แฟนคลับแห่ส่งกำลังใจ เสนาหอย ประกาศปิดกิจการร้านก๋วยเตี๋ยว ซึ้งใจเพื่อนแท้ วิลลี่ ยืนเคียงข้าง

แฟนคลับแห่ส่งกำลังใจ เสนาหอย ประกาศปิดกิจการร้านก๋วยเตี๋ยว ซึ้งใจเพื่อนแท้ วิลลี่ ยืนเคียงข้าง

แฟนคลับแห่ส่งกำลังใจ เสนาหอย ประกาศปิดกิจการร้านก๋วยเตี๋ยว ซึ้งใจเพื่อนแท้ วิลลี่ ยืนเคียงข้าง

วันพฤหัสบดี ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 12.36 น.

เป็นประเด็นที่แฟนๆและคนในวงการบันเทิงต่างพากันส่งกำลังใจให้อย่างล้นหลาม สำหรับพิธีกรและนักแสดงอารมณ์ดี “หอย-เกียรติติศักดิ์ “ หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ “เสนาหอย” ที่ล่าสุดได้ออกมาแจ้งข่าวสะเทือนใจเกี่ยวกับการยุติบทบาทในธุรกิจส่วนตัว

จากคลิปวิดีโอที่เผยแพร่ผ่านสื่อโซเชียลมีเดีย เสนาหอยได้ออกมาประกาศปิดกิจการอย่างเป็นทางการ โดยระบุข้อความว่า “ประกาศปิดกิจการ ขอแจ้งให้ทุกท่านทราบว่าผมได้ยุติบทบาทในการบริหารและดำเนินงานของร้านบัวไหลก๋วยเตี๋ยวต้มยำสาขาเทพรักษ์-วัชรพลแล้วครับ ขอบคุณลูกค้าทุกท่านที่สนับสนุนผมมาโดยตลอด”

การประกาศปิดตัวของร้านก๋วยเตี๋ยวต้มยำชื่อดังในย่านเทพรักษ์-วัชรพลครั้งนี้ทำเอาแฟนคลับและลูกค้าประจำต่างรู้สึกเสียดายแต่ต่างก็เข้ามาคอมเมนต์แสดงความห่วงใยและให้กำลังใจกันอย่างล้นหลามนอกจากเรื่องการปิดกิจการแล้ว สิ่งที่ทำให้หลายคนประทับใจและซาบซึ้งไปตามๆ กัน คือข้อความเปิดใจของเสนาหอยที่พูดถึงเพื่อนสนิทคู่หูตลอกกาลอย่าง “วิลลี่ แมคอินทอช” โดยเสนาหอยได้โพสต์ภาพคู่กับวิลลี่พร้อมข้อความระบุว่า “ไม่ว่าจะเกิดอุปสรรคอะไรก็แล้วแต่ ยังมีวิลลี่ยืนอยู่ข้าง แต่สุดท้ายแล้วผมต้องเดินต่อด้วยตัวของผมเอง ขอบคุณทุกคนมากๆ ที่อ่านข้อความไม่หมด ขอบคุณพี่เปิ้ลด้วยถึงแม้เราไม่ได้เจอกัน ถึงอย่างไรเราต้องดำเนินชีวิต ขอบคุณที่ยังเฝ้ามองผม”

ข้อความดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงมิตรภาพอันเหนียวแน่นของทั้งคู่ที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมาอย่างยาวนานไม่ว่าเสนาหอยจะต้องเผชิญกับมรสุมชีวิตหรือความเปลี่ยนแปลงในธุรกิจรูปแบบใดก็ยังมีเพื่อนแท้อย่างวิลลี่คอยเคียงข้างและเป็นกำลังใจสำคัญให้ก้าวผ่านอุปสรรคเสมอทางทีมข่าวบันเทิงขอเป็นอีกหนึ่งกำลังใจให้ “เสนาหอย” ก้าวต่อไปในเส้นทางชีวิตและธุรกิจใหม่ๆ ในอนาคต

จี-ยู ครีเอทีฟ ร่วมกับ เซ็นทรัลพัฒนา ส่งคอสเพลย์ไทยร่วมงานเวทีระดับโลก ณ ประเทศญี่ปุ่น

จี-ยู ครีเอทีฟ ร่วมกับ เซ็นทรัลพัฒนา  ส่งคอสเพลย์ไทยร่วมงานเวทีระดับโลก  ณ ประเทศญี่ปุ่น

จี-ยู ครีเอทีฟ ร่วมกับ เซ็นทรัลพัฒนา ส่งคอสเพลย์ไทยร่วมงานเวทีระดับโลก ณ ประเทศญี่ปุ่น

วันพฤหัสบดี ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 11.51 น.

ถึงเวลาประกาศศักดาคอสเพลย์ไทยบนเวทีโลก! “WORLD COSPLAY SUMMIT 2026” ผู้ชนะเลิศตัวแทนจากประเทศไทย ทีม From software  ประกอบไปด้วย  นายปฐวิกรณ์ อุทธิเสน และ นายเสกข์สฤษ มั่งมีทรัพย์ กับธีมการแสดงจากเกมส์แฟนตาซีชื่อดังเรื่อง Dissidia Final Fantasy ผ่านตัวละคร Cainhurst Knight & Knight Female ด้วยความสมจริงของชุดและการแสดงที่สะท้อนถึงความสง่างาม ความกล้าหาญ และจิตวิญญาณแห่งนักรบได้อย่างน่าประทับใจ ทำให้กรรมการตัดสินให้เป็นผู้ชนะในครั้งนี้  ซึ่งกิจกรรมดีดีแบบนี้ จัดโดยบริษัท จี-ยู ครีเอทีฟ จำกัด   ร่วมกับ บริษัทเซ็นทรัลพัฒนากรุ๊ป ร่วมส่งแรงเชียร์และกำลังใจให้กับ 2 ตัวแทน Cosplayer ผู้ชนะเลิศจากประเทศไทย ไปคว้าแชมป์การแข่งขันระดับโลก “ WORLD COSPLAY SUMMIT 2026 ” ที่เมืองนาโกย่า ประเทศญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 31 กรกฎาคม – 2 สิงหาคม 2026สามารถติดตามข่าวสารและให้กำลังใจตัวแทนจากประเทศไทยได้ที่ Facebook Fanpage Worldcosplay Summit Thailand ,  IG Gyucreative หรือที่ http://www.Gyucreative.com

ครอบครัวสายฝอ ฟลุ๊ค ชีเอิ้ก อวดรอยยิ้มฮอลลีวูด ติดสวย ฉลองเดือน Pride Month

ครอบครัวสายฝอ ฟลุ๊ค ชีเอิ้ก อวดรอยยิ้มฮอลลีวูด ติดสวย ฉลองเดือน Pride Month

ครอบครัวสายฝอ ฟลุ๊ค ชีเอิ้ก อวดรอยยิ้มฮอลลีวูด ติดสวย ฉลองเดือน Pride Month

วันพฤหัสบดี ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 11.24 น.

สวยแซ่บแบบฮอลลีวูด! อินฟลูเอนเซอร์คนดัง “ฟลุ๊ค กะล่อน“ รวมพลัง พี่สาวคนสวย ”ชีเอิ้ก เอิ้ก ชาลิสา“ สวยต่อไม่รอแล้วนะ หลังจากฮือฮาในลุคใหม่น้ำหนักลดฮวบ เหมือนติดสปริงลงลิฟท์ ก็พร้อมบอกต่อความสวยแบบไม่มึอะไรมากั้น งานนี้ขายงานคู่จูงมากันมาถ่ายแฟชั่นฉลองเดือน Pride Month เฉลิมฉลองความหลากหลายเพื่อชาวเรา LGBTQIAN+ มาในคอนเซปท์ ครอบครัวคาเดเชียน ต้นตำรับออริจินัลเซเลบสาวฝอ ตระกูลฮอลลีวูด ”ฟลุ๊ค กะล่อน“ โพสต์จึ้งถึงใจ ไม่ถึงลายตัวแม่นางแบบมืออาชีพ พร้อมอวดรอยยิ้มพิมพ์ใจคาริสมา ออกแบบรอยยิ้มสายฝอ โดยคอสเดนท์ คลีนิคทันตกรรมอันดับหนึ่งของไทย แย่งซีนไปเต็มๆ ด้านพี่สาวนิวเวอร์ชั่น ”ชีเอิ้ก“ มาในลุค ”ไคลีย์ เจนเนอร์“  หุ่นเซ็กซี่ขยี้หัวใจ กับคะแนนเต็มสิบไม่หัก ฟันสวยเวอร์วังสุดๆ
เรียกได้ว่าเป็นการเฉลิมฉลอง  Pride Month ต้อนรับเดือนมิถุนายน แบบเซอร์ไพร์สความฉ่ำ โดนใจชุมชน LGBTQIAN+สุดๆไปเลยค่ะซิส

ช็อก อุ๊บ วิริยะ โพสต์สั่งเสียฝากแมว 50 ตัว อั้ม พัชราภา ลั่นล้างคอกไม่ไหว-ได้ยินแล้วจะเป็นลม

ช็อก อุ๊บ วิริยะ โพสต์สั่งเสียฝากแมว 50 ตัว อั้ม พัชราภา ลั่นล้างคอกไม่ไหว-ได้ยินแล้วจะเป็นลม

ช็อก อุ๊บ วิริยะ โพสต์สั่งเสียฝากแมว 50 ตัว อั้ม พัชราภา ลั่นล้างคอกไม่ไหว-ได้ยินแล้วจะเป็นลม

วันพฤหัสบดี ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 11.05 น.

หลังนักปั้นมือทอง “อุ๊บ วิริยะ พงษ์อาจหาญ” ได้ออกมาโพสต์ชื่นชมในความมีน้ำใจของซุปตาร์สาว “อั้ม-พัชราภา ไชยเชื้อ” ที่ควักเงินส่วนตัวจำนวน 20,000 บาท โอนมาช่วยเหลือสุนัขและแมวในดูแล ในขณะที่อดีตเด็กปั้นคนอื่นๆ กลับนิ่งเฉย ทำเอาชาวเน็ตต่างพากันแห่ชื่นชมในความใจบุญของสาวอั้มกันอย่างล้นหลาม

ล่าสุด นางเอกสาว “อั้ม พัชราภา” ได้ออกมาเปิดใจถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น พร้อมชี้แจงเกี่ยวกับประเด็นดราม่าที่ถูกโยงไปถึงโพสต์เก่าของอุ๊บ วิริยะ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568 ที่มีลักษณะคล้ายการสั่งเสียว่า หากตนเองเป็นอะไรไป อยากจะขอฝากฝังให้สาวอั้มรับเลี้ยงน้องแมวทั้งหมดประมาณ 50 ตัว (แบ่งเป็นในห้อง 40 ตัว และนอกห้องอีก 10 ตัว) เนื่องจากกังวลว่าแมวจะมีกำลังทรัพย์ในการเลี้ยงดู แต่ไม่มีคนคอยดูแลเอาใจใส่

อั้ม พัชราภา เผยว่า การช่วยเหลือในครั้งนี้เกิดขึ้นเนื่องจาก “พี่เฮเลน” เป็นคนติดต่อมาบอกว่าพี่อุ๊บต้องการความช่วยเหลือ ซึ่งโดยปกติแล้วตนเองก็ให้การช่วยเหลือน้องหมาตามที่ต่างๆ อยู่เป็นประจำอยู่แล้ว จึงได้ตัดสินใจโอนเงินไปช่วย ทั้งนี้ ยืนยันว่าไม่ได้มีการติดต่อกับพี่อุ๊บโดยตรงมานานมากแล้ว

“จริงๆ อั้มเจอพี่อุ๊บมานานมากๆ แล้ว พี่อุ๊บไม่ใช่ผู้จัดการ แต่เคยดูแลอั้มช่วงนึง กี่เดือนไม่รู้ ประมาณ 3-4 เดือน จำไม่ได้แล้ว มันเป็นเรื่องนานมากๆ แล้ว แล้วก็ยังจำพี่อุ๊บได้” อั้ม กล่าว

เมื่อสื่อมวลชนถามถึงประเด็นโพสต์สั่งเสียเรื่องแมว 50 ตัว สาวอั้มตอบปนอารมณ์ขันว่า ตอนที่ได้ยินเรื่องนี้ถึงกับจะแถมเป็นลม พร้อมอธิบายถึงเหตุผลที่ไม่สามารถรับเลี้ยงได้ในทางปฏิบัติ  ปัญหาเรื่องกำลังคน อั้มเผยว่าแม้เรื่องกำลังทรัพย์หรือกำลังเลี้ยงอาจจะพอมี แต่สิ่งสำคัญคือ “ไม่มีคนที่จะมาช่วยเลี้ยง” เนื่องจากไม่มีใครทำอาชีพด้านนี้โดยตรง ความยากลำบากในการดูแล งานดูแลสัตว์จำนวนมากต้องเก็บอึและล้างห้องล้างคอก ซึ่งเป็นงานที่ยากลำบากมากจริงๆ ตนจึงไม่สามารถรับมาดูแลเองทั้งหมดได้ ยืนยันสะดวกโอนเงินช่วยมากกว่า อั้มระบุว่า พี่อุ๊บไม่ได้ทักมาส่วนตัวเพื่อให้แบ่งน้องแมวไปเลี้ยงแต่อย่างใด และไม่ได้บอกให้ตนนำน้องมาเลี้ยง ซึ่งหากเลือกได้ ตนสะดวกที่จะโอนเงินช่วยเหลือเพื่อให้ทางพี่อุ๊บเป็นผู้ดูแลเองมากกว่านำมาเลี้ยงเอง

ท็อป ดารณีนุช เปิดใจ เผยเรื่องเฝ้ารักเฝ้ารอแต่เธอคนเดียวของ ไมโล

ท็อป ดารณีนุช เปิดใจ เผยเรื่องเฝ้ารักเฝ้ารอแต่เธอคนเดียวของ ไมโล

ท็อป ดารณีนุช เปิดใจ เผยเรื่องเฝ้ารักเฝ้ารอแต่เธอคนเดียวของ ไมโล

วันพฤหัสบดี ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 10.14 น.

 เมื่อ ท็อป ดารณีนุช มาเปิดใจในรายการ Club Friday Show ผลิตโดย CHANGE2561 ถึงเรื่องราวความรักที่ผ่านมา “มันเหลือแต่ความโกรธที่ทำให้ครอบครัวเราพัง แต่ถ้าถามว่ากลับมาดีกันได้ไหม…” ไม่มีวันได้เพราะอะไร เมื่อพ่อกับแม่ต้องแยกทาง มีสิ่งเดียวที่อยากบอกกับลูกคือ “เราไม่เคยปล่อยมือจากลูกนะ” คำสัญญาที่ “ท็อป ดารณีนุช” ให้ไว้กับลูก พร้อมกับเผยเรื่องเฝ้ารักเฝ้ารอแต่เธอคนเดียวของ ไมโล ที่มีต่อ ท็อป ดารณีนุช “ถ้าเลิกกันเมื่อไหร่ เขาจะเอาเราเป็นสามี!” คำพูดที่ทำให้คนแอบรักมีหวังลึกๆ และ “ท็อป ดารณีนุช” ให้ “ไมโล” ไปเคลียร์กับคนเก่าให้ได้ก่อนไม่งั้นเลิก!!  ไม่ต้องร้องขอแต่จะแสดงให้เห็นว่า “ถ้ารักกันจริง เรื่องนอกใจจะไม่มี” เพราะพื้นฐานที่คนรักกันควรมีเลยคือ “ความซื่อสัตย์

ในความรักครั้งที่ผ่านมาเกิดอะไรขึ้น?

ท็อป ดารณีนุช : ตอนที่เราเลิกมาเนี่ยแล้วเรารู้สึกสิ่งที่มันมาแทนมันเป็นความโกรธเหมือนกับครอบครัวของฉันที่ฉันพยายามรักษาอย่างดีที่สุด ฉันไปเหนื่อยฉันไปทำอะไรก็ได้อยากให้ครอบครัวนี้อยู่แล้วมันไม่ได้เป็นอย่างนั้น เราก็เสียใจ มันไม่ได้โทษ แต่มันโกรธว่าดูสิมันเจ๊งกันไปหมดเลย

เคยคิดไหมเอ่ยว่าอยากกลับมาเพื่อเป็นครอบครัว

ท็อป ดารณีนุช : ถามตอนนี้ว่าจะกลับมาดีกันได้ไหม ไม่มีวันได้ค่ะ

ท็อป ดารณีนุช : ตอนที่เราเลิกกับพ่อเขาเราก็บอกกับลูกเราว่า เมื่อก่อนครอบครัวเรามือจับกันเป็นวงกลมนะ แต่ตอนนี้แค่มือของพ่อกับแม่ปล่อยออกจากกันหันซ้ายก็เจอแม่ หันขวาก็เจอพ่อเราไม่เคยปล่อยมือลูกนะ และเราก็จะไม่มีใครที่จะแยกความรักเขาแม่จะอยู่จนกว่าลูกจะแข็งแรง

 มีความตั้งใจจะโสดตลอดชีวิตไหม?

ท็อป ดารณีนุช : มีค่ะ

 ความรักที่เฝ้ารอ แปลว่าเราแอบชอบเขามาตลอดไหม

ไมโล : ใช่ครับ เห็นเขามาตั้งแต่ ม.1

 มันมีช่วงโมเมนต์หนึ่ง ซึ่งพี่ท็อปเองอาจจะลืมๆไปแล้วแต่มันเป็นประโยคที่ทำให้พี่ไมโลจำได้ไม่ลืม คือประโยคว่าอะไรเอ่ย

ไมโล : ก็เขาจะเลิกกันเมื่อไหร่เขาจะเอาเราเป็นสามีมันขำแต่ก็แอบคิดเพราะว่าเราชอบเขาอยู่ไง

ไมโล : แต่เราก็คิดว่ามันคงเป็นไปไม่ได้หรอก จนมันมีเรื่องนี้ที่ทำให้ได้คุยกัน พอได้คุยกันเราก็คิดว่าถ้างั้นเราพูดในสิ่งที่เรายังค้างอยู่ในใจดีกว่า

ท็อป ดารณีนุช : เขาก็บอกว่าเขาชอบเรา

ไมโล : มันก็โอกาสสุดท้ายแล้วนะถ้ามันไม่พูดตอนนี้

 แต่เห็นว่ามีช่วงที่ต้องห่างกันไปมันติดอะไรเอ่ย

ท็อป ดารณีนุช : เรื่องเก่าเขายังไม่จบเรื่องที่เขามาปรึกษา ถ้าไม่เคลียร์เลิกจบเพราะว่าไม่ชอบ ตอนนั้นเราก็ชอบเขาแล้ว แต่ฉันไม่ได้เป็นที่หนึ่งที่เขาพูดว่าเขาคิดถึงเราหรือว่ารู้สึกดีกับเราผู้ชายคนนี้โกหก

 ถ้ารักกันจริงเรื่องนอกใจจะไม่มี

ไมโล : พอเรารักใครมันไม่ต้องบอกว่าจะต้องเป็นยังไงมันก็จะเป็นออกมาเอง ถ้าเรารักใครจริงๆเขาก็บอกเราว่าขออย่างเดียวเรื่องความซื่อสัตย์ เราบอกว่าไม่ต้องหรอกถ้ามันรักเนี่ยมันไม่ต้องพูดถึงเรื่องอื่นแล้ว เขาก็จะเห็นเราแบบนี้ตลอดไป

ท็อป ดารณีนุช :

จากดรามาฟ้องศาลสู่การเปิดใจ ‘กระต่าย พรรณนิภา’ ร้อง ขอความเป็นธรรม ปมโดนคดีฉ้อโกง 40 ล้าน

จากดรามาฟ้องศาลสู่การเปิดใจ ‘กระต่าย พรรณนิภา’ ร้อง ขอความเป็นธรรม ปมโดนคดีฉ้อโกง 40 ล้าน

จากดรามาฟ้องศาลสู่การเปิดใจ ‘กระต่าย พรรณนิภา’ ร้อง ขอความเป็นธรรม ปมโดนคดีฉ้อโกง 40 ล้าน

วันพฤหัสบดี ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 08.29 น.

จากกรณีที่วานนี้ (3 ม.ย. 2569) มีนักธุรกิจสาวเจ้าของแบรนด์อาหารเสริมชื่อดังหอบหักฐานยื่นฟ้องนักร้องสาวชื่อดัง ต่อศาลจังหวัดสกลนครในข้อหาฉ้อโกง หลังตรวจสอบพบความผิดปกติในการเบิกค่าใช้จ่ายของบริษัทจำนวน 22 รายการ ตีเป็นมูลค่าความเสียหาย 40 ล้านบาท ไปก่อนหน้านั้น จนกลายเป็นกระแสร้อนแรงบนโลกออไนลน์ ว่าเป็นนักร้องสาวชื่อดังคนไหน ก่อนที่ในเวลาถัดมา กระต่าย พรรณนิภา จะออกมาโพสต์เฟซบุ๊กร่ายยาวในสิ่งที่เกิดขึ้น และเน้นย้ำชาวเน็ตหรือแฟนคลับรอฟังความจริงในมุมของตนเองบ้าง

ล่าสุดวันนี้ 4 มิถุนายน 2569 กระต่าย พรรณนิภา โพสต์เฟซบุ๊ก กระต่าย พรรณนิภา Fanpage ชี้แจงร่ายยาวถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยระบุถึงประเด็นสต็อกสินค้าและที่มาของเงินทุน เพื่อปกป้องชื่อเสียงของตนเองว่า “เนื่องจากทางพี่หุ้นส่วนได้ออกมาโพสต์แก้ต่าง หลังจากหนูโพสต์ชี้แจงเรื่องธุรกิจคลอลาเจนไป มีในส่วนประเด็นที่พี่เขาแย้งว่า “มีสต็อกมูลค่ามหาศาล เสียหาย 40 ล้านบาท” หนูขอยืนยันว่าไม่เป็นความจริงและถ้าหากหนูเข้าใจผิดตรงนี้ หนูขอให้พี่หุ้นส่วนพิสูจน์ความจริงว่าสต็อกมีจริงตามที่กล่าวอ้าง หนูมีหลักฐานใบสั่งซื้อที่เป็นปกติวิสัยของการสั่งซื้อสินค้าแต่ละรอบ ครั้งละประมาณ 30,000 ห่อ/รสชาติ ซึ่งมีต้นทุนห่อละ 38 บาท และ 24 บาท ทั้งนี้ถ้าหากสต๊อกตอนนี้ค้างอยู่และเสียหาย 40,000,000 ล้านบาทตามที่แก้ต่างจริงเท่ากับว่าต้องมีของอยู่ในโกดังประมาณ 1,000,000 ห่อ

กระต่าย พรรณนิภา

อีกทั้งพี่หุ้นส่วนไม่ได้เป็นผู้แบกรับต้นทุนในการผลิตทั้งหมดหลาย 10 ล้านแต่เพียงผู้เดียวตามที่ให้ข่าว หากแต่เป็นการถอนเงินจาก Seller Tiktok Shop ถอนโอนตรงถึงบัญชีธนาคารโรงงานผู้ผลิตเลยค่ะ คือหนูต้องขายสินค้าก่อนพอขายได้ เงินเข้า Seller จึงกดถอนเงินไปจ่ายค่าสินค้าให้โรงงานในแต่ละรอบ และเป็นการทยอยจ่าย ซึ่งเงินที่จ่ายให้โรงงานนี้เป็นเงินจากการขายสินค้าร่วมกันโดยหลักๆ มาจากคลิปปักตะกร้าและไลฟ์รีรันใบหน้าหนูเอง หนูอยากขอร้องพี่ๆทางเพจต่างๆที่นำเสนอข่าวของหนูตามที่อีกฝ่ายเขาให้ข่าวว่าหนูทำให้เขาเสียหาย 40,000,000 บาท ช่วยเป็นสื่อกลางในการประสานให้ทางหนูได้มีโอกาสตรวจสอบความจริง ได้มีการตรวจสอบสต็อกสินค้าร่วมกันอย่างเร็วที่สุด (เพื่อไม่ให้เกิดข้อสงสัยว่ามีการเร่งผลิตสินค้าใหม่เพื่อสวมเป็นสต็อกเก่าตามที่กล่างอ้าง เพื่อความโปร่งใสของทุกๆฝ่าย) โดยจะมีบุคคลที่เป็นกลางไปด้วยก็ได้ค่ะ เพื่อยืนยันสต็อกที่แท้จริงตามที่พี่หุ้นส่วนกล่าวอ้างและร้องต่อเพจต่างๆ เพราะถ้าหากสินค้าไม่มีจริง นั่นอาจหมายความว่าเขา #หลอกสื่อและใช้สื่อในการทำข่าวที่ไม่เป็นความจริงอีกด้วย หนูต้องขอโทษพี่ๆทุกคนที่ต้องโพสต์เรื่องราวดราม่าจริงๆนะคะ แต่หนูขอความเป็นธรรม หากสิ่งใดหนูผิดหนูน้อมรับยอมรับผิด หากสิ่งใดที่บิดเบือนความจริง หนูขอปกป้องตัวหนูเองค่ะ #ขอบคุณค่ะ”

หลังจากที่โพสต์ของ กระต่าย พรรณนิภา เผยแพร่ลงมาบนโลกออนไลน์ ได้มีแฟนคลับและชาวเน็ตเข้ามาแสดงความคิดเห็นและให้กำลังใจกันเป็นจำนวนมาก เช่น

“ดราม่าทุกครั้งน้องไม่เคยออกมาแก้ต่างเงียบทุกครั้ง แต่ครั้งนี้น้องก็ต้องออกมาปกป้องตัวเอง สู้ๆนะคะ”

“กำลังใจจ้าขอไห้หนูผ่านเรื่องราวร้ายๆไปไห้เร็วที่สุดขอไห้คนที่เอาเปรียบเด็กทุกอย่างแพ้ภัยตัวเองด้วยเถิด”

“สู้ๆนะครับ สู้เพื่อความจริง”

“เป็นกำลังใจให้น้องกระต่ายผิดถูกน้องก็ยอมรับให้โอกาสน้องอธิบาย”

“ต้นทุนถูกมากเลยคะ คอลลาเจน มากสุดกี่กรัมอะ”

“กอดๆ”

“อิหล่าเอ้ย อดทนมานานแล้วเนาะที่กล่าวหาบิดเบือนเรา สู้ให้ถึงที่สุด สต๊อคของทิพย์ก็มาเด้องานนี้”

กระต่าย พรรณนิภา
กระต่าย พรรณนิภา
กระต่าย พรรณนิภา
กระต่าย พรรณนิภา
กระต่าย พรรณนิภา

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก กระต่าย พรรณนิภา Fanpage 

มรภ.เพชรบุรี เปิดวิสัยทัศน์! จัดตั้ง ‘คณะสัตวแพทยศาสตร์’ ชูทุนฟรี – มีรายได้ช่วงเรียน

มรภ.เพชรบุรี เปิดวิสัยทัศน์! จัดตั้ง ‘คณะสัตวแพทยศาสตร์’ ชูทุนฟรี – มีรายได้ช่วงเรียน

มรภ.เพชรบุรี เปิดวิสัยทัศน์! จัดตั้ง ‘คณะสัตวแพทยศาสตร์’ ชูทุนฟรี – มีรายได้ช่วงเรียน

วันพฤหัสบดี ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี เดินหน้ายกระดับการศึกษา จัดตั้ง “คณะสัตวแพทยศาสตร์” เพื่อตอบสนองความต้องการบุคลากรด้านสุขภาพสัตว์ที่กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด พร้อมเปิดรับสมัครนักศึกษาใหม่ ในหลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการพยาบาลสัตว์ ประจำภาคการศึกษาที่ 1 ปีการศึกษา 2569 รับจำนวนจำกัดเพียง 40 ที่นั่ง ชูจุดขายทุนเรียนฟรี 4 ปี  มีรายได้ระหว่างเรียน อนาคตเล็งยกระดับมาตรฐานสู่สากล รับสมัครวันนี้ – 20 มิถุนายน 2569 

รศ.ดร.พัชรศักดิ์ อาลัย อธิการบดี มรภ.เพชรบุรี เปิดเผยว่า ได้เตรียมความพร้อมจะเปิด 3 หลักสูตร คือ หลักสูตรการพยาบาลสัตว์ หลักสูตรเทคนิคการสัตวแพทย์ และหลักสูตรสัตวแพทยศาสตร์บัณฑิต เป็นความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยที่จะสร้างบุคลากรสายสนับสนุนสัตวแพทย์และสัตวแพทย์ ที่มีความเชี่ยวชาญสูง เข้าไปสู่ในอุตสาหกรรมสัตว์เลี้ยงและปศุสัตว์ ซึ่งหลักสูตรนี้ได้ถูกออกแบบมาให้เข้มข้นทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ เพื่อให้บัณฑิตจบมาพร้อมทำงานได้อย่างมืออาชีพตั้งแต่วันแรก

โดยมหาวิทยาลัยได้เตรียม “ทุนเพชรราชภัฏ” ซึ่งเป็นทุนการศึกษาเต็มจำนวน ครอบคลุมค่าเล่าเรียนฟรีตลอดหลักสูตร 4 ปี นอกจากนี้ยังมีทุนสนับสนุนอื่นๆ เพื่อรองรับนักศึกษาที่มีศักยภาพ แบ่งเบาภาระของผู้ปกครอง และส่งเสริมทักษะวิชาชีพไปพร้อมกัน โดยทางมหาวิทยาลัยยังได้นำร่องโครงการ “Earn While Learn” (เรียนไป มีรายได้ไป) แล้วยังเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้เข้าปฏิบัติงานจริงในคลินิกรักษาสัตว์ของมหาวิทยาลัย ทำให้นักศึกษามีรายได้ระหว่างเรียน พร้อมกันนี้ยังมอบสิทธิพิเศษในการผ่อนชำระค่าธรรมเนียมการศึกษาได้ถึง 3 งวดต่อภาคเรียนอีกด้วย

“เราไม่ได้มองแค่การผลิตบัณฑิตสู่ตลาดแรงงานในประเทศ แต่เรายังมองไกลไปถึงมาตรฐานระดับสากล นักศึกษาของเราจะมีโอกาสได้รับการคัดเลือกให้เข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยน และเดินทางไปฝึกงานในต่างประเทศ เพื่อเปิดโลกทัศน์และยกระดับทักษะทางคลินิกให้เทียบเท่าสากล ซึ่งถือเป็นจุดแข็งสำคัญของหลักสูตรนี้” อธิการบดี มรภ.เพชรบุรี กล่าวและว่า การเปิดหลักสูตรการพยาบาลสัตว์ในครั้งนี้ นับเป็นปรากฏการณ์ใหม่ของวงการอุดมศึกษาไทย ที่ผสมผสานการเรียนการสอนเชิงปฏิบัติการเข้ากับการสนับสนุนคุณภาพชีวิตของนักศึกษาอย่างเป็นรูปธรรม โดย มรภ.เพชรบุรี ยังได้สร้างโอกาสทางการศึกษาอย่างเท่าเทียม ลดการหลุดออกจากระบบ พร้อมมอบทุนการศึกษา ดังนี้ 1.เรียนดี เรียนฟรีสูงสุด 100% (นักเรียนเกรดเกิน 3.5 เรียนฟรีเทอมแรก รักษาเกรดได้ เกิน 3.5 ฟรีทุกเทอม เกรด 3.0-3.49 จ่าย 25% ) , 2.ขาดแคลนทุนทรัพย์ ความประพฤติดี ลดค่าเทอมสูงสุด 50% เทอมแรก , 3.มีรายได้ระหว่างเรียน 3,000 บาทต่อเดือน (เข้าร่วมโครงการ Earn While Learn) และ 4.ผ่อนชำระค่าเล่าเรียนได้ 3 งวด

สำหรับนักเรียน นักศึกษา และผู้ปกครองที่สนใจ สามารถติดตามรายละเอียดเกณฑ์การรับสมัครรอบต่างๆ โควตาพิเศษ และข้อมูลทุนการศึกษาของหลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการพยาบาลสัตว์ (รับจำนวน 40 คน) ประจำปีการศึกษา 2569 โดยเปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้ – 20 มิถุนายน 2569  สนใจติดต่อสอบถามได้ที่ Facebook : https://www.facebook.com/profile.php?id=61589253653317  / หรือแบบฟอร์มสมัครเข้าศึกษา https://forms.cloud.microsoft/r/WTv0sP3NYB  หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ฝ่ายรับสมัครนักศึกษาของมหาวิทยาลัย โทร 032 708 624

อาจารย์จุฬาฯ คว้าทุน ‘Pew Marine Fellowship 2026’ พร้อมต่อยอดองค์ความรู้อนุรักษ์ทะเล

อาจารย์จุฬาฯ คว้าทุน ‘Pew Marine Fellowship 2026’ พร้อมต่อยอดองค์ความรู้อนุรักษ์ทะเล

อาจารย์จุฬาฯ คว้าทุน ‘Pew Marine Fellowship 2026’ พร้อมต่อยอดองค์ความรู้อนุรักษ์ทะเล

วันพฤหัสบดี ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ศ.ดร.สุชนา ชวนิชย์ อาจารย์ประจำภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยทรัพยากรทางน้ำ และรองผู้อำนวยการศูนย์บริการวิชาการ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้รับคัดเลือกเป็นผู้รับทุน “Pew Fellows Program in Marine Conservation ประจำปี 2026” นับเป็นนักวิทยาศาสตร์ชาวไทยคนแรกที่ได้รับรางวัลระดับโลกด้านการอนุรักษ์ทะเล

“Pew Fellows Program in Marine Conservation” เป็นโครงการที่สนับสนุนนักวิทยาศาสตร์รุ่นกลาง และผู้เชี่ยวชาญจากทั่วโลก เพื่อพัฒนาองค์ความรู้และนวัตกรรมในการอนุรักษ์ทะเล โดยโครงการจะมอบทุนให้แก่นักวิจัยที่มีผลงานโดดเด่นและเป็นที่ยอมรับ เพื่อดำเนินโครงการวิจัยอิสระเป็นระยะเวลา 3 ปี ในประเด็นด้านการอนุรักษ์ทะเล รางวัลนี้ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางว่าเป็นหนึ่งในรางวัลที่มีเกียรติและทรงคุณค่าในวงการวิทยาศาสตร์ทางทะเล ทั้งนี้ผู้ได้รับทุนในปี 2026 จะได้เข้าร่วมเครือข่ายนักวิจัยระดับนานาชาติของ Pew Marine Fellows ซึ่งปัจจุบันมีศิษย์เก่ามากกว่า 200 คนทั่วโลก ที่ทำงานร่วมกันเพื่อพัฒนาวิทยาศาสตร์ทางทะเล และส่งเสริมการใช้ทรัพยากรทางทะเลอย่างยั่งยืน

ผลงานวิจัยของ ศ.ดร.สุชนา ชวนิชย์ มุ่งพัฒนาเทคโนโลยีและวิธีการใหม่เพื่อยกระดับการฟื้นฟูแนวปะการังในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีความหลากหลายของปะการังสูงที่สุดของโลก โดยจะพัฒนาเทคนิคการเพาะพันธุ์ปะการังด้วยกระบวนการสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศ รวมถึงการจัดเก็บธนาคารสเปิร์มและไข่ปะการังด้วยเทคโนโลยีการแช่แข็ง เพื่อรักษาความหลากหลายทางพันธุกรรมของปะการังที่นำไปใช้ในการฟื้นฟูนอกจากนี้ ยังศึกษาปะการังวัยอ่อนเพื่อระบุลักษณะที่เกี่ยวข้องกับความสามารถในการทนทานต่อความเครียดจากอุณหภูมิที่สูงขึ้น พร้อมทั้งทำงานร่วมกับชุมชนท้องถิ่นและหน่วยงานภาครัฐ เพื่อส่งเสริมการฟื้นฟูแนวปะการังที่ขับเคลื่อนโดยชุมชน และสนับสนุนการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรทางทะเลอย่างยั่งยืน

ในปี 2026 มีนักวิทยาศาสตร์จาก 5 ประเทศ ได้แก่ ออสเตรเลีย สหรัฐอเมริกา แคนาดา ญี่ปุ่น และประเทศไทย ได้รับการคัดเลือกเป็น Pew Fellows รวมทั้งสิ้น 7 คน

สถานีวิจัยลำตะคอง วว. ชวนร่วมกิจกรรม ‘ค่ายเยาวชนนักคิด ตะลุยวิทย์ เกษตรและธรรมชาติ’

สถานีวิจัยลำตะคอง วว. ชวนร่วมกิจกรรม ‘ค่ายเยาวชนนักคิด ตะลุยวิทย์ เกษตรและธรรมชาติ’

สถานีวิจัยลำตะคอง วว. ชวนร่วมกิจกรรม ‘ค่ายเยาวชนนักคิด ตะลุยวิทย์ เกษตรและธรรมชาติ’

วันพฤหัสบดี ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

สถานีวิจัยลำตะคอง สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) เชิญชวนน้องๆ เยาวชน โรงเรียน หน่วยงาน  องค์กร  ชมรม/กลุ่ม และผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรม “ค่ายเยาวชนนักคิด ตะลุยวิทย์ เกษตรและธรรมชาติ” ในรูปแบบทัศนศึกษา – ดูงาน ที่พี่ๆ นักวิจัย จะพาทุกคนเรียนรู้โลกของวิทยาศาสตร์ เกษตร และธรรมชาติ ผ่านกิจกรรมสุดสร้างสรรค์ ลงมือทำจริง สนุก ได้ความรู้ และได้แรงบันดาลใจกลับบ้านแบบเต็มๆ เปิดให้จองเข้าร่วมกิจกรรมตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

ภายในค่ายฯ พบกับ 7 ฐานกิจกรรมสุดสนุก ได้แก่ 1.การทำคราฟฟ์โซดาจากสมุนไพรพื้นบ้าน 2.การทำผ้ามัดย้อมจากสีธรรมชาติ 3.การผลิตแท่งเพาะชำจากวัสดุธรรมชาติ 4.กิจกรรม Seed Ball เพิ่มพื้นที่สีเขียว 5.เรียนรู้เมล็ดพันธุ์มีชีวิต 6.สวนสวยในแก้วใส และ 7.แมลงย่อส่วน นอกจากนั้นยังมีกิจกรรมเรียนรู้ธรรมชาติรอบด้าน เช่น 1.ความหลากหลายของพันธุกรรมพืช 2.พืชสมุนไพรและภูมิปัญญาท้องถิ่น และ 3.โลกของแมลงและระบบนิเวศ

โดยกิจกรรมนี้จะช่วยเสริมสร้างทักษะการคิด การทำงานเป็นทีม และประสบการณ์นอกห้องเรียน ผ่านการเรียนรู้แบบสนุก ปลอดภัย และใกล้ชิดธรรมชาติ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่ โทร. 096-337-5169 (ภานุวัฒน์) Facebook : สถานีวิจัยลำตะคอง

ข่าวดีของผู้ป่วยมะเร็ง ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ นำส่งยามุ่งเป้าพระราชทาน ส่งถึงคลังแล้ว เตรียมกระจายทั่วประเทศ

ข่าวดีของผู้ป่วยมะเร็ง ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ นำส่งยามุ่งเป้าพระราชทาน ส่งถึงคลังแล้ว เตรียมกระจายทั่วประเทศ

ข่าวดีของผู้ป่วยมะเร็ง ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ นำส่งยามุ่งเป้าพระราชทาน ส่งถึงคลังแล้ว เตรียมกระจายทั่วประเทศ

วันพุธ ที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 15.21 น.

โรงงานผลิตเภสัชภัณฑ์ในพระดำริ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ นำส่งยารักษามะเร็งพระราชทาน “อิมครานิบ 100” ล็อตแรกเข้าศูนย์กระจายยาของ สปสช. เร่งกระจายสร้างความมั่นคงทางยาเพื่อผู้ป่วยทั่วประเทศ

จากพระกรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของ ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี องค์ประธานและนายกสภาราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ได้พระราชทานยารักษาโรคมะเร็งมุ่งเป้าชนิดเม็ด “อิมครานิบ 100 (Imcranib 100)” จำนวน 690,000 เม็ด เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 ภายใต้ “โครงการยารักษาโรคมะเร็งเฉลิมพระเกียรติ 69 พรรษา” ให้แก่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) โดยในวันที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2569 โรงงานผลิตเภสัชภัณฑ์ในพระดําริ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ได้ดำเนินการผลิตและส่งมอบยารุ่นแรกของ สปสช. เข้าสู่ ศูนย์กระจายยาขององค์การเภสัชกรรม (อภ.) ซึ่งทำหน้าที่เป็นศูนย์กระจายยาหลักของ สปสช. เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยคลังสินค้าและการจัดส่งทั้งหมดดำเนินการภายใต้มาตรฐาน GDP (Good Distribution Practice) หรือมาตรฐานหลักเกณฑ์วิธีการที่ดีในการกระจายยาอย่างเคร่งครัด เพื่อคงคุณภาพและความปลอดภัยของตัวยาไว้สูงสุดจนถึงมือผู้ป่วย โดยในลำดับต่อไป องค์การเภสัชกรรม (อภ.) จะรับช่วงต่อในการเป็นผู้ดำเนินการกระจายยา “อิมครานิบ 100” ไปยังหน่วยบริการสุขภาพและโรงพยาบาลต่าง ๆ ทั่วประเทศตามแผนการกระจายยาของ สปสช. เพื่อให้ผู้ป่วยในระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าสามารถเข้าถึงยารักษาโรคที่ทันสมัยได้อย่างทั่วถึงและเท่าเทียม

สำหรับยารักษาโรคมะเร็งมุ่งเป้าชนิดเม็ด “อิมครานิบ 100” ถือเป็นยามะเร็งมุ่งเป้าตำรับแรกที่ผลิตขึ้นในประเทศไทย โดยโรงงานผลิตเภสัชภัณฑ์ในพระดําริ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ซึ่งเป็นโรงงานผลิตยารักษาโรคมะเร็งแห่งแรกของประเทศไทยที่ได้รับการรับรองมาตรฐานวิธีการที่ดีในการผลิตยาและการกระจายยาตามมาตรฐานสากล (PIC/s GMDP) ยานี้ได้รับการขึ้นทะเบียนตำรับยาจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2568 และได้รับการบรรจุไว้ในบัญชีนวัตกรรมไทย เมื่อวันที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2569 ด้วยพระปรีชาสามารถและพระวิสัยทัศน์อันกว้างไกลขององค์ประธานราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ที่ทรงประจักษ์แจ้งว่า “สุขภาวะของประชาชน” คือรากฐานสำคัญในการพัฒนาประเทศ จึงทรงก่อตั้งโรงงานผลิตเภสัชภัณฑ์ในพระดําริฯ ขึ้น ณ พระตำหนักพิมานมาศ เมื่อปี พ.ศ. 2563 เพื่อสนับสนุนงานวิจัยและต่อยอดสู่การผลิตระดับอุตสาหกรรม ทำให้ประเทศไทยมียารักษาโรคมะเร็งเพียงพอต่อความต้องการ ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการนำเข้ายาจากต่างประเทศ และสร้างความมั่นคงทางยาให้กับประเทศอย่างยั่งยืน

“อิมครานิบ 100” เป็นยารักษาแบบมุ่งเป้าที่ออกฤทธิ์ยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ Tyrosine kinase ซึ่งสามารถยับยั้งการเติบโตและการกระจายของเซลล์มะเร็ง ทำให้ควบคุมโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีอาการข้างเคียงต่ำเมื่อเทียบกับการทำเคมีบำบัดแบบดั้งเดิม โดยสามารถใช้รักษาโรคมะเร็งได้หลายประเภท อาทิ: โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวเรื้อรังชนิดซีเอ็มแอล (CML) มะเร็งเม็ดเลือดขาวเฉียบพลันชนิดฟิลาเดลเฟียบวก (Ph+ ALL) มะเร็งเนื้อเยื่อในระบบทางเดินอาหาร (GIST) และมะเร็งผิวหนังชนิดหายาก (DFSP) การส่งมอบยารุ่นแรกในครั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนระบบสาธารณสุขไทยตามพระปณิธานอันแน่วแน่ ในการขจัดอุปสรรคทางด้านเศรษฐกิจ ยกระดับคุณภาพชีวิต และหยิบยื่นโอกาสในการเข้าถึงการรักษาที่ทันสมัยแก่พสกนิกรชาวไทยอย่างเท่าเทียม