เกษตรกรต้นแบบจังหวัดกระบี่ เลี้ยงกุ้งสายพันธุ์กุ้งขาวสิชล 1 ประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/752646

เกษตรกรต้นแบบจังหวัดกระบี่ เลี้ยงกุ้งสายพันธุ์กุ้งขาวสิชล 1 ประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง

เกษตรกรต้นแบบจังหวัดกระบี่ เลี้ยงกุ้งสายพันธุ์กุ้งขาวสิชล 1 ประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง

วันอาทิตย์ ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 14.56 น.

ตอนที่ 4 เกษตรกรต้นแบบ  จังหวัดกระบี่ เลี้ยงกุ้งสายพันธุ์กุ้งขาวสิชล 1 ประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง https://youtu.be/s4FnvDTQKBM

เกษตรจังหวัดสุโขทัยเตือนเกษตรกร เตรียมพร้อมรับปรากฏการณ์เอลนีโญ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/752517

เกษตรจังหวัดสุโขทัยเตือนเกษตรกร เตรียมพร้อมรับปรากฏการณ์เอลนีโญ

เกษตรจังหวัดสุโขทัยเตือนเกษตรกร เตรียมพร้อมรับปรากฏการณ์เอลนีโญ

วันเสาร์ ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 14.34 น.

เกษตรจังหวัดสุโขทัยเตือนเกษตรกร ต้องปรับเปลี่ยนการเพาะปลูกเพื่อเตรียมรับมือกับปรากฏการณ์เอลนีโญ ที่คาดว่าไทยจะได้รับผลกระทบจากสภาวะฝนทิ้งช่วง ตั้งแต่ปลายปี 2566 และจะทวีความรุนแรงในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2567 ฝนน้อยน้ำน้อยถี่ขึ้นและยาวนานขึ้น และอาจกระทบพืชผลทางการเกษตร

นายวีระ บัวจันทร์ เกษตรจังหวัดสุโขทัย เตือนเกษตรกรในจังหวัดสุโขทัยเตรียมรับมือปรากฏการณ์เอลนีโญ่ คาดการณ์ความรุนแรงอาจทำให้เกิดฝนทิ้งช่วงยาวนานจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2567 ส่งผลให้อุณหภูมิเฉลี่ยสูงขึ้น อาจประสบกับปัญหาภัยแล้ง กระทบต่อปริมาณน้ำอุปโภคบริโภค รวมถึงน้ำเพื่อการเกษตร แนะนำเกษตรกรศึกษาการเพาะปลูกที่ใช้น้ำน้อยลง และปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตเพื่อลดต้นทุน ในด้านการบริหารจัดการน้ำ

สำหรับปีหน้ามีแนวโน้มว่าภัยแล้งจะหนักยิ่งกว่าปีนี้ ดังนั้นต้องเก็บน้ำต้นทุนในฤดูฝนปีนี้ให้ได้มากที่สุด ผ่านการทำบ่อจิ๋ว บ่อสาธารณะ ส่วนผู้ประกอบการเกษตรแปรรูป ควรให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการวัตถุดิบ โดยให้ความสำคัญ ดังนี้ 1.พิจารณาเส้นทางและรอบของการส่งน้ำของชลประทาน 2.พิจารณาแหล่งน้ำในไร่นาว่าเพียงพอต่อการเพาะปลูกพืชหรือไม่ 3.ติดตามสถานการณ์น้ำและสภาพอากาศของกรมอุตุนิยมวิทยา 4.ขึ้นทะเบียนเกษตรกรและปรับปรุงข้อมูลทะเบียนเกษตรกรให้เป็นปัจจุบัน เพื่อเป็นฐานข้อมูลในการให้ความช่วยเหลือเมื่อเกิดความเสียหาย 5.หากมีความต้องการฝนหลวงให้แจ้งสำนักงานเกษตรจังหวัดสุโขทัย หรือสำนักงานเกษตรอำเภอใกล้บ้าน

ทั้งนี้ เกษตรจังหวัดแนะให้เกษตรกรโดยเฉพาะผู้ที่ทำการเพาะปลูกนอกเขตชลประทาน สร้างแหล่งกักเก็บสำรองน้ำในช่วงฝนทิ้งช่วง เพื่อเตรียมพร้อมกักเก็บน้ำไว้ใช้เพื่อการเกษตร ในช่วงที่จะมีฝนตกชุกหนาแน่นในช่วงเดือนสิงหาคม-กันยายน ตามที่กรมอุตุนิยมวิทยาได้พยากรณ์ไว้ สามารถขอคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรในพื้นที่ได้ ณ สำนักงานเกษตรอำเภอใกล้บ้าน – 003

เกษตรกรพิจิตรทำใจ! นาข้าวยืนต้นตาย แล้งขาดน้ำฝนทิ้งช่วง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/752273

เกษตรกรพิจิตรทำใจ! นาข้าวยืนต้นตาย แล้งขาดน้ำฝนทิ้งช่วง

เกษตรกรพิจิตรทำใจ! นาข้าวยืนต้นตาย แล้งขาดน้ำฝนทิ้งช่วง

วันศุกร์ ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 09.58 น.

ชาวนาพิจิตร ต้องปล่อยข้าวบางส่วน ยืนต้นตายจากขาดน้ำ เนื่องจากแหล่งน้ำตามธรรมชาติแห้งขอดลง รวมทั้งปริมาณฝนไม่เพียงพอ และฝนทิ้งช่วง

25 สิงหาคม 2566 ผุ้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดพิจิตร ว่าแม้ว่าจะเข้าสู่ฤดูฝน แต่ฝนที่หยุดตกต่อเนื่อง ส่งผลทำให้ต้นข้าวนาปรัง อายุ 1 เดือนเศษ ที่มีสภาพแห้งเหี่ยวขาดน้ำ ของเกษตรกรชาวนาในพื้นที่ตำบลไผ่รอบ อำเภอโพธิ์ประทับช้าง จังหวัดพิจิตร ต้นข้าวนาที่เกษตรกรชาวนา กำลังขาดแคลนน้ำและกำลังยืนต้นตาย จำนวนกว่า 10  ไร่

หลังจากที่เกษตรกรชาวนา เริ่มทำการเพาะปลูก ในช่วงฤดูฝนพบปัญหา ปริมาณน้ำฝนไม่เพียงพอต่อการล่อเลี้ยงต้นข้าว เกษตรกรชาวนาจึงจำเป็นต้องปล่อยทิ้งนาข้าวบางส่วนบนแปลงนา ให้แห้งเหี่ยวตายไปกับความแห้งแล้ง เนื่องจากไม่มีแหล่งน้ำต้นทุนและฝนที่หยุดตกทิ้งช่วงเป็นเวลานาน ไม่มีแหล่งน้ำใต้ดิน จึงต้องปล่อยต้นข้าวทิ้งให้ขาดน้ำแห้งตาย 

นางสาวสอนศิริ แอ่นดอย เกษตรกรตำบลไผ่รอบ อำเภอโพธิ์ประทับช้าง จังหวัดพิจิตร กล่าวว่า นาข้าวเป็นของเพื่อเกษตรกรที่ทำนาใกล้กัน หลังจากฝนไม่ตกทำให้ต้นขาวนาปรัง ยืนต้นตายแห้งเหี่ยว และ ต้องปล่อยทิ้งเป็นบางส่วน เหลือเพียงต้นข้าวนาปี ที่กำลังรอน้ำจากน้ำฝนมาช่วยในความชุ่มชื้น ซึ่งปกติในช่วงนี้ น้ำจะอุดมสมบูรณ์ แต่ในปีนี้ กลับไม่มีฝน จึงทำให้นาข้าว ได้รับผลกระทบจากขาดน้ำ

สำหรับพื้นที่ตำบลไผ่รอบ อำเภอโพธิ์ประทับช้าง จังหวัดพิจิตร เป็นพื้นที่นอกเขตชลประทาน เกษตรกรต่างเริ่มการเพาะปลูก เนื่องจากก่อนหน้านี้ มีปริมาณฝนตกลงมา แต่หลังเพาะปลูก ปริมาณน้ำจากน้ำฝน ไม่เพียงพอ ชาวนาที่ไม่มีแหล่งน้ำใต้ดิน จำเป็นต้องปล่อยต้นข้าวให้ยืนต้นตายดีกว่าเสี่ยงการหาแหล่งน้ำ ซึ่งจะไม่คุ้มการลงทุนสำหรับการทำนา.012

จ.ปทุมฯ ชวน ช็อปชมชิม OTOP ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/752206

วันศุกร์ ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานจาก ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์คและสเปลส์ ชั้น G โซนหน้าร้านทอง จ.ปทุมธานี นายสิทธิชัยสวัสดิ์แสน รองผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานีประธานเปิดกิจกรรมแสดงสินค้า OTOP สินค้าชุมชน สินค้าเกษตร และผู้ประกอบการในชุมชนท่องเที่ยว OTOP โดยมีนายสุรพงษ์ เป้ากลาง ประธานบริษัทประชารัฐ รักสามัคคี วิสาหกิจเพื่อสังคมจังหวัดปทุมธานี จำกัด นายอมรเทพ เพชรกำแพงแสน ผู้จัดการฝ่ายธุรกิจสัมพันธ์ นางสาววรินทร ปพนธนัตถ์ผู้อำนวยการกลุ่มงานสารสนเทศการพัฒนาชุมชน สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดปทุมธานี ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์คหัวหน้าส่วนราชการ ผู้ประกอบการร่วมกิจกรรม โดยภายในงานมีการแสดงวัฒนธรรมพื้นบ้าน การขับเสภาการแสดงของ เก่ง-ธชย ประทุมวรรณ ศิลปินชื่อดัง และ รวบรวมผลิตภัณฑ์ OTOP ที่มีความโดดเด่นของจังหวัดปทุมธานี กว่า 50 บูธพบกับผลิตภัณฑ์เด่นมากมาย อาทิ ผ้า เครื่องแต่งกาย อาหารพื้นถิ่น อาหารแปรรูป เครื่องดื่ม ของใช้ ของตกแต่ง ของที่ระลึก และสมุนไพรภายใต้โครงการยกระดับผู้ประกอบการ OTOP และผู้ผลิตสินค้าชุมชนสู่ Digital Marketingระหว่างวันพุธที่ 23 ถึงวันอาทิตย์ที่ 27 สิงหาคม 2566 ทั้งนี้ ยังมอบเกียรติบัตรโครงการยกระดับผู้ประกอบการ OTOP และผู้ผลิตสินค้าชุมชน ที่ผ่านการคัดเลือก ให้กับผู้ประกอบการจำนวน50 ราย อีกด้วย นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน รองผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี กล่าวว่าการกำหนดขับเคลื่อนงานตามแผนพัฒนาจังหวัดในประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 2 การยกระดับการผลิตภาคการเกษตร อุตสาหกรรม และบริการให้มีมูลค่าสูงได้มาตรฐาน สู่ตลาดโลก ในการเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์โดยพัฒนาและยกระดับผลิตภัณฑ์ให้ได้มาตรฐาน ซึ่งเป็นการสร้างความน่าเชื่อถือให้กับผู้บริโภคมากขึ้น และสนับสนุนส่งเสริมให้มีการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีมาเป็นเครื่องมือในการเพิ่มรายได้จากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ OTOP สินค้าชุมชน สินค้าเกษตรของผู้ประกอบการในจังหวัดปทุมธานี จัดจำหน่ายสินค้าผ่านแพลตฟอร์มในรูปแบบออนไลน์และรูปแบบออฟไลน์ โดยการจัดจำหน่ายและการจัดแสดงสินค้า สร้างโอกาสการเข้าถึงตลาดที่หลากหลายช่องทางมากขึ้นทั้งแบบออนไลน์และออฟไลน์

มกอช.หารือUAEจัดทำCEPA2ประเทศ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/752203

วันศุกร์ ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายพิศาล พงศาพิชณ์ เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) มอบหมายให้ น.ส.รวินันท์ ฉ่ำเฉลิม ผอ.กองนโยบายมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารเป็นหัวหน้าคณะฝ่ายไทย เจรจาจัดทำมาตรการสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช ภายใต้ความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจ (Comprehensive Economic Partnership Agreement: CEPA) ระหว่างไทยและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ครั้งที่ 2 ในรูปแบบการประชุม hybrid ซึ่งจัดขึ้นที่โรงแรมแอทธินี กทม.

ทั้งนี้ การประชุมดังกล่าวถือเป็นการประชุมคณะทำงานด้าน SPS ครั้งแรก โดยทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นด้านโครงสร้างและองค์ประกอบของข้อบทด้านสุขอนามัยและสุขอนามัยพืชบนพื้นฐานหลักการของความตกลงขององค์การการค้าโลก (WTO SPS Agreement) ให้มีความเหมาะสมปฏิบัติได้จริงและเป็นประโยชน์ต่อประเทศมุ่งกระชับความสัมพันธ์และสร้างกลไกความร่วมมือในประเด็นที่ทั้งสองฝ่ายมีความสนใจร่วมกัน โดยตกลงว่าจะเร่งเจรจาความตกลงฉบับนี้ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว

การเจรจา CEPA เป็นการเจรจาภายใต้วาระการค้าต่างประเทศของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งพยายามเพิ่มการค้าต่างประเทศและเศรษฐกิจของประเทศเป็นสองเท่า ภายในปี 2574 ในปัจจุบัน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ มีการจัดทำ CEPA ที่ได้ข้อสรุปแล้วกับ 4 ประเทศ ได้แก่ อินเดีย อิสราเอล อินโดนีเซีย และกัมพูชา โดยอยู่ระหว่างเจรจากับหลายประเทศ อาทิ ตุรกี จอร์เจีย และเกาหลีใต้ โดย UAE เป็นคู่ค้าอันดับที่ 6 ของไทยในตลาดโลกและถือเป็นประเทศคู่ค้าสินค้าเกษตรอันดับที่ 28 ของไทย โดยระหว่างปี 2563-2565 ไทยมีมูลค่าการค้าสินค้าเกษตรเฉลี่ย 11,049 ล้านบาทต่อปี ซึ่งอัตราการค้ารวมเฉลี่ยเพิ่มขึ้นร้อยละ 27.72 ต่อปี โดยไทยส่งออกสินค้าเกษตรไป UAE เฉลี่ยปีละ9,260 ล้านบาท และนำเข้าเฉลี่ยปีละ 1,790 ล้านบาท ไทยเป็นฝ่ายได้เปรียบดุลการค้ากับ UAE และมีสินค้าเกษตรที่มีศักยภาพอีกหลายรายการที่มีโอกาสเติบโตต่อไป

‘สุรเดช’ประชุมคณะกรรมการ พิจารณาอุทธรณ์ตามระเบียบฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/752205

วันศุกร์ ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายสุรเดช สมิเปรม รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ ครั้งที่ 7/2566ที่ห้องประชุมกรมส่งเสริมสหกรณ์ เทเวศร์ กรุงเทพมหานคร โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการพัฒนาการสหกรณ์แห่งชาติ ผู้แทนจากกรมส่งเสริมสหกรณ์ ผู้แทนจากสำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรฯ ผู้แทนจากกระทรวงการคลัง ผู้แทนจากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา และคณะทำงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมฯ

ทั้งนี้ สำหรับการประชุมดังกล่าว ได้มีการพิจารณาหารือข้ออุทธรณ์ ตามระเบียบว่าด้วยการพิจารณาอุทธรณ์

เกษตรฯกำชับทุกหน่วย เคร่งครัดคุมคุณภาพทุเรียน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/752207

วันศุกร์ ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายสุรเดช สมิเปรม รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ได้ให้ความสำคัญในการควบคุมกระบวนการผลิตทุเรียนให้มีคุณภาพได้ตามมาตรฐานของประเทศคู่ค้า จึงเร่งแก้ไขปัญหาทุเรียนด้อยคุณภาพออกสู่ตลาด ซึ่งสถานการณ์ภาพรวมทุเรียนในช่วงปลายเดือนกรกฎาคม 2566 ผลผลิตทุเรียนภาคใต้เริ่มมีปริมาณลดลง แต่จะยังคงมีผลผลิตทุเรียนจากภาคใต้ตอนล่าง (จ.ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส) และผลผลิตทุเรียนจากนอกพื้นที่นำมาจำหน่ายให้กับโรงคัดบรรจุ (ล้ง) ในพื้นที่ จ.ชุมพรนครศรีธรรมราช และสุราษฎร์ธานี ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2566 ได้รับรายงานว่า นายวิสาห์ พูลศิริรัตน์ ผวจ.ชุมพร บูรณาการตรวจเข้มล้ง-แผงทุเรียน โดยสุ่มตรวจสถานประกอบการ5 แห่ง ใน อ.ทุ่งตะโก และ อ.หลังสวน เพื่อตรวจคุณภาพเนื้อทุเรียน เปอร์เซ็นต์แป้ง รวมถึงร่องรอยหนอนเจาะ ป้องปรามการลักลอบซื้อ-ขายทุเรียนด้อยคุณภาพ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นทุเรียนจากต่างจังหวัดโดยเฉพาะจากจังหวัดชายแดนภาคใต้ กว่า 80% มีแผงทุเรียนบางแห่ง ยังพบทุเรียนด้อยคุณภาพ ทุเรียนหนอนเจาะ และทุเรียนอ่อน (เปอร์เซ็นต์น้ำหนักแห้งไม่ถึง 32%) จึงเข้าดำเนินการตามมาตรการพ่นกากบาทสีแดงเป็นสัญลักษณ์ทุเรียนอ่อน ป้องกันการนำออกขาย

อย่างไรก็ดี เพื่อเป็นการรักษาคุณภาพและชื่อเสียงของผลผลิตทุเรียนของไทย ปลัดกระทรวงเกษตรฯ จึงมอบหมายผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรฯ เขตตรวจราชการที่ 4-7 ติดตามและสนับสนุนการดำเนินงานในพื้นที่ สนับสนุนการแก้ไขปัญหา และป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้น พร้อมทั้งกำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ ดังนี้ 1.คงความเข้มงวดและเพิ่มความระมัดระวังในการตรวจสอบคุณภาพทุเรียน ตั้งแต่ระดับสวน จนถึงโรงคัดบรรจุ โดยต้องมีใบรับรองการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (GAP) และปลอดศัตรูพืช ให้เป็นไปตามเงื่อนไขที่ประเทศผู้นำเข้ากำหนดตามพิธีสาร

2.ขอความร่วมมือเกษตรกร และมือตัดไม่ตัดทุเรียนอ่อน โรงคัดบรรจุไม่รับซื้อทุเรียนด้อยคุณภาพ (ทุเรียนอ่อน) เพื่อป้องกันไม่ให้มีทุเรียนด้อยคุณภาพ (ทุเรียนอ่อน) ออกสู่ตลาด และรักษาคุณภาพ มาตรฐานของทุเรียนไทยเป็นไปตามมาตรฐานของประเทศคู่ค้า สำหรับเกษตรกรที่ยังไม่มีใบรับรองการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (GAP) ให้เร่งดำเนินการยื่นขอกับศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตร และสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตในพื้นที่ เพื่อให้ได้รับสิทธิ์ในการผลิตทุเรียนเพื่อการส่งออก

3.ประชาสัมพันธ์ รณรงค์อย่างต่อเนื่อง บูรณาการความร่วมมือการดำเนินงานจากทุกภาคส่วน อาทิ ฝ่ายปกครอง ผู้ว่าราชการจังหวัด ท้องถิ่น โรงคัดบรรจุ (ล้ง)
มือตัด และเกษตรกร ในการร่วมกันรักษาคุณภาพทุเรียนด้วยมาตรการสมัครใจ พร้อมทั้งการสร้างแรงจูงใจและการมีส่วนร่วม ควบคู่กับการบังคับของภาครัฐ โดยให้ทุกฝ่ายซื่อสัตย์และรักษาคุณภาพของผลผลิต

ร้านปาดแม่โจ้สงขลา แนะใช้ปุ๋ยปูนขาว สำหรับปรับสภาพดิน ให้พืชสวนผลดก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/752208

วันศุกร์ ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานจาก ร้านปาดแม่โจ้พันธุ์ไม้สาขาปริก ต.ปริก อ.สะเดา จ.สงขลา ซึ่งเปิดเป็นร้านจำหน่ายพันธุ์ไม้นานาชนิด เช่น ต้นกล้าทุเรียน,มังคุด, เงาะ ลำไยคริสตัลจัมโบ้สีม่วง เป็นต้น ได้ทดลองใช้ปุ๋ยปูนขาวเปลือกหอย & โดโลไมท์ที่มีแคลเซียน ปรับสภาพดิน ใช้สำหรับในสวนผัก ผลไม้ สวนทุเรียน สวนยาง สวนปาล์ม เพาะเห็ด ใช้ในการฆ่าเชื้อราที่ทำให้พืชเป็นโรค แก้ปัญหาใบหยิก ใบงอ ใบเหลือง รากเน่า เป็นต้น ซึ่งในปุ๋ยปูนขาวเปลือกหอยฯมีส่วนผสมซึ่งประกอบด้วย เปลือกหอย แร่โดโลไมท์ และผงถ่าน แร่ธาตุแคลเซียมออกไซด์ (Cao), โพแทสเซียมและแมกนีเซียม ใส่ลงในพืช ผลไม้ เช่น พริกจะโตเร็วให้ผลดกมาก ต้นจะแข็งแรงดี ให้ผลดกมากต้นต่อยอดเร็ว เหมาะกับพี่น้องที่ปลูกพืชเกษตร นำปุ๋ยปูนขาวเปลือกหอยฯไปใส่พืชได้หลายชนิด ทำให้ได้ผลผลิตที่ออกมามาก

นายเผชิญศักดิ์ สาสุธรรม เจ้าของร้านปาดแม่โจ้พันธุ์ไม้ กล่าวว่า “พริกที่เราปลูกเนี่ยเราดูแลไม่ได้มากมาย ดูจากที่เราไม่มีระบบน้ำให้เลยเราปลูกเสร็จเราก็ใช้ในเรื่องของปูนขาวเปลือกหอย ที่มีแร่โดโลไมท์แล้วก็ผสมด้วยผงถ่านนะครับเราก็จะหว่าน พวกแร่โดโลไมท์แล้วก็เปลือกหอยนี่จะมีแคลเซียมค่อนข้างสูง ทำให้ดอกออกเยอะลูกออกเยอะ แล้วทำให้ดอกเนี่ยไม่ค่อยร่วง ลูกไม่ร่วง ทำให้ผลผลิตนี่ติดค่อนที่จะเยอะ แล้วอีกอย่างหนึ่งก็คือดอกของพริกจะไม่ค่อยเป็นเชื้อราหรือเขาเรียกว่าโรคได ปลายแห้งหรือลูกเน่า ตอนนี้ก็จะช่วยได้เยอะ ในตัวของปูนขาว ตัวนี้ปูนขาวเปลือกหอยตัวนี้หากเป็นพวกพริก ก็ใช้ประมาณสัก 30 วันต่อหนึ่งครั้ง โดยใช้ไม่ต้องเยอะ ถ้าเป็นในกลุ่มของไม้ผลเหมือนทุเรียน มังคุดเนี่ยเราก็จะใช้ประมาณ 1 เดือน หรือ 40 วัน ต่อหนึ่งครั้ง ผู้ที่สนใจสามารถติดต่อได้ที่ เบอร์โทรศัพท์ 087-2898370 089-5982797 สามารถจัดส่งได้ทั่วประเทศ”

ซูเปอร์ฯนครพนม คึก ฝนชุกเห็ดป่าแทงดอก ทำเงินวันละครึ่งหมื่น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/752210

วันศุกร์ ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงนี้พื้นที่จังหวัดนครพนม หลังจากมีฝนตกชุก บวกกับสภาพอากาศสลับเดี๋ยวร้อนเดี๋ยวเย็น แม้บางพื้นที่จะได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมนาข้าวเสียหาย แต่ในอีกมุมหนึ่งกลับส่งผลดีต่อชาวบ้าน ที่มีอาชีพหาเห็ดป่าขาย เนื่องจากปีนี้สภาพอากาศสวิงไปมา บวกกับฝนตกชุก จึงเป็นปัจจัยหลักทำให้เห็ดป่านานาชนิด แห่กันออกดอกจำนวนมาก โดยเฉพาะพื้นที่ป่าเขาภูพานน้อย อ.นาแก จ.นครพนม รวมถึงพื้นที่ป่าธรรมชาติ ที่ชาวบ้านอนุรักษ์เป็นป่าไม้ชุมชน กลายเป็นทำเลทอง ในการหาเห็ดป่าขายสร้างรายได้ ชดเชยน้ำท่วมนาข้าว อาทิ เห็ดเผาะ เห็ดปลวก เห็ดผึ้ง แต่ที่มาแรงสุดในช่วงนี้และมีราคาสูง เป็นที่นิยมของลูกค้านำไปปรุงเป็นเมนูเด็ดคือ เห็ดระโงก เห็ดปลวก ซึ่งถือเป็นเห็ดที่ออกดอกจำนวนมากโดยเฉพาะในช่วงฝนตกชุกบวกกับอากาศร้อน ดังนั้นชาวบ้านในพื้นที่ อ.นาแก จ.นครพนม ที่อยู่ใกล้ป่าเขาภูพานน้อย ต่างออกไปหาเห็ดระโงก รวมถึงเห็ดป่าหลากหลายชนิดมาขายกันคึกคัก ทำให้ตามตลาดขายเห็ดป่าริมถนน หรือซูเปอร์มาเก็ตริมทาง รวมถึงตลาดของป่าต่างๆ คึกคักไปด้วยเห็ดระโงก โดยมีพ่อค้า แม่ค้า นำมาวางขายจำนวนมาก สร้างรายได้หมุนเวียนสะพัด เพราะมีราคาสูงถึงกิโลกรัมละ 300-400 บาท บางรายขยันออกหาเห็ดแต่เช้าและบ่าย จะสามารถสร้างรายได้วันละ 4,000-5,000 บาท แต่ก็ขึ้นอยู่ที่ว่าจะมีเห็ดแทงดอกจากดินทันหรือไม่ด้วย

รองปลัดฯร่วมหารือ ผอ.UNFoodSystems พัฒนาความร่วมมือ พลิกโฉมระบบอาหาร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/752211

วันศุกร์ ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย น.ส.วนิดา กำเนิดเพ็ชร์ ผอ.สำนักการเกษตรต่างประเทศ น.ส.รัชนกแสงเพ็ญจันทร์ รักษาราชการแทนอัครราชทูต (ฝ่ายเกษตร) นางศุภจิต ศรีอริยวัฒน์ ที่ปรึกษา (ฝ่ายเกษตร) สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ประจำกรุงโรม เข้าร่วมการหารือกับMr. Stefanos Fotiou ผู้อำนวยการ UN Food Systems Coordination Hub และ Mr. Svante Helms ผู้จัดการ National Pathway เพื่อพัฒนาความร่วมมือและส่งเสริมกิจกรรมการพลิกโฉมระบบอาหารให้บรรลุเป้าหมาย SDGs ซึ่ง UN Food Systems Coordination Hub เป็นโครงสร้างที่เน้นการประสานงานและแลกเปลี่ยนข้อมูลองค์กรและพันธมิตร เพื่อพัฒนาและส่งเสริมการสื่อสารด้านระบบอาหาร

ทั้งนี้ รองปลัดกระทรวงเกษตรฯ ได้นำเสนอการดำเนินการของประเทศไทยในการจัดทำ National Pathway การพลิกโฉมระบบอาหารที่ผ่านมา และยื่นข้อเสนอให้ UN Food SystemsCoordination Hub พิจารณาให้การสนับสนุนด้านวิชาการและการเข้าถึงแหล่งงบประมาณ เพื่อให้การพัฒนาระบบอาหารของประเทศไทยมีความมั่นคงและยั่งยืน นอกจากนี้ได้เสนอให้ UN Food Systems Coordination Hub สนับสนุนการมีส่วนร่วมของประเทศไทยในการประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่ 28 (COP 28)ที่มีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 30 พฤศจิกายน-12 ธันวาคม 2566