พิษน้ำท่วม! อุตฯกุ้งใต้อ่วม เสียหายพันล้าน จี้รัฐเร่งฟื้นฟู ชงเป็นวาระแห่งชาติ

พิษน้ำท่วม! อุตฯกุ้งใต้อ่วม เสียหายพันล้าน จี้รัฐเร่งฟื้นฟู ชงเป็นวาระแห่งชาติ

พิษน้ำท่วม! อุตฯกุ้งใต้อ่วม เสียหายพันล้าน จี้รัฐเร่งฟื้นฟู ชงเป็นวาระแห่งชาติ

วันจันทร์ ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 12.11 น.

นายก​สมาคมกุ้งไทยโอดอุทกภัยภาคใต้กระทบผลผลิตอย่างหนัก สูญเสียกุ้งในบ่อจำนวนมาก–อุปกรณ์ฟาร์มจมน้ำ วอนรัฐออกมาตรการช่วยเหลือด่วน พร้อมตั้งเป้าฟื้นผลผลิตปี 69 ให้ถึง 4 แสนตัน

วันที่ 1 ธันวาคม​ 2568 นายเอกพจน์ ยอดพินิจ นายกสมาคมกุ้งไทย พร้อมด้วยผู้บริหารสมาคมฯ และผู้แทนสมาพันธ์การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำไทย ร่วมแถลงสถานการณ์อุตสาหกรรมกุ้งไทยและความเสียหายจากมหาอุทกภัยภาคใต้ โดยระบุว่าเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่ในพื้นที่จังหวัดสงขลา สตูล และปัตตานี สร้างความเสียหายรุนแรงให้ผู้เลี้ยงกุ้งจำนวนมาก “ถึงขั้นหมดตัว” จากการสูญเสียทั้งกุ้งในบ่อ เครื่องตีน้ำเติมอากาศ​ และอุปกรณ์ฟาร์มที่ถูกน้ำท่วมเสียหายเกือบทั้งหมด

โดยสมาคมฯ ประเมินเบื้องต้นว่า ความเสียหายในภาพรวมมีมูลค่ามากกว่า 1,000 ล้านบาท โดยผลผลิตกุ้งจากพื้นที่ประสบภัยคิดเป็นประมาณ 10% ของผลผลิตประเทศ ทำให้ผลผลิตรวมของปี 2568 ซึ่งอยู่ที่ราว 270,000 ตันซึ่งกระทบกับผลผลิต​รวมช่วงปลายปีนี้แน่นอน ซึ่งปีนี้ผู้เลี้ยงกุ้งต้องรับมือกับสภาพอากาศแปรปรวนตั้งแต่ต้นปี ปริมาณฝนสูง คุณภาพน้ำผันผวน และการระบาดของโรคกุ้ง เช่น โรคขี้ขาว และโรคตัวแดงดวงขาว ทำให้เกษตรกรจำนวนมากต้องจับกุ้งก่อนกำหนด แม้ก่อนหน้านี้ราคากุ้งครึ่งปีแรกอยู่ในระดับดีจากการบริโภคในประเทศที่เพิ่มขึ้นราว 15% ของผลผลิตทั้งหมด แต่เหตุการณ์น้ำท่วมครั้งนี้ซ้ำเติมภาคการผลิตอย่างหนัก

ทั้งนี้สมาคมกุ้งไทยเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งช่วยเหลือ​เกษตรกร​ โดยขอให้​กระทรวง​เกษตร​และ​สหกรณ์​เร่งสำรวจ​ความเสียหาย​ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้​เร่งจัดงบฟื้นฟูช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งในภาคใต้ ทั้งการสนับสนุนจัดซื้ออุปกรณ์เพาะเลี้ยงใหม่ การซ่อมแซมฟาร์ม และมาตรการสินเชื่อฟื้นฟู รวมทั้ง​มาตรการ​ชะลอ​ดอกเบี้ย​เนื่องจาก​บางรายกู้เงิน​มาลงกุ้ง​ แล้วผลผลิต​ไหลไปกับน้ำทั้ง​หมด​ การช่วยเหลื​อดังกล่าว​จะทำให้ผู้เลี้ยงสามารถกลับเข้าสู่ระบบการผลิตได้ทันรอบเลี้ยงปีหน้า

นอกจากนี้ สมาคมฯ เสนอให้ “อุตสาหกรรมกุ้งไทย” กลับมาเป็นวาระแห่งชาติ โดยตั้งเป้าผลผลิตปี 2569 เพิ่มขึ้นเป็น 400,000 ตัน ผ่านการยกระดับระบบฟาร์ม บริหารจัดการโรคอย่างเป็นระบบ และเตรียมความพร้อมสู่มาตรฐานกุ้งยั่งยืน (ASC) รวมถึงผลักดันโครงการกุ้งคาร์บอนต่ำซึ่ง​ต้อง​การให้​กระทรวง​พลังงาน​มาสนับสนุน​ เพื่อตอบโจทย์ตลาดที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืน

ขณะที่นายปรีชา​ สุขเกษม​ อุปนายกสมาคม​กุ้งไทยกล่าว​ในนามของ​เกษตรกร​ผู้​เลี้ยง​กุ้ง​ภาค​ใต้กล่าว​ว่า​ผู้เลี้ยงกุ้งจำนวนมากเดือดร้อนหนักจากน้ำท่วมครั้งนี้ ต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วน เพื่อให้กลับมาเลี้ยงกุ้งได้ทันรอบหน้า นอกจาก​ความช่วยเหลือ​ในระยะเร่งด่วนแล้ว​ ในอนาคต​ที่​มีแนวโน้ม​ว่า​ เกษตรกร​ในทุกพื้นที่​มีโอกาส​ต้อง​เผชิญ​ภัยพิบัติ​เช่นนี้อีก กรมประมงซึ่ง​เป็น​หน่วยงาน​ส่งเสริม​เกษตรกรผู้​เพาะเลี้ยง​สัตว์​น้ำควรออกคำแนะนำ​การป้องกัน​และ​เตรียม​รับมือ​ภัยพิบัติเนื่องจาก​กุ้งแต่ละบ่อมูลค่า​นับล้าน​บาทจึงต้องมีแนวทางช่วยเกษตร​กร​ไม่ให้​ต้อง​เผชิญ​ความเสียหาย​หนักเช่นนี้ซ้ำอีก

อธิบดีกรมการข้าวร่วมคณะรองนายกฯ และ รมว.เกษตรฯ ลงพื้นที่หาดใหญ่ ดำเนินงาน Big Cleaning

อธิบดีกรมการข้าวร่วมคณะรองนายกฯ และ รมว.เกษตรฯ ลงพื้นที่หาดใหญ่ ดำเนินงาน Big Cleaning

อธิบดีกรมการข้าวร่วมคณะรองนายกฯ และ รมว.เกษตรฯ ลงพื้นที่หาดใหญ่ ดำเนินงาน Big Cleaning

วันจันทร์ ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 11.45 น.

อธิบดีกรมการข้าวร่วมคณะรองนายกฯ และ รมว.เกษตรฯ ลงพื้นที่หาดใหญ่ ดำเนินงาน Big Cleaning

เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2568 นายอานนท์ นนทรีย์ อธิบดีกรมการข้าว พร้อมด้วย ผู้อำนวยการ และบุคลากรจากศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวปัตตานีและศูนย์วิจัยข้าวปัตตานี ร่วมคณะ ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายอามินทร์ มะยูโซ๊ะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมทั้งผู้บริหารและบุคลากรจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ดำเนินงาน Big Cleaning หลังสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่คลี่คลาย โดยเร่งทำความสะอาด เก็บขยะ และเคลียร์พื้นที่สาธารณะ เพื่อให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด

 ▫️นอกจากนี้ร้อยเอก ธรรมนัส ได้ตั้งโรงครัว พร้อมแจกโคมไฟสปอร์ตไลท์พลังงานแสงอาทิตย์เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนในพื้นที่

‘กรมการข้าว’สนับสนุน โคมไฟสปอร์ตไลท์พลังงานแสงอาทิตย์ 1,000 ชุด ช่วยเหลือน้ำท่วม

'กรมการข้าว'สนับสนุน โคมไฟสปอร์ตไลท์พลังงานแสงอาทิตย์ 1,000 ชุด ช่วยเหลือน้ำท่วม

‘กรมการข้าว’สนับสนุน โคมไฟสปอร์ตไลท์พลังงานแสงอาทิตย์ 1,000 ชุด ช่วยเหลือน้ำท่วม

วันอาทิตย์ ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 17.08 น.

กรมการข้าว สนับสนุน โคมไฟสปอร์ตไลท์พลังงานแสงอาทิตย์ 1,000 ชุด ช่วยเหลือน้ำท่วม รองรับเหตุยังใช้ไฟฟ้าไม่ได้

วันที่ 30 พฤศจิกายน 2568 กรมการข้าวได้สนับสนุนโคมไฟสปอร์ตไลท์พลังงานแสงอาทิตย์ จำนวน 1,000 ชุด เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา หลังพื้นที่ประสบเหตุน้ำท่วมเป็นวงกว้างและยังไม่สามารถใช้กระแสไฟฟ้าได้ตามปกติ โดยได้รับการสนับสนุนด้านการขนย้ายจากกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เพื่อนำส่งอุปกรณ์ดังกล่าวไปยังพื้นที่ประสบภัยอย่างเร่งด่วน

ในการนี้ นายอานนท์ นนทรีย์ อธิบดีกรมการข้าว ได้ลงพื้นที่ติดตามการขนย้าย และร่วมเดินทางนำสิ่งของไปสมทบกับคณะของ ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมทั้งคณะผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อมอบให้แก่ผู้ได้รับผลกระทบ เป็นการบรรเทาความเดือดร้อนในช่วงสถานการณ์วิกฤตต่อไป

– 006

‘อธิบดีกรมปศุสัตว์’ลงพื้นที่ เร่งจัดการซากสัตว์หลังน้ำ’หาดใหญ่’ลด

'อธิบดีกรมปศุสัตว์'ลงพื้นที่ เร่งจัดการซากสัตว์หลังน้ำ'หาดใหญ่'ลด

‘อธิบดีกรมปศุสัตว์’ลงพื้นที่ เร่งจัดการซากสัตว์หลังน้ำ’หาดใหญ่’ลด

วันอาทิตย์ ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 15.42 น.

อธิบดีกรมปศุสัตว์ลงพื้นที่กำกับเอง นำทีมเจ้าหน้าที่เก็บซากสัตว์ทั่วทั้งอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ภายหลังน้ำลด ดำเนินการแล้ว 211 ซาก ย้ำกำจัดถูกต้องตามหลักสุขาภิบาล ป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรค พร้อมเฝ้าระวังโรคระบาดสัตว์ในทุกพื้นที่เสี่ยง

เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2568 นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดเผยว่า ได้ร่วมกับ นายสัตวแพทย์ชัยวัฒน์ โยธคล เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) ดำเนินการปฏิบัติงานเร่งขับเคลื่อนตามข้อสั่งการของ ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่กำชับให้ฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัยอย่างรวดเร็ว โดยวันนี้เป็นวันที่สองของการปฏิบัติการต่อเนื่องในพื้นที่หาดใหญ่

อธิบดีกรมปศุสัตว์ ย้ำว่า การจัดการซากสัตว์เป็นภารกิจสำคัญที่สุดหลังน้ำลด เนื่องจากเป็นจุดเสี่ยงต่อการเกิดโรคระบาดในสัตว์และโรคติดต่อสู่คน เจ้าหน้าที่จึงเร่งดำเนินการขนย้ายซากสัตว์ไปฝังกลบยังพื้นที่ที่กำหนด พร้อมฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อในชุมชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันการปนเปื้อนและรักษาสุขอนามัยของประชาชนเป็นหลัก

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่กรมปศุสัตว์จากหลายส่วนงานได้ออกตรวจสอบตามที่ได้รับแจ้งเหตุจากประชาชน 57 เหตุการณ์ ล่าสุดเข้าดำเนินการแล้ว 17 เหตุการณ์ (ข้อมูล ณ เวลา 12.40 น.) กำจัดซากสัตว์ตามหลักสุขาภิบาลแล้วรวม 211 ซาก ประกอบด้วย ซากไก่ 1 ตัว ซากหมู 18 ตัว ซากแพะ 157 ตัว ซากโค 23 ตัว ซากสุนัข 10 ตัว ซากแมว 2 ตัว โดยสามารถช่วยเหลือโคมีชีวิตได้ 1 ตัว

อธิบดีกรมปศุสัตว์ ย้ำว่า การจัดการซากสัตว์เป็นภารกิจสำคัญที่สุดหลังน้ำลด เนื่องจากเป็นจุดเสี่ยงต่อการเกิดโรคระบาดในสัตว์และโรคติดต่อสู่คน เจ้าหน้าที่จึงเร่งดำเนินการขนย้ายซากสัตว์ไปฝังกลบยังพื้นที่ที่กำหนด พร้อมฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อในชุมชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันการปนเปื้อนและรักษาสุขอนามัยของประชาชนเป็นหลัก

กรมปศุสัตว์ขอความร่วมมือประชาชน หากพบซากสัตว์ในพื้นที่ประสบภัยให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ทันทีที่สายด่วนด่านกักกันสัตว์สงขลา 089-598-1493 หรือ 080-713-8229

– 006

‘กรมการข้าว’นำส่งข้าวสาร 2,000 ถุง สมทบ ก.เกษตรฯ ส่งต่อถึงมือผู้ประสบภัยน้ำท่วมโดยเร็ว

'กรมการข้าว'นำส่งข้าวสาร 2,000 ถุง สมทบ ก.เกษตรฯ ส่งต่อถึงมือผู้ประสบภัยน้ำท่วมโดยเร็ว

‘กรมการข้าว’นำส่งข้าวสาร 2,000 ถุง สมทบ ก.เกษตรฯ ส่งต่อถึงมือผู้ประสบภัยน้ำท่วมโดยเร็ว

วันอาทิตย์ ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 14.56 น.

วันเสาร์ที่ 29 พฤศจิกายน 2568 นายสันติ ไชยา ผู้อำนวยการกองเมล็ดพันธุ์ข้าว กรมการข้าว นำทีมขนข้าวสารหอมปทุม ขนาดบรรจุ 5 กิโลกรัม จำนวน 2,000 ถุง ที่สมาคมชาวนา และเกษตรกรไทย ร่วมกับ บริษัทอีซีไรซ์ ดิจิทัล เทคโนโลยี จำกัด และบริษัท รุ่งทรัพย์พืชผล เทรดดิ้งจำกัด ได้มามอบให้กับ “ศูนย์ประสานงานรับ – ส่งต่อความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย” ณ กรมการข้าว ไปยังองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร เพื่อนำไปสมทบกับของบริจาคจากหลากหลายที่ ซึ่งจะรวบรวมและส่งต่อในนามกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยสิ่งของทั้งหมดจะขนส่งไปยังพื้นที่ภาคใต้ภายในวันนี้ เพื่อให้ถึงมือผู้ประสบภัยโดยเร็วที่สุด

– 006

ภารกิจเร่งด่วน! กรมปศุสัตว์ผนึกกำลังช่วยชีวิตวัว 200 กก. ติดบนหลังคา 5 วัน จากน้ำท่วมหาดใหญ่

ภารกิจเร่งด่วน! กรมปศุสัตว์ผนึกกำลังช่วยชีวิตวัว 200 กก. ติดบนหลังคา 5 วัน จากน้ำท่วมหาดใหญ่

ภารกิจเร่งด่วน! กรมปศุสัตว์ผนึกกำลังช่วยชีวิตวัว 200 กก. ติดบนหลังคา 5 วัน จากน้ำท่วมหาดใหญ่

วันเสาร์ ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 19.37 น.

ภารกิจเร่งด่วน! กรมปศุสัตว์ผนึกกำลังช่วยชีวิตวัว 200 กก. ติดบนหลังคา 5 วัน จากน้ำท่วมหาดใหญ่

วันที่ 29 พฤศจิกายน 2568 เวลา 17.00 น. กรมปศุสัตว์นำโดย นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ ได้ร่วมกับ นายสัตวแพทย์ชัยวัฒน์ โยธคล เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) พร้อมทีมเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์และจิตอาสาภาคเอกชน เร่งเข้าพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เพื่อปฏิบัติภารกิจช่วยชีวิตวัวเพศผู้ น้ำหนักราว 200 กิโลกรัม ซึ่งถูกน้ำท่วมพัดไปติดอยู่บนหลังคาอาคารชั้นเดียวมาแล้วเป็นเวลาถึง 5 วัน

ภารกิจครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความทุ่มเทของกรมปศุสัตว์ที่ให้ความสำคัญกับทุกชีวิต และการทำงานประสานกันอย่างเข้มแข็งระหว่างหน่วยงาน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่พี่น้องเกษตรกรในยามวิกฤตอย่างแท้จริง

กรมปศุสัตว์เร่งจัดการเก็บซากสัตว์ที่เสียชีวิตจากอุทกภัย ป้องกันโรคระบาดในพื้นที่น้ำท่วมใต้

กรมปศุสัตว์เร่งจัดการเก็บซากสัตว์ที่เสียชีวิตจากอุทกภัย ป้องกันโรคระบาดในพื้นที่น้ำท่วมใต้

กรมปศุสัตว์เร่งจัดการเก็บซากสัตว์ที่เสียชีวิตจากอุทกภัย ป้องกันโรคระบาดในพื้นที่น้ำท่วมใต้

วันเสาร์ ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 17.42 น.

เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2568 นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ นำทีมเจ้าหน้าที่กรมปศุสัตว์ที่เกี่ยวข้อง เร่งตรวจสอบเพื่อเก็บและทำลายซากสัตว์ที่ตายจากเหตุน้ำท่วมหนัก จ.สงขลา ตามหลักวิชาการอย่างเร่งด่วน โดยยึดหลักมาตรการตามหลักสัตวแพทย์ ที่มุ่งเน้นการควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคสัตว์ โดยเจ้าหน้าที่ได้จัดชุดปฏิบัติการพิเศษและจัดหารถเจซีบี รถบรรทุกเร่ง รถแม็คโคร เข้าจัดการซากสัตว์ด้วยวิธีฝังกลบตามหลักสุขาภิบาล พร้อมฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อในบริเวณที่ได้รับผลกระทบ

กรมปศุสัตว์ขอขอบคุณกรมชลประทานที่สนับสนุนรถบรรทุกขนาดใหญ่ และรถเจซีบี ในการขนย้ายซากสัตว์ และขอขอบคุณกรมวิชาการเกษตร ที่สนับสนุนสถานที่สำหรับฝั่งซากสัตว์

หากพบซากสัตว์ตาย พื้นที่น้ำท่วม หาดใหญ่ ขอให้รีบแจ้งสายด่วนด่านกักกันสัตว์สงขลา 089-598-1493 , 080-713-8229 เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าดำเนินการจัดการอย่างปลอดภัย เพื่อสุขอนามัยที่ดีของชุมชน

กรมการข้าว รับมอบข้าวสาร 2,000 ถุง จากสมาคมชาวนาฯ และภาคเอกชน เตรียมส่งต่อให้ ผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้

กรมการข้าว รับมอบข้าวสาร 2,000 ถุง จากสมาคมชาวนาฯ และภาคเอกชน เตรียมส่งต่อให้ ผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้

กรมการข้าว รับมอบข้าวสาร 2,000 ถุง จากสมาคมชาวนาฯ และภาคเอกชน เตรียมส่งต่อให้ ผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้

วันศุกร์ ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 17.44 น.

กรมการข้าว รับมอบข้าวสาร 2,000 ถุง จากสมาคมชาวนาฯ และภาคเอกชน เตรียมส่งต่อให้ ผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้ พร้อมตั้ง “ศูนย์ประสานงานรับ – ส่งต่อความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ณ กรมการข้าว” จุดรวมสิ่งของบริจาค 

วันที่ 28 พ.ย. 2568 นายอานนท์ นนทรีย์ เป็นประธานรับมอบข้าวสารหอมปทุม บรรจุถุงขนาด 5 กิโลกรัม จำนวน 2,000 ถุง จากสมาคมชาวนา และเกษตรกรไทย ร่วมกับ บริษัทอีซีไรซ์ ดิจิทัล เทคโนโลยี จำกัด และบริษัท รุ่งทรัพย์พืชผล เทรดดิ้งจำกัด เพื่อเตรียมนำไปส่งมอบให้แก่ผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ โดยมี ผู้บริหารกรมการข้าว นายปราโมทย์ เจริญศิลป์ ประธานสมาคมชาวนา และเกษตรกรไทย นายเกรียงศักดิ์ ตาปนานนท์ ที่ปรึกษาสมาคมโรงสีข้าวไทย รวมถึงผู้แทนจากทั้ง 2 บริษัท ตลอดจนผู้ที่เกี่ยวข้องร่วมรับมอบ ณ ห้องศูนย์บริการข้อมูลข่าวสาร ชั้น 1 กรมการข้าว 

ทั้งนี้ กรมการข้าวได้เปิด “ศูนย์ประสานงานรับ – ส่งต่อความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย กรมการข้าว” เพื่อเป็นจุดรวบรวมสิ่งของ อาหารแห้ง และของใช้จำเป็นต่างๆ สำหรับนำไปส่งต่อให้ถึงมือผู้ประสบอุทกภัย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน และช่วยฟื้นฟู เยียวยาจิตใจ โดยผู้สนใจร่วมส่งต่อสิ่งของช่วยเหลือ สามารถนำมาส่งยังจุดรวบรวมได้ตั้งแต่วันที่ 1 – 4 ธ.ค. 2568 (เวลา 09.00 น. – 16.00 น.) ณ อาคารสำนักงานกรมการข้าว

อธิบดีกรมฝนหลวง ลุยลำเลียงถุงยังชีพ เดินหน้าช่วยเหลือต่อเนื่องหลังน้ำลด

อธิบดีกรมฝนหลวง ลุยลำเลียงถุงยังชีพ เดินหน้าช่วยเหลือต่อเนื่องหลังน้ำลด

อธิบดีกรมฝนหลวง ลุยลำเลียงถุงยังชีพ เดินหน้าช่วยเหลือต่อเนื่องหลังน้ำลด

วันศุกร์ ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 16.27 น.

“อธิบดีกรมฝนหลวง”ลุยลำเลียงถุงยังชีพ เดินหน้าช่วยเหลือต่อเนื่องหลังน้ำลด! 

วันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 เวลา 12.00 น. นายราเชน ศิลปะรายะ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ได้สนับสนุนเครื่องบินแบบ CASA จำนวน 4 ลำ พร้อมนำทัพเจ้าหน้าที่กรมฝนหลวงฯ ลำเลียงสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบภัย  ประกอบด้วยข้าวเหนียวไก่ , ข้าวเหนียวหมูแดดเดียว , อาหารแมว , ข้าวสาร และถุงยังชีพ  ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก กรมปศุสัตว์ กรมการข้าว กรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน)และการประปาส่วนภูมิภาค เครื่องบินออกเดินทางจากกองบิน 6 ดอนเมือง มุ่งหน้าสู่สนามบินหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เพื่อกระจายสิ่งของให้ถึงมือประชาชนผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้โดยเร็วที่สุด เพื่อสนับสนุนการช่วยเหลืออย่างต่อเนื่องหลังสถานการณ์น้ำลด

‘อธิบดีกรมปศุสัตว์’เดินหน้าแผนฟื้นฟู-เปิดเกณฑ์เยียวยา เร่งช่วยเหลือเกษตรกร 9 จังหวัดใต้

'อธิบดีกรมปศุสัตว์'เดินหน้าแผนฟื้นฟู-เปิดเกณฑ์เยียวยา เร่งช่วยเหลือเกษตรกร 9 จังหวัดใต้

‘อธิบดีกรมปศุสัตว์’เดินหน้าแผนฟื้นฟู-เปิดเกณฑ์เยียวยา เร่งช่วยเหลือเกษตรกร 9 จังหวัดใต้

วันศุกร์ ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 11.30 น.

“อธิบดีกรมปศุสัตว์”เดินหน้าแผนฟื้นฟูอาชีพเกษตรกรใต้ เปิดเกณฑ์เยียวยาความเสียหายปศุสัตว์ เร่งช่วยเหลือเกษตรกร 9 จังหวัดภาคใต้ แจกหญ้าอาหารสัตว์พระราชทาน-อพยพสัตว์-ส่งทีมสัตวแพทย์ลงพื้นที่

“อธิบดีกรมปศุสัตว์”เดินหน้าช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ในพื้นที่ประสบอุทกภัยภาคใต้ 9 จังหวัดอย่างต่อเนื่อง พร้อมเร่งฟื้นฟูอาชีพหลังน้ำลด และเปิดหลักเกณฑ์การเยียวยาความเสียหายด้านปศุสัตว์ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ.2568

เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดเผยว่า ได้รับข้อสั่งการจาก ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้เร่งช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ในพื้นที่ประสบอุทกภัยใน 9 จังหวัด ได้แก่ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สตูล ปัตตานี สงขลา ตรัง และนราธิวาส โดยมีสัตว์เลี้ยงในพื้นที่น้ำท่วมรวมทั้งสิ้น 10,961,826 ตัว ประกอบด้วย โค 335,382 ตัว กระบือ 7,354 ตัว สุกร 265,146 ตัว แพะและแกะ 181,057 ตัว และสัตว์ปีก 10,172,887 ตัว ขณะที่แปลงหญ้าเลี้ยงสัตว์เสียหายรวม 7,721.60 ไร่

จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบสัตว์ตายและสูญหาย 78,721 ตัว ใน 8 จังหวัด ได้แก่ พัทลุง ตรัง นครศรีธรรมราช ปัตตานี สตูล สุราษฎร์ธานี นราธิวาส และสงขลา โดยในจำนวนนี้เป็นโค-กระบือ 1,439 ตัว สุกร 8 ตัว แพะ 98 ตัว แกะ 21 ตัว และสัตว์ปีก 77,155 ตัว

กรมปศุสัตว์ได้เร่งดำเนินมาตรการช่วยเหลือในเบื้องต้น ได้แก่ แจกจ่ายหญ้าอาหารสัตว์พระราชทานจำนวน 444,560 กิโลกรัม อพยพสัตว์เลี้ยงออกจากพื้นที่เสี่ยงรวม 56,373 ตัว สนับสนุนชุดส่งเสริมสุขภาพสัตว์ (แร่ธาตุ ยาปฏิชีวนะ วิตามิน) จำนวน 459 ชุด แจกจ่ายถุงยังชีพสัตว์ ส่งหน่วยสัตวแพทย์เคลื่อนที่ดูแลรักษาสัตว์ในพื้นที่

ในส่วนของการเยียวยาความเสียหายด้านปศุสัตว์ ได้สั่งการให้สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดและสำนักงานปศุสัตว์อำเภอเร่งสำรวจความเสียหายทันทีที่น้ำลดเพื่อจ่ายเงินชดเชยแก่เกษตรกรผู้เสียหาย โดยหลักเกณฑ์ได้กำหนดตามประเภทสัตว์เลี้ยงและจำแนกตามช่วงอายุและจำนวนสูงสุดที่ให้ความช่วยเหลือต่อรายดังนี้

– โค อายุ 2 ปีขึ้นไป อัตราชดเชยไม่เกิน 35,000 บาท/ตัว (ไม่เกิน 5 ตัว/ราย)

– กระบือ อายุ 2 ปีขึ้นไป อัตราไม่เกิน 39,000 บาท/ตัว (ไม่เกิน 5 ตัว/ราย)

– สุกร อายุ 30 วันขึ้นไป อัตราไม่เกิน 3,000 บาท/ตัว (ไม่เกิน 10 ตัว/ราย)

– แพะ/แกะ อายุ 30 วันขึ้นไป อัตราไม่เกิน 3,000 บาท/ตัว (ไม่เกิน 10 ตัว/ราย)

– สัตว์ปีก เช่น ไก่ เป็ด นกกระทา นกกระจอกเทศ อัตราช่วยเหลือแตกต่างกันตามช่วงอายุและประเภท โดยช่วยเหลือสูงสุด 300–1,000 ตัว/ราย

– แปลงหญ้าเลี้ยงสัตว์ ชดเชยในอัตรา 1,980 บาท/ไร่ ไม่เกิน 30 ไร่/ราย

“ขอให้พี่น้องเกษตรกรชาวใต้มั่นใจว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมปศุสัตว์ พร้อมให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ เราจะอยู่เคียงข้างจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย และเกษตรกรสามารถกลับมาประกอบอาชีพได้อย่างมั่นคงอีกครั้ง” อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าว

ทั้งนี้ กรมปศุสัตว์ขอให้เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบมั่นใจว่า หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมดำเนินการช่วยเหลืออย่างเต็มที่ โดยสามารถแจ้งความประสงค์ขอรับความช่วยเหลือได้ที่สำนักงานปศุสัตว์อำเภอ สำนักงานปศุสัตว์จังหวัด หรือผ่านแอปพลิเคชัน DLD 4.0 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง