สุชาติ เคลียร์ปมหั่นเขตป่าทับลาน ยันไม่ได้เอื้อนายทุน ลุยตั้งกรรมการพิสูจน์สิทธิ์เป็นรายแปลง

สุชาติ เคลียร์ปมหั่นเขตป่าทับลาน ยันไม่ได้เอื้อนายทุน ลุยตั้งกรรมการพิสูจน์สิทธิ์เป็นรายแปลง

สุชาติ เคลียร์ปมหั่นเขตป่าทับลาน ยันไม่ได้เอื้อนายทุน ลุยตั้งกรรมการพิสูจน์สิทธิ์เป็นรายแปลง

วันอังคาร ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 11.58 น.

สุชาติ เคลียร์ปมปรับแนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน หลังอินฟลูฯ ปลุกกระแส เซฟทับลาน ยันไม่ได้เอื้อนายทุน แต่ทำเพื่อคนจน พร้อมตั้งกรรมการตรวจเข้มพิสูจน์สิทธิ์เป็นรายแปลง ป้องกันสวมรอย

เมื่อวันที่ 23 มิ.ย.2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม กล่าวถึงกรณีบรรดาอินฟลูเอนเซอร์ ดารา นักแสดงออกมาปลุกกระแส Saveอุทยานแห่งชาติทับลาน หลังกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พิจารณาปรับปรุงแนวเขต อุทยานแห่งชาติทับลาน กว่า 100,000 ไร่ คืนให้กับชาวบ้าน ว่า เรื่องนี้ต้องทำความเข้าใจ ซึ่งเป็นเรื่องที่ทำต่อเนื่องกันมาก่อนที่ตนจะเข้ามารับตำแหน่ง เรื่องนี้เหมือนเหรียญที่มี 2 ด้าน ต้องมีข้อเท็จจริง ด้านหนึ่งเสมอ ซึ่งนักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญ ได้ออกมาอธิบายไปบ้างแล้ว ส่วนที่ตนอธิบายไปเสียงอาจจะไม่ดังพอ จึงต้องปล่อยให้นักวิชาการ หรือผู้ที่มีความเชี่ยวชาญออกมาพูดแทน แต่มุมมองของตน มองว่าอย่าเอาความเดือดร้อนของชาวบ้านที่เดือดร้อน หลายหมื่นครอบครัวมาเป็นประเด็นทางการเมือง หรือประเด็นที่พูดกันสนุกสนาน และขอให้นึกภาพชาวบ้านหลายครอบครัว ที่เขานอนอยู่ดีๆ ใช้ชีวิตมาหลายสิบปี จู่ๆตื่นมา ที่ที่เขาอยู่อาศัย ถูกประกาศเป็นที่อุทยานทั้งที่อยู่มาก่อน แล้ววันนี้นายกรัฐมนตรี ได้มอบนโยบาย ให้ตนเข้ามาแก้ปัญหาให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย

ส่วนภาพที่แชร์กันตามโซเชียล เห็นโขลงช้าง และป่า นายสุชาติกล่าวว่า ไม่ใช่อุทยานแห่งชาติทับลาน เป็นพื้นที่อื่น จึงขออย่าสร้างความเข้าใจผิด ซึ่งพื้นที่ ที่หลายคนวิตกกังวล คือกลุ่มหมู่บ้านไทยสามัคคี ซึ่งประเด็นนี้ได้หารือ กับปลัดกระทรวงและอธิบดี รวมถึงกลุ่มผู้วิตกกังวลทั้งหมดแล้ว ที่สุดท้ายกลัวกันว่าจะยกพื้นที่ ให้กับ ส.ป.ก. ที่ส่งต่อให้กับกลุ่มนายทุนซึ่งต้องย้ำว่าส.ป.ก.ก็มีข้อบังคับ ที่จะต้องยกกรรมสิทธิ์ให้เกษตรกร โดยหลังจากนี้ 3-4 วัน จะตั้งคณะกรรมการพิจารณาเรื่องนี้ขึ้นมา เพื่อพิจารณาพิสูจน์สิทธิ ให้กับชาวบ้านจริงๆ โดยจะพิจารณาพิสูจน์เป็นรายแปลง เพื่อให้เกิดความกระจ่างต่อสังคม จะได้ไม่เป็นประเด็นให้เกิดความแตกแยก และในวันพรุ่งนี้(24มิ.ย.) จะมีกลุ่มชาวบ้านมายื่นหนังสือขอบคุณนายกรัฐมนตรีที่อาคารรัฐสภา

“เราไม่ต้องการให้กลุ่มหนึ่ง ที่จะออกมาเรียกร้อง กลุ่มที่เดือดร้อนก็จะวิตกกังวล กลัวว่าตนจะกลับมติ ไม่ทำตามที่ประชุมในวันนั้น เราประชุมกันหลายคณะ ไม่ใช่ผมเสียงเดียว แล้วจะคุมได้ 8-9 เสียง ซึ่งคณะกรรมการก็มีนักวิชาการ อยู่หลายท่าน ที่มีมติเป็นเอกฉันท์ สิ่งที่ทำทั้งหมด อยากให้พี่น้องสื่อมวลชน ให้เข้าใจว่า ครอบครัวเขาเหล่านั้น ยากจนจริงๆ และตื่นขึ้นมา ประกาศว่าที่ของเขาเป็นอุทยาน เขาก็ตกใจ หรืออยู่ๆ ก็ไปอยู่ในที่ส.ป.ก. ปี 2521 พอปี 2524 ประกาศเป็น พื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลาน กลายเป็นพวกเขาอยู่ในที่อุทยาน” นายสุชาติ กล่าว

นายสุชาติ ได้ขอบคุณนักวิชาการคนหนึ่งเอามาระบุ ว่าสมัยก่อน การขีดเส้นเขต หากไม่ทำไว้ก่อน เพราะกลัวว่าจะมีการบุกรุกป่า เพราะในสมัยก่อน มีเรื่องของสัมปทานไม้ ดังนั้นดังนั้นเมื่อบ้านใดที่อยู่มาก่อนก็มาพิสูจน์สิทธิ์กัน  นี่คือหลักการการบริหาร ย้ำว่าไม่ได้น้อยใจ เพราะทำให้ประชาชน เพื่อคนยากไร้จริงๆ เพราะสิ่งที่รัฐบาลสั่งการ ให้ตนให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย และให้พิสูจน์พื้นที่ตามหลักการความเป็นจริง ถ้าไม่ทำวันนี้ ไม่ทำมา 50 ปี ก็ต้องรอไปอีก 50 ปี

ภัณฑิล บี้ กกต.-ดีเอสไอ เร่งขยายผล คดีฮั้ว สว. ถึงผู้สั่งการ ชี้ 8 ผู้ต้องหา แค่เครือข่าย

ภัณฑิล บี้ กกต.-ดีเอสไอ เร่งขยายผล คดีฮั้ว สว. ถึงผู้สั่งการ ชี้ 8 ผู้ต้องหา แค่เครือข่าย

ภัณฑิล บี้ กกต.-ดีเอสไอ เร่งขยายผล คดีฮั้ว สว. ถึงผู้สั่งการ ชี้ 8 ผู้ต้องหา แค่เครือข่าย

วันอังคาร ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 11.53 น.

ภัณฑิล บี้ กกต.-ดีเอสไอ เร่งขยายผล คดีฮั้ว สว. ถึง ผู้สั่งการ ตัวจริง ชี้ 8 ผู้ต้องหา ล็อตแรก แค่ส่วนหนึ่งของเครือข่าย ข้องใจเชื่อมโยงเครือข่ายการเมือง เส้นทางการเงิน-บทบาทของผู้เกี่ยวข้องหลายระดับ

เมื่อวันที่ 23 มิ.ย.2569 ที่รัฐสภา นายภัณฑิล น่วมเจิม สส.กทม. พรรคประชาชน แถลงถึงการติดตามการดำเนินการของคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) และกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) กรณี ฮั้ว สว. ว่า การแถลงครั้งนี้มุ่งเน้นเฉพาะประเด็นการได้มาซึ่ง สว. ซึ่งสังคมตั้งข้อสงสัยมาอย่างต่อเนื่องว่าอาจมีการจัดวางกระบวนการอยู่เบื้องหลัง เนื่องจากคดีพิเศษเลขที่ 24/2568 มีผู้ต้องหา 8 รายที่ปรากฏในเอกสารที่อัยการส่งกลับมายังดีเอสไอ เป็นเพียงส่วนหนึ่งของเครือข่าย และยังมีบุคคลในระดับ ผู้สั่งการ หรือ หัวระบบ ที่ยังไม่ถูกเปิดเผยชื่อ 

นายภัณฑิล กล่าวต่อว่า การออกมาเปิดเผยข้อมูลครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเดินหน้าตรวจสอบอย่างจริงจัง และไม่ควรให้คดีสิ้นสุดเพียงการดำเนินคดีกับบุคคลบางส่วน ทั้งนี้ในวันที่25 มิ.ย.นี้ อนุกรรมาธิการของ กกต.ที่ศึกษาการได้มาซึ่ง สว. จะเชิญ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชาติ และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ   เข้าชี้แจงอีกครั้ง เพื่อให้ตอบข้อสงสัยว่า มีเครือข่ายใดเข้าไปแทรกแซง ครอบงำ หรือจัดวางกระบวนการเลือก สว. ทั้งระบบหรือไม่ ส่วนข้อมูลในสำนวนนั้น ในจำนวนผู้ต้องหา 8 รายแรก มี 2 รายที่ดำรงตำแหน่งเป็น สว. ปัจจุบัน ซึ่งการกล่าวถึงบุคคลดังกล่าวเป็นการอ้างอิงตามข้อมูลในสำนวน ไม่ใช่ข้อกล่าวหาส่วนตัว และทุกฝ่ายสามารถออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงได้ ซึ่งคดีนี้ถูกกล่าวถึงในฐานะคดีอั้งยี่และฟอกเงิน มูลค่าราว 400-500 ล้านบาท โดยดีเอสไอจำแนกเครือข่ายออกเป็นหลายระดับ ตั้งแต่ผู้สั่งการ ผู้วางระบบ ผู้ปฏิบัติ ผู้ได้รับเลือกเป็น สว.ไปจนถึงผู้ทำหน้าที่ลงคะแนนสนับสนุน สะท้อนว่าผู้ต้องหา 8 รายแรกยังไม่ใช่ทั้งหมดของคดี และยังไม่ใช่ข้อยุติว่าใครกระทำผิด 

“ขอตั้งข้อสังเกตว่าสำนวนคดีมีความยาวหลายพันหน้าและมีผู้เกี่ยวข้องจำนวนมาก ทั้ง สว.,นักการเมือง ,ผู้ดำรงตำแหน่งฝ่ายบริหาร และบุคคลในแวดวงการเมือง แต่กลับมีการส่งตัวผู้ต้องหาเพียง 8 รายในล็อตแรก จึงเป็นคำถามสำคัญว่า การดำเนินคดีจะขยายผลไปถึงผู้สั่งการตัวจริงหรือไม่” นายภัณฑิล กล่าว

นายภัณฑิล กล่าวต่อว่า ขอยกตัวอย่างข้อมูลของบุคคลบางรายที่ถูกระบุว่ามีความเชื่อมโยงกับเส้นทางการเงินและบุคคลทางการเมืองในพรรคแกนนำรัฐบาล ทั้งในฐานะอดีตผู้ช่วย สส. ,อดีตผู้สมัคร สส. และคณะทำงานรัฐมนตรี ซึ่งเห็นว่า เมื่อบุคคลที่ถูกกล่าวถึงมีความเกี่ยวข้องทางการเมืองในทิศทางเดียวกัน พรรคการเมืองที่มีชื่อเกี่ยวข้องควรเปิดให้มีการตรวจสอบอย่างชัดเจน

นายภัณฑิล กล่าวด้วยว่า ข้อมูลทั้งหมดนี้ยังไม่ใช่ข้อยุติว่าใครกระทำผิด แต่เป็นข้อเท็จจริงที่ควรได้รับการตรวจสอบอย่างละเอียด เพราะประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่เพียงว่าใครได้เป็น สว.แต่รวมถึงคำถามว่า ใครเป็นผู้สั่งการ ใครเป็นผู้จ่ายเงิน และการลงมติของวุฒิสภาเป็นไปโดยอิสระตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ หรืออยู่ภายใต้อิทธิพลของเครือข่ายใด จึงขอยังเรียกร้องให้ ดีเอสไอเร่งขยายผลไปถึงกลุ่มผู้สั่งการ และกกต.ต้องชี้แจงความคืบหน้าการพิจารณาสำนวนคดีฮั้ว สว. สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ป.ป.ง.) ต้องตรวจสอบเส้นทางการเงินและทรัพย์สินที่เกี่ยวข้อง และพรรคการเมืองที่มีบุคคลเกี่ยวข้องหลายระดับ ต้องแสดงจุดยืนอย่างชัดเจนว่าจะเปิดให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงหรือไม่

แฉ QRS ถูกศาลออสซี่สั่งปิด! ปมพัวพันสแกมข้ามชาติ จี้ ภาวุธ แจง เหตุโปรโมต

แฉ QRS ถูกศาลออสซี่สั่งปิด! ปมพัวพันสแกมข้ามชาติ จี้ ภาวุธ แจง เหตุโปรโมต

แฉ QRS ถูกศาลออสซี่สั่งปิด! ปมพัวพันสแกมข้ามชาติ จี้ ภาวุธ แจง เหตุโปรโมต

วันอังคาร ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 11.38 น.

23 มิถุนายน 2569 จากกรณีที่กรมสอบสวนดคีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้แถลงข่าวเกี่ยวคดี Forex และมีผังข้อมูลเชื่อมโยงและปรากฏชื่อของบริษัท QRS Global เข้าไปเกี่ยวข้อง เนื่องจากมีผู้เสียหายเข้าร้องเรียนว่า ได้รับความเสียหายจากการถูกโบรกเกอร์ Forex ชื่อ QRS Global HFM GOFX Eterwealth และกลุ่มผู้แนะนำโบรกเกอร์ (IB) ทำการหลอกลวงให้ซื้อขายเงินตราต่างประเทศ (Forex) ทั้งนี้ ดีเอสไอ แถลงด้วยว่า ในประเทศไทย ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ไม่เคยออกใบอนุญาตให้บริษัทรายใด ทำธุรกิจโบรกเกอร์เทรด Forex

ต่อมา เพจเฟซบุ๊ก “จักรวาลด้อมส้ม” โพสต์ข้อความระบุว่า #ทุกคนคะ หนูไปขุดเจอเรื่องที่อยากให้ทุกคนรู้ค่ะ

QRS Global คือหนึ่งใน broker ที่ DSI ระบุในคดี Forex ไทย

หนูไปค้นพบว่า ศาลรัฐบาลกลางออสเตรเลีย

มีคำสั่งเกี่ยวกับบริษัทนี้ไว้แล้วค่ะ

21 มีนาคม 2568 ศาลรัฐบาลกลางออสเตรเลีย

เลขคดี FCA 321

ASIC ฟ้องและได้รับคำสั่งปิด 95 บริษัท ที่เชื่อมโยงกับ Forex/Crypto scam รูปแบบ “Pig Butchering” (ขุนให้อ้วนแล้วเชือด)

โดยระบุว่าเป็นฝีมือ

“กลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้”

และหนึ่งใน 95 บริษัทนั้นคือ QRS Global Pty Ltd (ACN 665 543 966)

ศาลระบุชัดในคำตัดสินว่า:

“The purported appointment of William Reid-Drought as director of QRS Global Pty Ltd is void and of no effect”

ข้อมูลกรรมการของบริษัทนี้เป็นเท็จ คนที่ถูกระบุเป็นกรรมการ ไม่ได้ยินยอมเป็นกรรมการจริง

นี่คือรูปแบบ “ตั้งบริษัทบังหน้าโดยใช้ตัวตนปลอม” ที่ ASIC เรียกว่า pig butchering scam

ความเสียหายในคดีออสเตรเลีย:

นักลงทุน 1,500 คน สูญเงิน 35.8 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย

พบเงินจริงคืนได้แค่ 33,018 ดอลลาร์ ไม่ถึง 0.1%

QRS Global คือ broker ที่ DSI ไทยระบุว่าอยู่ในเครือข่ายคดีนี้ ที่มีคลิปปรากฎพี่ป้อม ภาวุธร่วมโปรโมท ได้มือถือและเที่ยวฝรั่งเศส

สำหรับผู้ที่ร่วมธุรกิจกับ QRS Global ควรรู้ด้วยว่า broker ที่คุณฝากเงินไปนั้น ศาลต่างประเทศตัดสินไว้ว่าอะไร

ปล. หนูคาดว่า DSI น่าจะมีหลักฐานชิ้นนี้แล้ว

จากนั้น ดร.ธารินี วรินทรากุล นักวิชาการอิสระ โพสต์ข้อความระบุว่า เรียน คุณป้อม ภาวุธ

ดิฉันคิดว่า ณ จุดนี้ สังคมไทยสมควรได้รับคำอธิบายที่มากกว่าคำว่า “ไม่เกี่ยว” “กำลังรวบรวมหลักฐาน” แล้วค่ะ

เพราะชื่อของ QRS Global ไม่ได้ไปโผล่แค่ในข้อมูลคดี Forex ของไทยที่ DSI กำลังตรวจสอบอยู่เท่านั้น

แต่ยังไปโผล่อยู่ใน คำพิพากษาศาลรัฐบาลกลางออสเตรเลีย คดี Australian Securities and Investments Commission v 24-U Pty Ltd [2025] FCA 321 ด้วย

คดีนี้ ศาลออสเตรเลียมีคำสั่งเมื่อ 21 มีนาคม 2025 ตามคำร้องของ ASIC ให้ปิดบริษัทถึง 95 บริษัท ที่เชื่อมโยงกับเครือข่ายหลอกลงทุนลักษณะ Forex / Crypto scam หรือที่เรียกกันว่า pig butchering scam

และหนึ่งในรายชื่อบริษัทนั้นคือ

QRS Global Pty Ltd (ACN 665 543 966) (asic.gov.au⁠)

ที่สำคัญกว่านั้นคือ ศาลไม่ได้พูดถึงบริษัทนี้ในฐานะธุรกิจการเงินที่มีธรรมาภิบาลดีเด่นนะคะ

แต่พูดถึงในบริบทของเครือข่ายบริษัทที่ ASIC ระบุว่าเกี่ยวข้องกับการหลอกลงทุน และถูกใช้เป็น “เปลือกบริษัท” เพื่อสร้างภาพความน่าเชื่อถือให้กับการฉ้อโกงออนไลน์

ศาลระบุชัดด้วยว่า

“The purported appointment of William Reid-Drought as director of QRS Global Pty Ltd is void and of no effect.”

แปลให้เข้าใจง่ายที่สุดก็คือการแต่งตั้งบุคคลรายนี้เป็นกรรมการของ QRS Global Pty Ltd นั้น ไม่มีผล และไม่ชอบด้วยข้อเท็จจริง

หรือพูดอีกแบบก็คือ ชื่อบริษัทนี้ไปปรากฏในคำพิพากษาท่ามกลางข้อสงสัยเรื่อง กรรมการที่ไม่ได้ยินยอมเป็นกรรมการจริง และโครงสร้างบริษัทที่มีลักษณะผิดปกติอย่างร้ายแรง

ASIC อธิบายคดีนี้ไว้ค่อนข้างตรงไปตรงมาค่ะ

ว่าบริษัทจำนวนมากในเครือข่ายนี้ถูกตั้งขึ้นด้วยข้อมูลเท็จ ใช้เว็บไซต์และแอปหน้าตาเป็นมืออาชีพ เพื่อหลอกให้คนหลงเชื่อว่ากำลังลงทุนใน FX, digital assets หรือ commodities ทั้งที่แท้จริงแล้วเป็นเพียงแพลตฟอร์มปลอมที่สร้างขึ้นมาเพื่อดูดเงินเหยื่อ และ ASIC ยังระบุด้วยว่าในหลายกรณี บริษัทอาจถูกจดทะเบียนโดยใช้ ตัวตนที่ถูกขโมยมา ด้วยซ้ำ

ผลเสียหายของคดีนี้ก็ไม่ใช่เรื่องเล็ก

ASIC ระบุว่ามีผู้เสียหายกว่า 1,500 คน สูญเงินรวมประมาณ 35.8 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย ขณะที่ทรัพย์สินที่ติดตามพบจริงมีเพียง 33,018 ดอลลาร์ เท่านั้น

ทีนี้พอเอาข้อเท็จจริงจากออสเตรเลียกลับมาวางทับกับสิ่งที่เกิดขึ้นในไทย คำถามมันก็เริ่มชัดขึ้นทุกทีค่ะ

เพราะ QRS Global ไม่ใช่ชื่อที่คนไทยเพิ่งได้ยินจากคำพิพากษาศาลต่างประเทศ

แต่เป็นชื่อที่อยู่ในชุดข้อมูลคดี Forex ที่ DSI ไทย กำลังตรวจสอบ

และเป็นชื่อเดียวกันกับแบรนด์ที่มีคลิปปรากฏว่า คุณป้อม ภาวุธ เคยร่วมโปรโมต เคยช่วยเล่าเรื่อง เคยช่วยทำให้สาธารณชนรู้สึกว่านี่คือธุรกิจที่ดูทันสมัย น่าเชื่อถือ และควรค่าแก่การรับฟัง

ดิฉันยังไม่รีบพูดเกินเอกสารนะคะว่า

“ใครโปรโมต = ใครร่วมขบวนการ”

เพราะนั่นไม่ใช่วิธีทำงานของคนที่ยังเคารพข้อเท็จจริง

แต่สิ่งที่พูดได้อย่างตรงไปตรงมาคือ

ถ้าคุณเคยเอาชื่อเสียง ความน่าเชื่อถือ และภาพลักษณ์ของตัวเองไปช่วยพยุงแบรนด์การเงินแบรนด์หนึ่งให้ดูดีในสายตาสาธารณะ

แล้วต่อมาชื่อแบรนด์นั้นไปโผล่ทั้งในคดี DSI ไทย และในคำพิพากษาศาลออสเตรเลียคดี scam ข้ามชาติ

ภาระในการอธิบายย่อมตกอยู่ที่คุณค่ะ

ดังนั้นวันนี้คุณป้อมมีคำถามใหม่ที่ต้องตอบสังคมเพิ่มอีกแล้วค่ะ

คุณป้อมรู้จัก QRS Global ในฐานะอะไรแน่

เคยมีความสัมพันธ์ทางธุรกิจ ทางการตลาด หรือผลประโยชน์กับ QRS มากน้อยแค่ไหน

การร่วมโปรโมตนั้นเป็นเพียงงานรีวิวธรรมดา หรือเป็นความสัมพันธ์ที่ลึกกว่านั้น

และก่อนจะเอาชื่อเสียงตัวเองไปค้ำให้ธุรกิจการเงินนี้ คุณป้อมตรวจสอบมากพอแล้วหรือยังว่าแท้จริงแล้วธุรกิจนี้คืออะไร

เพราะเรื่องแบบนี้ไม่ใช่รีวิวร้านอาหาร ไม่ใช่เปิดกล่องมือถือรุ่นใหม่ ไม่ใช่ครีมทาผิวที่ผิดพลาดแล้วอย่างมากก็เสียแค่ผิวหน้า

เพราะถ้าวันนี้ข้อเท็จจริงคือ

QRS Global Pty Ltd อยู่ในคดีศาลออสเตรเลียที่ ASIC ขอให้ปิด 95 บริษัทในเครือข่าย scam

ศาลระบุถึงปัญหาเรื่องกรรมการของบริษัทนี้โดยตรง

ASIC บอกว่าหลายบริษัทในเครือถูกตั้งด้วยข้อมูลเท็จและอาจใช้ตัวตนปลอม

ขณะเดียวกันชื่อ QRS ก็อยู่ในชุดข้อมูลคดี Forex ที่ DSI ไทยกำลังตรวจสอบ

และในฝั่งไทยก็มีคลิปที่ คุณป้อม ภาวุธ เข้าไปมีบทบาทช่วยโปรโมตแบรนด์นี้

สิ่งที่สังคมมีสิทธิ์คาดหวัง จึงไม่ใช่คำชี้แจงครึ่งประโยค แต่คือ คำอธิบายเต็มประโยค เต็มชื่อ และเต็มความรับผิดชอบ

ตอบให้ชัดไปเลยค่ะ

เพราะสุดท้ายแล้ว เรื่องนี้อาจไม่ได้จบแค่คำถามว่า “QRS ผิดหรือยัง”

หรือ “เงิน 28 ล้านคืออะไร”

แต่อาจจบที่คำถามที่เจ็บกว่านั้นคือ

สังคมจะได้รับคำอธิบายถึงความเกี่ยวพันต่าง ๆ ของคุณภาวุธกับนิติบุคคลเหล่านี้เมื่อไหร่ หรือต้องให้ประชาชนหาหลักฐานมาให้ แล้วคุณภาวุธก็เงียบเช่นนี้ไปเรื่อย ๆ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง :

– ขุดคลิป ‘ภาวุธ’ รีวิวเทรด QRS Global 1 ใน 4 โบรกเกอร์ฟอเร็กซ์ บนผังของ DSI

– QRS Global โร่แจง! ยันโปร่งใส-จดทะเบียนถูกต้อง หลัง DSI เปิดชื่อเอี่ยวคดี Forex

รมช.มหาดไทย จ่อสอบ สถ.เพิ่ม เอี่ยวโกงสอบท้องถิ่นด้วยหรือไม่

รมช.มหาดไทย จ่อสอบ สถ.เพิ่ม เอี่ยวโกงสอบท้องถิ่นด้วยหรือไม่

รมช.มหาดไทย จ่อสอบ สถ.เพิ่ม เอี่ยวโกงสอบท้องถิ่นด้วยหรือไม่

วันอังคาร ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 11.23 น.

รมช.มหาดไทย จ่อสอบ สถ.เพิ่ม เอี่ยวโกงสอบท้องถิ่นด้วยหรือไม่ หลังพบผู้เกี่ยวข้องกว่า 3,000 คน เชื่ออาจมีมากกว่านี้ ขอรอข้อมูลชัดเจนก่อน 

เมื่อวันที่ 23 มิ.ย.2569 นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่สำนักงานคณะกรรมการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เข้าจับกุมขบวนการทุจริตการสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่นพบการทุจริต เสียหายกว่า 4,500 ล้านบาท จ.นนทบุรี  ว่า เรื่องนี้สืบเนื่องจากมาจากการสอบท้องถิ่นตั้งแต่ปี พ.ศ.2568 ซึ่งขณะนั้นมีประเด็นเรื่องนี้เกิดขึ้น โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้ร่วมทำ MOU กับ 5 หน่วยงาน เพื่อตรวจสอบกระบวนการการสอบทั้งหมด และป้องกันการทุจริต โดยวันนี้มีการไปพบหลักฐาน การทุจริตและนำไปสู่การปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.

เมื่อถามว่าผู้ที่สอบคัดเลือกผ่านและพบกับทุจริตจะต้องถูกยกเลิกผลการสอบหรือไม่ นายวรศิษฎ์กล่าวว่า เรื่องนี้ยังเร็วไปที่จะมาพูดถึงตอนนี้ ซึ่งกระบวนการที่เกิดขึ้นกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) เป็นผู้ว่าจ้างในการจัดสอบ ผู้ที่รับจัดสอบก็จะไปดำเนินการสอบ การตรวจสอบซึ่งเมื่อมีการตรวจสอบกระบวนการต่าง ๆ แล้ว ก็จะส่งผลกลับมาที่ สถ.เพื่อประกาศผล ดังนั้นในส่วนที่ สถ.เกี่ยวข้อง จะต้องไปดูว่ามีใครที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการนี้บ้าง และต้องมีการดำเนินการรวมถึงต้องตรวจสอบว่า มีข้าราชการ สถ.เข้าไปเกี่ยวข้องกับกระบวนการนี้ด้วยหรือไม่ หากตรวจสอบแล้วว่ามีต้องจัดการทั้งหมด แต่ทั้งหมดนั้นขอให้รอข้อมูลออกมาให้ชัดเจนกว่านี้อีกครั้ง ซึ่งในส่วนของผลสอบจะเป็นอย่างไรนั้น คนที่เข้ากระบวนการมาและมีการจ่ายเงินจะผิดหรือไม่ ขอให้ใจเย็นต้องรอข้อมูลและข้อเท็จจริงให้ชัดเจนมากกว่านี้ก่อน

ส่วนการจ้างมหาวิทยาลัยในการออกสอบนั้น นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า ถ้าจำไม่ผิดน่าจะเป็นมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว.) 

สำหรับการรายงานเบื้องต้น เรื่องการทุจริตว่ามีมาตั้งแต่ปีใดนั้น นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า ตนเองไม่ขอก้าวล่วงในเรื่องอดีต แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในการสอบครั้งนี้จากข้อมูลตามข่าวมีตัวเลขอยู่ที่ 3,000 คน แต่ในข้อเท็จจริงตนเชื่อว่ามีมากกว่านั้น ซึ่งจะเจอเพิ่มหรือไม่ต้องว่าไปตามข้อเท็จจริงในอนาคต ขณะที่ผู้เข้าสอบในครั้งนี้มีจำนวนหลัก 100,000 คน 

ในกระบวนการการทุจริตครั้งนี้สามารถบอกได้หรือไม่ว่าอยู่ในขั้นตอนการสอบหรือขั้นตอนใด นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า ตนยังไม่สามารถบอกได้ เพราะในเชิงข้อเท็จจริงต้องรอข้อมูลที่ชัดเจน เรื่องนี้มีกระบวนการที่ซับซ้อนมาก หากยังไม่ชัดเจนก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรที่จะพูด แต่ขอให้รอก่อนข้อมูลจะออกมาอีกสักพักหนึ่ง 

ขณะที่จะมีการขยายผลไปถึงโรงเรียนนายอำเภอด้วยหรือไม่ นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ยังไม่ได้พูดคุยกันแต่ตนรับผิดชอบในส่วนของ สถ.ต้องจัดการเรื่องนี้ให้เรียบร้อย รวมถึงผู้ที่เกี่ยวข้อง 

สำหรับปัญหาที่เกิดขึ้นเกิดจากการสอบแบบรวมศูนย์ใช่หรือไม่ นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า วิธีการจัดสอบว่ามีอยู่ทั้งหมด 2 รูปแบบ ตั้งแต่การให้ท้องถิ่นจัดการเองจะมีปัญหาอีกแบบหนึ่ง ตอนซึ่งภายหลังมีการจัดสอบรวมศูนย์ ซึ่งขณะนี้มีการจัดสอบแบ่งออกเป็

ไม่มีอะไร-แค่ฝึกซ้อม! นายกฯ แจงเหตุ F-16 ขึ้นบินกลางดึก

ไม่มีอะไร-แค่ฝึกซ้อม! นายกฯ แจงเหตุ F-16 ขึ้นบินกลางดึก

ไม่มีอะไร-แค่ฝึกซ้อม! นายกฯ แจงเหตุ F-16 ขึ้นบินกลางดึก

วันอังคาร ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 11.14 น.

23 มิถุนายน 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีโซเชียลมีเดียโพสต์ข้อความระบุว่า F-16 ขึ้นบินกลางดึก ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ว่า “ไม่มีอะไรเป็นแค่การฝึกซ้อม”

ขณะที่กองทัพอากาศ (ทอ.) ชี้แจงถึงกรณีดังกล่าวว่า “เป็นการฝึกตามวงรอบปกติ ทุกเดือน จะมีการฝึกบินในช่วงกลางคืน ซึ่งเป็นการเตรียมพร้อมของกองทัพตลอด 24 ชั่วโมง โดยบินในเส้นทางการฝึก พื้นที่ชายแดน แต่อยู่ในน่านฟ้าของไทย ไม่เคยมีการล้ำเขตแดนฝ่ายตรงข้ามแน่นอน” (ข่าวที่เกี่ยวข้อง : ทอ.แจง F-16 ขึ้นบินกลางดึก เป็นการฝึกตามวงรอบทุก 1 เดือน เตรียมพร้อมรับสถานการณ์ 24 ชม.)

นายกฯ สั่งฟาดเต็มที่ ปมโกงสอบท้องถิ่น ด้าน ปลัดมท. ซัดเป็นเรื่องที่แย่มาก

นายกฯ สั่งฟาดเต็มที่ ปมโกงสอบท้องถิ่น ด้าน ปลัดมท. ซัดเป็นเรื่องที่แย่มาก

นายกฯ สั่งฟาดเต็มที่ ปมโกงสอบท้องถิ่น ด้าน ปลัดมท. ซัดเป็นเรื่องที่แย่มาก

วันอังคาร ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 11.04 น.

นายกฯ สั่งฟาดเต็มที่ ปมโกงสอบท้องถิ่น ด้าน ปลัดมท. ซัดเป็นเรื่องที่แย่มาก 

เมื่อวันที่ 23 มิ.ย.2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นำคณะรัฐมนตรีร่วมประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ประจำสัปดาห์ โดยก่อนเข้าประชุม ผู้สื่อข่าวสอบถามถึงกรณีที่กองบังคับการป้องกัน และปราบปรามการทุจริต และประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จับกุมขบวนการทุจริตสอบบรรจุพนักงานส่วนท้องถิ่น ว่า รับทราบเรื่องแล้ว 

เมื่อถามว่า ได้สั่งการอย่างไรบ้าง นายอนุทิน กล่าวว่า เต็มที่ กระทรวงมหาดไทยมีโกงเรื่องพวกนี้ไม่ได้  ฟาดเต็มที่ และสั่งการไปแล้ว 

ด้าน นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ระบุว่า ทราบข่าวแล้วเมื่อช่วงเช้า และเป็นเรื่องที่แย่มาก 

ปัดดิสเครดิตการเมือง! รุทธพล ย้ำปมเปิดชื่อ ภาวุธ เอี่ยวคดี Forex

ปัดดิสเครดิตการเมือง! รุทธพล ย้ำปมเปิดชื่อ ภาวุธ เอี่ยวคดี Forex

ปัดดิสเครดิตการเมือง! รุทธพล ย้ำปมเปิดชื่อ ภาวุธ เอี่ยวคดี Forex

วันอังคาร ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 11.02 น.

23 มิถุนายน 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีการเปิดชื่อ นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) เกี่ยวข้องกับคดี Forex ทั้งที่ยังไม่ตกเป็นผู้ถูกกล่าวหา จนพรรคประชาชนมองว่าเป็นการดิสเครดิตทางการเมือง ว่า ไม่ใช่ แต่เป็นการดำเนินการของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ตามห้วงเวลาอยู่แล้ว

ต้องหาคนมาจ่ายแทน! พิพัฒน์ เผยนายกฯ สั่งรื้อ ค่าไฟทางหลวงรวมบิลไฟบ้าน

ต้องหาคนมาจ่ายแทน! พิพัฒน์ เผยนายกฯ สั่งรื้อ ค่าไฟทางหลวงรวมบิลไฟบ้าน

ต้องหาคนมาจ่ายแทน! พิพัฒน์ เผยนายกฯ สั่งรื้อ ค่าไฟทางหลวงรวมบิลไฟบ้าน

วันอังคาร ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 10.58 น.

23 มิถุนายน 2569 ที่ทําเนียบรัฐบาล นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม ให้สัมภาษณ์กรณีมีการเก็บเงินค่าไฟส่องทางสาธารณะรวมอยู่ในบิลค่าไฟฟ้าของบ้านเรือนประชาชน ถือเป็นการผลักภาระให้ประชาชน ว่า อันนี้ตนยอมรับ แต่เหตุการณ์ไม่ได้เกิดขึ้นในปัจจุบัน และขอบคุณนายกรัฐมนตรีที่จะพยายามทำทุกวิถีทาง หาวิธีลดค่าไฟฟ้าให้กับผู้ใช้ตามบ้าน โดยจากการที่เราไปสืบค้นการใช้ไฟฟ้าทั้งหมด ส่วนหนึ่งมาจากทางหลวงชนบทที่เป็นไฟส่องสว่างบนถนน ซึ่งในส่วนนั้น เราเพิ่งรู้ว่ามันแฝงอยู่ในค่าไฟฟ้าผันแปร (FT) โดยนายกฯ มีข้อสั่งการในเรื่องนี้แล้ว ให้กระทรวงพลังงานไปหาวิธีการแก้ปัญหา ส่วนกระทรวงคมนาคมเราเคยบอกไปแล้วว่าโคมไฟที่หมดอายุต้องมีการเปลี่ยนไปใช้หลอดไฟฟ้าแอลอีดี เพื่อประหยัดไฟฟ้า 40 – 50 เปอร์เซ็นต์ และอีกส่วนหนึ่งหากยังทำอะไรไม่ได้จริงๆ ก็ต้องหารือกับสำนักงบประมาณ ว่าจะทำอย่างไร เพราะสำหรับกระทรวงคมนาคมต้องเรียนตรงไปตรงมาว่า เราไม่มีปัญญาที่จะไปรับผิดชอบ หรือรับค่าใช้จ่ายในส่วนนั้นที่ตกปีละประมาณหมื่นล้านบาท ซึ่งถือว่าเยอะมากพอสมควร ทั้งนี้ เรื่องไม่ได้เกิดขึ้น ณ ตอนนี้ แต่เกิดมาหลาย 10 ปีแล้ว ซึ่งนายกฯ ได้สั่งการให้ลงไปรื้อ ว่าจะทำอย่างไรที่จะลดค่าใช้ไฟฟ้าให้กับผู้ใช้ตามบ้าน

“อะไรที่สร้าง หรือแฝงอยู่ในค่า FT เราต้องหาผู้ที่จะมาเป็นผู้ชำระแทน โดยไม่ต้องไปบวกในค่า FT ของผู้ใช้ตามบ้านเรือน ส่วนเรื่องของการของบประมาณจากหน่วยงานอื่นเป็นแนวทางหนึ่งที่จะไปขอจากสำนักงบประมาณ แต่ก็จะมีคำถามว่า เงินที่สำนักงบประมาณรวบรวมไปได้ หรือจากกระทรวงการคลังที่เก็บเข้าไปได้ มันเป็นของใคร เป็นเงินมาจากไหน ผมคิดว่าจะต้องมีคำถามแบบนี้ตามมา ฉะนั้น ดีที่สุดเราต้องหาวิธีที่ตัวเองรับผิดชอบตัวเองให้ได้ แต่จะเป็นวิธีการไหนต้องให้กระทรวงพลังงานไปหาวิธีการมา” นายพิพัฒน์ กล่าว

คมนาคม ดันตั๋วร่วมรถไฟฟ้า 17-45 บาท เร่งเครื่องให้ทันเป็นของขวัญปีใหม่

คมนาคม ดันตั๋วร่วมรถไฟฟ้า 17-45 บาท เร่งเครื่องให้ทันเป็นของขวัญปีใหม่

คมนาคม ดันตั๋วร่วมรถไฟฟ้า 17-45 บาท เร่งเครื่องให้ทันเป็นของขวัญปีใหม่

วันอังคาร ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 10.35 น.

เมื่อเวลา 09.30 น. ที่ทําเนียบรัฐบาล นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม ให้สัมภาษณ์กรณีกระทรวงคมนาคม เตรียมเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) พิจารณากำหนดอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้าในรูปแบบ “ตั๋วร่วม” เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชน  ในอัตราค่าโดยสารค่าใหม่ 17- 45 บาท ต่อเที่ยว ว่า

เรื่องนี้เป็นนโยบายที่เราพูดกันมาตั้งแต่ก่อนหน้านี้ และมีการทํามาก่อนหน้านี้แล้วคือรถไฟฟ้าสายสีม่วงและสีแดง ในอัตรา 40 บาทตลอดสาย แต่ตอนนี้เราจะมาขยายผลพยายามให้รถไฟฟ้าทุกสีเข้ามาเป็นของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย(รฟม.) แต่การที่จะเป็นของรฟม.ในตอนนี้ รัฐบาลไม่มีเงินมากพอที่จะไปซื้อ ฉะนั้นในส่วนต่าง ๆ ตรงนี้ มีบางสัญญาที่กําลังจะหมดอายุสัมปทาน ปี 2572

ซึ่งถ้าหากเราจะซื้อทั้งหมดมูลค่าก็เป็นแสนล้าน เราถึงเลือกใช้วิธีตั๋วร่วม ในอัตราราคา 17- 45 บาท ต่อเที่ยว เป็นค่าแรกเข้า เก็บครั้งเดียวไม่ว่าจะกี่สายก็แล้วแต่ การเดินทางจะเก็บไม่เกิน 45 บาท โดยตนจะนําเข้าครม. ในวันนี้ โดยเมื่อครม.เห็นชอบในหลักการแล้ว ตนจะพยายามทําให้ทันเป็นเพื่อของขวัญปีใหม่ และให้ทันวันที่ 1 มกราคม 2570 ในเรื่องราคา 17- 45 บาท ต่อเที่ยวในทุกสาย

นายพิพัฒน์ กล่าวต่อว่า หลังจากนี้จะต้องหารือกับกระทรวงการคลังว่าการที่รัฐบาลจะเอารถไฟฟ้าทั้งหมดมาเป็นของรฟม. เราจะระดมทุนจากที่ไหน ซึ่งมีแนวความคิด ว่าเราอาจจะเข้าไประดมทุนในกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย (Thailand Future Fund) หรือ TFF  คาดว่าใช้เวลาไม่น้อยกว่าปีครึ่งหรืออาจจะสองปี

บิ๊กดุลย์ เผย ยังไม่ได้รับการติดต่อจาก เตีย เซรย ฮา ปมขอคืนบ้านหนองจาน ลั่น ยึดตาม Joice Statement

บิ๊กดุลย์ เผย ยังไม่ได้รับการติดต่อจาก เตีย เซรย ฮา ปมขอคืนบ้านหนองจาน ลั่น ยึดตาม Joice Statement

บิ๊กดุลย์ เผย ยังไม่ได้รับการติดต่อจาก เตีย เซรย ฮา ปมขอคืนบ้านหนองจาน ลั่น ยึดตาม Joice Statement

วันอังคาร ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 10.23 น.

บิ๊กดุลย์ เผย ยังไม่ได้รับการติดต่อจาก เตีย เซรย ฮา ปมขอคืนบ้านหนองจาน ลั่น ยึดตาม Joice Statement เชื่อมือ มทภ.2 คุมพื้นที่ 

เมื่อวันที่ 23 มิ.ย.2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงสถานการณ์ภาพรวมชายแดนไทย-กัมพูชา ภายหลังเครื่องบิน F- 16 มีการฝึกบิน และกองทัพบกมีการเพิ่มมาตรการในการควบคุมพื้นที่ ว่า การปฏิบัติการตามแนวชายแดนเป็นเรื่องที่ต้องระมัดระวัง และต้องยึดตามกฎการปะทะอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะกรณีที่กัมพูชาได้รับรถถังจากจีนล็อตใหม่ ทราบว่า เป็นโครงการเดิมที่เขาได้พูดคุยกันเอาไว้ แต่ขณะนี้ยังไม่ได้มีการนำรถถังมาประจำตามแนวชายแดน

สำหรับหน่วยที่ปฏิบัติงานตามพื้นที่ชายแดน โดยเฉพาะพื้นที่กองกำลังสุรนารีที่เรากังวลใจ มีแม่ทัพภาคกำกับดูแลเป็นอย่างดีด้วยความไม่ประมาท ขณะที่เสียงระเบิดที่เกิดขึ้นไม่ได้อยู่ในฝั่งไทย อาจเป็นไปได้ว่า เป็นกำลังพลของกัมพูชาที่เข้ามาใหม่ ที่อาจไม่รู้และทำให้เกิดเสียงดังกล่าว

เมื่อถามถึงกรณีทหารกัมพูชาขุดคูเลต พล.ท.อดุลย์ กล่าวว่า ได้รับรายงานแล้ว ทหารไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน จะต้องสร้างฐานที่มั่นเพื่อป้องกันตนเอง ไม่ได้มองว่า เป็นเรื่องปกติหรือไม่ปกติ

เมื่อถามถึงกรณี พล.อ.เตีย เซรย ฮา รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของกัมพูชา เตรียมขอคืนพื้นที่บ้านหนองจาน อ.โคกสูง จ.สระแก้ว จากไทย พล.ท.อดุลย์ กล่าวว่า ยังไม่ได้รับการติดต่อใดๆ ในส่วนของเรายืนยันตาม Joint Statement ซึ่งเป็นผลมาจากการสู้รบ 2 ครั้งที่ผ่านมา

ทั้งนี้ พล.ท.อดุลย์ ระบุว่า ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) จะลงมาให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ภายหลังเกิดเหตุบ่อยครั้ง รวมถึงความคืบหน้าการทำงานของคณะผู้แทนพิเศษรัฐบาล