รัฐบาล เชิญชมนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ ‘บรมขัตติยราชนารี คู่บารมีศรีแผ่นดิน’ ในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ

รัฐบาล เชิญชมนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ ‘บรมขัตติยราชนารี คู่บารมีศรีแผ่นดิน’  ในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4  รอบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ

รัฐบาล เชิญชมนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ ‘บรมขัตติยราชนารี คู่บารมีศรีแผ่นดิน’ ในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ

วันพฤหัสบดี ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 13.29 น.

รัฐบาล โดยสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ร่วมกับ ศูนย์การค้าสยามพารากอน จัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี 3 มิถุนายน 2569  ภายใต้ชื่อ “บรมขัตติยราชนารี คู่บารมีศรีแผ่นดิน” ณ ศูนย์การค้าสยามพารากอน กรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 2-7 มิถุนายน 2569 เวลา 10.00-22.00 น. เพื่อเผยแพร่พระราชประวัติ พระราชกรณียกิจอันทรงคุณค่าทั้งภายในประเทศและต่างประเทศที่ทรงปฏิบัติด้วยความวิริยะเพื่อความผาสุกของประชาชนชาวไทย และเพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการน้อมนำแนวพระราชปณิธานอันทรงคุณค่า มาเป็นแบบอย่างในการดำเนินชีวิต อันจะนำไปสู่การพัฒนาสังคมและประเทศชาติอย่างยั่งยืนต่อไป นอกจากนี้ ยังเป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนทุกหมู่เหล่าได้ร่วมกันน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายพระพรชัยมงคล แสดงพลังแห่งความจงรักภักดีและความสามัคคีกลมเกลียวของคนในชาติ

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ ณ บริเวณแฟชั่น ฮอลล์ ชั้น 1 ศูนย์การค้าสยามพารากอน โดยมี คุณหญิงชฎา วัฒนศิริธรรม ประธานกรรมการ บริษัท สยามพารากอน ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด และ ชฎาทิพ จูตระกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สยามพารากอน ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด ร่วมต้อนรับ

ภายในงานจัดแสดงนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติฯ พระราชประวัติ พระราชกรณียกิจ และพระปรีชาสามารถในด้านต่างๆ การเดินแฟชั่นโชว์และการจัดแสดงชุดไทยพระราชทาน 8 แบบ จากพิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ  นอกจากนี้ยังมีการสาธิตการสร้างสรรค์งานหัตถกรรมที่ทรงคุณค่าและหาชมได้ยาก ได้แก่ การปักไหมดิ้นเงินดิ้นทอง การทอผ้าลายขิด การสานย่านลิเภา และการทำเครื่องประดับจากปีกแมลงทับ

รัฐบาลขอเชิญชวนประชาชนเข้าร่วมชมนิทรรศการและกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติฯ ตามวันและเวลาดังกล่าว เพื่อร่วมแสดงความจงรักภักดี น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และเรียนรู้คุณค่าทางศิลปวัฒนธรรมไทย อันนำไปสู่การอนุรักษ์และสืบสานมรดกทางวัฒนธรรมของชาติอย่างยั่งยืน

‘นฤมิตไพรด์’ สะบัดธงไพรด์สีรุ้งยาวกว่า 500 เมตรเฉลิมฉลอง Pride Month

‘นฤมิตไพรด์’ สะบัดธงไพรด์สีรุ้งยาวกว่า 500 เมตรเฉลิมฉลอง Pride Month

‘นฤมิตไพรด์’ สะบัดธงไพรด์สีรุ้งยาวกว่า 500 เมตรเฉลิมฉลอง Pride Month

วันพฤหัสบดี ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 13.23 น.

บริษัท นฤมิตไพรด์ จำกัด จับมือ กรุงเทพมหานคร พร้อมพันธมิตรภาคประชาสังคม ภาครัฐและภาคเอกชน ฉลองเดือนไพรด์กับงาน “Bangkok Pride Festival 2026” (บางกอกไพรด์ เฟสติวัล 2026) ภายใต้แนวคิด “Patch the World with Pride” (ถักทอโลกด้วยความภาคภูมิใจ) เนรมิตถนนสีลม ย่านเศรษฐกิจกลางกรุงฯ ต่อเนื่องมาถนนพระราม 4 ถนนอังรีดูนังต์ ถนนพระราม 1 มุ่งหน้าสู่สนามกีฬาเทพหัสดิน(สนามกีฬาแห่งชาติ) ตลอดระยะทาง 3.8 กิโลเมตร เป็นถนนสีรุ้งแห่งการเฉลิมฉลองความเท่าเทียม ความหลากหลาย เสรีภาพ ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และสันติภาพ

ปีนี้ปิดถนนเดินพาเหรดอย่างสร้างสรรค์และสง่างามทั้งสิ้น 6 ขบวนหลัก 6 สี 6 มิติของโลกที่ร้อยเรียงเข้าด้วยกันภายใต้ 3 หัวใจหลัก PEACE-PEOPLE-PRIDE : สันติภาพ ผู้คน และความภาคภูมิใจ และขบวนย่อยอีกกว่า 200 ขบวนยิ่งใหญ่ตระการตา ที่เปิดกว้างให้ทุกคนมาร่วมแสดงพลัง LGBTQIAN+ สร้างสีสันให้เบ่งบานในงาน “Bangkok Pride Festival 2026” (บางกอกไพรด์ เฟสติวัล 2026) ปีที่ 5 นี้พร้อมธงไพรด์สีรุ้งขนาดใหญ่ยาวที่สุดในประเทศไทยกว่า 500 เมตร ที่ปูทอดยาวตลอดแนวถนนสีลม จากแยกนรารมย์(คลองช่องนนทรี) ผ่านเส้นทางสำคัญๆ ที่เป็นหัวใจของกรุงเทพมหานครมุ่งหน้าสู่สนามกีฬาเทพหัสดิน(สนามกีฬาแห่งชาติ) เป็นปรากฏการณ์ครั้งแรกในประเทศไทย และครั้งประวัติศาสตร์ของโลกแบบสมศักดิ์ศรีมาตรฐาน WorldPride 

ที่สุดของขบวนพาเหรดปีนี้ คือ ขบวน Road to Bangkok WorldPride 2030 ที่เริ่มปล่อยขบวนเวลา 18.00 น. ในสนามกีฬาเทพหัสดิน ตรงบริเวณหัวมุมสนาม พร้อมเคลื่อนตัวเดินเข้าสู่กลางสนามกีฬาเทพหัสดินอย่างยิ่งใหญ่และอลังการด้วย ขบวน Pride City Network ทั่วประเทศ พร้อมด้วยทีมผู้บริหารจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ทูตนฤมิต และศิลปินดารา พร้อมด้วยธง Road to Bangkok WorldPride ขนาดใหญ่ความยาวกว่า 20 เมตร ที่สะกดทุกสายตาคนทั้งสนาม และสายตาชาวโลก

การจัดงานครั้งนี้ นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมด้วยศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(อว.) และ นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.) มาร่วมเดินขบวนพาเหรดไปพร้อมๆ กับชาว LGBTQIAN+  คาดว่ามีผู้มาร่วมเดินขบวนพาเหรดทะลุกว่า 500,000 คน ทั้งคนไทยและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวจีน เกาหลี และประเทศเพื่อนบ้านในแถบอาเซียน รวมถึงศิลปินดารามากมาย อาทิ เก่ง ธชย ,ป๊ายปาย โอริโอ้ ,Influencer ,กลุ่ม DRAG ICON ,DRAG QUEEN ตัวแม่ตัวมัมอย่าง Gawdland(ก็อตแลนด์) แชมป์รายการระดับโลกอย่าง “RuPaul’s Drag Race UK vs The World” ซีซัน 3 ที่มาร่วมสร้างสีสันในงาน ภายใต้มาตรการรักษาความปลอดภัยเข้มข้น

วาดดาว – อรรณว์ ชุมาพร ประธานและผู้ก่อตั้ง บริษัท นฤมิตไพรด์ จำกัด ในฐานะผู้จัดงาน “Bangkok Pride Festival 2026” กล่าวว่า  “บนเส้นทางประวัติศาสตร์นี้ เราได้ร่วมกันประกาศศักดิ์ศรีและความพร้อมของเมืองผ่านการปรากฏตัวของธง ‘Road to WorldPride 2030’ ที่นำทัพโดยเครือข่าย Pride City Network ยิ่งไปกว่านั้น หัวใจของเฟมินิสต์ที่โอบรับความหลากหลายในงานนี้ ยังถูกสะท้อนอย่างทรงพลังผ่านวัฒนธรรมรากหญ้าและศิลปะการแสดงของประชาชน อย่างหมอลำระเบียบวาทะศิลป์ และประถมบันเทิงศิลป์ ที่มาร่วมทลายกรอบเดิมๆ และส่งเสียงเคียงข้างไปกับพวกเรา ในฐานะคนทำงานเรารู้สึกถ่อมตนอย่างยิ่งต่อพลังอันยิ่งใหญ่จากทุกภาคส่วนที่ร่วมเดินทางกันมาไกลได้ขนาดนี้ และเราภาคภูมิใจที่จะบอกว่าจากก้าวแรกในปี 1998 สู่อนาคตในปี 2030 พวกเราจะยังคงก้าวเดินร่วมกัน เพื่อสร้างสังคมที่โอบรับสิทธิและความเป็นคนของทุกคนอย่างเท่าเทียมและยุติธรรม”

ความสำเร็จของ “Bangkok Pride Parade” ในเทศกาล “Bangkok Pride Festival” ในทุกๆ ปี เกิดจากพลังของ LGBTQIAN+ พลังของชุมชน การสนับสนุนความหลากหลายทางเพศจากทุกภาคส่วนล้วนๆ ที่ถือว่า “ประเทศไทย” บรรลุเป้าหมาย เป็นหมุดหมายของ “ชาวสีรุ้ง” จากทั่วทุกมุมโลก และ“กรุงเทพมหานคร” เป็นศูนย์กลางหรือมหานครแห่งความหลากหลายและความเท่าเทียมระดับโลกในอนาคต พร้อมมุ่งมั่นสู่เป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ Road to Bangkok WorldPride ในปี 2030 เพื่อเป็นจุดหมายปลายทางของ LGBTQIAN+ จากทั่วโลก และยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้มีความหลากหลายทางเพศให้สามารถเฉลิมฉลองความไพรด์ได้ตลอดทั้งปี

สำนักงานสลากฯ สร้างพื้นที่การเรียนรู้สู่อนาคตที่ยั่งยืนแก่เยาวชน เปิดตัว ‘กล่องความรู้ ปูทางฝัน’ นวัตกรรมห้องสมุดตู้คอนเทนเนอร์

สำนักงานสลากฯ สร้างพื้นที่การเรียนรู้สู่อนาคตที่ยั่งยืนแก่เยาวชน   เปิดตัว ‘กล่องความรู้ ปูทางฝัน’ นวัตกรรมห้องสมุดตู้คอนเทนเนอร์

สำนักงานสลากฯ สร้างพื้นที่การเรียนรู้สู่อนาคตที่ยั่งยืนแก่เยาวชน เปิดตัว ‘กล่องความรู้ ปูทางฝัน’ นวัตกรรมห้องสมุดตู้คอนเทนเนอร์

วันพฤหัสบดี ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 13.21 น.

สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล (GLO) เดินหน้าภารกิจด้านความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) เพื่อสร้างโอกาสในการเรียนรู้นอกห้องเรียนให้กับเยาวชน จัดแถลงข่าวเปิดตัว “โครงการสนับสนุนโรงเรียนสลากกินแบ่งสงเคราะห์ ประจำปีงบประมาณ 2569″ ภายใต้แนวคิด “กล่องความรู้ ปูทางฝัน: สร้างพื้นที่การเรียนรู้สู่อนาคตที่ยั่งยืน” จัดสร้างและส่งมอบห้องสมุดตู้คอนเทนเนอร์ที่ทันสมัย ให้กับโรงเรียนสลากกินแบ่งสงเคราะห์ทั่วประเทศ จำนวน 73 แห่ง ณ อาคารออกรางวัล ชั้น 3 สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล

พันโท หนุน ศันสนาคม ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล

พันโท หนุน ศันสนาคม ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เปิดเผยว่า สำนักงานฯ มุ่งมั่นสร้างความยั่งยืนให้สังคมไทยมาอย่างต่อเนื่อง จากความสำเร็จในการส่งมอบพลังงานสะอาดผ่านระบบโซลาร์เซลล์ในปี 2567 และการสร้างเสริมพัฒนาการด้านร่างกายและเสริมทักษะในการอยู่ร่วมกันให้กับเยาวชนผ่านเครื่องเล่นสนามในปี 2568 และในปี 2569 นับเป็นก้าวสำคัญ สู่การ “ส่งมอบปัญญา” ด้วยการนำนวัตกรรมห้องสมุดตู้คอนเทนเนอร์ที่ได้มาตรฐานวิศวกรรมมาพัฒนาเป็นพื้นที่การเรียนรู้แห่งศตวรรษใหม่ที่ครบครันด้วย สื่อความรู้ที่ทรงคุณค่า เพื่อติดอาวุธทางปัญญาให้เยาวชน

“สำนักงานฯ เล็งเห็นความสำคัญของเยาวชน ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญต่อการพัฒนาประเทศชาติ โดยมุ่งสนับสนุนให้เกิดการพัฒนาในครบทุกมิติ ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และภูมิปัญญา ซึ่งมุ่งหวังว่ากล่องความรู้ ปูทางฝัน สร้างพื้นที่การเรียนรู้สู่อนาคตที่ยั่งยืนในปีนี้ จะเป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้นอกห้องเรียนที่สำคัญ ให้กับเยาวชนไทย”

สำหรับ กล่องความรู้ ปูทางฝัน: สร้างพื้นที่การเรียนรู้สู่อนาคตที่ยั่งยืน สำนักงานฯ ได้ให้การสนับสนุนในดำเนินการก่อสร้างและติดตั้งห้องสมุดตู้คอนเทนเนอร์ พร้อมเครื่องปรับอากาศ และจัดหาหนังสือที่เหมาะสำหรับห้องสมุดโรงเรียน มีเนื้อหาเหมาะกับเด็กและเยาวชน อาทิ สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน และหนังสือน่าอ่านนอกเวลา ที่เหมาะกับเด็กและเยาวชน ตลอดจนมุ่งส่งเสริมการเข้าถึงเทคโนโลยีและการใช้นวัตกรรมให้เกิดการเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยการติดตั้งสมาร์ททีวี และชุดจอ Kiosk เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต เพื่อการเรียนรู้แบบไร้พรมแดน พร้อมจัดอบรมการใช้งานสื่อดิจิทัลให้กับคุณครูบรรณารักษ์หรือผู้ดูแล เพื่อให้คุณครูสามารถดึงศักยภาพของอุปกรณ์เหล่านี้มาใช้สร้างสรรค์การเรียนรู้ให้กับเยาวชนได้อย่างคุ้มค่าที่สุด

นายสุริยา เด็นลีเมาะ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านหนองเพรางาย (สลากกินแบ่งสงเคราะห์ที่ 364หอม-บุญนาค อนุเคราะห์) กล่าวว่า โครงการนี้คือโอกาสอันยิ่งใหญ่ที่จะช่วยทลายข้อจำกัดเดิม ๆ ของโรงเรียน ซึ่งเชื่อว่าห้องสมุดที่ได้มาตรฐานจะเป็นแรงดึงดูดสำคัญให้เด็กๆ หันมาเข้าห้องสมุดมากขึ้น อีกทั้ง การบูรณาการเทคโนโลยีสื่อดิจิทัลเข้ากับการเรียนการสอนและการสืบค้นข้อมูล เพื่อเปิดโลกกว้างและสร้างประโยชน์สูงสุดให้กับนักเรียน

นางวชิราวรรณ ทับเสือ นักวาดภาพประกอบนิทานเด็กชื่อดัง จากสตูดิโอ Littleblackoz Studioได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของหนังสือและภาพประกอบว่า ภาพวาดที่ดีคือสะพานเชื่อมที่ช่วยกระตุ้นจินตนาการและดึงดูดใจเด็กๆ การที่โครงการบรรจุ “หนังสือสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฉบับการ์ตูน” ไว้ในห้องสมุด จะช่วยลดความซับซ้อนของวิชาวิทยาศาสตร์ และเป็นรากฐานสำคัญที่นำไปสู่การตั้งคำถาม คิดวิเคราะห์อย่างเป็นเหตุเป็นผล ซึ่งเป็นการปูพื้นฐานกระบวนการเรียนรู้แบบ สะเต็มศึกษา (STEM) ได้อย่างเป็นธรรมชาติ

สำหรับโครงการสนับสนุนโรงเรียนสลากกินแบ่งสงเคราะห์ ประจำปี 2569 จะทยอยติดตั้งและส่งมอบห้องสมุดตู้คอนเทนเนอร์ครอบคลุมทั้ง 4 ภูมิภาคทั่วประเทศ (ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ และภาคใต้) พร้อมจัดกิจกรรม “GLO ส่งมอบปัญญา ปูทางฝันให้น้อง” ซึ่งผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ของสำนักงานฯ จะลงพื้นที่ร่วมทำกิจกรรมจัดหนังสือเข้าชั้น และนั่งเล่านิทานเพื่อส่งต่อแรงบันดาลใจให้กับเด็กๆ อย่างใกล้ชิด เพื่อตอกย้ำความมุ่งมั่นของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลในการปูทางฝันและสร้างพลเมืองคุณภาพของชาติอย่างยั่งยืนต่อไป

สามารถติดตามข่าวสารกิจกรรมดีๆ ของสำนักงานฯ ได้ทาง Website http://www.glo.or.th , Facebook Fanpage สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล , Line Official Account GLOLottery และ TikTok GLOสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล

‘เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ’ ทรงรับการทูลเชิญจาก WIPO เป็นทูตด้านแฟชั่นและการออกแบบ

‘เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ’ ทรงรับการทูลเชิญจาก WIPO เป็นทูตด้านแฟชั่นและการออกแบบ

‘เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ’ ทรงรับการทูลเชิญจาก WIPO เป็นทูตด้านแฟชั่นและการออกแบบ

วันพฤหัสบดี ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 12.56 น.

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงรับการทูลเชิญจาก WIPO เป็นทูตด้านแฟชั่นและการออกแบบ หรือ “WIPO Ambassador for Fashion and Design” จากผู้อำนวยการใหญ่องค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก  โดยทรงเป็นพระองค์แรกที่ดำรงตำแหน่งนี้เนื่องจากพระอัจฉริยภาพและพระกรณียกิจอันโดดเด่นเป็นที่ประจักษ์ในระดับสากล 

ในการเสด็จครั้งนี้มี นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายดาเรน ทัง ผู้อำนวยการใหญ่องค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก ปลัดกระทรวงพาณิชย์ อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรไทยประจำองค์การการค้าโลกและองค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก ผู้บริหารระดับสูงกระทรวงพาณิชย์ คณะผู้แทนถาวรไทย และข้าราชการกระทรวงพาณิชย์ ณ นครเจนีวา เฝ้ารับเสด็จ ณ สำนักงานใหญ่องค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก

ชนายดาเรน ทัง ผู้อำนวยการใหญ่องค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก ได้กล่าวรายงานถึงเหตุผลที่ WIPO ทูลเชิญพระองค์เพื่อทรงรับตำแหน่งนี้ว่า ถือเป็นสิ่งที่ต่อเนื่องมาจากความสำเร็จเมื่อเดือนสิงหาคม 2568 ซึ่ง WIPO ได้ทูลเกล้าฯ ถวายรางวัล WIPO Award for Creative Excellence แด่พระองค์ เพื่อเฉลิมพระเกียรติและยกย่องพระราชกรณียกิจด้านการนำความคิดสร้างสรรค์ และทรัพย์สินทางปัญญามาถ่ายทอดมรดกและงานฝีมือของไทยสู่แฟชั่นร่วมสมัย ทรงใช้ระบบทรัพย์สินทางปัญญาอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีการจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาในพระนามถึง 541 รายการ ซึ่งรวมถึงการออกแบบผลิตภัณฑ์ 256 รายการ การแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์ 227 รายการ และเครื่องหมายการค้า 58 รายการ มีการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าใน 34 ประเทศ เช่น สหภาพยุโรป สหราชอาณาจักร จีน ญี่ปุ่น อินเดีย และสหรัฐอเมริกา ครอบคลุมทั้งแฟชั่น เครื่องประดับ เครื่องหนัง ของตกแต่งบ้าน และบริการต่างๆ

สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจในการใช้ทรัพย์สินทางปัญญาเป็นรากฐานในการสร้างสรรค์ที่ยั่งยืน พระราชกรณียกิจของพระองค์ยังรวมถึงการร่วมงานกับช่างฝีมือ และกลุ่มหัตถกรรมทั่วประเทศไทย เพื่อช่วยให้ชุมชนต่างๆ นำมรดกทางวัฒนธรรมดั้งเดิมมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถแข่งขันได้ในตลาดร่วมสมัย สร้างทั้งโอกาสทางการค้า และการต่อยอดอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม เป็นการหลอมรวมมรดกทางวัฒนธรรม การออกแบบ และทรัพย์สินทางปัญญาเข้าด้วยกัน ถือเป็นต้นแบบที่สร้างแรงบันดาลใจและการเจริญรอยตาม ซึ่งผู้อำนวยการใหญ่ฯ หวังว่า ตำแหน่งทูตด้านแฟชั่นและการออกแบบของ WIPO จะช่วยขยายพระราชกรณียกิจไปไกลกว่าประเทศไทย โดยเฉพาะการสนับสนุนชุมชนในประเทศอื่นๆ ให้ค้นพบศักยภาพใหม่ๆ ด้านการสร้างสรรค์  การออกแบบ  การสร้างแบรนด์ และการใช้ทรัพย์สินทางปัญญาอย่างมีกลยุทธ์ เพื่อนำไปสู่การเติบโตทางเศรษฐกิจที่ครอบคลุมและยั่งยืน

โอกาสนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงเปิดนิทรรศการเทิดพระเกียรติและยกย่องเชิดชูพระกรณียกิจอันทรงคุณค่า ด้านความเป็นเลิศด้านการสร้างสรรค์ผลงานทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ ร่วมกับ องค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก จัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติภายใต้แนวคิด “การเดินทางแห่งแรงบันดาลใจ เสริมสร้างเศรษฐกิจชุมชนด้วยทรัพย์สินทางปัญญา : การออกแบบและการสร้างสรรค์” หรือ “JOURNEY of INSPIRATION Empowering Community through Intellectual Property: Design and Creativity” เพื่อเทิดพระเกียรติ และเผยแพร่อัจฉริยภาพด้านการส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์และการสืบสานคุณค่าศิลปวัฒนธรรมของชาติ สะท้อนผ่านผลงานทรัพย์สินทางปัญญา ทั้งลิขสิทธิ์ การออกแบบ และเครื่องหมายการค้า

ทั้งนี้ นิทรรศการดังกล่าว แบ่งพื้นที่ออกเป็นโซนสำคัญต่างๆ ได้แก่ โซนที่ 1 “Intellectual Inspirations” นำเสนอจุดเริ่มต้นแห่งแรงบันดาลพระทัย แนวทางการสร้างสรรค์ผลงาน และพระวิสัยทัศน์ในการใช้ศิลปะ การออกแบบ และทรัพย์สินทางปัญญาเป็นกลไกในการสร้างคุณค่าแก่ชุมชน สังคม และเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน โซนที่ 2 “WIPO Award” จัดแสดงเรื่องราวแห่งเกียรติยศในโอกาสองค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก (WIPO) ถวายรางวัล “WIPO Global Leader Award” แด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 ในปี พ.ศ. 2552, ถวายรางวัล “WIPO Award for Creative Excellence” แด่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในปี พ.ศ. 2558 และรางวัล “WIPO Award for Creative Excellence” แด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2568 พร้อมจัดแสดงเหตุการณ์สำคัญเกี่ยวกับการถวายรางวัลและดวงตราไปรษณียากรที่ระลึกเฉลิมพระเกียรติ

โซนที่ 3 “Following the Legacy” นำเสนอพระวิสัยทัศน์ ที่ทรงตั้งพระทัยมั่นในการสืบสาน รักษา และต่อยอด พระราชปณิธานของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในการอนุรักษ์มรดกภูมิปัญญาการถักทอผืนผ้าของไทยและสร้างสรรค์งานหัตถศิลป์ไทย โซนที่ 4 “Creative Assets” รวบรวมสถิติผลงานทรัพย์สินทางปัญญาในหลากหลายแขนง โซนที่ 5 “Intellectual Property” จัดแสดงลายผ้าพระราชทานจำนวน 18 ลาย ที่สามารถนำไปต่อยอดสร้างรายได้ให้กว่า 8 แสนครัวเรือน ใน 77 จังหวัดทั่วประเทศ  คิดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจมากกว่า 2 แสนล้านบาท  โซนที่ 6 “Music” จัดแสดงผลงานลิขสิทธิ์ด้านดนตรีและเพลงพระนิพนธ์ โซนที่ 7 “Trademarks” นำเสนอการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าแบรนด์ “SIRIVANNAVARI” และตราสัญลักษณ์ต่าง ๆ ภายใต้ความคุ้มครองใน 34 ประเทศทั่วโลก โซนที่ 8 “Design Patents” จัดแสดงผลงานด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์ เครื่องแต่งกาย และเครื่องประดับภายใต้แบรนด์ SIRIVANNAVARI โซนที่ 9 “Geographical Indication (GI)” นำเสนอการต่อยอดผลิตภัณฑ์สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ของไทย โซนที่ 10 “Shining Future” นำเสนอพระวิสัยทัศน์ในการใช้ทรัพย์สินทางปัญญา ความคิดสร้างสรรค์ และนวัตกรรม เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชน เศรษฐกิจ และสังคม อันนำไปสู่การเติบโตอย่างทั่วถึงและการพัฒนาอย่างยั่งยืน

ไอ.ซี.ซี. ร่วมพิธีเปิด “โครงการหน่วยแพทย์อาสาเฉพาะทางร่วมใจเฉลิมพระเกียรติฯ” พร้อมลงพื้นที่มอบวีลแชร์แก่กลุ่มเปราะบาง จังหวัดสระบุรี

ไอ.ซี.ซี. ร่วมพิธีเปิด “โครงการหน่วยแพทย์อาสาเฉพาะทางร่วมใจเฉลิมพระเกียรติฯ” พร้อมลงพื้นที่มอบวีลแชร์แก่กลุ่มเปราะบาง จังหวัดสระบุรี

ไอ.ซี.ซี. ร่วมพิธีเปิด “โครงการหน่วยแพทย์อาสาเฉพาะทางร่วมใจเฉลิมพระเกียรติฯ” พร้อมลงพื้นที่มอบวีลแชร์แก่กลุ่มเปราะบาง จังหวัดสระบุรี

วันพฤหัสบดี ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 11.19 น.

บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) นำโดย ดร.รีเบคก้า รัสเซลล์ กรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานสื่อสารองค์กร ตัวแทนบริษัทฯ ในนามผู้สนับสนุนการนำเข้ารถเข็นวีลแชร์ เข้าร่วมพิธีเปิด “โครงการหน่วยแพทย์อาสาเฉพาะทางร่วมใจเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ 3 มิถุนายน 2569 ครั้งที่ 11 ประจำปี 2569”

โดยมี ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์เกษม วัฒนชัย องคมนตรี และประธานมูลนิธิธรรมาภิบาลทางการแพทย์ ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิด และนายแพทย์สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วยสถาบันพัฒนาการเด็กราชนครินทร์ จังหวัดเชียงใหม่ กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ

ด้านอาสาสมัครโครงการ RICD Wheelchair Project สถาบันพัฒนาการเด็กราชนครินทร์ จังหวัดเชียงใหม่ กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ได้ลงพื้นที่มอบรถเข็นวีลแชร์ พร้อมให้บริการประเมินและปรับให้เข้ากับสรีระของผู้ที่มารับรถเข็น จำนวนทั้งสิ้น 127 ราย รวมมูลค่า 2,824,591.37 บาท ทั้งนี้ ทีมพนักงานจากสายงานสื่อสารองค์กร บมจ. ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล ยังได้นำผลิตภัณฑ์อุปโภค ได้แก่ กระเป๋าผ้า ทิชชูเปียก ผ้าขนหนูจากแบรนด์อองฟองต์ (Enfant) และผลิตภัณฑ์ซักผ้าเอสเซ้นซ์ (Essence) ไปมอบให้แก่เด็ก คนพิการ และกลุ่มเปราะบาง ณ อาคารผู้ป่วยนอก โรงพยาบาลสระบุรี และสถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่งทับกวาง จังหวัดสระบุรี เพื่อร่วมสนับสนุนคุณภาพชีวิต ความเป็นอยู่ที่ดีและสร้างกำลังใจให้แก่ผู้รับ

กิจกรรมในครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ บมจ. ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล ในการดำเนินธุรกิจควบคู่กับการสร้างคุณค่าให้แก่สังคม ภายใต้ Purpose ของบริษัทฯ “นำความมั่นใจให้ทุกชีวิต” เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างสังคมที่ยั่งยืนต่อไป

กรมประชาสัมพันธ์ เดินหน้า Soft Power ไทย ผ่านโครงการ “ออกแบบสร้างสรรค์การผลิตและเผยแพร่สื่อประชาสัมพันธ์ Soft Power สาขาแฟชั่น”

กรมประชาสัมพันธ์ เดินหน้า Soft Power ไทย  ผ่านโครงการ “ออกแบบสร้างสรรค์การผลิตและเผยแพร่สื่อประชาสัมพันธ์ Soft Power สาขาแฟชั่น”

กรมประชาสัมพันธ์ เดินหน้า Soft Power ไทย ผ่านโครงการ “ออกแบบสร้างสรรค์การผลิตและเผยแพร่สื่อประชาสัมพันธ์ Soft Power สาขาแฟชั่น”

วันพฤหัสบดี ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 10.07 น.

กรมประชาสัมพันธ์ เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบาย Soft Power ของประเทศไทย ผ่านโครงการ “ออกแบบสร้างสรรค์การผลิตและเผยแพร่สื่อประชาสัมพันธ์ Soft Power สาขาแฟชั่น” เพื่อประชาสัมพันธ์และสร้างการรับรู้ Soft Power ด้านแฟชั่น ยกระดับ “ผ้าไทย” และภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่แฟชั่นร่วมสมัย อันเป็นการน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณและเผยแพร่พระราชปณิธานด้านการส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทยของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ตลอดจนสร้างกระแสความนิยมสินค้าแฟชั่นที่ต่อยอดจากภูมิปัญญาไทยให้เป็นที่รู้จัก สร้างการเข้าถึงได้อย่างกว้างขวางสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ และส่งเสริมภาพลักษณ์ประเทศไทยในเวทีสากลโดยจัดกิจกรรมการแสดงผลงานนิทรรศการและเสวนาวิชาการ เมื่อวันที่ 1-3 มิถุนายน 2569 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่
ภายในงานได้รับเกียรติจาก นางสุดฤทัย เลิศเกษม อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วย นางเหมือนใจ วงศ์ใหญ่ ผู้อำนวยการสำนักประชาสัมพันธ์ที่ 3 กล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์ของโครงการ ในการผลักดันอุตสาหกรรมแฟชั่นผ้าไทยให้เป็นหนึ่งในพลัง Soft Power สำคัญของประเทศ ผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การออกแบบร่วมสมัย และการสื่อสารประชาสัมพันธ์เชิงสร้างสรรค์สู่กลุ่มเป้าหมายทั้งในและต่างประเทศ


กิจกรรมสำคัญภายในงาน ประกอบด้วย การเสวนาเชิงวิชาการโดยผู้ทรงคุณวุฒิในวงการแฟชั่น ในประเด็นต่าง ๆ อาทิ ชุดไทยพระราชนิยม จากราชสำนักสู่ความร่วมสมัยมรดกวัฒนธรรมสู่แรงบันดาลใจใหม่ แฟชั่นไทย กับ Soft Power : จากภูมิปัญญาชุมชนสู่ตลาดโลก โดยผู้ทรงคุณวุฒิ นักออกแบบ และผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศ เช่น  ดร.ศรินดา จามรมาน ที่ปรึกษาโครงการ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก”, คุณศิริชัย ทหรานนท์ ผู้ก่อตั้งแบรนด์ THEATRE, คุณภูภวิศ กฤตพลนารา ผู้ก่อตั้งแบรนด์ ISSUE, คุณเจนสุดา ปานโต สิริสันต์ ผู้ก่อตั้งแบรนด์ JANESUDA, คุณฝน สรลักษณ์ ติกขะปัญญา ผู้ก่อตั้งแบรนด์ ARCHIVE026, คุณวิชระวิชญ์ อัครสันติสุข ผู้ก่อตั้งแบรนด์ WISHARAWISH รวมถึงคณาจารย์และนักวิชาการด้านแฟชั่นจากมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศ นอกจากนี้ ยังมีการจัดแฟชั่นโชว์ ภายใต้แนวคิด “THE WALK OF WOVEN IDENTITIES : รันเวย์แห่งตัวตนที่ถูกถักทอ” ถ่ายทอดอัตลักษณ์ผ้าไทยผ่านมุมมองร่วมสมัย โดยนำเสนอผลงานแฟชั่นและผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการพัฒนาจาก 10 ชุมชนต้นแบบทั่วประเทศ พร้อมได้รับเกียรติจาก “มิว – ศุภศิษฏ์ จงชีวีวัฒน์” นักแสดงและนายแบบชื่อดัง ร่วมเดินแบบในครั้งนี้

นางเหมือนใจ วงศ์ใหญ่ ผู้อำนวยการสำนักประชาสัมพันธ์

สำหรับผู้ประกอบการชุมชนที่ผ่านการคัดเลือกทั้ง 10 กลุ่ม ประกอบด้วย
1  “อู๋ไหมไทย กลุ่มทอผ้าบ้านแม่สารบ้านตอง” จังหวัดลำพูน โดดเด่นด้านผ้าไหมยกดอกและผ้าฝ้ายทอมือแบบล้านนา ที่สืบทอดภูมิปัญญาดั้งเดิมผ่านลวดลายประณีตและมีมิติ 
2  “บริษัท ไทยซิลค์ วิลเลจ จำกัด” จังหวัดเชียงใหม่ ผู้ผลิตผ้าไหมคุณภาพสูงครบวงจร ถ่ายทอดกระบวนการผลิตผ้าไหมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ พร้อมพัฒนาสินค้าและกิจกรรมเรียนรู้เชิงวัฒนธรรม 
3  “กลุ่มไหมทองสุรนารี” จังหวัดนครราชสีมา เชี่ยวชาญผ้าไหมมัดหมี่ทอมือที่ผสมผสานลายโบราณกับดีไซน์ร่วมสมัย และได้รับมาตรฐานตรานกยูงพระราชทาน 
4  “กลุ่ม ธ.มณโฑ” จังหวัดอุดรธานี มีจุดเด่นด้านการทอผ้าขิดและมัดหมี่ร่วมสมัย ใช้สีธรรมชาติและเส้นใยพิเศษ    สร้างลวดลายที่มีเอกลักษณ์ 
5  “กลุ่มขวัญตา (ศูนย์การเรียนรู้และออกแบบขวัญตา)” จังหวัดหนองบัวลำภู ศูนย์เรียนรู้และออกแบบผ้าไทย ที่นำงานหัตถกรรมท้องถิ่นมาพัฒนาเป็นแฟชั่นร่วมสมัย และผลักดันสู่เวทีระดับประเทศและนานาชาติ 

  ดร.ศรินดา จามรมาน ที่ปรึกษาโครงการ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก


6  “CHATTUWAN THAISILK” จังหวัดร้อยเอ็ด นำเทคนิคมัดหมี่แบบดั้งเดิมมาพัฒนาเป็น Modern Ikat ถ่ายทอดเรื่องราวของทุ่งกุลาร้องไห้ผ่านแฟชั่นร่วมสมัย 
7  “กลุ่มผ้าทอลายมงคลมนตราธิกาญจน์” จังหวัดกาฬสินธุ์ กลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ฟื้นฟูภูมิปัญญาผ้าแพรวาและผ้ายกทอง ถ่ายทอดลวดลายสิริมงคลในรูปแบบร่วมสมัย 
8  “กลุ่มอิมปานิ” จังหวัดราชบุรี ต่อยอดผ้าขาวม้าพื้นเมืองสู่สินค้าแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ดีไซน์ทันสมัย ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ 
9  “กลุ่มโรงทอผ้าศรีวิชัย” จังหวัดสุราษฎร์ธานี ถ่ายทอดเรื่องราวอาณาจักรศรีวิชัยและวัฒนธรรมภาคใต้ผ่านลวดลายและโทนสีจากแรงบันดาลใจทางประวัติศาสตร์ 
10) “ME-D NATHAP” จังหวัดสงขลา สร้างสรรค์ผ้าบาติกและงานย้อมสีธรรมชาติจากทรัพยากรท้องถิ่น สะท้อนแนวคิดแฟชั่นยั่งยืนที่เชื่อมโยงศิลปะ สิ่งแวดล้อม และชุมชนเข้าด้วยกัน
แต่ละชุมชนล้วนมีอัตลักษณ์โดดเด่นและสะท้อนภูมิปัญญาท้องถิ่นที่แตกต่างกัน ทั้งผ้าไหมยกดอกล้านนา ผ้าไหมมัดหมี่ ผ้าขิด ผ้าแพรวา ผ้าขาวม้าร่วมสมัย ไปจนถึงผ้าบาติกและงานย้อมสีธรรมชาติ โดยมีการต่อยอดองค์ความรู้ ด้านการออกแบบและแฟชั่น เพื่อพัฒนาให้ผลิตภัณฑ์สามารถตอบโจทย์ตลาดยุคใหม่ และเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจแก่ชุมชนอย่างยั่งยืน
โครงการดังกล่าวถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการส่งเสริม “ผ้าไทย” ให้เป็นมากกว่างานหัตถกรรมพื้นบ้าน แต่เป็นพลังสร้างสรรค์ที่สามารถเชื่อมโยงเศรษฐกิจ วัฒนธรรม และอัตลักษณ์ไทยสู่เวทีโลก ผ่านแนวคิด Soft Power ที่สร้างรายได้ สร้างอาชีพ และสร้างความภาคภูมิใจให้กับคนไทยอย่างยั่งยืน
 

คุณแหน : 4 มิถุนายน 2569

คุณแหน : 4 มิถุนายน 2569

คุณแหน : 4 มิถุนายน 2569

วันพฤหัสบดี ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 02.00 น.

  • รัฐบาลโดย สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ร่วมกับหน่วยงานภาคีเครือข่ายจัดงานนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี “บรมขัตติยราชนารี คู่บารมีศรีแผ่นดิน” 4 รอบ 3 มิถุนายน 2569 ระหว่าง 2-7มิ.ย.แฟชั่ฮอลล์ ชั้น 1 ศูนย์การค้าสยามพารากอนเพื่อเผยแพร่พระราชจริยวัตรอันงดงามตลอดจนพระปรีชาสามารถอันรอบด้านให้เป็นที่ประจักษ์แก่พสกนิกรชาวไทยและชาวต่างชาติตลอดจนเป็นการน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อปวงชนชาวไทย ..
  • สภากาชาดไทย เชิญชวนพสกนิกรร่วมกิจกรรม “ร้อยดวงใจ ให้โลหิต เทิดไท้ 48พรรษา องค์ราชินี” ร่วมบริจาคโลหิตเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินี ในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 48 พรรษา 3มิถุนายน ด้วยการร่วมใจกันบริจาคโลหิตตลอดเดือนมิถุนายน 2569 ณ จุดบริการศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ ถ.อังรีดูนังต์, หน่วยรับบริจาคโลหิตและโรงพยาบาลสาขาบริการโลหิตทั่วประเทศ..
  • หลังจากข่าวที่ทุกคนล้วนปิติยินดีกับ “คุณเหลน” ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล กล่าวกับกัลยาณมิตรทุกท่านว่า เป็นพระมหากรุณาธิคุณปกเกล้าปกกระหม่อมหาที่สุดมิได้ และไม่ขอรับการเลี้ยงยินดีใด ๆ ทั้งสิ้น ตนและครอบครัวทายาท ม.ร.ว.สังขดิศ ขอบูชาพระมหากรุณาธิคุณไว้เหนือเกล้าฯ ตราบชีวิตจะหาไม่…
  • อ.ธนาลัย ลิมปรัตนคีรี ผอ.รร.อนุบาลวัดธาตุทอง จัด ทอดผ้าป่าการศึกษาหาทุนให้การศึกษาปฐมวัยแก่เด็กด้อยโอกาสในเขตวัฒนา พระโขนง และคลองเตยซึ่งไม่เก็บค่าเล่าเรียน เพื่อจัดกิจกรรมการเรียนรู้ของเด็กตลอดปีการศึกษา วันที่ 9 มิ.ย.09.30น. ณ ลานอเนกประสงค์ โรงเรียนอนุบาลวัดธาตุทอง ร่วมบริจาคได้ที่ ชื่อบัญชี มูลนิธิวัดธาตุทอง ธ.กรุงเทพ เลขที่บัญชี 005-706503-9 หักลดหย่อนภาษีได้ 1 เท่า .. แจ้งที่ Line ID:thanalai ..
  • สวด ดิเรก มหาดำรงค์กุล อายุ 106 ปี ศาลา 9 วัดมกุฎฯ 2-7 มิ.ย.18.30 น.(3 มิ.ย.งด) ..พระราชทานเพลิงศพ 8 มิ.ย.17.00 น. ภูริช มหาดำรงค์กุล พร้อมพี่ๆ น้องๆ เชิญร่วมอาลัย ..
  • ลูกศิษย์ร่วมถวายมุทิตาสักการะ พระราชบัณฑิต (สุดใจ ปสิทฺธิโก ป.ธซ9) เจ้าคณะภาค 10 ธรรมยุต รักษาการเจ้าอาวาสวัดธรรมมงคลเถาบุญนนทวิหาร พระอารามหลวง/ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดธาตุทอง พระอารามหลวง ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นเทพ ในราชทินนามที่ พระเทพวชิรบัณฑิต เมื่อวันที่ 3 มิ.ย.พระอุโบสถ วัดธาตุทอง ..
  • แว่วข่าวดีมาจากแวดวงอาหารระดับโลก เมื่อ ดร.นริศ ชัยสูตร นายกสมาคมกีฬาสเปเชียลโอลิมปิคแห่งประเทศไทย จับมือเครือข่าย Dinner Incredible จัดงานการกุศลสุดเอ็กซ์คลูซีฟ “Table of Legends Charity Dinner” ในค่ำวันที่ 9 มิ.ย. ณ PREF Restaurant ซอยสาทร 11 โดยรวบรวมเชฟระดับโลก 3 คน ได้แก่ Chef Sena, Chef Diana และ Chef Golsteijn มารังสรรค์เมนูพิเศษแบบ 6 Hands Dinner เพื่อระดมทุนสนับสนุนนักฟุตบอลหญิงผู้พิการทางปัญญาของไทย เดินทางไปแข่งขันฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ผู้สนใจสอบถาม สถาพร โทร. 081-902-4636..
  • นฤมล ล้อมทอง พร้อมด้วย วีระศักดิ์ โควสุรัตน์,ดิศทัต โหตระกิตย์,อัจฉรา จันทร์ฉาย,สุทธิมา ชำนาญเวช,สันติ สาทิพย์พงษ์ ร่วมเดินขึ้นภูเขาทองห่มผ้าองค์พระเจดีย์เพื่อสักการะพระบรมสารีริกธาตุที่วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร (ภูเขาทอง) ในโอกาสดาวพฤหัสบดีย้ายราศีครั้งใหญ่ในรอบ 12 ปี ยกเข้าสู่ตำแหน่งมหาอุจจ์ ด้วยจิตศรัทธายิ่ง..

น้อง

บริษัท ทองก้อนใหญ่ โฮลดิ้ง จำกัด ร่วมสนับสนุนกิจกรรมของ ‘กองบัญชาการกองทัพไทย’ นำนวัตกรรม”Eyetronix” ให้บริการตรวจคัดกรองสมองเสื่อมฟรี ในกิจกรรมจิตอาสาเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี

บริษัท ทองก้อนใหญ่ โฮลดิ้ง จำกัด ร่วมสนับสนุนกิจกรรมของ 'กองบัญชาการกองทัพไทย' นำนวัตกรรม

บริษัท ทองก้อนใหญ่ โฮลดิ้ง จำกัด ร่วมสนับสนุนกิจกรรมของ ‘กองบัญชาการกองทัพไทย’ นำนวัตกรรม”Eyetronix” ให้บริการตรวจคัดกรองสมองเสื่อมฟรี ในกิจกรรมจิตอาสาเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี

วันพุธ ที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 16.25 น.

เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี  3 มิถุนายน 2569 บริษัท ทองก้อนใหญ่ โฮลดิ้ง จำกัด ได้เข้าร่วมให้บริการด้านสุขภาพสมองเบื้องต้นในกิจกรรมจิตอาสาเฉลิมพระเกียรติ ที่จัดโดยกองบัญชาการกองทัพไทย เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2569 ณ อนุสรณ์สถานแห่งชาติ สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ ตำบลคูคต อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระองค์ท่าน

พลเอก อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ประธานในพิธี เยี่ยมชมบูธบริษัท ทองก้อนใหญ่ โฮลดิ้ง จำกัด โดยมีแพทย์หญิงธีรธร ทองก้อนใหญ่ ประธานกรรมการผู้จัดการ บริษัทฯ อธิบายถึงวิธีการใช้งานของเครื่อง Eyetronix 

การเข้าร่วมสนับสนุนกิจกรรมของกองบัญชาการกองทัพไทยในครั้งนี้ สะท้อนถึงบทบาทของภาคเอกชนในการร่วมขับเคลื่อนภารกิจด้านสุขภาพประชาชน โดยได้รับเกียรติจาก พลเอก อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงจากกองทัพและหน่วยงานภาครัฐเข้าร่วมเป็นเกียรติอย่างพร้อมเพรียง

ด้วยความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ กองบัญชาการกองทัพไทยได้จัดกิจกรรมจิตอาสาเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในมหามงคลวันเฉลิมพระชนมพรรษา ในฐานะสถาบันหลักของชาติที่มีพันธกิจพิทักษ์และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งกิจกรรมเป็นประโยชน์แก่ประชาชนที่มาร่วมงาน เพื่อน้อมถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระองค์ท่าน โดยบริษัท ทองก้อนใหญ่ โฮลดิ้ง จำกัด ได้รับโอกาสอันเป็นเกียรติในการนำนวัตกรรมเครื่องตรวจคัดกรองภาวะสมองเสื่อมเบื้องต้น “Eyetronix” ออกให้บริการแก่ประชาชนและกำลังพลโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่พัฒนาโดยทีมไทย ออกแบบให้เหมาะสมกับบริบทของคนไทย และบริษัทฯ ถือครองสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาที่เกี่ยวข้อง

แพทย์หญิงธีรธร ทองก้อนใหญ่ ประธานกรรมการผู้จัดการบริษัท ทองก้อนใหญ่ โฮลดิ้ง จำกัด ลงพื้นที่เพื่องานจิตอาสา เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี  3 มิถุนายน 2569 ในครั้งนี้ด้วยตัวเอง

แพทย์หญิงธีรธร ทองก้อนใหญ่ ประธานกรรมการผู้จัดการ บริษัท ทองก้อนใหญ่ โฮลดิ้ง จำกัด กล่าวว่า “ความร่วมมือกับกองทัพไทยในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการนำนวัตกรรมด้านสุขภาพเข้าถึงประชาชนในวงกว้าง กองทัพมีโครงสร้างและเครือข่ายที่เข้มแข็งครอบคลุมทั่วประเทศ ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายของบริษัทฯ ในการกระจายโอกาสการตรวจคัดกรองสุขภาพสมองให้ถึงมือผู้สูงอายุทุกกลุ่ม โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกล”

เครื่อง Eyetronix สามารถประเมินความเสี่ยงภาวะสมองเสื่อมได้อย่างรวดเร็วภายในเวลาเพียงไม่กี่นาที เหมาะสำหรับการให้บริการในพื้นที่ต่างๆ ที่มีข้อจำกัดด้านบุคลากรทางการแพทย์ ซึ่งการตรวจพบตั้งแต่ระยะเริ่มต้นช่วยให้วางแผนการรักษาได้ทันท่วงที ชะลอความรุนแรงของโรค และยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพ

บรรยากาศการรักษาผู้ป่วยและการใช้เครื่อง Eyetronix กับผู้สูงอายุ เพื่อประเมินความเสี่ยง ภาวะสมองเสื่อม

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้แนะนำเทคโนโลยี “Neurosight” นวัตกรรมเพื่อการกระตุ้นและฟื้นฟูการทำงานของสมอง ที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ และลดภาระการดูแลของครอบครัวในระยะยาว สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ในการพัฒนาโซลูชันด้านสุขภาพสมองครบวงจร ตั้งแต่การคัดกรองจนถึงการฟื้นฟู

การเข้าร่วมสนับสนุนกิจกรรมของกองบัญชาการกองทัพไทยในครั้งนี้ นับเป็นตัวอย่างของการที่ภาคเอกชนร่วมสนับสนุนภารกิจสาธารณประโยชน์ด้านสุขภาพ เพื่อให้ประชาชนทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงการตรวจคัดกรองสุขภาพสมองได้อย่างเท่าเทียม เพื่อสังคมไทยที่มีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน

แพรรี่ ฟาดใคร? โพสต์เตือนสติพวกเลี้ยงสัตว์เกินกำลัง ลั่น ถ้าต้องรบกวนคนอื่น ไม่ควรค่ะ

แพรรี่ ฟาดใคร? โพสต์เตือนสติพวกเลี้ยงสัตว์เกินกำลัง ลั่น ถ้าต้องรบกวนคนอื่น ไม่ควรค่ะ

แพรรี่ ฟาดใคร? โพสต์เตือนสติพวกเลี้ยงสัตว์เกินกำลัง ลั่น ถ้าต้องรบกวนคนอื่น ไม่ควรค่ะ

วันพฤหัสบดี ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 14.50 น.

งานนี้ไม่รู้พาดพิงถึงใครหรือไม่ล่าสุดกลายเป็นประเด็นร้อนบนโลกโซเชียลทันที เมื่อ “แพรรี่” หรือ ไพรวัลย์ วรรณบุตร ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว แสดงทัศนะเกี่ยวกับเรื่องการเลี้ยงดูสัตว์เลี้ยงไว้อย่างเผ็ดร้อนและตรงไปตรงมา โดยระบุข้อความว่า

“การเลี้ยงสัตว์เป็นเรื่องดีค่ะ แต่การเลี้ยงเยอะหรือเลี้ยงเกินกำลังตัวเองไม่ดี การเลี้ยงดูสัตว์เกินกำลัง สุดท้ายคุณภาพชีวิตคนเลี้ยงก็จะแย่ คุณภาพชีวิตสัตว์ก็จะแย่ เลี้ยงแล้วต้องรบกวนคนอื่น ไม่ควรค่ะ”

หลังจากโพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ออกไป ได้มีแฟนคลับและชาวเน็ตเข้ามาเตอร์กดไลก์พุ่งสูงกว่า 1.7 หมื่นครั้ง และร่วมแสดงความคิดเห็นเกือบพันคอมเมนต์ ซึ่งส่วนใหญ่เห็นด้วยกับมุมมองของแพรรี่ว่า การจะรับสัตว์มาเลี้ยงนั้น สิ่งสำคัญที่สุดคือความพร้อมและไม่ควรสร้างความเดือดร้อนให้แก่ผู้อื่น

แม้ว่าในโพสต์ของแพรรี่จะไม่ได้ระบุชื่อว่าหมายถึงใครเป็นพิเศษ แต่เมื่อสังเกตบริบทแวดล้อมบนโลกออนไลน์ พบว่าโพสต์ดังกล่าวเกิดขึ้นในเวลาใกล้เคียงกับประเด็นดราม่าของ “อั้ม พัชราภา” ซุปตาร์ตัวแม่ ที่เพิ่งมีกระแสข่าวปฏิเสธการรับฝากเลี้ยงแมวจำนวนมากจากประเด็นนี้เอง ทำให้ชาวเน็ตหลายคนตั้งข้อสังเกตและคาดเดาว่า โพสต์เตือนสติเรื่อง “การเลี้ยงสัตว์เกินกำลังจนต้องรบกวนคนอื่น” ของแพรรี่นั้น อาจจะมีความเกี่ยวเนื่องหรือเป็นการพูดถึงกรณีข่าวดังกล่าว เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาสังคมในเรื่องความรับผิดชอบของผู้เลี้ยงสัตว์นั่นเอง

ปู มัณฑนา ยิ้มสู้โพสต์รับหมายศาลเพิ่ม 315 หน้า ลั่นถูก หนุ่ม กรรชัย-ทนายตุ๋ย ฟ้องปิดปาก

ปู มัณฑนา ยิ้มสู้โพสต์รับหมายศาลเพิ่ม 315 หน้า ลั่นถูก หนุ่ม กรรชัย-ทนายตุ๋ย ฟ้องปิดปาก

ปู มัณฑนา ยิ้มสู้โพสต์รับหมายศาลเพิ่ม 315 หน้า ลั่นถูก หนุ่ม กรรชัย-ทนายตุ๋ย ฟ้องปิดปาก

วันพฤหัสบดี ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 13.52 น.

กลับมาร้อนแรงบนโลกโซเชียลได้ไม่เว้นวันล่าสุด เมื่อ “ปู มัณฑนา หิมะทองคำ” ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวในเช้าวันพฤหัสบดีที่ 4 มิถุนายน 2569 เผยภาพรวมสถานการณ์ล่าสุด หลังได้รับหมายศาลฉบับใหม่แกะกล่องความหนากว่า 315 หน้า จากพิธีกรชื่อดัง “หนุ่ม กรรชัย” และ “ทนายตุ๋ย”โดยเจ้าตัวได้ตั้งคำถามอย่างเผ็ดร้อนถึงการฟ้องร้องในครั้งนี้ พร้อมทั้งงัดข้อกฎหมายและเปิดรายชื่อบุคคลดังที่จะมาเป็นพยานในคดี ทำเอาชาวเน็ตจับตากันตาไม่กระพริบ สงสัยโดน “ฟ้องปิดปาก” งัดคำแนะนำประธานศาลฎีกาสู้!

ปู มัณฑนา ระบุว่า ตนเองพยายามอยู่นิ่ง ๆ เล่านิทาน และแสดงความคิดเห็นตามประสาคนธรรมดา แต่กลับถูกติดตามทุกฝีก้าวเหนียวแน่นยิ่งกว่าแฟนคลับ จนกระทั่งได้รับหมายศาลล่าสุด พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงการทำงานของทนายฝั่งตรงข้าม และตั้งคำถามว่านี่คือการ “ฟ้องปิดปาก” (Anti-SLAPP) หรือไม่?

“ทนายตุ๋ยได้อ่านคำแนะนำจากประธานศาลฎีกาล่าสุดบ้างมั๊ย… ประธานศาลฎีกาได้ลงนามใน ‘คำแนะนำว่าด้วยการดำเนินคดีอาญาโดยไม่สุจริต’ เมื่อ 25 พฤษภาคม 2569 เพื่อสกัดกั้นการใช้กระบวนการยุติธรรมเป็นเครื่องมือกลั่นแกล้งประชาชน”

นอกจากจะประกาศพร้อมสู้คดีตามกระบวนการยุติธรรมเพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงแล้ว คุณปูยังได้ส่งคำขอกรุณาไปยังผู้ใหญ่และพี่น้องในวงการ โดยเปิดเผยรายชื่อบุคคลที่จะมาเป็นพยานให้แก่ตนเอง ซึ่งมีรายชื่อที่น่าสนใจถึง 10 อันดับ ดังนี้

1 อาจารย์ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์

2 พี่นพรัฐ พรวนสุข

3 พี่ทนายชูชาติ กันภัย

4 น้องเบียร์ เดอะวอยซ์

5 ทนายธรรมราช สาระปัญญา

6 พี่พัช กฤษอนงค์ สุวรรณภักดี

7 ทนายอนันตรักษ์ เพ็ชรหิน

8 น้องปุย (จากรายการโหนกระแส เทป 9 กรกฎาคม 2567)

9 สมาคมอาหวังแห่งประเทศไทย

10 ทนายแก้ว มนต์ชัย จงไกรรัตนกุล (พร้อมทิ้งท้ายแนบเจ็บ “ดิฉันว่าจ้างให้ทำคดีนะคะ ไม่ได้ว่าจ้างให้ไปมีปัญหากับใคร”)

ช่วงท้ายของปู มัณฑนาได้กล่าวขอบคุณทุกกำลังใจที่ส่งเข้ามา และไม่ลืมที่จะ “ฝากจูบ” ขอบคุณฝั่งที่คอยตามแคปตามติตตามทุกโพสต์ของเธออย่างใกล้ชิดชนิดที่ไม่เคยพลาดสายตางานนี้คงต้องจับตากันต่อไปว่าศึกกฎหมายครั้งนี้จะลงเอยอย่างไร และฝั่ง “หนุ่ม กรรชัย-ทนายตุ๋ย” จะมีความเคลื่อนไหวตอบกลับต่อเรื่องนี้หรือไม่!