รมว. พม. นำทีมติดเข็มกลัด Pride Month ให้นายกฯ และ ครม. ร่วมสร้างสังคมเท่าเทียม หนุนไทยเป็นเจ้าภาพ WorldPride 2030

รมว. พม. นำทีมติดเข็มกลัด Pride Month ให้นายกฯ และ ครม. ร่วมสร้างสังคมเท่าเทียม หนุนไทยเป็นเจ้าภาพ WorldPride 2030

รมว. พม. นำทีมติดเข็มกลัด Pride Month ให้นายกฯ และ ครม. ร่วมสร้างสังคมเท่าเทียม หนุนไทยเป็นเจ้าภาพ WorldPride 2030

วันจันทร์ ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 08.00 น.

นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) พร้อมด้วย ดร.เอนกชัย เรืองรัตนากร ที่ปรึกษาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นายกันตพงศ์ รังษีสว่าง ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นางจตุพร โรจนพานิช อธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว  คณะผู้บริหารกระทรวง พม. และภาคีเครือข่าย ติดเข็มกลัด Road to Bangkok WorldPride 2030 ให้แก่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อเป็นการแสดงออกในการร่วมเฉลิมฉลองเดือนแห่งความภาคภูมิใจของกลุ่มบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ (Pride Month) ซึ่งตรงกับเดือนมิถุนายนของทุกปี และเพื่อประกาศว่า รัฐบาล โดยกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) พร้อมสนับสนุนภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนร่วมสร้างสังคมแห่งความเท่าเทียมระหว่างเพศ ภายใต้แนวคิดหลัก “การยกระดับการพัฒนาเชิงนโยบายระดับจังหวัดหรือเมืองที่โอบรับสิทธิและความเท่าเทียมระหว่างเพศ”  อีกทั้ง สนับสนุนการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพการจัดงาน WorldPride 2030

นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวว่า เดือนมิถุนายน ถือเป็นเดือนแห่งความภาคภูมิใจของกลุ่มบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ (Pride Month) เพื่อร่วมสดุดีและระลึกถึงเหตุการณ์การจลาจลสโตนวอลล์ ในวันที่ 28 มิถุนายน ค.ศ. 1969 ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของกลุ่มบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศในการต่อสู้เรียกร้องสิทธิ โอกาส และเสรีภาพการใช้ชีวิตอย่างเท่าเทียมในสังคมตามหลักการสิทธิมนุษยชน และต่อมา มีการขยายประเด็นการเคลื่อนไหวเพื่อส่งเสริมให้บุคคลทุกเพศภาคภูมิใจในคุณค่าและศักดิ์ศรีของตนเอง รวมทั้งสร้างการยอมรับในความแตกต่างหลากหลายของบุคคลทุกเพศในสังคม ทั้งนี้ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมเฉลิมฉลอง Pride Month ซึ่งเชื่อว่า Pride Month จะไม่จำกัดเฉพาะเรื่องเพศ แต่เป็นช่วงเวลาที่บุคคลทุกคนได้รับการยอมรับและได้ภาคภูมิใจในคุณค่าและศักดิ์ศรีของตนเอง รวมทั้งยอมรับและการเคารพในความแตกต่างหลากหลายของบุคคลอื่นด้วยเช่นกัน

ปี 2569 กระทรวง พม. และภาคีเครือข่าย ร่วมกันผลักดันยกระดับการพัฒนาเชิงนโยบายระดับจังหวัดหรือเมืองที่โอบรับสิทธิและความเท่าเทียมระหว่างเพศ และการสนับสนุนการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพการจัดงาน WorldPride 2030” โดยมีการจัดพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ความร่วมมือภาคีในการขับเคลื่อนจังหวัดนําร่องเพื่อความเสมอภาคระหว่างเพศ (Pride City Network) เพื่อการเตรียมความพร้อมเป็นเจ้าภาพระดับโลก WorldPride 2030 ของประเทศไทย เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งได้รับการตอบรับจาก 57 จังหวัด 1 เมือง ถือเป็นสัญลักษณ์แห่งพลังความร่วมมือของทุกภาคส่วนที่สะท้อนให้เห็นว่าในระดับจังหวัดหรือเมืองมีความพร้อมร่วมกันส่งเสริมความเท่าเทียมระหว่างเพศให้เกิดขึ้นในพื้นที่อย่างจริงจัง โดยไม่เลือกปฏิบัติด้วยเหตุแห่งเพศในทุกมิติ

ทั้งนี้ กิจกรรมตลอดช่วง Pride Month ในเดือนมิถุนายน 2569 นี้ จะสะท้อนให้เห็นว่าทุกภาคส่วนพร้อมใจกันร่วมส่งเสริมความเท่าเทียมระหว่างเพศในประเทศไทยอย่างจริงจัง และกระทรวง พม. พร้อมประสานความร่วมมือและสนับสนุนทุกภาคส่วนเพื่อร่วมกันสร้างสังคมที่โอบรับทุกความแตกต่างหลากหลายทางเพศ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การสนับสนุนทุกกิจกรรมให้ประเทศไทยก้าวเป็นเจ้าภาพจัดงาน WordPride 2030

ผ่าตัดแก้ไขข้อเข่าเทียมที่มีประสิทธิภาพ ลดโอกาสการผ่าตัดซ้ำได้

ผ่าตัดแก้ไขข้อเข่าเทียมที่มีประสิทธิภาพ ลดโอกาสการผ่าตัดซ้ำได้

ผ่าตัดแก้ไขข้อเข่าเทียมที่มีประสิทธิภาพ ลดโอกาสการผ่าตัดซ้ำได้

วันจันทร์ ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

การผ่าตัดเปลี่ยนผิวข้อเข่าเทียม เป็นการรักษาที่ช่วยบรรเทาอาการปวดและเพิ่มคุณภาพชีวิตให้กับผู้ป่วยที่มีภาวะข้อเข่าเสื่อมรุนแรงหรือได้รับบาดเจ็บรุนแรงจนไม่สามารถใช้เข่านั้นได้ อย่างไรก็ตาม หากข้อเข่าเทียมที่เคยผ่าตัดไว้เกิดปัญหาและในบางกรณีผู้ป่วยอาจมีความจำเป็นต้องเข้ารับการผ่าตัดใหม่ หรือที่เรียกว่า Revision knee surgery ซึ่งเป็นกระบวนการที่ซับซ้อน โดยในปัจจุบันมีการใช้หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด Rosa Knee ช่วยเพิ่มความแม่นยำและลดภาวะแทรกซ้อนจากการผ่าตัด

นายแพทย์เปรมเสถียร ศิริธนาพิพัฒน์ ศัลยแพทย์กระดูกและข้อชำนาญการด้านการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าและข้อสะโพกเทียม โรงพยาบาลเวชธานี อธิบายว่า โดยทั่วไปหากผู้ป่วยเคยได้รับการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมมาแล้ว จะสามารถใช้งานได้นานโดยไม่จำเป็นต้องผ่าตัดซ้ำ แต่ในบางกรณีอาจเกิดปัญหากับข้อเข่าเทียมจนส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน อาจมีความจำเป็นต้องผ่าตัดแก้ไข เพื่อให้ผู้ป่วยกลับมาเดินได้อย่างมั่นใจและมั่นคง ซึ่งจะต้องผ่าตัดแก้ไขบางส่วนหรือทั้งหมดนั้นขึ้นอยู่กับสาเหตุที่เกิดขึ้น

นายแพทย์เปรมเสถียร ศิริธนาพิพัฒน์ ศัลยแพทย์กระดูกและข้อชำนาญการด้านการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าและข้อสะโพกเทียม โรงพยาบาลเวชธานี 

สาเหตุที่ทำให้ผู้ป่วยต้องเข้ารับการผ่าตัดแก้ไขข้อเข่าเทียม ได้แก่ การเสื่อมของข้อเข่าเทียม ข้อเข่าเทียมส่วนใหญ่มักมีอายุการใช้งานประมาณ 15-20 ปี แต่ในบางกรณีอาจเสื่อมเร็วกว่าปกติเนื่องจากการใช้งานหนัก, ข้อเข่าเทียมหลวม เมื่อเวลาผ่านไปกระดูกที่รองรับข้อเทียมอาจสูญเสียมวลกระดูก ทำให้ข้อเทียมหลวมและก่อให้เกิดอาการปวดและการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติ, การแตกหักของกระดูกบริเวณรอบข้อเข่าเทียม (Periprosthetic Fracture) เกิดจากที่กระดูกบริเวณรอบข้อเทียมอาจได้รับบาดเจ็บหรือแตกหักจากอุบัติเหตุ เช่น การล้ม  ,ความผิดปกติของแนวข้อเข่า (Malalignment) และข้อเข่าทำงานผิดปกติ (Instability) หากข้อเข่าเทียมถูกติดตั้งผิดตำแหน่งจากการผ่าตัดครั้งแรก อาจทำให้เกิดแรงกดที่ไม่สมดุล นำไปสู่ความไม่มั่นคงของข้อเข่าและการสึกหรอที่รวดเร็ว, การติดเชื้อบริเวณข้อเข่าเทียม (Periprosthetic Joint Infection – PJI) การติดเชื้อเป็นภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง อาจเกิดขึ้นภายในไม่กี่เดือนหลังการผ่าตัดหรือเกิดขึ้นภายหลังจากการติดเชื้อในร่างกายที่แพร่กระจายมาสู่ข้อเข่า

อาการผิดปกติที่บ่งบอกว่าอาจจะต้องพิจารณาการผ่าตัดแก้ไขข้อเข่าเทียม ได้แก่ อาการปวดข้อเข่าเรื้อรังที่ไม่ดีขึ้นแม้ได้รับการรักษาด้วยยา, รู้สึกว่าข้อเข่าหลวม หรือมีเสียงผิดปกติขณะเคลื่อนไหว, มีอาการบวมแดงหรืออักเสบที่ข้อเข่า ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของการติดเชื้อ, ไม่สามารถยืดหรือพับเข่าได้เต็มที่, และอาจมีภาวะขาโก่งผิดรูปเนื่องจากข้อเข่าเสื่อม ซึ่งหากมีอาการเหล่านี้แพทย์อาจแนะนำให้ทำการวินิจฉัยอย่างละเอียดเพื่อพิจารณาความเหมาะสมในการรักษาหรือผ่าตัดแก้ไขข้อเข่าเทียมเดิม

การผ่าตัดแก้ไขข้อเข่าเทียม (Revision knee surgery) เป็นการรักษาที่มีความซับซ้อนสูง เนื่องจากต้องจัดการกับกระดูกที่เหลือน้อยลงและปรับตำแหน่งข้อเทียมให้เหมาะสม ปัจจุบันจึงมีการนำเทคโนโลยี Rosa knee หรือ CORI หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด เข้ามาช่วยในการผ่าตัด ซึ่งหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด Rosa knee หรือ CORI จะประกอบไปด้วยแขนกล 2 แขน คอยควบคุมและกำหนดตำแหน่งในการตัดแต่งเตรียมผิวข้อเข่า ช่วยวัดอุปกรณ์และขนาดของข้อเข่าเทียม รวมถึงมีซอฟต์แวร์ช่วยวางแผนและจำลองการผ่าตัดล่วงหน้า ทำให้การผ่าตัดมีความถูกต้องแม่นยำมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ การใช้หุ่นยนต์ Rosa knee หรือ CORI ช่วยผ่าตัดไม่จำเป็นต้องเปิดแผลใหญ่เหมือนเมื่อก่อน และไม่จำเป็นต้องรุกล้ำภายในช่องกระดูก ซึ่งอาจทำให้ผู้ป่วยมีอาการเจ็บปวดและเสียเลือดมาก

ดังนั้น สิ่งที่ผู้ป่วยจะได้รับจากการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมด้วยหุ่นยนต์ Rosa Knee หรือ CORI ได้แก่ ความแม่นยำสูง: แขนกลหุ่นยนต์ช่วยให้แพทย์ผ่าตัดได้แม่นยำ ลดโอกาสผิดพลาด, แผลผ่าตัดเล็ก: แผลผ่าตัดมีขนาดเล็กกว่าการผ่าตัดแบบดั้งเดิม, เลือดออกน้อย: เลือดออกน้อยกว่าการผ่าตัดแบบดั้งเดิม, เจ็บปวดน้อย: ผู้ป่วยรู้สึกเจ็บปวดน้อยลง, ฟื้นตัวเร็ว: ผู้ป่วยฟื้นตัวได้เร็ว ใช้เวลาพักฟื้นสั้นลง สามารถลุก ยืน เดินได้ภายใน 12 ชั่วโมง, การเคลื่อนไหวดีขึ้น: ผู้ป่วยสามารถกลับมาเคลื่อนไหวร่างกายได้ดีขึ้น

ถึงแม้ว่าการผ่าตัดแก้ไขข้อเข่าเทียม (Revision Knee Surgery) จะเป็นแนวทางการรักษาที่สำคัญสำหรับผู้ที่มีปัญหาจากข้อเข่าเทียมเดิม แต่การได้รับการผ่าตัดเปลี่ยนผิวข้อเข่าที่มีประสิทธิภาพตั้งแต่ครั้งแรก อาจช่วยลดโอกาสในการผ่าตัดซ้ำได้

คุณแหน : 8 มิถุนายน 2569

คุณแหน : 8 มิถุนายน 2569

คุณแหน : 8 มิถุนายน 2569

วันจันทร์ ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 02.00 น.

  • มาดามเก่ง ดรณ์ เทียนถาวรวงษ์ นักธุรกิจหญิงเก่งและแกร่งคนหนึ่งของไทย บอกว่าเมื่อต้องเผชิญกับเรื่องร้าย ๆ ที่รุมเร้า สิ่งแรกที่ต้องทำคือ พิจารณาตัวเองก่อนว่าเราผิดจริงหรือไม่ แล้วเจริญสติ แผ่ส่วนบุญส่วนกุศลให้เจ้ากรรมนายเวร ไม่พยายามผูกใจเจ็บคิดอาฆาตคนที่สร้างเรื่องให้ แต่ก็มิได้หมายความว่าจะไม่ดำเนินคดีเพื่อนำตัวคนทำผิดไปลงโทษตามครรลองของกฎหมาย แต่ยังย้ำว่า กฎแห่งกรรมก็คือกฎแห่งกรรม ส่วนกฎหมายก็คือกฎหมาย ต้อง balance ทั้งสองเรื่องให้ดี ใครทำผิดกฎหมายก็ต้องถูกลงโทษ ส่วนกฎแห่งกรรมจะตามมาเองในวันเวลาที่เหมาะสม
  • หลายคนถามเรื่องอากงของ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ กับ Victor Lee เมื่อถามมาแบบนี้ก็ต้องถามกลับว่า จะเอาอากงจริง ๆ หรือระบบอากงที่กำลังตกเป็นข่าว หากเน้นอากงจริง ๆ ก็มีชื่อว่าชื้น (ข้อมูลจากวิกิพีเดีย) แต่หากค้นจาก AI Overview ก็บอกว่าชื่อบุญช่วย สรุปคือต่างแหล่งต่างบอกไปคนละชื่อ ส่วนระบบอากงที่ตกเป็นข่าวชื่อ ต่อศักดิ์ โชติมงคล เป็นรุ่นพี่วิศวะ จุฬาฯ อดีตคือผู้อำนวยการโรงงานยาสูบ และอดีตประธานที่ปรึกษาของผู้ว่ากรุงเทพฯ ที่ชื่อชัชชาติ ถามว่าทำไมถูกเรียกว่าอากง ตอบว่าเพราะอายุมากแล้ว นักข่าวก็เลยเรียกอากง แต่ชัชชาติไม่เคยเรียกต่อศักดิ์ว่าอากง แต่เรียกพี่ต่อ ส่วนพ่อแม่ของชัชชาติคือเสน่ห์ อดีตผู้บัญชาการตำรวจนครบาล และจิตต์จรุง (นามสกุลเดิมกุลละวณิชย์ มาจากครอบครัวผู้มีอันจะกินเมืองแปดริ้ว)
  • ชัขชาติมีพี่น้องรวมตัวเองด้วย 3 คน คือ ปรีชญา (เป็นอาจารย์สอนในคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาฯ) และ ฉันชาย(อดีตคณบดี คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ) ส่วนชัชชาติเคยเป็นอาจารย์ในคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ ชัชชาติชื่อเล่นทริป เป็นฝาแฝดกับฉันชาย (ทัวร์) ทั้งคู่เป็นเด็กเรียนเก่งมาก ๆ และทำกิจกรรมระหว่างเรียนมาโดยตลอด ชัชชาติจบวิศวะได้เกียรตินิยมอันดับ 1 เหรียญทอง และได้รับพระราชทานทุนอานันทมหิดลไปเรียนต่อจนจบปริญญาเอกด้านวิศวกรรมโยธา จาก University of Illinois Urbana-Champaign แต่หากถามว่าชัชชาติทำหน้าที่ผู้ว่ากรุงเทพฯ แล้ว กรุงเทพฯ ดีขึ้นหรือเลวลง เรื่องนี้ก็ต้องดูเนื้องานที่เขาทำ แต่บอกตรง ๆ ว่าชัชชาติใช้ social media สร้างคะแนนนิยมได้อย่างน่ามหัศจรรย์
  • แป๊ม มนพร ไกรฤกษ์ เชฟดาวรุ่งคนหนึ่งของไทยในร้านมิชลินสตาร์ ถูกถามว่าเรียนจบสถาปัตย์ ธรรมศาสตร์ แล้วทำไมทำอาหารเก่ง คำตอบคือจบสถาปัตย์ก็จริง แต่ได้ไปเรียนที่เลอ กอร์ดอง เบลอ ดุสิตธานี แล้วชอบมาก จึงเรียนหลักสูตรอาหารต่อจนจบขั้นสูง แล้วบอกด้วยว่าคนที่ชักจูงให้เรียนอาหารคือนพวรรณ ไกรฤกษ์ ผู้เป็นแม่ 

Victor Lee

เกลือ กิตติ ปลื้มปีติ โพสต์ซึ้งได้ถวายงานพิธีกรงานเฉลิมพระเกียรติฯ

เกลือ กิตติ ปลื้มปีติ โพสต์ซึ้งได้ถวายงานพิธีกรงานเฉลิมพระเกียรติฯ

เกลือ กิตติ ปลื้มปีติ โพสต์ซึ้งได้ถวายงานพิธีกรงานเฉลิมพระเกียรติฯ

วันจันทร์ ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 14.33 น.

8 มิถุนายน 2569 “เกลือ กิตติ เชี่ยววงศ์กุล” นักแสดงและพิธีกรชื่อดัง ได้โพสต์ข้อความผ่านโซเชียลมีเดีย เผยความรู้สึกปลื้มปีติหลังได้รับเกียรติถวายงานเป็นพิธีกรในงานเฉลิมพระเกียรติฯ “Edelweiss : พราวพร่างกลางดวงใจ”

โดยเขียนข้อความระบุว่า “อีกหนึ่งความทรงจำของชีวิต ที่ได้ถวายงานเป็นพิธีกรในงานเฉลิมพระเกียรติฯ Edelweiss : พราวพร่างกลางดวงใจ การได้เห็นในหลวงและพระราชินีทรงแย้มพระสรวลถือเป็นบุญของฉันยิ่งนัก #เรารักในหลวง #เรารักพระราชินี”

อิ่มบุญรับกลางปี ไผ่ พงศธร ร่วมงานปริวาสกรรม ตักบาตรพระ 108 รูป ครั้งแรก! รับมงคลชีวิต

อิ่มบุญรับกลางปี ไผ่ พงศธร ร่วมงานปริวาสกรรม ตักบาตรพระ 108 รูป ครั้งแรก! รับมงคลชีวิต

อิ่มบุญรับกลางปี ไผ่ พงศธร ร่วมงานปริวาสกรรม ตักบาตรพระ 108 รูป ครั้งแรก! รับมงคลชีวิต

วันจันทร์ ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 13.49 น.

นอกจากจะเดินสายมอบความสุขผ่านเสียงเพลงให้แฟนๆ ทั่วประเทศแล้ว ล่าสุดนักร้องลูกทุ่งขวัญใจมหาชน “ไผ่ พงศธร” ใช้ช่วงเวลาว่างจากตารางงานคอนเสิร์ตในฤดูฝน เดินทางไปร่วมสร้างบุญใหญ่ในงานปริวาสกรรม พร้อมทำบุญตักบาตรพระสงฆ์จำนวน 108 รูป เป็นครั้งแรก ท่ามกลางบรรยากาศที่เปี่ยมไปด้วยความศรัทธาและความอิ่มเอมใจ

โดย “ไผ่ พงศธร” ได้โพสต์ภาพและข้อความผ่านโซเชียลมีเดียส่วนตัว เพื่อนำบุญมาฝากแฟนเพลงทุกคน พร้อมกล่าวขอบพระคุณในความเมตตาของ หลวงพ่อทองใส สีลคุโณ หลวงปู่วิชิต รวมถึงพ่อแม่ครูอาจารย์ ที่เมตตาให้ตนเองและทีมงานได้มีโอกาสร่วมบุญในครั้งสำคัญนี้ ณ วัดตะคร้อวนาราม จังหวัดปราจีนบุรี

นอกจากนี้ เจ้าตัวยังได้เผยโอวาทจากหลวงปู่ว่า “การได้ตักบาตรคณะสงฆ์หมู่ใหญ่ ถือเป็นมงคลอย่างยิ่งกับชีวิต” ซึ่งเป็นคำสอนที่สร้างความปลาบปลื้มใจ และเป็นกำลังใจในการดำเนินชีวิตของตนเป็นอย่างมากหลังจากโพสต์ดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป มีแฟนคลับจำนวนมากเข้ามาร่วมอนุโมทนาบุญ พร้อมส่งกำลังใจและชื่นชมในความเรียบง่ายของศิลปินหนุ่ม ที่แม้จะมีภารกิจงานแน่นตลอดทั้งปี แต่ก็ยังหาโอกาสเข้าวัดทำบุญ และแบ่งปันเรื่องราวดีๆ ให้แฟนเพลงได้ร่วมอิ่มบุญไปพร้อมกันนับเป็นอีกหนึ่งโมเมนต์แห่งความสุขและความประทับใจ ที่ “ไผ่ พงศธร” ได้นำบุญใหญ่มาฝากแฟนๆ พร้อมส่งต่อพลังแห่งศรัทธาและความเป็นสิริมงคลให้กับทุกคนอีกครั้ง

TILFF 2026 เปิดฉากอย่างยิ่งใหญ่ยกระดับประเทศไทยสู่ Hub คอนเทนต์ LGBTQ+

TILFF 2026 เปิดฉากอย่างยิ่งใหญ่ยกระดับประเทศไทยสู่ Hub คอนเทนต์ LGBTQ+

TILFF 2026 เปิดฉากอย่างยิ่งใหญ่ยกระดับประเทศไทยสู่ Hub คอนเทนต์ LGBTQ+

วันจันทร์ ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 13.38 น.

Thailand International LGBTQ+ Film & TV Festival 2026 (TILFF 2026) เปิดตัวอย่างเป็นทางการภายใต้แนวคิด “Courage & Transformation”  ความกล้าและการเปลี่ยนแปลง สะท้อนพลังแห่งการเติบโต การยืนหยัดในตัวตน และการก้าวข้ามขีดจำกัดผ่านพลังของภาพยนตร์ โทรทัศน์ และศิลปะแห่งการเล่าเรื่อง พร้อมประกาศวิสัยทัศน์ครั้งสำคัญในการผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลาง (Hub) ด้านคอนเทนต์ LGBTQ+ ของเอเชียและเวทีนานาชาติ

ก้าวเข้าสู่ปีที่ 3 ของการจัดงาน เทศกาล TILFF ได้เติบโตจากเทศกาลภาพยนตร์ที่มุ่งส่งเสริมความหลากหลายทางเพศ สู่แพลตฟอร์มระดับนานาชาติที่เชื่อมโยงผู้สร้างสรรค์คอนเทนต์ ผู้กำกับ นักแสดง โปรดิวเซอร์ นักลงทุน ผู้จัดจำหน่าย และผู้ชมจากทั่วโลกผ่านการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม ความคิดสร้างสรรค์ และพลังแห่งการเล่าเรื่องที่ไร้พรมแดน

ภายในพิธีเปิดเทศกาล ได้รับเกียรติจาก คุณยุถิกา อิศรางกูร ณ อยุธยา อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม เป็นประธานในพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ โดยกล่าวถึงบทบาทของเทศกาลภาพยนตร์ในฐานะกลไกสำคัญในการส่งเสริมความหลากหลายทางวัฒนธรรม การสร้างความเข้าใจระหว่างผู้คน และการขับเคลื่อนพลังสร้างสรรค์ของสังคมร่วมสมัยพร้อมเน้นย้ำถึงศักยภาพของประเทศไทยในการเป็นพื้นที่เปิดกว้างสำหรับการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมและการพัฒนาอุตสาหกรรมคอนเทนต์สู่ระดับนานาชาติ อันสอดคล้องกับนโยบายการส่งเสริม Soft Power ของประเทศในปัจจุบัน

คุณปิยะรัฐ กัลย์จาฤก Festival Director of Thailand International LGBTQ+ Film & TV Festival กล่าวว่า “หลังจากที่เทศกาล TILFF 2025 จัดขึ้นภายใต้แนวคิด ‘HOME’ ซึ่งสะท้อนถึงบ้านในฐานะพื้นที่แห่งการยอมรับ ความเข้าใจ และการโอบรับความหลากหลาย ปีนี้เราเลือกก้าวต่อไปด้วยแนวคิด ‘Courage & Transformation’เพราะเราเชื่อว่าการได้รับการยอมรับเป็นเพียงจุดเริ่มต้น แต่การมีความกล้าที่จะเติบโต เปลี่ยนแปลง และก้าวข้ามข้อจำกัดต่างหาก คือพลังสำคัญที่จะนำพาผู้คนและสังคมไปสู่อนาคตที่ดียิ่งขึ้นThailand International LGBTQ+ Film & TV Festival ไม่ได้เป็นเพียงเทศกาลภาพยนตร์ หากแต่เป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้เรื่องราวอันหลากหลายจากทั่วโลกได้รับการมองเห็น ได้รับการรับฟัง และส่งต่อแรงบันดาลใจสู่ผู้ชมในวงกว้าง เรามุ่งมั่นที่จะสร้างพื้นที่แห่งการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม ความคิดสร้างสรรค์ และความเข้าใจระหว่างผู้คน
ผ่านพลังของภาพยนตร์และสื่อร่วมสมัย ในขณะเดียวกัน เรายังตั้งใจผลักดันให้ประเทศไทยก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในจุดหมายสำคัญของผู้สร้างสรรค์คอนเทนต์ LGBTQ+ จากทั่วโลก
และเป็นศูนย์กลางแห่งการเชื่อมโยงเครือข่ายอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของเอเชีย เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนอนาคตของคอนเทนต์ที่เปิดกว้าง เท่าเทียม และทรงพลังยิ่งกว่าเดิม”

แนวคิดหลักของเทศกาลในปีนี้ได้รับแรงบันดาลใจจาก “Prism” หรือปริซึม สัญลักษณ์แห่งการเปลี่ยนผ่านและการค้นพบตัวตน เมื่อแสงเดินทางผ่านปริซึมจะเกิดการหักเหและกระจายออกเป็นสเปกตรัมสีที่หลากหลาย เปรียบเสมือนผู้คนที่ผ่านประสบการณ์การต่อสู้ และการเติบโต จนสามารถเปล่งประกายในแบบของตนเองอีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของเทศกาลในปีนี้ คือภาพยนตร์เรื่อง “Heals” ผลงานกำกับของคุณไพลิน วีเด็ลซึ่งได้รับเลือกให้เป็น Opening Film ของ Thailand International LGBTQ+ Film & TV Festival 2026 และจัดฉายในฐานะ World Premiere เป็นครั้งแรกของโลกภายในเทศกาล

คุณไพลิน วีเด็ล ผู้กำกับภาพยนตร์ กล่าวว่า “Heals เป็นภาพยนตร์ที่พูดถึงการเยียวยา การค้นหาตัวตน และการยอมรับความเปราะบางของมนุษย์ ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิด Courage & Transformation ของเทศกาลในปีนี้อย่างลึกซึ้ง ดิฉันรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับเลือกให้เป็นภาพยนตร์เปิดเทศกาล และ World Premiere ได้เปิดตัวต่อผู้ชมทั่วโลกเป็นครั้งแรกในเทศกาล TILFF 2026 ครั้งนี้ หวังว่าผู้ชมจะได้ค้นพบความหมายบางอย่างที่สะท้อนกลับมาสู่ตัวเองผ่านเรื่องราวในภาพยนตร์”

โดยงาน Thailand International LGBTQ+ Film & TV Festival 2026 จัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 5–11 มิถุนายน 2569 ณ สยามภาวลัย รอยัล แกรนด์เธียเตอร์ ศูนย์การค้า
สยามพารากอน รวบรวมกิจกรรมสำคัญมากมายผ่านเวทีแห่งภาพยนตร์ โทรทัศน์และคอนเทนต์ร่วมสมัยนานาชาติ เพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ การสร้างเครือข่าย และการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ในระดับภูมิภาคและระดับโลก

สำหรับกิจกรรม Film Screening ระหว่างวันที่ 5–11 มิถุนายน 2569 เทศกาลได้นำเสนอภาพยนตร์ LGBTQ+ จากประเทศไทยและนานาชาติกว่า 60 เรื่อง ซึ่งผ่าน
การคัดเลือกโดยผู้เชี่ยวชาญในวงการภาพยนตร์ ครอบคลุมทั้งภาพยนตร์ขนาดยาว ภาพยนตร์สารคดี ภาพยนตร์สั้น และผลงานร่วมสมัยจากผู้สร้างสรรค์ทั่วโลก พร้อมกิจกรรม Q&A Session ร่วมกับผู้กำกับ นักแสดง และทีมผู้สร้างในรอบพิเศษ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ชมได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นและเข้าถึงเบื้องหลังการสร้างสรรค์ผลงานอย่างใกล้ชิด

นอกจากนี้ยังมีกิจกรรม TILFF Forum ระหว่างวันที่ 6–8 มิถุนายน 2569และกิจกรรม Workshop ในวันที่ 8 มิถุนายน 2569 ภายใต้แนวคิด “LGBTQIA+ as Entertainment & Empowerment” โดยรวบรวมผู้กำกับ นักแสดง โปรดิวเซอร์ ผู้บริหารแพลตฟอร์ม ผู้จัดจำหน่าย และผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายประเทศ มาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับบทบาทของสื่อบันเทิงที่มีคุณภาพ และอนาคตของอุตสาหกรรมคอนเทนต์ร่วมสมัยในระดับนานาชาติภาพยนตร์เรื่อง Heals ซึ่งได้รับเลือกเป็นภาพยนตร์เปิดเทศกาลในปีนี้ จะเข้าฉายรอบพรีเมียร์ออนไลน์ทั่วโลกวันที่ 18 มิถุนายน ผู้สนใจสามารถรับชมตัวอย่างภาพยนตร์อย่างเป็นทางการได้ทาง Trailer YouTube : https://www.youtube.com/watch?v=1w0va4EKPgI

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของเทศกาลแห่งความหลากหลาย การเปลี่ยนแปลง และพลังแห่งการเล่าเรื่อง พร้อมติดตามข่าวสารและรายละเอียดกิจกรรมเพิ่มเติมได้ที่

Website : http://www.tilff-thailand.com
Facebook : tilff.official
Instagram : tilff.official
TikTok : @tilff.official
X : @TILFF_Official

คอนเสิร์ตจบ แต่ความทรงจำยังไม่จบ! บอย พีซเมกเกอร์

คอนเสิร์ตจบ แต่ความทรงจำยังไม่จบ! บอย พีซเมกเกอร์

คอนเสิร์ตจบ แต่ความทรงจำยังไม่จบ! บอย พีซเมกเกอร์

วันจันทร์ ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 13.33 น.

แม้คอนเสิร์ตจะปิดฉากลงไปแล้ว แต่ความประทับใจและความทรงจำดีๆ จาก PEACEMAKER THE REPEACH CONCERT ยังคงอบอวลอยู่ในหัวใจของทั้งศิลปินและแฟนเพลง โดยเฉพาะโมเมนต์สุดพิเศษที่    บอย พีซเมกเกอร์ ตั้งใจมอบให้แฟนๆ แบบเต็มหัวใจ ทั้งเพลงเพราะ ความใกล้ชิด รอยยิ้ม น้ำตา และพลังความรักที่ส่งถึงกันตลอดทั้งฮอลล์

หนึ่งในไฮไลท์สำคัญที่สร้างความประทับใจอย่างล้นหลาม คือการปรากฏตัวของแขกรับเชิญที่ถูกเก็บเป็นความลับจนถึงวินาทีบนเวที เพื่อให้ทุกการพบเจอกลายเป็นเซอร์ไพรส์ที่มีความหมายที่สุด ไม่ว่าจะเป็นโมเมนต์อบอุ่น ซาบซึ้ง หรือช่วงเวลาที่ทำให้แฟนๆ ลุกขึ้นมาร้องตามและส่งเสียงกรี๊ดกันสนั่นฮอลล์

บอย ได้กล่าว “ขอบคุณแขกรับเชิญทุกท่านที่เข้ามาเติมเต็มคอนเสิร์ตครั้งนี้ให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น พร้อมเผยว่าทุกเพลงที่เลือกมาร้องร่วมกัน ล้วนผ่านการคิดและคัดสรรอย่างตั้งใจ เพื่อให้เป็นโมเมนต์พิเศษที่แฟนเพลงจะจดจำไปอีกนาน ไม่ใช่เพียงแค่โชว์บนเวที แต่คือความรู้สึกดีๆ ที่เกิดขึ้นจริงในค่ำคืนนั้น”

โดยเฉพาะภาพของ บอย ที่ลงไปใกล้ชิดแฟนๆ ท่ามกลางแสงไฟ เสียงร้อง และสายตาแห่งความรักจากคนดูทั่วทั้งฮอลล์ กลายเป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาที่อบอุ่นหัวใจอย่างที่สุด ก่อนจะถูกเติมเต็มด้วยอ้อมกอดแห่งมิตรภาพจากศิลปินรุ่นพี่และเพื่อนร่วมวงการ ที่สะท้อนให้เห็นถึงความผูกพัน ความจริงใจ และเส้นทางดนตรีที่เดินทางมาอย่างงดงาม

เรียกได้ว่า PEACEMAKER THE REPEACH CONCERT ไม่ได้เป็นเพียงคอนเสิร์ตใหญ่ของ บอย พีซเมกเกอร์ เท่านั้น แต่ยังเป็นค่ำคืนแห่งความทรงจำที่รวมทุกความรัก ความคิดถึง และเสียงเพลงไว้ด้วยกันอย่างสมบูรณ์แบบ แม้เสียงดนตรีบนเวทีจะจบลงแล้ว แต่ความรู้สึกจากคอนเสิร์ตครั้งนี้ยังคงดังอยู่ในหัวใจของทุกคนต่อไปอีกนานแสนนาน

ช่อง 7HD ร่วมหนุนภาครัฐ-เอกชน ขับเคลื่อน คนปรับ โลกเปลี่ยน เนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลก

ช่อง 7HD ร่วมหนุนภาครัฐ-เอกชน ขับเคลื่อน คนปรับ โลกเปลี่ยน เนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลก

ช่อง 7HD ร่วมหนุนภาครัฐ-เอกชน ขับเคลื่อน คนปรับ โลกเปลี่ยน เนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลก

วันจันทร์ ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 13.06 น.

รับวันสิ่งแวดล้อมโลก 5 มิถุนายน “ช่อง 7HD” เดินหน้าร่วมสานต่อปลุกจิตสำนึกด้านสิ่งเวดล้อม ภายใต้แนวคิด “คนปรับ โลกเปลี่ยน” พร้อมสนับสนุนภาครัฐและเอกชน ร่วมจัดกิจกรรมสร้างการตระหนักรู้และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน พร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนพลังชุมชนเพื่อร่วมกันส่งต่อโลกที่น่าอยู่และยั่งยืน

ช่อง 7HD เดินหน้าในฐานะสื่อคุณภาพที่มุ่งสร้างสรรค์สังคมไทยในทุกมิติ ล่าสุดเนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลก 5 มิถุนายน 2569 ร่วมสนับสนุนกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมที่จัดโดยหน่วยงานภาครัฐและเอกชน พร้อมส่งต่อแนวคิด “คนปรับ โลกเปลี่ยน”เพื่อกระตุ้นให้ประชาชนตระหนักถึงบทบาทสำคัญของตนเองในการร่วมดูแลโลก

เริ่มจากการร่วมกับสำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร ในงาน Bangkok #NowForClimate ภายใต้แนวคิด “ร่วมปรับ ร่วมเปลี่ยน เพื่อมหานครที่ยั่งยืน” ณ อาคารลุมพินีสถาน สวนลุมพินี เขตปทุมวัน โดย ช่อง 7HD ได้จัดกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์เพื่อสร้างความตระหนักรู้ด้านสิ่งแวดล้อม เพราะเชื่อว่าทุกการเปลี่ยนแปลง เริ่มต้นได้จากตัวเรา ชวนร่วมกันส่งเสียงและลงมือทำเพื่ออนาคตของกรุงเทพมหานครและโลกที่น่าอยู่สำหรับทุกคน ผ่านบูธกิจกรรม “แบ่งปันวิธีลดโลกร้อนในแบบฉบับของคุณ”นำทีมโดยผู้ประกาศข่าวคุณภาพ บี-กมลาสน์ เอียดศรีชาย, เพชรหอม-สุคนธ์เพชร ผลประดิษฐานนท์ และ บอย-ธนพัตกิตติบดีสกุล ชวนประชาชนร่วมสนุกลุ้นรับของที่ระลึก ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมงานอย่างคึกคัก

นอกจากนี้ ช่อง 7HD ยังร่วมสนับสนุนกิจกรรมดี ๆ ของพันธมิตรภาคเอกชน บริษัท ปูนซีเมนต์นครหลวง จำกัด (มหาชน) หรือ ปูนอินทรี โดยส่ง 2 นักแสดง บิว-ณัฐพล ไรยวงค์ และ ชิงชิง-คริษฐา สังสะโอภาส เข้าร่วมกิจกรรมปลูกต้นไม้เพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพ ในโครงการปลูกป่าฟื้นฟูป่าและความหลากหลายทางชีวภาพ พื้นที่รวม 20 ไร่
ณ อุทยานแห่งชาติเจ็ดคต-โป่งก้อนเส้า อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี ร่วมกับเครือข่ายพันธมิตรจากหลายภาคส่วน อาทิ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อุทยานแห่งชาติเจ็ดคต-โป่งก้อนเส้า ธนาคารกรุงศรีอยุธยา และวิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก พร้อมด้วยผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ พนักงาน และประชาชนในพื้นที่ ร่วมแรงร่วมใจกันฟื้นฟูผืนป่าและสร้างความยั่งยืนทางทรัพยากรธรรมชาติอย่างเป็นรูปธรรม

ตลอดระยะเวลากว่า 18 ปี ช่อง 7HD ได้ดำเนินโครงการด้านสิ่งแวดล้อม “7 สี ปันรักให้โลก” อย่างต่อเนื่อง โดยวันสิ่งแวดล้อมโลก 5 มิถุนายน ยังถือเป็นวันครบรอบการก่อตั้งโครงการดังกล่าวอีกด้วย ก่อนต่อยอดสู่แนวคิด “คนปรับ โลกเปลี่ยน”ที่ขยายผลครอบคลุมการใช้ชีวิตในทุกมิติ เพื่อส่งเสริมให้ทุกคนร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลง

เพราะ “โลก” คือกระจกบานใหญ่ที่สะท้อนภาพการกระทำของพวกเราทุกคน และทุกการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ ล้วนเริ่มต้นจากการลงมือทำของแต่ละคน แม้จะเป็นเพียงจุดเล็ก ๆ แต่เมื่อรวมพลังกันก็สามารถสร้างผลลัพธ์ที่ยิ่งใหญ่ได้อย่างยั่งยืนช่อง 7HD พร้อมเดินหน้าส่งเสริมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเชิงบวกอย่างต่อเนื่อง เพื่อร่วมสร้างโลกที่น่าอยู่และส่งต่ออนาคตที่ดีกว่าให้กับคนรุ่นต่อไป เพราะ “คนปรับ โลกเปลี่ยน” ทุกอย่างเริ่มที่ตัวเรา

ดร.ปิ๊งปิ๊ง รภัทร ทำบุญวันคล้ายวันเกิด อุทิศตนเพื่อสังคมและผู้ด้อยโอกาส

ดร.ปิ๊งปิ๊ง รภัทร ทำบุญวันคล้ายวันเกิด อุทิศตนเพื่อสังคมและผู้ด้อยโอกาส

ดร.ปิ๊งปิ๊ง รภัทร ทำบุญวันคล้ายวันเกิด อุทิศตนเพื่อสังคมและผู้ด้อยโอกาส

วันจันทร์ ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 12.48 น.

นักแสดงและนักร้องสาว “ปิ๊งปิ๊ง” หรือ ดร.รภัทร  เอกนิธิเศรษฐ์ นักแสดง จากซีรีย์แนวตั้งเรื่อง “ปานดวงใจ Signature” และเจ้าของเพลง “โสดนะจีบได้” ค่าย Time Lives Music จัดกิจกรรมทำบุญเนื่องในวันคล้ายวันเกิด (7 มิถุนายน) ประจำปี 2569 โดยเริ่มต้นด้วยการถวายสังฆทานแด่พระสงฆ์จำนวน 9 รูป ณ โรงพยาบาลสงฆ์ เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต ครอบครัว  โดยมี ดร.ชายแฮ็คส์-วโรดม ศิริสุข พิธีกรรายการ “มายาไอดอล” ทางช่องมายาชาแนล และพิธีกรรายการ “ชีวิตต้องวิน” ทางช่อง MV TV และรายการ “อัปเดตบันเทิงอัปเดตสตอรี่” ทาง Channel 8 Thailand ร่วมด้วย ดี้-ปัทมา ปานทอง ผู้จัดซีรีส์วาย “แฟ้มรักต้องห้าม” ค่ายหนุนนำสตูดิโอ้ และ อั้ม-รัฐ ริมธีรกุล เข้าร่วมบุญในครั้งนี้ด้วย 

จากนั้น ดร.ปิ๊งปิ๊ง ได้นำข้าวสาร อาหารแห้ง ไปมอบให้แก่เด็กกำพร้า เด็กพิการ และผู้ด้อยโอกาสในความดูแลของสถานสงเคราะห์ต่าง ๆ ได้แก่ บ้านนนทภูมิ บ้านเฟื่องฟ้า บ้านราชาวดีหญิง สถานสงเคราะห์บ้านเด็กอ่อนปากเกร็ด และมูลนิธิอนุเคราะห์เด็กพิการ ในพระบรมราชูปถัมภ์ของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (สมเด็จย่า)

การบริจาคครั้งนี้สะท้อนถึงเจตนารมณ์อันดีงามของ ดร.ปิ๊งปิ๊ง ที่มุ่งเน้นการแบ่งปันโอกาสและส่งต่อความสุขให้แก่ผู้ด้อยโอกาสในสังคม โดยเชื่อว่าการให้คือพลังสำคัญที่ช่วยสร้างรอยยิ้มและกำลังใจให้แก่ผู้รับ พร้อมทั้งเป็นการสร้างบุญกุศลเนื่องในวันสำคัญของชีวิตอย่างมีคุณค่า

ความสุขออกดอกออกผล สวนทุเรียน ต่าย อรทัย เปิดฤดูกาลแรก กระแสจองล้น

ความสุขออกดอกออกผล สวนทุเรียน ต่าย อรทัย เปิดฤดูกาลแรก กระแสจองล้น

ความสุขออกดอกออกผล สวนทุเรียน ต่าย อรทัย เปิดฤดูกาลแรก กระแสจองล้น

วันจันทร์ ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 12.44 น.

เรียกว่าชื่นใจกันถ้วนหน้า สำหรับนักร้องลูกทุ่งสาวดอกหญ้า “ต่าย อรทัย” หลังสวนทุเรียนของ “แม่นิด” คุณแม่สุดที่รัก เริ่มให้ผลผลิตเป็นปีแรก สร้างความตื่นเต้นและความภูมิใจให้กับทุกคนในบ้าน  สวนทุเรียนแห่งนี้ตั้งอยู่ที่ บ้านคุ้มแสนชะนี บนพื้นที่กว่า 9 ไร่ โดยคุณแม่นิดค่อยๆ ดูแลประคบประหงมกันมานานกว่า 5 ปี จนวันนี้ทุเรียนพันธุ์หมอนทองเริ่มให้ผลผลิตรุ่นแรกสมการรอคอย

งานนี้ “ต่าย อรทัย” ออกอาการตื่นเต้นไม่น้อย เพราะนอกจากจะเป็นผลผลิตชุดแรกของสวนแล้ว ยังเป็นทุเรียนหมอนทองที่ทั้งหอม เนื้อแน่น และรสชาติอร่อยถูกใจอีกด้วย  ทันทีที่ต่ายส่งข่าวดีออกไป บรรดาแฟนคลับก็แห่มา F จับจองกันอย่างคึกคัก เพื่อขอเปิดฤกษ์ทุเรียนลอตแรกของสวน บางคนถึงขั้นจองล่วงหน้าไปถึงฤดูกาลหน้า ทำเอาแม่ค้าทุเรียนมือใหม่ถึงกับทำตัวไม่ถูก เพราะไม่คิดว่ากระแสตอบรับจะดีเกินคาด นับเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จจากความรัก ความตั้งใจ และความอดทน ที่เฝ้าดูแลสวนกันมานานหลายปี ก่อนจะได้ชื่นชมผลผลิตชุดแรก ท่ามกลางความยินดีของแฟนๆ ที่ร่วมส่งกำลังใจให้อย่างอบอุ่น