‘เกษตรวิชญา’ สืบสาน รักษา และต่อยอด ในการพัฒนาการเกษตรอย่างยั่งยืน

https://www.naewna.com/local/841442

'เกษตรวิชญา' สืบสาน รักษา และต่อยอด ในการพัฒนาการเกษตรอย่างยั่งยืน

‘เกษตรวิชญา’ สืบสาน รักษา และต่อยอด ในการพัฒนาการเกษตรอย่างยั่งยืน

วันพฤหัสบดี ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 15.11 น.

กรมปศุสัตว์เป็นหน่วยงานหนึ่งที่ร่วมสนองการดำเนินงานโครงการเกษตรวิชญา โดยมุ่งเน้นส่งเสริมและพัฒนาอาชีพด้านการทำปศุสัตว์ พร้อมน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง มาเป็นแนวทางการประกอบอาชีพทางการเกษตร และการดำเนินชีวิตของเกษตรกรในพื้นที่โครงการฯ รวมทั้งขยายผลองค์ความรู้ตามแนวพระราชดำริ และหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงให้ชุมชนมีความเข้มแข็ง สามารถพึ่งพาตนเองได้ และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน

โครงการอนุรักษ์และพัฒนากระบือไทย

https://www.naewna.com/local/841441

โครงการอนุรักษ์และพัฒนากระบือไทย

โครงการอนุรักษ์และพัฒนากระบือไทย

วันพฤหัสบดี ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 15.08 น.

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณ โปรดเกล้าโปรดกระหม่อม แต่งตั้งคณะที่ปรึกษาและคณะทำงานดำเนินโครงการอนุรักษ์และพัฒนากระบือไทย โดยมีกรมปศุสัตว์ ร่วมเป็นคณะทำงาน โดยมุ่งเน้นอนุรักษ์และพัฒนาสายพันธุ์กระบือไทย ให้มีลักษณะที่ดี ตรงตามพันธุ์กรรม และเพิ่มปริมาณให้เพียงพอ อันจะเป็นการเพิ่มรายได้ให้เกษตรกร รวมถึงส่งเสริมและอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นไทย โดยใช้วิถีชีวิตแบบดั้งเดิม ที่นำกระบือไปใช้ประโยชน์ในการทำการเกษตร ต่อยอดการทำเกษตรทฤษฎีใหม่ ภายใต้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และการอนุรักษ์สายพันธุ์กระบือพื้นถิ่น

โครงการธนาคารโค-กระบือเพื่อเกษตรกร ตามพระราชดำริ

https://www.naewna.com/local/841440

โครงการธนาคารโค-กระบือเพื่อเกษตรกร ตามพระราชดำริ

โครงการธนาคารโค-กระบือเพื่อเกษตรกร ตามพระราชดำริ

วันพฤหัสบดี ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 15.05 น.

โครงการธนาคารโค-กระบือเพื่อเกษตรกรตามพระราชดำริ ถือได้ว่า เป็นโครงการที่สามารถแก้ไขปัญหาความยากจนของเกษตรกร โดยการน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ในการดำเนินงาน ประกอบกับมีการทำงานบูรณาการร่วมกันในพื้นที่อย่างเป็นระบบ สนับสนุนให้มีการรวมกลุ่มเกษตรกรและให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการบริหารโครงการเพื่อให้เกิดความเข้มแข็ง ตลอดจนมีการต่อยอดการใช้ประโยชน์ เช่นการใช้มูลสัตว์เป็นปุ๋ยในไร่นาและการอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีในท้องถิ่นเป็นต้น เกษตรกรที่ประสงค์จะเข้าร่วมโครงการ ติดต่อสอบถามรายละเอียด ได้ที่ โครงการธนาคารโค-กระบือเพื่อเกษตรกร ตามพระราชดำริ กองงานพระราชดำริและกิจกรรมพิเศษ กรมปศุสัตว์ และ ส่วนภูมิภาค สำนักงานปศุสัตว์เขต สำนักงานปศุสัตว์จังหวัด และสำนักงานปศุสัตว์อำเภอทั่วประเทศ

หญ้าอาหารสัตว์พระราชทาน

https://www.naewna.com/local/841439

หญ้าอาหารสัตว์พระราชทาน

หญ้าอาหารสัตว์พระราชทาน

วันพฤหัสบดี ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 15.04 น.

โครงการหญ้าอาหารสัตว์พระราชทาน นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณ อย่างหาที่สุดไม่ได้ต่อพี่น้องเกษตรกรและประชาชน ซึ่งกรมปศุสัตว์ได้มีการบูรณาการทำงานให้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี ทั้งด้านการเตรียมความพร้อมของการผลิตหญ้าอาหารสัตว์พระราชทานให้เพียงพอต่อความต้องการของเกษตรกร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมปศุสัตว์ ได้สนองตามแนวพระราชดำริ ดำเนินการช่วยเหลือเกษตรกร โดยการจัดเตรียมหญ้าอาหารสัตว์พระราชทาน ช่วยเหลือสัตว์เลี้ยงของเกษตรกรที่ประสบภัยพิบัติต่างๆ โดยเฉพาะด้านอุทกภัย ที่ทำให้เกษตรกรมีหญ้าอาหารสัตว์ไม่เพียงพอสำหรับสัตว์เลี้ยง

เกษตรฯจับมืออบจ.และอบต. ทำMOUยกระดับภาคการเกษตร

https://www.naewna.com/local/841304

เกษตรฯจับมืออบจ.และอบต.  ทำMOUยกระดับภาคการเกษตร

เกษตรฯจับมืออบจ.และอบต. ทำMOUยกระดับภาคการเกษตร

วันพฤหัสบดี ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายอัครา พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังเป็นประธานในพิธีบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ MOU โครงการยกระดับการพัฒนาภาคการเกษตรในพื้นที่ ระหว่าง กระทรวงเกษตรฯ สมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทย (อบจ.) และองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งประเทศไทย (อบต.) โดยมีนายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรฯ ร่วมลงนามกับนายชูพงศ์ คำจวง นายกสมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทย รศ.ดร.วิระศักดิ์ ฮาดดา นายกสมาคมองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง ร่วมเป็นสักขีพยาน

นายอัครากล่าวว่า พร้อมสนับสนุนการดำเนินงานของทุกภาคส่วนอย่างเต็มที่ ภายใต้นโยบาย ตลาดนำนวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้ และส่งเสริมการดำเนินงานบูรณาการพัฒนาภาคการเกษตรในระดับพื้นที่ พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อร่วมดำเนินงานการพัฒนาประเทศไทยสู่โมเดล Thailand 4.0 ตามวัตถุประสงค์ต่อไป

สำหรับการลงนาม MOU ครั้งนี้เป็นความร่วมมือระหว่างกระทรวงเกษตรฯ กับสมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทย (อบจ.) และองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งประเทศไทย (อบต.) มีวัตถุประสงค์ ดังนี้ 1.เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนประเทศไทยสู่โมเดล Thailand 4.0 ตามนโยบาย “ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้” ของรัฐบาลอย่างมีประสิทธิภาพ 2.ร่วมกันศึกษาและพัฒนาภาคการเกษตรในระดับพื้นที่ จัดเก็บข้อมูลที่จำเป็นสำหรับการวิเคราะห์ และประเมินที่สามารถสนองตอบความต้องการในการบริหาร 3.เกิดการบูรณาการพัฒนาภาคการเกษตรในระดับพื้นที่และการพัฒนาพื้นที่รกร้างสู่การทำเกษตรมูลค่าสูง ผ่านกลไกความร่วมมือของกระทรวงเกษตรฯ สมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทย (อบจ.) และองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งประเทศไทย (อบต.) และ 4.เพื่อเกิดความร่วมมือการพัฒนาด้านการเกษตร เช่น การแลกเปลี่ยนข้อมูล การพัฒนาองค์ความรู้การผลิต การรับรองมาตรฐาน การแปรรูป การตลาดและการส่งเสริมเทคโนโลยีและนวัตกรรมตลอดจนส่งเสริมด้านอื่น ที่เกี่ยวข้องเพื่อประโยชน์ต่อภาคการเกษตร

นอกจากนี้ภายในงานมีกิจกรรมเสวนา “โครงการยกระดับการพัฒนาภาคการเกษตรในระดับพื้นที่” เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ และประสบการณ์ต่างๆ เพื่อนำมาพัฒนาท้องถิ่น รวมถึงองค์ความรู้ที่จะสามารถนำมาปรับใช้ในภาคการเกษตรในระดับพื้นที่ตลอดจนการทำเกษตรมูลค่าสูงในอนาคต

รมช.เกษตรฯรุดติดตาม โครงการอาคารบังคับน้ำแม่ยะ

https://www.naewna.com/local/841298

รมช.เกษตรฯรุดติดตาม  โครงการอาคารบังคับน้ำแม่ยะ

รมช.เกษตรฯรุดติดตาม โครงการอาคารบังคับน้ำแม่ยะ

วันพฤหัสบดี ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

เมื่อเร็วๆ นี้ รมช.เกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าโครงการอาคารบังคับน้ำแม่ยะ โดยมีผู้บริหารกระทรวงเกษตรฯ รวมถึงเกษตรกร และผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ที่โครงการอาคารบังคับน้ำบ้านแม่ยะ ต.เกาะตะเภา อ.บ้านตาก จ.ตาก เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้เกษตรกรในพื้นที่มีน้ำอุปโภค-บริโภคและสามารถทำเกษตรกรรมได้อย่างยั่งยืน

“ขณะนี้ กระทรวงเกษตรฯ ต้องการให้พี่น้องเกษตรกรมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ซึ่งการเพิ่มแหล่งน้ำและระบบชลประทานอย่างทั่วถึง จะแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำให้ประชาชนในพื้นที่ โดยกรมชลประทาน ได้วางแผนการดำเนินโครงการ อาทิ โครงการอ่างเก็บน้ำแม่ยะ โครงการระบบส่งน้ำจากแม่น้ำปิง ไปยังคลองแม่ระกา และโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยฉลอง เป็นต้น เพื่อเร่งบรรเทาความเดือดร้อนให้ประชาชน จ.ตาก มากที่สุด เพื่อให้เกษตรกรมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และมีเศรษฐกิจในภาพรวมดีขึ้น” รมช.เกษตรฯ กล่าว

สำหรับโครงการอาคารบังคับน้ำแม่ยะ เป็นโครงการแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำในพื้นที่ชลประทานริมสองฝั่งแม่น้ำปิง ที่ไม่สามารถสูบน้ำขึ้นมาทำเกษตรกรรมในฤดูกาลเพาะปลูกได้ ประกอบด้วย อ.บ้านตาก อ.เมือง และ อ.วังเจ้า จ.ตาก รวมประมาณ 45,000 ไร่ซึ่งกรมชลประทาน ได้วางแผนดำเนินโครงการ ระยะเวลา 5 ปี แบ่งเป็น2 ส่วน ได้แก่ 1.ก่อสร้างอาคารบังคับน้ำ 4 ปี (2569-2572) และ 2.สถานีสูบน้ำและระบบชลประทาน 2 ปี (2570-2571) เมื่อดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จจะกักเก็บน้ำใช้เพื่ออุปโภค-บริโภค ทำเกษตรกรรม ตลอดจนดูแลปศุสัตว์ ช่วงฤดูแล้งใน อ.บ้านตาก ได้ถึง 21,820 ไร่

ปศุสัตว์เชียงราย เร่งหาสาเหตุควายเวียงหนองหล่มตายจำนวนมาก ในช่วง 2-3 เดือน

https://www.naewna.com/local/841344

ปศุสัตว์เชียงราย เร่งหาสาเหตุควายเวียงหนองหล่มตายจำนวนมาก ในช่วง 2-3 เดือน

ปศุสัตว์เชียงราย เร่งหาสาเหตุควายเวียงหนองหล่มตายจำนวนมาก ในช่วง 2-3 เดือน

วันพุธ ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 23.08 น.

ปศุสัตว์เชียงราย เร่งหาสาเหตุควายเวียงหนองหล่มตายจำนวนมาก ในช่วง 2-3 เดือน

วันที่ 13 พฤศจิกายน 2567 นายสัตวแพทย์พืชผล น้อยนาฝาย ปศุสัตว์ จ.เชียงราย ได้นำเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ “เวียงหนองหล่ม” ซึ่งเป็นทุ่งหญ้าและแหล่งน้ำสาธารณะครอบคลุมเขตติดต่อ ต.จันจว้า ต.จันจว้าใต้ ต.ท่าข้าวเปลือก อ.แม่จัน และ โยนกอ.เชียงแสน จ.เชียงราย หลังจากเกิดสถานการณ์กระบือหรือควายที่เกษตรกรเลี้ยงเอาไว้ป่วยและตายแล้วอย่างน้อย 200 ตัว ตั้งแต่เดือน ก.ย.-พ.ย. 2567 และทางศูนย์วิจัยและพัฒนาการสัตวแพทย์ภาคเหนือตอนบน จ.ลำปาง ได้ตรวจตัวอย่างเมื่อเร็วๆ นี้ ไม่พบโรคระบาดที่ชัดเจนพบเพียงภาวะเลือดจาง ตับวาย มีพยาธิในกระเพาะอาหาร ฯลฯจึงสันนิฐานว่าเกิดจากการขาดแคลนอาหารและแมลงเพราะเกิดภาวะภัยแล้งต่อด้วยน้ำท่วม 

โดยนายสัตวแพทย์พืชผล กล่าวว่า เวียงหนองหล่มมีพื้นที่เลี้ยงควายประมาณ 3 ปางเกษตรกร 51 ราย ควายเกือบ 2,000 ตัว เมื่อมีการขุดลอกพื้นที่จึงทำให้ควายไม่มีแหล่งอาหารและระบบนิเวศน์เปลี่ยนแปลงไปเพราะพื้นที่หญ้ากลายเป็นจุดที่ถูกขุดลอก ดังนั้นตั้งแต่ปี 2565 ทางปศุสัตว์ ชลประทาน เทศบาล ต.จันจว้า ฯลฯ จึงได้ดำเนินโครงการต่างๆ เข้าสนับสนุนหญ้าแห้งเป็นอาหารสัตว์ ฉีดวัคซีน ฯลฯ แต่ปี 2567 พบว่าเกิดน้ำท่วมอีกทำให้ยิ่งเกิดภาวะขาดแคลนอาหารสัตว์มากขึ้น ดังนั้นครั้งนี้จึงเข้าไปเก็บตัวอย่างและเจาะเลือดควาย ไปตรวจเพิ่มเติมอีกรอบหลังจากตรวจรอบแรกแล้วไม่พบว่าเป็นโรคระบาดโดยพบเพียงพยาธิในทางเดินอาหาร เพื่อรักษาสัตว์ การถ่ายพยาธิและให้ยาบำรุงต่างๆ รวมทั้งติดตามฝูงควายทั้งหมดต่อไป 

นายสัตว์แพทย์พืชผล กล่าวด้วยว่า ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายไม่ได้นิ่งนอนใจโดยเข้าไปติดตามช่วยเหลือเกษตรกรตั้งแต่เกิดปัญหาขาดแคลนอาหารตั้งแต่ปี 2565-2567 แต่ปีนี้เกิดภาวะขาดแคลนอาหารหนักทางเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายจึงกำลังร่วมมือกันเข้าไปแก้ไขปัญหา สำหรับควายที่ป่วยแต่ละตัวก็จะเข้าไปรักษาเป็นรายเฉพาะตัวไป 

โดยทางอธิบดีกรมปศุสัตว์ ได้ส่งหน่วยสัตวแพทย์เคลื่อนที่ไปยังเวียงหนองหล่ม เพื่อทำการรักษาทุกตัวต่อไป ทั้งนี้ตามหลักวิชาการมีความจำเป็นต้องกักสัตว์แต่สภาพพื้นที่กว้างจึงควบคุมไม่ให้คนเข้าออกเท่านั้น รวมทั้งมีการทำความสะอาดโดยด่านกักกันสัตว์เชียงรายเข้าพ่นยาทั่วพื้นที่อาจจะนานเป็นเดือนควบคู่การให้อาหารสัตว์ต่อไป.

ชาวนาได้เฮ!!! ‘นฤมล’เผยมีปริมาณน้ำทำนาปรังทั่วประเทศ 10.02 ล้านไร่ เพิ่มจากปีที่แล้ว 1.2 ล้านไร่

https://www.naewna.com/local/841267

ชาวนาได้เฮ!!! 'นฤมล'เผยมีปริมาณน้ำทำนาปรังทั่วประเทศ 10.02 ล้านไร่ เพิ่มจากปีที่แล้ว 1.2 ล้านไร่

ชาวนาได้เฮ!!! ‘นฤมล’เผยมีปริมาณน้ำทำนาปรังทั่วประเทศ 10.02 ล้านไร่ เพิ่มจากปีที่แล้ว 1.2 ล้านไร่

วันพุธ ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 18.08 น.

ชาวนาได้เฮ!!! “นฤมล”เผยมีปริมาณน้ำทำนาปรังทั่วประเทศ 10.02 ล้านไร่ เพิ่มจากปีที่แล้ว 1.2 ล้านไร่ มีน้ำเพียงพอสนับสนุนทุกกิจกรรมไปตลอดช่วงฤดูแล้งนี้แน่นอน

เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2567 นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ แถลง “แผนจัดสรรน้ำและการเพาะปลูกข้าวนาปรังปี 67/68” โดยกรมชลประทาน ได้เตรียมแผนบริหารจัดการน้ำฤดูแล้งเพื่อการเพาะปลูก ปี 2567/2568 ระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน 2567 – 30 เมษายน 2568 ภาพรวมทั้งประเทศ โดยบริหารจัดการจากปริมาณน้ำต้นทุนในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และขนาดเล็ก ที่มีปริมาณน้ำใช้การอยู่ในเกณฑ์ดีถึงดีมาก รวมทั้งสิ้น 44,250 ล้าน ลบ.ม. (ข้อมูล 1 พ.ย. 67) พบว่าปริมาณน้ำมากกว่าปีที่ผ่านมาถึง 3,863 ล้าน ลบ.ม. และจากปริมาณน้ำดังกล่าวทำให้สามารถเพิ่มพื้นที่การเพาะปลูกได้อีก 1.2 ล้านไร่ รวมแผนเพาะปลูกข้าวนาปรังทั่วประเทศในปีนี้ 10.02 ล้านไร่ ซึ่งวางแผนจัดสรรน้ำฤดูฝน ปี 2568 จำนวน 29,170 ล้าน ลบ.ม. และสำรองไว้ใช้ในต้นฤดูฝน ปี 2568 จำนวน 15,080 ล้าน ลบ.ม. สำหรับ 4 กิจกรรม ประกอบด้วย 1) เพื่ออุปโภค-บริโภค 3,050 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 10% จากแผนฯ 2) รักษาระบบนิเวศและอื่น ๆ 8,765 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 30% จากแผนฯ3) เพื่อเกษตรกรรม 16,555 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 57%จากแผนฯ และ 4) เพื่ออุตสาหกรรม 800 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 3% จากแผนฯ ขณะนี้ได้จัดสรรน้ำไปแล้ว (ตั้งแต่ 1 พ.ย.67 – 12 พ.ย. 67) 991 ล้าน ลบ.ม. (คิดเป็น 4% จากแผนฯ คงเหลือที่ต้องจัดสรรอีก 28,179 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น96% จากแผนฯ) ปัจจุบัน (ข้อมูล 12 พ.ย. 67) มีปริมาณน้ำเก็บกัก 63,908 ล้าน ลบ.ม. และปริมาณน้ำใช้การ 39,922 ล้าน ลบ.ม. และคาดการณ์ว่า 1 พ.ค. 68 จะมีปริมาณน้ำเก็บกัก 44,032 ล้าน ลบ.ม. และปริมาณน้ำใช้การ 20,489 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งเพียงพอที่จะบริหารจัดการเพื่อการเกษตรจนสิ้นสุดฤดูแล้งนี้

“จากการสำรวจเบื้องต้นพบว่า ในบางพื้นที่เกษตรกรสามารถทำนาปรังต่อเนื่องจากนาปีได้ ตั้งแต่ก่อนวันที่ 1 พ.ย. 67 ไปแล้วกว่า 0.75 ล้านไร่ เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วประมาณ 0.55 ล้านไร่ โดยใช้ประโยชน์จากน้ำช่วงน้ำหลากในการเพาะปลูก ขณะที่ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้สั่งการให้เร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ลุ่มต่ำบริเวณลุ่มน้ำเจ้าพระยาให้แล้วเสร็จก่อนแผนที่วางไว้ เพื่อให้เกษตรกรสามารถเริ่มเพาะปลูกข้าวนาปรังได้เร็วยิ่งขึ้น ช่วยให้การปรับปฏิทินการเพาะปลูกมีประสิทธิภาพ พร้อมรองรับการเก็บเกี่ยวให้ทันก่อนเข้าสู่ฤดูน้ำหลากในปีถัดไป” นางนฤมล กล่าว

ด้าน นายเอกภาพ พลซื่อ โฆษกกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ( ฝายการเมือง) กล่าวว่า นางนฤมล ติดตามกำชับให้การบริหารจัดการน้ำในทุกพื้นที่สอดคล้องกับสถานการณ์  เพื่อให้มีน้ำเพียงพอสนับสนุนทุกกิจกรรมไปตลอดช่วงฤดูแล้งนี้ แม้ในปีนี้จะเกิดสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคเหนือ แต่ยังบริหารจัดการกักเก็บน้ำได้ในปริมาณมาก และวางแผนจัดสรรสำหรับเพาะปลูกช่วงฤดูแล้งได้อย่างเพียงพอ

‘อธิบดีกรมปศุสัตว์’รับโล่เชิดชูเกียรติ’ศิษย์เก่าดีเด่น ประจำปี 2567’มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

https://www.naewna.com/local/841259

'อธิบดีกรมปศุสัตว์'รับโล่เชิดชูเกียรติ'ศิษย์เก่าดีเด่น ประจำปี 2567'มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

‘อธิบดีกรมปศุสัตว์’รับโล่เชิดชูเกียรติ’ศิษย์เก่าดีเด่น ประจำปี 2567’มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

วันพุธ ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 17.48 น.

วันอังคารที่ 12 พฤศจิกายน 2567 เวลา 09.30 น. นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ เข้ารับโล่เชิดชูเกียรติศิษย์เก่าดีเด่น ประจำปี 2567 เนื่องในวันสถาปนามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน ครบรอบ 45 ปี ประเภทศิษย์เก่าดีเด่น ประเภท ผู้บริหารภาครัฐหรือรัฐวิสาหกิจ ซึ่งจัดโดยมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน ณ ห้องคอนเวนชั่น ศูนย์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน

อนึ่ง การมอบรางวัลศิษย์เก่าดีเด่น มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน เพื่อเชิดชูเกียรตินิสิตเก่าของสถาบันที่มีความรู้ความสามารถ มีคุณธรรม จริยธรรม และรับผิดชอบต่อสังคม เป็นผู้ทำคุณประโยชน์ให้แก่องค์กร สังคมและประเทศ และสร้างความสำเร็จและสร้างชื่อเสียงให้แก่องค์กร และมหาวิทยาลัย

กรมปศุสัตว์ขอแสดงความยินดีกับท่านอธิบดีสมชวน รัตนมังคลานนท์ อย่างยิ่งที่ได้รับรางวัลในครั้งนี้นับว่าเป็นรางวัลแห่งความภาคภูมิใจของชาวกรมปศุสัตว์ด้วยเช่นกันที่มีผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของการก้าวย่างสู่ความสำเร็จ ปลูกจิตสำนึกรักองค์กรให้กลายเป็นพลังแห่งความสำเร็จในชีวิตต่อไป

– 006

รองปลัดฯบูรณาการแก้ปัญหาภัยพิบัติ

https://www.naewna.com/local/841049

รองปลัดฯบูรณาการแก้ปัญหาภัยพิบัติ

รองปลัดฯบูรณาการแก้ปัญหาภัยพิบัติ

วันพุธ ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ จ.เชียงราย เพื่อติดตามการแก้ปัญหาด้านภัยพิบัติ แผนการฟื้นฟูเยียวยา และการให้ความช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบอุทกภัยด้านการเกษตร โดยมีหัวหน้าส่วนราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ จ.เชียงราย เข้าร่วมประชุม และรายงานความก้าวหน้าการปฏิบัติงาน ที่สำนักงานปศุสัตว์ จ.เชียงราย

สำหรับ จ.เชียงราย มีแผนงาน/โครงการฟื้นฟูเกษตรกรผู้ประสบอุทกภัย ปี 2567 เพื่อเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาภายใต้วงเงินงบประมาณ 2,553,009,8000 ล้านบาท รวม 8 โครงการ โดยแบ่งเป็น 3 กิจกรรม ได้แก่ 1.การฟื้นฟูอาชีพหลังน้ำลด 2.การปรับพื้นที่และฟื้นฟูพื้นที่เกษตร และ 3.มาตรการลดภาระหนี้สินของสมาชิกสถาบันเกษตรกร ทั้งนี้ รองปลัดฯ ได้กำชับให้แต่ละหน่วยงานภายใต้สังกัดกระทรวงเกษตรฯ เร่งรัดประสานกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กระทรวงมหาดไทย เพื่อประชุมคณะกรรมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติจังหวัด (ก.ช.ภ.จ.) ประสานงานและบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในจังหวัด เข้าสำรวจความเสียหาย ให้ความช่วยเหลือเพิ่มเติม และประเมินความเสียหายด้านภาคเกษตรของเกษตรกรผู้ประสบอุทกภัย และรายงานผลให้หน่วยงานต้นสังกัดทราบ

นอกจากนี้ รองปลัดฯ ได้แจ้งที่ประชุมทราบถึงการเดินทางลงพื้นที่ อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ ของ รมว.เกษตรฯ และคณะ เพื่อเยี่ยมเยียนเกษตรกร และติดตามการฟื้นฟูเยียวยาภายหลัง
ประสบภัย โดยขอให้ทาง จ.เชียงราย ร่วมกิจกรรมและสนับสนุนข้อมูลการลงพื้นที่ดังกล่าว เนื่องจากเป็นพื้นที่ใกล้เคียง พร้อมทั้งได้สั่งการให้หน่วยงานในพื้นที่เตรียมความพร้อมสำหรับจัดการประชุม ครม.สัญจร ในเขตกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน ระหว่างวันที่ 24-26 พฤศจิกายนนี้