‘ไชยา’เดินหน้าลุยพื้นที่ จ.กาญจนบุรี สั่งการกรมฝนหลวงฯเติมน้ำแบบเต็มอิ่มในเขื่อนเป้าหมาย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/763333

'ไชยา'เดินหน้าลุยพื้นที่ จ.กาญจนบุรี สั่งการกรมฝนหลวงฯเติมน้ำแบบเต็มอิ่มในเขื่อนเป้าหมาย

‘ไชยา’เดินหน้าลุยพื้นที่ จ.กาญจนบุรี สั่งการกรมฝนหลวงฯเติมน้ำแบบเต็มอิ่มในเขื่อนเป้าหมาย

วันอังคาร ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 08.48 น.

‘ไชยา’เดินหน้าลุยพื้นที่ จ.กาญจนบุรี สั่งการกรมฝนหลวงฯเติมน้ำแบบเต็มอิ่มในเขื่อนเป้าหมาย พร้อมเร่งจัดทำเขตปลอดโรคสร้างความมั่นใจประเทศคู่ค้า

เมื่อวันที่ 17 ต.ค. 2566 ที่ห้องประชุมบุษราคัม องค์การบริหารส่วนจังหวัดกาญจนบุรี จ.กาญจนบุรี นายไชยา พรหมา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ตรวจราชการติดตามสถานการณ์น้ำ การปฏิบัติการฝนหลวง และปัญหาลักลอบนำเข้าสินค้าปศุสัตว์ (วัว/หมู) ในพื้นที่ จ.กาญจนบุรี พร้อมทั้งมอบนโยบาย เพื่อเป็นแนวทางขับเคลื่อนการดำเนินงานของส่วนราชการในสังกัด โดยมีหัวหน้าส่วนราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และผู้บริหารส่วนราชการจังหวัดกาญจนบุรี เข้าร่วม 

ทั้งนี้นายไชยา กล่าวว่าจากรายงานสถานการณ์น้ำในเขื่อนศรีนครินทร์พบว่ายังสามารถเก็บกักน้ำเพิ่มเติมได้อยู่ จึงได้สั่งการให้กรมฝนหลวงและการบินเกษตร ตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงเคลื่อนที่เร็ว จำนวน 3 ชุด STB ณ สนามบินนครสวรรค์ ระดมกำลังเครื่องบินปฏิบัติการฝนหลวงรุ่นกาซ่า และรุ่นคาราแวน เริ่มปฏิบัติการวันที่ 17 ต.ค. 2566 เพื่อภารกิจการเติมน้ำแบบเต็มอิ่มในเขื่อนเป้าหมายภายใน 10 วัน ประกอบด้วย เขื่อนศรีนครินทร์ จ.กาญจนบุรี อ่างเก็บน้ำกระเสียว จ.สุพรรณบุรี อ่างเก็บน้ำทับเสลา จ.อุทัยธานี รวมถึงพื้นที่การเกษตรภายใน จ.กาญจนบุรี และจังหวัดใกล้เคียง เพื่อเติมน้ำในเขื่อนให้เพียงพอรองรับสถานการณ์ภัยแล้ง รวมถึงได้สั่งการให้เตรียมความพร้อมเครื่องจักร และเครื่องมือให้พร้อมใช้งานเสมอเพื่อให้สามารถช่วยเหลือประชาชนได้ทันท่วงที

นอกจากนี้ นายไชยา ยังกำชับ เจ้าหน้าที่กรมปศุสัตว์ บูรณาการร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการตรวจสอบห้องเย็นอย่างจริงจังและต่อเนื่อง รวมถึงเส้นทางการนำเข้าทุกเส้นทางตามนโยบายประกาศสงครามสินค้าเกษตรผิดกฎหมาย พร้อมทั้งได้มีการยกเลิกการนำเข้าชิ้นส่วนเนื้อสุกรทุกประเภท และชะลอการนำเข้าโคเนื้อ-กระบือ เพื่อแก้ไขปัญหาการลักลอบนำเข้าสุกร โคเนื้อ และกระบือผิดกฎหมายมาจำหน่ายในราคาถูก ทำให้กลไกราคาบิดเบือนไป สำหรับปัญหาโรคระบาดในสัตว์ ได้กำชับสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดกาญจนบุรีดำเนินการฉีดวัคซีนป้องกันโรคปากและเท้าเปื่อย(FMD) ในโคนมทุก 4 เดือน และโคเนื้อทุก 6 เดือน ขณะนี้ดำเนินการฉีดวัคซีนป้องกันโรคปากและเท้าเปื่อยในโคและกระบือ รอบที่ 1/2567 คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนตุลาคม 2566 เพื่อเร่งกำจัดโรคระบาดให้คืนสู่สถานภาพปลอดโรค และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประเทศคู่ค้า ซึ่งจากการเจรจาเปิดตลาดการส่งออกมีฟาร์มโคเนื้อที่ผ่านหลักเกณฑ์ของกรมปศุสัตว์ สามารถส่งออกไปยังประเทศเวียดนาม จำนวน 2 ฟาร์ม และส่งออกไปยังประเทศมาเลเซีย จำนวน 1 ฟาร์ม


“สำหรับวันนี้ได้มอบหมายหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ ให้มีการสำรวจความต้องการของประชาชน ประกอบการทำแผนดำเนินงานโดยเร่งให้ทันปีงบประมาณ 2568 เพื่อการจัดทำแผนขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนได้อย่างตรงจุด นอกจากนี้ด้านปศุสัตว์ได้จัดทำเขตปลอดโรค เพื่อสร้างโอกาสในการระบายโคเนื้อออกไปยังตลาดประเทศเป้าหมาย โดยเฉพาะประเทศจีนและประเทศเวียดนาม ซึ่งเป็นตลาดขนาดใหญ่และมีความต้องการโคเนื้อสูง จึงเป็นโอกาสสำคัญที่เกษตรกรภายในประเทศจะมีรายได้ที่มั่นคงมากขึ้น ” รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์  กล่าว —017

รองปลัดฯร่วมประชุม คกก.ผลิตภัณฑ์ยาสูบฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/763280

วันอังคาร ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายสุรเดช สมิเปรม รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้รับมอบหมายจากนายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรฯ ให้เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบแห่งชาติ ครั้งที่ 3/2566 โดยมีนายสันติ  พร้อมพัฒน์ รมช.สาธารณสุข เป็นประธานการประชุมฯ โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมจากหน่วยงานต่างๆ ประกอบด้วยผู้แทนกระทรวงต่างๆที่เกี่ยวข้อง ผู้ทรงคุณวุฒิด้านต่างๆ และอธิบดีกรมควบคุมโรค เป็นกรรมการและเลขานุการที่ห้องประชุมชัยนาทนเรนทร อาคาร 1 ชั้น 2 สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข

ทั้งนี้ การประชุมดังกล่าว เพื่อรับทราบความก้าวหน้าผลการดำเนินงานของคณะอนุกรรมการในคณะกรรมการควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบแห่งชาติ และพิจารณาร่างประกาศกระทรวงสาธารณสุข 3 ร่าง

รมว.เกษตรฯรุดแก้ปัญหาฝายวังบัว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/763276

วันอังคาร ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังลงพื้นที่ติดตาม และตรวจดูสภาพความเสียหายของฝายชั่วคราวกั้นแม่น้ำปิง ที่ฝายวังบัว อ.เมือง จ.กำแพงเพชร ว่าภายหลังเกิดร่องมรสุมกำลังแรงพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ กำลังค่อนข้างแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคใต้ และอ่าวไทย ทำให้ประเทศไทยมีฝนตกหนักหลายพื้นที่ และฝนตกหนักมากบางแห่งในบริเวณภาคเหนือ ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำปิง เพิ่มสูงขึ้น โดยมีปริมาณน้ำไหลผ่านสถานีวัดน้ำท่า P.7A ที่ อ.เมือง จ.กำแพงเพชร สูงสุดอยู่ที่ 589.2 ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.)/วินาที ปรากฏว่า ฝ่ายชั่วคราววังบัวถูกกระแสน้ำกัดเซาะจากลาดด้านท้ายขึ้นมาถึงสันฝาย เพิ่มขึ้นจากเดิมที่ได้รับความเสียหายไปก่อนหน้านี้ ซึ่งเป็นผลให้ฝายชั่วคราววังบัว ขาด กว้างประมาณ 50 เมตร ปัจจุบันระดับลดลงแล้ว ซึ่งจากการตรวจสอบเบื้องต้นปรากฏว่าปริมาณน้ำที่ผ่านสถานีวัดน้ำท่า P.7A มีอัตราการไหลทรงตัวอยู่ที่ 575.40 ลบ.ม./วินาที แต่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากปริมาณน้ำฝนที่ตกท้ายเขื่อนภูมิพล และน้ำหลากจากแม่น้ำวังที่กำลังไหลลงมารวมกับแม่น้ำปิง ที่ อ.สามเงา จ.ตาก บริเวณท้ายเขื่อนภูมิพล ซึ่งผลกระทบจากฝายชั่วคราววังบัวที่ขาดครั้งนี้ จะมีผลกระทบกับพื้นที่เพาะปลูกของเกษตรกรในพื้นที่ชลประทานโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาวังบัว ทั้ง จ.กำแพงเพชร และ จ.พิจิตร ได้แก่ พื้นที่เพาะปลูกข้าว ประมาณ 425,000 ไร่ อ้อยประมาณ 256,000 ไร่ และไม้ผลไม้ยืนต้นอื่นๆ ประมาณ 40,000 ไร่

ทั้งนี้ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ได้มอบหมายให้สำนักงานชลประทานที่ 4 แก้ปัญหาโดยการนำหินขนาดใหญ่มาซ่อมแซม เพื่อให้ปริมาณในแม่น้ำปิง สูงขึ้นและดันน้ำไปยังลำน้ำสาขาให้พี่น้องเกษตรกรใน จ.กำแพงเพชร และเร่งศึกษาแผนการทำอาคารบังคับน้ำฝายวังบัวเพื่อเป็นประโยชน์ในอนาคตด้วย

‘ธรรมนัส’ทำMOU16หน่วยงาน ร่วมพัฒนาเกษตรกรเขตปฏิรูปที่ดิน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/763282

‘ธรรมนัส’ทำMOU16หน่วยงาน  ร่วมพัฒนาเกษตรกรเขตปฏิรูปที่ดิน

‘ธรรมนัส’ทำMOU16หน่วยงาน ร่วมพัฒนาเกษตรกรเขตปฏิรูปที่ดิน

วันอังคาร ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) การบูรณาการขับเคลื่อนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในเขตปฏิรูปที่ดินตามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ 16 หน่วยงาน ได้แก่ สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ สำนักงานปลัดกระทรวงพลังงาน กรมชลประทาน กรมทรัพยากรน้ำ กรมทรัพยากรน้ำบาดาล กรมพัฒนาที่ดิน กรมโยธาธิการ และผังเมืองกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล สำนักงานคณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคและมูลนิธิปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ ที่ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพเสริมนอกภาคการเกษตร (ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร) อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา

สำหรับการลงนาม MOU ดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อบูรณาการวางแผนและสนับสนุนการดำเนินการพัฒนาพื้นที่ยึดคืนตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 36/2559 สั่ง ณ วันที่ 5 กรกฎาคม 2559 ตามนโยบายรัฐบาลที่อยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงเกษตรฯ และพื้นที่อื่นในเขตปฏิรูปที่ดิน รวมถึงเพื่อให้เกษตรกรที่ได้รับการจัดที่ดินทำกินในพื้นที่เขตปฏิรูปที่ดิน มีระบบสาธารณูปโภคและโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นอย่างเหมาะสมกับสภาพพื้นที่และเกิดการใช้ประโยชน์ที่ดินสูงสุดซึ่งทั้ง 16 หน่วยงาน จะร่วมกันให้องค์ความรู้และสนับสนุนทางเทคนิควิชาการ ในการวางแผนออกแบบและก่อสร้างเพื่อยกระดับงานพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในเขตปฏิรูปที่ดินให้เกิดศักยภาพสูงสุด เป็นการส่งเสริมและพัฒนาอาชีพ ส่งเสริมสวัสดิการสังคมและพัฒนาคุณภาพชีวิตให้เกษตรกรมีความเป็นอยู่ที่ดี มีรายได้ที่มั่นคง

“การเซ็น MOU ครั้งนี้ จะร่วมกันพัฒนาพื้นที่ เช่น การสำรวจออกแบบพัฒนาแหล่งน้ำและระบบกระจายน้ำในเขตปฏิรูปที่ดิน ด้านดินจะร่วมกันปรับปรุงพัฒนาทรัพยากรดินให้เกิดความอุดมสมบูรณ์เหมาะสมกับการเกษตรพร้อมทั้งอนุรักษ์ฟื้นฟูทรัพยากรดินและน้ำให้เกิดความยั่งยืนเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม นอกจากนั้นยังออกแบบวางผังการใช้ประโยชน์ที่ดินออกแบบผังชุมชนผังแปลงเกษตรกรรมให้สอดคล้องกับผังเมืองรวมของจังหวัดจัดทำแผนขยายเขตไฟฟ้าเข้าพื้นที่ทั้งยังให้ความรู้เจ้าหน้าที่และกลุ่มเกษตรกรด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัล
ซึ่งเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและการบริหารจัดการทำให้ชุมชนมีศักยภาพสามารถพัฒนาไปสู่การแข่งขันเชิงธุรกิจในอนาคตและการส่งเสริมให้เกิดการรวมกลุ่มพัฒนาอาชีพให้มีการต่อยอดการพัฒนาในมิติ 6 ด้าน คือ น้ำ ดิน เกษตร ป่าไม้ สิ่งแวดล้อม และพลังงานทดแทน รวมถึงสนับสนุนกิจกรรมและโครงการที่เป็นประโยชน์กับชุมชนเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงสวัสดิการของรัฐมีคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น” ร.อ.ธรรมนัส กล่าว

เกษตรฯร่วมจัดงาน นิทรรศการSX2023 ‘พอเพียงยั่งยืนฯ’ ให้ความรู้ทำเกษตร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/763281

วันอังคาร ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

น.ส.นฤมล สงวนวงศ์ ผู้ช่วยปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย นายจิตติศักดิ์ ศรีปัญญา ผอ.กองนโยบายเทคโนโลยีเพื่อการเกษตรและเกษตรกรรมยั่งยืน ร่วมงานSustainability EXPO 2023 (SX 2023) มหกรรมด้านการพัฒนาที่ยั่งยืน ครั้งที่ 4 ภายใต้แนวคิด “พอเพียงยั่งยืน เพื่อโลก” (Sufficiency for Sustainability) ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ชั้น G โซน “Better Me” โดยเยี่ยมชมการจัดแสดงนิทรรศการต่างๆ ภายในงาน และนิทรรศการของกระทรวงเกษตรฯ ภายใต้แนวคิด “พอเพียงยั่งยืน เพื่อโลก” ซึ่งนำเสนอแนวคิดการเกษตรไทยกับศตวรรษแห่งความเปลี่ยนแปลงภาคการเกษตรไทยในบริบทความเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ รวมทั้งการขับเคลื่อนการดำเนินการต่างๆ และโครงการเด่น รวมถึงเทคโนโลยีจากการวิจัยของหน่วยงานต่างๆ อาทิ เทคโนโลยีการผลิตข้าวรักษ์โลก เกร็ดความรู้เรื่องคาร์บอนเครดิตจากภาคการเกษตร โดยกรมการข้าว หมูหลุม Zero Waste ต้นแบบสำหรับเกษตรกรในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยกรมปศุสัตว์ รวมถึงการเลี้ยงควายปลักทะเลน้อย จ.พัทลุง ซึ่งได้รับการรับรองระบบมรดกทางการเกษตรโลกแห่งแรกของประเทศไทย

สำหรับการจัดงาน Sustainability EXPO 2023 (SX 2023) จัดขึ้นโดยบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) มีกิจกรรมที่น่าสนใจ ได้แก่ การจัดนิทรรศการ กิจกรรมบนเวทีเพื่อแลกเปลี่ยนมุมมอง การเรียนรู้ การจำหน่ายอาหารและสินค้า Workshop และกิจกรรมที่เชื่อมโยงระหว่างพื้นที่จัดงานกับสวนป่า

‘ธรรมนัส’ย้ำชัด ลูกน้องไม่ตายฟรี เร่งให้การเยียวยา จนท.กรมปศุสัตว์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/763009

วันจันทร์ ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงกรณีเจ้าหน้าที่กรมปศุสัตว์ ถูกยิงเสียชีวิต 1 ราย ในขณะปฏิบัติหน้าที่เข้าตรวจค้นห้องเย็นในพื้นที่ จ.เพชรบูรณ์ ว่า ได้เดินทางไปยังกรมปศุสัตว์ พร้อมด้วยนายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรฯ และผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยเรียกผู้บริหารกรมปศุสัตว์ ทั้งส่วนกลางและภูมิภาค ประชุมหารือในประเด็นการเยียวยาครอบครัวของเจ้าหน้าที่ผู้เสียชีวิต และมาตรการด้านความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ซึ่งอาจมีความเสี่ยงในขณะปฏิบัติหน้าที่ ขณะเดียวกันได้ให้กำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ให้มีความเข้มแข็งในการเข้าปฏิบัติงานอย่างเต็มที่และในฐานะที่เป็นผู้บังคับใช้กฎหมายด้านปศุสัตว์ หลังจากนี้ได้มอบนโยบายให้ประสานหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องร่วมบูรณาการในการเข้าปฏิบัติการอย่างรัดกุมต่อไป

“จากนี้ไปกรมปศุสัตว์ จะปฏิบัติการเชิงรุกมากขึ้น โดยประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้ง 4 เหล่าทัพ ผู้ว่าราชการจังหวัด ฯลฯ ในการเข้าปฏิบัติงานด้วยความปลอดภัย และจะมีการกวาดล้างขบวนการลักลอบนำเข้า-ส่งออกสินค้าเกษตรผิดกฎหมายอย่างเข้มข้นและให้สิ้นซาก โดยมอบหมายปลัดกระทรวงเกษตรฯ เร่งรัดการดำเนินงานให้เห็นผลการดำเนินงาน 100% สำหรับกรณีการเยียวยาครอบครัวของเจ้าหน้าที่ผู้เสียชีวิต ให้ได้รับสวัสดิการตามสิทธิ์ และบุตรจะได้รับการศึกษาจนจบปริญญาตรี ส่วนเรื่องคดีความได้เร่งรัดดำเนินคดีผู้กระทำผิดโดยเร็วที่สุด” ร.อ.ธรรมนัส กล่าว

พิพิธภัณฑ์ฯจัดงานวันนวมินทรมหาราช

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/763000

วันจันทร์ ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

พล.อ.อ.เสนาะ พรรณพิกุล ผอ.สำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว กล่าวว่า วันที่ 13 ตุลาคม เป็นวันนวมินทรมหาราช ปีที่ 7 ของวันสวรรคตรัชกาลที่ 9 หรือเรียกว่า “สัตตมวรรษ” โดยคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้รับโปรดเกล้าฯ พระราชทานชื่อเป็น “วันนวมินทรมหาราช” เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันนวมินทรมหาราช แปลว่า วันที่ระลึกถึงพระมหาราชรัชกาลที่ 9 ผู้ยิ่งใหญ่ กษัตริย์ผู้เป็นที่รักยิ่งของปวงชนชาวไทย หากแต่พระมหากรุณาธิคุณอันใหญ่หลวง ยังคงจารึกอยู่ในหัวใจและความทรงจำของพสกนิกรชาวไทย ผ่านหลักคำสอน โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ หลักการทรงงานที่พระองค์พระราชทานไว้ เปรียบดั่งเข็มทิศนำทางเป็นต้นแบบและสร้างแรงบันดาลใจในการดำเนินชีวิตของคนไทยเสมอมา

ทั้งนี้ พิพิธภัณฑ์การเกษตรฯ ได้จัดพิธีบำเพ็ญพระราชกุศล และกิจกรรมน้อมรำลึก เนื่องในวันนวมินทรมหาราช 13 ตุลาคม 2566 และมีกิจกรรมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร นำภาพถ่ายพระบรมฉายาลักษณ์ และบทเพลงเพื่อพ่อ เสียงขลุ่ยบรรเลงบทเพลงพระราชนิพนธ์ โดย อ.ธนิสร์ ศรีกลิ่นดี ศิลปินแห่งชาติ และคุณขวัญข้าวธิดารินทร์ พร้อมเปิดให้เข้าชมพิพิธภัณฑ์ในหลวงรักเรา พระเกียรติคุณ พระอัจฉริยภาพ พระราชกรณียกิจของในหลวงรัชกาลที่ 9 ผ่านนิทรรศการหลักการทรงงาน โครงการพระราชดำริ นวัตกรรมของพ่อ และชมภาพยนตร์ 3 มิติ 6 รอบ รวมทั้งร่วมแบ่งปันสินค้าคุณภาพปลอดภัยจากพี่น้องเครือข่ายในกิจกรรม “ขาดทุน คือกำไร” กับสินค้าคุณภาพราคา 9 บาท ตลอดทั้งวัน

‘ธรรมนัส’เยี่ยมโรงบรรจุ ลดต้นทุนผลิตลำไยจันทบุรี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/763006

วันจันทร์ ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโรงรวบรวมและคัดบรรจุลำไยนิรันดร์ และพบปะเกษตรกรผู้ปลูกลำไย ต.หนองตาคง อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี ว่าจากการสำรวจสถานการณ์การผลิตลำไยฤดูกาลผลิต ปี 2566/67 ของสำนักงานเกษตรจังหวัดและสำนักงานเกษตรอำเภอ พบว่า จ.จันทบุรี มีพื้นที่ปลูกลำไย 268,449 ไร่ พื้นที่ให้ผลผลิต 267,189 ไร่ และคาดว่าจะมีผลผลิตลำไยออกสู่ตลาดในฤดูกาลนี้ประมาณ 326,500 ตัน ผลผลิตต่อไร่ 1,222 กิโลกรัมต่อไร่ ซึ่งพื้นที่ปลูกมีกระจายอยู่ในทุกอำเภอ โดยพื้นที่ปลูกสูงสุด คือ อ.สอยดาว และ อ.โป่งน้ำร้อน 143,205 และ 119,583 ไร่ ตามลำดับ และผลผลิตส่วนใหญ่ร้อยละ 99.13 (ประมาณ 323,670 ตัน)อยู่ในทั้ง 2 อำเภอนี้ ขณะนี้ผลผลิตออกสู่ตลาดแล้วประมาณ 10,000 ตัน คิดเป็นร้อยละ 3.06 ส่วนราคารับซื้อผลผลิตฯ (แบบเหมาสวน) อยู่ที่30-40 บาท/กิโลกรัม (ขึ้นอยู่กับคุณภาพผลผลิตลำไยของเกษตรกร) ส่วนเกษตรกรที่ทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้ากับบริษัท/โรงคัดบรรจุที่รับซื้อผลผลิต จะอยู่ที่ 30-32 บาท/กิโลกรัม

ทั้งนี้ เมื่อเปรียบเทียบกับสถานการณ์การผลิตลำไย ฤดูกาลผลิตปี 2565/66 พบว่าพื้นที่ปลูก พื้นที่ให้ผล และผลผลิตต่อไร่ มีแนวโน้มลดลงเนื่องจากเกษตรกรในเขตชลประทาน เริ่มปรับเปลี่ยนพื้นที่ปลูกเดิม (ลำไย) ไปเป็นทุเรียน ส่วนเกษตรกรที่อยู่นอกเขตชลประทาน เริ่มมีการปรับเปลี่ยนพืชไปปลูกพืชไร่ เช่น มันสำปะหลัง อีกทั้งราคาปัจจัยการผลิตทางการเกษตร เช่น ปุ๋ยเคมี ยากำจัดศัตรูพืช และสารเคมีที่ใช้ในการผลิตลำไย โดยเฉพาะโพแทสเซียมคลอเรต มีการขยับราคาสูงขึ้น ส่งผลให้เกษตรกรลดขั้นตอนการเตรียมความพร้อมให้ต้นสมบูรณ์ (ทำใบเพียงแค่ 2 ชุด) จึงทำการกระตุ้นการออกดอกเลย และประกอบกับเกษตรกรในพื้นที่มีความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ภัยแล้งที่อาจจะเกิดขึ้น ในปี 2567 จึงมีเกษตรกรทำการพักต้นประมาณ 28,900 ไร่เศษ ซึ่งอาจส่งผลให้ผลผลิตของลำไยฤดูกาลผลิต 2566/67มีปริมาณที่ลดลง

อย่างไรก็ดี ส่วนราชการต่างๆ ได้บูรณาการการทำงาน ทั้งกรมส่งเสริมการเกษตร ได้จัดการปัญหาการระบาดศัตรูพืชและการป้องกันกำจัด “เพลี้ยแป้งลำไย” กรมวิชาการเกษตร จัดประชุมเตรียมความพร้อมก่อนการส่งออกลำไยภาคตะวันออกฤดูกาลผลิต 2566/67 เพื่อชี้แจงถึงนโยบายด้านการส่งออกลำไย การเตรียมความพร้อมโรงคัดบรรจุและเงื่อนไขการแจ้งตรวจศัตรูพืช (PC) ในลำไย สถานการณ์การค้าลำไยในสาธารณรัฐประชาชนจีน และรับฟังข้อคิดเห็นการเตรียมความพร้อมก่อนการส่งออกลำไยภาคตะวันออก ฤดูกาลผลิต ปี 2566/67 เป็นต้น ในโอกาสนี้ รมว.เกษตรฯ ได้ติดตามโครงการจัดที่ดินทำกินแปลงเกษตรเกื้อกูลทับปะตีโมเดล หมู่ 8 ต.โป่งน้ำร้อน อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี งบประมาณ 18 ล้านบาทซึ่งเป็นโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบบริหารจัดการน้ำเพื่อการเกษตรและถนน

เกษตรฯร่วมรับฟังปัญหา ผู้แทนกลุ่มสภาเครือข่ายฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/763001

วันจันทร์ ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์พร้อมด้วย นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรฯ นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ พร้อมด้วยผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง พบปะ รับฟังปัญหา และรับเรื่องร้องทุกข์จากผู้แทนกลุ่มสภาเครือข่ายประชาชนอีสาน (สอส.) สมาชิกกลุ่มผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย (ผรท.) สภาประชาชน 4 ภาค นำโดย นายประพาส โงกสูงเนิน พร้อมด้วยมวลชนประมาณ 250 คน ซึ่งชุมนุมกันอยู่ที่บริเวณเกาะกลางหน้ากระทรวงเกษตรฯ และบริเวณหน้าสำนักงานการปฏิรูปที่ดิน โดยทาง สอส.มีข้อเรียกร้อง 2 ข้อ ได้แก่ 1.ขอให้ตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหาให้กลุ่ม เนื่องจากคำสั่งเดิมหมดอำนาจจากการยุบสภา และ 2.ขอให้แก้ไขปัญหาที่ดินทำกิน หนี้สิน และผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย

ทั้งนี้ รมว.เกษตรฯ ได้มอบหมายปลัดกระทรวงเกษตรฯ และอธิบดีกรมการข้าว ให้ดูแลอาหาร น้ำดื่มให้ผู้ชุมนุม และอำนวยความสะดวกด้านความเป็นอยู่ ด้านสุขอนามัยของกลุ่ม สอส. ผรท. และสภาประชาชน 4 ภาค

‘รมว.ธรรมนัส’ติดตามการบริหารจัดการน้ำคาบสมุทรสทิงพระ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/762992

'รมว.ธรรมนัส'ติดตามการบริหารจัดการน้ำคาบสมุทรสทิงพระ

‘รมว.ธรรมนัส’ติดตามการบริหารจัดการน้ำคาบสมุทรสทิงพระ

วันอาทิตย์ ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 21.42 น.

“รมว.ธรรมนัส”ติดตามการบริหารจัดการน้ำคาบสมุทรสทิงพระ พร้อมเปิดสถานีสูบน้ำคลองหนัง จ.สงขลา มุ่งแก้ปัญหาอุทกภัยและภัยแล้ง

เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2566 ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาระโนด – กระแสสินธุ์ และพบปะเกษตรกรผู้ใช้น้ำ ณ ต.บ้านตาขาว อ.ระโนด จ.สงขลา ซึ่งครอบคลุมพื้นที่คาบสมุทรสทิงพระ ในพื้นที่ 4 อำเภอของจังหวัดสงขลา ได้แก่ ระโนด กระแสสินธุ์ สทิงพระ และสิงหนคร และบางส่วนของอำเภอหัวไทร จังหวัดนครศรีธรรมราช ในความรับผิดชอบของโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาระโนด กระแสสินธุ์ ที่ได้บริหารจัดการและส่งน้ำสนับสนุนพื้นที่การเกษตรมาอย่างต่อเนื่อง แต่เนื่องจากพื้นที่อำเภอระโนด มีลักษณะเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ ทำให้มีน้ำท่วมขังเป็นบริเวณกว้างในช่วงฤดูฝน เกิดความเสียหายต่อพื้นที่เกษตรกรรมโดยรอบ ราษฎรได้รับความเดือดร้อนในด้านอุปโภคบริโภค อีกทั้งยังประสบปัญหาขาดแคลนน้ำเพื่อการเกษตรในช่วงฤดูแล้งอีกด้วย

ทั้งนี้ กรมชลประทาน ได้ดำเนินโครงการบริหารจัดการน้ำคาบสมุทรสทิงพระ เพื่อแก้ไขปัญหาอุทกภัยและการขาดแคลนน้ำเพื่อการเกษตรบริเวณพื้นที่คาบสมุทรสทิงพระ ซึ่งมีพื้นที่รับประโยชน์ประมาณ 2,200 ไร่ โดยได้ดำเนินโครงการต่าง ๆ เพื่อแก้ไขปัญหาด้านอุทกภัยในพื้นที่ อาทิ ก่อสร้างประตูระบายน้ำบ้านท่าเข็น ขุดขยายคลองศาลาหลวง ระยะทาง 2.44 กิโลเมตร ขุดขยายคลองโคกทอง – หัวคลอง ความยาว 4.663 กิโลเมตร ก่อสร้างประตูระบายน้ำคลองระโนด ขุดขยายคลองโรง ความยาว 4 กิโลเมตร ขุดขยายคลองพังยาง ความยาว 4.50 กิโลเมตร ขุดขยายคลองหนัง ความยาว 2.52 กิโลเมตร ก่อสร้างสถานีสูบน้ำสนามชัย และก่อสร้างคันกั้นน้ำบ้านเกาะใหญ่ – บ้านท่าคุระ ความยาว 3 กิโลเมตร

ด้านการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำ ได้ดำเนินโครงการต่าง ๆ อาทิ การเพิ่มศักยภาพคลองพลเอกอาทิตย์ฯ พร้อมอาคารประกอบ โดยขุดขยายคลอง ความยาว 37.40 กิโลเมตร การก่อสร้างสถานีสูบน้ำโคกพระและระบบส่งน้ำ การก่อสร้างสถานีสูบน้ำคลองหนัง และขุดลอกแก้มลิงชะแล้ เป็นต้น หากดำเนินการแล้วเสร็จ จะสามารถชะลอน้ำหลากในช่วงฤดูฝนได้ 32,000 ไร่ ส่งน้ำให้พื้นที่เกษตรกรรมทั้งในฤดูฝนและฤดูแล้ง 21,530 ไร่ และราษฎรได้รับประโยชน์ 1,485 ครัวเรือน สามารถเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนสำหรับการเพาะปลูกในฤดูแล้งเพิ่มขึ้นอีก 12,000 ไร

“โครงการดังกล่าว นับเป็นประโยชน์ต่อราษฎรในพื้นที่ เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำไว้อุปโภคบริโภค การขาดแคลนน้ำเพื่อการเกษตร และเพื่อเก็บกักน้ำไว้ใช้สำหรับการเกษตรในฤดูแล้ง พร้อมกันนี้ยังได้เน้นย้ำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันเร่งแก้ไขปัญหาระยะเร่งด่วนในพื้นที่ อาทิ ปัญหาน้ำเค็มรุกน้ำจืด ที่ทำให้ชาวบ้านลุ่มน้ำทะเลสาบคาบสมุทรสทิงพระ มีน้ำจืดที่ไม่เพียงพอกับความต้องการ ปัญหาวัชพืชและสิ่งกีดขวางทางน้ำ โดยให้เร่งกำจัดวัชพืชเพื่อให้การระบายน้ำ-ส่งน้ำเป็นไปอย่างเต็มประสิทธิภาพและต่อเนื่อง บรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่โดยรอบ นอกจากนี้ จะเตรียมตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนพัฒนาเขตลุ่มน้ำเพื่อบริหารจัดการน้ำให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ในพื้นที่ลุ่มน้ำที่สำคัญ ได้แก่ ลุ่มน้ำทะเลน้อย คาบสมุทรสทิงพระ และลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา ต่อไป” รมว.เกษตรฯ กล่าว

นอกจากนี้ รมว.เกษตรฯ ได้เป็นประธานในพิธีเปิดประตูน้ำสถานีสูบน้ำคลองหนัง พร้อมร่วมปล่อยพันธุ์ปลาสุลต่าน จำนวน 300,000 ตัว และมอบพันธุ์ปลาให้กับผู้แทนชุมชนด้วย

จากนั้นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้เดินทางไปยังหอประชุมรัตนโกสินทร์ (ศาลาประชาคมอำเภอสทิงพระ) ที่ว่าการอำเภอสทิงพระ จ.สงขลา เพื่อรับฟังปัญหาของประชาชนในพื้นที่ พร้อมมอบแนวทางการแก้ไขปัญหา ทั้งนี้ ได้มีการมอบหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก. 4-01) จำนวน 30 ราย มอบปัจจัยการผลิต ได้แก่ ชุดผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีชีวภาพของกรมพัฒนาที่ดิน จำนวน 250 ชุด ชุดปัจจัยการผลิตพืช (ต้นกล้ามะเขือและสารชีวภัณฑ์) จำนวน 20 ชุด และข้าวสาร จำนวน 200 ชุด มอบเงินอุดหนุนโครงการส่งเสริมการผลิตหัวเชื้อจุลินทรีย์เพื่อการเพาะเลี้ยงกุ้งทะเล และเยี่ยมชมนิทรรศการความสำเร็จของโครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และสินค้าของเกษตรกรในพื้นที่

– 006