‘ส.ป.ก.’กับแนวทางจัดการที่ดิน‘One Map’ หลังรับมอบพื้นที่จากกรมอุทยานฯ-กรมป่าไม้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/752059

‘ส.ป.ก.’กับแนวทางจัดการที่ดิน‘One Map’ หลังรับมอบพื้นที่จากกรมอุทยานฯ-กรมป่าไม้

‘ส.ป.ก.’กับแนวทางจัดการที่ดิน‘One Map’ หลังรับมอบพื้นที่จากกรมอุทยานฯ-กรมป่าไม้

วันพฤหัสบดี ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 11.20 น.

สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) เป็นหน่วยงานภายใต้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ก่อตั้งขึ้นตามบทบัญญัติของ พ.ร.บ.การปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ.2518 มีภารกิจด้านการจัดการที่ดินทำกินให้แก่เกษตรกร ได้เข้าร่วมโครงการปรับปรุงแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐแบบบูรณาการ มาตราส่วน 1:4000 หรือ “One Map” เพื่อแก้ปัญหาพื้นที่ทับซ้อนระหว่างที่ดิน ส.ป.ก.กับหน่วยงานอื่นๆ จนกลายเป็นข้อพิพาทเมื่อรัฐกล่าวหาประชาชนบุกรุก ส่วนประชาชนก็โต้แย้งว่ามีสิทธิในพื้นที่ทำกินนั้นอย่างถูกต้อง สืบเนื่องจากที่ผ่านมา มีหน่วยงานของรัฐหลายหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับที่ดิน และแต่ละหน่วยงานใช้แผนที่อัตราส่วนแตกต่างกัน

คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติเมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2566 เห็นชอบแนวทาการแก้ไขปัญหาแนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน ตามที่สำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (สคทช.) นำเสนอ โดยให้ใช้เส้นปรับปรุงการสำรวจแนวเขต ปี พ.ศ.2543 พื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลานจังหวัดนครราชสีมาและจังหวัดปราจีนบุรี และเห็นชอบการดำเนินงานในพื้นที่ที่กันออกจากเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน ให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และ กรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ส่งมอบพื้นที่ให้ ส.ป.ก.ดำเนินการจัดที่ดินทำกินให้ประชาชนอยู่อาศัยทำกิน

และขอให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กรมป่าไม้ และ ส.ป.ก.ยืนยันหลักหมุดแนวเขต พ.ศ.2543 ให้แล้วเสร็จภายใน 3 เดือน และดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยพื้นที่ทับซ้อนในเขตอุทยานแห่งชาติทับลานกับ ส.ป.ก.มี 3 โครงการ คือ 1.โครงการป่าวังน้ำเขียว แปลงที่ 1 จังหวัดนครราชสีมา จำนวน 476 แปลง เนื้อที่ 7,079.84 ไร่ (คำนวณจาก Shape File) 2.โครงการป่าวังน้ำเขียวแปลงที่ 2 จังหวัดนครราชสีมา กับ จังหวัดปราจีนบุรี จำนวน 387 แปลง เนื้อที่ 3,558 ไร่ และ 3.โครงการพัฒนาพื้นที่เพื่อความมั่นคงในพื้นที่ (พมพ.) ตามมติ ครม.วันที่ 2 มีนาคม 2525 โครงการป่า คจก.จำนวน 3,415 แปลง เนื้อที่ 24,128.40 ไร่

สำหรับแนวทางการจัดที่ดินโดย ส.ป.ก.หลังการรับมอบพื้นที่จากกรมอุทยาน สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และกรมป่าไม้ มีดังนี้ 1.การประกาศเขตปฏิรูปที่ดิน เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวได้ประกาศเป็นเขตปฏิรูปที่ดินครอบคลุมทั้งอำเภอ ซึ่งต้องปรับปรุงพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตปฏิรูปที่ดินครอบคลุมทั้งอำเภอให้เหลือเฉพาะเขตดำเนินการ จำนวน 4 ฉบับ ได้แก่ 1.1 พระราชกฤษฎีการกำหนดเขตที่ดิน ในท้องที่กิ่งอำเภอนาดี อำเภอกบินทร์บุรี อำเภอกบินทร์บุรี และอำเภอบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรี ให้เป็นเขตปฏิรูปที่ดิน พ.ศ.2518

1.2 พระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดิน ในท้องที่อำเภอเมืองนครราชสีมา อำเภอปักธงชัย และอำเภอโชคชัย จังหวัดนครราชสีมา ให้เป็นเขตปฏิรูปที่ดิน พ.ศ.2521 ซึ่งปัจจุบันเป็นอำเภอวังน้ำเขียว (แยกมาจากอำเภอปักธงชัย) 1.3 พระราชกฤษฎีการกำหนดเขตที่ดิน ในท้องที่อำเภอครบุรี จังหวัดนครราชสีมา ให้เป็นเขตปฏิรูปที่ดิน พ.ศ.2531 และ 1.4 พระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดิน ในท้องที่อำเภอเสิงสาง จังหวัดนครราชสีมา ให้เป็นเขตปฏิรูปที่ดิน พ.ศ.2531

2.การจัดที่ดิน โดยต้องดำเนินการตามสภาพการใช้ประโยชน์ในที่ดินของพื้นที่ กล่าวคือในพื้นที่เกษตรกรรม สามารถจัดที่ดินให้เกษตรกรตามระเบียบบ คปก.ว่าด้วย หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการคัดเลือกและจัดที่ดินให้แก่เกษตรกร การโอนหรือตกทอดทางมรดกสิทธิการเช่าหรือเช่าซื้อ และการจัดการทรัพย์สินและหนี้สินของเกษตรกรผู้ได้รับที่ดิน พ.ศ.2564

ในกรณีที่พื้นที่มีการประกอบประเภทกิจการอย่างอื่นนอกเหนือจากการประกอบอาชีพเกษตรกรรม ก็ควรเร่งสำรวจพื้นที่เพื่อตรวจสอบให้แน่ใจว่าเป็นไปตามหลักเกณฑ์ตามประกาศ คปก.เรื่องการจัดที่ดินชุมชนในพื้นที่ปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือไม่ ถ้าเป็นไปตามหลักเกณฑ์ควรเร่งดำเนินการกำหนดให้เป็นเขตชุมชน และเร่งสำรวจประเภทกิจการที่อยู่ภายในชุมชน หากเป็นประเภทกิจการตามประกาศ คปก.อยู่แล้วก็อนุญาตตามระเบียบ คปก.ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการอนุญาตและการให้ผู้รับอนุญาตถือปฏิบัติในการใช้ที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์สำหรับกิจการที่เป็นการสนับสนุนหรือเกี่ยวเนื่องกับการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ.2541

อย่างไรก็ตาม กิจการที่ยังไม่อยู่ในประกาศของ คปก.หากจังหวัดเห็นว่าสมควรและจำเป็นก็สามารถยื่นคำขออนุญาตมายัง คปก.เพื่อพิจารณาได้เป็นรายกิจกรรมต่อไปได้ สำหรับการจัดที่ดินสาธารณูปโภคต่างๆ ตามระเบียบ คปก.ว่าด้วยว่าด้วยการมอบหมายให้เลขาธิการ ส.ป.ก.พิจารณาอนุญาตใช้ที่ดินเพื่อกิจการสาธารณูปโภคและกิจการอื่นๆ ในเขตปฏิรูปที่ดิน พ.ศ.2536 ได้

สรุป การดำเนินการแก้ไขปัญหาทับซ้อนกันของพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลานกับพื้นที่ปฏิรูปที่ดินในเชิงนโยบายโดยการจัดทำ One Map ส.ป.ก.ได้รับที่ดินเพิ่มเติมและต้องนำพื้นที่ดังกล่าวมาดำเนินการตามกฎหมายปฏิรูปที่ดินก่อน ทั้งนี้ พื้นที่ที่อยู่นอกเหนือขอบเขตที่กฎหมาย ส.ป.ก.กำหนดให้ดำเนินการได้ รัฐอาจต้องใช้อำนาจบริหารเพื่อตัดสินว่าที่ดินที่คงเหลือเหล่านั้นจะดำเนินการต่ออย่างไร!!! (ข่าวที่เกี่ยวข้อง : ‘One Map’กับการแก้ปัญหาข้อพิพาท พื้นที่ทับซ้อน‘อุทยานแห่งชาติทับลาน’)

‘One Map’กับการแก้ปัญหาข้อพิพาท พื้นที่ทับซ้อน‘อุทยานแห่งชาติทับลาน’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/752056

‘One Map’กับการแก้ปัญหาข้อพิพาท พื้นที่ทับซ้อน‘อุทยานแห่งชาติทับลาน’

‘One Map’กับการแก้ปัญหาข้อพิพาท พื้นที่ทับซ้อน‘อุทยานแห่งชาติทับลาน’

วันพฤหัสบดี ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 11.07 น.

“One Map” หรือ “โครงการปรับปรุงแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐแบบบูรณาการ มาตราส่วน 1:4000” เป็นการบูรณาการหน่วยงานของรัฐทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้อง เพื่อแก้ไขข้อพิพาทซึ่งมีการโต้แย้งกันว่าประชาชนบุกรุกพื้นที่ในความรับผิดชอบของรัฐ หรือพื้นที่บริเวณนั้นเป็นที่อยู่อาศัย-ที่ดินทำกินของประชาชนมาแต่เดิม โดยปัญหาอย่างหนึ่งที่พบคือแต่ละหน่วยงานใช้แผนที่มาตราส่วนแตกต่างกัน จึงทำให้การกำหนดเขตพื้นที่มีความคลาดเคลื่อนไม่ตรงกันระหว่างหน่วยงาน

รัฐบาลไทยในยุคสมัยของนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จึงมีดำริให้แต่งตั้งคณะกรรมการปรับปรุงแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐแบบบูรณาการ มาตราส่วน 1:4000 ทำหน้าที่กำหนดนโยบาย อำนวยการ และกำกับดูแลการปรับปรุงแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐแบบบูรณาการ มาตราส่วน 1:4000 แบบดิจิทัล เพื่อให้หน่วยงานรัฐทั้งหมดยึดถือเป็นแนวทางเดียวกัน โดยมีการตรวจสอบทั้งภาพถ่ายทางอากาศและการลงพื้นที่ภาคสนาม

สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) เป็นหน่วยงานภายใต้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ก่อตั้งขึ้นตามบทบัญญัติของ พ.ร.บ.การปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ.2518 มีภารกิจด้านการจัดการที่ดินทำกินให้แก่เกษตรกร โดย ส.ป.ก.นั้นเป็นอีกหน่วยงานหนึ่งที่เข้าร่วมการปรับปรุงแผนที่ตามโครงการ One Map เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับเกษตรกรที่ได้รับการจัดสรรที่ดิน ว่าที่ทำกินนั้นจะไม่ทับซ้อนกับพื้นที่รับผิดชอบของหน่วยงานอื่นและกลายเป็นคดีความข้อพิพาทระหว่างประชาชนกับรัฐอย่างในอดีตที่ผ่านมา

หนึ่งในตัวอย่างที่น่าสนใจคือ “การจัดที่ดินในพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลาน” ซึ่งอยู่ในความดูแลของ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และกรมป่าไม้ อันเป็น 2 หน่วยงานภายใต้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พื้นที่ทับซ้อนในเขตอุทยานแห่งชาติทับลานกับ ส.ป.ก.มี 3 โครงการ คือ 1.โครงการป่าวังน้ำเขียว แปลงที่ 1 จังหวัดนครราชสีมา จำนวน 476 แปลง เนื้อที่ 7,079.84 ไร่ (คำนวณจาก Shape File)

2.โครงการป่าวังน้ำเขียวแปลงที่ 2 จังหวัดนครราชสีมา กับ จังหวัดปราจีนบุรี จำนวน 387 แปลง เนื้อที่ 3,558 ไร่ และ 3.โครงการพัฒนาพื้นที่เพื่อความมั่นคงในพื้นที่ (พมพ.) ตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 2 มีนาคม 2525 โครงการป่า คจก. จำนวน 3,415 แปลง เนื้อที่ 24,128.40 ไร่ ทั้งนี้ ครม. ได้มีมติเมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2566 เห็นชอบแนวทาการแก้ไขปัญหาแนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน ตามที่สำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (สคทช.) นำเสนอ

โดยให้ใช้เส้นปรับปรุงการสำรวจแนวเขต ปี พ.ศ.2543 พื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลานจังหวัดนครราชสีมาและจังหวัดปราจีนบุรี และเห็นชอบการดำเนินงานในพื้นที่ที่กันออกจากเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน ให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และกรมป่าไม้ ส่งมอบพื้นที่ให้ ส.ป.ก.ดำเนินการจัดที่ดินทำกินให้ประชาชนอยู่อาศัยทำกิน และขอให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กรมป่าไม้ และ ส.ป.ก.ยืนยันหลักหมุดแนวเขต พ.ศ.2543 ให้แล้วเสร็จ ภายใน 3 เดือน และดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ปัจจุบันหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการ ดังนี้ 1.ดำเนินการตามมติ ครม.เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2566 ในการตรวจสอบเส้นแนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน โดยใช้เส้นสำรวจเมื่อปี พ.ศ.2543 ในการปรับปรุงแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐแบบบูรณาการ มาตราส่วน 1:4000 (One Map) พื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลาน และตรวจสอบข้อมูลพื้นที่บริเวณจุดที่ไม่ชัดเจนและสำรวจเพื่อจัดทำแนวกันชนหรือ Buffer Zone ตามแผนปฏิบัติการลงพื้นที่ของ สคทช.และประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ความเข้าใจให้กับผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง

กับ 2.ชุดปฏิบัติการกรมอุทยานฯ ส.ป.ก.และ สคทช.ตรวจสอบข้อมูลจากภาคสนาม (Field Survey) เพื่อส่งข้อมูลให้กรมแผนที่ทหารตรวจสอบและจัดทำข้อมูลเพื่อนำเสนอคณะทำงานพิจารณาปรับปรุงแนวที่แนวเขตที่ดินของรัฐแบบบูรณาการ มาตราส่วน 1:4000 (One Map) และแก้ไขปัญหาแนวเขตที่ดินของรัฐก่อนนำเสนอเข้าคณะอนุกรรมการการรับปรุงแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐแบบบูรณาการ มาตราส่วน 1:4000 (One Map) และแก้ไขปัญหาแนวเขตที่ดินของรัฐ (ข่าวที่เกี่ยวข้อง : ‘ส.ป.ก.’กับแนวทางจัดการที่ดิน‘One Map’ หลังรับมอบพื้นที่จากกรมอุทยานฯ-กรมป่าไม้)

กระทรวงพาณิชย์ ร่วม อาร์เอ็กซ์ฯ จัดใหญ่ ‘TILOG-LOGISTIX 2023’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/752007

วันพฤหัสบดี ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ ร่วมกับ อาร์เอ็กซ์ เทรดเด็กซ์ จัดงานTILOG–LOGISTIX 2023 ระหว่างวันที่ 17-19 สิงหาคม 2566 ที่ผ่านมาณ ฮอลล์ 98 ไบเทคมีผู้เข้าร่วมงานกว่า 415 แบรนด์จาก 45 ประเทศเพื่อนำเสนอเทคโนโลยี นวัตกรรม โซลูชั่น และบริการด้านโลจิสติกส์และได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีมีผู้สนใจเข้าชมงานทั้งชาวไทยและต่างประเทศกว่า 7,400 ราย จาก 38 ประเทศ ซึ่งงาน TILOG–LOGISTIX 2023 กลับมาอีกครั้งหลังว่างเว้นถึงสามปีเนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 โดยในปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Smart and Green Logistics for Sustainable Tomorrow” หรือ “ขับเคลื่อนธุรกิจไทยสู่อนาคตสีเขียวด้วยโลจิสติกส์อัจฉริยะรักษ์โลก” โดยได้รับเกียรติจากนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานในพิธีเปิด ร่วมด้วยผู้บริหารจากกระทรวงพาณิชย์ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ สภา สมาพันธ์ สมาคม และหน่วยงานด้านโลจิสติกส์ โดยผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่ม
เติมว่า ภายในงานยังมีกิจกรรมพิเศษต่างๆ มากมาย ได้แก่ การสัมมนาให้ความรู้ในหัวข้อต่างๆ ที่จัดโดย สภาสมาพันธ์ สมาคม และหน่วยงานด้านโลจิสติกส์ถึง 19 หัวข้อ

นอกจากนี้ยังมีส่วนแสดงพิเศษ“ELMA Hall of Fame” ซึ่งเผยเคล็ดลับแห่งความสำเร็จจากผู้ให้บริการด้านโลจิสติกส์ชั้นนำที่ได้รับรางวัล “Excellent Logistics Management Award” หรือ “ELMA” ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2550- 2564 จำนวน 30 บริษัท 43 รางวัล“Innovation Showcase” ที่สาธิตการทำงานของหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติในการคัดแยกและลำเลียงสินค้า และ“นิทรรศการภาพรวมอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ของไทย”ที่นำเสนอศักยภาพธุรกิจบริการโลจิสติกส์ไทยและแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นในปี 2024 งาน TILOG – LOGISTIX จะกลับมาอีกครั้งระหว่างวันที่ 15-17 สิงหาคม 2567 ณ ไบเทค บางนา ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.tilog-logistix.com โทรสอบถามที่ 02-6867222 อีเมล contactcenter@rxtradex.comหรือสอบถามผ่านทาง LineOfficial Account : @tilog-logistix

‘พีรพันธ์’ร่วมวง ประชุมแนวทาง ขับเคลื่อนตัวชี้วัด การปฏิบัติราชการ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/752010

วันพฤหัสบดี ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายพีรพันธ์ คอทอง รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมคณะทำงานกลั่นกรอง
การกำกับการประเมินผลการปฏิบัติราชการของส่วนราชการในกระทรวงเกษตรฯ ครั้งที่ 2/2566 โดยมีรองหัวหน้าส่วนราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วมการประชุม โดยมีสำนักพัฒนาระบบบริหารสำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรฯ ในฐานะฝ่ายเลขานุการ

ทั้งนี้ เพื่อพิจารณาข้อมูลรายละเอียดกรอบการประเมินและการจัดทำตัวชี้วัดตามมาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพในการปฏิบัติราชการ ประจำปีงบประมาณ 2567 ของกระทรวงเกษตรฯ ในแนวทางการบูรณาการขับเคลื่อนงานและการกำหนดตัวชี้วัดที่สำคัญในปีงบประมาณ 2567 เพื่อการพัฒนาและขับเคลื่อนงานในภาพรวมของกระทรวงเกษตรฯ ที่สอดคล้องและตอบโจทย์กับเป้าหมายการพัฒนาของยุทธศาสตร์ โดยจะนำข้อมูลสรุปเสนอให้คณะกรรมการกำกับการประเมินผลการปฏิบัติราชการของส่วนราชการในกระทรวงเกษตรฯ ได้พิจารณาต่อไป

รองปลัดฯถกคกก.ที่ปรึกษาฝนหลวง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/752008

วันพฤหัสบดี ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ร่วมประชุมคณะกรรมการที่ปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิฝนหลวง ครั้งที่ 2/2566 โดยมี พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี เป็นประธาน พร้อมด้วยคณะกรรมการฯ ที่ปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิฝนหลวง เข้าร่วม เพื่อรับทราบข้อมูลสภาพอากาศและการพยากรณ์อากาศ โดยมีปริมาณฝนทั้งประเทศต่ำกว่าค่าปกติ 19% (ค่าปกติ828.7 มิลลิเมตร (มม.) ) ปริมาณฝน 673.3 มม.(ฝนหายไป 155.4 มม.) การบริหารจัดการน้ำเขตชลประทานช่วงปลายฤดูฝน ปี 2566 ปริมาณน้ำเก็บกักในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ 37,580 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) น้อยกว่าปีที่แล้ว 2,711 ล้าน ลบ.ม.ปริมาณน้ำใช้การทั้งประเทศ 16,299 ล้าน ลบ.ม.น้อยกว่าปีที่แล้ว 3,013 ล้าน ลบ.ม.ผลการปฏิบัติการฝนหลวงเพื่อแก้ปัญหาภัยแล้งและภัยพิบัติ ปี 2566 ตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวง 18 หน่วย ขึ้นปฏิบัติการฝนหลวงรวม 140 วัน วันฝนตกจากการปฏิบัติการ คิดเป็นร้อยละ 86.4 พื้นที่ได้รับประโยชน์จากการปฏิบัติการฝนหลวง 176.38 ล้านไร่ โครงการโปรยเมล็ดพันธุ์พืช สร้างผืนป่า เสริมความชื้น เพิ่มโอกาสการทำฝน ได้รับการสนับสนุนเมล็ดพันธุ์จากกรมป่าไม้12 ชนิด รวม 800 กิโลกรัม กิจกรรมการปั้นดินหุ้มเมล็ดพันธุ์ และการโปรยเมล็ดพันธุ์พืชทางอากาศในพื้นที่อุทยานแห่งชาติและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทั่วประเทศ 8 แห่ง

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังรับทราบความก้าวหน้าการดำเนินงานด้านวิจัย โครงการที่ดำเนินการแล้ว ได้แก่ โครงการวิจัยและพัฒนาการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีการพ่นสารจากพื้นสู่ก้อนเมฆ โครงการวิจัยและพัฒนาเครื่องบินเป้าอากาศไร้นักบิน เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติการฝนหลวงเมฆอุ่น โครงการวิจัยและพัฒนาจรวดดัดแปรสภาพอากาศ และโครงการการใช้สารฝนหลวงทางเลือกสำหรับการปฏิบัติการฝนหลวง เพื่อขยายผลการใช้สารฝนหลวงทางเลือกในการปฏิบัติการฝนหลวง อยู่ระหว่างดำเนินงานวิจัย

กรมชลฯรับมือน้ำหลาก พร้อมเร่งแก้ไขสถานการณ์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/752011

วันพฤหัสบดี ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า ปัจจุบันอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ มีปริมาณน้ำรวมกัน 40,952 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) คิดเป็นร้อยละ 54 ของความจุอ่างฯ รวมกัน สามารถรับน้ำได้อีก 35,385 ล้าน ลบ.ม. เฉพาะลุ่มน้ำเจ้าพระยา 4 เขื่อนหลัก (เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์) มีปริมาณน้ำรวมกันประมาณ 10,022 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ40 ของความจุอ่างฯ รวมกัน สามารถรับน้ำได้อีกประมาณ 14,849 ล้าน ลบ.ม.

ทั้งนี้ กรมอุตุนิยมวิทยา ระบุว่าร่องมรสุมกำลังปานกลางพาดผ่านตอนบนของประเทศไทย เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณประเทศเวียดนามตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้มีกำลังแรงขึ้น ทำให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักบางแห่งในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ จึงเตรียมพร้อมรับสถานการณ์น้ำเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงน้ำหลาก น้ำล้นตลิ่ง โดยสั่งการให้โครงการชลประทานในพื้นที่เสี่ยงติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด ตรวจสอบสภาพอาคารชลประทาน และจัดเจ้าหน้าที่ประจำอยู่ในพื้นที่เสี่ยง หากมีกรณีฝนตกหนัก หรือลมกระโชกแรงจนส่งผลกระทบต่ออาคารชลประทาน และทรัพย์สินของทางราชการให้เข้าไปดำเนินการแก้ไขสถานการณ์โดยเร็ว บริหารจัดการน้ำในพื้นที่ให้เหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์ เตรียมความพร้อมเครื่องจักร เครื่องมือ รถแบ๊กโฮ/รถขุด รถเทรลเลอร์ เครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่ เครื่องผลักดันน้ำในพื้นที่เสี่ยงให้สามารถนำไปช่วยเหลือได้ทันที พร้อมทั้งบูรณาการร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัด กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ฝ่ายความมั่นคง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนประชาชนเพื่อเตรียมรับมือสถานการณ์น้ำ

เกษตรฯชี้สินค้าเกษตรไทย 6เดือนปี’66ส่งออก 8.53 แสนล้าน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/752009

วันพฤหัสบดี ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า จากสถานการณ์การค้าระหว่างประเทศในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาว่า
(ปี 2563 – 2565) พบว่า ไทยมีการค้ากับประเทศต่างๆ ทั่วโลก มีมูลค่าสินค้าเกษตรที่น่าพึงพอใจ โดยมูลค่าการค้าเพิ่มขึ้น
ต่อเนื่อง ทำให้มีส่วนช่วยในด้านเศรษฐกิจสามารถสร้างรายได้เข้าประเทศ มีมูลค่าเฉลี่ยปีละ 17,086,503 ล้านบาท เป็นมูลค่าส่งออกเฉลี่ยปีละ 8,562,672 ล้านบาท และมูลค่านำเข้าเฉลี่ยปีละ 8,523,831 ล้านบาท โดยเป็นมูลค่าการค้าสินค้าเกษตรประมาณ 2,025,065 ล้านบาท หรือประมาณร้อยละ 11.85 ของมูลค่าการค้ารวมทุกสินค้า ทั้งนี้ ภาพรวมการค้าสินค้าเกษตรไทยกับทั่วโลกในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2566 (มกราคม-มิถุนายน 2566) คิดเป็นมูลค่า 1,231,846 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2565 ที่มีมูลค่า 1,196,706 ล้านบาท (เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.94)

ด้านนายฉันทานนท์ วรรณเขจร เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กล่าวถึงการส่งออกสินค้าเกษตร ปี 2563-2565 พบว่ามีการส่งออกเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเฉลี่ยปีละ 1,426,354 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 18.70 ต่อปี
การส่งออกในปี 2566 (มกราคม-มิถุนายน) เทียบกับปี 2565 ในช่วงเวลาเดียวกัน พบว่ามีการส่งออกลดลงจาก 859,089 ล้านบาท เป็น 853,531 ล้านบาท หรือลดลง 5,558 ล้านบาท (ลดลงร้อยละ 0.65) ในส่วนของการนำเข้าสินค้าเกษตร ปี 2563 – 2565 มีการนำเข้าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เฉลี่ยปีละ 598,711 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 16.29 ต่อปี สำหรับการนำเข้าในปี 2566 (มกราคม-มิถุนายน) เทียบกับปี 2565 ในช่วงเวลาเดียวกัน พบว่ามีการนำเข้าเพิ่มขึ้นจาก 337,617 ล้านบาท เป็น 378,315 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 40,698 ล้านบาท (เพิ่มขึ้นร้อยละ 12.05)

สำหรับตลาดส่งออกสินค้าเกษตรสำคัญของไทย ในช่วงปี 2563-2565 ได้แก่ จีน (341,442 ล้านบาท) ญี่ปุ่น (152,071 ล้านบาท) สหรัฐอเมริกา (151,360 ล้านบาท) และสหภาพยุโรป (84,163 ล้านบาท) โดยมีมูลค่าการส่งออกที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ดี ช่วงครึ่งปีแรกของปี 2566 มูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรไปตลาดญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา และสหภาพยุโรป ยังมีมูลค่าต่ำกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งสินค้าเกษตรส่งออกและนำเข้าที่สำคัญของไทย อาทิ ข้าว ช่วงปี 2563-2565 มีมูลค่าส่งออกเฉลี่ย 108,048 ล้านบาท (อัตราการเติบโตร้อยละ 9.86) โดยในครึ่งปีแรกของปี 2566 ไทยส่งออกข้าวได้ 67,507 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนประมาณร้อยละ 23.77 เนื่องจากความต้องการข้าวของโลกสูงขึ้น ในขณะที่ไทยมีความพร้อมด้านผลผลิตมากกว่าคู่แข่ง จึงเป็นโอกาสของไทยในการส่งออกข้าวเพิ่มขึ้น

AXONS พร้อมนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมครบวงจร ขับเคลื่อนเกษตรและอาหารโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/751640

AXONS พร้อมนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมครบวงจร ขับเคลื่อนเกษตรและอาหารโลก

AXONS พร้อมนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมครบวงจร ขับเคลื่อนเกษตรและอาหารโลก

วันอังคาร ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 13.57 น.

AXONS (แอ๊กซอน) ผู้นำด้านเกษตรเทคโนโลยี (AgriTech) โชว์ศักยภาพผู้สร้างสรรค์เทคโนโลยี และนวัตกรรมทางการเกษตรและอาหารครบวงจรของไทย นำโซลูชั่นเทคโนโลยีเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน สร้างโอกาสใหม่ๆ และการเติบโตแบบก้าวกระโดดตอบโจทย์ภาคเกษตรและอุตสาหกรรมอาหารของไทยบนเวทีระดับโลก

นายสรรเสริญ สมัยสุต กรรมการผู้จัดการ AXONS กล่าวว่า ภาคการเกษตรและอาหารเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่มีการบริหารจัดการที่ซับซ้อน และต้องปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกตลอดเวลา นวัตกรรมและเทคโนโลยีจึงมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาภาคการเกษตรและอาหาร ตอบสนองเทรนด์โลก AXONS จึงมุ่งเน้นการพัฒนาโซลูชั่นเทคโนโลยีทางการเกษตร AgriTech มาช่วยสนับสนุนเกษตรกรและภาคธุรกิจทั่วโลกในการบริหารจัดการ การเกษตรและการผลิตอาหารแบบครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ การบริหารจัดการฟาร์มเลี้ยงสัตว์อัจฉริยะ (Smart Farming) การแปรรูปสินค้าเกษตร การผลิตสินค้า ตลอดจนการขนส่งด้วยประสิทธิภาพสูง เพื่อช่วยสร้างความมั่นคงทางอาหาร ควบคู่กับการดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อม เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตเศรษฐกิจของไทยอย่างยั่งยืน โดยนำประสบการณ์การทำงานกว่า 40 ปีในการพัฒนาเทคโนโลยีและโซลูชั่นดิจิทัลช่วยสนับสนุนความสำเร็จของบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ รวมถึงบริษัทในกลุ่มซีพีเอฟในไทยและต่างประเทศรวม 17 ประเทศ ประกอบกับความสามารถการเข้าถึงเทคโนโลยีในปัจจุบันง่ายขึ้นและมีต้นทุนลดลง 

“AXONS มีความพร้อมเรื่องบุคลากรที่เข้าใจปัญหาและความท้าทายของภาคเกษตรและ Insights จากบริษัทเกษตรอุตสาหกรรม สามารถพัฒนาโซลูชั่นดิจิทัลทางการเกษตรเพื่อสนับสนุนและมีส่วนสร้างความสำเร็จให้กับเกษตรกรและลูกค้าในการผลิตอาหารตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เพื่อความมั่นคงทางอาหาร และมีขีดความสามารถทางการแข่งขันสูงบนเวทีโลก” นายสรรเสริญกล่าว

ที่ผ่านมา AXONS ได้นำเทคโนโลยีด้าน IoT ควบคู่การใช้ประโยชน์จากข้อมูลต่างๆ เพื่อสนับสนุนภาคเกษตรกรรม ทั้งด้านเพาะปลูก ปศุสัตว์ ประมง รวมถึงธุรกิจค้าปลีก สามารถบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด มีผลผลิตสูงขึ้น เช่น เกษตรอัจฉริยะ (AXONS Smart IoT) เป็นการนำระบบ Sensor เข้ามาช่วยในการตรวจวัดและเก็บข้อข้อมูล ธาตุอาหารในดิน ค่าความชื้น แรงลม และควบคุมสั่งงานการทำงานโดยอัตโนมัติของอุปกรณ์ต่างๆ เช่น การรดน้ำผัก การให้อาหารและน้ำในฟาร์มเลี้ยงสัตว์ การควบคุมอุณหภูมิในโรงเรือน เป็นต้น

ในภาคการขนส่งและกระจายสินค้า AXONS ได้พัฒนา AXONS Move ระบบการจัดการขนส่งแบบครบวงจร ครอบคลุมทุกสินค้าและบริการ เป็นเทคโนโลยีที่ช่วยเรื่องการจัดรถขนส่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ ควบคุมและบริหารจัดการเส้นทาง บริหารการใช้รถ  การติดตามตรวจสอบสถานะขนส่ง และสภาพรถผ่านมือถือ รวมทั้งการคำนวณค่าขนส่งตามระยะทางจริง ส่งผลให้ควบคุมต้นทุนและขนส่งสินค้าถึงจุดหมายได้ตรงเวลา ส่งผลให้ช่วยลดอัตราการสูญเสียของสินค้า ประหยัดพลังงาน และช่วยบุคลากรทำงานได้สะดวกรวดเร็ว ทำให้ธุรกิจดำเนินไปได้อย่างต่อเนื่อง โปร่งใส และพร้อมที่จะแข่งขันในทุกสถานการณ์

นอกจากนี้ AXONS ได้พัฒนา AXONS Trace เป็นระบบตรวจสอบย้อนกลับด้วยเทคโนโลยีบล็อกเชน (Blockchain) ที่มีความโปร่งใส น่าเชื่อถือในเรื่องของข้อมูลที่สามารตรวจสอบได้ ระบบนำเสนอข้อมูลตรวจสอบย้อนกลับถึงแหล่งที่มาของสินค้าในขั้นตอนเดียว (One Step) ตั้งแต่โรงงานผลิต- ฟาร์ม จนถึงโรงงานอาหารสัตว์ และยังแสดงมาตรฐานต่างๆ ที่โรงงานได้รับ รวมถึงข้อมูลโภชนาการ และข้อมูลด้านความยั่งยืน เพิ่มความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าและผู้บริโภคทั่วโลก

ปลัดฯตรวจพื้นที่นิทรรศการ กิจกรรม 13 หน่วยงานเกษตร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/751500

วันอังคาร ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตรวจเยี่ยมพื้นที่การจัดนิทรรศการและกิจกรรมของ 13 หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของงาน “สีสรรพรรณไม้ เทิดไท้บรมราชินีนาถ สืบสาน รักษา และต่อยอดป่าเล็กในเมืองใหญ่” โดยได้เยี่ยมชมกิจกรรมตามบูธต่างๆ และพบปะเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง รวมทั้งประชาชนที่มาร่วมงาน

ทั้งนี้ ปลัดกระทรวงเกษตรฯ ได้เชิญชวนประชาชนและผู้ที่สนใจ เข้าเยี่ยมชมงานได้ ที่สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ จตุจักร กทม.

‘อภัย’ปธ.การประชุม คณะอนุฯการพัฒนา บุคลากรด้านงานวิจัย พิจารณาใน6ประเด็น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/751501

วันอังคาร ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายอภัย สุทธิสังข์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้รับมอบหมายจากนายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรฯ ให้เข้าร่วมประชุมคณะอนุกรรมการพัฒนาบุคลากรด้านการวิจัยการเกษตร ครั้งที่ 8/2565 ผ่านระบบ Zoom Meeting มีเรื่องสืบเนื่องเพื่อเสนอพิจารณาในที่ประชุม ดังนี้ 1.การขอลาออกจากการเป็นผู้รับทุนการศึกษา โครงการทุนปริญญาเอกเฉลิมพระเกียรติ ทรงครองราชย์ 70 ปี ประจำปี 2564

2.การขอยุติการให้ทุนการศึกษาของผู้รับทุนโครงการขยายผลทุนปริญญาตรีเพื่อพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่ ประจำปี 2565 ร่วมกับ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ 3.การขอรับการสนับสนุนทุนฝึกอบรมต่างประเทศ ประจำปี 2566, 4.การประเมินผลการกระทบและผลประโยชน์จากการสนับสนุนทุนการศึกษา โครงการทุนปริญญาตรีเพื่อพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่ 5.การจัดทำหลักสูตรสัมมนาวิชาการ และศึกษาดูงานระหว่างประเทศ ประจำปี 2567 และ 6.ผลการดำเนินงานสำนักพัฒนาบุคลากรวิจัยเดือนกรกฎาคม 2566