โจรควงปืนบุกปล้นร้านการ์ดโปเกมอนกลางนิวยอร์ก กวาดทรัพย์สินกว่า 3.4 ล้านบาท

โจรควงปืนบุกปล้นร้านการ์ดโปเกมอนกลางนิวยอร์ก กวาดทรัพย์สินกว่า 3.4 ล้านบาท

18 ม.ค. 2569 09:51 น.

โจรควงปืนบุกปล้นร้านการ์ดโปเกมอนกลางนิวยอร์ก กวาดทรัพย์สินกว่า 3.4 ล้านบาท

กลุ่มคนร้ายอาวุธครบมือบุกจู่โจมร้านการ์ดเกมชื่อดังในย่านแมนแฮตตัน ในนครนิวยอร์ก ชักอาวุธปืนขึ้นมาข่มขู่พนักงานและลูกค้าที่กำลังร่วมกิจกรรมพบปะสังสรรค์ภายในร้าน ก่อนกวาดการ์ดหายากมูลค่ารวมกว่า 1 แสนดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 3.4 ล้านบาท พบการ์ดบางใบมีราคาสูงถึงเกือบ 2 แสนบาท ด้านเจ้าของร้านยืนยันทุกคนปลอดภัยแต่ขวัญเสียกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

สำนักงานตำรวจนิวยอร์กเปิดเผยรายงานเหตุอาชญากรรมสะเทือนขวัญ เมื่อกลุ่มชายฉกรรจ์ 3 คน บุกเข้าไปในร้าน “โพเก คอร์ท” (Poké Court) ย่านแมนแฮตตัน เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (14 ม.ค.) โดยคนร้ายได้ชักอาวุธปืนขึ้นมาข่มขู่พนักงานและลูกค้าที่กำลังร่วมกิจกรรมพบปะสังสรรค์ภายในร้าน ก่อนจะกวาดเอาการ์ดโปเกมอนหายาก เงินสด และโทรศัพท์มือถือหลบหนีไป

จากภาพหลักฐานที่ทางร้านเผยแพร่ พบชายสวมชุดดำปิดบังใบหน้าจ่ออาวุธปืนไปยังผู้ที่อยู่ในร้านซึ่งกำลังชูมือขึ้นเหนือศีรษะ รายงานระบุว่าทรัพย์สินที่ถูกขโมยไปมีมูลค่ารวมประมาณ 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3.4 ล้านบาท) โดยการ์ดบางใบที่เป็นของสะสมหายากมีราคาสูงถึง 5,500 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.9 แสนบาท) รวมถึงการ์ดตัวละครยอดฮิตอย่าง “ปิกาจู” ที่ถูกเก็บรักษาไว้ในเคสพลาสติกนิรภัย เพื่อรับรองความแท้

คอร์ตนีย์ ชิน เจ้าของร้าน ยืนยันผ่านอินสตาแกรมว่าพนักงานและลูกค้าทุกคนปลอดภัย แม้ตู้โชว์สินค้าจะถูกทุบทำลายจนเสียหาย โดยเธอกล่าวว่า “งานอดิเรกนี้ควรเป็นพื้นที่ที่ปลอดภัย การ์ดกระดาษอาจหามาทดแทนได้ แต่ไม่ควรมีใครต้องมาเจอเหตุการณ์เลวร้ายแบบนี้”

เทรนด์โจรกรรมการ์ดโปเกมอนระบาดหนักในสหรัฐฯเหตุการณ์นี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดขึ้น โดยในเดือนมกราคมที่ผ่านมา เพิ่งเกิดเหตุปล้นการ์ดโปเกมอนมูลค่ากว่า 300,000 ดอลลาร์ (ราว 10.5 ล้านบาท) จากลูกค้าที่เพิ่งเดินออกจากร้านในนครลอสแอนเจลิส และเมื่อเดือนธันวาคมปีก่อน ร้านการ์ดในเขตเบอร์แบงก์ รัฐแคลิฟอร์เนีย ก็ถูกโจรบุกปล้นกวาดทรัพย์สินไปนับแสนดอลลาร์ภายในเวลาเพียง 2 นาที

ทั้งนี้ โปเกมอนถือเป็นแฟรนไชส์ที่ทรงอิทธิพลระดับโลก โดยในปี 2024 สามารถทำรายได้จากค่าลิขสิทธิ์สูงถึง 1.2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งมากกว่าบริษัทของเล่นยักษ์ใหญ่อย่างแมตเทล ทำให้การ์ดสะสมที่มีจำนวนจำกัดกลายเป็นเป้าหมายหลักของกลุ่มมิจฉาชีพเนื่องจากมีราคาสูงและเปลี่ยนเป็นเงินสดได้ง่ายในตลาดมืด

ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจนิวยอร์กยังไม่สามารถจับกุมผู้ก่อเหตุได้ และกำลังเร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดเพื่อล่าตัวกลุ่มคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป.

ที่มา USA TODAY

อินโดนีเซียเร่งค้นหา เครื่องบินเล็กสูญหาย พร้อมผู้โดยสาร 10 คน

อินโดนีเซียเร่งค้นหา เครื่องบินเล็กสูญหาย พร้อมผู้โดยสาร 10 คน

18 ม.ค. 2569 07:00 น.

อินโดนีเซียเร่งค้นหา เครื่องบินเล็กสูญหาย พร้อมผู้โดยสาร 10 คน

ทางการอินโดนีเซียกำลังเร่งค้นหาเครื่องบินลำหนึ่ง ซึ่งหายสาบสูญไประหว่างเดินทางบริเวณเกาะสุลาเวสี พร้อมกับผู้โดยสารและลูกเรือรวม 10 ชีวิต

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เจ้าหน้าที่อินโดนีเซียกำลังเร่งค้นหาเครื่องบินลำหนึ่งที่บรรทุกเจ้าหน้าที่รัฐ 3 ราย และลูกเรือ 7 ราย หลังจากขาดการติดต่อกับหอบังคับการบินเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (17 ม.ค.) ระหว่างทำภารกิจการติดตามตรวจสอบทรัพยากร

หน่วยกู้ภัยระบุว่า เครื่องบินแบบใบพัดรุ่น ATR 42-500 ของสายการบิน “อินโดนีเซีย แอร์ ทรานสปอร์ต” (IAT) ออกเดินทางจากเมืองยอกยาการ์ตา และกำลังมุ่งหน้าไปยังเมืองมาคัสซาร์บนเกาะสุลาเวสี

นายสันตี วาห์ยู เตร็งโกโน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกิจการทางทะเลและประมงของอินโดนีเซีย กล่าวในงานแถลงข่าวว่า มีเจ้าหน้าที่ของกระทรวงฯ 3 รายอยู่บนเครื่องบินลำนี้ ซึ่งกำลังปฏิบัติภารกิจติดตามตรวจสอบทรัพยากรในพื้นที่ทางอากาศ ก่อนจะขาดการติดต่อไปหลังจากเวลา 13.00 น. วันเสาร์ (ตามเวลาท้องถิ่น)

ขณะที่ IAT ระบุว่า มีลูกเรืออีก 7 รายอยู่บนเครื่องบินลำดังกล่าวด้วยเช่นกัน

ด้านนายมูฮัมหมัด อารีฟ อันวาร์ หัวหน้าหน่วยงานค้นหาและกู้ภัยท้องถิ่นเปิดเผยกับสำนักข่าว AFP ว่า ได้มีการส่งทีมกู้ภัยไปยังพื้นที่ภูเขาในเขตมาโรส (Maros Regency) ซึ่งมีอาณาเขตติดต่อกับเมืองมาคัสซาร์ และอยู่ใกล้กับพิกัดสุดท้ายที่ทราบของเครื่องบิน

นายอันวาร์บอกด้วยว่า การค้นหาทั้งทางบกและทางอากาศได้รับความร่วมมือจากกองทัพอากาศ ตำรวจ และอาสาสมัคร

ส่วนนายอันดี สุลต่าน หัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการของหน่วยงานค้นหาและกู้ภัยเมืองมาคัสซาร์ ระบุว่ามีการใช้เฮลิคอปเตอร์และโดรนในการค้นหาเครื่องบินลำนี้ด้วย

ขณะที่บริษัท ATR ผู้ผลิตเครื่องบิน ATR 42-500 ซึ่งมีฐานอยู่ในฝรั่งเศส ระบุว่า ได้รับแจ้งเกี่ยวกับ “อุบัติเหตุ” ที่เกิดขึ้นกับเครื่องบินของบริษัทแล้ว ซึ่ง “ผู้เชี่ยวชาญของ ATR กำลังดำเนินการอย่างเต็มที่เพื่อสนับสนุนทั้งการสืบสวนที่นำโดยทางการอินโดนีเซียและบริษัทผู้ให้บริการการบิน”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

จีนเตือนกัมพูชา คนจีนสูญหายเพราะสแกมเมอร์ กระทบความสัมพันธ์

จีนเตือนกัมพูชา คนจีนสูญหายเพราะสแกมเมอร์ กระทบความสัมพันธ์

18 ม.ค. 2569 06:33 น.

จีนเตือนกัมพูชา คนจีนสูญหายเพราะสแกมเมอร์ กระทบความสัมพันธ์

ทางการจีนเตือนกัมพูชา ว่ากรณีการสูญหายของประชาชนชาวจีนฝีมือแก๊งสแกมเมอร์ที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา กระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างทั้ง 2 ประเทศ

สถานทูตจีนประจำกัมพูชาระบุในวันเสาร์ (17 ม.ค.) ว่า เหตุการณ์ชาวจีนหายตัวไปในกลุ่มอาคารที่ทำธุรกิจหลอกลวงทางไซเบอร์ ที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งในช่วงที่ผ่านมา ถือเป็น “อุปสรรคสำคัญ” ต่อความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศที่เป็นพันธมิตรกัน

แถลงการณ์ผ่านบัญชี WeChat ของสถานทูตระบุว่า เอกอัครราชทูต หวัง เหวินปิน ได้กระตุ้นให้รัฐบาลพนมเปญยกระดับการกวาดล้างอุตสาหกรรมผิดกฎหมายดังกล่าว ในระหว่างการประชุมร่วมกับรัฐมนตรีระดับสูงของกัมพูชา

“จีนมีความกังวลอย่างยิ่งต่อกรณีที่พลเมืองจีนจำนวนหนึ่ง สูญหายหรือหายตัวไปในกัมพูชาเมื่อไม่นานมานี้” แถลงการณ์ระบุ และเสริมว่า กรณีที่เกิดความเสียหายต่อพลเมืองจีนส่วนใหญ่นั้นมีความเกี่ยวข้องกับการหลอกลวงออนไลน์ ซึ่งเหตุการณ์เหล่านี้ “ไม่สอดคล้องกับมิตรภาพดั้งเดิมที่มีมาอย่างยาวนานระหว่างจีนและกัมพูชา”

ด้านรัฐบาลกัมพูชาระบุว่ากำลังดำเนินการกวาดล้างอุตสาหกรรมผิดกฎหมายนี้ ซึ่งใช้แรงงานผู้คนอย่างน้อย 100,000 คนในกัมพูชา ตามข้อมูลของสหประชาชาติ

ในช่วงแรก กลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติเหล่านี้เน้นเป้าหมายไปที่กลุ่มคนที่พูดภาษาจีนเป็นหลัก แต่ต่อมาได้ขยายปฏิบัติการออกไปในหลากหลายภาษา เพื่อขโมยเงินจากเหยื่อทั่วโลกเป็นจำนวนมหาศาลถึงหลายหมื่นล้านดอลลาร์ต่อปี

ผู้ที่ทำการหลอกลวงเหล่านี้ บางครั้งก็เป็นนักต้มตุ๋นที่สมัครใจทำเอง แต่ในบางกรณีก็เป็นชาวต่างชาติที่ตกเป็นเหยื่อของการค้ามนุษย์ ซึ่งถูกหลอกมาติดกับและบังคับให้ทำงานภายใต้การข่มขู่ว่าจะใช้ความรุนแรง

ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา จีนได้ยกระดับการไล่ล่าตัวบุคคลสำคัญในอุตสาหกรรมการหลอกลวงทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อนำตัวกลับมาดำเนินคดีในแผ่นดินของตนเอง ซึ่งกัมพูชาเพิ่งจับกุมตัวนาย เฉิน จื้อ มหาเศรษฐีเชื้อสายจีนผู้ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังศูนย์สแกมเมอร์ในประเทศ และส่งตัวไปจีนเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน

สำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) ประมาณการว่า การหลอกลวงออนไลน์สร้างความเสียหายในภูมิภาคเอเชียตะวันออกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในปี 2567 สูงถึง 3.7 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ

ด้านองค์การนิรโทษกรรมสากล (Amnesty International) ได้กล่าวหารัฐบาลกัมพูชาว่า “จงใจเพิกเฉย” ต่อการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่กระทำโดยแก๊งอาชญากรรมไซเบอร์เหล่านั้น

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

ผู้นำยูกันดาชนะเลือกตั้ง เป็นประธานาธิบดีต่อ หลังอยู่ในอำนาจมา 40 ปี

ผู้นำยูกันดาชนะเลือกตั้ง เป็นประธานาธิบดีต่อ หลังอยู่ในอำนาจมา 40 ปี

18 ม.ค. 2569 04:15 น.

ผู้นำยูกันดาชนะเลือกตั้ง เป็นประธานาธิบดีต่อ หลังอยู่ในอำนาจมา 40 ปี

ประธานาธิบดียูกันดา ชนะการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 10 ม.ค. 2569 ทำให้เขาได้เป็นประธานาธิบดีต่ออีก 5 ปี หลังจากปกครองประเทศมานานถึง 40 ปี

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 17 ม.ค. 2569 ว่า คณะกรรมการการเลือกตั้งของประเทศยูกันดาประกาศให้ประธานาธิบดี โยเวรี มูเซเวนี เป็นผู้ชนะการเลือกตั้งที่จัดขึ้นเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ทำให้เขาได้ดำรงตำแหน่งผู้นำประเทศต่อไปอีก 5 ปี หลังจากปกครองมายาวนานกว่า 4 ทศวรรษ

คณะกรรมการการเลือกตั้งระบุว่า นายมูเซเวนีได้คะแนนเสียงไป 72% ขณะที่ บ็อบบี ไวน์ คู่แข่งที่ใกล้เคียงที่สุดได้คะแนนเสียง 25% โดยไวน์ออกมาประณามสิ่งที่เขาเรียกว่าเป็น “ผลการเลือกตั้งปลอม” และ “การยัดบัตรเลือกตั้ง”

ไวน์ยังไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติม แต่เรียกร้องให้มีการประท้วงโดยสันติวิธี ขณะที่คณะกรรมการเลือกตั้งยังไม่ได้ออกมาตอบโต้ข้อกล่าวหาดังกล่าว แต่คณะผู้สังเกตการณ์การเลือกตั้งจากสหภาพแอฟริกา (African Union) ระบุว่าพวกเขา “ไม่พบหลักฐานการยัดบัตรเลือกตั้ง”

ทั้งนี้ นายมูเซเวนี ในวัย 81 ปี ก้าวเข้าสู่อำนาจครั้งแรกในฐานะผู้นำกลุ่มกบฏเมื่อปี 2529 และนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา เขาชนะการเลือกตั้งมาแล้วถึง 7 ครั้ง

กระบวนการเลือกตั้งครั้งนี้เต็มไปด้วยเหตุความรุนแรง โดย บ็อบบี ไวน์ อดีตดารานักร้องวัย 43 ปีอ้างว่า มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 21 ศพทั่วประเทศในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ตัวเลขอย่างเป็นทางการอยู่ที่ 7 ศพเท่านั้น

นอกจากนี้ การเข้าถึงอินเทอร์เน็ตในประเทศถูกตัดขาดมาตั้งแต่วันอังคาร ส่งผลให้การตรวจสอบข้อมูลเป็นไปได้ยาก

รัฐบาลยูกันดาอ้างว่า มาตรการตัดสัญญาณอินเทอร์เน็ตมีความจำเป็น เพื่อป้องกันการแพร่กระจายข้อมูลเท็จ การทุจริต และการยุยงให้เกิดความรุนแรง ซึ่งเป็นการกระทำที่สำนักงานสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติประณามว่าเป็นเรื่องที่ “น่ากังวลอย่างยิ่ง”

ด้านนายกู้ดลัก โจนาธาน อดีตประธานาธิบดีแห่งไนจีเรีย ในฐานะผู้นำคณะผู้สังเกตการณ์จากสหภาพแอฟริกา กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า รัฐบาลยูกันดาควรหยุดระงับการเข้าถึงอินเทอร์เน็ต ในช่วงใกล้การเลือกตั้ง

สำนักข่าว AFP รายงานว่า โจนาธานยังได้ประณาม “รายงานเกี่ยวกับการข่มขู่ การจับกุม และการลักพาตัว” โดยระบุว่าเหตุการณ์เหล่านี้ “ทำให้เกิดความกลัวและบั่นทอนความเชื่อมั่นของสาธารณชนต่อกระบวนการเลือกตั้ง”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ม็อบประท้วงในกรีนแลนด์-เดนมาร์ก ต้านแผนทรัมป์ยึดดินแดน

ม็อบประท้วงในกรีนแลนด์-เดนมาร์ก ต้านแผนทรัมป์ยึดดินแดน

18 ม.ค. 2569 02:40 น.

ม็อบประท้วงในกรีนแลนด์-เดนมาร์ก ต้านแผนทรัมป์ยึดดินแดน

ประชาชนในเดนมาร์กและกรีนแลนด์ ออกมาร่วมตัวประท้วงในหลายเมือง เพื่อต่อต้านแผนการของ โดนัลด์ ทรัมป์ ที่ต้องการทำให้ดินแดนแห่งนี้กลายเป็นส่วนหนึ่งของสหรัฐฯ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันเสาร์ที่ 17 ม.ค. 2569 ประชาชนหลายพันคนในกรีนแลนด์และเดนมาร์กออกมาชุมนุมประท้วงต่อต้านแผนการของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ที่จะเข้าครอบครองกรีนแลนด์ ซึ่งเป็นดินแดนกึ่งปกครองตนเองของเดนมาร์ก

การชุมนุมประท้วงมีขึ้นในหลายเมืองของเดนมาร์ก รวมถึงกรุงโคเปนเฮเกนซึ่งเป็นเมืองหลวง ตลอดจนในเมืองนุก (Nuuk) เมืองเอกของกรีนแลนด์ ผู้ประท้วงต่างชูป้ายที่มีข้อความว่า “อย่าแตะต้องกรีนแลนด์” และ “กรีนแลนด์เพื่อชาวกรีนแลนด์”

“เป็นเรื่องสำคัญมากที่เราจะต้องรวมตัวกันและแสดงให้เห็นว่ากรีนแลนด์ไม่ได้มีไว้ขาย และเราไม่ต้องการเป็นชาวอเมริกัน หรือถูกผนวกเข้ากับสหรัฐฯ” เอริก เจนเซน นักการเมืองชาวกรีนแลนด์บอกกับสำนักข่าวรอยเตอร์

การประท้วงดังกล่าวเกิดขึ้นในขณะที่คณะตัวแทนจากสภาคองเกรสสหรัฐฯ โดย คริส คูนส์ วุฒิสมาชิกจากพรรคเดโมแครตเดินทางมาเยือนกรุงโคเปนเฮเกน และพูดถึงวาทกรรมของนายทรัมป์ว่าเป็นเรื่องที่ “ไม่สร้างสรรค์”

ชาวกรีนแลนด์เดินขบวนประท้วงในเมืองนุก เมื่อ 17 ม.ค. 2569
ชาวกรีนแลนด์เดินขบวนประท้วงในเมืองนุก เมื่อ 17 ม.ค. 2569

ทั้งนี้ โดนัลด์ ทรัมป์ แสดงความต้องการให้กรีนแลนด์เป็นส่วนหนึ่งของสหรัฐฯ ตั้งแต่เป็นประธานาธิบดีสมัยแรกแล้ว และจุดประเด็นนี้กลับมาอีกครั้งหลังจากรับตำแหน่งสมัยที่ 2 เมื่อปีก่อน โดยอ้างเหตุผลด้านความมั่นคง และไม่ตัดความเป็นไปได้ที่จะใช้กำลังทหารเข้ายึดครอง

ล่าสุดนายทรัมป์ประกาศว่าจะเรียกเก็บภาษีศุลกากรต่อประเทศในยุโรปที่คัดค้านแผนการของเขา โดยระบุว่า สินค้าจากเดนมาร์ก นอร์เวย์ สวีเดน ฝรั่งเศส เยอรมนี สหราชอาณาจักร เนเธอร์แลนด์ และฟินแลนด์ จะต้องถูกเรียกเก็บภาษีศุลกากรจากสหรัฐฯ ในอัตรา 10% ตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ.เป็นต้นไป

ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวหาประเทศเหล่านี้ว่ากำลังเล่น “เกมที่อันตรายอย่างยิ่ง” พร้อมระบุว่าอัตราภาษีจะถูกปรับเพิ่มเป็น 25% ในวันที่ 1 มิ.ย. และจะเก็บจนกว่าจะมีการบรรลุข้อตกลงเพื่อการซื้อกรีนแลนด์อย่างเสร็จสมบูรณ์และเบ็ดเสร็จ

อนึ่ง กรีนแลนด์เป็นดินแดนที่มีประชากรอาศัยอยู่เบาบางแต่กลับอุดมไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติ นอกจากนี้ ตำแหน่งที่ตั้งซึ่งอยู่ระหว่างอเมริกาเหนือและอาร์กติก ยังทำให้กรีนแลนด์เป็นจุดยุทธศาสตร์ที่เหมาะสมสำหรับระบบเตือนภัยล่วงหน้าในกรณีที่มีการโจมตีด้วยขีปนาวุธ และใช้สำหรับการเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวของเรือต่าง ๆ ในภูมิภาค

ก่อนหน้านี้ทรัมป์เคยกล่าวไว้ว่า วอชิงตันจะครอบครองดินแดนนี้ด้วย “วิธีที่ง่าย” หรือ “วิธีที่ยาก” ซึ่งเห็นได้ชัดว่าหมายถึงการซื้อเกาะแห่งนี้หรือการเข้ายึดครองด้วยกำลัง

ขณะเดียวกัน ผลการสำรวจความคิดเห็นระบุว่า ชาวกรีนแลนด์กว่า 85% คัดค้านการที่ดินแดนจะเข้าเป็นส่วนหนึ่งของสหรัฐฯ

ประเทศอื่น ๆ ในยุโรปต่างรวมตัวกันสนับสนุนเดนมาร์ก โดยโต้แย้งว่าความมั่นคงของภูมิภาคอาร์กติกควรเป็นความรับผิดชอบร่วมกันของนาโต โดยฝรั่งเศส เยอรมนี สวีเดน นอร์เวย์ ฟินแลนด์ เนเธอร์แลนด์ และสหราชอาณาจักร ส่งกองกำลังขนาดเล็กไปยังกรีนแลนด์แล้ว เพื่อร่วมภารกิจลาดตระเวน

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ทรัมป์สั่งเก็บภาษี 8 ชาติยุโรป 10-25% ขวางทางซื้อกรีนแลนด์

ทรัมป์สั่งเก็บภาษี 8 ชาติยุโรป 10-25% ขวางทางซื้อกรีนแลนด์

18 ม.ค. 2569 00:14 น.

ทรัมป์สั่งเก็บภาษี 8 ชาติยุโรป 10-25% ขวางทางซื้อกรีนแลนด์

ทรัมป์ประกาศเก็บภาษีนำเข้า 8 ชาติยุโรป รวมถึงเดนมาร์ก 10% เริ่ม 1 ก.พ.นี้ และจะเพิ่มเป็น 25% ในเดือนมิถุนายน โดยจะมีผลจนกว่าจะซื้อกรีนแลนด์ได้สำเร็จ

เมื่อวันเสาร์ที่ 17 ม.ค. 2569 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ประกาศผ่านข้อความที่โพสต์บน Truth Social ว่า สหรัฐฯ จะมีมาตรการเก็บภาษีศุลกากรสินค้าที่นำเข้าจาก เดนมาร์ก, นอร์เวย์, สวีเดน, ฝรั่งเศส, เยอรมนี, สหราชอาณาจักร, เนเธอร์แลนด์ และฟินแลนด์ ในอัตรา 10% โดยจะเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์เป็นต้นไป

ข้อความของนายทรัมป์ระบุว่า “เราได้ให้เงินอุดหนุนแก่เดนมาร์กและประเทศต่าง ๆ ในสหภาพยุโรป รวมถึงประเทศอื่น ๆ มาเป็นเวลาหลายปี โดยการไม่เรียกเก็บภาษีศุลกากรหรือค่าตอบแทนในรูปแบบอื่นใดเลย บัดนี้ หลังจากผ่านพ้นมาหลายศตวรรษ ถึงเวลาแล้วที่เดนมาร์กจะต้องตอบแทน”

“สันติภาพของโลกกำลังตกอยู่ในความเสี่ยง! จีนและรัสเซียต้องการกรีนแลนด์ และไม่มีสิ่งใดที่เดนมาร์กจะทำได้เลย ปัจจุบันพวกเขามีเพียง ‘รถลากเลื่อนสุนัข’ 2 คัน ไว้ป้องกันตัว ซึ่งเพิ่งจะเพิ่มมาถึงคันหนึ่งเมื่อไม่นานมานี้ มีเพียงสหรัฐอเมริกาภายใต้ประธานาธิบดี โดนัลด์ เจ. ทรัมป์ เท่านั้นที่สามารถลงเล่นในเกมนี้ได้ และจะทำได้อย่างประสบความสำเร็จอย่างยิ่งด้วย! จะไม่มีใครกล้าแตะต้องดินแดนอันศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐฯ และโลกโดยรวมกำลังตกอยู่ในความเสี่ยง”

“ที่เหนือยิ่งไปกว่านั้น เดนมาร์ก นอร์เวย์ สวีเดน ฝรั่งเศส เยอรมนี สหราชอาณาจักร เนเธอร์แลนด์ และฟินแลนด์ ต่างเดินทางไปยังกรีนแลนด์เพื่อจุดประสงค์ที่ไม่มีใครทราบ นี่คือสถานการณ์ที่อันตรายอย่างยิ่งต่อความปลอดภัย ความมั่นคง และการอยู่รอดของโลกเรา ประเทศเหล่านี้ ซึ่งกำลังเล่นเกมที่อันตรายอย่างยิ่ง ได้สร้างระดับความเสี่ยงที่ไม่สามารถรับได้ หรือไม่สามารถปล่อยให้ดำเนินต่อไปได้”

“ดังนั้น เพื่อปกป้องสันติภาพและความมั่นคงของโลก จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องดำเนินมาตรการที่เข้มงวดเพื่อให้สถานการณ์ที่อาจเป็นอันตรายนี้สิ้นสุดลงโดยเร็วและไม่มีข้อกังขา”

“ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นต้นไป ประเทศทั้งหมดที่กล่าวมาข้างต้น (เดนมาร์ก, นอร์เวย์, สวีเดน, ฝรั่งเศส, เยอรมนี, สหราชอาณาจักร, เนเธอร์แลนด์ และฟินแลนด์) จะถูกเรียกเก็บภาษีศุลกากร 10% สำหรับสินค้าทุกชนิดและทุกประเภทที่ส่งมายังสหรัฐอเมริกา และในวันที่ 1 มิถุนายน 2026 ภาษีจะเพิ่มขึ้นเป็น 25%”

“ภาษีนี้จะต้องชำระจนกว่าจะมีการบรรลุข้อตกลงเพื่อการซื้อกรีนแลนด์อย่างเสร็จสมบูรณ์และเบ็ดเสร็จ สหรัฐฯ พยายามที่จะทำธุรกรรมนี้มานานกว่า 150 ปีแล้ว ประธานาธิบดีหลายท่านได้พยายาม และทำด้วยเหตุผลที่ดี แต่เดนมาร์กปฏิเสธมาโดยตลอด”

“บัดนี้ เนื่องจากโครงการ ‘โกลเดน โดม’ (Golden Dome) และระบบอาวุธสมัยใหม่ ทั้งในเชิงรุกและเชิงรับ ความจำเป็นในการ “เข้าครอบครอง” จึงมีความสำคัญเป็นพิเศษ ปัจจุบันมีการใช้จ่ายเงินหลายแสนล้านดอลลาร์ไปกับโครงการความมั่นคงที่เกี่ยวข้องกับ “เดอะ โดม” ซึ่งรวมถึงความเป็นไปได้ในการคุ้มครองแคนาดาด้วย และระบบที่ชาญฉลาดแต่มีความซับซ้อนสูงนี้ จะสามารถทำงานได้เต็มศักยภาพและประสิทธิภาพสูงสุดได้ก็ต่อเมื่อมีดินแดนแห่งนี้รวมอยู่ด้วยเท่านั้น เนื่องด้วยเหตุผลด้านมุมพิกัด ระยะ และขอบเขตพื้นที่”

“สหรัฐอเมริกาพร้อมที่จะเปิดการเจรจากับเดนมาร์ก และ/หรือ ประเทศเหล่านี้ที่สร้างความเสี่ยงอย่างมาก แม้ว่าที่ผ่านมาเราได้ทำเพื่อพวกเขามามากมายแล้ว รวมทั้งการมอบความคุ้มครองสูงสุดมาตลอดหลายทศวรรษ ขอบคุณที่ให้ความสนใจในเรื่องนี้! โดนัลด์ เจ. ทรัมป์ ประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกา”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : truthsocial

FAA เตือนสายการบิน อาจมีกิจกรรมทางทหาร ในอเมริกากลาง-ใต้

FAA เตือนสายการบิน อาจมีกิจกรรมทางทหาร ในอเมริกากลาง-ใต้

17 ม.ค. 2569 23:37 น.

FAA เตือนสายการบิน อาจมีกิจกรรมทางทหาร ในอเมริกากลาง-ใต้

สำนักงานบริหารการบินสหรัฐฯ เตือนสายการบินอเมริกาให้ระวังเวลาเดินทางผ่านมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันออก, อเมริกากลางและใต้ เนื่องจากอาจมีกิจกรรมทางทหารเกิดขึ้น

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า สำนักงานบริหารการบินแห่งชาติของสหรัฐฯ (FAA) ได้ออกประกาศเตือนนักบินของสายการบินสหรัฐฯ เกี่ยวกับการบินเหนือมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันออก ใกล้กับประเทศเม็กซิโก อเมริกากลาง และบางส่วนของอเมริกาใต้ โดยระบุถึงความเป็นไปได้ที่จะมี “กิจกรรมทางทหาร” และการรบกวนสัญญาณนำทางผ่านดาวเทียม

คำเตือนดังกล่าวถูกประกาศเมื่อวันศุกร์ผ่านชุดประกาศแจ้งเตือนนักบิน (NOTAMs) จะมีผลเป็นเวลา 60 วัน โดย FAA ระบุว่า “มีความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นต่ออากาศยานในทุกระดับความสูง รวมถึงในระหว่างการบินผ่าน และในช่วงการบินขึ้นและลงจอด”

“FAA ได้ออกประกาศแจ้งเตือนการบิน (NOTAMs) สำหรับพื้นที่เฉพาะในเขตควบคุมการจราจรทางอากาศเหนือน่านน้ำของเม็กซิโก, อเมริกากลาง, ปานามา, โบโกตา, กวายากิล และมาซาตลัน รวมถึงในน่านฟ้าบริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันออก” FAA บอกกับสำนักข่าว USA Today

ตอนนี้ยังไม่แน่ชัดว่า อะไรคือสาเหตุที่ทำให้ต้องมีการออกประกาศแจ้งเตือน ซึ่งระบุให้ผู้ประกอบการอากาศยาน “ใช้ความระมัดระวัง” แต่ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา กองทัพสหรัฐฯ มีปฏิบัติการโจมตีเรือที่ต้องสงสัยว่าลักลอบขนยาเสพติดในทะเลแคริบเบียนและมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันออกหลายครั้ง โดยจมเรือไปมากกว่า 30 ลำ มีผู้เสียชีวิตนับร้อยคน

เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา FAA ก็เคยได้เตือนให้นักบินทุกคนใช้ความระมัดระวังเมื่อบินผ่านน่านฟ้าเหนือประเทศเวเนซุเอลา “เนื่องจากสถานการณ์ด้านความมั่นคงที่เลวร้ายลงและกิจกรรมทางทหารที่เพิ่มสูงขึ้น”

และเมื่อเดือนธันวาคม เที่ยวบินของสายการบินเจ็ทบลู (JetBlue) ซึ่งเดินทางมาจากคูราเซา (Curaçao) ประเทศในแถบแคริบเบียน ต้องระงับการไต่ระดับความสูงเพื่อหลีกเลี่ยงการชนกับเครื่องบินเติมน้ำมันของกองทัพอากาศสหรัฐฯ

เมื่อช่วงต้นเดือนมกราคม รัฐบาลทรัมป์มีปฏิบัติการทางทหารในเวเนซุเอลา และบุกจับตัวนาย นิโกลัส มาดูโร ผู้นำเผด็จการ กับภริยาของเขาถึงบ้านพักในกรุงการากัส

และนายทรัมป์เพิ่งบอกกับสำนักข่าว Fox News เมื่อไม่นานมานี้ว่า สหรัฐฯ จะขยายปฏิบัติการเพื่อกวาดล้างกลุ่มค้ายาเสพติดมากขึ้นอีก

“เราได้กำจัดยาเสพติดที่เข้ามาทางน้ำไปได้ถึง 97% แล้ว และตอนนี้เรากำลังจะเริ่มจัดการบนบก” ทรัมป์บอกนาย ฌอน แฮนนิตี พิธีกรของ Fox News เมื่อช่วงต้นเดือนมกราคม “กลุ่มค้ายาเสพติดกำลังบงการเม็กซิโกอยู่ เป็นเรื่องน่าสลดใจมากที่ต้องเฝ้าดูและเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับประเทศนั้น”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : foxnews

อิหร่านโทษสหรัฐฯ อยู่เบื้องหลังการประท้วง ทำคนตายหลายพันศพ

อิหร่านโทษสหรัฐฯ อยู่เบื้องหลังการประท้วง ทำคนตายหลายพันศพ

17 ม.ค. 2569 21:58 น.

อิหร่านโทษสหรัฐฯ อยู่เบื้องหลังการประท้วง ทำคนตายหลายพันศพ

ผู้นำสูงสุดอิหร่านกล่าวหาสหรัฐฯ ว่าเป็นผู้ที่ต้องรับผิดชอบต่อความสูญเสียที่เกิดขึ้นระหว่างการประท้วงใหญ่ ขณะที่กลุ่มสิทธิระบุว่า จำนวนผู้เสียชีวิตพุ่งทะลุ 3,000 ศพแล้ว

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 17 ม.ค. 2569 ว่า อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่านกล่าวหาว่าสหรัฐอเมริกาและโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง “ความสูญเสีย, ความเสียหาย และการใส่ร้ายป้ายสี” ที่เกิดขึ้นในประเทศของเขาระหว่างการประท้วงใหญ่ช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา

ในการกล่าวสุนทรพจน์เมื่อวันเสาร์ (17 ม.ค.) คาเมเนอียอมรับว่า มีผู้เสียชีวิตหลายพันคนระหว่างเหตุการณ์การประท้วงดังกล่าว และว่าผู้เสียชีวิตบางส่วนถูกสังหารในลักษณะที่ไร้มนุษยธรรมและป่าเถื่อน แต่เขากล่าวโทษว่าเป็นฝีมือของ “กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ”

ทางด้านประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้กระตุ้นให้ผู้ประท้วงต่อต้านรัฐบาลอิหร่าน “ประท้วงต่อไป” และขู่ว่าจะเข้าแทรกแซงทางทหารหากกองกำลังความมั่นคงสังหารกลุ่มผู้ประท้วงเหล่านั้น

ทั้งนี้ ข้อมูลจากสำนักข่าวนักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิมนุษยชน (HRANA) ซึ่งมีสำนักงานอยู่ในสหรัฐฯ ระบุว่า การประท้วงในอิหร่านได้คร่าชีวิตผู้คนไปแล้ว 3,090 ราย โดยเหตุการณ์ความไม่สงบนี้เริ่มขึ้นในวันที่ 28 ธ.ค. โดยมีชนวนเหตุจากความไม่พอใจในปัญหาเศรษฐกิจ ก่อนจะลุกลามเป็นการประท้วงต่อต้านรัฐบาล

แต่รัฐบาลเรียกการประท้วงที่เกิดขึ้นว่า การก่อจลาจลที่ได้รับการสนับสนุนจากศัตรูของอิหร่าน และดำเนินการปราบปรามผู้ชุมนุมอย่างหนัก นอกจากนี้ ยังมีการตัดสัญญาณอินเทอร์เน็ตและบริการสื่อสารเกือบทั้งหมดในประเทศ โดยในวันเสาร์ (17 ม.ค.) ระดับการเชื่อมต่อยังอยู่ที่เพียง 2% ของระดับปกติเท่านั้น

ข่าวเหตุความไม่สงบในอิหร่านเริ่มลดลงในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา แต่นักวิเคราะห์มองว่า เนื่องจากการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตยังคงถูกจำกัด ทำให้สถานการณ์จริงในพื้นที่ยังคงไม่ชัดเจน

ระหว่างการกล่าวสุนทรพจน์เมื่อวันเสาร์ คาเมเนอียังบอกอีกว่าอิหร่านถือว่าประธานาธิบดีทรัมป์เป็น “อาชญากร” และสหรัฐฯ จะต้อง “รับผิดชอบ” ต่อความไม่สงบที่เกิดขึ้น คาเมเนอีกล่าวหาด้วยว่า เป้าหมายของอเมริกาคือการกลืนกินอิหร่าน

อีกด้านหนึ่ง กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เผยว่า พวกเขาได้รับรายงานว่าอิหร่านกำลังเตรียมทางเลือกต่างๆ ในการโจมตีฐานทัพอเมริกัน ซึ่งอิหร่านจะต้องเผชิญกับ “กองกำลังที่ทรงพลังอย่างยิ่ง” หากมีการโจมตีเกิดขึ้นจริง พร้อมเตือนรัฐบาลเตหะรานว่าอย่าได้ “เล่นเกมกับประธานาธิบดีทรัมป์”

ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวเมื่อวันพุธ (14 ม.ค.) ว่าเขาได้รับรายงานว่า “การเข่นฆ่าในอิหร่านได้ยุติลงแล้ว” แต่เสริมว่าเขายังไม่ได้ตัดทางเลือกในการใช้ปฏิบัติการทางทหารต่อประเทศดังกล่าว

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

Science Update : นักบินอวกาศกลับโลกก่อนกำหนด

Science Update : นักบินอวกาศกลับโลกก่อนกำหนด

Science Update : นักบินอวกาศกลับโลกก่อนกำหนด

วันอาทิตย์ ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

Science Update : นักบินอวกาศกลับโลกก่อนกำหนด

ยานแคปซูล เอนเดฟเวอร์ (Endeavour) ของสเปซเอ็กซ์ (SpaceX) นำลูกเรือทั้ง 4 นายจากสถานีอวกาศนานาชาติ หรือ ISS ประกอบด้วย ซีนา คาร์ดแมน นักบินอวกาศจากนาซา วัย 38 ปี ในฐานะผู้บัญชาการยานเอนเดฟเวอร์, ไมค์ ฟินคี นักบินอวกาศชาวอเมริกันวัย 58 ปี, คิมิยะ ยูอิ นักบินอวกาศชาวญี่ปุ่นวัย 55 ปี และ โอเลก ปลาโตนอฟ นักบินอวกาศชาวรัสเซียวัย 39 ปี เดินทางกลับถึงโลกอย่างปลอดภัยช่วงเช้ามืดวันพฤหัสบดีตามเวลาท้องถิ่น โดยกางร่มชูชีพลงสู่ผิวน้ำที่สงบนิ่งนอกชายฝั่งเมืองซานดิเอโก รัฐแคลิฟอร์เนีย สิ้นสุดการเดินทางที่ใช้เวลากว่า 10 ชั่วโมง นับตั้งแต่ถอนตัวออกจากสถานีอวกาศนานาชาติ หรือ ISS และพุ่งผ่านชั้นบรรยากาศโลกด้วยความร้อนสูง

เหตุการณ์นี้ ถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของสำนักงานบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติของสหรัฐ หรือ นาซา ที่สั่งยุติภารกิจของลูกเรือบน ISS กลางคัน เนื่องจากเหตุฉุกเฉินด้านสุขภาพของนักบินอวกาศนายหนึ่ง ทำให้ต้องระงับภารกิจบนสถานีอวกาศก่อนกำหนดหลายสัปดาห์ โดยลูกเรือในภารกิจ Crew-11 นี้ เดินทางไปปฏิบัติภารกิจบนสถานีอวกาศนานาชาติตั้งแต่เดือนสิงหาคมปีที่ผ่านมา รวมระยะเวลาปฏิบัติภารกิจทั้งสิ้น 167 วัน แต่นาซาปฏิเสธที่จะเปิดเผยตัวตนของนักบินอวกาศที่มีอาการป่วย รวมถึงไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับอาการดังกล่าว อ้างเรื่องของความเป็นส่วนตัวของผู้ป่วย

แหวกฟ้าหาฝัน : Edouard Vuillard in Thiel Gallery

แหวกฟ้าหาฝัน : Edouard Vuillard in Thiel Gallery

แหวกฟ้าหาฝัน : Edouard Vuillard in Thiel Gallery

วันอาทิตย์ ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

แหวกฟ้าหาฝัน : Edouard Vuillard in Thiel Gallery

นอกจาก Edvard Munch แล้ว Thiel Gallery ยังมีผลงานของศิลปินนานาชาติที่มีชื่อเสียงมากอีกผู้หนึ่งนั่นคือ Edouard Vuillard เขาเกิดวันที่ 11 พฤศจิกายน 1868 ที่ Cuiseaux ฝรั่งเศส พ่อของเขาเป็นทหารเรือก่อนปลดประจำการมาเป็นผู้เก็บภาษี แม่ของเขาเป็นช่างเย็บผ้าที่อายุอ่อนกว่าบิดาของเขาถึง 27 ปี หลังจากบิดาเขาเกษียณก็ย้ายครอบครัวมาอยู่ปารีสเพื่อให้แม่เขามีร้านตัดเสื้อผ้า เขาเข้าเรียนหนังสือและได้รับทุนการศึกษาจาก Prestigious Lycee Fontaine ซึ่งต่อมาคือ Lycee Condorcet เขาเข้าเรียนสาขาวาทศิลป์และศิลปะโดยหัดวาดภาพเลียนแบบผลงานของ Michelangelo และงานประติมากรรมยุคคลาสสิค เขาได้พบกับศิลปินแนว Nabis หลายคนที่นี่รวมทั้ง Ker Xavier Roussel ซึ่งต่อมาเขาได้กลายเป็นน้องเขย Maurice Denis, Pierre Veber และ Aurelien Lugne-Poe

เดือนพฤศจิกายน 1885 เขาลาออกจาก Lycee และเข้าร่วมกับ Roussel เพื่อทำงานกับ Diogene Maillart ที่ห้องภาพเก่าของ Eugene Delacroix สถานที่ซึ่งทั้งสองได้เรียนรู้วิธีการเขียนภาพ นอกจากนี้เขายังเข้าเรียนที่ Academie Julian และไปเยือนห้องภาพของ William-Adolphe Bouguereau และ Robert Fleury บ่อย ๆ แต่เขาก็ไม่สามารถสอบเข้าเรียน Ecole des Beaux-Arts ได้ในการสอบ 3 ครั้งแรก อย่างไรก็ดี ความพยายามของเขาก็เป็นผลในครั้งที่สี่ เขาสามารถสอบเข้าได้ในเดือนกรกฎาคม 1887  และเข้าเรียนกับ Robert Fleury และปีต่อมาเขาก็เรียนกับ Jean-Leon Gerome เขาเริ่มประสบความสำเร็จจนสามารถนำภาพเหมือนของเขาและ Waroquoy และภาพเหมือนของย่าของเขามาจัดแสดงที่ Salon ได้ในปี 1889 ปลายปี 1889 เขาร่วมกับ Maurice Danis และเพื่อนอีกหลายคนร่วมกันจัดตั้งกลุ่ม Les Nabis ขึ้นโดยผลงานชิ้นแรกของศิลปะแนวนี้คือ The Talisman เขามีชื่อเล่นในกลุ่มว่า Nabi Zouave เพราะเขาเคยเป็นทหารมาก่อน หลังจากนั้นเขาแบ่งสตูดิโอร่วมกับ Bonnard และเริ่มออกแบบตกแต่งโรงละคร ปี 1891 เขาและกลุ่มศิลปิน Les Nabis ได้จัดนิทรรศการครั้งแรกขึ้นที่ Chateau of Saint Germain en Laye

เขาได้ซื้องานศิลปะแท่นพิมพ์ไม้ญี่ปุ่นมากถึง 180 ชิ้นซึ่งส่งอิทธิพลต่องานของเขาอย่างมากในเรื่องความเรียบง่ายและสีที่แตกต่าง นอกจากนี้เขายังทำงานตกแต่งทั้งกระจกสี จานเซรามิค แผ่นพับละครเวทีด้วยโดยเฉพาะอย่างยิ่งให้กับโรงละคร Theatre d’Art by the young poet Paul Fort ก่อนย้ายไปทำงานตกแต่งภายใน และรังสรรค์งานจิตรกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับภายในบ้านของคหบดีต่าง ๆ ที่ตกแต่งอย่างสวยงามโดยใช้เทคนิคเดียวกันกับการตกแต่งภายในโรงละครทำให้เขาสามารถสร้างผลงานได้รวดเร็วขึ้น  เทคนิคนี้เฉกเช่นเดียวกันกับการวาดภาพปูนเปียกที่ใช้กาวหนังกระต่ายเป็นตัวยึดกับชอล์ก และใช้ตัวฉาบเรียบลงบนผืนผ้าใบอันจะทำให้ศิลปินสามารถที่จะรังสรรค์ภาพได้ละเอียดขึ้นและกันน้ำด้วยอีกต่างหาก

นับจากปี 1892 เขาได้รับการว่าจ้างให้ทำงานตกแต่งหลายแห่งอาทิ ประตูทางเข้า Salon ของครอบครัว Paul Desmarais ห้องภาพของ Siegfried Bing ออกแบบกระจกสีที่หน้าต่างของบริษัท Louis Tiffany ซึ่งผลงานชิ้นนี้สุดท้ายไปจัดแสดงที่ National Society of Fine Arts ยิ่งกว่านั้นเขายังมีชื่อเสียงในวาดรูปสวนสาธารณะ อาทิ The Public Gardens ซึ่งเป็นภาพเด็ก ๆ ในสวนสาธารณะในกรุงปารีส แม้เขาจะมีผลงานจัดแสดงใน Thiel Gallery จำนวนไม่มาก แต่ทุกชิ้นล้วนสวยงาม และมีอัตลักษณ์ของงานแนว Nabis อย่างแท้จริง