ส.ป.ก. ร่วมพิธีทำบุญตักบาตรของ ก.เกษตรและสหกรณ์ เนื่องในวาระขึ้นปีใหม่ 68

ส.ป.ก. ร่วมพิธีทำบุญตักบาตรของ ก.เกษตรและสหกรณ์ เนื่องในวาระขึ้นปีใหม่ 68

ส.ป.ก. ร่วมพิธีทำบุญตักบาตรของ ก.เกษตรและสหกรณ์ เนื่องในวาระขึ้นปีใหม่ 68

วันศุกร์ ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2568, 16.56 น.

ส.ป.ก. ร่วมพิธีทำบุญตักบาตรของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เนื่องในวาระขึ้นปีใหม่ 2568

วันที่ 3 มกราคม 2568 เวลา 7.00 น. นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ เลขาธิการสำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) พร้อมด้วย นายสุรชัย ยุทธชนะ นายปรีชา ลิ้มถวิล รองเลขาธิการ ส.ป.ก. ผู้ตรวจราชการกรม ผู้อำนวยการ สำนัก/กอง/ศูนย์ ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ ส.ป.ก. ร่วมพิธีทำบุญตักบาตรของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เนื่องในวาระขึ้นปีใหม่ 2568 โดยมี ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย นายอิทธิ ศิริลัทยากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยผู้บริหารและบุคลากรในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ร่วมกิจกรรม เพื่อเสริมสร้างความเป็นสิริมงคลแก่บุคลากรและองค์กร พร้อมสืบสานขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามของไทย ณ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ถนนราชดำเนินนอก เขตพระนคร กรุงเทพฯ
 

กรมการข้าว ร่วมตักบาตรทำบุญปีใหม่ 2568 กระทรวงเกษตรฯ

กรมการข้าว ร่วมตักบาตรทำบุญปีใหม่ 2568 กระทรวงเกษตรฯ

กรมการข้าว ร่วมตักบาตรทำบุญปีใหม่ 2568 กระทรวงเกษตรฯ

วันศุกร์ ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2568, 16.51 น.

วันที่ 3 มกราคม 2568 เวลา 07.00 น. ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยนายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นำคณะผู้บริหาร และบุคลากรของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมพิธีทำบุญตักบาตรข้าวสาร – อาหารแห้ง เนื่องในเทศกาลปีใหม่ พุทธศักราช 2568 โดยมีนายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว พร้อมด้วยนายชิษณุขา บุดดาบุญ รองอธิบดีกรมการข้าว นายอานนท์ นนทรีย์ รองอธิบดีกรมการข้าว และคณะผู้บริหารกรมการข้าว เข้าร่วมพิธีดังกล่าว ณ บริเวณด้านหน้ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ในโอกาสเดียวกันนี้ อธิบดีกรมการข้าว ได้นำคณะผู้บริหารกรมการข้าวเข้าร่วมสวัสดีปีใหม่ 2568 และรับพรปีใหม่จากคณะผู้บริหารของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อความเป็นสิริมงคลในการทำงาน แก่ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ฯ

กรมการข้าว เร่งขับเคลื่อน ศูนย์ข้าวชุมชน เล็งยกระดับการผลิตข้าว ตั้งเป้าผลิต 490,000 ตัน/ปี ภายใน ปี 2569

กรมการข้าว เร่งขับเคลื่อน ศูนย์ข้าวชุมชน เล็งยกระดับการผลิตข้าว ตั้งเป้าผลิต 490,000 ตัน/ปี ภายใน ปี 2569

กรมการข้าว เร่งขับเคลื่อน ศูนย์ข้าวชุมชน เล็งยกระดับการผลิตข้าว ตั้งเป้าผลิต 490,000 ตัน/ปี ภายใน ปี 2569

วันศุกร์ ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2568, 08.07 น.

“อธิบดีกรมการข้าว” สนองนโยบายกระทรวงเกษตรฯ เร่งขับเคลื่อน ศูนย์ข้าวชุมชน เพิ่มจำนวน ยกระดับการผลิตข้าว ตั้งเป้าผลิต 490,000 ตัน/ปี ภายใน ปี 2569

นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว เปิดเผยว่า ในปัจจุบันประเทศไทยมีพื้นที่ทำนา พื้นที่ปลูกข้าวทั้งหมด 64.6 ล้านไร่ 4.84 ล้านครัวเรือน (จำนวน 6,504 ตำบล แยกเป็นตำบลพื้นที่เกิน 1,000 ไร่ จำนวน 5,264 ตำบล พื้นที่ต่ำกว่า 1,000 ไร่ จำนวน 1,240 ตำบล) โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีเป้าหมายในการขับเคลื่อนศูนย์ข้าวชุมชน ให้เป็นศูนย์กลางในการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวพันธุ์ดีให้สามารถตอบสนองความต้องการของตลาดได้ โดยมอบหมายให้กรมการข้าวเร่งผลักดันจำนวนศูนย์ข้าวชุมชนและศักยภาพการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวของศูนย์ข้าวชุมชน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวได้อย่างมีประสิทธิภาพตามเป้าภายในปี 2569 

อธิบดีกรมการข้าว กล่าวต่อไปว่าแผนการขับเคลื่อนศูนย์ข้าวชุมชนระยะ 3 ปี (พ.ศ. 2567 – พ.ศ. 2569) ที่กรมการข้าวได้วางไว้ โดยกรมการข้าวได้วางแผนและเป้าหมายในการเพิ่มจำนวนของศูนย์ข้าวชุมชนให้เพิ่มขึ้นจากเดิมในปี 2567 ที่มีศูนย์ข้าวชุมชนอยู่จำนวน 4,985 ศูนย์ ในปี 2569 จะต้องเพิ่มจำนวนมากขึ้นเป็น 9,985 ศูนย์ ที่จะเพิ่มศักยภาพการผลิตเมล็ดพันธุ์ดีให้กับประเทศ จากเดิมในปี 2567 ผลิตได้ 200,000 ตันต่อปี ในปี 2569 จะสามารถผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวได้มากถึง 490,000 ตันต่อปี และจะมีข้าวคุณภาพดีออกสู่ตลาดจากเดิม 12 ล้านตัน จะสามารถผลิตข้าวออกสู่ตลาดได้มากถึง 16.64 ล้านตัน ครอบคลุมเกษตรกรได้มากกว่า 295,650 ครัวเรือน ภายในปี 2569

เกษตรฯสานสัมพันธ์ติมอร์ฯ พัฒนาการเกษตรระหว่างกัน

เกษตรฯสานสัมพันธ์ติมอร์ฯ  พัฒนาการเกษตรระหว่างกัน

เกษตรฯสานสัมพันธ์ติมอร์ฯ พัฒนาการเกษตรระหว่างกัน

วันศุกร์ ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นายถาวร ทันใจ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หารือร่วมกับ Mr. Carlos Antunes Amaral อธิบดีกรมปศุสัตว์และสัตวแพทย์ ติมอร์เลสเต (Director General of Livestock and Veterinary Services) พร้อมด้วยผู้บริหารหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ เข้าร่วม

สำหรับการหารือในวันนี้ ฝ่ายไทยได้มีการนำเสนอการดำเนินภารกิจที่สำคัญด้านปศุสัตว์ พืชสวน ประมง และการพัฒนาการเกษตรและภาคการเกษตรของไทย ซึ่งทางฝ่ายติมอร์เลสเต มีความสนใจและประสงค์จะขอรับการสนับสนุนจากไทย โดยฝ่ายไทยยินดีให้การสนับสนุนความร่วมมือทางวิชาการในสาขาที่ติมอร์เลสเต สนใจ โดยสามารถขอรับการสนับสนุนได้จากกรมความร่วมมือระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ ผ่านช่องทางทางการทูต

ทั้งนี้ H.E. Eng. Marcos da Cruz รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร ปศุสัตว์ ประมง และป่าไม้ติมอร์เลสเต ได้เข้าพบหารือกับ ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เพื่อหารือความร่วมมือกันในด้านการเกษตร ในห้วงของการประชุมนานาชาติว่าด้วยการจัดการทรัพยากรดิน และน้ำ เพื่อความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน (The International Soil and WaterForum 2024) ณ โรงแรมอนันตรา สยาม กทม.

กรมชลฯติดตาม เฝ้าระวังฝนตก หวั่นท่วมภาคใต้ มุ่งบรรเทาปัญหา

กรมชลฯติดตาม  เฝ้าระวังฝนตก  หวั่นท่วมภาคใต้  มุ่งบรรเทาปัญหา

กรมชลฯติดตาม เฝ้าระวังฝนตก หวั่นท่วมภาคใต้ มุ่งบรรเทาปัญหา

วันศุกร์ ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นายสุริยพล นุชอนงค์ อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวสถานการณ์น้ำปัจจุบัน ว่าอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ มีปริมาณน้ำรวมกันทั้งสิ้นประมาณ 62,724 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) 82% ของความจุอ่างฯ รวมกัน เป็นน้ำใช้การได้ 38,782 ล้าน ลบ.ม.เฉพาะในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา 4 เขื่อนหลัก (เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์) มีปริมาณน้ำรวมกันประมาณ 21,420 ล้าน ลบ.ม.(86% ของความจุอ่างฯ รวมกัน) ปริมาณน้ำใช้การได้ 14,724 ล้าน ลบ.ม.

ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ได้เกิดฝนตกหนักจนทำให้เกิดอุทกภัยในหลายจังหวัดของทางภาคใต้ รัฐบาลได้สั่งการให้ทุกหน่วยงาน เร่งระบายน้ำท่วมขังออกจากพื้นที่ ปัจจุบันภาพรวมสถานการณ์เข้าสู่สภาวะปกติแล้ว

อย่างไรก็ตาม กรมอุตุนิยมวิทยา คาดการณ์ว่าจะเกิดฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งทางภาคใต้ บริเวณ จ.ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส อาจทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง และดินโคลนถล่ม จึงสั่งการให้สำนักงานชลประทานที่ 15-17 ติดตามและเฝ้าระวังระดับน้ำอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะพื้นที่ อ.ชะอวด อ.หัวไทร จ.นครศรีธรรมราช พร้อมกับพร่องน้ำเพื่อเตรียมพื้นที่ว่างไว้รองรับน้ำฝนที่จะตกลงมาเพิ่มอีกระลอก รวมถึงการจัดเตรียมเครื่องจักร เครื่องมือเครื่องสูบน้ำ รวมกว่า 500 หน่วย ประจำจุดเสี่ยงในการเข้าช่วยเหลือหากเกิดอุทกภัย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้พี่น้องประชาชนให้ได้มากที่สุด ตามนโยบายของ ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์

สศก.เผยผลส่งออกสินค้าเกษตรพุ่ง

สศก.เผยผลส่งออกสินค้าเกษตรพุ่ง

สศก.เผยผลส่งออกสินค้าเกษตรพุ่ง

วันศุกร์ ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นายฉันทานนท์ วรรณเขจร เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงภาพรวมสถานการณ์การค้าสินค้าเกษตรของไทยกับโลกในช่วง 10 เดือนแรกของปี 2567 (มกราคม-ตุลาคม 2567) พบว่า ไทยมีมูลค่าการค้าสินค้าเกษตร (พิกัด 01-24 รวมยางพารา) รวมทั้งสิ้น 2,146,745 ล้านบาท โดยขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 6.49 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แบ่งเป็น การส่งออกมูลค่า 1,536,704 ล้านบาท ขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 9.24 การนำเข้ามูลค่า 610,041 ล้านบาท ขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.15 ส่งผลให้ไทยมีดุลการค้าสินค้าเกษตรเกินดุลถึง 926,663 ล้านบาท

เมื่อพิจารณาจากสถิติการค้าสินค้าเกษตรระหว่างไทยกับโลก ในเดือนมกราคม-ตุลาคม 2567 พบว่า สินค้าเกษตรที่มูลค่าส่งออกสูงสุด 5 อันดับแรกของไทย ได้แก่ ได้แก่ ข้าว มูลค่า 168,685 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 39.24 ทุเรียนสด มูลค่า 130,352 ล้านบาท หดตัวร้อยละ 4.57 ยางธรรมชาติ มูลค่า 95,927 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 54.33 ไก่แปรรูป มูลค่า 87,009 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 10.75 และอาหารสุนัขหรือแมว มูลค่า 79,071 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 35.45

ขณะที่สินค้าเกษตรที่ไทยนำเข้า 5 อันดับแรก ได้แก่ ถั่วเหลือง มูลค่า 56,613 ล้านบาท หดตัวร้อยละ 10.38 กากน้ำมัน และกากแข็ง อื่นๆ ที่ได้จากการสกัดน้ำมันถั่วเหลือง มูลค่า 43,780 ล้านบาท หดตัวร้อยละ 22.90 ปลาสคิปแจ็คแช่แข็ง มูลค่า 32,452 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 26.75 ข้าวสาลีและเมสลินมูลค่า 31,820 ล้านบาท หดตัวร้อยละ 23.51 และอาหารปรุงแต่งอื่นๆ (อาทิ เต้าหู้ แอลกอฮอล์ผง ครีมเทียม) มูลค่า 28,131 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 22.62 โดยในส่วนของสินค้าที่ไทยนำเข้าส่วนใหญ่จะเป็นการนำเข้าวัตถุดิบที่ใช้ในการเลี้ยงสัตว์ เช่นถั่วเหลืองและกากถั่วเหลือง รวมถึงการนำเข้ามาเพื่อแปรรูปเป็นอาหารสุนัขหรือแมวส่งออกไปต่างประเทศต่อไป

‘นฤมล’ถกจัดการฯดิน-น้ำ ผลักดันความร่วมมือจากทั่วโลก

‘นฤมล’ถกจัดการฯดิน-น้ำ  ผลักดันความร่วมมือจากทั่วโลก

‘นฤมล’ถกจัดการฯดิน-น้ำ ผลักดันความร่วมมือจากทั่วโลก

วันศุกร์ ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังเป็นประธานปิดการประชุมนานาชาติว่าด้วยการจัดการทรัพยากรดินและน้ำที่ยั่งยืน (The International Soil and Water Forum 2024) โดยมีผู้นำระดับสูงจากองค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (Food and Agriculture Organization of the United Nations : FAO) 27 ประเทศ และผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกว่า 500 ราย จาก 65 ประเทศ เข้าร่วม ที่โรงแรมอนันตรา สยาม กทม.ว่าการประชุมนานาชาติว่าด้วยการจัดการทรัพยากรดินและน้ำที่ยั่งยืน (The International Soil and Water Forum 2024) มีวัตถุประสงค์เพื่อหารือความร่วมมือระดับภูมิภาคและระดับโลกแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านวิชาการ งานวิจัย และเทคโนโลยีในการฟื้นฟูความเสื่อมโทรมของดินและจัดการทรัพยากรน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีปฏิญญาระดับรัฐมนตรีว่าด้วยการจัดการความขาดแคลนน้ำและการฟื้นฟูดินเพื่อระบบเกษตรและอาหารที่ยั่งยืนและยืดหยุ่น (Ministerial
Declaration on managing water scarcityand reversing soil degradation forsustainable and resilient agrifood systems) เป็นเอกสารผลลัพธ์ของการประชุมฯ

“ประเทศไทยสนับสนุนปฏิญญาระดับรัฐมนตรีว่าด้วยการจัดการความขาดแคลนน้ำและการฟื้นฟูดินเพื่อระบบเกษตรและอาหารที่ยั่งยืนและยืดหยุ่น (Ministerial Declaration on managing water scarcity and reversing soil degradation for sustainable andresilient agrifood systems) อย่างเต็มที่ เพื่อส่งเสริมระบบเกษตรและอาหารที่ยั่งยืน ซึ่งนับว่าเป็นกุญแจสำคัญในการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็นที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงทางอาหาร การดำเนินการด้านสภาพภูมิอากาศ และการจัดการทรัพยากรที่ยั่งยืน โดยประเทศไทยมีความมุ่งมั่นและพร้อมจะนำหลักการแนวทางของปฏิญญาในการกำหนดนโยบายและยุทธศาสตร์การเกษตร การจัดลำดับความสำคัญของแนวทางบูรณาการในการจัดการดินและน้ำ ส่งเสริมแนวทางปฏิบัติเกษตรและอาหารที่ยั่งยืน ตลอดจนการลงทุนในการวิจัยและเทคโนโลยีที่สามารถช่วยให้จัดการกับความท้าทายเหล่านี้ และพร้อมร่วมมือทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลกร่วมกันในการฟื้นฟูความเสื่อมโทรมของดินและจัดการทรัพยากรน้ำอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น” รมว.เกษตรฯ กล่าว

สุดท้ายนี้ รมว.เกษตรฯ กล่าวขอบคุณองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) วิทยากร ผู้ร่วมอภิปราย ตลอดจนผู้เข้าร่วมประชุมที่ได้แบ่งปันประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญ และข้อมูลเชิงลึก เพื่อมุ่งมั่นร่วมกันในการจัดการกับความท้าทายเร่งด่วนที่สุดที่โลกของเราเผชิญอยู่ในปัจจุบัน นั่นคือเรื่องการขาดแคลนน้ำและความเสื่อมโทรมของดินให้ดียิ่งขึ้นต่อไป

‘นฤมล’เดินหน้าตั้ง ‘ศูนย์ข้าวชุมชน’ อีก 5 พันแห่ง ในปี 68-69

'นฤมล'เดินหน้าตั้ง 'ศูนย์ข้าวชุมชน' อีก 5 พันแห่ง ในปี 68-69

‘นฤมล’เดินหน้าตั้ง ‘ศูนย์ข้าวชุมชน’ อีก 5 พันแห่ง ในปี 68-69

วันพฤหัสบดี ที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2568, 10.20 น.

“นฤมล”เดินหน้าตั้ง “ศูนย์ข้าวชุมชน” อีก 5 พันแห่ง ในปี 68-69 พร้อมชวนเกษตรกรร่วมเป็น “ชาวนาอาสา” เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต พัฒนาศักยภาพ ตอบโจทย์ตลาดและผู้บริโภค

2 มกราคม 2568 ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และหัวหน้าพรรคกล้าธรรม กล่าวว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดย กรมการข้าว มีนโยบายส่งเสริมและสนับสนุนให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวรวมตัวกันจัดตั้ง “ศูนย์ข้าวชุมชน” เพื่อเป็นรากฐานในการส่งเสริมและพัฒนาการผลิตข้าว โดยมุ่งเน้นการผลิตและการกระจายเมล็ดพันธุ์ดี เปิดโอกาสให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการเกี่ยวกับการพัฒนาข้าวด้วยตนเอง ช่วยให้ชุมชนและองค์กรชาวนาเกิดความเข้มแข็ง โดยในปี 2567 สามารถจัดตั้งศูนย์ข้าวชุมชนได้ 4,985 ศูนย์ ครอบคลุมเกษตรกร 150,000 ครัวเรือน และผลิตเมล็ดพันธุ์ดีได้ 200,000 ตัน สามารถนำไปเพาะปลูกได้ในพื้นที่ 13 ล้านไร่ ทำให้มีข้าวคุณภาพดีสู่ตลาดจำนวน 12 ล้านตัน

ศ.ดร.นฤมล กล่าวต่อว่า ในปี 2568 กระทรวงเกษตรฯมีเป้าหมายจัดตั้งศูนย์ข้าวชุมชนเพิ่มอีก 2,500 ศูนย์ รวมเป็น 7485 ศูนย์ ซึ่งจะทำให้สามารถครอบคลุมเกษตรกรได้ถึง 224,500 ครัวเรือน ผลิตเมล็ดพันธุ์ดีเพิ่มขึ้น 374,200 ตัน นำไปเพาะปลูกได้ในพื้นที่ 24.95 ล้านไร่ ทำให้มีข้าวคุณภาพดีสู่ตลาดจำนวน 12.50 ล้านตัน

ส่วนในปี 2569  กระทรวงเกษตรฯจะจัดตั้งศูนย์ข้าวชุมชนเพิ่มอีก 2,500 ศูนย์ รวมเป็น 9,985 ศูนย์ครอบคลุมเกษตรกร 295,650 ครัวเรือน ผลิตเมล็ดพันธุ์ดีเพิ่มขึ้น 490,000 ตัน สามารถนำไปเพาะปลูกได้ในพื้นที่ 33.28 ล้านไร่ โดยมีข้าวคุณภาพดีสู่ตลาดจำนวน 16.64 ล้านตัน

ศ.ดร.นฤมล ยังกล่าวต่อถึงโครงการ“ชาวนาอาสา”เพื่อทำหน้าที่ช่วยเหลือแนะนำเกษตรกรเกี่ยวกับการผลิตข้าว และเข้ามาร่วมบริหารงาน เพื่อให้เกษตรกรมีความรู้ความเข้าใจในการผลิตเมล็ดพันธุ์ และข้าวคุณภาพดี เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้าวให้สามารถแข่งขันในตลาดโลก ซึ่งในปี 2567 ได้มีผู้เข้าร่วมเป็นชาวนาอาสาแล้วทั้งสิ้น 147,500 รายแล้ว 

ทั้งนี้ เกษตรกรที่สนใจจะเข้าร่วมโครงการ สามารถสมัครเข้าร่วมเป็นชาวนาอาสาได้ที่ศูนย์วิจัยข้าว ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าว และสถาบันวิทยาศาสตร์ข้าวแห่งชาติ ทั่วประเทศ

ปลัดฯร่วมประชุม อนุฯกก.ขับเคลื่อน แผนพัฒนาพื้นที่สูง ขับเคลื่อนงบปี’68

ปลัดฯร่วมประชุม  อนุฯกก.ขับเคลื่อน  แผนพัฒนาพื้นที่สูง  ขับเคลื่อนงบปี’68

ปลัดฯร่วมประชุม อนุฯกก.ขับเคลื่อน แผนพัฒนาพื้นที่สูง ขับเคลื่อนงบปี’68

วันอังคาร ที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังได้รับมอบหมายจาก ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรฯ ให้เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการด้านการพัฒนาพื้นที่สูงอย่างยั่งยืน ครั้งที่ 1/2567 โดยมีนายปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา ที่ปรึกษาคณะอนุกรรมการฯ นายธนสาร ธรรมสอน ผู้ช่วยเลขานุการ รมว.เกษตรฯ นายสุรพิชย์ พรหมสิทธิ์ คณะทำงาน รมช.เกษตรฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ว่าที่ประชุมได้พิจารณาประเด็นสำคัญ โดยมีมติเห็นชอบ ดังนี้ 1.เห็นชอบกรอบการดำเนินงานและกรอบงบประมาณ ภายใต้แผนการดำเนินงานภายใต้แผนปฏิบัติการด้านการพัฒนาพื้นที่สูงอย่างยั่งยืนปีงบประมาณ 2568 โดยให้หน่วยงานปรับเพิ่มเติมงานแต่ละจุดเน้นในระยะต่อไป รวมทั้งแนวทางการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบในการแก้ปัญหาสำคัญบนพื้นที่สูง 4 จังหวัด 103 กลุ่มบ้าน 2.เห็นชอบกรอบแผนการดำเนินงานภายใต้แผนปฏิบัติการด้านการพัฒนาพื้นที่สูงอย่างยั่งยืน ปีงบประมาณ 2569

3.เห็นชอบในหลักการโครงการแก้ไขปัญหาการชะล้างพังทลายหน้าดินบนพื้นที่สูงอย่างยั่งยืน ปีงบประมาณ 2568-2570 เพื่อมอบให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมดำเนินงานโครงการฯ ต่อไป
และ 4. เห็นชอบองค์ประกอบและอำนาจหน้าที่คณะทำงานประสานงานและติดตามผลการดำเนินงานภายใต้แผนปฏิบัติการด้านการพัฒนาพื้นที่สูงอย่างยั่งยืน

‘เลขาธิการ มกอช.’ร่วมพิธีมอบกรรมสิทธิ์และไถ่ชีวิตโค โครงการธนาคารโค-กระบือเพื่อเกษตรกรตามพระราชดำริ

'เลขาธิการ มกอช.'ร่วมพิธีมอบกรรมสิทธิ์และไถ่ชีวิตโค โครงการธนาคารโค-กระบือเพื่อเกษตรกรตามพระราชดำริ

‘เลขาธิการ มกอช.’ร่วมพิธีมอบกรรมสิทธิ์และไถ่ชีวิตโค โครงการธนาคารโค-กระบือเพื่อเกษตรกรตามพระราชดำริ

วันจันทร์ ที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 20.33 น.

วันที่ 30 ธันวาคม 2567 นายสัตวแพทย์ชัยวัฒน์ โยธคล เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) เข้าร่วมพิธีมอบกรรมสิทธิ์และไถ่ชีวิตโค โครงการธนาคารโค-กระบือเพื่อเกษตรกรตามพระราชดำริ เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ ๕ ธันวาคม ๒๕๖๗ โดยมี นายอิทธิ ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ณ บริเวณโซนปศุสัตว์ ในงานมหกรรมการเกษตรและการท่องเที่ยว ถนนสายดอกไม้งาม ริมกว้านพะเยา อำเภอเมืองพะเยา จังหวัดพะเยา

– 006