‘ธรรมนัส’หารือนอร์เวย์ ผลักดันสินค้าการเกษตรไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/781387

วันพฤหัสบดี ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์หารือร่วมกับ นายทอร์ โอ แซนด์วิค (H.E. Mr. Tore O. Sandvik) รัฐมนตรีช่วยว่าการ (ด้านการค้าและอุตสาหกรรม) กระทรวงการค้าอุตสาหกรรม และการประมง ราชอาณาจักรนอร์เวย์ นางอัสตริด เอมีเลีย เฮลเล (H.E. Mrs. Astrid Emilie Helle) เอกอัครราชทูตราชอาณาจักรนอร์เวย์ ประจำประเทศไทย และคณะ ในโอกาสเดินทางเยือนไทยเพื่อร่วมงาน Norway-Asia Business Summit 2023 โดยมี นายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ ที่ปรึกษา รมว.เกษตรฯ น.ส.ธนาพร จีนจะโปะ เลขานุการ รมว.เกษตรฯ และผู้บริหารหน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรฯ เข้าร่วม

สำหรับการหารือครั้งนี้ รมว.เกษตรฯ ได้แสดงความชื่นชมความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและองค์ความรู้ด้านประมงของนอร์เวย์ รวมทั้งมีสินค้าและผลิตภัณฑ์ประมงจากนอร์เวย์ อย่างปลาแซลมอนเป็นที่ได้รับความนิยมอย่างมากจากผู้บริโภคชาวไทย ซึ่งฝ่ายไทยมีความสนใจแลกเปลี่ยนองค์ความรู้การเลี้ยงปลาทะเลในกระชัง และการเพาะเลี้ยงปลาแซลมอน ปลาสเตอร์เจียนและปลาเทราต์ นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังหวังว่าการจัดทำความตกลงการค้าเสรีระหว่างไทยและสมาคมการค้าเสรียุโรป (European Free Trade Association : EFTA) จะบรรลุข้อตกลงการเจรจาได้โดยเร็ว เพื่อกระชับความสัมพันธ์ทางการค้าและขยายโอกาสทางการตลาดระหว่างกัน โดยเฉพาะสินค้าเกษตรที่มีศักยภาพและมาตรฐานเป็นที่ยอมรับในระดับสากล และ รมว.เกษตรฯ ยังได้แนะนำสินค้าเกษตรที่มีคุณภาพและมีมาตรฐาน โดยเฉพาะผลไม้เมืองร้อนเพื่อส่งออกเพิ่มเติมไปยังนอร์เวย์ ในอนาคตต่อไป

อย่างไรก็ดี ฝ่ายไทยได้เชิญชวนฝ่ายนอร์เวย์ ร่วมประชาสัมพันธ์และเข้าร่วมงานมหกรรมพืชสวนโลก “Udon Thani International Horticultural Expo 2026” โดยกระทรวงเกษตรฯ เป็นเจ้าภาพ ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ถึง 14 มีนาคม 2570 ภายใต้แนวคิด “ความหลากหลายแห่งสรรพชีวิต Diversity of Life: Connecting People, Water, and Plants for Sustainable Living” ซึ่งเป็นเสมือนแพลตฟอร์มนำเสนอและแลกเปลี่ยนแนวคิดในการพัฒนาการเกษตรพืชสวนและการดำรงชีวิตอย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ นอร์เวย์ เป็นตลาดส่งออกสินค้าเกษตรอันดับที่ 65 ของไทย สำหรับการส่งออกในปี 2566 (มกราคม-กันยายน) ไทยส่งออกไปนอร์เวย์ เพิ่มขึ้นจาก 1,069 ล้านบาท เป็น 1,238 ล้านบาทหรือเพิ่มขึ้น 170 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 15.89สินค้าส่งออกสำคัญ 10 อันดับแรก มีสัดส่วนการส่งออกรวมกันถึงร้อยละ 81.00 ของมูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรไปนอร์เวย์ ได้แก่ ข้าว ซอสและของปรุงรส ข้าวโพดหวานปรุงแต่ง เส้นพาสต้า ปลากระป๋อง สับปะรดกระป๋อง อาหารปรุงแต่งอื่นๆ พืชผักสดหรือแช่เย็น เช่น ข้าวโพดหวาน กระเจี๊ยบเขียว และผลไม้ปรุงแต่ง

‘ชูชาติ’ ประกาศชัด! กรมชลฯยุคใหม่ ก้าวไกลด้วยนวัตกรรม พัฒนาล้ำอย่างยั่งยืน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/781399

'ชูชาติ' ประกาศชัด! กรมชลฯยุคใหม่ ก้าวไกลด้วยนวัตกรรม พัฒนาล้ำอย่างยั่งยืน

‘ชูชาติ’ ประกาศชัด! กรมชลฯยุคใหม่ ก้าวไกลด้วยนวัตกรรม พัฒนาล้ำอย่างยั่งยืน

วันพุธ ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2567, 18.14 น.

‘อธิบดีชูชาติ’ นำทีมกรมชลประทาน ขับเคลื่อนองค์กร สู่การบริหารจัดการน้ำยุคใหม่ ภายใต้แนวคิด ‘RID TEAM PLUS’ เชื่อถือได้ หลากหลายนวัตกรรม นำสู่การพัฒนา มุ่งปฏิบัติงานด้วยความรู้ ความเชี่ยวชาญ อย่างโปร่งใส เพื่อความมั่นคงทางด้านน้ำ

เมื่อวันที่ 17 ม.ค.2567 นายชูชาติ  รักจิตร  อธิบดีกรมชลประทาน เป็นประธานการประชุมผู้บริหารกรมชลประทาน พร้อมมอบแนวทางการขับเคลื่อนงานชลประทาน ผ่านทางระบบ Video Conference   ไปยังสำนักงานชลประทานที่ 1-17 โดยมีรองอธิบดีกรมชลประทานทั้ง 4 ท่าน ได้แก่ ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล นายสุริยพล  นุชอนงค์  นายวิทยา  แก้วมี  และนายเดช  เล็กวิชัย พร้อมด้วยผู้อำนวยการสำนัก/กอง  ตลอดจนเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม เพื่อรับมอบนโยบายในการขับเคลื่อนงานในสายงานต่างๆ ตามภารกิจของกรมชลประทาน ให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์  ได้อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน

นายชูชาติ  รักจิตร  อธิบดีกรมชลประทาน  เปิดเผยว่า  ได้มอบแนวทางการขับเคลื่อนงานตามภารกิจของกรมชลประทาน เพื่อสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์  ภายใต้แนวคิด “RID TEAM PLUS”   เชื่อถือได้ หลากหลาย นวัตกรรม นำสู่การพัฒนา มุ่งปฏิบัติงานด้วยความรู้ ความเชี่ยวชาญ  อย่างโปร่งใส เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพ  เน้นการมีส่วนร่วม ส่งเสริมการเรียนรู้ เพื่อยกระดับการทำงานอย่างยั่งยืน  ซึ่งได้ต่อยอดจากนโยบายที่ได้ดำเนินการมาก่อนหน้าแล้ว โดยกำหนดเป้าหมายหลักในการดำเนินงานไว้  3  ประเด็น 5 กลยุทธ์ 35 แนวทาง  ได้แก่  

ประเด็นที่ 1 องค์กรอัจฉริยะ (RID Intelligent Organization)  จัดการและบูรณาการระบบเทคโนโลยีฐานข้อมูล (Big Data) พัฒนากระบวนการทำงานสู่ระบบ Digital Platform พัฒนางานวิจัยและนวัตกรรม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำ   จัดการความรู้(KM) เพิ่มขีดความสามารถของบุคลากร   พัฒนาระบบชลประทานด้วยเทคโนโลยี (IoT)       
  
ประเด็นที่ 2 ความมั่นคงด้านน้ำ   (Water Security)  มุ่งพัฒนาแหล่งน้ำโครงการพระราชดำริและเขตพัฒนาพิเศษ เร่งเพิ่มพื้นที่ชลประทานและปริมาณน้ำต้นทุนอย่างต่อเนื่อง  เพิ่มประสิทธิภาพโครงการชลประทาน  บริหารจัดการน้ำให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์  พัฒนารูปแบบและแนวทางการรับมือภัยพิบัติทางน้ำ   ปรับปรุงกระบวนการจัดทำแผนงานและงบประมาณทั้งระบบ 

 ประเด็นที่ 3 เพิ่มคุณค่าการบริการ (Value to service) เสริมสร้างการมีส่วนร่วม สร้างเครือข่ายการบริหารจัดการน้ำให้ครอบคลุมพื้นที่ชลประทาน  พัฒนาโครงการชลประทาน โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษา ให้เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ ช่วยเสริมภาพลักษณ์ที่ดีต่อการพัฒนาและการบริหารจัดการน้ำ  พัฒนาทรัพยากรบุคคล เสริมสร้างความผาสุกและคุณภาพชีวิตที่ดีในการทำงาน  ให้ความสำคัญด้านสิ่งแวดล้อม  สนับสนุนการขับเคลื่อน BCG Economy Model  

ทั้งนี้  กรมชลประทาน จะทุ่มเททำงานด้วยความรู้ความสามารถ  เพื่อสืบสานพันธกิจด้วยความสุจริต  โปร่งใส มุ่งสร้างความมั่นคงทางด้านน้ำ เพื่อพี่น้องเกษตรกรและประชาชนชาวไทย  ช่วยยกระดับเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน

‘อธิบดีข้าว’พบศูนย์ข้าวชุมชนภาคอีสาน ลั่น!เมล็ดพันธุ์ต้องมีคุณภาพ-ชาวนาพึ่งพาตนเองได้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/781031

'อธิบดีข้าว'พบศูนย์ข้าวชุมชนภาคอีสาน ลั่น!เมล็ดพันธุ์ต้องมีคุณภาพ-ชาวนาพึ่งพาตนเองได้

‘อธิบดีข้าว’พบศูนย์ข้าวชุมชนภาคอีสาน ลั่น!เมล็ดพันธุ์ต้องมีคุณภาพ-ชาวนาพึ่งพาตนเองได้

วันอังคาร ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2567, 14.24 น.

เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2567 นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว และคณะลงพื้นที่พบปะกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกข้าวในการสัมมนาเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวของศูนย์ข้าวชุมชน ปี 2567 โดยมี นายกฤษฎิน คำตัน ผู้อำนวยการกองเมล็ดพันธุ์ข้าว พร้อมด้วยผู้อำนวยการศูนย์วิจัยข้าวและศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นายจารึก กมลอินทร์ ประธานกรรมการกลางศูนย์ข้าวชุมชนระดับประเทศ ข้าราชการ เจ้าหน้าที่จากกรมการข้าว และกลุ่มเกษตรกรให้การต้อนรับ ณ ที่ว่าการอำเภอธวัชบุรี จังหวัดร้อยเอ็ด

การสัมมนาเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวของศูนย์ข้าวชุมชน ปี 2567 มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ศูนย์ข้าวชุมชน มีความรู้ ความเข้าใจและรับรู้ถึงประโยชน์ของการจัดทำแปลงผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวที่ได้คุณภาพ ในการพัฒนาคุณภาพเมล็ดพันธุ์ อีกทั้งพัฒนาความรู้ของเกษตรกรให้สามารถพึ่งตนเองในเรื่องเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดีในชุมชน รวมทั้งการสนับสนุนให้เกิดระบบการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวที่เหมาะสมกับวิถีเกษตรกรให้ชุมชนมีแหล่งเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดีสำหรับเพาะปลูกอย่างเพียงพอ และให้ชาวนามีการใช้เมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดีอย่างทั่วถึง

ในการนี้ อธิบดีกรมการข้าว ได้ให้แนวทางและเป้าหมายการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดีแก่สมาชิกฯ และมอบหมายให้เจ้าหน้าที่กลุ่ม/ฝ่าย ที่เกี่ยวข้องชี้แจง ทำความเข้าใจในกระบวนการผลิตเมล็ดพันธุ์ เช่น วิทยาการเมล็ดพันธุ์ การเพิ่มผลผลิต การพัฒนากลุ่มผู้ผลิตฯให้มีความเข้มแข็ง การตรวจสอบคุณภาพเมล็ดพันธุ์ข้าวเบื้องต้น การใช้เทคโนโลยีการผลิต และการแลกเปลี่ยนประสบการณ์จัดทำแปลงของสมาชิก โดยมีสมาชิกกลุ่มฯเข้าร่วมสัมมนาในครั้งนี้ จำนวน 250 คน

– 006

อสป.แจงผู้เช่าฯตลาดอ่างศิลา ปรับภูมิทัศน์กระตุ้นเศรษฐกิจ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/780937

วันอังคาร ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายปรีดา ยังสุขสถาพร ผอ.องค์การสะพานปลา (อสป.) กล่าวว่า มีกลุ่มผู้เช่าแผงค้าตลาดท่าเทียบเรือประมงอ่างศิลา จ.ชลบุรี ร้องเรียนองค์การสะพานปลา เรื่องให้ผ่อนผันค่าเช่าแผงค้า เมื่อมีการเรียกเก็บค่าเช่า ผู้เช่าแผงค้าไม่สามารถชำระได้ตามเวลา เกิดเป็นหนี้ค้างชำระ เนื่องจากภาระค่าใช้จ่ายไม่สอดคล้องกับรายได้จึงวอนขอให้ช่วยแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น โดยต้องการให้องค์การสะพานปลา มีการบริหารจัดการพื้นที่ให้เหมาะสมปรับภูมิทัศน์ใหม่เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว สร้างบรรยากาศคึกคัก เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจให้มีการจับจ่ายเสริมสร้างรายได้ที่มากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ องค์การสะพานปลา ได้แต่งตั้งคณะทำงานเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว โดยประชุมหารือกับผู้แทนเช่าแผงค้า ซึ่งองค์การสะพานปลาในฐานะผู้ดูแลตลาดฯ ชี้แจงว่าปัญหาที่เกิดขึ้นต้องมีการหารือและรับทราบถึงปัญหาร่วมกัน เพื่อแก้ปัญหาให้ตรงประเด็น และเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ไม่มีการเลือกปฏิบัติโดยการหารือเฉพาะบางกลุ่มบางส่วนให้ทุกๆ ฝ่าย มีส่วนร่วมการออกความคิดเห็นแก้ปัญหาและหาทางออกร่วมกัน เพื่อความพึงพอใจของทุกฝ่าย องค์การสะพานปลายินดีรับฟังปัญหาและข้อเสนอแนะต่างๆ เพื่อปรับปรุงแก้ไข และพัฒนาการบริหารจัดการให้ดียิ่งขึ้น เพื่อย้ำชัดถึงการดูแลเคียงข้างประชาชน

‘ไชยา’รุดตรวจงาน สหกรณ์การเกษตร ชะลอการขายข้าว ชูปศุสัตว์ปลอดโรค

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/780935

วันอังคาร ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายไชยา พรหมา รมช.เกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ตรวจราชการตลาดกลางผลิตผลทางการเกษตรและปศุสัตว์ ที่สหกรณ์การเกษตรด่านขุนทด จำกัด จ.นครราชสีมา โดยรับฟังบรรยายผลการดำเนินงานของสหกรณ์ดังกล่าว และสหกรณ์โคนมด่านขุนทด จำกัด เกี่ยวกับวิถีชีวิตของพี่น้องเกษตรกร ซึ่งจากนโยบายชะลอการขายข้าวเปลือก เพื่อชะลอเวลาให้กลไกตลาดได้ทำงาน ได้อาศัยสหกรณ์การเกษตรเป็นหน่วยงานขับเคลื่อนนโยบายช่วยเหลือเกษตรกร จึงเสนอแนวทางพัฒนารูปแบบการดำเนินงานของสหกรณ์ให้สอดรับนโยบายดังกล่าว เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรด้านสัตว์เศรษฐกิจที่นิยมเลี้ยง เช่น โคเนื้อ โคนม สุกร เป็นต้น

นายไชยากล่าวว่า ในอนาคตวางแผนว่า กรมปศุสัตว์ จะมีการดำเนินการพัฒนาศูนย์วัคซีนให้มีมาตรฐานตามหลักสากล และเพียงพอต่อความต้องการ เพื่อแก้ปัญหาโรคระบาดในสัตว์ สร้างความมั่นใจให้กับประเทศคู่ค้า และเพิ่มโอกาสในการเปิดตลาดต่างประเทศ

“ได้รับฟังบรรยายผลการดำเนินงานและรับฟังปัญหาความเดือดร้อนของ 2 สหกรณ์ ซึ่งได้นำนโยบายชะลอการขายข้าวเปลือก มาเสนอต่อประธานสหกรณ์เพื่อพัฒนารูปแบบการดำเนินงานให้สอดรับกับนโยบายของรัฐบาล ด้านปศุสัตว์ ได้มอบหมายกรมปศุสัตว์ ในการจัดตั้งศูนย์กักกันโรค บริเวณพื้นที่ตะเข็บชายแดน จ.ตาก เชียงราย นครพนม มุกดาหาร สุรินทร์ สระแก้ว ประจวบคีรีขันธ์ และนราธิวาส เพื่อส่งเสริมและเปิดตลาดให้กับผู้ที่ทำการค้าปศุสัตว์ สามารถส่งออกไปยังต่างประเทศได้” นายไชยา กล่าว

รองปลัดฯถกอนุกรรมการฯ ยินยอมใช้ประโยชน์ที่ดินเขตปฏิรูป

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/780938

รองปลัดฯถกอนุกรรมการฯ  ยินยอมใช้ประโยชน์ที่ดินเขตปฏิรูป

รองปลัดฯถกอนุกรรมการฯ ยินยอมใช้ประโยชน์ที่ดินเขตปฏิรูป

วันอังคาร ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการพิจารณาการให้ความยินยอมหรืออนุญาตการใช้ประโยชน์ที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดิน ครั้งที่ 4/2566 โดยมีนายสุรชัย ยุทธชนะ รองเลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ในฐานะรองประธานฯ เข้าร่วม มีประเด็นสำคัญ อาทิ 1.ที่ประชุมพิจารณา เรื่อง บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ขอตัดดินและนำดินออกจากเขตปฏิรูปที่ดินเพิ่มเติม ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวคปก.ในการประชุมครั้งที่ 5/2547 เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2547 ได้มีมติอนุญาตให้บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด ใช้ที่ดินเพื่อก่อสร้างสนามบิน ในเขตปฏิรูปที่ดินป่าดงธรรมชาติ หมู่ 3 ต.ท่าโสม อ.เขาสมิง จ.ตราด ที่ดินระวาง ส.ป.ก.ที่ 5433I0656, 0856 แปลงเลขที่ 1 เนื้อที่ประมาณ 57-3-81 ไร่โดยที่ประชุมคณะอนุกรรมการฯ เห็นชอบให้ปรับลดความสูงของเนินดิน บริเวณทางวิ่ง 05 ทางด้านทิศใต้ของสนามบิน ซึ่งเป็นการตัดดินในพื้นที่ส่วนที่สูงชันออก มีปริมาตรดินประมาณ 1,322,516.50 ลูกบาศก์เมตร เพื่อไม่ให้มีสิ่งกีดขวางซึ่งอาจทำให้อากาศยานไม่สามารถทำการบิน ขึ้น-ลงได้อย่างปลอดภัย และให้สำนักงานการปฏิรูปที่ดิน จ.ตราด ตรวจสอบการดำเนินการของบริษัทให้เป็นไปตามที่ได้รับความเห็นชอบ

ทั้งนี้ ให้บริษัทฯ ปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบอื่นที่เกี่ยวข้อง และเห็นชอบให้บริษัทฯ จ่ายราคาค่าชดเชยการนำดินที่ตัดออกจากการปรับลดความสูงของเนินดินออกจากที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดิน ตามที่คณะทำงานตรวจสอบและคำนวณปริมาตรดินตัด และคำนวณราคาค่าชดเชยการนำดินที่ตัดออกจากการปรับลดความสูงของเนินดินที่ดินแปลงที่บริษัทฯ ได้รับอนุญาตให้ก่อสร้างสนามบินในเขตปฏิรูปที่ดินได้มีมติ ในการประชุมครั้งที่ 1/2566 เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2566 จำนวน 41.26 บาทต่อลูกบาศก์เมตร อีกทั้ง ได้เห็นชอบแผนการจัดทำกิจกรรมเพื่อรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมในชุมชนเกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดินงบประมาณ 3,245,000 บาท แผนการฟื้นฟูที่ดินเพื่อการทำเกษตรกรรมในระหว่างการใช้ที่ดินและก่อนส่งคืนที่ดิน โดยใช้งบประมาณ 3,535,280 บาท ตามที่บริษัทฯ เสนอ

2.ที่ประชุมพิจารณาและให้ความเห็นชอบ เรื่อง บริษัท ปตท.สผ. สยาม จำกัด ขอรับความยินยอมหรือขออนุญาตใช้ประโยชน์ที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อดำเนินกิจการพลังงาน ประเภทกิจการปิโตรเลียม ที่ได้รับสัมปทานตามกฎหมายว่าด้วยปิโตรเลียม ซึ่งตั้งอยู่ในเขตปฏิรูปที่ดิน จ.กำแพงเพชร 49 คำขอ เนื้อที่ประมาณ 834 ไร่ และ จ.สุโขทัย 2 คำขอ เนื้อที่ประมาณ 35 ไร่ รวม 51 คำขอ เนื้อที่รวมประมาณ 869 ไร่ โดยให้นำเสนอ คปก.นำเรื่องเสนอต่อคณะรัฐมนตรี เพื่อพิจารณาอนุมัติให้ใช้ที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดิน ก่อนที่จะนำเสนอคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม เพื่อพิจารณาให้ความยินยอมหรืออนุญาตใช้ประโยชน์ที่ดิน และในส่วนการเก็บค่าตอบแทนการใช้ประโยชน์ที่ดินต่อไป ซึ่งการเก็บค่าหลักประกันเป็นไปตามระเบียบและหลักเกณฑ์ที่ ส.ป.ก.กำหนด

‘อนุชา’ดันต้นแบบAgri-Mapที่สุโขทัย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/780936

วันอังคาร ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายอนุชา นาคาศัย รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังตรวจเยี่ยมการดำเนินโครงการบริหารจัดการผลิตสินค้าเกษตรตามแผนที่เกษตรเพื่อการบริการจัดการเชิงรุก (Agri-Map) และพบปะกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงวัว ที่แปลงของนายยุทธนา ทัยบุตร หมู่ 4 บ้านเขาดินไพรวัลย์ ต.นาขุนไกร อ.ศรีสำโรง จ.สุโขทัย ว่าได้ขับเคลื่อนโครงการสำคัญคือ Zoning by Agri-Map เพื่อปรับโครงสร้างการผลิตในพื้นที่เหมาะสมน้อย หรือไม่เหมาะสมให้เกษตรกรปรับเปลี่ยนไปผลิตสินค้าอื่นที่เหมาะกับสภาพพื้นที่ สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจสูงกว่าชนิดเดิม โดย จ.สุโขทัย มีการใช้ประโยชน์และความเหมาะสมของดินเพื่อการเพาะปลูก (Agri-Map analytic) แบ่งเป็นพื้นที่ทำการเกษตรที่เหมาะสม 548,720 ไร่ และพื้นที่ทำการเกษตรที่ไม่เหมาะสม 301,002 ไร่ ในส่วน อ.ศรีสำโรง มีสภาพพื้นที่แห้งแล้ง ดินขาดความสมบูรณ์ เดิมเกษตรกรปลูกข้าวในพื้นที่ไม่เหมาะสม ใช้ต้นทุนสูง แต่ผลผลิตน้อย น้ำไม่เพียงพอกับภาคเกษตรและอุปโภค-บริโภค ที่ผ่านมา เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการฯ มีความพึงพอใจมาก เนื่องจากได้ปรับปรุงโครงสร้างพื้นที่ สามารถกักเก็บน้ำมีแหล่งน้ำในช่วงหน้าแล้งหรือทำเกษตรผสมผสาน ได้รับการสนับสนุนปัจจัยการผลิต ส่งผลให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น นอกจากนี้จะสนับสนุนให้ ต.นาขุนไกร เป็นโมเดลต้นแบบของ จ.สุโขทัย

“เกษตรกรส่วนใหญ่มีอาชีพทำนา ซึ่งการเปลี่ยนอาชีพมาเลี้ยงโคคณิตศาสตร์ เป็นทางเลือกหนึ่งที่จะช่วยให้เกษตรกรมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น สร้างรายได้ ใช้เวลาเพียง 3 ปี ก็สามารถคืนทุนได้ ผมจึงอยากเห็นพี่น้องเกษตรกร ซึ่งเป็นกำลังซื้อส่วนใหญ่ของประเทศ สร้างเงิน สร้างรายได้
จากเงินบาทแรกของแผ่นดิน เพื่อหลุดพ้นจากความยากจน ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของกระทรวงเกษตรฯ ที่ต้องหาแนวทางทำอย่างไรให้เกษตรกรไทยปรับเปลี่ยน ให้ลูกหลานเกษตรกรไทยมีรายได้อย่างยั่งยืน” นายอนุชา กล่าว

‘กรมฝนหลวง’ร่วม kick off มอบโฉนดเพื่อการเกษตร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/780834

'กรมฝนหลวง'ร่วม kick off มอบโฉนดเพื่อการเกษตร

‘กรมฝนหลวง’ร่วม kick off มอบโฉนดเพื่อการเกษตร

วันจันทร์ ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2567, 14.51 น.

เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2567 นายสุพิศ พิทักษ์ธรรม อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เข้าร่วมงาน Kick Off “พิธีมอบโฉนดเพื่อการเกษตรเป็นของขวัญปีใหม่ พ.ศ. 2567” โดยมี ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธาน พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เข้าร่วม อีกทั้งยังมีผู้ว่าราชการจังหวัด 11 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดกาญจนบุรี ชัยนาท ชลบุรี ฉะเชิงเทรา ลพบุรี สระบุรี นครนายก สุพรรณบุรี ปราจีนบุรี อุทัยธานี และจังหวัดเพชรบุรี แขกผู้มีเกียรติ และเกษตรกร เข้าร่วม ณ ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพเสริมนอกภาคการเกษตร ต.ช้างใหญ่ อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา นอกจากนี้ ยังมีการ Kick off พร้อมกันทุกจังหวัดทั่วประเทศ

– 006

‘กรมข้าว’ร่วม​ Kick off มอบโฉนดเพื่อการเกษตร​ ‘นายกฯ’​ส่งสารยินดีกับเกษตรกร หวังเข้าถึงแหล่งทุน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/780830

'กรมข้าว'ร่วม​ Kick off มอบโฉนดเพื่อการเกษตร​ 'นายกฯ'​ส่งสารยินดีกับเกษตรกร หวังเข้าถึงแหล่งทุน

‘กรมข้าว’ร่วม​ Kick off มอบโฉนดเพื่อการเกษตร​ ‘นายกฯ’​ส่งสารยินดีกับเกษตรกร หวังเข้าถึงแหล่งทุน

วันจันทร์ ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2567, 14.46 น.

กรมข้าวร่วม​ Kick off มอบโฉนดเพื่อการเกษตร​ “นายกฯ”​ส่งสารยินดีกับเกษตรกร หวังเข้าถึงแหล่งทุน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ที่ยั่งยืน ย้ำรัฐบาลยังมุ่งมั่นสร้างโอกาสให้ประชาชนอยู่ดี กินดี

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง มอบ ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (รมว.กษ.) เป็นประธานเปิดงาน “Kick off พิธีมอบโฉนดเพื่อการเกษตรเป็นของขวัญปีใหม่ พ.ศ. 2567” โดยมี นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) กล่าวรายงานการขับเคลื่อนงาน และวัตถุประสงค์ในการจัดงานในครั้งนี้​ และมี นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว​ นายอานนท์​ นนทรีย์​ รองอธิบดีกรมการข้าว​ พร้อมด้วยผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เข้าร่วมงานในครั้งนี้ด้วย

ในโอกาสเดียวกันนี้​ นายไชยา พรหมา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (รมช.กษ.) ร่วมมอบโฉนดเพื่อการเกษตรและไม้มีค่าให้แก่ตัวแทนเกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดิน 11 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดกาญจนบุรี ชัยนาท ชลบุรี ฉะเชิงเทรา ลพบุรี สระบุรี นครนายก สุพรรณบุรี ปราจีนบุรี อุทัยธานี และจังหวัดเพชรบุรี ในวันที่ 15 มกราคม 2567 ณ ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพเสริมนอกภาคการเกษตร ต.ช้างใหญ่ อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา

นายกรัฐมนตรีได้ส่งสารถึงพี่น้องเกษตรกร จากนโยบายรัฐบาลนำไปสู่การปฏิบัติที่เห็นผลเป็นรูปธรรม โดยกล่าวว่า “ในนามของรัฐบาล ผมขอแสดงความยินดีเป็นอย่างยิ่งกับพี่น้องเกษตรกรที่ได้รับโฉนดเพื่อการเกษตร ตามนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการให้ประชาชนสามารถใช้ประโยชน์จากทรัพย์สิน เพื่อสร้างอาชีพ รายได้ และความมั่นคงในชีวิต โดยรัฐบาลจะเร่งดำเนินการให้ประชาชนมีสิทธิในที่ดิน โดยพิจารณาเอกสารสิทธิการใช้ประโยชน์ในที่ดินให้เป็นโฉนด เพื่อสามารถนำไปต่อยอด เข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ นำมาพัฒนาที่ดินและอาชีพ เพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้นในระยะยาว ผมขอขอบคุณกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ที่นำนโยบายสู่การปฏิบัติจนเกิดผลเป็นรูปธรรม โฉนดเพื่อการเกษตรที่สำเร็จนี้เป็นของขวัญปีใหม่จากรัฐบาล ซึ่งมีโฉนดเพื่อการเกษตรแล้วจำนวน 2.1 ล้านไร่ และรัฐบาลหวังเป็นอย่างยิ่งว่า เกษตรกรที่ได้รับโฉนดเพื่อการเกษตรวันนี้จะสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนต่าง ๆ นำมาซึ่งอาชีพและรายได้ที่ยั่งยืนต่อไป ผมให้ความมั่นใจครับว่ารัฐบาลยังคงมุ่งมั่นที่จะแก้ปัญหา เพื่อสร้างโอกาสให้ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดี และมีความสุขต่อไปครับ” นายกฯ กล่าว

ขณะที่ ร้อยเอก ธรรมนัส เผยว่า “การขึ้นทะเบียนขอออกโฉนดเพื่อการเกษตรทั้งจากระบบออนไลน์ และออฟไลน์ มีผู้ยื่นความประสงค์ขอออกโฉนดรวมทั้งสิ้น 227,152 แปลง ต่อจากนี้ไปได้มอบให้ภาคส่วนที่เกี่ยวข้องสร้างการรับรู้ ความเข้าใจนโยบายของรัฐบาล กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และ ส.ป.ก. ในการดำเนินงานเพิ่มศักยภาพมูลค่าโฉนดเพื่อการเกษตร ทั้ง ส.ป.ก. และหน้าที่ของผู้ที่ได้รับที่ดินไป ตลอดจนเชื่อมโยงภาคีเครือข่ายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องเกษตรกรต่อไป”

สำหรับการยื่นความประสงค์ขอออกโฉนดเพื่อการเกษตร ตั้งแต่วันที่ 15 พฤศจิกายน 2566 เปิดรับแจ้งความประสงค์พร้อมกันทั่วประเทศ 3 ช่องทาง ได้แก่ ส.ป.ก. ทุกจังหวัด ศูนย์บริการประชาชน (Mobile Unit ) และระบบออนไลน์ผ่านทางเว็บไซต์ ส.ป.ก. มีผู้ยื่นความประสงค์ 227,152 แปลง และออกโฉนดไปแล้ว จำนวน 33,663 แปลง 275,100 ไร่ เกษตรกร 29,006 ราย (ข้อมูล ณ วันที่ 13 ม.ค. 67)

– 006

‘ซีพี’ร่วมกับ’พ่อค้าข้าวโพด’ ใช้ภาพถ่ายดาวเทียมและข้อมูลจุดความร้อน ตรวจจับการเผาแปลงข้าวโพด เร่งแก้ปัญหาฝุ่น PM 2.5

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/780827

'ซีพี'ร่วมกับ'พ่อค้าข้าวโพด' ใช้ภาพถ่ายดาวเทียมและข้อมูลจุดความร้อน ตรวจจับการเผาแปลงข้าวโพด เร่งแก้ปัญหาฝุ่น PM 2.5

‘ซีพี’ร่วมกับ’พ่อค้าข้าวโพด’ ใช้ภาพถ่ายดาวเทียมและข้อมูลจุดความร้อน ตรวจจับการเผาแปลงข้าวโพด เร่งแก้ปัญหาฝุ่น PM 2.5

วันจันทร์ ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2567, 14.42 น.

บริษัท กรุงเทพโปรดิ๊วส จำกัด (มหาชน) ผู้จัดหาวัตถุดิบอาหารสัตว์ให้ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ เดินหน้าแก้ปัญหาฝุ่น PM 2.5  ให้คู่ค้าของบริษัททั่วประเทศทุกรายใช้ข้อมูลจุดความร้อนจากภาพถ่ายดาวเทียม ตรวจจับการเผาแปลงข้าวโพดของเกษตรกรแบบระบุเป็นรายแปลง และกำกับดูแลห่วงโซ่อุปทานข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ให้เป็นไปตามเป้าหมายและแผนงานของโครงการ “Partner To Green คู่ค้าข้าวโพดพันธมิตร พิชิตหมอกควัน”ที่ทางบริษัทเปิดตัวตั้งแต่เดือนตุลาคม ปี 2566 ที่ผ่านมาเพื่อลดการเผาในพื้นที่เกษตร หนึ่งในต้นเหตุปัญหาฝุ่นและหมอกควัน

นายวรพจน์ สุรัตวิศิษฎ์ รองกรรมการผู้จัดการ  บริษัท กรุงเทพโปรดิ๊วส จำกัด (มหาชน) หรือ บีเคพี กล่าวว่า ขณะนี้ทางบริษัทเดินหน้าทำงานร่วมกับคู่ค้าทุกรายทั่วประเทศใช้ระบบตรวจจับแปลงเผา ติดตามจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในแปลงข้าวโพดของเกษตรกรที่จำหน่ายผลผลิตให้บริษัทผ่านระบบตรวจสอบย้อนกลับ กรณีพบจุดความร้อนในแปลงเกษตรกร คู่ค้าพันธมิตรจะต้องลงพื้นที่พูดคุยกับเกษตรกรภายใน 7 วัน หลังจากได้รับการรายงาน เพื่อชี้แจงมาตรการการรับซื้อตามนโยบาย “ไม่เขา ไม่เผา เราซื้อ” นอกจากนี้ บีเคพียังส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ให้ความรู้เกษตรกรเปลี่ยนวิธีการจัดการตอซัง ทางบริษัทฯ มีมาตราการหยุดซื้อ 1 ปี ในกรณีที่พบว่าเกษตรกรยังมีการเผาซ้ำ บีเคพีจะส่งข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียมจุดความร้อนให้กับคู่ค้าทุกรายทั่วประเทศทุกวันตั้งแต่ต้นเดือนมกราคม 2567 เป็นต้นไป

นายสง่า พรมเมือง คู่ค้าพันธมิตรรับซื้อข้าวโพด ในจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า ด้วยระบบตรวจจับการเผาแปลงจะช่วยให้พ่อค้ารับซื้อข้าวโพดมีเครื่องมือและข้อมูล ให้ผู้ซื้อ ผู้ปลูกและผู้ขาย บูรณาการทำงานร่วมกันเพื่อแก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2.5 ทั้งห่วงโซ่อุปทาน

นอกจากนี้ ซีพียังส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนให้มีส่วนช่วยเฝ้าระวังการเผาแปลงของเกษตรกร  โดยเปิดช่องทางแจ้งเบาะแสการเผาแปลงข้าวโพด “เจอเผาแปลง แจ้งแอป ฟ.ฟาร์ม” โดยแอป ฟ.ฟาร์ม เป็นแอปที่ช่วยเหลือเกษตรกรทั้งข้อมูล ความรู้ การพยากรณ์อากาศ และสามารถแจ้งร้องเรียนพบการเผาแปลงข้าวโพดได้ผ่านแอป ทั้งนี้ในกรณีที่แปลงเผาที่ถูกร้องเรียนไม่อยู่ในเครือข่ายเกษตรกรที่ลงทะเบียนจำหน่ายผลผลิตให้กับซีพี บริษัทฯ จะประสานข้อมูลกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป เพื่อช่วยกันพิชิตปัญหาฝุ่นควัน

บริษัท กรุงเทพโปรดิ๊วส จำกัด (มหาชน) เป็นบริษัทแรกที่จัดหาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ผ่านระบบตรวจสอบย้อนกลับตั้งแต่ปี 2559 รับซื้อข้าวโพดจากแหล่งที่ไม่บุกรุกพื้นที่ป่า และปลอดการเผา พร้อมขับเคลื่อนโมเดล public-private partnership สร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน รวมถึงพัฒนาขีดความสามารถคู่ค้าพันธมิตรในกระบวนการผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ดำเนินงานการจัดหาวัตถุดิบอย่างรับผิดชอบต่อโลก และสนับสนุนเครือซีพีและบริษัทในเครือฯ ให้บรรลุเป้าหมาย Net-Zero ในปี 2050

– 006