‘เลขาธิการ ส.ป.ก.’ร่วมประชุมการนำเสนอข้อมูลและขอความอนุเคราะห์ร่วมจัดงาน FTI EXPO 2025

'เลขาธิการ ส.ป.ก.'ร่วมประชุมการนำเสนอข้อมูลและขอความอนุเคราะห์ร่วมจัดงาน FTI EXPO 2025

‘เลขาธิการ ส.ป.ก.’ร่วมประชุมการนำเสนอข้อมูลและขอความอนุเคราะห์ร่วมจัดงาน FTI EXPO 2025

วันพฤหัสบดี ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 21.25 น.

ส.ป.ก.ร่วมประชุมการนำเสนอข้อมูลและขอความอนุเคราะห์ร่วมจัดงาน FTI EXPO 2025 โดยสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.)

26 ธันวาคม 2567 เวลา 13.30 น.นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ เลขาธิการ ส.ป.ก.พร้อมด้วย ผู้แทนจาก สำนักวิชาการและแผนงาน สำนักพัฒนาและถ่ายทอดเทคโนโลยี ร่วมประชุมการนำเสนอข้อมูลและขอความอนุเคราะห์ร่วมจัดงาน FTI EXPO 2025 จากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) โดยมี ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธาน พร้อมด้วย ผู้บริหารระดับสูงสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมประชุมกับ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ในการขอขอความอนุเคราะห์ร่วมจัดงาน FTI EXPO 2025 ซึ่งเป็นงานที่จัดขึ้นเพื่อแสดงศักยภาพของประเทศและความพร้อมของภาคการผลิตไทย ในการเป็นฐานการผลิตอุตสาหกรรมระดับโลก เพื่อส่งเสริมและพัฒนาอุตสาหกรรมไทยผ่านนโยบาย “One FTI” ณ ห้องประชุม 134-135 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ถนนราชดำเนินนอก กรุงเทพฯ

สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กำหนดจัดงาน FTI EXPO 2025 ภายใต้แนวคิด “EMPOWERING THAI INDUSTRY, ELEVATING THAILAND’S FUTURE เสริมพลังอุตสาหกรรมไทย เพื่ออนาคตไทยที่ยั่งยืน” ระหว่างวันที่ 12-15 กุมภาพันธ์ 2568 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เพื่อแสดงฉากทัศน์ใหม่ของอุตสาหกรรมไทยสู่อนาคต ผ่านแนวคิด 4GO ซึ่งประกอบด้วย GO Digital & AI, GO Innovation, GO Global และ GO Green ตลอดจนเป็นเวทีแสดงศักยภาพสินค้าไทย ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่ช่วยธุรกิจสู่ความยั่งยืน

ในส่วนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีภารกิจที่เชื่อมโยงกันได้กับ แนวคิด GO Green และหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จำนวน 13 หน่วยงาน ได้เข้าร่วมจัดบูธนิทรรศการภายใต้แนวคิด นวัตกรรมไทย สู่อุตสาหกรรมยุคใหม่ (Agri-Innovation to New Industry for Next Normal) ภายในงาน FTI EXPO 2022 เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน – 3 กรกฎาคม 2565 ณ จังหวัดเชียงใหม่ที่ผ่านมา ในการนี้การประชุมครั้งนี้เพื่อพิจารณาดำเนินการสนับสนุนการออกบูธภายในงาน FTI EXPO 2025 ดังกล่าว เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลในภาพรวมของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ต่อไป

– 006

‘เลขาธิการ มกอช.’ร่วมประชุมหารือ เตรียมจัดงาน FTI Expo 2025 เสริมพลังอุตสาหกรรมไทย

'เลขาธิการ มกอช.'ร่วมประชุมหารือ เตรียมจัดงาน FTI Expo 2025 เสริมพลังอุตสาหกรรมไทย

‘เลขาธิการ มกอช.’ร่วมประชุมหารือ เตรียมจัดงาน FTI Expo 2025 เสริมพลังอุตสาหกรรมไทย

วันพฤหัสบดี ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 21.20 น.

“รมว.นฤมล”นำกระทรวงเกษตรฯ หารือสภาอุตสาหกรรมฯ เตรียมจัดงาน FTI Expo 2025 เสริมพลังอุตสาหกรรมไทย 12 – 15 ก.พ.68 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

วันพฤหัสบดีที่ 26 ธันวาคม พ.ศ.2567 เวลา 13.00 น. นายสัตวแพทย์ชัยวัฒน์ โยธคล เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติเข้าร่วมการหารือแนวทางการจัดงาน FTI Expo 2025 ภายใต้แนวคิด “Empowering Thai Industry, Elevating Thailand’s Future เสริมพลังอุตสาหกรรมไทย เพื่ออนาคตไทยที่ยั่งยืน” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 12 – 15 กุมภาพันธ์ 2568 ณ Hall 5 – 8 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยมี ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการหารือ ซึ่งมีนายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ผู้บริหารหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุมกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

– 006

‘อธิบดีกรมปศุสัตว์’เข้าร่วมหารือ’สภาอุตสาหกรรมฯ’ เข้าพบ’รมว.เกษตรฯ’นำเสนอข้อมูลจัดงาน FTI EXPO 2025

'อธิบดีกรมปศุสัตว์'เข้าร่วมหารือ'สภาอุตสาหกรรมฯ' เข้าพบ'รมว.เกษตรฯ'นำเสนอข้อมูลจัดงาน FTI EXPO 2025

‘อธิบดีกรมปศุสัตว์’เข้าร่วมหารือ’สภาอุตสาหกรรมฯ’ เข้าพบ’รมว.เกษตรฯ’นำเสนอข้อมูลจัดงาน FTI EXPO 2025

วันพฤหัสบดี ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 21.15 น.

อธิบดีกรมปศุสัตว์เข้าร่วมการหารือฯ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เข้าพบ รมว.เกษตรฯ เพื่อนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับการจัดงาน FTI EXPO 2025

วันพฤหัสบดีที่ 26 ธันวาคม 2567 เวลา 13.00 น. นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ เข้าร่วมการหารือฯ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เข้าพบ ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ณ ห้องประชุม 134-135 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ราชดำเนินนอก กรุงเทพฯ โดยมีผู้บริหารหน่วยงานในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมฯ ทั้งนี้ การจัดงาน FTI EXPO 2025 โดยงานกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12 – 15 กุมภาพันธ์ 2568 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ภายใต้แนวคิด “Empowering Thai Industry Elevation Thailand’s Future เสริมพลังอุตสาหกรรมไทย เพื่ออนาคตที่ยั่งยืน” ในประเด็น “GO Green” สามารถเชื่อมโยงกับภารกิจของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ ซึ่งการจัดงานในครั้งนี้ จะเป็นงานที่แสดงศักยภาพสินค้าไทย ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่ช่วยธุรกิจสู่ความยั่งยืน

– 006

‘อธิบดีทวีศักดิ์’ร่วมประชุมหารือแนวทางการจัดงาน FTI Expo 2025 เสริมพลังอุตสาหกรรมไทย

'อธิบดีทวีศักดิ์'ร่วมประชุมหารือแนวทางการจัดงาน FTI Expo 2025 เสริมพลังอุตสาหกรรมไทย

‘อธิบดีทวีศักดิ์’ร่วมประชุมหารือแนวทางการจัดงาน FTI Expo 2025 เสริมพลังอุตสาหกรรมไทย

วันพฤหัสบดี ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 21.10 น.

วันพฤหัสบดีที่ 26 ธันวาคม พ.ศ.2567 เวลา 13.00 น. ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน  ร่วมประชุมหารือแนวทางการจัดงาน FTI Expo 2025 ภายใต้แนวคิด “Empowering Thai Industry, Elevating Thailand’s Future เสริมพลังอุตสาหกรรมไทย เพื่ออนาคตไทยที่ยั่งยืน” กำหนดจัดงานระหว่างวันที่ 12 – 15 กุมภาพันธ์ 2568 ณ Hall 5 – 8 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยมี ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธาน นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ผู้บริหารหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุมกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

โดยสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยได้นำเสนอแนวทางการดำเนินงานและนโยบายที่สำคัญ เพื่อสามารถนำมาบูรณาการให้สอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อาทิ การทำการเกษตรยั่งยืน เกษตรมูลค่าสูง และ BCG Model เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันให้แก่เกษตรกรไทยในอนาคต ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เข้าร่วมการจัดนิทรรศการในส่วนของเวที “Go Green” ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมบริการด้านการเกษตร การทำการเกษตรสมัยใหม่ เทคโนโลยีนวัตกรรม งานวิจัย และองค์ความรู้ต่างๆ ให้เกษตรกรและประชาชนที่สนใจได้เข้าร่วมกิจกรรม และสามารถนำความรู้ด้านการเกษตรไปพัฒนาเพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีปริมาณและคุณภาพคุ้มค่าต่อการลงทุนภายใต้การผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

– 006

‘นฤมล’มอบนโยบายกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ มุ่งสร้างความเข้มแข็งภาคสหกรณ์

https://www.naewna.com/local/849862

'นฤมล'มอบนโยบายกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ มุ่งสร้างความเข้มแข็งภาคสหกรณ์

‘นฤมล’มอบนโยบายกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ มุ่งสร้างความเข้มแข็งภาคสหกรณ์

วันพฤหัสบดี ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 13.53 น.

‘นฤมล’มอบนโยบายกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ มุ่งสร้างความเข้มแข็งภาคสหกรณ์ ย้ำประสิทธิภาพต้องได้มาตรฐานสากล ครอบคลุมความเสี่ยงทุกมิติของภาคการเกษตร 

เมื่อวันที่ 26 ธ.ค.2567 นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ กล่าวภายหลังการตรวจเยี่ยม และมอบนโยบายการขับเคลื่อนภารกิจของกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ว่า กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ เป็นหน่วยงานอีกหนึ่งที่ที่มีบทบาทในการสร้างความเข้มแข็งทางการเงินการบัญชีภาคการเกษตร โดยการพัฒนาองค์ความรู้และพัฒนาศักยภาพการบริหารจัดการทางการเงินให้แก่สหกรณ์และสมาชิก ซึ่งกระทรวงเกษตรฯ โดยกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ เตรียมดำเนินการพัฒนาระบบเทคโนโลยีเพื่อขยายขอบเขตการตรวจสอบ และการกำกับดูแลด้านความเสี่ยงของสหกรณ์ และสมาชิกให้มีประสิทธิภาพและเป็นไปตามมาตรฐานสากล ครอบคลุมความเสี่ยงในทุกมิติภาคการเกษตร เช่น วิธีการดำเนินการ การลดต้นการผลิต การใช้เครื่องจักรเครื่องมือหรือเทคโนโลยี เพื่อยกระดับเกษตรกรไทยให้มีความเข้มแข็งทางด้านการเงินการบัญชี ตลอดจนการลดความเสี่ยง เพิ่มความมั่นคงให้สมาชิกสหกรณ์อีกด้วย
         
โดย นางนฤมล ได้มอบนโยบายเพื่อขับเคลื่อนภารกิจของกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ 4 นโยบายหลัก ดังนี้ 
 
1. มุ่งขับเคลื่อนนวัตกรรม สร้างความเข้มแข็งแก่สถาบันเกษตรกร โดยการผลักดันการใช้เทคโนโลยีด้านการบัญชีสหกรณ์ เพื่อพัฒนาความสามารถการใช้ข้อมูลสำหรับการวางแผนอย่างมีประสิทธิภาพ และพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อสร้างการมีส่วนร่วมในการตรวจสอบ อีกทั้งยกระดับการกำกับสหกรณ์ด้วยระบบ Core Banking ในกลุ่มสหกรณ์ออมทรัพย์ขนาดใหญ่ที่มีความพร้อม และพัฒนาระบบวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อการบริหาร อาทิ ศูนย์ข้อมูลด้านการเงิน และระบบเตือนภัยทางการเงิน แบบ Real Time 
 
2. รักษามาตรฐานวิชาชีพ โดยการสร้างมาตรฐานด้านบัญชีสหกรณ์ อาทิ การทบทวนและปรับปรุงกฎระเบียบต่าง ๆ ให้สอดคล้องตามมาตรฐานสากล อีกทั้งพัฒนาเกณฑ์มาตรฐานโปรแกรมระบบบัญชี และรักษาคุณภาพการสอบบัญชี โดยการต่อยอดและพัฒนาระบบเทคโนโลยีเพื่อการตรวจสอบบัญชีอย่างเป็นระบบและได้มาตรฐาน
 
3. แก้ไขปัญหาการทุรจิตอย่างเป็นรูปธรรม โดยบูรณาการร่วมกับหน่อยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลสหกรณ์ สำหรับการพัฒนาระบบเฝ้าระวังและเตือนภัยแบบ Real Time พร้อมทั้งร่วมตรวจสอบและประเมินระบบการควบคุมภายในด้านการเงินการบัญชี
 
และ 4. ส่งเสริมเกษตรกรเข้มแข็งด้วยบัญชี โดยการพัฒนา Application เพื่อการบันทึกข้อมูล ควบคู่กับการส่งเสริมองค์ความรู้เกษตรกรนด้านการจัดทำบัญชีรายรับ – รายจ่าย ต่อยอดสู่การเสริมสร้างวินัยทางการเงินอย่างมั่นคง ต่อไป

‘อัครา’ร่วมงานสัตว์น้ำไทย แลกเปลี่ยนองค์ความรู้-กลยุทธ์

https://www.naewna.com/local/849770

‘อัครา’ร่วมงานสัตว์น้ำไทย  แลกเปลี่ยนองค์ความรู้-กลยุทธ์

‘อัครา’ร่วมงานสัตว์น้ำไทย แลกเปลี่ยนองค์ความรู้-กลยุทธ์

วันพฤหัสบดี ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายอัครา พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังร่วมงาน “สัตว์น้ำไทย 2024” (Thai Aqua Expo 2024) ภายใต้แนวคิด “ปรับกลยุทธ์สัตว์น้ำไทย สร้างกำไรทุกภาคส่วน” ที่โรงแรมซันไรส์ ลากูน โฮเทลแอนด์กอล์ฟ จ.ฉะเชิงเทรา ว่ากรมประมง มีนโยบายสนับสนุนให้มีการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอย่างยั่งยืน ส่งเสริมการพัฒนาอาชีพของเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ และพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบการเพื่อเพิ่มโอกาสพร้อมขยายตลาดได้ทั้งภายในและต่างประเทศ สนับสนุนเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์น้ำในหลายด้านทั้งการลดต้นทุนการผลิต โดยส่งเสริมการใช้พลังงานทางเลือกทดแทนพลังงานไฟฟ้า อีกทั้งส่งเสริมการใช้จุลินทรีย์ทดแทนการใช้ยาและสารเคมีในการเลี้ยงกุ้ง เพื่อลดความเสี่ยงความเสียหายจากการเกิดโรค และเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตให้กับเกษตรกร ควบคู่กับการให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมเป็นสำคัญ และส่งเสริมการส่งออกของผู้ประกอบการ เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น

ทั้งนี้ ภายในงานมีการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการด้านโรคปลานิล ระหว่างกรมประมง กับสมาคมปลานิลไทย พร้อมเปิดตัวนวัตกรรมใหม่ด้วยแพลตฟอร์มระบบการรายงานโรคปลานิลในรูปแบบดิจิทัลครั้งแรกของประเทศไทย ภายใต้ความร่วมมือแบบบูรณาการภาครัฐ หน่วยงานวิจัย มหาวิทยาลัย และภาคเอกชน ได้แก่ คณะสัตวแพทยศาสตร์ และคณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (BIOTEC) ห้องปฏิบัติการสุขภาพสัตว์น้ำภาคเอกชน และห้องปฏิบัติการตรวจวิเคราะห์โรคสัตว์น้ำกองวิจัยและพัฒนาสุขภาพสัตว์น้ำ กรมประมง ซึ่งแพลตฟอร์มนี้ทำให้เกษตรกรสามารถเข้าถึงข้อมูลเกี่ยวกับการเกิดโรคในปลานิลได้อย่างสะดวกยิ่งขึ้น ตลอดจนสามารถพัฒนาเป็นระบบประกาศแจ้งเตือนภัยให้เกษตรกรและลดความเสียหายที่เกิดจากโรคปลานิลให้แก่เกษตรกรในอนาคต

นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย ได้แก่ การเสวนา การสัมมนาให้ความรู้กับเกษตรกรและผู้ที่สนใจโดยผู้บริหารและนักวิชาการกรมประมง นิทรรศการเพื่อร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการประมง ภายใต้แนวคิด “เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำไทย ก้าวไกลด้วยนวัตกรรมรักษ์สิ่งแวดล้อม” และการจัดแสดงข้อมูลกระบวนการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากปลากะพง ปลานิล และกุ้งทะเล ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยนำหลักเศรษฐกิจพอเพียงผสมผสานกับแนวคิด BCG Model สู่หลักปฏิบัติ ESG เพื่อสร้างประโยชน์ให้ชุมชนตามหลักธรรมาภิบาลร่วมกับการจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากร้าน Fisherman shop

เกษตรฯช่วยเหลือ ผู้ประสบอุทกภัย รุดบริจาคสิ่งของ 7จังหวัดภาคใต้

https://www.naewna.com/local/849768

เกษตรฯช่วยเหลือ  ผู้ประสบอุทกภัย  รุดบริจาคสิ่งของ  7จังหวัดภาคใต้

เกษตรฯช่วยเหลือ ผู้ประสบอุทกภัย รุดบริจาคสิ่งของ 7จังหวัดภาคใต้

วันพฤหัสบดี ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังเป็นประธานในพิธีรับบริจาคสิ่งของเพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ โดยมีนายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรฯ ผู้บริหารสังกัดกระทรวงเกษตรฯ และภาคเอกชน เข้าร่วม ที่ศูนย์รับบริจาคเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ ปี 2567 กระทรวงเกษตรฯ ว่าจากสถานการณ์ฝนตกหนักถึงหนักมากในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง ตั้งแต่วันที่ 25 พฤศจิกายน 2567 เป็นต้นมา ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลาก ใน 7 จังหวัด ได้แก่ จ.ยะลา ปัตตานี นราธิวาส นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา และสตูล จึงเป็นตัวกลางในการเปิดรับบริจาคข้าวสาร อาหารแห้ง น้ำดื่ม ยารักษาโรค เพื่อส่งต่อแก่ผู้ประสบภัย โดยข้อมูลเมื่อวันที่ 6 ธันวาคมที่ผ่านมา มีผู้บริจาคเงินทั้งสิ้น 944,888.39 บาท จาก 33 หน่วยงาน (ภาครัฐ 20 หน่วยงาน และภาคเอกชน 13 หน่วยงาน)

“ในนามของกระทรวงเกษตรฯ ขอขอบคุณภาครัฐและเอกชน ที่ร่วมด้วยช่วยกันบริจาคเครื่องอุปโภค-บริโภคและเงินบริจาค เพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่กำลังประสบอุทกภัยภาคใต้ ซึ่งกระทรวงเกษตรฯ จะเร่งนำสิ่งของและปัจจัยส่งต่อไปยังผู้ประสบภัยทันที เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนและเยียวยาเบื้องต้น และจะเร่งบูรณาการสำรวจความเสียหายกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ฟื้นฟูพื้นที่เกษตรกรรมให้เกษตรกรทุกคนสามารถประกอบอาชีพได้อย่างเร่งด่วน และขอร่วมส่งกำลังใจให้พี่น้องเกษตรกรในพื้นที่ 7 จังหวัด ที่ประสบอุทกภัยให้ผ่านวิกฤตไปได้โดยเร็ว” รมว.เกษตรฯ กล่าว

‘นฤมล’มุ่งพัฒนาอาชีพ การตลาด-เงินทุนให้เกษตรกร

https://www.naewna.com/local/849769

‘นฤมล’มุ่งพัฒนาอาชีพ  การตลาด-เงินทุนให้เกษตรกร

‘นฤมล’มุ่งพัฒนาอาชีพ การตลาด-เงินทุนให้เกษตรกร

วันพฤหัสบดี ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังประชุมคณะอนุกรรมการส่งเสริมพัฒนาอาชีพและการตลาด ครั้งที่ 2/2567 ว่ากรมส่งเสริมสหกรณ์ มีมติเห็นชอบแนวทางการขับเคลื่อนการส่งเสริมพัฒนาอาชีพและการตลาด พื้นที่ปฏิรูปที่ดิน อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร โดยจัดทำโครงการจัดหาแหล่งน้ำและสนับสนุนระบบกระจายน้ำเพื่อทำเกษตรกรรม เร่งปรับปรุงระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานและจัดหาแหล่งเงินทุนหมุนเวียนสนับสนุนการประกอบอาชีพของเกษตรกร ซึ่งเกษตรกรในพื้นที่มีความเข้มแข็ง สามัคคี พร้อมพัฒนาทักษะ และเตรียมความพร้อมยกระดับผลผลิตในการเกษตร

ทั้งนี้ ที่ประชุมมีมติเห็นชอบการกำหนดพื้นที่เป้าหมายนำร่อง การส่งเสริมพัฒนาอาชีพและการตลาด ประจำปีงบประมาณ 2568–2570 แบ่งเป็นปี 2568 จำนวน 46 พื้นที่ ใน 26 จังหวัด ปี 2569 จำนวน 50 พื้นที่ใน 28 จังหวัด และปี 2570 จำนวน 55 พื้นที่ ใน 30 จังหวัด เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรในพื้นที่พัฒนาองค์ความรู้ ไปสู่การสร้างคุณภาพชีวิตที่ดี และมีรายได้เพิ่มอย่างต่อเนื่อง สำหรับผลการขับเคลื่อนการดำเนินงานส่งเสริมอาชีพและการตลาด ประจำปี 2567 กระทรวงเกษตรฯ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผ่านการดำเนินโครงการ อาทิ 1.โครงการส่งเสริมการปลูกไม้เศรษฐกิจในพื้นที่ลุ่มน้ำชั้น 3,4 และ 5

2.โครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูแหล่งน้ำหนองโพงโพด พร้อมระบบกระจายน้ำด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ 3. การพัฒนาและส่งเสริมองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีการเกษตร ประมง และปศุสัตว์ และ 4.ส่งเสริมการรวมกลุ่มในรูปแบบของสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร เป็นต้นซึ่งมีเกษตรกรได้รับประโยชน์ รวม 25,135 ราย จาก 357 พื้นที่ โดยแบ่งตามกรอบกิจกรรม 7 ด้าน

ผู้ช่วย ผบ.ตร.ขอนแก่น ปล่อยแถว กวาดล้างอาชญากรรม รับเทศกาล

https://www.naewna.com/local/849766

ผู้ช่วย ผบ.ตร.ขอนแก่น ปล่อยแถว  กวาดล้างอาชญากรรม รับเทศกาล

ผู้ช่วย ผบ.ตร.ขอนแก่น ปล่อยแถว กวาดล้างอาชญากรรม รับเทศกาล

วันพฤหัสบดี ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 (บช.ภ.4) พล.ต.ท.สรายุทธ สงวนโภคัย ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานปล่อยแถวป้องกันปราบปรามอาชญากรรมห้วงก่อนวันคริสต์มาสและเทศกาลปีใหม่ 2568 เพื่อป้องกันอาชญากรรมในพื้นที่ รักษาความสงบเรียบร้อยความปลอดภัย และอำนวยความสะดวกด้านการจราจรให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยว โดยมีพล.ต.ท.ฉัตรชัยสุรเชษฐพงษ์ ผบช.ภ.4 พร้อมด้วยนายประจวบ รักแพทย์ รอง ผวจ.ขอนแก่น นำผู้แทนฝ่ายตำรวจ, ทหาร ,หัวหน้าส่วนราชการ, ป.ป.ส.ภาค 4 เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง และอาสาสมัคร จำนวน 300 นาย เข้าร่วมในปฏิบัติการ

พล.ต.ท.สรายุทธ สงวนโภคัย ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า การปล่อยแถวกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สายตรวจ ทหาร ฝ่ายปกครองและเจ้าหน้าที่กู้ภัย เป็นการร่วมบูรณาการความร่วมมือ เนื่องจากในห้วงเทศกาลดังกล่าวจะมีประชาชนออกเดินทางท่องเที่ยวจำนวนมากซึ่งคนร้ายมักฉวยโอกาสในการก่ออาชญากรรม ดังนั้นเพื่อเป็นการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมและรักษาความปลอดภัยให้ชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ตำรวจภูธรภาค 4 จึงได้ระดมสรรพกำลังร่วมกับภาคีเครือข่าย ในการอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยว
เพื่อป้องกันเหตุร้ายและอันตรายต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นกับประชาชนและนักท่องเที่ยว ตามนโยบายรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่มีความห่วงใยและให้ความสำคัญต่อการบำบัดทุกข์ บำรุงสุข ดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน จึงมอบหมายให้ทุกพื้นที่กำหนดมาตรการดูแลประชาชนป้องกันปราบปรามอาชญากรรมทุกประเภทให้สอดคล้องกับพื้นที่รักษาความสงบเรียบร้อยการบังคับใช้กฎหมายและอำนวยความสะดวกด้านการจราจร

‘อิทธิ’หนุนปศุสัตว์ปลูกอาหารต้นทุนต่ำ

https://www.naewna.com/local/849767

‘อิทธิ’หนุนปศุสัตว์ปลูกอาหารต้นทุนต่ำ

‘อิทธิ’หนุนปศุสัตว์ปลูกอาหารต้นทุนต่ำ

วันพฤหัสบดี ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายอิทธิ ศิริลัทยากร รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังเป็นประธานเปิดงาน kick off โครงการผลิตอาหารหยาบคุณภาพสูง เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์รายย่อย โดยมีนายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ และผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วม ที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาโคเนื้อ อ.ลำสนธิ จ.ลพบุรี ว่ากรมปศุสัตว์มุ่งดำเนินโครงการผลิตอาหารหยาบคุณภาพสูง เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์รายย่อย ตามนโยบาย “ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้” ของรัฐบาล โดยบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน สนับสนุนการผลิตพืชอาหารสัตว์ (ข้าวโพด) คุณภาพสูง ผ่านการใช้นวัตกรรมการเพาะปลูกและแปรรูปด้วยวิธีการหมักบนพื้นที่ของศูนย์วิจัยและบำรุงพันธุ์สัตว์ กรมปศุสัตว์ 11 แห่ง เนื้อที่ขนาด 5,500 ไร่ เพื่อเป็นต้นแบบการผลิตและจำหน่ายให้แก่เกษตรกรรายย่อยในราคาย่อมเยา ซึ่งอาหารสัตว์ดังกล่าว จะช่วยให้ผลผลิตจากสัตว์มีคุณภาพดี เป็นที่ต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงเป็นการจัดการแปลงพืชอาหารสัตว์สู่ความมั่นคงด้านอาหารสัตว์และอาชีพปศุสัตว์อย่างยั่งยืน

สำหรับกิจกรรมในงาน ประกอบด้วย 1.การมอบเสบียงอาหารสัตว์ 2.การมอบโฉนดเพื่อการเกษตรให้กับเกษตรกร 50 ราย 3.การจัดนิทรรศการเพิ่มผลผลิตข้าวโพดอย่างมีคุณภาพและปลอดภัย 4.การจัดเตรียมพืชอาหารสัตว์แบบครบวงจร 5.การสาธิตการเก็บสำรองเสบียงสัตว์ด้วยเครื่องม้วนก้อนหญ้าด้วยพลาสติก 6.ถ่ายทอดองค์ความรู้ทางวิชาการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม ด้านการผลิตอาหารหยาบคุณภาพสูงให้แก่เกษตรกร เพื่อนำไปสู่การใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน และ 7.การเปิดระบบน้ำอัจฉริยะเพื่อการจัดการแปลงพืชอาหารสัตว์สู่ความมั่นคงด้านอาหารสัตว์ และการผลิต Corn Silage ด้วยเครื่องอัดก้อนพืชอาหารสัตว์พร้อมห่อพลาสติก