‘เลขาธิการ ส.ป.ก.’มอบโฉนดเพื่อการเกษตรแก่เกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดิน อ.แม่ใจ จ.พะเยา

'เลขาธิการ ส.ป.ก.'มอบโฉนดเพื่อการเกษตรแก่เกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดิน อ.แม่ใจ จ.พะเยา

‘เลขาธิการ ส.ป.ก.’มอบโฉนดเพื่อการเกษตรแก่เกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดิน อ.แม่ใจ จ.พะเยา

วันจันทร์ ที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 20.30 น.

วันจันทร์ที่ 30 ธันวาคม 2567 เวลา 16.00 น. นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) เป็นประธานการมอบโฉนดเพื่อการเกษตรแก่เกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดิน อ.แม่ใจ จ.พะเยา จำนวน 50 ราย พร้อมด้วย นายวัฒนา มังธิสาร รองเลขาธิการ ส.ป.ก. ปฏิรูปที่ดินจังหวัด ณ บริเวณพิธีบูธ ส.ป.ก. Zone 3 บริเวณการจัดนิทรรศการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมในงาน “มหกรรมการเกษตรและท่องเที่ยวถนนสายดอกไม้งามริมกว๊านพะเยา จังหวัดพะเยา” ณ บริเวณอนุสาวรีย์พ่อขุนงำเมือง ริมกว๊านพะเยา จังหวัดพะเยา

– 006

‘กรมปศุสัตว์’จัดพิธีมอบกรรมสิทธิ์และไถ่ชีวิตโค เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ของ’พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9’

'กรมปศุสัตว์'จัดพิธีมอบกรรมสิทธิ์และไถ่ชีวิตโค เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ของ'พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9'

‘กรมปศุสัตว์’จัดพิธีมอบกรรมสิทธิ์และไถ่ชีวิตโค เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ของ’พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9’

วันจันทร์ ที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 17.50 น.

กรมปศุสัตว์ จัดพิธีมอบกรรมสิทธิ์และไถ่ชีวิตโค เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 วันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ

วันศุกร์ที่ 30 ธันวาคม 2567 เวลา 09.00 น.กรมปศุสัตว์จัดพิธีมอบกรรมสิทธิ์และไถ่ชีวิตโค โครงการธนาคารโค-กระบือ เพื่อเกษตรกร ตามพระราชดำริ เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ 5 ธันวาคม โดยมี นายอิทธิ ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธีฯ นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวรายงาน พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผู้บริหารระดับสูงของกรมปศุสัตว์ ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง และประชาชนทั่วไป ร่วมในพิธีฯ การจัดกิจกรรมในวันนี้มีพิธีไถ่ชีวิตโคเพศเมีย จำนวน 69 ตัว และมอบกรรมสิทธิ์โค-กระบือแก่เกษตรกร จำนวน 94 ราย ณ บริเวณโซนปศุสัตว์ งานมหกรรมการเกษตรและการท่องเที่ยวถนนสายดอกไม้งาม ริมกว๊านพะเยา อำเภอเมืองพะเยา จังหวัดพะเยา

นายอิทธิ ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า โครงการธนาคารโค-กระบือ เพื่อเกษตรกร ตามพระราชดำริ ซึ่งเป็นโครงการที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงมีพระราชดำริให้จัดตั้งขึ้นเพื่อช่วยแก้ไขปัญหาความยากจนของเกษตรกรที่ตรงจุด ไม่เป็นการสร้างภาระหนี้สินให้เกษตรกร สอดคล้องกับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ช่วยแก้ไขปัญหาการละทิ้งถิ่นฐานของเกษตรกร การทำลายทรัพยากรธรรมชาติ และยังช่วยรักษาสภาพผืนแผ่นดินให้ทวีความอุดมสมสมบูรณ์ยิ่งขึ้น ซึ่งกรมปศุสัตว์ได้รับสนองพระราชดำริ ดำเนินการตั้งแต่ปีพ.ศ. 2522 เป็นต้นมา จากการดำเนินงานที่ผ่านมา กรมปศุสัตว์ได้ให้ความช่วยเหลือเกษตรกรไปแล้วกว่า 383,424 ราย มอบกรรมสิทธิ์โค-กระบือให้แก่เกษตรกรไปแล้วกว่า 144,815 ราย

ด้าน นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมปศุสัตว์ได้จัดพิธีมอบกรรมสิทธิ์และไถ่ชีวิตโค ภายใต้โครงการธนาคารโค-กระบือเพื่อเกษตรกร ตามพระราชดำริ เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ 5 ธันวาคม ของทุกปี โดยมีกิจกรรมดำเนินการ 2 กิจกรรม ประกอบด้วย การมอบกรรมสิทธิ์โค-กระบือแก่เกษตรกรที่ปฏิบัติตามเงื่อนไขของโครงการธนาคารโค-กระบือเพื่อเกษตรกร ตามพระราชดำริ จำนวน 94 ราย และการไถ่ชีวิตโคเพศเมีย จำนวน 69 ตัว โดยกรมปศุสัตว์จะนำไปให้ความช่วยเหลือแก่เกษตรกรภายใต้ระเบียบและหลักเกณฑ์ของโครงการธนาคารโค-กระบือ เพื่อเกษตรกร ตามพระราชดำริ ในพื้นที่ 2 อำเภอของจังหวัดพะเยา ได้แก่ อำเภอเมืองพะเยา และอำเภอภูกามยาว

สำหรับในจังหวัดพะเยาได้ให้ความช่วยเหลือเกษตรกรทั้งหมดจำนวน 1,546 ราย ในปีงบประมาณ พ.ศ.2567 ได้มอบกรรมสิทธิ์ โค-กระบือให้แก่เกษตรกรในพื้นที่จังหวัดพะเยา เป็นกรรมสิทธิ์แม่โคและแม่กระบือ จำนวน 859 ตัว คิดเป็นมูลค่า 19,158,700 บาท ถือได้ว่าก่อเกิดประโยชน์เป็นคุณูปการแก่เกษตรกรเป็นอย่างยิ่ง และยังเป็นที่น่ายินดีที่มีการบูรณาการร่วมกัน ในพื้นที่อย่างเป็นระบบ สนับสนุนให้มีการรวมกลุ่มเกษตรกรและให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการบริหารโครงการเพื่อให้เกิดความเข้มแข็ง และยังมีการต่อยอดการใช้ประโยชน์ เช่น การใช้มูลสัตว์เป็นปุ๋ยในไร่นา การอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีในท้องถิ่น และได้น้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการดำเนินงาน ซึ่งเป็นการสนองพระราชดำริด้านการส่งเสริมอาชีพให้เกษตรกรสามารถพึ่งพาตนเองได้

ทั้งนี้ เป็นการยืมเลี้ยงเพื่อการผลิตโดยมีเงื่อนไขว่า เมื่อลูกโคตัวแรกมีอายุครบ 18 เดือน ให้ส่งลูกโคคืนโครงการธนาคารโค-กระบือเพื่อเกษตรกร ตามพระราชดำริ ส่วนลูกโคตัวต่อไปเป็นของเกษตรกรที่ได้รับมอบ และเมื่อสัญญายืมครบ 5 ปี แม่โคและลูกโคตัวที่เกิดถัดไป ให้ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของเกษตรกรผู้ยืม

– 006

‘กรมการข้าว’ร่วมงานมหกรรมการเกษตรและท่องเที่ยวถนนสายดอกไม้งามริมกว๊านพะเยาประจำปี 2567

'กรมการข้าว'ร่วมงานมหกรรมการเกษตรและท่องเที่ยวถนนสายดอกไม้งามริมกว๊านพะเยาประจำปี 2567

‘กรมการข้าว’ร่วมงานมหกรรมการเกษตรและท่องเที่ยวถนนสายดอกไม้งามริมกว๊านพะเยาประจำปี 2567

วันจันทร์ ที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 15.39 น.

กรมการข้าว ร่วมงานมหกรรมการเกษตรและท่องเที่ยวถนนสายดอกไม้งามริมกว๊านพะเยาประจำปี 2567 ระหว่างวันที่ 27 ธ.ค.67 – 5 ม.ค.68

ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานพิธีเปิดงานมหกรรมการเกษตรและท่องเที่ยวถนนสายดอกไม้งามริมกว๊านพะเยา ประจำปี 2567 ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 27 ธันวาคม 2567 – 5 มกราคม 2568 บริเวณถนนชายกว๊าน หน้าศาลหมื่นปี (ลานข่วงวัฒนธรรม) บริเวณสามแยกถนนประสาท และสวนสมเด็จย่า 90 พรรษา โดยมี นายอิทธิ ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายอัครา พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว และผู้บริหารทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าร่วม ณ จังหวัดพะเยา เพื่อเผยแพร่ความรู้ในการส่งเสริมการเกษตรให้ครบห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ พร้อมจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ และสร้างช่องทางการตลาดให้ผู้ประกอบการสินค้าเกษตรตามนโยบายตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้ และขยายผลการจัดมหกรรมดังกล่าวไปสู่จังหวัดภาคเหนืออื่น ๆ เพิ่มมากขึ้น โดยได้มอบนโยบายให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นำผลการจัดงานจากปีก่อน มาปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และพัฒนารูปแบบกิจกรรมให้ดีกว่าเดิม โดยมุ่งเน้นการจัดกิจกรรมพื้นฟูและช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในภาคเหนือให้ได้รับผลประโยชน์อย่างสูงสุด

ทั้งนี้ ในส่วนการจัดนิทรรศการของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ดำเนินการตามนโยบายตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้ ของรัฐบาล และเกี่ยวข้องกับการรับมือ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศตามที่ทั่วโลกกำลังให้ความสนใจ ควบคู่ไปกับความปลอดภัยทางอาหารเพื่อส่งเสริมกิจกรรม นิทรรศการ และการจำหน่ายสินค้าในพื้นที่ไปพร้อมกัน

ในส่วนของกรมการข้าว ได้มีการจัดบูธนิทรรศการและกิจกรรมต่างๆมากมาย โดยภายในงานได้มีการบูธ นิทรรศการกลุ่มนาแปลงใหญ่ กลุ่มศูนย์ข้าวชุมชน ข้าวอินทรีย์ ข้าวGI และธัญพืชเมืองหนาว อีกทั้งมีการจัดกิจกรรมสาธิตและฝึกอาชีพ การออกร้านค้าจำหน่ายข้าวและประดิษฐ์ใหม่ ตลอดจน กิจกรรมวาดรูปเฟรมผ้าใบริมกว๊านพะเยา กิจกรรมหนาวนี้ ฮักกั๋น ตี้กว๊านพะเยา รวมไปถึงกิจกรรมประกวดสุนทรพจน์ในหัวข้อ ” ห้องหอมมะลิบ้านฉันอร่อยที่สุดในโลก”และประกวดร้องเพลงลูกทุ่ง บทเพลงที่เกี่ยวข้องกับข้างหรือชาวนาไทยอีกด้วย

– 006

‘นฤมล’ปลื้มยอดออมเงินฯพุ่ง 21 ล้าน

‘นฤมล’ปลื้มยอดออมเงินฯพุ่ง 21 ล้าน

‘นฤมล’ปลื้มยอดออมเงินฯพุ่ง 21 ล้าน

วันจันทร์ ที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานพิธีปิดโครงการเสริมสร้างวินัยทางการเงินภาคครัวเรือนขับเคลื่อนชุมชนเข้มแข็งเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 (กิจกรรมเปิดกระปุกออมสิน) โดยมีผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ที่กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ และผ่านระบบออนไลน์

ทั้งนี้ กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ได้จัดทำโครงการดังกล่าว เพื่อส่งเสริมการเพิ่มความรู้ทางการเงินการบัญชี และส่งเสริมการออมในรูปแบบใหม่ๆ ผ่านกิจกรรมส่งเสริมการออมและฝึกอาชีพเสริมรายได้ ประกอบด้วย กิจกรรมสอนแนะการจัดทำบัญชีรับ-จ่ายในครัวเรือน สอนแนะการจัดทำบัญชี ผ่านสมุดบัญชีและ Smart Phone และกิจกรรมฝึกอาชีพเสริมรายได้สร้างเงินออม ตามแนวคิด “บวร” (บ้าน-ชุมชน/วัด-ศาสนาสถาน/โรงเรียน-ส่วนราชการ) มุ่งสร้างวินัยทางการเงินภาคครัวเรือน ส่งเสริมการออม มีการจัดทำกระปุกออมสิน 10,000 กระปุก แจกให้
ผู้เข้าร่วมโครงการ ซึ่งพบว่ามีประชาชนในชุมชนและบุคลากรกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ เข้าร่วมกิจกรรม รวม 10,473 ราย 89 ชุมชน ใน 77 จังหวัด และส่งผลให้เกิดเงินออมในครัวเรือนทั่วประเทศ รวม 21,380,751 บาท

รมว.เกษตรฯ กล่าวว่า นอกจากจะมุ่งเน้นยกระดับรายได้เกษตรกรแล้ว ยังมุ่งส่งเสริมองค์ความรู้ในเรื่องการลดต้นทุน ควบคู่กับการวางแผนและบริหารจัดการด้านการเงินที่เหมาะสม เพื่อสร้างวินัยในการออม และแก้ปัญหาหนี้สินครัวเรือนจากต้นทาง ซึ่งได้มอบหมายกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ สานต่อโครงการอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งเสริมการนำระบบบัญชีไปวางรากฐานในการสร้างความเข้มแข็งให้แก่เกษตรกรและสถาบันเกษตรกร อีกทั้งเสริมองค์ความรู้ให้ภาคประชาชนสามารถนำบัญชีไปใช้วางรากฐานของชีวิต

หม่อนไหม 15 ปี ยกระดับ มุ่งสู่ SoftPower ภูมิปัญญายั่งยืน

หม่อนไหม 15 ปี ยกระดับ  มุ่งสู่ SoftPower ภูมิปัญญายั่งยืน

หม่อนไหม 15 ปี ยกระดับ มุ่งสู่ SoftPower ภูมิปัญญายั่งยืน

วันจันทร์ ที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังเป็นประธานพิธีเปิดงานวันคล้ายวันสถาปนากรมหม่อนไหม เนื่องในโอกาสครบรอบ 15 ปี ภายใต้แนวคิด “Eco Silk : ไหมรักษ์โลก” โดยมี นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรฯ นายนวนิตย์ พลเคน อธิบดีกรมหม่อนไหม และผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ว่า กรมหม่อนไหม มีการดำเนินงานที่สำคัญเพื่อทำให้เกษตรกรผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมมีอาชีพและรายได้ที่มั่นคง พึ่งพาตนเองได้อย่างเข้มแข็งและยั่งยืน ได้เพิ่มพูนประสิทธิภาพการผลิตและยกระดับมาตรฐานสินค้า อีกทั้งส่งเสริมความสามารถในการแข่งขันด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม และมุ่งเน้นการอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านหม่อนไหม ให้คงอยู่เป็นมรดกของชาติ ตลอดจนสนับสนุนให้เป็น Soft Power ของไทย เพื่อช่วยสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรและผู้ประกอบการด้านหม่อนไหม

ขณะเดียวกัน ได้มีการใช้เทคโนโลยีพัฒนาสายพันธุ์ไหม เพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการของตลาด เช่น “ไหมพันธุ์ศรีสะเกษ 72” หรือ “ทับทิมวนา” ซึ่งมีรังไหมสีเหลืองเข้ม มีความแข็งแรง เลี้ยงง่ายให้ผลผลิตสูง นอกจากนี้ยังนำไปใช้ในแวดวงการแพทย์ เช่น แผ่นปิดแผลสำหรับผู้ป่วยเบาหวานและสำหรับใช้ฟื้นฟูเนื้อเยื่อเต้านมที่เกิดจากการผ่าตัดมะเร็งเต้านม รวมทั้งการต่อยอดการพัฒนาสินค้าประเภท Functional Food เช่น ผงโปรตีนจากดักแด้และหนอนไหม เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพจากใบหม่อน และใบหม่อนสำหรับเป็นอาหารเสริมในสัตว์ ควบคู่ไปกับการเพิ่มจำนวนเกษตรกรหม่อนไหมรายใหม่และฟื้นฟูเกษตรกรรายเดิม โดยมีผู้ขึ้นทะเบียนเกษตรกรหม่อนไหม 24,505 ราย มากกว่าเป้าหมาย 37% ซึ่งกรมหม่อนไหมได้สนับสนุนพันธุ์หม่อนให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหม 2.6 ล้านต้น และผลิตไข่ไหมพันธุ์ดี 101,392 แผ่นแจกจ่ายให้กับเกษตรกร 13,730 ราย

ทั้งนี้ ภายในงานได้ร่วมกับภาคเอกชนในการทำเกษตรพันธสัญญา (contract farming) เพื่อช่วยรับประกันราคาผลผลิตและสร้างตลาดที่มีความมั่นคงให้เกษตรกร การส่งเสริมศักยภาพด้านการตลาดสินค้าเกษตรอัตลักษณ์พื้นถิ่นผ่านการจัดกิจกรรมต่างๆ ทั่วประเทศ และงาน “ตรานกยูงพระราชทาน สืบสานตำนานไหมไทย” ครั้งที่ 19 ซึ่งสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรและผู้ประกอบการ กว่า 44 ล้านบาท โดยมีผลสัมฤทธิ์จากการขับเคลื่อนภารกิจของกรมหม่อนไหม ตามนโยบายของกระทรวงเกษตรฯ ในปี 2567 สามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรและผู้ประกอบการหม่อนไหม รวมทั้งสิ้นกว่า 1,296 ล้านบาท จึงทำให้กรมหม่อนไหม ได้รับรางวัลเลิศรัฐ รางวัลบริหารราชการแบบมีส่วนร่วม รางวัลระดับดีรางวัลสัมฤทธิ์ผลประชาชนมีส่วนร่วมประจำปี 2567 เรื่อง “tonmonsilk : buriram model สืบสานไหมไทย ไว้ให้คงอยู่คู่แผ่นดิน” นับเป็นความภาคภูมิใจของกรมหม่อนไหม โดยรางวัลดังกล่าวเป็นแรงผลักดันให้กรมหม่อนไหม เดินหน้าทำงานเคียงข้างเกษตรกร พัฒนางานด้านหม่อนไหม พัฒนาบุคลากรให้มีศักยภาพ และขับเคลื่อนการพัฒนาหม่อนไหมไทยไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน ต่อไป

โฆษกฯสอบปมสัญญาเช่าฯ ชี้ฝ่ายการเมืองไม่ก้าวก่าย

โฆษกฯสอบปมสัญญาเช่าฯ  ชี้ฝ่ายการเมืองไม่ก้าวก่าย

โฆษกฯสอบปมสัญญาเช่าฯ ชี้ฝ่ายการเมืองไม่ก้าวก่าย

วันจันทร์ ที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายเอกภาพ พลซื่อ โฆษกกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (ฝ่ายการเมือง) กล่าวถึงกรณีการออกสัญญาเช่าที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตรของไร่ภูนับดาว อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี ว่า ตามที่นายธนดล สุวัณณะฤทธิ์ คณะที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานคณะทำงานการตรวจสอบและพิจารณาความผิดเกี่ยวกับผู้ได้รับการจัดที่ดินและผู้ถือครองที่ดินโดยมิชอบในเขตปฏิรูปที่ดิน ได้ให้สัมภาษณ์ถึงนายวิชิต ปลั่งศรีสกุล อดีตประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์กระทรวงเกษตรฯ ของอดีตรมว.เกษตรฯ (ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า) ให้เจ้าหน้าที่ของสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) จ.สระบุรี ออกสัญญาให้เช่าที่ดิน เพื่อให้สามารถเข้าทำประโยชน์บนที่ดิน ส.ป.ก.ได้นั้น

“ผมในฐานะโฆษกกระทรวงเกษตรฯ ขอยืนยันว่า ตั้งแต่ ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ ดำรงตำแหน่ง รมว.เกษตรฯ นายวิชิต ปลั่งศรีสกุล ไม่ได้ดำรงตำแหน่งใดๆ ในกระทรวงเกษตรฯ และในสมัยของ ร.อ.ธรรมนัส ก็ไม่ได้มีนโยบายให้ฝ่ายการเมือง เข้าไปก้าวก่ายการทำงานของฝ่ายข้าราชการประจำ ในเรื่องนี้จะต้องมีการตรวจสอบ ว่าเป็นการกระทำที่ถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่” นายเอกภาพ กล่าว

รมว.เกษตรฯร่วม การประชุมคู่ขนาน พัฒนาสุขภาพดิน สร้างอนาคตยั่งยืน

รมว.เกษตรฯร่วม  การประชุมคู่ขนาน  พัฒนาสุขภาพดิน  สร้างอนาคตยั่งยืน

รมว.เกษตรฯร่วม การประชุมคู่ขนาน พัฒนาสุขภาพดิน สร้างอนาคตยั่งยืน

วันจันทร์ ที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังเข้าร่วมพิธีเปิดการประชุมคู่ขนาน United Nations decade on Soil Health ซึ่งจัดขึ้นในงาน International Soil and Water Forum ที่โรงแรมอนันตรา สยาม ว่าการประชุมดังกล่าวเน้นย้ำความสำคัญของการจัดตั้งทศวรรษแห่งสุขภาพดินภายใต้องค์การสหประชาชาติ (United Nations decade on Soil Health) เพื่อสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับสุขภาพดินต่อความมั่นคงทางด้านอาหารและโภชนาการ การอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ การบรรลุเป้าหมายความยั่งยืน และพัฒนาสุขภาพดินให้เป็นแนวทางการพัฒนาสู่ความยั่งยืน

“ได้เรียกร้องประเทศสมาชิกร่วมปรับปรุงสุขภาพดินเพื่อความมั่นคงทางอาหารและการพัฒนาอย่างยั่งยืน ซึ่งการประชุมคู่ขนาน United Nations decade on Soil Health เป็นเวทีสำหรับผู้บริหารระดับประเทศ นักวิชาการ และเกษตรกรได้นำเสนอแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นในการกำหนดทิศทางระบบการจัดการสุขภาพดินเพื่อสร้างอนาคตที่ดีและดำเนินงานเพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน” รมว.เกษตร กล่าว

ศ.ดร.นฤมลกล่าวต่อว่า กลุ่มผู้แทนเกษตรกรจากประเทศต่างๆ ได้แลกเปลี่ยนแนวทางที่เป็นเลิศในการจัดการดินและนำเสนอความคิดและความคาดหวังให้แก่ผู้นำประเทศ รับทราบถึงมุมมองในการปรับปรุงสุขภาพดิน การประชุมคู่ขนานครั้งนี้เปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนได้หารือในการขับเคลื่อนความร่วมมือในการจัดการดินเพื่อการเกษตรกรรม เพื่อนำไปสู่อนาคตที่มั่นคง ยั่งยืน และปราศจากความหิวโหย

‘อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน’ร่วมพิธีเปิดงานกิจกรรมการมอบโฉนดที่ดินเพื่อการเกษตร ส่งความสุขปีใหม่มอบให้เกษตรกรฯ

'อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน'ร่วมพิธีเปิดงานกิจกรรมการมอบโฉนดที่ดินเพื่อการเกษตร ส่งความสุขปีใหม่มอบให้เกษตรกรฯ

‘อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน’ร่วมพิธีเปิดงานกิจกรรมการมอบโฉนดที่ดินเพื่อการเกษตร ส่งความสุขปีใหม่มอบให้เกษตรกรฯ

วันอาทิตย์ ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 20.52 น.

อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน ร่วมพิธีเปิดงานกิจกรรมการมอบโฉนดที่ดินเพื่อการเกษตร ส่งความสุขปีใหม่มอบให้เกษตรกรฯ ในงานมหกรรมการเกษตรและท่องเที่ยวถนนสายดอกไม้งามริมกว๊านพะเยา

วันอาทิตย์ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ.2567 เวลา 10.00 น. ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน ร่วมพิธีเปิดงานกิจกรรมการมอบโฉนดที่ดินเพื่อการเกษตร ส่งความสุขปีใหม่มอบให้เกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดิน ประจำปี พ.ศ. 2568 และมอบปัจจัยการผลิตให้แก่เกษตรกร ณ เวทีกลาง Zone 6 ภายในงานมหกรรมการเกษตรและท่องเที่ยวถนนสายดอกไม้งามริมกว๊านพะเยา จังหวัดพะเยา โดยมี นายอัครา พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธาน ซึ่งกิจกรรมภายในงานรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และผู้บริหารหน่วยงานในสังกัดได้มอบป้ายโครงการบริหารจัดการน้ำทั้งบนดินและใต้ดินในพื้นที่ภัยแล้งเพื่อเพิ่มศักยภาพการผลิตของเกษตรกร ของกรมพัฒนาที่ดิน ให้เกษตรกร จำนวน 5 ราย มอบป้ายรับรองร้านอาหาร Q Restaurant Premium ของสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ ให้แก่ร้านเฮียอู๊ด ข้าวต้มโต้รุ่ง มอบพันธุ์ปลาจากกรมประมงให้เกษตรกร จำนวน 5 ราย มอบกล้าพันธุ์ทุเรียนจันทบุรี ของกรมวิชาการเกษตร จำนวน 5 ราย มอบออมสินโครงการส่งความสุข ส่งเสริมการออม ของกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ จำนวน 100 ใบ และมอบโฉนดที่ดินเพื่อการเกษตร จากสำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม จำนวน 100 ราย

ทั้งนี้ ขอเชิญประชาชนและผู้สนใจเที่ยวงานมหกรรมการเกษตรและท่องเที่ยวถนนสายดอกไม้งามริมกว๊านพะเยา ตั้งแต่ วันนี้ – 5 มกราคม 2568 นี้ @กว๊านพะเยา

– 006

‘รมช.อัครา’จัดใหญ่! นำเทคโนโลยีลดต้นทุนการผลิตข้าวสู่ชาวพะเยา

'รมช.อัครา'จัดใหญ่! นำเทคโนโลยีลดต้นทุนการผลิตข้าวสู่ชาวพะเยา

‘รมช.อัครา’จัดใหญ่! นำเทคโนโลยีลดต้นทุนการผลิตข้าวสู่ชาวพะเยา

วันอาทิตย์ ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 20.02 น.

“รมช.อัครา”จัดใหญ่! นำเทคโนโลยีลดต้นทุนการผลิตข้าวสู่ชาวพะเยา พร้อมปรับแปลงข้าวศูนย์ข้าวชุมชนตำบลสันป่าม่วงกว่า 78 ไร่ ปลูกข้าวสรรพสี ออกแบบด้วยลายไดโนเสาร์และนกยูงคอเขียวไทย เร่งยกระดับรายได้เกษตรกร

เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2567 นายอัครา พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดงานการถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อลดต้นทุนการผลิต ภายใต้โครงการเสริมสร้างศักยภาพการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวของศูนย์ข้าวชุมชน โดยมี นางสาวภัทราภรณ์ โสเจยยะ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว ผู้บริหารหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เจ้าหน้าที่ส่วนจังหวัด และเกษตรกร เข้าร่วม ณ บริเวณศูนย์ข้าวชุมชน ตำบลสันป่าม่วง อำเภอสันป่าตอง จังหวัดพะเยา ว่า การถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อลดต้นทุนการผลิตข้าวในวันนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรและศูนย์ข้าวชุมชนได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีลดต้นทุนการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพ จนสามารถยกระดับการบริหารจัดการข้าวให้เพิ่มผลผลิตคุณภาพดี ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมการข้าว ร่วมกับ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ดำเนินการปลูกข้าวสรรพสีบนพื้นที่ตำบลสันป่าม่วง จำนวน 78 ไร่ ผ่านการใช้เทคโนโลยีเป็นเกษตรประณีตช่วยให้ประหยัดเมล็ดพันธุ์ข้าว และเป็นวงจรเกษตรอินทรีย์ ซึ่งผลผลิตจะเป็นสินค้าเกษตรมูลค่าสูง สามารถนำเมล็ดข้าวจำหน่ายได้ราคาถึง 50 บาทต่อ กก. และสามารถนำใบข้าวสรรพสีไปสกัดสารโปรตีน สารต้านอนุมูลอิสระ และแร่ธาตุอื่นๆ นำไปผลิตอาหารแห่งอนาคต (Future Food) ซึ่งสามารถสร้างความมั่นคงทางอาหาร และยกระดับรายได้เกษตรกรได้อย่างยั่งยืน

รมช.อัครา กล่าวต่อไปว่า แปลงข้าวสรรพสีจะออกแบบเป็นรูปไดโนเสาร์และนกยูงคอเขียวไทย ซึ่งเป็นสัตว์ประจำจังหวัดพะเยา โดยการปลูกข้าวด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมนี้ นอกจากจะช่วยให้เกษตรกรมีรายได้และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นแล้ว ยังช่วยให้เกิดการท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่ช่วยให้ประชาชนในพื้นที่มีอาชีพเพิ่มอีกด้วย ทั้งนี้ คาดว่านาข้าวสรรพสีจะพร้อมให้ชมความสวยงามในช่วงกลางเดือนมกราคม 2568 เป็นต้นไป

นอกจากนี้ รมช.อัครา ขอเชิญชวนพี่น้องเกษตรกรและนักท่องเที่ยวเข้าเยี่ยมชมงานมหกรรมการเกษตรและท่องเที่ยวถนนสายดอกไม้งาม ริมกว๊านพะเยา ประจำปี 2568 ซึ่งมีกิจกรรมนิทรรศการจากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ การจำหน่ายสินค้าเกษตร สินค้าพื้นเมือง และการแสดงดนตรี จัดขึ้นระหว่างวันที่ 27 ธันวาคม 2567 – 5 มกราคม 2568 ณ กว๊านพะเยา จังหวัดพะเยา อีกด้วย

– 006

‘นฤมล’นำทีม’ก.เกษตรฯ’ เปิดงานถนนสายดอกไม้งามริมกว๊านพะเยา

'นฤมล'นำทีม'ก.เกษตรฯ' เปิดงานถนนสายดอกไม้งามริมกว๊านพะเยา

‘นฤมล’นำทีม’ก.เกษตรฯ’ เปิดงานถนนสายดอกไม้งามริมกว๊านพะเยา

วันอาทิตย์ ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 20.01 น.

“นฤมล”นำทีม”ก.เกษตรฯ” เปิดงานถนนสายดอกไม้งามริมกว๊านพะเยา ระหว่างวันที่ 27 ธ.ค.67 – 5 ม.ค.68 พร้อมชวน ปชช.มาร่วมเคานต์ดาวน์ข้ามปีไปด้วยกัน

เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2567 นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานพิธีเปิดงานมหกรรมการเกษตรและท่องเที่ยวถนนสายดอกไม้งามริมกว๊านพะเยา ประจำปี 2567 ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 27 ธันวาคม 2567 – 5 มกราคม 2568 บริเวณถนนชายกว๊าน หน้าศาลหมื่นปี (ลานข่วงวัฒนธรรม) บริเวณสามแยกถนนประสาท และสวนสมเด็จย่า 90 พรรษา โดยมี นายอิทธิ ศิริลัทธยากร รมช.เกษตรและสหกรณ์ นายอัครา พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และผู้บริหารทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าร่วม ณ จังหวัดพะเยา เพื่อเผยแพร่ความรู้ในการส่งเสริมการเกษตรให้ครบห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ พร้อมจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ และสร้างช่องทางการตลาดให้ผู้ประกอบการสินค้าเกษตรตามนโยบายตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้ และขยายผลการจัดมหกรรมดังกล่าวไปสู่จังหวัดภาคเหนืออื่นๆ เพิ่มมากขึ้น

นางนฤมล กล่าวว่า ได้มอบนโยบายให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นำผลการจัดงานจากปีก่อน มาปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และพัฒนารูปแบบกิจกรรมให้ดีกว่าเดิม โดยมุ่งเน้นการจัดกิจกรรมพื้นฟูและช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในภาคเหนือให้ได้รับผลประโยชน์อย่างสูงสุด

ในส่วนการจัดนิทรรศการของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ดำเนินการตามนโยบายตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้ ของรัฐบาล และเกี่ยวข้องกับการรับมือ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศตามที่ทั่วโลกกำลังให้ความสนใจ ควบคู่ไปกับความปลอดภัยทางอาหาร เพื่อส่งเสริมกิจกรรม นิทรรศการ และการจำหน่ายสินค้าในพื้นที่ไปพร้อมกัน

ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรฯ ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนมาชมความสวยงามของถนนสายดอกไม้ริมกว๊านพะเยา ในช่วงวันหยุดยาวเทศกาลปีใหม่ และร่วมเคานต์ดาวน์ข้ามปีไปพร้อมกัน

– 006