“จากทางด่วนสู่การลดคาร์บอน” DMT ขับเคลื่อนความยั่งยืนด้วยแนวคิด 3P

“จากทางด่วนสู่การลดคาร์บอน” DMT ขับเคลื่อนความยั่งยืนด้วยแนวคิด 3P

“จากทางด่วนสู่การลดคาร์บอน” DMT ขับเคลื่อนความยั่งยืนด้วยแนวคิด 3P

วันพุธ ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 16.43 น.

บริษัท ทางยกระดับดอนเมือง จำกัด (มหาชน) หรือ DMT  เดินหน้าขับเคลื่อนองค์กรสู่ความยั่งยืน ภายใต้แนวคิด “3P : People – Planet – Profit” มุ่งสร้างสมดุลระหว่างการดูแลผู้คน การรักษาสิ่งแวดล้อม และการเติบโตทางธุรกิจ พร้อมยกระดับประสิทธิภาพการเดินทางและการใช้พลังงานของประเทศอย่างต่อเนื่อง

ท่ามกลางวิกฤติโลกร้อนที่ทวีความรุนแรง ความผันผวนของราคาพลังงานจากสถานการณ์โลก และปัญหามลพิษทางอากาศ โดยเฉพาะฝุ่น PM2.5 ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตของประชาชน การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพจึงกลายเป็นภารกิจสำคัญที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมกันขับเคลื่อน

“ภาคคมนาคม” ถือเป็นหนึ่งในภาคส่วนที่มีบทบาทสำคัญต่อการใช้พลังงานของประเทศ การพัฒนาระบบการเดินทางให้มีความคล่องตัวมากขึ้นไม่เพียงช่วยลดการใช้พลังงานและ ลดต้นทุน แต่ยังช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้อย่างเป็นรูปธรรม ในฐานะผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมที่มีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงการเดินทางและเพิ่มประสิทธิภาพระบบขนส่งของประเทศ DMT ได้นำแนวคิด “3P : People – Planet – Profit” มาเป็นกรอบในการดำเนินธุรกิจ เพื่อสร้างคุณค่าร่วมระหว่างเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม อย่างยั่งยืน

ดร.ศักดิ์ดา พรรณไวย กรรมการผู้จัดการ DMT กล่าวว่า ในมิติของ Planet หรือการดูแลสิ่งแวดล้อม บริษัทได้ดำเนินแผน Decarbonization Roadmap อย่างจริงจัง เพื่อผลักดันการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กรอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน การพัฒนาอาคารและสำนักงานตามแนวทาง Green Building และ Green Office รวมถึงการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ผลลัพธ์สะท้อนผ่านการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กรอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2567 DMT สามารถลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงเหลือ 2,516 ตันคาร์บอน ลดลง 12.3% จากปีก่อนหน้า และใกล้เคียงกับเป้าหมายที่กำหนดไว้ในแผนระยะยาว

จากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางที่ส่งผลต่อเสถียรภาพด้านพลังงานโลก DMT ยังได้ยกระดับมาตรการประหยัดพลังงานภายในองค์กร อาทิ การกำหนดอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศไม่ต่ำกว่า 26 องศาเซลเซียส การปิดไฟและอุปกรณ์ไฟฟ้าเมื่อไม่ใช้งาน การส่งเสริมการใช้เอกสารอิเล็กทรอนิกส์แทนการใช้กระดาษ และการนำใช้ระบบประหยัดพลังงานมาใช้กับอุปกรณ์สำนักงาน เพื่อร่วมลดการใช้พลังงานและสนับสนุนความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ

นอกจากนี้ DMT ยังส่งเสริมระบบคมนาคมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยเปิดให้บริการสถานีอัดประจุไฟฟ้าฉุกเฉินสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า (EV)  ณ ด่านดินแดง 2 เพื่อช่วยเหลือผู้ใช้ทางที่ประสบปัญหาแบตเตอรี่หมดระหว่างการเดินทาง ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบขนส่งพลังงานสะอาดของประเทศ

ในปี 2568 บริษัท ยังขยายภารกิจด้านสิ่งแวดล้อมสู่ภาคเกษตรกรรม ผ่านโครงการส่งเสริมการทำนาแบบ “เปียกสลับแห้ง” ในพื้นที่บางปะอิน ซึ่งเป็นแนวทางที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากภาคเกษตร และสนับสนุนเป้าหมายการลดคาร์บอนของประเทศในภาพรวม

สำหรับมิติของ People ดร.ศักดิ์ดา กล่าวว่า DMT ให้ความสำคัญกับผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม ทั้งพนักงาน ผู้ใช้ทาง และชุมชนโดยรอบ หนึ่งในโครงการสำคัญคือ “DMT Smart Assistant” ระบบช่วยเหลือผู้ใช้ทางที่ผสานการทำงานของบุคลากรเทคโนโลยี AI CCTV และศูนย์ควบคุมปฏิบัติการ (OCC) เพื่อเฝ้าระวังและตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉินบนทางยกระดับอุตราภิมุขได้อย่างรวดเร็ว โดยสามารถเข้าช่วยเหลือผู้ใช้ทางได้ภายใน 12 นาที ช่วยยกระดับความปลอดภัยและสร้างความมั่นใจในการเดินทาง

ขณะเดียวกัน บริษัท ยังยึดหลักสิทธิมนุษยชนในการบริหารงาน ส่งเสริมความเท่าเทียมในการทำงาน พัฒนาศักยภาพบุคลากรอย่างต่อเนื่อง และสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัย เพราะเชื่อว่าความยั่งยืนขององค์กรเริ่มต้นจากคุณภาพชีวิตที่ดีของพนักงาน นอกจากนี้ DMT ยังดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง ผ่านโครงการส่งเสริมอาชีพสำหรับผู้สูงอายุในพื้นที่ดอนเมืองที่ดำเนินมากว่า 4 ปี รวมถึงกิจกรรมเพื่อสังคมในหลากหลายมิติ จนได้รับรางวัล AMCHAM CSI Award Silver Recognition

ในมิติของ Profit ดร.ดร.ศักดิ์ดา กล่าวว่า DMT ยังคงบริหารจัดการต้นทุนและความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านการปรับปรุงกระบวนการทำงาน การบริหารทรัพยากรอย่างโปร่งใส และการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานในทุกมิติ

ที่สำคัญ บริษัท ยังคงรักษาระดับการจ้างงานและการเติบโตทางธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง สะท้อนแนวคิดที่ว่า “ผลกำไร” ไม่ได้หมายถึงผลตอบแทนทางธุรกิจเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเป็นการเติบโตที่สร้างคุณค่าร่วมแก่สังคม สิ่งแวดล้อม และผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน

“ปัจจุบันองค์กรธุรกิจไม่สามารถมุ่งเน้นเพียงผลกำไรระยะสั้นได้อีกต่อไป แต่ต้องสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตทางเศรษฐกิจ การดูแลบุคลากร และการรักษาสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างการเติบโตที่มั่นคง โปร่งใส และยั่งยืนในระยะยาว” ดร. ศักดิ์ดา กล่าว

ฟิล์ม รัฐภูมิ งานเข้าอีกระลอก ดีเอสไอจ่อสอบเส้นทางเงินโยงคดีแชร์ Forex ลั่นคำเดิมไม่เกี่ยวข้อง

ฟิล์ม รัฐภูมิ งานเข้าอีกระลอก ดีเอสไอจ่อสอบเส้นทางเงินโยงคดีแชร์ Forex ลั่นคำเดิมไม่เกี่ยวข้อง

ฟิล์ม รัฐภูมิ งานเข้าอีกระลอก ดีเอสไอจ่อสอบเส้นทางเงินโยงคดีแชร์ Forex ลั่นคำเดิมไม่เกี่ยวข้อง

วันพฤหัสบดี ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 14.19 น.

เดือดระอุ! “ฟิล์ม รัฐภูมิ” ออกโรงโต้ทันควัน หลังดีเอสไอเปิดปฏิบัติการทลายเครือข่ายฟอกเงิน Forex ลั่น “มีคนแกล้งเอาชื่อไปใส่” ยืนยันไม่เคยยุ่งเกี่ยวทั้้งระบบเพย์เมนต์และฟอเร็กซ์ พร้อมเข้าชี้แจง ขณะที่กระทรวงยุติธรรมเตรียมจัดแถลงใหญ่ วันศุกร์ที่ 19 มิ.ย. นี้ กางแผงผังรายชื่อดารา-นักการเมืองเอี่ยวเพียบ จากกรณีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ได้โพสต์ข้อความรายงานผลปฏิบัติการ “Shutdown the laundering ปราบเครือข่ายลงทุน Forex” ซึ่งเบื้องต้นมีการระบุถึงอักษรย่อของบุคคลที่เข้าข่ายถูกตรวจสอบเส้นทางการเงิน โดยพบว่ามีชื่อของ “นักการเมือง ภ.” และ “คนบันเทิง ฟ.” จนทำให้สังคมพุ่งเป้าไปที่อดีตพระเอกและนักธุรกิจชื่อดังอย่าง “ฟิล์ม-รัฐภูมิ โตคงทรัพย์” 

งานนี้ “ฟิล์ม” ลั่นบริสุทธิ์ใจคนบันเทิงตัวย่อ “ฟ.” ไม่ใช่ตน ทั้งนี้เจ้าตัวได้เปิดใจกับสื่อดังถึงประเด็นร้อนดังกล่าวโดยเจ้าตัวได้ออกโรงปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมดอย่างสิ้นเชิง พร้อมระบุว่า “เหมือนเดิมครับ ก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับผมเลย ทั้งเพย์เมนต์ ทั้งฟอเร็กซ์ ไม่เคยไปยุ่งเกี่ยวเลย แต่ก็คงมีคนแกล้งเอาชื่อผมเข้าไปอีกเหมือนเดิม เดี๋ยวเข้าไปชี้แจง”

การออกมาปฏิเสธอย่างทันควันของ ‘ฟิล์ม’ ยิ่งทำให้กระแสสังคมจับตามองอย่างหนัก เนื่องจากก่อนหน้านี้อดีตพระเอกดังเคยมีประวัติถูกตั้งข้อสังเกตและโยงใยกับคดีแชร์ลูกโซ่และปมฉาวหลอกลวงลงทุนระดับประเทศมาแล้วหลายครั้ง เจ้าตัวจึงมั่นใจว่ารอบนี้ก็เป็นการถูกกลั่นแกล้งนำชื่อไปเชื่อมโยงเช่นเดียวกัน และพร้อมที่จะเดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจอย่างไรก็ตาม ความจริงทั้งหมดกำลังจะถูกเปิดเผยต่อสาธารณชนในอีกไม่ช้า รายงานเพิ่มเติมว่า ในวันศุกร์ที่ 19 มิถุนายนนี้ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม จะเดินทางมาเป็นผู้นำทีมคณะทำงานกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และหน่วยงานบูรณาการที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันตั้งโต๊ะแถลงผลการปฏิบัติการและสรุปรายงานคดีดังกล่าวอย่างเป็นทางการไฮไลท์สำคัญที่สังคมต้องจับตาในการแถลงข่าววันศุกร์นี้ คือ การเปิดแผนผังรายชื่อบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมดอย่างละเอียด ซึ่งจะครอบคลุมตั้งแต่ นักการเมืองคนดัง, บุคคลในวงการบันเทิง ตลอดจนบริษัทนิติบุคคลเอกชนต่าง ๆ รวมไปถึงการเปิดเผยตัวเลขมูลค่าความเสียหายที่แท้จริง จำนวนผู้เสียหายทั้งหมด และพยานหลักฐานสำคัญที่เจ้าหน้าที่ยึดได้จากการบุกตรวจค้นเครือข่ายฟอกเงินดังกล่าวมหากาพย์แชร์ Forex รอบนี้จะจบลงอย่างไร? คำกล่าวอ้างของ “ฟิล์ม รัฐภูมิ” ที่ว่าตนเองถูกกลั่นแกล้งจะฟังขึ้นหรือไม่? และจะมี “บิ๊กเนม” คนไหนในวงการบันเทิงและการเมืองหลุดเข้ามาในโผแผนผังของดีเอสไออีกบ้าง วันศุกร์ที่ 19 มิ.ย. นี้ ได้รู้กันแน่นอน!

เปิดโลกโอเปรามิติใหม่ ในงาน Bangkok Festivals 2026 สัมผัสการแสดงระดับมาสเตอร์พีซ

เปิดโลกโอเปรามิติใหม่ ในงาน Bangkok Festivals 2026 สัมผัสการแสดงระดับมาสเตอร์พีซ

เปิดโลกโอเปรามิติใหม่ ในงาน Bangkok Festivals 2026 สัมผัสการแสดงระดับมาสเตอร์พีซ

วันพฤหัสบดี ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 13.43 น.

เมื่อพูดถึง “โอเปรา” หลายคนอาจนึกถึงภาพศิลปะการแสดงที่สามารถดูได้ทุกเจเนอเรชัน เพราะทุกคนเกิดมาจากความรักอยู่ได้ด้วยความรัก โอเปราเป็นจุดกำเนิดของเรื่องราวความรัก ความฝัน และบทเพลงอันทรงพลังที่ยังคงมีอิทธิพลต่อวัฒนธรรมร่วมสมัยมาจนถึงปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์ ละครเวที หรือดนตรีที่คุ้นเคย โดยในปีนี้ Bangkok’s 28th International Festival of Dance & Music ขอพาผู้ชมเดินทางไปสัมผัสโลกของโอเปราในหลากหลายมิติกว่าที่เคย แบบไม่ต้องบินไปต่างประเทศ และมีคำบรรยายให้เข้าใจเนื้อเรื่องและบทเพลงทั้งเรื่อง ผลงานระดับมาสเตอร์พีซที่อัดแน่นไปด้วยอารมณ์ เรื่องราว และความงดงามที่เข้าถึงผู้ชมได้ทุกเจเนอเรชัน

โอเปร่าถือเป็นหนึ่งในศิลปะการแสดงแขนงหนึ่งที่ทรงอิทธิพลที่สุดของโลกตะวันตก และเป็นจุดเริ่มต้นของการนำดนตรีมาใช้เป็นองค์ประกอบหลักในการเล่าเรื่องและถ่ายทอดอารมณ์ โดยโอเปร่าในยุคแรกเริ่มเป็นที่นิยมอย่างมากในราชสำนักของอิตาลีและฝรั่งเศสในช่วงศตวรรษที่ 17 ซึ่งตลอดหลายร้อยปีที่ผ่านมา โอเปร่าได้พัฒนาไปพร้อมกับความเปลี่ยนแปลงของสังคม เพื่อสะท้อนทั้งความคิด ความเชื่อ และคุณค่าของผู้คนในแต่ละยุคสมัย ตั้งแต่เรื่องราวของเทพปกรณัม ความรัก โศกนาฏกรรม ไปจนถึงประเด็นทางสังคมและการเมือง ขณะเดียวกัน หลักการสำคัญของโอเปร่ายังถูกส่งต่อมายังศิลปะร่วมสมัยหลากหลายแขนง โดยเฉพาะภาพยนตร์และละครเพลงที่ใช้ดนตรีเป็นส่วนหนึ่งของการเล่าเรื่อง จนทำให้โอเปร่ายังคงเป็นรากฐานทางวัฒนธรรมที่มีอิทธิพลต่อโลกความบันเทิงมาจนถึงปัจจุบัน

พบบทเพลงในความทรงจำ จากโลกภาพยนตร์ฮอลลีวูดสู่โอเปรา

หนึ่งในตัวอย่างอิทธิพลจากโลกโอเปร่าที่ถูกส่งต่อมาสู่วัฒนธรรมร่วมสมัยกับบทเพลงในภาพยนตร์ฮอลลีวูดระดับตำนาน ที่ปีนี้จะถูกนำมาถ่ายทอดผ่าน Opera Goes to Hollywood ที่รวมตัวศิลปินชั้นนำจากคณะ New York City Opera ภายใต้การอำนวยเพลงของ Constantine Orbelian ผู้ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลแกรมมี่ถึง 4 ครั้ง โดยนำเสนอบทเพลงจากโอเปรายอดนิยม อาทิ La Bohème, Turandot และ Carmen รวมถึงบทเพลงโอเปราที่ปรากฏอยู่ในภาพยนตร์ฮอลลีวูดอย่าง The Godfather, Bohemian Rhapsody, และ Mission: Impossible ซึ่งนำมาบรรเลงในรูปแบบต้นฉบับ ผสานพลังเสียงของนักร้องแนวหน้าทั้ง 6 คน พร้อมด้วยนักไวโอลินและนักเชลโลจาก New York City Opera ร่วมกับวงออร์เคสตราเต็มวง มอบประสบการณ์สุดยิ่งใหญ่และหาชมได้ยากเพราะมีแค่ประเทศไทยที่เดียวที่มีการรวมตัวครั้งนี้

La Traviata โศกนาฏกรรมรักที่ถูกสังคมตีตรา

La Traviata โอเปราอมตะของ Giuseppe Verdi ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในอุปรากรที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก ถ่ายทอดเรื่องราวของ “วิโอเล็ตตา” หญิงงามเมืองผู้เลื่องชื่อแห่งปารีส ที่ได้พบกับความรักอันจริงใจจาก “อัลเฟรโด” ชายหนุ่มผู้พร้อมมอบชีวิตใหม่ให้เธอ แต่ความรักในครั้งนี้กลับต้องเผชิญแรงกดดันจากเกียรติยศของครอบครัวและกรอบทางสังคม วิโอเล็ตตาจึงเลือกเสียสละความสุขของตัวเองเพื่อคนที่รัก จนนำไปสู่หนึ่งในโศกนาฏกรรมที่สะเทือนอารมณ์ที่สุดในประวัติศาสตร์โอเปรา มากกว่า 150 ปีที่ผ่านมา ด้วยบทเพลงอันงดงามและประเด็นที่ร่วมสมัยอย่างการตัดสินผู้คนจากอดีต ภาพลักษณ์ และสถานะทางสังคม ผ่านโปรดักชันสุดอลังการของคณะ Helikon Opera ภายใต้การกำกับของ Dmitri Bertman ที่ยกทัพศิลปินและวงออร์เคสตรากว่า 150 ชีวิตส่งตรงจากรัสเซีย ที่จะมาร่วมสร้างประสบการณ์สุดตราตรึงใจ

บทเพลงรักเกอิชา Madama Butterfly กับการทรยศ ศักดิ์ศรี และคำสัญญา

Madama Butterfly อีกหนึ่งผลงานโอเปราชิ้นเอกของ Giacomo Puccini ที่สร้างแรงบันดาลใจให้ Miss Saigon และ สาวเครือฟ้า กับการตีความใหม่สุดเข้มข้นโดยคณะ Helikon Opera จากรัสเซีย กับเรื่องราวของ “โจโจซัง” หรือ บัตเตอร์ฟลาย เกอิชาสาววัยเยาว์แห่งเมืองนางาซากิ ผู้มอบความรัก ความภักดี และอนาคตทั้งหมดให้กับพิงเคอร์ตัน นายทหารเรือชาวอเมริกัน พร้อมคอยเลี้ยงดูลูกชายและเฝ้ารอการกลับมาของเขาด้วยความหวังเพียงหนึ่งเดียว แต่เมื่อคำสัญญาที่เธอยึดมั่นกลับนำมาซึ่งความจริงอันโหดร้าย ความรักที่เคยงดงามจึงค่อย ๆ แปรเปลี่ยนเป็นหนึ่งในโศกนาฏกรรมที่สะเทือนใจที่สุดในประวัติศาสตร์โอเปรา พร้อมสะท้อนภาพการพบกันของโลกตะวันออกและตะวันตกในช่วงเวลาที่โลกกำลังเปลี่ยนผ่าน 

จากบทเพลงอมตะบนจอภาพยนตร์ ตลอดจนโศกนาฏกรรมความรักที่ตราตรึงใจผู้ชมทั่วโลก จะถูกนำกลับมาถ่ายทอดอย่างยิ่งใหญ่ผ่านพลังเสียงของนักร้องโอเปร่าและวงออร์เคสตราระดับโลกในงาน Bangkok’s 28th International Festival of Dance & Music ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย พร้อมเปิดจองบัตรตั้งแต่วันนี้ ถึง 17 ตุลาคม 2569 ที่ Thaiticketmajor ทุกสาขา และ www.thaiticketmajor.com พร้อมติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Bangkok Festivals

มหกรรมศิลปะการแสดงและดนตรีนานาชาติกรุงเทพฯ ครั้งที่ 28 ได้รับการสนับสนุนอย่างดีจากพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน ไม่ว่าจะเป็น บริษัท แอกซ่าประกันภัย จำกัด (มหาชน), ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน), บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน), บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน), บริษัท สิงห์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด, บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน), บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน), การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และ กระทรวงวัฒนธรรม

ฮาย อาภาพร นำทีมแอโรบิก ปลุกพลังความฟิต กลางเมกาบางนา

ฮาย อาภาพร นำทีมแอโรบิก ปลุกพลังความฟิต กลางเมกาบางนา

ฮาย อาภาพร นำทีมแอโรบิก ปลุกพลังความฟิต กลางเมกาบางนา

วันพฤหัสบดี ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 13.40 น.

ศูนย์การค้าเมกาบางนา แหล่งช้อปปิ้งที่ใหญ่ที่สุดแห่งกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก พร้อมเติมเต็มประสบการณ์การใช้ชีวิตให้ทุก ๆ วันมีความสุขมากยิ่งขึ้น ด้วยแนวคิด YOUR EVERYDAY MEETING PLACE สร้างปรากฏการณ์ความสนุกแบบรักสุขภาพ กับกิจกรรม “MEGABANGNA เต้นฉ่ำกับมัมฮาย AEROBIC DANCE” ที่ได้ “ตัวมัม” ฮาย อาภาพร นครสวรรค์ มานำทีมปลุกพลังโชว์สเต็ป ท่ามกลางกลุ่มลูกค้าที่รักการออกกำลังกาย และแฟน ๆ ที่มาร่วมงานกันอย่างคึกคักจนแน่นบริเวณพื้นที่จัดงาน กว่า 800 คน

บรรยากาศภายในงานเป็นการรวมตัวกันของคอมมูนิตี้ ACTIVE HEALTHY LIFESTYLE ที่ทยอยเดินทางมารวมตัวกันอย่างต่อเนื่อง เพื่อร่วมขยับร่างกายไปกับจังหวะแอโรบิกสุดสตรอง ซึ่งไฮไลต์ของงานอยู่ที่การปรากฏตัวของ ฮาย อาภาพร ที่ขนพลังมาแบบไม่มีแผ่ว ทั้งร้อง  เต้น และมอบความสุขให้กับผู้ร่วมงานอย่างเป็นกันเอง พร้อมนำเต้นแอโรบิกไปกับทีมเทรนเนอร์จาก FITNESS FIRST ไปกับเพลงฮิตหลากหลายสไตล์ ให้ทุกคนได้เต้น โยก และโชว์สเต็ปไปพร้อมกันอย่างต่อเนื่อง เปิดโอกาสให้ทุกคนได้ขยับร่างกายไปพร้อมกันแบบไม่จำกัดวัย ไม่จำเป็นต้องมีพื้นฐานการเต้น ก็สามารถมาร่วมปล่อยพลัง เติมความสดชื่น และเริ่มต้นดูแลสุขภาพในบรรยากาศที่เป็นกันเอง

กิจกรรมครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมแนวคิด ACTIVE HEALTHY LIFESTYLE ให้กับลูกค้าและคอมมูนิตี้โดยรอบ ผ่านการออกกำลังกายรูปแบบแอโรบิกที่สนุกและเหมาะกับทุกเจเนอเรชัน โดยมีพันธมิตรอย่าง FITNESS FIRST ผู้นำด้านฟิตเนสระดับโลก และ SUPERSPORTS ร่วมเติมเต็มประสบการณ์ให้กิจกรรมครั้งนี้เป็นมากกว่าการออกกำลังกาย แต่เป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้ทุกคนหันมาดูแลสุขภาพ ขยับร่างกาย และใช้ชีวิตอย่างแอคทีฟในแบบของตัวเอง

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีสิทธิพิเศษสำหรับสมาชิก เมกา สไมล์ รีวอร์ด ทั้งผลิตภัณฑ์กันแดดขนาดทดลองจากแบรนด์ HER HYNESS และคูปองส่วนลดจาก SUPERSPORTS สาขาเมกาบางนา ช่วยเติมเต็มประสบการณ์ให้ผู้ร่วมงานได้ทั้งความสนุก ความคุ้มค่า และแรงบันดาลใจในการดูแลสุขภาพอย่างครบมิติ

กิจกรรม “MEGABANGNA เต้นฉ่ำกับมัมฮาย AEROBIC DANCE” ถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่สะท้อนบทบาทของเมกาบางนาในฐานะ YOUR EVERYDAY MEETING PLACE พื้นที่ที่เชื่อมโยงผู้คนเข้ากับประสบการณ์ใหม่ ๆ ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการช้อปปิ้ง การกิน การพักผ่อน หรือกิจกรรมที่สร้างสุขภาพดีและความสุขร่วมกัน พร้อมเดินหน้าสร้างสรรค์กิจกรรมไลฟ์สไตล์ที่เข้าถึงง่าย สนุก และตอบโจทย์ทุกคอมมูนิตี้อย่างต่อเนื่อง


ติดตามข่าวสารและโปรโมชันของเมกาบางนาได้ที่
แอปพลิเคชัน : HTTP://ONELINK.TO/N37E4G

เว็บไซต์ : HTTPS://WWW.MEGA-BANGNA.COM/

เฟซบุ๊ก : FACEBOOK.COM/MEGABANGNASHOPPINGCENTER

อินสตาแกรม : @MEGABANGNA_TH

เอ็กซ์ : @MEGABANGNA_TH

ไลน์ : @MEGABANGNAOFFICIAL

หรือโทร. 02-105-1000

เขตต์ ฐานทัพ ควงภรรยาตั้งโต๊ะแถลง บริสุทธิ์ใจปมเบี้ยวเงินอาร์ตทอย แฉกลับโดนกลุ่มนายหน้าข่มขู่!

เขตต์ ฐานทัพ ควงภรรยาตั้งโต๊ะแถลง บริสุทธิ์ใจปมเบี้ยวเงินอาร์ตทอย แฉกลับโดนกลุ่มนายหน้าข่มขู่!

เขตต์ ฐานทัพ ควงภรรยาตั้งโต๊ะแถลง บริสุทธิ์ใจปมเบี้ยวเงินอาร์ตทอย แฉกลับโดนกลุ่มนายหน้าข่มขู่!

วันพฤหัสบดี ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 12.14 น.

จากประเด็นร้อนในโลกออนไลน์ที่ชาวเน็ตต่างจับตามอง หลังมีเพจดังออกมาเปิดเผยเรื่องราวของอดีตพระเอกยุค 90 ระดับเบอร์หนึ่งของช่องมากสี ถูกกล่าวหาว่าเบี้ยวเงินส่วนแบ่งจากธุรกิจอาร์ตทอย จนคู่ค้าต้องตามตัวกันให้ควั่ก ซึ่งงานนี้สปอตไลต์ได้พุ่งเป้าไปที่หนุ่ม “เขตต์ ฐานทัพ” จนส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงเป็นอย่างมาก

ล่าสุด “เขตต์ ฐานทัพ” พร้อมด้วยภรรยา “แนท ทักษญา” และทนายความ ได้ตั้งโต๊ะแถลงข่าวเพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ใจ โดยระบุว่าในส่วนของบริษัทคู่สัญญานั้นได้เคลียร์ใจและจบลงด้วยดีตามข้อเท็จจริงเรียบร้อยแล้ว แต่เรื่องที่ยังเป็นปัญหาอยู่คือกลุ่มคนเบื้องหลังที่เป็น “นายหน้า” ซึ่งมีการข่มขู่มาโดยตลอด และนำชื่อของตนไปแขวนประจาน

“ตลอดระยะเวลา 30 ปีในวงการ ผมไม่เคยโดนแขวนแบบนี้ เลยรู้สึกว่าไม่ได้รับความยุติธรรม อ้างว่าผมติดต่อไม่ได้ ผมไม่เคยติดต่อไม่ได้และไม่เคยหนีปัญหา” เขตต์ ฐานทัพ กล่าวด้วยความอัดอั้น

เปิดปมขัดแย้ง ตัวเลขไม่ตรง-ยันไม่เคยรู้จักส่วนตัว

เขตต์ ชี้แจงเพิ่มเติมว่า ชนวนเหตุมาจากเรื่องเงินค่านายหน้าที่ตัวเลขไม่ถูกต้อง โดยกลุ่มนายหน้าจะเรียกเก็บยอดทั้งหมด 6 แสนบาท แต่ยอดที่ถูกต้องจริง ๆ มีเพียง สองแสนกว่าบาท เท่านั้น พอทางตนจะจ่ายยอดที่ถูกต้อง อีกฝ่ายกลับไม่ยอมรับ แต่อยากได้ยอดที่ไม่ถูกต้อง จึงทำให้ยังไม่สามารถจ่ายได้ พร้อมย้ำว่าเอาเข้าจริง ๆ ตนไม่เคยพูดคุยหรือรู้จักกับกลุ่มนายหน้านี้เป็นการส่วนตัวเลยด้วยซ้ำ

ลั่น! อยากให้เป็นเคสตัวอย่าง เตรียมดำเนินคดีคนกล่าวเท็จ

ทางด้านภรรยา “แนท ทักษญา” ได้เสริมว่า รู้สึกว่าเรื่องนี้ไม่เป็นธรรมกับสามีอย่างมาก และอยากให้เหตุการณ์นี้เป็นเคสตัวอย่างในสังคม ไม่ใช่ว่าใครอยากจะเอาชื่อใครไปแขวนประจานในโลกออนไลน์ก็ทำได้ การออกมาพูดในครั้งนี้เพราะต้องการชี้แจงข้อเท็จจริงให้ทุกคนได้รับฟัง และยืนยันว่าผู้ที่กล่าวเท็จทำให้เสียหายจะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายทั้งหมดอย่างแน่นอน

อบอุ่นหัวใจ ปุ๋ย ภรณ์ทิพย์ ควงลูกชาย ฌอน ไซมอน สุดสง่า เข้าเยี่ยมคารวะ อดีตนายกรัฐมนตรี

อบอุ่นหัวใจ ปุ๋ย ภรณ์ทิพย์ ควงลูกชาย ฌอน ไซมอน สุดสง่า เข้าเยี่ยมคารวะ อดีตนายกรัฐมนตรี

อบอุ่นหัวใจ ปุ๋ย ภรณ์ทิพย์ ควงลูกชาย ฌอน ไซมอน สุดสง่า เข้าเยี่ยมคารวะ อดีตนายกรัฐมนตรี

วันพฤหัสบดี ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 12.01 น.

เป็นภาพความประทับใจที่ถูกส่งต่อและพูดถึงอย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ เมื่อ “ปุ๋ย-ภรณ์ทิพย์ นาคหิรัญกนก ไซมอน” มิสยูนิเวิร์สปี 1988 ได้โพสต์ภาพ ขณะพาลูกชายสุดหล่อ “ฌอน ไซมอน”เดินทางเข้าเยี่ยมเยียนและคารวะ “นายอานันท์ ปันยารชุน” อดีตนายกรัฐมนตรีของประเทศไทย

ในการเข้าเยี่ยมคารวะครั้งนี้ ปุ๋ย ภรณ์ทิพย์ ได้เปิดเผยถึงความทรงจำและคำสอนอันทรงคุณค่าที่อดีตนายกรัฐมนตรีเคยได้แนะแนวทางไว้ให้กับลูกชายของเธอ โดยระบุว่า เธอไม่เคยลืมคำพูดของท่านอานันท์ที่เคยสอนฌอนไว้ว่า

“อย่าเพิ่งตีตราว่าใครคือศัตรู เปลี่ยนศัตรูให้เป็นมิตร โดยการสร้างความเข้าใจซึ่งกันและกัน”(It’s wiser not to label someone as an enemy, but to transform adversaries into allies by fostering understanding.)

จากภาพถ่ายที่เผยแพร่ออกมา จะเห็นได้ว่า “ฌอน ไซมอน” ในวัยหนุ่มโตขึ้นมากและมีความสง่างาม โดย ‘ฌอน’มีรอยยิ้มที่สดใสและท่าทางที่นอบน้อม ขณะร่วมเฟรมกับคุณแม่ปุ๋ยที่ยังคงความสวยอมตะสมตำแหน่งนางงามจักรวาล และท่านอานันท์ ปันยารชุน ที่ยังคงมีสุขภาพแข็งแรงและยิ้มแย้มแจ่มใส

นอกจากนี้ “น้องฉัตร-ฉัตรชัย เพียงอภิชาติ” ช่างแต่งหน้าฝีมือทองระดับประเทศ ยังได้เผยแพร่ภาพและวิดีโอผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว (⁠nongchat⁠) เผยให้เห็นลุคสุดเอ็กซ์คลูซีฟของ “ปุ๋ย ภรณ์ทิพย์” และลูกชาย “ฌอน ไซมอน” โดย น้องฉัตร ได้สะบัดแปรงเนรมิตลุคแต่งหน้าให้คุณแม่ปุ๋ยออกมาดูสวยสง่า อ่อนเยาว์ และคงความเลอค่าสมมงกุฎนางงามจักรวาลตลอดกาล ในชุดเดรสลายกราฟิกสีดำ-ขาว เรียบหรู ยืนเคียงข้างกับลูกชาย “ฌอน” ที่หล่อเหลา คมเข้ม สวมสูทสากลสีดำผูกไทอย่างเป็นทางการ พร้อมรอยยิ้มกระชากใจงานนี้ทำเอาแฟนคลับและคนบันเทิงพากันเข้ามากดไลก์และคอมเมนต์ชื่นชมในความสวยอมตะของคุณแม่ปุ๋ย รวมถึงความหล่อออร่าระดับพระเอกหรือนายแบบของน้องฌอนกันอย่างล้นหลาม พร้อมทั้งชื่นชมฝีมือการแต่งหน้าของน้องฉัตรที่ดึงความงดงามและเสน่ห์ของทั้งคู่สร้างความประทับใจให้แก่ผู้ที่พบเห็นเป็นอย่างมาก

น้ำผึ้ง ณัฐริกา โชว์แซ่บพริกยกสวนในวัยใกล้เลข5 ในลุคเทพธิดาทะเลทราย

น้ำผึ้ง ณัฐริกา โชว์แซ่บพริกยกสวนในวัยใกล้เลข5 ในลุคเทพธิดาทะเลทราย

น้ำผึ้ง ณัฐริกา โชว์แซ่บพริกยกสวนในวัยใกล้เลข5 ในลุคเทพธิดาทะเลทราย

วันพฤหัสบดี ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 11.43 น.

เรียกได้ว่าทำเอาแฟนคลับตาค้าง เมื่ออดีตางเอกระดับตำนานอย่าง “น้ำผึ้ง ณัฐริกา ธรรมปรีดานันท์” ออกมาเปิดเผยลุคสุดปังที่ทำเอาไฟลุกท่วมโซเชียลมีเดีย งานนี้ “ตัวแม่” ไม่ตายจริงๆ เพราะความแซ่บครั้งนี้มาในธีมเทพธิดาทะเลทราย ที่ทั้งสวย สง่า และเซ็กซี่อย่างไม่น่าเชื่อ แม้ว่าจะอายุเข้าใกล้เลข 5 แล้วก็ตาม!

ลุคนี้เป็นส่วนหนึ่งของการถ่ายแบบเป็นพรีเซนเตอร์ โดยน้ำผึ้งปรากฏตัวในชุดที่ออกแบบอย่างพิถีพิถันเพื่อเน้นย้ำความงามตามธรรมชาติและรูปร่างที่สมบูรณ์แบบ ชุดดังกล่าวทำจากวัสดุถักทอโทนสีเบจ มีการปักประดับประดาด้วยไข่มุกและเปลือกหอยอย่างประณีต พร้อมกับกระโปรงผ้าชีฟองสีน้ำตาลและสีครีมที่พริ้วไหวไปตามการเคลื่อนไหวของเธออย่างงดงาม องค์ประกอบทุกอย่างลงตัว ตั้งแต่ทรงผมยาวสีดำธรรมชาติที่ปล่อยสยาย และการแต่งหน้าที่เน้นความเปล่งประกายดูสุขภาพดี เสริมด้วยเครื่องประดับสไตล์ชนเผ่าที่เข้าคู่กัน ไม่ว่าจะเป็นสร้อยคอ ข้อมือ และเข็มขัดที่ประดับด้วยเปลือกหอย ช่วยส่งเสริมความรู้สึกของเทพธิดาแห่งธรรมชาติได้อย่างสมบูรณ์แบบ ฉากหลังที่เป็นทรายและโขดหินจำลอง ยิ่งช่วยสร้างบรรยากาศของทะเลทรายที่กว้างใหญ่ให้ชัดเจนยิ่งขึ้นในการถ่ายแบบครั้งนี้ น้ำผึ้งได้โชว์ท่วงท่าที่หลากหลายและสง่างามแสดงให้เห็นความสวยสะกดสายตาของเธอเต็มๆ ตัวกับการนั่งโพสอย่างมั่นใจ ยิ้มอ่อนๆ ให้กล้องโชว์ความงามของชุดและท่วงท่าที่ยืดตัวอย่างสง่ากับท่าโพสท่านั่งบนโขดหินที่สวยงามและเย้ายวนแฟนคลับต่างพากันเข้ามาชื่นชมความงามและความเซ็กซี่ของน้ำผึ้งอย่างไม่ขาดสาย หลายคนยกให้เธอเป็น “เทพธิดาในดวงใจ” และชื่นชมในการดูแลตัวเองเป็นอย่างดี

ฮอตกว่าแดดก็ แอนชิลี นี่แหละ สาดความเผ็ดในชุดบิกินี่ขาวฟ้า อวดหุ่นแซ่บระดับจักรวาล

ฮอตกว่าแดดก็ แอนชิลี นี่แหละ สาดความเผ็ดในชุดบิกินี่ขาวฟ้า อวดหุ่นแซ่บระดับจักรวาล

ฮอตกว่าแดดก็ แอนชิลี นี่แหละ สาดความเผ็ดในชุดบิกินี่ขาวฟ้า อวดหุ่นแซ่บระดับจักรวาล

วันพฤหัสบดี ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 10.12 น.

องศาเดือดปรอทแตก เมื่อตัวแม่ระดับจักรวาลอย่าง แอนชิลี สก๊อต เคมมิส ออกมาฟาดเซตภาพริมสระน้ำล่าสุดที่ทำเอาชาวโซเชียลต้องหยุดดู เพราะดีกรีความเซ็กซี่นั้นพุ่งทะลุเพดานจนไอจีแทบลุกเป็นไฟ บอกเลยว่างานนี้สาวแอนจัดเต็มไม่มีคำว่าแผ่ว

เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา แอนชิลี สร้างความฮือฮาด้วยการโพสต์ภาพผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว ในชุดบิกินี่ตัวจิ๋วดีไซน์ลายดอกไม้โทนขาว-ฟ้า ซึ่งนอกจากจะดูละมุนตาแล้ว ยังช่วยขับผิวให้ดูโกลว์สุขภาพดี ยิ่งตอกย้ำภาพลักษณ์ความมั่นใจในแบบฉบับ Real Size Beauty ที่ใครเห็นเป็นต้องกดไลก์รัว ๆ

แอนชิลี

งานนี้บอกเลยว่าไม่ธรรมดา เพราะท่วงท่าการโพสทั้งการนั่งเอนกายริมสระโชว์ส่วนเว้าส่วนโค้งสุดเป๊ะ รวมถึงช็อตยืนพิงต้นไม้ในบรรยากาศซัมเมอร์สุดชิล ยิ่งส่งให้ลุคของสาวแอนดูแพงและอินเตอร์แบบสุด ๆ ผสมผสานกับการแต่งหน้าโทนอบอุ่นและกิมมิกดอกไม้ทัดหู ยิ่งเพิ่มระดับความสวยจึ้งจนยากจะละสายตา

และต้องยอมรับเลยว่า แม้จะเป็นภาพริมสระธรรมดา แต่เมื่ออยู่บนตัวของ แอนชิลี สก๊อต เคมมิส แล้ว ก็กลายเป็นแฟชั่นเซตที่ร้อนแรงต้อนรับซัมเมอร์ได้แบบไร้ที่ติ ใครที่เป็นแฟนคลับของสาวแอน บอกเลยว่าเซตนี้ห้ามพลาด เพราะความเซ็กซี่ที่มาพร้อมความมั่นใจสไตล์นางงามแบบนี้นาน ๆ ทีจะมีให้เห็น

แอนชิลี
แอนชิลี
แอนชิลี
แอนชิลี
แอนชิลี

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก อินสตาแกรม annscottkemmis

แอน สิเรียม ยิ้มแก้มปริ อุ้มหลานสาวครั้งแรก เผยยังไม่อยากเชื่อว่าตัวเองเป็นคุณยาย

แอน สิเรียม ยิ้มแก้มปริ อุ้มหลานสาวครั้งแรก เผยยังไม่อยากเชื่อว่าตัวเองเป็นคุณยาย

แอน สิเรียม ยิ้มแก้มปริ อุ้มหลานสาวครั้งแรก เผยยังไม่อยากเชื่อว่าตัวเองเป็นคุณยาย

วันพุธ ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 18.41 น.

17 มิถุนายน 2569 นับเป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาแห่งความสุขของครอบครัว สำหรับนักแสดงสาวสวยตลอดกาล “แอน สิเรียม” ที่ล่าสุดได้ขึ้นแท่นเป็นคุณยายป้ายแดงอย่างเต็มตัว หลัง “นนนี่ นนลนีย์” ลูกสาวคนสวย ให้กำเนิดลูกน้อย “น้องไอย์” มาเติมเต็มความอบอุ่นและสร้างรอยยิ้มให้กับคนในครอบครัว

       ล่าสุด แอน สิเรียม ได้เผยโมเมนต์สุดประทับใจผ่านทางโซเชียลมีเดีย ขณะเดินทางไปรับขวัญหลานสาวตัวน้อย พร้อมเขียนแคปชั่นว่า “Still can’t believe I’m going to be a grandma… #แอนสิเรียม #annsirium” (ยังไม่อยากเชื่อเลยว่าฉันกำลังจะเป็นคุณยาย) โดยมีเหล่าแฟนคลับรวมถึงเพื่อนพ้องในวงการบันเทิงต่างเข้ามาแสดงความยินดีอย่างต่อเนื่อง

ขอบคุณภาพจาก : @annsirium

หนุ่ม กรรชัย เปิดใจทำหน้าที่คนกลาง นัดเคลียร์ใจ ทราย สก๊อต – เต้ ภิรมย์ภักดี ปมปัญหาภายในครอบครัว

หนุ่ม กรรชัย เปิดใจทำหน้าที่คนกลาง นัดเคลียร์ใจ ทราย สก๊อต - เต้ ภิรมย์ภักดี ปมปัญหาภายในครอบครัว

หนุ่ม กรรชัย เปิดใจทำหน้าที่คนกลาง นัดเคลียร์ใจ ทราย สก๊อต – เต้ ภิรมย์ภักดี ปมปัญหาภายในครอบครัว

วันพุธ ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 16.22 น.

จากกรณีประเด็นร้อนแรงที่ “ทราย สก๊อต” ได้ออกมาเปิดใจถึงคดีความและปัญหาที่เกิดขึ้น โดยระบุว่าพิธีกรชื่อดัง “หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย” ได้เข้ามาทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการประสานความเข้าใจ ล่าสุด หนุ่ม กรรชัย ได้ออกมาเล่าเหตุการณ์ผ่านรายการ เที่ยงวันทันเหตุการณ์ เพื่อชี้แจงถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นในฐานะคนกลางอย่างละเอียด

หนุ่ม กรรชัย เผยว่า ในคืนวันที่ 9 ที่ผ่านมา ตนเองได้ไปรับประทานอาหารและบังเอิญพบกับ “เต้ ภิรมย์ภักดี” โดยบังเอิญ ซึ่งในตอนแรกตนไม่ได้เป็นฝ่ายเอ่ยชื่อทักทาย และเดิมทีก็ไม่เคยรู้จักหรือเคยเจอคุณเต้มาก่อน(รู้จักเพียงต๊อด ปิติ)แต่คุณเต้ได้เข้ามาทักทายตนก่อน จากนั้นจึงได้มีการนั่งคุยกันจนกระทั่งบทสนทนานำไปสู่เรื่องของ “ทราย สก๊อต” ซึ่ง ‘คุณเต้’ได้แสดงความตกใจอย่างมากเนื่องจากไม่เคยทราบเรื่องราวปัญหานี้มาก่อนเลย และยังสงสัยว่าทำไมในตอนแรกทรายจึงไม่ติดต่อหาตนโดยตรง ด้านหนุ่ม กรรชัย จึงได้สอบถามทางฝั่งทราย ซึ่งทรายระบุว่าตนเองก็ไม่รู้ช่องทางที่จะติดต่อกับคุณเต้ในเวลานั้นเช่นกัน

นอกจากนี้ หนุ่ม กรรชัย ได้วิเคราะห์ถึงโครงสร้างปัญหาที่เกิดขึ้นว่า ตนเข้าใจมุมมองของทั้งสองฝ่าย โดยตระกูลภิรมย์ภักดีมีการแบ่งโครงสร้างภายในออกเป็น 3 สาย (สาย 1, 2 และ 3) ซึ่ง “เต้ ภิรมย์ภักดี” อยู่ในสายที่ 1 ส่วน “ทราย สก๊อต” อยู่ในสายที่ 3

เมื่อเกิดเรื่องขึ้น ทางฝั่งของทรายได้พยายามแจ้งเรื่องไปยัง “คุณสันติ” ซึ่งอยู่สายที่ 1 แต่จากข้อมูลระบุว่า คุณสันติไม่กล้าที่จะข้ามสายไปก้าวก่ายหรือพูดคุยกับทางสายที่ 3 เนื่องจากระบบการบริหารจัดการที่แยกออกจากกันอย่างชัดเจน จึงทำให้คุณสันติไม่ทราบว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป ในขณะที่มุมมองของ “ทราย สก๊อต” นั้น มองว่าทุกคนคือสายเลือดเดียวกันภายใต้นามสกุลภิรมย์ภักดี ไม่ควรจะต้องมีการแบ่งสาย ความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนตรงนี้จึงกลายเป็นปมค้างคาใจที่ทำให้เรื่องราวบานปลาย

หลังจากได้รับทราบข้อมูล หนุ่ม กรรชัย จึงได้ประสานพา ทราย สก๊อต ไปร่วมรับประทานอาหารเพื่อพูดคุยปรับความเข้าใจกับ เต้ ภิรมย์ภักดี โดยในเบื้องต้นเป็นการหารือถึงแนวทางการประชุม การดำเนินคดีความต่าง ๆ รวมถึงการดูแลอนาคตของทราย

หนุ่ม กรรชัย ยอมรับว่าตนเองรู้สึกอึดอัดและลำบากใจไม่น้อยที่ต้องไปนั่งร่วมรับประทานอาหารและร่วมฟังการสนทนาในวันนั้น เนื่องจากมองว่าเป็นเรื่องภายในครอบครัวของผู้อื่น ไม่ใช่เรื่องของตนเอง แต่ทั้งทรายและคุณเต้ต่างขอร้องให้ตนนั่งอยู่ด้วย เพื่อร่วมรับฟังในฐานะคนกลางที่ช่วยประสานให้พี่น้องได้คุยกัน โดย ‘คุณเต้’มีความตั้งใจที่จะรวบรวมผู้ใหญ่จากสายอื่น ๆ (รวมถึงสายที่ 2) มาร่วมพูดคุยกับทราย เพื่อรับฟังเรื่องราวทั้งหมดจากปากของทรายเอง เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและเข้าใจตรงกันทั้งสองฝ่าย

อย่างไรก็ตาม หลังจากที่‘คุณเต้’เริ่มขยับตัวเข้ามาดูแลแก้ไขปัญหา ทราย สก๊อต เผยว่าได้รับการติดต่อมาจากผู้บริหารระดับสูงของบริษัท สิงห์ โดยผู้บริหารท่านดังกล่าวแจ้งว่าได้พูดคุยกับ ‘คุณเต้’แล้ว และขอให้ทรายเปิดเผยข้อมูลทุกอย่างที่ทราบ แต่มีข้อกำหนดว่า “ขอร้องไม่ให้โพสต์เรื่องราวลงบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียอีก” ซึ่ง ‘ทราย’ได้ตอบกลับไปว่า หากมีการแก้ไขปัญหาอย่างถูกต้องตั้งแต่เริ่มต้น เรื่องราวคงไม่บานปลายมาจนถึงขนาดนี้ เพราะที่ผ่านมาเรื่องนี้ส่งผลกระทบต่อชีวิตของตนเองเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ ทรายยังรู้สึกว่าไม่อยากให้ฝั่งใดมายื่นข้อเสนอหรือข้อต่อรองใดๆเพราะตลอดเวลาที่ตนเผชิญปัญหามาไม่เคยมีใครรับรู้ ดังนั้นหากจะมีการพูดคุย ปัญหาของตนก็ต้องได้รับการแก้ไขอย่างตรงจุด

ในช่วงท้าย หนุ่ม กรรชัย ได้กล่าวย้ำและขออภัยต่อสังคมหากมองว่าตนเข้าไปยุ่งเกี่ยวหรือ “สาระแน” เรื่องภายในครอบครัวคนอื่นตนไม่ได้มีเจตนาเช่นนั้นเลย แต่เมื่อเห็นสถานการณ์อยู่ตรงหน้าจึงอยากช่วยประสานให้ดีขึ้น พร้อมกันนี้ยังได้กล่าวชื่นชม “คุณปานเทพ พัวพงษ์พันธ์” ที่เข้ามาช่วยดูแลทรายอย่างเต็มที่ โดยตอนแรกตนคิดว่าคุณปานเทพอาจจะไม่มีเวลามาขึ้นศาลร่วมกับทราย แต่คุณปานเทพกลับเดินทางมาเคียงข้างและช่วยเหลือทรายมาโดยตลอด ซึ่งถือเป็นเรื่องที่น่าประทับใจอย่างยิ่ง