เกษตรกรหนองคายเลี้ยงโควากิวตลาดสดใส มีไม่พอขาย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/753025

เกษตรกรหนองคายเลี้ยงโควากิวตลาดสดใส มีไม่พอขาย

เกษตรกรหนองคายเลี้ยงโควากิวตลาดสดใส มีไม่พอขาย

วันอังคาร ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 10.27 น.

เกษตรกรเลี้ยงโควากิวที่หนองคายตลาดสดใส มีไม่พอขาย รับซื้อลูกวัวเพิ่ม ด้านปศุสัตว์หนองคายแนะเกษตรกรหันมาเลี้ยงโคกิวคุ้มค่ามากกว่า

นายณัฐพล กลางวิชัย เจ้าของฟาร์ม NK วากิวศรีเชียงใหม่ ตั้งอยู่ที่บ้านโพนงาม หมู่ 6 ต.หนองปลาปาก อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย ก่อนหน้านี้เลี้ยงโคกำแพงแสนมาก่อน จนเริ่มมาปรับเป็นการเลี้ยงโควากิวมาตั้งแต่ปี 2538 เริ่มด้วยโควากิว 6 ตัวตอนนี้มีวากิวอยู่ 40 ตัว และเครือข่ายอีกประมาณ 150 ตัว โดยทางฟาร์มจะเป็นผู้ให้การสนับสนุนสูตรอาหารของฟาร์มให้กับเกษตรกรเครือข่ายที่เลี้ยงให้ ได้นำอาหารให้โควากิวได้กินตามสูตรที่เหมาะสมเพื่อคุณภาพของเนื้อวากิวที่ต้องการ ทางฟาร์มจะนำโควากิวชำแหละที่โรงชำแหละอำเภอโพนพิสัยและส่งขายเอง มีลูกค้าจองล่วงหน้า มีไม่พอกับความต้องการของตลาด ขณะนี้เลี้ยงวากิวสามารถส่งชำแหละได้เดือนละ 7-10 ตัว วากิวราคาอยู่ที่ 120,000-150,000 บาทขายซาก โดยจะเลี้ยงให้ได้น้ำหนักประมาณ 600 ก.ก.ขึ้นไปจึงจะนำเข้าสู่ท้องตลาด

นอกจากนี้ ยังรับซื้อลูกวัว 8-10 เดือนราคา 105-110 บาท/ก.ก.หรือประมาณตัวละ 20,000 บาท เนื่องจากขณะนี้ยังขาดแคลนลูกวัวอีกเป็นจำนวนมาก เพราะการเลี้ยงวากิวต้องใช้เวลาและการเอาใจใส่มากกว่าโคพื้นเมืองทั่วไป ทำให้เกษตรกรผู้เลี้ยงโคส่วนใหญ่นิยมเลี้ยงโคพื้นเมืองที่เลี้ยงง่าย โตเร็ว ขายได้เร็ว มากกว่า

ด้านนายศักดิ์สิทธิ์ ทิพยธร หัวหน้ากลุ่มยุทธศาสตร์และสารสนเทศการปศุสัตว์ ทำหน้าที่หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์ สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดหนองคาย กล่าวว่า ฟาร์มโควากิวของนายณัฐพล เป็นฟาร์มที่ได้รับการส่งเสริมจากสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดหนองคาย เพราะเล็งเห็นถึงความตั้งใจและคุณสมบัติของเกษตรกรที่จริงจังกับการเลี้ยงโควากิวเป็นอาชีพหลัก เนื่องจากโควากิวเป็นที่ต้องการของตลาด ผู้บริโภคนิยมบริโภคกว้างขวางมากขึ้น แต่เนื้อโควากิวยังไม่เพียงพอต่อความต้องการ ดังนั้น เมื่อเกษตรกรตั้งใจเลี้ยงโควากิว ซึ่งต้องหมั่นดูแลและใช้เวลามากกว่าเลี้ยงโคพันธุ์พื้นเมือง แต่ผลลัพธ์ที่ได้คุ้มค่ากว่ามาก หากเกษตรกรต้องการเลี้ยงโควากิว ปศุสัตว์ยินดีให้คำแนะนำ

ปลัดเกษตรฯนำทีม บุกซาอุฯดันส่งออก ร่วมมือด้านเกษตร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/752977

ปลัดเกษตรฯนำทีม  บุกซาอุฯดันส่งออก  ร่วมมือด้านเกษตร

ปลัดเกษตรฯนำทีม บุกซาอุฯดันส่งออก ร่วมมือด้านเกษตร

วันอังคาร ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.05 น.

ปลัดเกษตรฯนำทีมบุกซาอุฯดันส่งออก ร่วมมือด้านเกษตร ต่อยอดการทำงาน

ปลัดกระทรวงเกษตรฯ นำทีมผู้บริหาร บุกกระทรวงสิ่งแวดล้อมน้ำ และการเกษตรฯ ซาอุฯ ผลักดันส่งออกสินค้าเกษตรและความร่วมมือด้านการเกษตรระหว่างทั้งสองประเทศ

เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมคณะผู้บริหารกระทรวงเกษตรฯ เข้าร่วมประชุมหารือกับนายอาเหม็ด บิน ซาเลห์ อัล อิยาดะห์ อัล-คัมซี ปลัดกระทรวงด้านการเกษตร ของกระทรวงสิ่งแวดล้อม น้ำ และการเกษตร ซาอุดีอาระเบีย ที่กรุงริยาด ราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย เพื่อผลักดันการค้าและความร่วมมือด้านการเกษตรระหว่างไทย-ซาอุดีอาระเบีย

นายประยูร กล่าวภายหลังการประชุมดังกล่าว ว่าซาอุดีอาระเบีย เป็นมิตรประเทศของไทยที่สำคัญยิ่งในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยกระทรวงเกษตรฯ ควรเร่งรัดให้มีการดำเนินความร่วมมือด้านการเกษตรอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจัดทำบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการเกษตร การส่งเสริมการค้าสินค้าเกษตรและอาหารระหว่างกัน การแลกเปลี่ยนการเยือนของภาคเอกชน และความร่วมมือในการสนับสนุนการบรรลุเป้าหมาย BCG และ Saudi Vision 2030 โดยกระทรวงเกษตรฯ มีประเด็นด้านการค้าต่างๆ ที่ได้หยิบยก เพื่อผลักดันกับซาอุดีอาระเบีย ไม่ว่าจะเป็นการส่งออกพืชเพื่อการเพาะปลูก โคมีชีวิต เนื้อสัตว์ปีกและผลิตภัณฑ์สัตว์ปีกแปรรูป สินค้าประมง และสินค้าสัตว์น้ำเพาะเลี้ยง ซึ่งเป็นสินค้าที่มีคุณภาพและศักยภาพสูง พร้อมทั้งผลักดันการจัดตั้งสำนักงานที่ปรึกษาการเกษตร ที่กรุงริยาด

ทั้งนี้ ฝ่ายซาอุดีอาระเบีย มีความประสงค์ผลักดันความร่วมมือด้านเทคโนโลยีและวิชาการ เกษตรระหว่างกัน โดยเฉพาะด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ การผลิตอาหารสัตว์ (อาหารแมวและเป็ด) การพัฒนาระบบสหกรณ์ การส่งเสริมเครือข่ายด้านการค้าของผู้ประกอบการทั้งสองฝ่าย รวมทั้งการแก้ไขปัญหาการนำเข้าสินค้าเกษตรจากซาอุดีอาระเบีย มายังไทย ซึ่งทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะเสริมสร้างและเร่งรัดการดำเนินงานต่างๆ ร่วมกันอย่างใกล้ชิดและเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น เพื่อเป็นการต่อยอดความสัมพันธ์ด้านการเกษตรระหว่างทั้งสองประเทศอีกครั้ง

สำหรับซาอุดีอาระเบีย เป็นประเทศคู่ค้าสินค้าเกษตรอันดับที่ 37 ของไทย ในระหว่างปี 2563-2565 มีสัดส่วนการค้าสินค้าเกษตรร้อยละ 0.33 ของมูลค่าการค้าสินค้าเกษตรของไทยกับโลก โดยปี 2565 มีมูลค่าการค้าสินค้าเกษตร 7,388 ล้านบาท และมีอัตราการค้าเพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละร้อยละ 1.41 ต่อปี ซึ่งสัดส่วนการส่งออกร้อยละ 84.82 ของมูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรไปยังซาอุดีอาระเบีย ได้แก่ ปลาทูนา ปลาสคิปแจ็ค และปลาโบนิโต (ชนิดซาร์ดา) ปรุงแต่ง ข้าว อาหารสุนัขหรือแมว สับปะรดปรุงแต่ง ข้าวโพดหวาน อาหารปรุงแต่ง รวมทั้งซอสและของปรุงแต่ง

ส.ป.ก.ทำMOUกฟผ.จัดการข้อมูลฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/752942

วันอังคาร ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ดร.วิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) กล่าวว่า ความร่วมมือด้านการบูรณาการและเชื่อมโยงข้อมูลระหว่าง ส.ป.ก.และการไฟฟ้าฝ่ายผลิต (กฟผ.) ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลพื้นที่ประกาศเขตปฏิรูปที่ดิน ข้อมูลผู้ได้รับอนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในที่ดิน และข้อมูลแปลงที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินมีการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาเชื่อมโยงข้อมูลเข้าด้วยกัน ทำให้ได้รับข้อมูลที่เป็นปัจจุบัน ช่วยอำนวยความสะดวกในการปฏิบัติงานทางด้านข้อมูลของทั้งสองหน่วยงาน

สำหรับความร่วมมือครั้งนี้เป็นการเชื่อมโยงการพัฒนาระบบจัดที่ดินออนไลน์ (ALRO LandOnline) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการข้อมูล และให้บริการประชาชนผ่านระบบออนไลน์ของทาง ส.ป.ก.และระบบจัดการข้อมูลงานจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน (Land AIMS) ของ กฟผ.เข้าด้วยกันด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล โดยข้อมูลแนวระบบโครงข่ายไฟฟ้าทั้งประเทศของ กฟผ.จะช่วยให้ ส.ป.ก.นำไปประกอบการพิจารณาจัดสรรแปลงที่ดินแก่เกษตรกรได้อย่างมีประสิทธิภาพ

“ส.ป.ก.มีความตั้งใจที่จะช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรอย่างเต็มที่ การแลกเปลี่ยนข้อมูลทางด้านที่ดินระหว่าง ส.ป.ก.กับ กฟผ.จะช่วยให้ กฟผ.สามารถสืบค้นข้อมูลจากฐานข้อมูลของ ส.ป.ก.ได้โดยตรง ลดเวลาการตรวจสอบเอกสาร ส่งผลให้การขออนุญาตใช้ประโยชน์ที่ดินของ ส.ป.ก.รวดเร็วยิ่งขึ้น สามารถจ่ายเงินค่าทดแทนแก่เกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดิน รวมถึงเงินค่าตอบแทนการใช้ประโยชน์ที่ดินแก่ ส.ป.ก.เป็นไปอย่างถูกต้อง เป็นประโยชน์ของพี่น้องเกษตรกรในการประกอบอาชีพเกษตรกรรมซึ่ง ส.ป.ก.มีความตั้งใจที่จะขับเคลื่อนการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรในเขตปฏิรูปที่ดินให้มีอยู่ได้ อยู่ดี มีความสุขและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น” ดร.วิณะโรจน์ กล่าว

กรมชลฯติวเข้ม พัฒนาบุคลากร จัดการด้านตะกอน ภายในอ่างเก็บน้ำ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/752939

วันอังคาร ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า สำนักบริหารจัดการน้ำและอุทกวิทยา สำนักบริหารโครงการ สำนักบริหารทรัพยากรบุคคล และสถาบันพัฒนาการชลประทานได้จัดโครงการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการหลักสูตร “แบบจำลองทางด้านการเคลื่อนตัวของตะกอนในลำน้ำ (Sediment Transport Modeling) ที่ส่งผลต่ออ่างเก็บน้ำลำพระเพลิงและป่าสักชลสิทธิ์”เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเทคนิคการคำนวณเกี่ยวกับการตกตะกอนในอ่างเก็บน้ำ อัตราการตกตะกอนและการเคลื่อนย้ายตะกอน การจัดการตะกอนในอ่างเก็บน้ำ โดยใช้แบบจำลองทางด้านการเคลื่อนตัวของตะกอนในลำน้ำ HEC-RAS ที่ส่งผลต่ออ่างเก็บน้ำลำพระเพลิงและอ่างเก็บน้ำป่าสักชลสิทธิ์เป็นต้นแบบ ให้สามารถประยุกต์กับอ่างเก็บน้ำต่างๆ ในความรับผิดชอบได้

นายประพิศกล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังส่งเสริมให้เจ้าหน้าที่ได้ตระหนักถึงความสำคัญและความจำเป็นในการปฏิบัติงานด้านตะกอนในอ่างเก็บน้ำได้อย่างถูกต้อง สามารถนำมาปรับใช้เพื่อสนับสนุนงานด้านชลประทานให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

ปลัดฯจัดงานตรานกยูงฯ ผลักดันมาตรฐานไหมสู่สากล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/752945

วันอังคาร ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า งานตรานกยูงพระราชทาน สืบสานตำนานไหมไทย ครั้งที่ 18 ประจำปี 2566มีวัตถุประสงค์เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2566 ที่ทรงสืบสานและทรงให้ความสำคัญกับผ้าไหมไทย พร้อมผลักดันมาตรฐานไหมไทย มุ่งสร้างชื่อเสียงสู่สากล สร้างรายได้ให้แก่เกษตรกร และขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ภายใต้แนวคิด “ไหมไทยล้ำค่า สายใยแห่งภูมิปัญญา พัฒนาสู่สากล” โดยงานจัดที่ฮอลล์ 6-7 อิมแพ็ค เมืองทองธานี

“กรมหม่อนไหม มีภารกิจเกี่ยวกับหม่อนไหมทั้งระบบ มีเป้าหมายส่งเสริมอาชีพเกษตรกรด้านการปลูกหม่อนเลี้ยงไหม ตามพระราชปณิธานที่ทรงมุ่งมั่นสืบสานวัฒนธรรม การปลูกหม่อนเลี้ยงไหมให้คงอยู่กับปวงชนชาวไทย และเพื่อให้ผ้าไหมไทยได้รับการยอมรับในตลาดโลก พระองค์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานเครื่องหมายนกยูงไทย ให้เป็นเครื่องหมายรับรองผลิตภัณฑ์ผ้าไหมไทยที่เน้นแหล่งที่มาของวัตถุดิบ กระบวนการผลิต และที่สำคัญต้องผลิตในประเทศไทยเท่านั้น จึงได้กำหนดจัดงานดังกล่าว เพื่อเฉลิมพระเกียรติและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงสืบสานและทรงให้ความสำคัญกับผ้าไหมไทย เป็นการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ผ้าไหมไทยคุณภาพ ผลิตภัณฑ์จากหม่อนและไหม รวมทั้งภารกิจและผลงานของกรมหม่อนไหมให้เป็นที่รู้จัก ตลอดจนเป็นการเพิ่มช่องทางจำหน่ายสินค้าผ้าไหมไทยตรานกยูงพระราชทาน ผลิตภัณฑ์จากหม่อนและไหมของเกษตรกรให้ถึงมือผู้บริโภคโดยตรง” นายประยูร กล่าว

เกษตรกรต้นแบบ การเลี้ยงกุ้งขาวแวนนาไม ด้วยนวัตกรรมอย่างมีประสิทธิภาพ จังหวัดสุราษฎร์ธานี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/752831

เกษตรกรต้นแบบ การเลี้ยงกุ้งขาวแวนนาไม ด้วยนวัตกรรมอย่างมีประสิทธิภาพ จังหวัดสุราษฎร์ธานี

เกษตรกรต้นแบบ การเลี้ยงกุ้งขาวแวนนาไม ด้วยนวัตกรรมอย่างมีประสิทธิภาพ จังหวัดสุราษฎร์ธานี

วันจันทร์ ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 14.19 น.

ตอนที่ 5 เกษตรกรต้นแบบ การเลี้ยงกุ้งขาวแวนนาไม ด้วยนวัตกรรมอย่างมีประสิทธิภาพ จังหวัดสุราษฎร์ธานี https://youtu.be/3QcdOpLRr2M

– 006

‘ประยูร’รุดตรวจ เยี่ยมกรมวิชาการฯ เน้นใช้เทคโนโลยี ให้มีประสิทธิภาพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/752702

วันจันทร์ ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังตรวจเยี่ยมติดตามการดำเนินงานของกรมวิชาการเกษตร และหารือข้อราชการ โดยมีนายระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์อธิบดีกรมวิชาการเกษตร และผู้เกี่ยวข้อง ต้อนรับ ว่าได้มอบแนวทางการดำเนินงานโดยเน้นให้นำเทคโนโลยีดิจิทัล มาใช้ทดแทนระบบการทำงานแบบเดิม โดยเฉพาะการให้บริการแก่ประชาชน การอนุมัติ อนุญาต การออกใบรับรองมาตรฐานต่างๆ ฯลฯ ให้มีระยะเวลาดำเนินการสั้นลง ลดขั้นตอน อำนวยความสะดวกแก่ประชาชนมากยิ่งขึ้น เพื่อเตรียมความพร้อมในการส่งออกผลผลิตทางการเกษตรสำหรับการเปิดตลาดใหม่ๆ เพิ่ม ในส่วนของบุคลากรขอให้เป็นนักปฏิบัติ เพื่อช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกร ช่วยให้เกิดการพัฒนาอย่างแท้จริง รวมทั้งได้มอบหมายให้มีการเผยแพร่ผลงานวิจัยที่เป็นประโยชน์สู่สาธารณะมากขึ้นด้วย

สำหรับ กรมวิชาการเกษตร มีวิสัยทัศน์ “เป็นองค์กรที่เป็นเลิศด้านการวิจัยและพัฒนาด้านพืช เครื่องจักรกลการเกษตรและเป็นศูนย์กลางรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตรด้านพืชในระดับสากล บนพื้นฐานการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ภายใต้สมดุลวัฒนธรรมองค์กร ภายในปี พ.ศ. 2570” มีผลการดำเนินงานสำคัญในปีที่ผ่านมา 4 ด้าน ประกอบด้วย1.ด้านการวิจัยและพัฒนา 2.ด้านการตรวจสอบรับรองมาตรฐาน 3.ด้านการกำกับและดูแลตามกฎหมาย รับผิดชอบ พ.ร.บ.รวม 6 ฉบับ และ 4.ด้านการถ่ายทอดเทคโนโลยี ดำเนินการถ่ายทอดองค์ความรู้จากงานวิจัย

ปลัดฯเยี่ยมกรมฝนหลวงฯ แนะนำปรับปรุงการทำงาน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/752710

วันจันทร์ ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประชุมตรวจเยี่ยมติดตามการดำเนินงานของกรมฝนหลวงและการบินเกษตร โดยมีนายสุพิศ พิทักษ์ธรรม อธิบดีกรมฝนหลวงฯ รวมทั้งผู้บริหารและเจ้าหน้าที่กรมฝนหลวงฯ ต้อนรับ ที่ห้องประชุมเทวกุล ชั้น 6 กรมฝนหลวงฯ พร้อมทั้งรับฟังการรายงานแผนงาน/โครงการสำคัญ ประจำปีงบประมาณ 2566 และ 2567

ในโอกาสนี้ ปลัดกระทรวงเกษตรฯ ได้ร่วมหารือข้อราชการและให้ข้อเสนอแนะในการพัฒนาปรับปรุงการดำเนินงาน โดยเฉพาะการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาปรับใช้ในการทำงานให้เกิดความคุ้มค่าและประโยชน์สูงสุด

กรมส่งเสริมฯปรับโครงการ ผลิตรวบรวมแปรรูปสถาบันเกษตร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/752704

วันจันทร์ ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

รายงานข่าวจากกรมส่งเสริมสหกรณ์ ระบุว่า “โครงการปรับโครงสร้างการผลิต การรวบรวม และการแปรรูปของสถาบันเกษตรกร รองรับผลผลิตทางการเกษตร” เป็นโครงการที่กรมส่งเสริมสหกรณ์ ดำเนินโครงการตั้งแต่ พ.ศ.2563 มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 ทั้งจากปัญหาไม่สามารถขายผลผลิตทางการเกษตรได้ ปัญหาการชะลอการรับซื้อผลผลิต หรือซื้อในปริมาณลดน้อยลง รวมถึงกรณีที่สหกรณ์เข้ามารับซื้อผลผลิตจากสมาชิกแต่ก็ประสบปัญหาขาดเครื่องมือและอุปกรณ์ในการรวบรวม จัดเก็บ และแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร รวมทั้งเร่งพัฒนาศักยภาพและเสริมสร้างบทบาทของสหกรณ์ภาคการเกษตรให้เป็นศูนย์กลางในการบริหารจัดการผลผลิตการเกษตร และช่วยเหลือสมาชิกสหกรณ์และเกษตรกรในการประกอบอาชีพ กรมส่งเสริมสหกรณ์จึงจัดสรรเงินอุดหนุนสำหรับให้สหกรณ์นำไปสร้างอุปกรณ์การตลาดและจัดหาเครื่องมือแปรรูปผลผลิตการเกษตร ซึ่งรัฐอุดหนุนงบประมาณไม่เกินร้อยละ 90 และให้สหกรณ์จ่ายเงินสมทบไม่น้อยกว่าร้อยละ 10

ทั้งนี้ เพื่อให้การดำเนินโครงการฯ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ได้แบ่งระดับของสหกรณ์ที่ได้รับสนับสนุนอุปกรณ์การตลาด ออกเป็น 3 ระดับ ได้แก่ ระดับต้น ระดับกลาง และระดับแม่ข่าย ซึ่งสหกรณ์ “ในระดับแม่ข่าย” จะทำหน้าที่ในการให้บริการเกษตรกรสมาชิกของตนเอง สหกรณ์ลูกข่าย/เครือข่ายในพื้นที่ภายในจังหวัดและจังหวัดใกล้เคียง โดยเน้นเรื่องการช่วยรวบรวมผลผลิตของสมาชิกให้ครอบคลุมและทั่วถึง รับซื้อผลผลิตของเกษตรกรในพื้นที่ในราคาที่เป็นธรรมมีการบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ เพื่อพัฒนาต่อยอดและผลักดันให้สหกรณ์มีศักยภาพในการรวบรวมและแปรรูปได้อย่างมีมาตรฐานในระดับอุตสาหกรรมการเกษตรหรือเกษตรแปรรูปตามความต้องการของตลาด โดยปัจจุบันกรมส่งเสริมสหกรณ์ มี “สหกรณ์ระดับแม่ข่าย” 24 สหกรณ์ ครอบคลุมพื้นที่ 14 จังหวัด รวมทั้งหมดได้รับอุดหนุนอุปกรณ์การตลาด 79 รายการ เป็นเงิน 1,150 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 72 ของโครงการ

ทั้งนี้ “สหกรณ์ระดับแม่ข่าย” ถือว่ามีความสำคัญในการช่วยขับเคลื่อนแผนการดำเนินงานโครงการปรับโครงสร้างการผลิตการรวบรวม และการแปรรูปของสถาบันเกษตรกร รองรับผลผลิตทางการเกษตรให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพโดยภาพรวมการรวบรวมผลผลิตสินค้าเกษตรของสหกรณ์ ปีการผลิต 2566 สถาบันเกษตรกร สามารถเป็นจุดรวบรวมรับซื้อผลผลิตจากสมาชิกสหกรณ์และเกษตรกรทั่วไปได้ถึง 6,273,590 ตันมูลค่ารวมทั้งสิ้น 70,972 ล้านบาท โดยกรมส่งเสริมสหกรณ์ จะเดินหน้าในการสนับสนุนให้สถาบันเกษตรกร เพิ่มการใช้ประโยชน์จากอุปกรณ์การตลาดที่ได้รับอย่างเต็มศักยภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดแก่สมาชิกสหกรณ์ ช่วยลดต้นทุนการผลิต ตลอดจนพัฒนากระบวนการผลิตและการแปรรูปสินค้าทางการเกษตรให้ได้มาตรฐานเพื่อเพิ่มมูลค่าและรายได้ เกิดการสร้างงานสร้างอาชีพของคนในชุมชน จนนำไปสู่การยกระดับภาคการเกษตรของประเทศไทยให้มั่นคง

‘พีรพันธ์’ร่วมกับคกก.ตัดสินMiniเลิศรัฐ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/752708

วันจันทร์ ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายพีรพันธ์ คอทอง รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประชุมคณะกรรมการตัดสินการประกวด Mini เลิศรัฐของสำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรฯ และการประกวดการสร้างนวัตกรรมการปรับปรุงการทำงานระดับบุคคลของสำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรฯ เพื่อส่งเสริมและพัฒนางานหน่วยงานส่วนกลางและส่วนภูมิภาคให้เกิดการสร้างสรรค์ผลงานเป็นเชิงประจักษ์ สามารถเป็นต้นแบบที่ดีในการสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันให้แก่หน่วยงานอื่นๆ ได้

สำหรับโครงการประกวดดังกล่าวแบ่งเป็น 2 มิติสำคัญ ได้แก่ 1.การพัฒนาการบริการ และ 2.สัมฤทธิผลประชาชนมีส่วนร่วม เพื่อส่งเสริมและพัฒนางานบริการส่วนแผนงาน/โครงการของสำนักงานปลัดฯ ให้มีประสิทธิภาพตอบโจทย์แก่ประชาชน รวมถึงสะท้อนผลลัพธ์ของการดำเนินงานสอดคล้องกับการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable DevelopmentGoals : SDGs) โดยสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดจันทบุรี ส่งผลงานประเภทรางวัลบริการภาครัฐ : พัฒนาการบริการ ภายใต้ชื่อ “ระบบขึ้นทะเบียนนักคัด นักตัดทุเรียนออนไลน์” และสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดหนองบัวลำภู ส่งผลงานประเภทรางวัลการบริหารราชการแบบมีส่วนร่วม :สัมฤทธิผลประชาชนมีส่วนร่วม ภายใต้ชื่อ“ลด เสริม เพิ่ม เพื่อยกระดับรายได้เกษตรแปลงใหญ่ (อ้อย) กลุ่มโนนเมือง อ.นากลาง จ.หนองบัวลำภู ด้วยการวิเคราะห์ห่วงโซ่คุณค่า”

ส่วนโครงการประกวดการสร้างนวัตกรรมการปรับปรุงการทำงานระดับบุคคลของสำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรฯ มีหน่วยงานภายใต้สังกัดส่งโครงการเข้าร่วมประกวด 11 โครงการ โดยรองปลัดกระทรวงเกษตรฯ ให้ความเห็นว่าควรนำข้อมูลโครงการต่างๆ ไปเผยแพร่ต่อเจ้าหน้าที่ในสังกัดเพื่อเป็นประโยชน์ต่อบุคลากร และพัฒนาองค์กรให้เป็น Digital Offic