‘เฉลิมชัย’โชว์ความสำเร็จ เกษตรแปลงใหญ่ 5แสนคนลงทะเบียน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/659679

‘เฉลิมชัย’โชว์ความสำเร็จ  เกษตรแปลงใหญ่  5แสนคนลงทะเบียน

วันอาทิตย์ ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

‘เฉลิมชัย’โชว์ความสำเร็จเกษตรแปลงใหญ่ 5แสนคนลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการแล้ว ช่วยชาติดันส่งออก

รัฐบาล ชี้แจงผลงานขับเคลื่อนเกษตรแปลงใหญ่ของกระทรวงเกษตรฯ หนึ่งในโครงการปฏิรูปภาคการเกษตร ร่วมโครงการแล้ว 4.96 แสนคน หวังปี 2580 ไทยเป็น 1 ใน 7 ผู้ส่งออกสำคัญของโลกสินค้าเกษตรและเกษตรแปรรูป

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยเมื่อวันที่ 11 มิถุนายน ถึงความก้าวหน้าโครงการเกษตรแปลงใหญ่ซึ่งเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาลและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนให้เกษตรกรรายย่อยในพื้นที่ใกล้เคียงมีการรวมตัวกัน เพื่อร่วมกันผลิตสินค้าเกษตร ร่วมกันบริหารจัดการ รวมถึงร่วมกันจำหน่าย ซึ่งจะทำให้เกษตรกรสามารถลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต เชื่อมโยงตลาดได้มากขึ้น และเพิ่มโอกาสในการแข่งขัน โดยมีหน่วยงานภาครัฐและหน่วยงานภาคีที่เกี่ยวข้องให้การสนับสนุน ทั้งนี้ กรมส่งเสริมการเกษตร รายงานตัวเลข ณ วันที่ 3 พ.ค. 2565 มีจำนวนเกษตรแปลงใหญ่ 8,918 แปลง จำนวนเกษตรกรร่วมโครงการ 4.96 แสนคน คิดเป็นพื้นที่รวม 8.36 ล้านไร่

นางสาวรัชดา กล่าวว่า ในปี 2563 นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯได้สั่งปรับแนวทางการทำงานเพื่อเร่งขยายพื้นที่เกษตรแปลงใหญ่ ทำการวิเคราะห์เชิงลึกต่อความต้องการของกลุ่มสมาชิกเพื่อจัดทำแผนธุรกิจและรูปแบบการทอดองค์ความรู้ เน้นด้านการลดต้นทุน การพัฒนาศักยภาพเกษตรกรสู่ Smart Farmer และการเชื่อมโยงการตลาด ทั้งนี้ นับตั้งแต่ปี 2559 ถึงปัจจุบัน มีผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม อาทิ 1) ลดต้นทุนการผลิตของเกษตรกรรวม 2.4 หมื่นล้านบาท 2) การเพิ่มผลผลิตรวม 2.2 หมื่นล้านบาท 3) เกษตรกรได้รับการรับรองมาตรฐานการผลิตสินค้าเกษตรรวม 1.88 แสนราย และ 4)การเชื่อมโยงการตลาด เช่น ตลาดข้อตกลงล่วงหน้า ซึ่งรวมเทสโก้โลตัส แม็คโคร บิ๊กซี และเซ็นทรัล จำนวนรวม 921 แปลง ตลาดรับซื้อทั่วไป/โรงงานแปรรูป จำนวน 8 พันแปลง และตลาดออนไลน์ จำนวน 489 แปลง

สำหรับแผนระยะต่อไป จะเป็นการยกระดับโครงการเกษตรแปลงใหญ่ด้วยเกษตรทันสมัยและเชื่อมโยงตลาดทุกรูปแบบ ตามแนวคิดการตลาดนำการผลิต เพื่อให้สอดรับกับทิศทางการเปลี่ยนแปลงของโลก ซึ่งให้ความสำคัญกับการผลิตที่ต้องเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ผลักดันการแปรรูปเกษตรมูลค่าสูง ใช้การตลาดสมัยใหม่ เพื่อให้ไทยเป็น 1 ใน 7 ประเทศสำคัญของผู้ส่งออกสินค้าเกษตรและเกษตรแปรรูปมูลค่าสูงของโลกภายในปี 2580 และขณะนี้ยังพบว่า มีจำนวนเกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนและมังคุดมารวมกลุ่มกันมากขึ้น ตัวอย่างที่น่าสนใจ เช่น สมาชิกแปลงใหญ่ทุเรียน อำเภอเมือง นนทบุรี ได้ดำเนินการร่วมกับกรมส่งเสริมการเกษตรในการนำเอาองค์ความรู้การปลผูกทุเรียนแบบดั้งเดิมมาผสมผสานเทคโนโลยีสมัยใหม่ และใช้เป็นแบบอย่างต่อยอดพัฒนาให้กับกลุ่มแปลงใหญ่อื่น ๆ เพื่อให้เกิดการเชื่อมเป็นเครือข่ายที่เข้มแข็งต่อไป

“นายกรัฐมนตรีชื่นชมผลงานการขยายพื้นที่โครงการเกษตรแปลงใหญ่ ขับเคลื่อนโดยกระทรวงเกษตรฯ ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการสำคัญในการปฏิรูปภาคการเกษตรของประเทศไทย เพราะจะสร้างความเข้มแข็งแก่เกษตรกรรายย่อยทั้งด้านการผลิตและการจำหน่าย การรวมกลุ่มกันจะสร้างอำนาจต่อรองให้เกษตรกร โดยไม่ต้องตกอยู่ภายใต้การเอาเปรียบจากคู่ค้าใดๆ และมีโอกาสในการขยายตลาดไปช่องทางต่างๆได้มากขึ้น รวมถึงตลาดต่างประเทศด้วย สำหรับเกษตรที่สนใจ สามารถสอบถามข้อมูลได้ที่เกษตรอำเภอทั่วประเทศ” นางสาวรัชดา กล่าว

ปศุสัตว์แจงแล้ว! กระดูกในต้มเล้งคล้ายหัวสุนัข คือกระดูกสันหลังกระเบนเหน็บหมู

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/659374

ปศุสัตว์แจงแล้ว! กระดูกในต้มเล้งคล้ายหัวสุนัข คือกระดูกสันหลังกระเบนเหน็บหมู

วันศุกร์ ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 11.45 น.

วันที่ 10 มิถุนายน 2565 นายสัตว์แพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ เผยว่าจากกรณีที่มีการแชร์ออนไลน์โพสต์คลิปเรื่องราว หลังสั่ง “ต้มเล้ง” มารับประทานกับเพื่อน ซึ่งหลังได้ต้มเล้ง ก็มีการลอกเนื้อออกจากกระดูกมากิน และสังเกตกระดูกในน้ำซุป คล้ายกะโหลกของสัตว์บางชนิด มีการตั้งคำถามกับชาวเน็ตว่า “ช่วยดูหน่อยว่านี่กระดูกอะไร” ทำให้เกิดความตื่นตระหนกและกังวลในผู้พบเห็น จำนวนมาก

ทั้งนี้กรมปศุสัตว์ในฐานะหน่วยงานที่รับผิดชอบด้านความปลอดภัยอาหารที่มีแหล่งกำเนิดมาจากสัตว์เพื่อสุขภาพที่ดีของผู้บริโภค ได้พัฒนาภารกิจด้านคุณภาพมาตรฐานการผลิตสินค้าปศุสัตว์มาอย่างต่อเนื่อง โดยยกระดับการผลิตสินค้าปศุสัตว์ของประเทศไทย ได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง พบว่ากระดูกลักษณะดังกล่าว เป็นกระดูกหมูที่มาจากส่วนกระดูกสันหลังส่วนกระเบนเหน็บ (sacrum) เป็นชิ้นส่วนกระดูกที่เชื่อมต่อระหว่างกระดูกเชิงกราน (pelvic bone) และกระดูกหาง (coccygeal bone) อาจมีลักษณะหน้าตาคล้ายกับกระดูกของสัตว์บางชนิด ทำให้เกิดความตื่นตระหนกและสงสัยได้ ซึ่งถ้าสังเกตแล้วจะพบว่ารูปร่างลักษณะและความหนาแน่นของกระดูกจะแตกต่างกันอย่างมาก ดังนั้น หากผู้บริโภคมีความสงสัยสามารถสอบถามหรือส่งตัวอย่างเพื่อทำการตรวจสอบได้ที่คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัย และห้องปฏิบัติการของกรมปศุสัตว์

อย่างไรก็ตามขอให้ประชาชนอย่าตระหนกและตรวจสอบข้อเท็จจริงให้แน่ชัด และเพื่อเป็นทางเลือกของผู้บริโภคในการเลือกซื้อสินค้าปศุสัตว์ปลอดภัย มีแหล่งที่มาชัดเจน กระบวนการผลิตถูกสุขอนามัย และสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ ให้เลือกซื้อสินค้าปศุสัตว์จากแหล่งที่มาที่ได้รับการรับรองจากกรมปศุสัตว์ สังเกตจากตราสัญลักษณ์ “ปศุสัตว์ OK” 

5ทศวรรษพัฒนาที่ดิน ชูหัวข้อ‘ทีมดีดินดี59ปี’ ให้เกษตรกรได้ประโยชน์ มุ่งความมั่นคงการผลิต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/659289

วันศุกร์ ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานวันสถาปนากรมพัฒนาที่ดิน ครบรอบ 59 ปี ในหัวข้อ “ทีมดี ดินดี 59 ปี กรมพัฒนาที่ดิน” โดยมี ดร.ทองเปลว กองจันทร์ ปลัดกระทรวงเกษตรฯ น.ส.เบญจพร ชาครานนท์ อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน และผู้บริหารกระทรวงเกษตรฯ เข้าร่วม ซึ่งมีการมอบรางวัลแก่ข้าราชการพลเรือนดีเด่น 2 รางวัล บุคคลากรผู้มีคุณธรรมและจริยธรรมดีเด่น
6 รางวัล หมอดินอาสาดีเด่น 12 รางวัล หน่วยงานชนะเลิศการยกระดับองค์กร 4.0 จำนวน 8 รางวัล มอบทุนการศึกษามูลนิธิพัฒนาที่ดินฯ แก่บุตรหลานบุคลากรกรมพัฒนาที่ดิน และเยี่ยมชมนิทรรศการเนื่องในงานวันดังกล่าว

ดร.เฉลิมชัยกล่าวว่า กรมพัฒนาที่ดินมีหน้าที่ในการดูแลพี่น้องเกษตรกรทั้งในส่วนของการปรับปรุงดิน การดูแลสภาพพื้นดิน และในส่วนของแหล่งน้ำขนาดเล็ก และมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนการเกษตรของประเทศไทยให้มีความเจริญก้าวหน้า และเป็นรากฐานของการผลิตภาคการเกษตร โดยเฉพาะการผลิตพืช ซึ่งมีบทบาทสำคัญตั้งแต่การวางแผนกำหนดพื้นที่ที่เหมาะสมในการปลูกพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศ การสนับสนุนส่งเสริมการพัฒนาที่ดิน ด้วยการอนุรักษ์ดินและน้ำ การวางแผนการผลิตที่สอดคล้องกับการตลาด ตามนโยบาย “ตลาดนำการผลิต” การจัดการดินและปุ๋ยให้เหมาะสมกับพืช ช่วยลดต้นทุนการผลิตโดยเฉพาะในสถานการณ์ปุ๋ยเคมีราคาแพง พร้อมเน้นย้ำในเรื่องงานวิจัย ที่จะต้องนำมาต่อยอดให้เกิดประโยชน์มากที่สุด ซึ่งจะเป็นแนวทางที่จะช่วยพัฒนาภาคการเกษตรให้มีความมั่นคงเป็นอย่างดี

เกษตรฯยกระดับผ่านAIC ให้ความรู้เชื่อมเทคโนโลยี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/659290

วันศุกร์ ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ รับฟังการรายงานผลการดำเนินงานของศูนย์เทคโนโลยีเกษตรและนวัตกรรม (AIC) จ.พังงา โดยประธานกรรมการบริหารศูนย์ AIC จ.พังงา และรับฟังแนวทางการขับเคลื่อนโครงการเกษตรแปลงใหญ่พืชผักเพื่อพัฒนา ปรับปรุง รวบรวมผลผลิต ให้เป็นไปตามมาตรฐาน และความต้องการของตลาด โดยนางกันตวรรณ ตันเถียร กุลจรรยาวิวัฒน์ ประธานคณะกรรมาธิการเกษตรและสหกรณ์ สส.พังงา ณ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีพังงา หมู่ 7 ต.ถ้ำ อ.ตะกั่วทุ่ง จ.พังงา พร้อมเปิดป้ายโครงการอาคารบังคับน้ำ วิทยาลัยเกษตรกรรมพังงา และปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ (ปลานิล) 5,000 ตัว

“การเชื่อมโยงการยกระดับขับเคลื่อนภาคการเกษตรผ่านศูนย์ AIC จะเป็นแหล่งรวบรวมองค์ความรู้ทางเทคโนโลยีการเกษตร แหล่งอบรม แหล่งข้อมูลที่เกษตรกรสามารถนำไปใช้ประกอบการตัดสินใจ ส่งเสริมประสิทธิภาพการผลิตการเกษตรแปรรูปและการตลาด พร้อมเป็นศูนย์กลางในการให้บริการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และเชื่อมโยงความร่วมมือด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม ระหว่างภาครัฐ ภาควิชาการ ภาคเอกชน และภาคเกษตรกร ซึ่งมุ่งเน้นการจัดการในพื้นที่แบบแปลงใหญ่ โดยดึงกลุ่ม Young Smart Farmer เข้ามามีส่วนร่วม และเป็นกำลังสำคัญให้กับภาคการเกษตรต่อไปในอนาคต” ดร.เฉลิมชัย กล่าว

กรมส่งเสริมฯชูน้ำผึ้งผลิตภัณฑ์สุขภาพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/659291

วันศุกร์ ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีเกษตรกรผู้เลี้ยงผึ้ง 35,405 รายสร้างผลผลิตน้ำผึ้ง เกิดรายได้หมุนเวียนกว่า 2,000 ล้านบาท โดยผลผลิตจากผึ้งของไทยที่มีการส่งออก เป็นผลผลิตที่ได้จากผึ้งพันธุ์มีปริมาณผลผลิตน้ำผึ้งสูงเป็นอันดับ 2 ของอาเซียน และเป็นอันดับที่ 36 ของโลก จึงเดินหน้าพัฒนาคุณภาพและผลักดันผลิตภัณฑ์จากผึ้งในการเสริมสร้างสุขภาพ ยับยั้งเชื้อโรคและเชื้อไวรัส สร้างเสริมภูมิคุ้มกันและความแข็งแรงให้กับร่างกาย จัดทำโครงการเพิ่มประสิทธิภาพแมลงเศรษฐกิจ สร้างจุดเรียนรู้และแปลงรวบรวมพันธุ์ ตลอดจนเชื่อมโยงเครือข่ายการผลิตและการตลาดน้ำผึ้ง เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรผลิตน้ำผึ้งคุณภาพดี ปลอดภัยต่อผู้บริโภค และส่งเสริมการแปรรูปสู่ผลิตภัณฑ์ต่างๆ จากผึ้ง ให้เกษตรกรสามารถพัฒนาเป็นธุรกิจชุมชน ต่อยอดสู่อุตสาหกรรมแปรรูปต่างๆ

นายเข้มแข็งเปิดเผยด้วยว่า ได้วางแนวทางใช้ศูนย์ปฏิบัติการ กรมส่งเสริมการเกษตร 5 ศูนย์ ในพื้นที่ 5 จังหวัด คือเชียงใหม่ ชุมพร ขอนแก่น จันทบุรี และอุตรดิตถ์ สร้างจุดเรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพและมูลค่าการผลิตแมลงเศรษฐกิจ เพื่อเป็นศูนย์กลางถ่ายทอดความรู้และศึกษาดูงานของเกษตรกรและผู้สนใจ รวมถึงจัดทำแปลงขยายและรวบรวมพันธุ์แมลงเศรษฐกิจ ได้แก่ ผึ้งพันธุ์ ผึ้งโพรง ชันโรง จิ้งหรีด และครั่งซึ่งมีการส่งเสริมให้เป็นแมลงเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการเลี้ยงผึ้ง ที่ได้มีการส่งเสริมส่งเสริมให้ใช้รังและคอนมาตรฐาน เป็นรูปแบบที่ทำให้ผู้เลี้ยงจัดการรังผึ้งได้สะดวกยิ่งขึ้น สามารถตรวจเช็ครวงผึ้ง เปลี่ยนนางพญา แยกหรือขยายรัง รวมถึงขนย้ายไปในแหล่งอาหารที่อุดมสมบูรณ์ต่อผึ้งได้สะดวก ทำให้ได้ผลผลิตน้ำผึ้งมากขึ้น ตลอดจนสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับผึ้งถึงบทบาทของการเป็นแมลงช่วยผสมเกสรแก่เกษตรกรผู้ปลูกไม้ผล อันจะทำให้ผลไม้มีคุณภาพและได้ผลผลิตในปริมาณที่สูงขึ้น นอกจากนี้ ยังสนับสนุนการจัดงานวันผึ้งโลก ตามประกาศของ Food and Agriculture Organization (FAO) โดยดำเนินการจัดงานเป็นครั้งที่ 5 ที่ ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนผึ้งร่มไทร อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช

‘เฉลิมชัย’โชว์ความสำเร็จ แปลงใหญ่มังคุดลำภีดีเด่นปี2565

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/659293

‘เฉลิมชัย’โชว์ความสำเร็จ  แปลงใหญ่มังคุดลำภีดีเด่นปี2565

วันศุกร์ ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ ติดตามผลการดำเนินงานแปลงใหญ่มังคุด และพบปะเกษตรกร โดยมี นางกันตวรรณ ตันเถียร กุลจรรยาวิวัฒน์ ประธานคณะกรรมาธิการเกษตรและสหกรณ์ สส.พังงา และผู้บริหารกระทรวงเกษตรฯ เข้าร่วม ที่ทำการแปลงใหญ่มังคุด ต.ลำภี หมู่ 2 บ้านตีนเป็ด ต.ลำภี อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา โดยแปลงใหญ่นี้จัดตั้งขึ้นในปี 2563 โดยสำนักงานเกษตร อ.ท้ายเหมือง มีสมาชิกรวม 85 ราย พื้นที่ให้ผลผลิตมังคุดรวม 380 ไร่ ซึ่งแปลงใหญ่มังคุด ต.ลำภี ได้รับคัดเลือกให้เข้ารับรางวัลแปลงใหญ่ดีเด่นระดับจังหวัด ประจำปี 2565

ดร.เฉลิมชัยกล่าวว่า ได้มอบหมายให้กรมส่งเสริมการเกษตร โดยสำนักงานเกษตร จ.พังงา และสำนักงานเกษตร อ.ท้ายเหมือง เข้าไปถ่ายทอดความรู้และสนับสนุนปัจจัยการผลิต โดยด้านความรู้
มุ่งเน้นการบริหารจัดการกลุ่ม การลดต้นทุนและเพิ่มผลผลิต สนับสนุนแปลงเรียนรู้ 6 แปลง เป็นแปลงเรียนรู้ด้านระบบน้ำ การจัดการต้น และการใช้ปุ๋ย ซึ่งปีงบประมาณ 2564 ได้ถ่ายทอดความรู้ โดยมุ่งเน้นการบำรุงรักษาสวน การพัฒนาคุณภาพผลผลิต และสนับสนุนแปลงเรียนรู้ระบบน้ำ 1 แปลงและในปีงบประมาณ 2565 ถ่ายทอดความรู้ โดยมุ่งเน้นการตลาดและการจัดการผลผลิตหลังเก็บเกี่ยวและสนับสนุนวัสดุอุปกรณ์ อาทิ ตะกร้าใส่ผลไม้ และอุปกรณ์ตรวจวัดดิน เพื่อเป็นพื้นฐานในการจัดตั้งจุดรับซื้อผลผลิตต่อไปในอนาคต

สำหรับแผนพัฒนาแปลงใหญ่มังคุด ต.ลำภี ในอนาคต ได้มีการวางแผนด้านการผลิตเพื่อสานต่อกระบวนการโรงเรียนเกษตรกรมังคุด ตลอดจนสรุปผล และถอดบทเรียนที่ได้รับนำมาปรับปรุง วางแผนรับมือในปีถัดไป ส่วนด้านการตลาด มีแผนที่จะรวมตัวผลผลิตเพื่อขายในตลาดออนไลน์ และเปิดจุดรับซื้อของกลุ่มที่จะเป็นศูนย์กลางในการส่งไปยังพ่อค้า หรือตลาดค้าส่งโดยตรง อีกทั้งยังจะพัฒนาคุณภาพผลผลิตและการเพิ่มมูลค่าใช้กระบวนการวิสาหกิจชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการเพิ่มมูลค่าด้วยการแปรรูป และการเก็บรักษาให้ยาวนานขึ้น ทำให้สามารถจำหน่ายผลผลิตมังคุดได้ตลอดทั้งปี

“โครงการระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่ เป็นหนึ่งในโครงการสำคัญในการปฏิรูปภาคการเกษตรของประเทศไทย โดยมุ่งเน้นการรวมกลุ่มของเกษตรกรรายย่อยในพื้นที่ใกล้เคียงกัน ที่พร้อมจะพัฒนาการผลิตและการตลาดร่วมกัน ตามนโยบายตลาดนำการผลิต มุ่งผลักดันให้เกิดการรวมกลุ่ม เพื่อร่วมกันจัดหาปัจจัยการผลิตที่มีคุณภาพดีราคาถูก และใช้เทคโนโลยีการผลิตที่เหมาะสม” ดร.เฉลิมชัย กล่าว

นอกจากนี้ รมว.เกษตรฯ ได้มอบต้นกระท่อมและต้นมัลเบอร์รี่ให้กับตัวแทนเกษตรกร เยี่ยมชมกิจกรรมการรวบรวม คัดแยกผลมังคุดทิพย์พังงา และกระจายผลผลิตของกลุ่มแปลงใหญ่มังคุด ต.ลำภี พร้อมเยี่ยมชมนิทรรศการของหน่วยงานในสังกัดด้วย

เกษตรฯหนุนปลูกพืชพลังงานเพิ่มรายได้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/659012

วันพฤหัสบดี ที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายสมชวน รัตนมังคลานนท์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการร่วมการสร้างความมั่นคงอย่างยั่นยืนให้แก่เกษตรกรด้วยการผลิตไฟฟ้าและพลังงานความร้อนจากพืชพลังงาน เพื่อชุมชนและเศรษฐกิจฐานราก ครั้งที่ 1/2565 โดยมีนางดาเรศร์ กิตติโยภาส คณะที่ปรึกษา รมว.เกษตรฯ ในฐานะที่ปรึกษาคณะกรรมการฯ และผู้เกี่ยวข้อง ร่วมประชุม

นายสมชวนกล่าวว่า ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯ มีความห่วงใยต่อพี่น้องเกษตรกรที่ทำการเพาะปลูกในพื้นที่ทำการเกษตรที่ขาดศักยภาพ จึงวางแนวทางในการส่งเสริมการเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกรโดยการปลูกพืชพลังงานในพื้นที่ทำการเกษตรที่ยังขาดศักยภาพ รวมถึงส่งเสริมให้มีการนำวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรมาใช้ประโยชน์อย่างเต็มประสิทธิภาพเพื่อสร้างเสถียรภาพทางด้านพลังงานให้แก่ประเทศ

นายสมชวน กล่าวต่อว่า จากแนวทางดังกล่าว กระทรวงเกษตรฯ จึงร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงนามความร่วมมือการสร้างความมั่นคงอย่างยั่งยืนให้แก่เกษตรกรด้วยการผลิตไฟฟ้าและพลังงานความร้อนของพืชพลังงาน เพื่อชุมชนและเศรษฐกิจฐานราก เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2564 มีวัตถุประสงค์ คือ 1.เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการดำเนินการสร้างความมั่นคงอย่างยั่งยืนให้แก่เกษตรกรด้วยการผลิตไฟฟ้าและพลังงานความร้อนจากพืชพลังงาน 2.เพื่อชุมชนและเศรษฐกิจฐานรากภายใต้แนวทางตลาดนำการผลิต และ 3.เพื่อเป็นทางเลือกให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างยั่งยืนและสร้างความมั่นคงทางด้านพลังงานของประเทศ ซึ่งภายใต้ร่างความร่วมมือฯ ดังกล่าว รมว.เกษตรฯ ได้ลงนามคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรรมการฯ ด้วยการผลิตไฟฟ้าและพลังงานความร้อนจากพืชพลังงาน เพื่อชุมชนและเศรษฐกิจฐานราก

ในการนี้ ที่ประชุมได้รับทราบคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการฯ 7 กิจกรรม และให้ความเห็นชอบร่างกรอบแนวทางการดำเนินงานของคณะกรรมการฯ ขับเคลื่อนแต่ละกิจกรรมให้บรรลุวัตถุประสงค์

ปศุสัตว์ผลักดันนโยบาย ฟาร์มต้นแบบ‘BCG MODEL’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/659015

วันพฤหัสบดี ที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดเผยว่า โครงการประกวดฟาร์มต้นแบบปศุสัตว์อินทรีย์ BCG MODEL ปี 2565 มีจุดมุ่งหมายเพื่อค้นหาฟาร์มต้นแบบปศุสัตว์อินทรีย์ BCG MODEL และเป็นการเชิดชูฟาร์มที่ได้นำหลักการ BCG model มาประยุกต์ใช้ให้เกิดผลสัมฤทธิ์ ทั้งนี้ ฟาร์มต้นแบบปศุสัตว์อินทรีย์ BCG MODEL เป็นฟาร์มอินทรีย์ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานปศุสัตว์อินทรีย์จากกรมปศุสัตว์ และต้องปฏิบัติตามหลักการ 3 ข้อ

ได้แก่ 1.หลักเศรษฐกิจชีวภาพ (Bio-Economy: B) ฟาร์มมีการนำความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรม มายกระดับฟาร์มให้ได้มาตรฐานสอดคล้องตามหลักการปศุสัตว์อินทรีย์ มีความปลอดภัยต่อผู้บริโภคและสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่สินค้าเกษตร 2.หลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular-Economy; C) มีการนำทรัพยากรและวัสดุเหลือใช้กลับมาใช้ประโยชน์สูงสุดมีความยั่งยืน พึ่งตนเองได้มาก หมุนเวียนปัจจัยการผลิตได้ดี และใช้หลัก zero-wasteในฟาร์ม 3.หลักเศรษฐกิจสีเขียว (Green-Economy; G) เน้นความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อม เพิ่มพื้นที่สีเขียว การประหยัดพลังงาน ลดการปลดปล่อยของเสียจากฟาร์มรวมทั้งเป็นมิตรกับชุมชนและสิ่งแวดล้อม

สำหรับโครงการประกวดฟาร์มต้นแบบปศุสัตว์อินทรีย์ BCG MODEL ปี 2565 กรมปศุสัตว์จัดประกวดฟาร์มอินทรีย์ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานปศุสัตว์อินทรีย์กับกรมปศุสัตว์ 3 ประเภท ได้แก่ ประเภทฟาร์มโคนมอินทรีย์ ประเภทฟาร์มไข่ไก่อินทรีย์ และประเภทแปลงพืชอาหารสัตว์อินทรีย์ คณะกรรมการจะพิจารณาฟาร์มต้นแบบปศุสัตว์อินทรีย์ BCG MODEL ปี 2565 โดยพิจารณาจากการนำเสนอของผู้ประกอบการแต่ละประเภท ทั้งนี้จะต้องสอดคล้องกับหลักเศรษฐกิจชีวภาพ (Bio-Economy: B) หลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular-Economy; C) และหลักเศรษฐกิจสีเขียว (Green-Economy; G) ด้วย

‘เฉลิมชัย’นำทีมขับเคลื่อน งานพัฒนาแหล่งน้ำในจ.พังงา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/659017

‘เฉลิมชัย’นำทีมขับเคลื่อน  งานพัฒนาแหล่งน้ำในจ.พังงา

วันพฤหัสบดี ที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ พร้อมคณะ ลงพื้นที่ตรวจราชการ จ.พังงา ติดตามความก้าวหน้าและขับเคลื่อนงานตามนโยบายของกระทรวงเกษตรฯ โดยในส่วนของกรมชลประทาน มี นายชูชาติ รักจิตร รองอธิบดีกรมชลประทาน นายปริญญา สัคคะนายก ผอ.สำนักงานชลประทานที่ 15และนายสุริยพล นุชอนงค์ ผอ.กองพัฒนาแหล่งน้ำขนาดกลาง และผู้เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่

นายชูชาติ กล่าวว่า ตลอดหลายปีที่ผ่านมา กรมชลประทาน ได้พัฒนาแหล่งน้ำและระบบชลประทานในพื้นที่ จ.พังงา เพื่อสนับสนุนการใช้น้ำอุปโภค-บริโภค การเกษตร และการท่องเที่ยว ที่เป็นรายได้หลักของจังหวัด รวม 166 โครงการพื้นที่รับประโยชน์ประมาณ 60,960 ไร่ แบ่งเป็นโครงการชลประทานขนาดเล็ก 151 โครงการ โครงการพระราชดำริ ได้แก่ฝายทดน้ำ 7 แห่ง อาคารอัดน้ำอีก 3 แห่งและโครงการชลประทานขนาดกลาง เป็นฝายทดน้ำอีก 5 แห่ง

ปัจจุบันกรมชลประทาน ได้ดำเนินการพัฒนาและปรับปรุงแหล่งน้ำแล้วเสร็จ ได้แก่การปรับปรุงระบบท่อส่งน้ำสายใหญ่ฝั่งซ้ายระยะ 2 เริ่มต้น กม.1+790 – กม.5+825 ฝายคลองนางย่อน ต.คุระ อ.คุระบุรี, โครงการฝายคลองบางม่วง (แห่งที่ 1) ต.บางม่วง อ.ตะกั่วป่า และโครงการฝายบ้านท่านา ต.ท่านา อ.กะปง ช่วยบรรเทาทั้งปัญหาขาดแคลนน้ำ และอุทกภัยในพื้นที่ได้เป็นอย่างมาก

ในส่วนของโครงการพัฒนาและปรับปรุงแหล่งน้ำที่อยู่ระหว่างดำเนินการ ได้แก่ โครงการฝายคลองสวนพลูพร้อมระบบส่งน้ำ ต.คุระ อ.คุระบุรี ผลงานคืบหน้าแล้วประมาณร้อยละ 2 หากดำเนินการแล้วเสร็จ จะช่วยบรรเทาปัญหาการขาดแคลนน้ำอุปโภค-บริโภค ให้ราษฎรในพื้นที่ได้กว่า 600 ครัวเรือน และพื้นที่การเกษตรอีก 300 ไร่ นอกจากนี้ยังมีโครงการปรับปรุงระบบท่อส่งน้ำสายใหญ่ฝั่งซ้าย ระยะ 3 เริ่มต้น กม.5+825 – กม.12+135 เมื่อแล้วเสร็จจะช่วยเหลือพื้นที่การเกษตรได้ประมาณ 7,500 ไร่ ราษฎรประมาณ 2,700 คน และอีกหนึ่งโครงการที่สำคัญ คือ โครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำลำไตรมาศ ต.บางเหรียง อ.ทับปุด ความจุเก็บกัก 5.60 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ปัจจุบันได้เริ่มดำเนินการก่อสร้างแล้ว (ปี 2565-2568) หากดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จ จะเป็นแหล่งน้ำต้นทุนไว้ใช้เสริมการเพาะปลูกในช่วงฤดูฝนในช่วงที่เกิดฝนทิ้งช่วง และสนับสนุนการเพาะปลูกในช่วงฤดูแล้งของฝายลำไตรมาศ พื้นที่รับประโยชน์กว่า 6,350 ไร่ ที่สำคัญจะเป็นแหล่งน้ำเพื่ออุปโภค-บริโภคของราษฎรในพื้นที่ อ.ทับปุด และพื้นที่ใกล้เคียง ช่วยบรรเทาปัญหาอุทกภัยในพื้นที่โครงการ รวมทั้งเป็นแหล่งท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจด้วย

‘มนัญญา’ชูท่องเที่ยว สวนทุเรียนภูเขาไฟ ที่ศรีสะเกษผลิตขาย ผ่านช่องทางออนไลน์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/659010

วันพฤหัสบดี ที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ นายอำพันธุ์ เวฬุตันติ อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการผลิตทุเรียนได้มาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับพืช (GAP) และสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษที่แปลงของ นางสรารีย์ โทชัย สวนทับทิมบ้านซำตารมย์ ต.ตระกาจ อ.กันทรลักษณ์ จ.ศรีสะเกษ

น.ส.มนัญญา เปิดเผยว่า จ.ศรีสะเกษมีเกษตรกรปลูกทุเรียน 2,350 ราย พื้นที่ปลูกทุเรียน 15,111 ไร่ สำหรับทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ มีพื้นที่ปลูกใน 3 อำเภอ ได้แก่ อ.กันทรลักษณ์ อ.ขุนหาญ และ อ.ศรีรัตนะ มีพื้นที่ให้ผลผลิต 5,596 ไร่ผลผลิตจะออกสู่ตลาด 7,369 ตัน มีการจำหน่ายผลผลิตผ่านทางออนไลน์ ทั้ง Facebook/Line และซูเปอร์มาร์เก็ตสหกรณ์ ซึ่งปี 2565 คาดการณ์สถานการณ์ทุเรียนว่า จะมีพื้นที่ให้ผลผลิตเพิ่มขึ้น 2,108 ไร่ คิดเป็นร้อยละ58 มีปริมาณทุเรียนเพิ่มขึ้น 2,758 ตัน คิดเป็นร้อยละ 57.8

สำหรับแปลงทุเรียน สวนทับทิมของนางสรารีย์ มีพื้นที่ 13 ไร่ 2 งาน โดยปลูกทุเรียนพันธุ์หมอนทอง พันธุ์ก้านยาว และพันธุ์นกหยิบ เพื่อเพิ่มความหลากหลายของสวนทุเรียน ได้รับการรับรอง GAP 2553 ถึงปัจจุบัน และสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ ตั้งแต่ปี 2562 ถึงปัจจุบัน และมีการนำระบบ QR Trace มาใช้เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคที่เข้ามาเลือกซื้อทุเรียนภูเขาไฟ อีกทั้งยังเป็นสวนท่องเที่ยวเชิงเกษตร สนองนโยบายการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย