‘อิทธิ’ลุยสุราษฎร์ร่วมงานFieldDay

https://www.naewna.com/local/851578

‘อิทธิ’ลุยสุราษฎร์ร่วมงานFieldDay

‘อิทธิ’ลุยสุราษฎร์ร่วมงานFieldDay

วันอังคาร ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นายอิทธิ ศิริลัทธยากร รมช.เกษตรและสหกรณ์ เปิดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยี (Field Day) ปี 2568 โดยมีผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี โดยนายอิทธิ กล่าวว่า การผลิตสินค้าเกษตรปัจจุบันมีการแข่งขันสูงขึ้น ทั้งด้านปริมาณและคุณภาพ รวมถึงเกษตรกรส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรรายย่อย โอกาสการเข้าถึงข้อมูล แหล่งทุน ทรัพยากร และการตลาดได้น้อย ตลอดจนการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศที่มีผลกระทบต่อภาคการเกษตรดังนั้น กรมส่งเสริมการเกษตร จึงจัดกิจกรรมวันถ่ายทอดเทคโนโลยี (Field Day) โดยบูรณาการทำงานร่วมกันกับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ สนับสนุนให้เกษตรกรมีองค์ความรู้และเทคโนโลยีเพื่อวางแผนการผลิต เข้าถึงปัจจัยการผลิต บริหารจัดการความเสี่ยงและสร้างความเข้มแข็งให้เกษตรกร
เพื่อนำองค์ความรู้ที่เหมาะสมไปประยุกต์ใช้ในแต่ละพื้นที่ สามารถเพิ่มผลิตภาพการผลิตในภาคการเกษตรได้เป็นอย่างดี

“กระทรวงเกษตรฯ มุ่งส่งเสริมการตลาด ผลักดันการผลิตสินค้าเกษตรให้มีคุณภาพด้วยการใช้เทคโนโลยีการเกษตรที่เหมาะสม และสินค้ามีมาตรฐานตามที่ตลาดต้องการ ซึ่งการจัดงาน Field Day ในครั้งนี้ มุ่งหวังให้เกษตรกรที่เข้าร่วมกว่า 1,000 คน ได้รับความรู้และเทคโนโลยีผ่านกิจกรรมที่หน่วยงานในสังกัด โดยเน้นไปที่พืชปาล์มน้ำมัน เพื่อเตรียมความพร้อมเกษตรกรเข้าสู่มาตรฐาน RSPO และ EUDR และทุเรียน ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญที่สร้างรายได้หลักให้กับเกษตรกรในพื้นที่ภาคใต้” นายอิทธิ กล่าว

ด้านนายพีรพันธ์ คอทอง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า ได้มอบหมายให้สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 1-6 ร่วมกับสำนักงานเกษตรจังหวัดในพื้นที่ จัดงาน Field Day โดยนำร่องที่ จ.สุราษฎร์ธานี เป็นจังหวัดแรก เป้าหมายเกษตรกร 1,000 ราย ให้เกษตรกรได้เรียนรู้เทคโนโลยีการผลิตใหม่ๆ

มกอช. เร่งประสานจีน ขอผ่อนผันนำเข้า ‘น้ำเชื่อม-น้ำตาลผสม’ หลังถูกสั่งระงับ

https://www.naewna.com/local/851514

มกอช. เร่งประสานจีน ขอผ่อนผันนำเข้า 'น้ำเชื่อม-น้ำตาลผสม' หลังถูกสั่งระงับ

มกอช. เร่งประสานจีน ขอผ่อนผันนำเข้า ‘น้ำเชื่อม-น้ำตาลผสม’ หลังถูกสั่งระงับ

วันจันทร์ ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2568, 16.45 น.

มกอช. เร่งประสานจีน ขอผ่อนผันนำเข้า “น้ำเชื่อม-น้ำตาลผสม” หลังถูกสั่งระงับ พร้อมจับมือ อย.จัดทำแนวทางควบคุมความปลอดภัยอาหารในระบบการผลิตอาหารของไทย

นายสัตวแพทย์ชัยวัฒน์ โยธคล เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) เปิดเผยว่า จากกรณีที่จีนได้แจ้งระงับการนำเข้าสินค้าน้ำเชื่อมและน้ำตาลผสมล่วงหน้าจากไทยเป็นการชั่วคราว โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 10 ธันวาคม 2567 นั้น ฝ่ายไทยโดย มกอช. ได้รวบรวมรายชื่อผู้ประกอบการที่มีการส่งออกสินค้ากลุ่มดังกล่าวในช่วงคาบเกี่ยวกับการประกาศระงับนำเข้าของจีน โดยได้มีหนังสือถึง GACC ผ่าน สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศประจำกรุงปักกิ่ง (สปษ.ปักกิ่ง) เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2567 แจ้งขอผ่อนผันการอนุญาตนำเข้าสินค้าจากผู้ประกอบการ 2 กลุ่ม ได้แก่ 1. ผู้ประกอบการที่ส่งออกสินค้า (เรือออกจากท่า) ในวันที่ 10 ธันวาคม 2567 ซึ่งผลการพิจารณาของฝ่ายจีน อนุญาตให้นำเข้าสินค้าจากผู้ประกอบการตามรายชื่อที่ มกอช. เสนอไปทั้งหมด ซึ่งช่วยบรรเทาผลกระทบของผู้ประกอบการในกลุ่มนี้

2. ผู้ประกอบการที่สินค้าผ่านกระบวนการศุลกากรเพื่อการส่งออกตั้งแต่ก่อนหรือในวันที่ 10 ธันวาคม 2567 แต่เรือออกจากท่าภายหลังวันที่ 10 ธันวาคม 2567 ซึ่งในส่วนนี้เป็นการขอเจรจาต่อรองกับฝ่ายจีนเพิ่มเติม เนื่องจาก มกอช. ได้รับทราบว่ามีผู้ประกอบการหลายรายได้รับผลกระทบจากการระงับนำเข้าอย่างกะทันหันของจีน เนื่องจากสินค้าบางส่วนที่ผ่านพิธีการศุลกากรและขนเข้าท่าเรือแล้วตั้งแต่ก่อนวันที่ 10 ธันวาคม 2567 แต่ยังอยู่ระหว่างรอกำหนดเรือออกจากท่า ซึ่งเป็นไปตามขั้นตอนการขนส่งทางเรือระหว่างประเทศ อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 3 มกราคม 2568 เวลา 15.30 น. สปษ.ปักกิ่งได้รับแจ้งจาก GACC ว่า ไม่ผ่อนผันอนุญาตนำเข้าให้สินค้าที่ออกจากไทยหลังวันที่ 10 ธันวาคม เนื่องจากจีนถือว่าวันที่ 10 ธันวาคม 2567 เป็นวันเริ่มบังคับใช้คำสั่งระงับนำเข้า

“ขณะนี้ มกอช. ร่วมกับ อย. อยู่ระหว่างเร่งจัดทำข้อมูลเพื่อเสนอขอยกเลิกการระงับนำเข้า โดยจะจัดส่งแนวทางการควบคุมความปลอดภัยอาหารในระบบการผลิตอาหารของไทย ซึ่งเป็นไปตามข้อกำหนดในประกาศกระทรวงสาธารณสุขฉบับ 420 ที่กำกับดูแลโดย อย. พร้อมทั้งส่งรายชื่อผู้ประกอบการที่ได้รับการรับรองจาก อย. แล้ว เพื่อขอให้จีนพิจารณายกเลิกระงับนำเข้าต่อไป” เลขาธิการ มกอช. กล่าว

เกษตรกรอยู่ยาก? ‘ผู้เลี้ยงไก่ไข่’โอด!ต้นทุนผลิตสูงรอบด้าน

https://www.naewna.com/local/851500

เกษตรกรอยู่ยาก? ‘ผู้เลี้ยงไก่ไข่’โอด!ต้นทุนผลิตสูงรอบด้าน

เกษตรกรอยู่ยาก? ‘ผู้เลี้ยงไก่ไข่’โอด!ต้นทุนผลิตสูงรอบด้าน

วันจันทร์ ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2568, 16.16 น.

สมาคมผู้ผลิต ผู้ค้าและส่งออกไข่ไก่ ชี้เกษตรกรต้องเผชิญต้นทุนผลิตสูงขึ้นรับปี 2568 ทั้งค่าแรงงานอัตราใหม่ วัตถุดิบอาหารสัตว์ปัจจัยปัองกันโรค ตลอดจนไข้หวัดนกระบาดในภูมิภาคเอเซียและประเทศเพื่อนบ้านเกิดความเสียหาย ส่งผลให้ไทยต้องป้องกันเข้มแข็งไม่ให้สัตว์ติดโรค สร้างหลักประกันอาหารปลอดภัยให้คนไทย

เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2568 นายมงคล พิพัฒสัตยานุวงศ์ นายกสมาคมผู้ผลิต ผู้ค้าและส่งออกไข่ไก่ กล่าวว่า ในปี 2568 มีปัจจัยหลายด้านที่จะส่งผลกระทบต่อภาคการเกษตรและผู้เลี้ยงไข่ไก่ต้องรับภาระเพิ่มขึ้น ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิต โดยเฉพาะการปรับค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำเป็น 400 บาทต่อวัน อีกทั้งราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์มีแนวโน้มสูงขึ้นต่อเนื่อง ปัจจุบันเฉลี่ยที่ 11.20 บาทต่อกิโลกรัม จาก 10.30 บาทในเดือนพฤศจิกายน 2568 ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตในปีหน้าโดยไม่อาจหลีกเลี่ยงได้

นอกจากนี้ โรคระบาดไข้หวัดนกในภูมิภาคเอเชียและประเทศเพื่อนบ้าน ทำให้เกิดความเสียหายกับสัตว์ปีกในวงกว้าง ทั้งไก่เนื้อ ไก่ไข่ และสัตว์ปีกอื่นๆ หากยังไม่สามารถควบคุมการแพร่ระบาดของโรคได้ จะส่งผลให้เกษตรกรมีค่าใช้จ่ายในการป้องกันโรคเพิ่มขึ้น และจะมีผลกระทบต่อเนื่องไปยังการปรับสวัสดิการเพื่อดูแลคนงานที่ปฏิบัติงานในฟาร์ม ทั้งการจัดที่พัก ค่าอาหาร และค่าใช้จ่ายสวัสดิการอื่นๆ เพื่อตอบแทนการทำงานที่ต้องป้องกันโรคระบาดในระดับสูง ทำให้ต้นทุนค่าแรงของคนทำงานฟาร์มสูงกว่าค่าแรงทั่วไป

“ในปี 2568 ผู้เลี้ยงไก่ไข่ต้องเผชิญกับความยากลำบากหลายด้าน ทั้งการปรับค่าแรง วัตถุดิบอาหารสัตว์ โรคระบาดไข้หวัดนกทั้งในภูมิภาคเอเซียและภูมิภาคอื่น ส่งผลให้แม่ไก่ไข่ต้องตายนับล้านๆ ตัว ล้วนเป็นปัจจัยผลักดันต้นทุนการผลิตให้สูงขึ้นทั้งหมด เกษตรกรหลายรายอาจไม่สามารถปรับตัวรับกับปัจจัยเสี่ยงดังกล่าวได้” นายมงคล กล่าว

ทั้งนี้ ราคาแนะนำไข่ไก่คละหน้าฟาร์มปรับลดลงต่อเนื่องจากเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน ที่ผ่านมา จากฟองละ 4 บาท ถึงปัจจุบันอยู่ที่ฟองละ 3.60 บาท ซึ่งเป็นราคาที่สวนทางกับต้นทุนการผลิต หากแนวโน้มต้นทุนยังอยู่ในช่วงขาขึ้นเช่นนี้ เกษตรกรคงอยู่ไม่ได้ จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแล เพื่อให้เกษตรกรสามารถบริหารจัดการฟาร์มให้ดำเนินการได้อย่างต่อเนื่อง และผู้บริโภคมีไข่กินเพียงพอ

นายมงคล กล่าวว่า ประเทศไทยมีเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่ประมาณ 2.7 ล้านราย ผลิตไข่ไก่อาหารโปรตีนคุณภาพสูงในราคาสมเหตุผลให้กับผู้บริโภคอย่างเพียงพอ แต่ต้นทุนการผลิตซึ่งเป็นปัจจัยที่ไม่สามารถควบคุมการผลิตจำเป็นต้องได้รับการดูแล ที่สำคัญผู้บริโภคต้องมั่นใจกับคุณภาพอาหารปลอดภัยจากการดูแลและปัองกันสัตว์ตามมาตรฐานสากล เพื่อรักษาเสถียรภาพราคาให้ผู้เลี้ยงอยู่ได้และผู้บริโภคอยู่ได้

‘เลขาธิการ ส.ป.ก.’เข้าขอพรผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เนื่องในวาระขึ้นปีใหม่ 2568

https://www.naewna.com/local/851471

'เลขาธิการ ส.ป.ก.'เข้าขอพรผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เนื่องในวาระขึ้นปีใหม่ 2568

‘เลขาธิการ ส.ป.ก.’เข้าขอพรผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เนื่องในวาระขึ้นปีใหม่ 2568

วันจันทร์ ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2568, 14.39 น.

วันที่ 6 มกราคม 2568 นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม นำทีมคณะผู้บริหาร ส.ป.ก.เข้าขอพรผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เนื่องในวาระขึ้นปีใหม่ 2568 เพื่อสืบสานขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามของไทย ณ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ถนนราชดำเนินนอก เขตพระนคร กรุงเทพฯ

– 006

‘อิทธิ’มุ่งยกระดับทำเกษตรทันสมัย

https://www.naewna.com/local/851363

‘อิทธิ’มุ่งยกระดับทำเกษตรทันสมัย

‘อิทธิ’มุ่งยกระดับทำเกษตรทันสมัย

วันจันทร์ ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นายอิทธิ ศิริลัทธยากร รมช.เกษตรและสหกรณ์ เปิดสัมมนา “การสร้างพลังขับเคลื่อนการพัฒนาภาคการเกษตรในระดับพื้นที่” มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของบุคลากรกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในระดับพื้นที่ เสริมสร้างความสัมพันธ์การทำงานเชิงบูรณาการร่วมกัน และนำร่องในการขับเคลื่อนการพัฒนาภาคการเกษตรและสินค้าที่สำคัญของจังหวัด โดยมีผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ที่โรงแรมไดมอนด์พลาซ่า อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี

นายอิทธิกล่าวว่า ตามที่รัฐบาลได้ยกระดับการทำเกษตรแบบดั้งเดิมให้เป็นเกษตรทันสมัย โดยใช้แนวคิด “ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้” นั้นกระทรวงเกษตรฯ เป็นหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อนภาคการเกษตรของประเทศไทย แต่ปัจจุบันภาคเกษตรไทยยังคงประสบปัญหาหลายด้าน ดังนั้น จึงเป็นภารกิจสำคัญที่กระทรวงเกษตรฯ และหน่วยงานในสังกัด และระดับพื้นที่จังหวัดจะต้องบูรณาการทำงานร่วมกันเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพ โดยเฉพาะบุคลากรในระดับพื้นที่ซึ่งปฏิบัติงานเป็นทีมบูรณาการ เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของกระทรวงเกษตรฯ ให้บรรลุเป้าหมาย ที่ถือเป็นกำลังสำคัญในการเดินหน้าสานต่อ 9 นโยบายสำคัญ นำไปปฏิบัติให้เกิดประโยชน์สูงสุดเพื่อพี่น้องเกษตรกรไทย

“กระทรวงเกษตรฯให้ความสำคัญในการขับเคลื่อนพัฒนาภาคเกษตรระดับพื้นที่ เพื่อยกระดับสู่เกษตรทันสมัย โดยหนึ่งในนโยบายสำคัญคือ เน้นการสร้างวิธีการทำงานสู่การปฏิบัติ การสัมมนาครั้งนี้จึงเป็นโอกาสที่ดีที่ทั้งผู้บริหารกระทรวงเกษตรฯ และบุคลากรในระดับพื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี ได้ร่วมกันหาแนวทางแก้ปัญหาภาคการเกษตรให้สามารถเดินต่อไปได้ รวมทั้งขอชื่นชมเป็นกำลังใจให้บุคลากรทุกท่านที่มุ่งมั่นในการปฏิบัติงานเพื่อเกษตรกรทั่วประเทศ” นายอิทธิ กล่าว

‘นฤมล’ร่วมมหกรรมเกษตรฯ หนุนเกษตรในระดับพื้นที่ครบวงจร

https://www.naewna.com/local/851359

‘นฤมล’ร่วมมหกรรมเกษตรฯ หนุนเกษตรในระดับพื้นที่ครบวงจร

‘นฤมล’ร่วมมหกรรมเกษตรฯ หนุนเกษตรในระดับพื้นที่ครบวงจร

วันจันทร์ ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังร่วมงาน “มหกรรมการเกษตรและท่องเที่ยวถนนสายดอกไม้งามริมกว๊านพะเยา” ที่ลานหน้าอนุสาวรีย์พ่อขุนงำเมืองจ.พะเยา พร้อมด้วยนายอัครา พรหมเผ่ารมช.เกษตรฯ นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรฯ นายรัฐพล นราดิศร ผวจ.พะเยานายธวัช สุทธวงค์ นายกอบจ.พะเยา และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ว่าการจัดงานดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการเผยแพร่ความรู้ในการส่งเสริมการเกษตรระดับพื้นที่อย่างครบวงจรของระบบการผลิตสินค้าเกษตร ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ เผยแพร่ความรู้นวัตกรรมด้านการผลิต การตลาด ทั้งพืช สัตว์ และประมง และเชื่อมโยงการจัดกิจกรรมทางภาคการเกษตรในพื้นที่ภาคเหนือตอนบนที่มีจุดแข็งในสินค้าอัตลักษณ์ GI เช่น ลิ้นจี่ฮงฮวยข้าวก่ำล้านนา ข้าวหอมมะลิ จ.พะเยา สับปะรดภูแล จ.เชียงราย กาแฟเทพเสด็จ จ.เชียงใหม่ รวมทั้งเป็นโอกาสอันดีในการกระตุ้นการท่องเที่ยว จ.พะเยา และพื้นที่ภาคเหนือตอนบนที่มีเสน่ห์ ทั้งการท่องเที่ยวเชิงเกษตร วัฒนธรรม และแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ เกิดการสร้างงานสร้างรายได้ให้กับชุมชนอย่างยั่งยืน รวมทั้งเป็นการช่วยเหลือฟื้นฟูสร้างขวัญกำลังใจให้กับประชาชนในพื้นที่ที่ประสบอุทกภัยในช่วงที่ผ่านมา

ทั้งนี้ ได้มีการแสดงนิทรรศการต่างๆ จากทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ รวมทั้งการจำหน่ายสินค้าเกษตรและบริการต่างๆ ประกอบด้วย 7 โซน คือ 1.ศูนย์บริการเกษตรพิรุณราช ให้บริการด้านการเกษตรจากแพลตฟอร์มแอปพลิเคชั่นของทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ นิทรรศการ “พะเยาโมเดล สู่เกษตรมูลค่าสูง เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน” มีเวทีเสวนา Young Smart Farmer (YSF) และเครือข่าย YSF และร้านจำหน่ายสินค้าเกษตรมูลค่าสูง จ.พะเยา และภาคเหนือตอนบน 2.ธุรกิจเกษตร จัดกิจกรรมเจรจาธุรกิจ การค้าออนไลน์ และธุรกิจสมัยใหม่ 3.โครงการออกโฉนดเพื่อการเกษตร ศูนย์บริการประชาชนให้คำปรึกษาทางกฎหมาย และจัดแสดงงานวิจัยและนวัตกรรม 7 โครงการ

4.กิจกรรม เสริมทักษะต่อยอดอาชีพด้านการเกษตรเพื่อขับเคลื่อนเกษตรมูลค่าสูง 5.นิทรรศการที่น่าสนใจจากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ อาทิ กรมชลประทาน กรมประมง กรมการข้าว กรมฝนหลวงฯ เป็นต้น 6.นวัตกรรมผลิตพืช หม่อนไหม ยางพารา อย่างยั่งยืน สู่สังคมคาร์บอนต่ำ และ 7.LIVESTOCK ARENA อาทิ Show of the day การโชว์ตัวของสัตว์ที่ได้รับรางวัลจากการประกวดในเวทีต่างๆ พร้อมบรรยายให้ความรู้ จำหน่ายพันธุ์ โดยฟาร์ม/ชมรม/สมาคมที่มีชื่อเสียง กิจกรรม Workshop สาธิตการประลองไก่ การแสดงสัตว์แสนรู้ จำหน่ายผลิตภัณฑ์ต่างๆ เป็นต้น รวมทั้งออกบูธ จำหน่ายสินค้าเกษตร สินค้าอัตลักษณ์ ผลผลิตสดหรือแปรรูป อาหารพร้อมรับประทานที่ผลิตจากวัตถุดิบที่ได้รับมาตรฐาน ซุ้มบริการเครื่องดื่ม และเวทีดนตรีสด

รมว.เกษตรฯร่วมเพิ่มมูลค่า ข้าว-กาแฟไทยช่วยเกษตรกร

https://www.naewna.com/local/851362

รมว.เกษตรฯร่วมเพิ่มมูลค่า ข้าว-กาแฟไทยช่วยเกษตรกร

รมว.เกษตรฯร่วมเพิ่มมูลค่า ข้าว-กาแฟไทยช่วยเกษตรกร

วันจันทร์ ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ร่วมงาน Thailand Rice Fest 2024 และ Thailand Coffee Fest “Year End” 2024 ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ซึ่งจัดโดยเว็บไซต์ The Cloud [www.readthecloud.co] ร่วมมือกับกลุ่มพันธมิตรทั้งภาครัฐและภาคเอกชน นำโดยกรมการข้าว และมูลนิธิข้าวไทย ร่วมกับหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง อาทิ สมาคมการค้าเกษตรอินทรีย์ไทย ดำเนินการจัดงานขึ้นภายใต้ชื่องาน Thailand Rice Fest 2024 เทศกาลกินข้าวใหม่และตลาดรวมสินค้าของเกษตรกรเพื่อยกระดับวงการข้าวไทยและสร้างความต่อเนื่องในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับข้าวไทย ด้วยการนำเสนอศักยภาพข้าวไทยผ่านความหลากหลายของพันธุ์ข้าวมุมมองใหม่ของข้าวไทยและสร้างพื้นที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้ เพื่อสร้างองค์ความรู้จากข้าวไทยมากยิ่งขึ้น

สำหรับงาน Thailand Coffee Fest “Year End” 2024 มหกรรมของคนกาแฟ เว็บไซต์ The Cloud ได้ร่วมมือกับสมาคมกาแฟพิเศษไทย (Specialty Coffee Association of Thailand) โดยภายในงานได้รวบรวมร้านค้าและธุรกิจที่เกี่ยวกับกับกาแฟทั้งในและต่างประเทศอย่างครบวงจร และนำเสนอกิจกรรมที่หลากหลาย อาทิ การเล่าเรื่องราวผ่านเวทีเสวนา การแข่งขัน มอบความรู้ผ่านกิจกรรมเวิร์กช็อป รวมถึงตลาดสินค้ากาแฟ เพื่อการพัฒนาและยกระดับกาแฟไทย ช่วยเหลือเกษตรกรให้เติบโตอย่างยั่งยืน

กรมส่งเสริมฯดัน แก้หนี้สหกรณ์ฯ ควบคู่กับส่งเสริม อาชีพเพิ่มรายได

https://www.naewna.com/local/851357

กรมส่งเสริมฯดัน แก้หนี้สหกรณ์ฯ ควบคู่กับส่งเสริม อาชีพเพิ่มรายได

กรมส่งเสริมฯดัน แก้หนี้สหกรณ์ฯ ควบคู่กับส่งเสริม อาชีพเพิ่มรายได

วันจันทร์ ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวถึงเรื่องการแก้ปัญหาหนี้สินให้กับสมาชิกสหกรณ์ ในปี 2567 ว่าหนี้ NPL ในภาพรวมของสหกรณ์ภาคการเกษตร สหกรณ์นอกภาคการเกษตร และกลุ่มเกษตรกร ลดลงไปถึง ร้อยละ 22.95 จากเป้าหมายที่เราวางไว้ ร้อยละ 10 ซึ่งเรื่องนี้ทำให้เกิดผลดีกับสหกรณ์หลายๆ แห่ง ที่สมาชิกประสบปัญหาในเรื่องของการประกอบอาชีพ และไม่สามารถชำระหนี้ได้ โดยทางกรมส่งเสริมฯ มีทีมโค้ชที่จะลงไปในพื้นที่เพื่อจะช่วยดูแลสมาชิก ซึ่งในเรื่องการแก้ปัญหาหนี้ ก็ไม่ได้เน้นเรื่องการติดตามทวงหนี้อย่างเดียว ได้เข้าไปดำเนินการในเรื่องการส่งเสริมอาชีพให้แก่สมาชิก โดยเฉพาะอาชีพระยะสนับสนุนเงินกองทุนดอกเบี้ยต่ำจากกองทุนพัฒนาสหกรณ์ให้แก่สหกรณ์ต่างๆ กู้ยืม นอกจากนี้ยังสนับสนุนให้สหกรณ์ดำเนินการด้านการตลาดควบคู่ไปด้วย ซึ่งมีหลายสหกรณ์ที่มีการรวบรวมผลผลิตของสมาชิกนำมาจำหน่าย ทำให้สมาชิกมีรายได้มาชำระหนี้ และอีกส่วนหนึ่งก็นำไปลงทุนต่อ

นอกจากนี้ แผนงานในปี 2568 จะยึดแนวทางปี 2567 แต่สิ่งที่เพิ่มเติมคือ การวางแผนทางการเงินให้สมาชิก โดยเฉพาะเรื่องการมีวินัยทางการเงิน เราจะกำกับดูแลตั้งแต่ต้น มีเจ้าหน้าที่ลงไปให้ความรู้ และถ้าสมาชิกประสบปัญหาในเรื่องต่างๆ กรมส่งเสริมฯ จะช่วยดูในเรื่องการยืดเวลาชำระหนี้ หรือพักชำระหนี้ให้กับเกษตรกรเหล่านี้ และนำเรื่องการส่งเสริมอาชีพเข้าไปเสริม เพื่อให้สมาชิกสามารถอยู่ได้กับอาชีพการเกษตร และสิ่งที่ตั้งเป้าหมาย คือ ตัวเลขหนี้ NPL ที่ตั้งไว้ จะต้องลดลง ร้อยละ 25 เหมือนปีที่แล้ว

‘นฤมล’รายงาน’นายกฯ’ปมจีนสั่งห้ามนำเข้าน้ำเชื่อมไทย ‘มกอช.’เร่งประสานแก้ปัญหา

https://www.naewna.com/local/851377

‘นฤมล’รายงาน'นายกฯ'ปมจีนสั่งห้ามนำเข้าน้ำเชื่อมไทย 'มกอช.'เร่งประสานแก้ปัญหา

‘นฤมล’รายงาน’นายกฯ’ปมจีนสั่งห้ามนำเข้าน้ำเชื่อมไทย ‘มกอช.’เร่งประสานแก้ปัญหา

วันอาทิตย์ ที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2568, 19.17 น.

‘นฤมล’แจ้ง’นายกฯ’ถึงความคืบหน้าปมจีนสั่งห้ามนำเข้าน้ำเชื่อมไทยแล้ว เผย’มกอช.’เร่งประสานทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ปัญหาร่วมกัน 

เมื่อวันที่ 5 ม.ค.2568 เวลา 16.30 น.จากกรณีที่หน่วยงานความปลอดภัยด้านอาหารส่งออก-นำเข้าของจีน หรือ GACC ออกประกาศระงับการนำเข้าสินค้าประเภทน้ำเชื่อม และน้ำตาลผสม เนื่องจากไม่ได้เกณฑ์มาตรฐานตามกฎหมายว่าด้วยความปลอดภัยอาหารนั้น ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และหัวหน้าพรรคกล้าธรรม ได้ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับประเด็นนี้ว่า ตนได้รายงานความคืบหน้าให้กับ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ทราบถึงการแก้ปัญหาของสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ หรือ มกอช.ไปแล้ว 

นางนฤมล กล่าวต่อว่า มกอช.ได้ดำเนินการรวบรวมรายชื่อผู้ประกอบการที่มีการส่งออกสินค้าดังกล่าว ในช่วงคาบเกี่ยวกับการประกาศระงับนำเข้าของจีน โดยได้มีหนังสือถึงสำนักงานศุลกากรแห่งประเทศจีน (General Administration of Customs of China : GACC ) ซึ่งเป็นหน่วยงานระดับกระทรวงที่มีบทบาทสำคัญในการกำกับดูแลเรื่องการนำเข้า-ส่งออกสินค้าของจีน ผ่านสำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศประจำกรุงปักกิ่ง เพื่อขอผ่อนผันการอนุญาตนำเข้าสินค้า

และเมื่อวันที่ 25 ธ.ค.ที่ผ่านมา มกอช.ร่วมประชุมหารือแก้ไขปัญหากรณี GACC ระงับการนำเข้าน้ำเชื่อมจากไทย กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมการค้าต่างประเทศ กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ กรมวิชาการเกษตร สปษ.ปักกิ่ง สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กรมศุลกากร การนิคมแห่งประเทศไทย ผู้แทนภาคเอกชนธุรกิจน้ำตาล เข้าประชุม และภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องให้ข้อมูลเรื่องการส่งออกสินค้าไซรัปจากไทยที่สูงผิดปกติเนื่องมาจากการหลีกเลี่ยงภาษีและส่งผลกระทบต่อสินค้าน้ำตาลในประเทศจีน และให้ข้อมูลว่า จีนใช้มาตรการ Non tariff barrier เพื่อปกป้องธุรกิจในประเทศ แต่อาจมีสินค้าที่ด้อยคุณภาพบางส่วนจากไทยที่เข้าสู่จีนโดยโรงงานผลิตบางราย สำหรับสินค้า Premix sugar ที่ผลิตเพื่อส่งออกไปยังโรงงานอุตสาหกรรมแปรรูปสินค้าไม่ได้รับผลกระทบจากมาตรการดังกล่าว

“กรณีที่จีนระงับการนำเข้าน้ำเชื่อมจากไทย เป็นเรื่อองที่ต้องมีการบูรณาการทำงานร่วมกันของหลายกระทรวง เช่น พ.ร.บ.อ้อยและน้ำตาล ที่อยู่ภายใต้กระทรวงอุตสาหกรรม ,พ.ร.บ.อาหาร ภายใต้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กระทรวงสาธารณสุข เพราะน้ำเชื่อมเป็นสินค้าแปรรูปกลุ่มอาหาร ที่อยู่นอกเหนืออำนาจทางกฎหมายของกระทรวงเกษตร โดย มกอช.และทูตเกษตรที่ปักกิ่ง ก็ได้ร่วมให้ข้อมูลทางเทคนิคเพื่อช่วยประสานการเจรจากับหน่วยงานอื่นแล้ว”นางนฤมล กล่าว

กรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดรับสมัครทุนเรียนฟรีแก่ทายาทสหกรณ์ มุ่งสานต่ออาชีพพระราชทาน ‘เลี้ยงโคนม’

https://www.naewna.com/local/851191

กรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดรับสมัครทุนเรียนฟรีแก่ทายาทสหกรณ์ มุ่งสานต่ออาชีพพระราชทาน 'เลี้ยงโคนม'

กรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดรับสมัครทุนเรียนฟรีแก่ทายาทสหกรณ์ มุ่งสานต่ออาชีพพระราชทาน ‘เลี้ยงโคนม’

วันเสาร์ ที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2568, 15.27 น.

จากนโยบายของ ศาสตราจารย์ ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ต้องการยกระดับศักยภาพของเกษตรกรและสถาบันเกษตรกรไทยให้เข้มแข็ง ด้วยแนวคิด “ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้” พร้อมทั้งให้ความสำคัญในการขับเคลื่อนและสานต่องานโครงการตามแนวพระราชดำริอย่างต่อเนื่อง

ในการนี้ “กรมส่งเสริมสหกรณ์” ได้น้อมนำพระราชกระแสรับสั่งของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดโรงงานแปรรูปผลิตภัณฑ์นมของสหกรณ์โคนมปากช่อง จำกัด จังหวัดนครราชสีมา เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2557 ความว่า “ต้องปลูกฝังลูกหลานสมาชิกให้รักอาชีพการเลี้ยงโคนม มีผู้สืบทอดอาชีพการเลี้ยงโคนม และมีการอบรมส่งเสริมให้ความรู้ในการเลี้ยงโคนม” มาสานต่อตามแนวพระราชดำริ จึงจัดทำ “โครงการความร่วมมือทางการศึกษาเพื่อสานต่ออาชีพการเลี้ยงโคนม” ร่วมกับสถาบันการศึกษาต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนทุนการศึกษาระดับปริญญาตรี (ฟรีตลอดหลักสูตร) สาขาสัตวแพทยศาสตร์ สัตวศาสตร์ และสาขาวิชาเทคโนโลยีการผลิตสัตว์ให้แก่ลูกหลานสมาชิกสหกรณ์ผู้เลี้ยงโคนม ซึ่งกรมดำเนินการต่อเนื่องมาแล้วเป็นระยะเวลา 8 ปี (พ.ศ.2560 – ปัจจุบัน) เพื่อเป็นการสานต่ออาชีพการเลี้ยงโคนม ซึ่งเป็นอาชีพพระราชทานของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยว่า กรมส่งเสริมสหกรณ์ตระหนักถึงความสำคัญของการสร้างความมั่นคงในอาชีพการเลี้ยงโคนม จึงจำเป็นต้องสร้างคนรุ่นใหม่ซึ่งเป็นบุตรหลานสมาชิกสหกรณ์โคนมมาต่อยอดอาชีพพระราชทาน เนื่องจากปัจจุบันเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมส่วนใหญ่เป็นผู้สูงวัย อายุเฉลี่ย 55-65 ปี ขณะเดียวกันสหกรณ์โคนมก็ขาดแคลนบุคลากรที่มีความรู้ในนวัตกรรมยุคใหม่มาส่งเสริมฟาร์มโคนมของสมาชิก โดยกรมได้จัดทำข้อตกลงกับสถาบันการศึกษา จำนวน 6 แห่ง ได้แก่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน มหาวิทยาลัยมหาสารคาม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย และมหาวิทยาลัยแม่โจ้ เพื่อสนับสนุนทุนการศึกษาให้บุตรหลานของสมาชิกสหกรณ์โคนม หรือสหกรณ์การเกษตรที่มีสมาชิกเลี้ยงโคนม มีโอกาสเข้าถึงการศึกษาระดับปริญญาตรี ในสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องกับอาชีพเลี้ยงโคนม เช่น สาขาสัตวแพทยศาสตร์ สัตวศาสตร์ หรือสาขาวิชาเทคโนโลยีการผลิตสัตว์ เพื่อที่เมื่อสำเร็จการศึกษาแล้วบุตรหลานสมาชิกสหกรณ์ผู้เลี้ยงโคนมจะได้นำความรู้เชิงวิชาการและเทคโนโลยีเกษตรสมัยใหม่ กลับไปต่อยอดอาชีพเลี้ยงโคนมและพัฒนาฟาร์มโคนมของครอบครัว และฟาร์มโคนมในพื้นที่ เป็นการช่วยพัฒนาอาชีพการเลี้ยงโคนมและธุรกิจของสหกรณ์ผู้เลี้ยงโคนมให้เข้มแข็ง รวมทั้งเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาสหกรณ์และชุมชนให้เติบโตอย่างมั่นคง ซึ่งกรมฯ ได้จัดสรรดอกผลจากกองทุนพัฒนาสหกรณ์ (กพส.) มาสนับสนุนเป็นทุนการศึกษาประจำปีการศึกษา 2568 ให้บุตรหลานสมาชิกสหกรณ์ผู้เลี้ยงโคนม ฟรีตลอดหลักสูตร จำนวนทั้งสิ้น 49 ทุน ประกอบด้วย สาขาสัตวแพทย์ศาสตร์ จำนวน 17 ทุน สาขาสัตว์ศาสตร์ จำนวน 27 ทุน และสาขาวิชาเทคโนโลยีการผลิตสัตว์ จำนวน 5 ทุน

ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจขอรับทุนการศึกษา ประจำปีการศึกษา 2568 สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กลุ่มพัฒนาบุคลากรสหกรณ์ สำนักพัฒนาและถ่ายทอดเทคโนโลยีการสหกรณ์ กรมส่งเสริมสหกรณ์ โทร. 0 2669 4577 หรือติดต่อที่สำนักงานสหกรณ์จังหวัดทั่วประเทศ หรือสหกรณ์โคนม และสหกรณ์การเกษตรในบริเวณใกล้เคียงได้ทุกวันในเวลาราชการ ตั้งแต่วันนี้ ถึงเดือนมีนาคม 2568 (ตามแต่ละมหาวิทยาลัยกำหนด)

-(016)