จ.นครพนมท้าประลองเปิบเมนูพิสดาร พร้อมชมฉากเสี่ยงตายเผด็จศึกรังตัวต่อ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/757729

วันพุธ ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการเตรียมพร้อมในการจัดงานประเพณีสุดแปลก ซึ่งคาดว่า อาจเป็นที่เดียวในไทย คืองานเทศกาลกินต่อหัวเสือ ของชาว อ.ปลาปาก จ.นครพนม โดยจัดสืบทอดมายาวนานกว่า 10 ปี ปัจจุบันมีการยกระดับจากเดิม เป็นงานประเพณีประจำหมู่บ้าน ขยับขึ้นเป็นระดับตำบล และกลายเป็นงานประจำอำเภอ ล่าสุด ขึ้นสู่งานประเพณีระดับจังหวัดนครพนมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยงานประเพณีกินต่อหัวเสือของชาว อ.ปลาปาก ถือเป็นงานที่กระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยว เดิมทีชาวบ้านนำอาชีพจากภูมิปัญญา ตามวิถีคนชนบท ด้วยการเลี้ยงต่อหัวเสือกินเองในครอบครัว ก่อนที่จะพัฒนานำมาต่อยอดเลี้ยงขาย เนื่องจากเป็นที่ต้องการของตลาด โดยเฉพาะในกลุ่มนักเปิบพิสดาร อีกทั้งยังเป็นเมนูเด็ดหายากเพราะหนึ่งปีมีครั้งเดียว และเป็นที่นิยมของนักเปิบเมนูแปลก ส่วนหนึ่งเชื่อกันว่าเป็นยาชูกำลังเสริมสมรรถภาพร่างกาย ทั้งไม่มีต้นทุนในการเลี้ยง แต่ต้องเสี่ยงตายออกไปล่ารังต่อจากธรรมชาติ ก่อนที่จะนำมาเลี้ยงตามหัวไร่ปลายนา เพื่อให้เติบโตเองโดยธรรมชาติ และตัวต่อจะบินออกไปหาอาหารกินเอง ใช้ระยะเวลาประมาณ 2-3 เดือน สามารถเก็บผลผลิตได้ ส่วนใหญ่ตัวต่อจะเริ่มทำรังในช่วงเดือนพฤษภาคม เมื่อย่างเข้าเดือนธันวาคมจะเข้าสู่ช่วงเก็บผลผลิต โดยชาวบ้านมีกรรมวิธีนำต่อหัวเสือออกจากรัง จากเดิมใช้วิธีรมควันใต้รัง ซึ่งวิธีดังกล่าวทำให้ตัวต่อตายด้วยความร้อน จึงหันมาใช้วิธีปัจจุบัน คือตัดชุดคล้ายมนุษย์อวกาศ ปิดร่างกายมิดชิด ก่อไฟรมควันไว้เหนือลม วิธีนี้ตัวต่อจะบินหนีไปเอง จากนั้นก็จะเดินไปล้วงรังต่อออกมา ส่วนตัวต่อที่บินหนีก็จะไปหาสร้างรังใหม่ ที่อยู่ไม่ไกลจากรังเดิม ปัจจุบันมีราคาซื้อขายลูกต่อหัวเสือ ประมาณกิโลกรัมละ 1,000 บาท หากซื้อยกรังตกรังละประมาณ 1,500-2,000 บาท

เกษตรฯทวงแชมป์ส่งออกยางไปญี่ปุ่น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/757460

วันอังคาร ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

น.ส.นฤมล สงวนวงศ์ ผู้ช่วยปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ต้อนรับสมาคมผู้ค้ายางแห่งประเทศญี่ปุ่น (The Rubber Trade Association of Japan: RTAJ) ในโอกาสศึกษาดูงานด้านความยั่งยืนของอุตสาหกรรมยางพาราในประเทศไทย โดยลงพื้นที่ จ.ชลบุรี และ จ.ระยอง ซึ่งการยางแห่งประเทศไทย ร่วมกับสำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ประจำกรุงโตเกียว ในการศึกษาดูงาน เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประเทศญี่ปุ่นถึงกระบวนการผลิตอุตสาหกรรมยางพาราของประเทศไทย ที่สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ อีกทั้งยังเป็นการรักษาตลาดเดิม ควบคู่กับการขยายโอกาสทางการค้าของสินค้ายางพารา

ทั้งนี้ ประเทศญี่ปุ่น นำเข้ายางแผ่นรมควันและยางแท่งจากประเทศไทยจำนวนมากต่อปี เพื่อใช้ในอุตสาหกรรมยางล้อรถยนต์และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง ขณะเดียวกัน บริษัทผู้ผลิตยางล้อรถยนต์ของญี่ปุ่นหลายแห่งยังสร้างฐานการผลิตในประเทศไทย มีการใช้ยางพาราในประเทศไทยเป็นวัตถุดิบด้วย

ปัจจุบันประเทศไทยครองส่วนแบ่งตลาดยางพาราในประเทศญี่ปุ่นประมาณร้อยละ 30 มากเป็นอันดับ 2 รองจากประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งมีส่วนแบ่งตลาดประมาณร้อยละ 70 อย่างไรก็ดี
การศึกษาดูงานครั้งนี้ เป็นก้าวแรกในการพลิกโอกาสให้อุตสาหกรรมยางพาราของประเทศไทยสามารถกลับมาทวงแชมป์การส่งออกยางพาราไปตลาดญี่ปุ่น ในรอบ 15 ปี เนื่องจากประเทศญี่ปุ่น ให้ความสำคัญกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (SDGs) ผู้บริโภคญี่ปุ่นตื่นตัวและให้ความสนใจกับสินค้าและผลิตภัณฑ์ที่มีกระบวนการผลิตที่สอดคล้องกับเป้าหมาย SDGs ไม่เว้นแม้แต่อุตสาหกรรมยางล้อรถยนต์และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง ซึ่งผู้ผลิตหลายรายหันมาใส่ใจต่อเป้าหมายดังกล่าวจนมีแนวโน้มที่จะกลายเป็นมาตรฐานในการจำหน่ายสินค้าในอนาคต ทั้งนี้ ในปี 2565 ญี่ปุ่นนำเข้ายางพารา รวม 769,065 ตัน

นายกฯควงรมต. ลงพื้นที่ขอนแก่น รับฟังปัญหาแล้ง ลงทุนภาคเกษตร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/757456

วันอังคาร ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง พร้อมด้วย นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกรัฐมนตรี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ นายไชยา พรหมา รมช.เกษตรฯ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.คมนาคม นางมนพร เจริญศรี รมช.คมนาคม นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รมว.วัฒนธรรม นายเกรียง กัลป์ตินันท์ รมช.มหาดไทย นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ จ.ขอนแก่น เพื่อเยี่ยมชมเขื่อนอุบลรัตน์ และพบปะประชาชนทั้งที่อยู่ในพื้นที่ชลประทาน และนอกเขตชลประทาน เพื่อพูดคุยประเด็นปัญหาภัยแล้ง ผลกระทบจากเอลนีโญ พื้นที่ทำกิน และการบริหารจัดการน้ำ โดยมีนายไกรสร กองฉลาด ผวจ.ขอนแก่น นำเสนอแผนการบริหารจัดการน้ำภาพรวมสถานการณ์น้ำทั้งจังหวัด รวมถึงสถานการณ์น้ำในเขื่อนอุบลรัตน์

นายเศรษฐากล่าวว่า รัฐบาลชุดนี้ ให้ความสำคัญกับการลงทุนพื้นที่ภาคการเกษตร การสร้างเขื่อนสร้างฝายการพัฒนาพื้นที่ชลประทานให้เยอะขึ้นเพื่อรองรับผลผลิตตลาดทางการเกษตรโดยเฉพาะในพื้นที่เขื่อนอุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น

ในโอกาสนี้ นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์อธิบดีกรมการข้าว พร้อมด้วยนายชิษณุชา บุดดาบุญ รองอธิบดีกรมการข้าว และผู้บริหารทั้งจากส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ได้ร่วมให้การต้อนรับนายกฯ และคณะในโอกาสเดินทางมาพบปะประชาชนในครั้งนี้ด้วย

กรมชลฯวอนใช้น้ำประหยัดรับเอลนีโญ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/757236

วันจันทร์ ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า ปัจจุบันอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ มีปริมาณน้ำรวมกันประมาณ 41,993 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) คิดเป็นร้อยละ 55 ของความจุอ่างฯ รวมกัน สามารถรับน้ำได้รวมกันประมาณ 34,344 ล้าน ลบ.ม.เฉพาะลุ่มน้ำเจ้าพระยา 4 เขื่อนหลัก (เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์) มีปริมาณน้ำรวมประมาณ 10,124 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 41 ของความจุอ่างฯรวมกัน สามารถรับน้ำได้รวมกันประมาณ 14,747 ล้าน ลบ.ม.ขณะนี้มีการทำนาปีทั่วประเทศ ประมาณ 14.96 ล้านไร่คิดเป็นร้อยละ 88 ของแผนฯ เก็บเกี่ยวแล้ว 2.90 ล้านไร่ เฉพาะลุ่มน้ำเจ้าพระยา ทำนาปีไปแล้ว 7.49 ล้านไร่ คิดเป็นร้อยละ 93 ของแผนฯ เก็บเกี่ยวไปแล้ว 2.53 ล้านไร่ ในส่วนของสถานการณ์ค่าความเค็มใน 4 ลำน้ำสายหลักอยู่ในเกณฑ์ปกติ

ทั้งนี้ กรมอุตุนิยมวิทยา คาดการณ์ว่าสถานการณ์เอลนีโญ ยังคงมีแนวโน้มจะทวีความรุนแรงขึ้นในช่วงปลายปี 2566 และลากยาวถึงปีหน้า จึงสั่งการให้โครงการชลประทานทุกแห่ง เตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ภัยแล้งที่อาจจะเกิดขึ้น โดยดำเนินการตาม 5 มาตรการในการบริหารจัดการน้ำช่วงฤดูฝนของกรมชลประทาน ได้แก่ 1.น้ำเพื่ออุปโภค-บริโภคต้องเพียงพอตลอดทั้งปี 2.บริหารจัดการน้ำท่าให้เกิดประโยชน์สูงสุด 3.ส่งเสริมให้เกษตรกรเพาะปลูกพืชโดยใช้น้ำฝนเป็นหลัก 4.กักเก็บน้ำในเขื่อนไว้ให้ได้มากที่สุด และ 5.บริหารจัดการน้ำเพื่อป้องกันและบรรเทาอุทกภัย เพื่อบรรเทาปัญหาที่จะเกิดขึ้นกับประชาชน

พร้อมทั้งขอความร่วมมือเกษตรกรที่เพาะปลูกข้าวนาปีรอบแรกและเก็บเกี่ยวแล้วเสร็จ งดเพาะปลูกข้าวนาปีต่อเนื่อง เพราะปริมาณน้ำต้นทุนมีไม่เพียงพอ ตลอดจนขอความร่วมมือทุกภาคส่วน ใช้น้ำอย่างประหยัด การจัดหาแหล่งเก็บกักน้ำหรือสำรองน้ำไว้ใช้เพื่อการอุปโภค-บริโภคในครัวเรือน

‘เศรษฐเกียรติ’เดินทาง ร่วมหารือทางการซาอุฯ อุตสาหกรรมอินทผลัม พัฒนาตลาด2ประเทศ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/757233

วันจันทร์ ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมหารือกับนาย Mohammad Bin Fahad Alnuwairan ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) และคณะเจ้าหน้าที่ของหน่วยงาน National Center for Palms & Dates (NCPD) กระทรวงสิ่งแวดล้อมน้ำ และการเกษตร แห่งราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย โดยมี นายดามพ์ บุญธรรมเอกอัครราชทูต ณ กรุงริยาด เข้าร่วม ที่สำนักงาน NCPD ราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย

ทั้งนี้ ฝ่ายซาอุดีอาระเบีย ได้นำเสนอข้อมูลหน่วยงาน NCPD ซึ่งเป็นศูนย์กลางในการกำกับดูแลอุตสาหกรรมอินทผลัมทั้งระบบของซาอุดีอาระเบียมีการควบคุมมาตรฐานการปลูก โรงงานแปรรูป การขนส่ง การตลาด การขาย และการลงทุน ทั้งในประเทศและต่างประเทศ และยกตัวอย่างสินค้าที่แปรรูปจากอินทผลัม ได้แก่ เบเกอรี่ แยม ไซรัปนมโปรตีน และโยเกิร์ต เป็นต้น นอกจากนี้ยังได้เชิญคณะฝ่ายไทยเยี่ยมชมสำนักงาน NCPD เพื่อศึกษาดูงานระบบการทำงานของ NCPD ด้านการทำสื่อโฆษณาและ E-commerce

ทั้งนี้ ฝ่ายไทยได้กล่าวแสดงความขอบคุณฝ่ายซาอุดีอาระเบียในการเชิญมาร่วมหารือดังกล่าว และยืนยันความพร้อมของไทยในการให้ความร่วมมือกับซาอุดีอาระเบีย เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์อินทผลัมระหว่างกัน พร้อมผลักดันการจัดทำโครงการอบรมแลกเปลี่ยนทักษะความรู้และประสบการณ์ในห่วงโซ่อุตสาหกรรมการผลิตอินทผลัมระหว่างสองประเทศ นำไปสู่การพัฒนาตลาดอินทผลัมในระดับสากล โดยฝ่ายซาอุดีอาระเบียได้รับข้อเสนอนี้ไว้พิจารณา และจะแจ้งความคืบหน้าให้ฝ่ายไทยทราบในโอกาสต่อไป

รมว.เกษตรฯลงพื้นที่ติดตาม สถานการณ์น้ำท่วมกาฬสินธุ์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/757238

วันจันทร์ ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ตรวจติดตามสถานการณ์อุทกภัยในเขตพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ โดยลงพื้นที่ อ.ห้วยผึ้ง และ อ.กุฉินารายณ์ พร้อมด้วยนายศุภศิษย์ กอเจริญยศ ผวจ.กาฬสินธุ์นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทานนายประเสริฐ บุญเรือง สส.กาฬสินธุ์ พร้อมกันนี้ได้มอบถุงยังชีพให้กับผู้ประสบภัย โดย ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีมีความเป็นห่วงประชาชนและพี่น้องเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม จึงได้กำชับให้ทางกระทรวงเกษตรฯ สั่งหน่วยงานในสังกัดเร่งช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนประชาชนอย่างเต็มที่

ทั้งนี้ ร.อ.ธรรมนัส ได้สั่งการให้สำนักงานชลประทานที่ 6 จัดเตรียมเครื่องจักร และเครื่องสูบน้ำเพื่อช่วยเหลือระบายน้ำอย่างเร่งด่วน และให้เร่งลดระดับน้ำเพื่อให้สามารถรองรับน้ำที่อาจจะหลากล้นลงมาอีกหากมีปริมาณฝนตกหนักเพิ่มขึ้น โดยให้รายงานสถานการณ์ทุกระยะ และขอเป็นกำลังใจให้กับพี่น้องผู้ประสบอุทกภัย ซึ่งกระทรวงเกษตรฯ จะเร่งให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน

‘รมว.ธรรมนัส’หนุนสร้างห้องเย็นเก็บทุเรียน เพิ่มศักยภาพการผลิตกลุ่มวิสาหกิจชุมชนฯบูกิต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/757176

'รมว.ธรรมนัส'หนุนสร้างห้องเย็นเก็บทุเรียน เพิ่มศักยภาพการผลิตกลุ่มวิสาหกิจชุมชนฯบูกิต

‘รมว.ธรรมนัส’หนุนสร้างห้องเย็นเก็บทุเรียน เพิ่มศักยภาพการผลิตกลุ่มวิสาหกิจชุมชนฯบูกิต

วันอาทิตย์ ที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2566, 22.03 น.

“รมว.ธรรมนัส” หนุนสร้างห้องเย็นเก็บทุเรียน เพิ่มศักยภาพการผลิตกลุ่มวิสาหกิจชุมชนฯ บูกิต จ.นราธิวาส พร้อมเร่งเดินหน้าแก้ปัญหาที่ดินทำกินทับซ้อนพื้นที่อุทยานเทือกเขาบูโด

วันนี้ (17 กันยายน 2566) ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่เยี่ยมชมการบริหารจัดการของศูนย์เครือข่ายวิสาหกิจชุมชนบริหารห้องเย็นบูกิต และรับฟังปัญหาด้านการเกษตรจากผู้แทนเกษตรกร ณ ศูนย์เครือข่ายวิสาหกิจชุมชนบริหารห้องเย็นบูกิต ตำบลบูกิต อำเภอเจาะไอร้อง จังหวัดนราธิวาส พร้อมด้วย นายอภัย สุทธิสังข์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พันจ่าเอก ประเสริฐ มาลัย หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และผู้บริหารในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าร่วม

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า กลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้ผลิตทุเรียนกวน ตำบลบูกิต อำเภอเจาะไอร้อง จังหวัดนราธิวาส เป็นแหล่งผลิตทุเรียนกวนที่มีชื่อเสียง มีการแปรรูปและส่งออกไปยังประเทศมาเลเซียและสิงคโปร์ สร้างรายได้ให้กับจังหวัดนราธิวาส อย่างไรก็ตาม กลุ่มแปรรูปทุเรียนกวน มีปัญหาด้านการจัดเก็บเนื้อทุเรียน เพื่อยืดอายุของเนื้อทุเรียนในการนำมาแปรรูปเป็นทุเรียนกวนตลอดทั้งปี โดยปัจจุบันมีห้องเย็นจำนวน 5 ห้อง แต่ไม่เพียงพอ เนื่องจากในพื้นที่ดังกล่าวมีบริษัท วิสาหกิจชุมชน เกษตรกรทั่วไปที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับเนื้อทุเรียน จำนวน 15 กลุ่ม ปริมาณผลผลิต ทั้งสิ้น 1,465 ตัน ดังนั้น จึงได้มอบหมายให้กรมส่งเสริมสหกรณ์ ผลักดันงบประมาณเพื่อนำมาสร้างห้องเย็นอีกหนึ่งห้อง เพิ่มศักยภาพในการผลิตให้กับวิสาหกิจชุมชนฯ

สำหรับปัญหาเรื่องสิทธิในที่ดินทำกินบริเวณเทือกเขาบูโด ซึ่งชาวบ้านรอบเทือกเขาบูโดใน 9 อำเภอ ได้รับผลกระทบจากการออก พ.ร.บ.อุทยาน แห่งชาติ ปี 2562 ซึ่งประกาศเป็นเขตป่าสงวนและอุทยานแห่งชาติทับที่ดินที่ชาวบ้านทำกินอยู่ก่อน ในเรื่องนี้ได้ประสานไปยัง พลตำรวจเอก พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยเตรียมตั้งคณะทำงานขับเคลื่อนที่ดินในพื้นที่จังหวัดนราธิวาสร่วมกัน

รมว.เกษตรฯ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีได้ให้ความสำคัญกับปัญหาที่ดินทำกิน โดยเน้นย้ำให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เดินหน้าทำงานร่วมกันแก้ปัญหาที่ดินทับซ้อนเขตอุทยาน เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปในทิศทางเดียวกันที่ถูกต้องตามกฏหมาย และเกิดประโยชน์กับพื้นที่และชุมชน โดยจะต้องมีการพิสูจน์สิทธิการครอบครองที่ดินของบุคคลในเขตที่ดินของรัฐ หากอยู่อาศัยมาก่อนการประกาศเป็นเขตอุทยาน ก็จะต้องคืนให้กับชาวบ้านโดยออกเป็นโฉนดที่ดิน

จากนั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ และคณะ เดินทางพบปะกลุ่มเกษตรกร ณ เทศบาลเมืองตากใบ อำเภอตากใบ ต่อมา เดินทางตรวจติดตามพนังกั้นน้ำมูโนะ เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วม ณ อำเภอสุไหงโก-ลก และตรวจเยี่ยมคลองชลประทาน เพื่อร่วมกันหาแนวทางแก้ปัญหาน้ำดำจากป่าพรุโต๊ะแดง ณ ตำบลพร่อน อำเภอตากใบ ก่อนจะเดินทางไปตรวจติดตามผลการดำเนินงาน “ตากใบโมเดล” ณ ตำบลเจ๊ะเห อำเภอตากใบ

– 006

‘สุรเดช’ผลักดันมังคุดคุณภาพภาคใต้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/756707

‘สุรเดช’ผลักดันมังคุดคุณภาพภาคใต้

‘สุรเดช’ผลักดันมังคุดคุณภาพภาคใต้

วันศุกร์ ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายสุรเดช สมิเปรม รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช ติดตามสถานการณ์การผลิตสินค้าเกษตร โดยตรวจเยี่ยมวิสาหกิจชุมชนกลุ่มแปลงใหญ่มังคุด หมู่ 6 ต.ทอนหงส์ อ.พรหมคีรี จ.นครศรีธรรมราช ร่วมแลกเปลี่ยนรับฟังปัญหา โดยมีนายอุดมเกียรติ เกิดสม เกษตรและสหกรณ์จังหวัดนครศรีธรรมราช พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการและเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วม

นายสุรเดช กล่าวว่า ได้เน้นย้ำให้ทุกภาคส่วนส่งเสริมการผลิตมังคุดที่มีคุณภาพซึ่งเป็นสิ่งสำคัญ รวมถึงการส่งเสริมการผลิตตามมาตรฐานการรับรองมาตรฐาน GAP (Good Agricultural Practices) หรือ การปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี และส่งเสริมการรวมกลุ่มในรูปแบบแปลงใหญ่ เพื่อช่วยลดต้นทุนการผลิต นอกจากนี้ต้องให้ความรู้ด้านการผลิตมังคุดคุณภาพ / มังคุดนอกฤดูกาล การจัดการผลผลิต การจัดการศัตรูพืช และการเชื่อมโยงตลาด พร้อมทั้งให้คำแนะนำการเก็บเกี่ยวผลผลิตในระยะที่เหมาะสมแก่เกษตรกร ซึ่งทั้งหมดนี้ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกันขับเคลื่อนให้เกิดผลสำเร็จ

ทั้งนี้ ได้บูรณาการทำงานในพื้นที่เพื่อควบคุมคุณภาพของมังคุด โดยสำนักงานเกษตรจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้ประชุมวางแผนรวบรวมผลผลิตมังคุดและกระจายผลผลิตมังคุด ปี 2566 เพื่อติดตามสถานการณ์ ทั้ง 11 อำเภอ และสำนักงานเกษตรอำเภอในพื้นที่ ได้ประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ให้เกิดการรวมกลุ่ม และการคัดเกรดคุณภาพผลผลิตแล้ว ปัจจุบันมีกลุ่มเกษตรกร กลุ่มแปลงใหญ่ และวิสาหกิจชุมชนที่มีศักยภาพ มีความพร้อมในการรวบรวมผลผลิตคุณภาพเพื่อจำหน่าย 15 กลุ่มอีกทั้งได้สนับสนุนการรับรองมาตรฐาน GAP มังคุดส่งออกของ จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งปัจจุบันมี 9,603 แปลง พื้นที่ 36,319 ไร่ มีเกษตรแปลงใหญ่มังคุด 36 แปลง

เกษตรฯไฟเขียว แผนงานดิจิทัล พัฒนาศักยภาพ ทันสถานการณ์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/756703

วันศุกร์ ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายพีรพันธ์ คอทอง รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประชุมคณะกรรมการเทคโนโลยีดิจิทัลและกำกับดูแลข้อมูลของกระทรวงเกษตรฯ ครั้งที่ 2/2566 โดยมีหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ เข้าร่วม ซึ่งที่ประชุมมีมติเห็นชอบ (ร่าง) แผนปฏิบัติการดิจิทัลของกระทรวงเกษตรฯ พ.ศ.2566-2570 โดยมีวิสัยทัศน์ปฏิรูปการเกษตรของประเทศไทยสู่เศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล คือยุคที่การผลิต การบริโภคสินค้า และผลิตภัณฑ์เกษตรของประเทศไทยสามารถสร้างสรรค์ และใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดิจิทัลอย่างเต็มศักยภาพ ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน นวัตกรรม ข้อมูล ทุนมนุษย์ และทรัพยากรอื่นใด

ทั้งนี้ มีเป้าหมาย ดังนี้ 1.กระทรวงเกษตรฯ สามารถเปลี่ยนผ่านสู่องค์กรดิจิทัลและมีกระบวนการทำงานที่เป็นดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ (Digital Transformation) 2.ข้อมูลด้านการเกษตรมีความพร้อมใช้งาน น่าเชื่อถือ หน่วยงานในสังกัดสามารถเชื่อมโยง และแลกเปลี่ยนข้อมูลผ่านศูนย์แลกเปลี่ยนข้อมูลกลางของกระทรวงเกษตรฯ เพื่อใช้ประโยชน์ร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ (สำหรับการบริหารและบริการประชาชน/เกษตรกร/ผู้ประกอบการ) (Data and Data Analytics) 3.ผู้รับบริการทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงและได้รับบริการแบบดิจิทัลที่ตอบสนองต่อความต้องการเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและอำนวยความสะดวก(e-Services) และ 4.บุคลากรและเกษตรกรมีทักษะดิจิทัล และเท่าทันสถานการณ์ยุคดิจิทัล (Digital Cultural and Skill) ซึ่งประกอบด้วย 4 ยุทธศาสตร์สำคัญ

‘อภัย’ประชุมคกก.วัคซีนฯ พิจารณาใน7ประเด็นสำคัญ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/756705

วันศุกร์ ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายอภัย สุทธิสังข์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติ ครั้งที่ 2/2566 ผ่านระบบ Zoom Meetingโดยมีเรื่องที่สำคัญในที่ประชุม ดังนี้ 1.การแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติ 2.ความก้าวหน้าการวิจัยพัฒนาวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ในประเทศไทย 3.การแต่งตั้งคณะอนุกรรมการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค

4.แนวทางการดำเนินงานจัดซื้อจัดหาวัคซีนโดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 5.การให้บริการวัคซีนโปลิโอ สูตร 2 IPV + 3 OPV ในแผนงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค 6.ความก้าวหน้าการให้บริการวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก (HPV) และ 7.การดำเนินงานเครือข่ายความร่วมมือเพื่อความมั่นคงและการพึ่งพาตนเองด้านวัคซีนแห่งอาเซียน ระหว่างปี 2565-2566