงานศิลปะ ถ่ายทอดนโยบาย 22 ข้อ จากกว่า 250 นโยบายของทีมชัชชาติ โดย 24 ศิลปินคลอบคลุมทั้งรุ่นใหม่ รุ่นใหญ่ และศิลปินออทิสติก

ได้แก่ Abig Burger, ALANLERT, Livelyhood, A.YA.YOI, Dewy, Goodnight.xinqxinq, Jmons, miminini, Monty, OLE, Y33Y33, Pop Twatpong, POLAND, Sandier, สุทธิชาติ ศราภัยวานิช, Sourpemi, Tent Katchakul, THE DUANG, Underhatdaddy, VIPUT A., Yhenjai และศิลปินจากโครงการ Artstory By Autistic Thai ได้แก่ นางสาวสิรีธร ภูริปรีชา, นายกฤษณ์ แขวงโสภา และนางสาววิมลเรขา โสมภีร์

ศิลปินแต่ละคนจะสื่อสารนโยบายที่ต่างกัน ตามสไตล์ของตนเองในรูปแบบที่เข้าถึงง่ายขึ้น จัดแสดงบนจอบริเวณทางด่วนบ่อนไก่วานนี้ และบริเวณ Siam Square One และ Siam Walking Street ระหว่างวันที่ 21-27 มิถุนายน 2569 

สำหรับ 22 นโยบาย นำเสนอเมืองที่ดูแลทุกคน ในกลุ่มนโยบายที่สะท้อนเมืองที่ดูแลคนทุกช่วงวัย อาทิ ตรวจสุขภาพถ้วนหน้า / ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุครบวงจร / ลดภาระงานครู / Toy Library หรือห้องสมุดของเล่น / สภาเด็กและสภาคนรุ่นใหม่ / คลินิกสัตว์ กทม.

นโยบายโครงสร้างพื้นฐานที่ทำให้ชีวิตสะดวกขึ้น เดินได้ ปั่นได้ และเชื่อมเมืองได้ดีขึ้น ในกลุ่มนโยบายด้านโครงสร้างพื้นฐานและการใช้ชีวิตประจำวัน อาทิ สะพานคนเดินข้ามแม่น้ำ / Bike Sharing / ไฟจราจรที่ปรับตามสภาพจราจรจริง / เมือง 15 นาที / เพิ่มเครือข่าย CCTV และเชื่อมฐานข้อมูลความปลอดภัยของตำรวจ / บ้านใกล้งานราคาถูก / การบริหารจัดการน้ำ

นโยบายเมืองสีเขียว อากาศสะอาด และการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ในกลุ่มนโยบายด้านสิ่งแวดล้อม ได้แก่ เปลี่ยนขยะเป็นทรัพยากร / สวนป่าล้อมเมือง / อากาศสะอาด / ปลูกไม้ยืนต้น 1 ล้านต้น / พื้นที่สาธารณะเพื่อการพักใจ 

นโยบายเมืองสร้างสรรค์ เปิดโอกาส และโอบรับความหลากหลาย ในกลุ่มนโยบายด้านเมืองสร้างสรรค์ แพลตฟอร์มเรียนรู้เพิ่มทักษะอาชีพ / World Class Festival / 1 เขต 1 พื้นที่ศิลปะ / Road to WorldPride 2030

โดยนโยบายที่นำมาถ่ายทอดเป็นเพียงบางส่วนจากกว่า 250 นโยบายของทีมชัชชาติ ประชาชนสามารถติดตามรายละเอียดนโยบายทั้งหมดได้ทางเว็บไซต์ teamchadchart.com เพจเฟซบุ๊ก ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ และเพจทีมชัชชาติ 

นอกจากนี้ ช่วง 7 วันสุดท้ายนี้ ทีมยังได้ปรับแผนเสนอนโยบายสื่อสารให้เข้าถึงคนกรุงเทพฯ ก่อนจะเลือกตั้งในวันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน โดยนโยบายของทีมชัชชาติจากวันเปิดตัว 250+ เพิ่มเป็น 260 นโยบายแล้ว เพื่อให้คนกรุงเทพฯทุกคนได้สำรวจนโยบายที่พัฒนาขึ้นจากปัญหาในพื้นที่จริงใกล้เขตที่ตนเองอาศัยและใช้ชีวิตอยู่ จึงได้เปิดหมวดใหม่ “นโยบายรายเขต” บนเว็บไซต์ นำเสนอนโยบายบางส่วนที่ออกแบบและพัฒนาจากการลงพื้นที่รับฟังคนในเขต กิจกรรมผู้ว่าสัญจร ข้อร้องเรียนใน Traffy Fondue และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อตอบโจทย์ทุกคนในเมือง ทั้ง 50 เขตทั่วกรุงเทพฯ ชวนทุกคนไปสำรวจนโยบายที่พัฒนาขึ้นจากปัญหาในพื้นที่จริงใกล้เขตที่เราอาศัย

ลุงหนู อวยพรเด็กนักเรียนตัวแทนประเทศไทยแข่งดนตรีเนเธอร์แลนด์ ขอให้โชคดี คว้าชัยกลับบ้าน

ลุงหนู อวยพรเด็กนักเรียนตัวแทนประเทศไทยแข่งดนตรีเนเธอร์แลนด์ ขอให้โชคดี คว้าชัยกลับบ้าน

ลุงหนู อวยพรเด็กนักเรียนตัวแทนประเทศไทยแข่งดนตรีเนเธอร์แลนด์ ขอให้โชคดี คว้าชัยกลับบ้าน

วันอังคาร ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 13.18 น.

ลุงหนู อวยพรเด็กนักเรียนตัวแทนประเทศไทยแข่งดนตรีเนเธอร์แลนด์ ขอให้โชคดี แนะใส่อารมณ์ให้เต็ม คว้าชัยกลับบ้าน

เมื่อวันที่ 23 มิ.ย.2569 ที่ห้องประชุม 501 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยก่อนการประชุม คณะผู้บริหาร ครู และนักเรียนวงดุริยางค์โรงเรียนเบญจมราชูทิศ (Benjama Band) จ.จันทบุรี เข้าเยี่ยมคารวะและรับโอวาทจากนายกฯก่อนเข้าร่วมการแข่งขันดนตรีโลก ครั้งที่ 20 ณ เมืองแคร์คาเด ประเทศเนเธอร์แลนด์ ระหว่างวันที่ 12 – 23 ก.ค.2569

โดยมี นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง นางศุภจี สุธรรมพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว.แรงงาน นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ศึกษาธิการ นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รมช.ศึกษาธิการ นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ร่วมด้วย

นายกฯ กล่าวมอบโอวาทว่า ลูกๆนักเรียนนักดนตรีที่รักทุกท่าน วันนี้ลุงดีใจที่ได้มาเจอกับลูกๆหลานๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งความเป็นนักดนตรีของลูกๆที่กำลังนำชื่อเสียงของประเทศไทย ความสามารถของเยาวชนไทยไปเผยแพร่ให้นานาชาติรับรู้ถึงความสามารถของพวกเรา ไปถึงยุโรป ประเทศเนเธอร์แลนด์ เป็นโอกาสดีมาก ลุงเชน ป้าแต๋ม ลุงเอก ลุงเสริฐ อากลอ์ฟ ลุงหนิม ขอบคุณทุกคน ที่หนูมาช่วยงานพวกลุงพวกอา การไปประเทศเนเธอร์แลนด์เท่ากับว่ามีคำว่าไทยแลนด์ไป เวลาหนูเริ่มเล่นดนตรีทุกคนจะรู้ว่าเป็นวงดุริยางค์ของไทยแลนด์ ในประเทศไทยมีคำว่าไทยแลนด์ แต่ในดินแดนอื่นนอกประเทศถือว่าหนูทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ให้กับบ้านเมืองของเราอย่างเต็มที่แล้ว ไม่อยากคุย 40 ปีก่อนลุงเป็นสมาชิกวงดนตรี AC BAND เล่นได้ทุกเพลง นึกว่าวันนี้จะมาเล่นให้ฟัง เอาเป็นว่าเดี๋ยวชนะกลับมาเล่นให้ลุงๆป้าๆอาๆฟัง 

นายกฯ กล่าวอีกว่า พวกเรามีความเชื่อมั่นในตัวหนู ดนตรีเวลาเล่นใส่ไปให้เต็มที่ ใส่อารมณ์เพลงไหนเกี่ยวกับอะไร ลุงเป็นคอนดักเตอร์ด้วย ต้องดูตามจังหวะตรงไหนหนัก ตรงไหนกระแทก ตรงไหนเบา นั่นคือความพร้อมเพรียง และดูให้ดีๆแถวอย่าให้เกยกัน ให้เป๊ะ ให้พร้อม ที่สำคัญต้องทำตัวเองให้แข็งแรงด้วย พักผ่อนให้เพียงพอเพื่อไปแสดงได้อย่างเต็มที่ พวกลุงทุกคนเอาใจช่วยอยากจะไปแข่งด้วยเห็นอย่างนี้แล้ว แต่เชื่อมั่นว่าหนูทำได้ และพวกเราทุกคนยังอยู่ที่นี่เพื่อรอฟังข่าวดี หนูเป็นทูตวัฒนธรรมให้กับพวกเรา ให้กับประเทศไทย เพราะฉะนั้นใส่เต็มที่ ถามว่าวันนี้ลุงจะพูดว่าอย่างไร ขอพูดว่าใส่เต็มที่ด้วยความเป็นศิลปินของเราทุกคน ขอให้โชคดี ขอบคุณอาจารย์หัวหน้าวง ผู้ว่าราชการจังหวัด และสส. ที่ไปเยี่ยมเยียน ส่วนเรื่องอาหารการกินเดี๋ยวพวกลุงจะแชร์เต็มที่ ห้ามกินข้าวกล่อง ต้องกินครบทุกมื้อ อาหารอร่อยทุกอย่าง สุดท้ายลุงขอบคุณหนูในการไปสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยของเรา ขอให้ชนะ ขอบคุณมากโชคดี

จากนั้นนายกฯและรัฐมนตรีถ่ายภาพหมู่ร่วมกับเด็กๆนักเรียน ก่อนที่เด็กๆต่างรุมถ่ายภาพเซลฟี่กับนายกฯ นอกจากนี้ทางโรงเรียนยังได้นำผลไม้ของดีจังหวัดจันทบุรี อาทิ ทุเรียน มังคุด เงาะ มามอบให้นายกฯ ต่อจากนั้นนายกฯได้มาถ่ายภาพร่วมกับเด็กๆที่บริเวณด้านหน้าตึกไทยคู่ฟ้า

ก่อนนายกฯเป็นประธานการประชุม ครม. โดยวันเดียวกันนี้มีครม.แจ้งลาการประชุม 2 คน คือนายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และนายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย 

วัชรพงศ์ ซัด ไอซ์ รักชนก คาใจหนักจ้องล้ม TH-AI Passport เพราะห่วงเอกชนรายอื่นเสียประโยชน์หรือไม่

วัชรพงศ์ ซัด ไอซ์ รักชนก คาใจหนักจ้องล้ม TH-AI Passport เพราะห่วงเอกชนรายอื่นเสียประโยชน์หรือไม่

วัชรพงศ์ ซัด ไอซ์ รักชนก คาใจหนักจ้องล้ม TH-AI Passport เพราะห่วงเอกชนรายอื่นเสียประโยชน์หรือไม่

วันอังคาร ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 13.11 น.

วัชรพงศ์ ซัด ไอซ์ รักชนก คาใจหนักจ้องล้ม TH-AI Passport เพราะห่วงเอกชนรายอื่นเสียประโยชน์หรือไม่ ยกเคส ภาวุธ-อดีตผู้สมัครสส.พรรคส้ม ย้อนเกล็ดไปตรวจสอบคนในก่อนมาแซะผลงาน สส.-รมต.ภูมิใจไทย

เมื่อวันที่ 23 มิ.ย.2569 นายวัชรพงศ์ คูวิจิตรสุวรรณ สส.สระบุรี พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.)การตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีน.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ออกมาเรียกร้องให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม(ดีอี) ยกเลิกโครงการ TH-AI Passport วงเงิน 1,621 ล้านบาท โดยตั้งข้อสังเกต การออกมาแสดงความกังวลครั้งนี้เป็นการห่วงแทนบริษัทสื่อสารต่าง ๆ ที่อาจเสียผลประโยชน์จากการไม่ได้รับงานของรัฐบาลหรือไม่ว่า โครงการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อให้นักเรียน นักศึกษา และประชาชน สามารถเข้าถึงระบบ AI ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายในปีแรก อีกทั้งยังช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการซื้อแพ็กเกจ AI จากบริษัทสื่อสารต่าง ๆ ยืนยันว่า การดำเนินการประมูลเป็นไปตามขั้นตอนทางกฎหมาย หาก น.ส.รักชนก มีหลักฐานการทุจริต ก็ควรนำไปยื่นต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรง มากกว่าการวิพากษ์วิจารณ์เพื่อสร้างกระแสรายวัน

นายวัชรพงศ์ กล่าวต่อว่า ขอแนะนำให้ น.ส.รักชนก กลับไปตรวจสอบข้อครหาที่เกิดขึ้นกับบุคคลในพรรคของตนเองก่อนที่จะมาตรวจสอบการทำงานของ สส.พรรคอื่น โดยเฉพาะกรณีของนายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ที่ถูกกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) ตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับเส้นทางการเงินที่อาจเชื่อมโยงกับโบรกเกอร์ฟอเร็กซ์ ล่าสุดมีคลิปวิดีโอประชาสัมพันธ์ของ QRS Global ซึ่งเป็นหนึ่งใน 4 โบรกเกอร์ฟอเร็กซ์ ที่นายภาวุธปรากฏตัวและเชิญชวนให้ลงทุน โดยมีการแลกแต้มเพื่อรับรางวัลเป็นโทรศัพท์มือถือและทริปท่องเที่ยวประเทศฝรั่งเศส นอกจากนี้ ยังมีกรณีของนายบุญฤทธิ์ เรารุ่งโรจน์ อดีตผู้สมัคร สส.กทม. เขต 33 พรรคประชาชน ที่เคยตกเป็นข่าวในคดีฟอกเงิน ซึ่งถูกตั้งข้อสงสัยว่ามีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายยาเสพติด แม้พนักงานอัยการจะมีคำสั่งไม่ฟ้อง แต่พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) ได้ประกาศทำความเห็นแย้งส่งไปยังอัยการสูงสุดเพื่อพิจารณาตามขั้นตอนต่อไป ทำให้คดียังไม่สิ้นสุด และไม่เป็นไปตามที่ สส.พรรคประชาชนนำเสนอข่าวต่อสาธารณะ

“อยากบอก สส.ไอซ์ ว่าควรตรวจสอบข้อกล่าวหา และประเด็นต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับบุคคลในพรรคของตนเองให้เกิดความชัดเจน และทำให้สังคมหายสงสัยเสียก่อน ก่อนที่จะออกมาแซะและเหน็บแนม ในการทำงานของ สส. และรัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทย” นายวัชรพงศ์ กล่าว

วุฒิสภา 140 เสียงไฟเขียว จักรพงศ์ วิวัฒน์วานิช นั่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ

วุฒิสภา 140 เสียงไฟเขียว จักรพงศ์ วิวัฒน์วานิช นั่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ

วุฒิสภา 140 เสียงไฟเขียว จักรพงศ์ วิวัฒน์วานิช นั่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ

วันอังคาร ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 12.02 น.

23 มิถุนายน 2569 เมื่อเวลา 11.10 น.ที่รัฐสภา ในการประชุมวุฒิสภา ที่มี พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภา คนที่ 1 ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาให้ความเห็นชอบ นายจักรพงศ์ วิวัฒน์วานิช อดีตผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ให้ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ หลังจากที่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) สามัญเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรม ที่มี พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ แสงเพชร สมาชิกวุฒิสภา (สว.) เป็นประธาน กมธ.ได้พิจารณาตรวจสอบแล้วเสร็จ และเสนอรายงานต่อที่ประชุมให้พิจารณาก่อนการลงมติโดยเป็นการประชุมลับ ทั้งนี้ ภายหลังการประชุมลับ ที่ประชุมลงมติเห็นชอบนายจักรพงศ์ ให้ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ด้วยคะแนนเสียงเห็นชอบ 140 คะแนน ไม่ให้ความเห็นชอบ 17 คะแนน งดออกเสียง 22 คะแนน