‘เฉลิมชัย’ปลุก’อาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน’ เป็นกำลังหลักให้บริการและเข้าถึงเกษตรกร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/649996

'เฉลิมชัย'ปลุก'อาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน' เป็นกำลังหลักให้บริการและเข้าถึงเกษตรกร

วันพุธ ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2565, 15.51 น.

“เฉลิมชัย”ปลุก”อาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน” เป็นกำลังหลักให้บริการและเข้าถึงเกษตรกร ส่งเสริมการเกษตรอย่างยั่งยืน

เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2565 นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดเวทีเครือข่ายแลกเปลี่ยนเรียนรู้อาสาสมัครเกษตรระดับเขต ณ แสนปาล์ม เทรนนิ่ง โฮม อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม โดยมี นายธนา ชีรวินิจ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายนวนิตย์ พลเคน รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร พร้อมผู้บริหารกระทรวงเกษตรฯ และเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมงาน การจัดทำเวทีเครือข่ายฯในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อยกย่อง เชิดชูเกียรติ เพื่อประชาสัมพันธ์ผลงานของอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน (อกม.) ให้มีขวัญกำลังใจในการปฏิบัติงาน มีระบบการทำงานตามบทบาทหน้าที่ สร้างบทบาทการมีส่วนร่วมในการพัฒนางานส่งเสริมการเกษตรในพื้นที่ และสามารถเชื่อมโยงกับเครือข่ายต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งกำหนดกิจกรรมด้านการเกษตรที่จะดำเนินการ และเกิดเครือข่ายการบริการแก่เกษตรกรในชุมชนได้

ทั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า การขับเคลื่อนงานอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน ถือเป็นนโยบายหลักของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่จะต้องดำเนินการให้เกิดผลสำเร็จเป็นรูปธรรม ซึ่งที่ผ่านมาอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน ได้ปฏิบัติงานจัดเก็บรวบรวม และรายงานข้อมูลพื้นฐานด้านการเกษตร ร่วมกับคณะกรรมการหมู่บ้านในการจัดทำแผนพัฒนาการเกษตรระดับหมู่บ้าน ประสานงานในการถ่ายทอดความรู้และการแก้ไขปัญหาของเกษตรกรในหมู่บ้าน รวมทั้งติดตามสถานการณ์การเกษตรในหมู่บ้าน พร้อมรายงานเหตุการณ์ฉุกเฉินเร่งด่วนต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดต่อเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) อาสาสมัครเกษตรหมู่บ้านได้ช่วยปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็ง ลงพื้นที่เคียงข้างกับเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรในการประชาสัมพันธ์ชี้แจงข้อมูลโครงการเยียวยาเกษตรกรฯ ตรวจสอบความถูกต้องของเอกสาร เก็บรวบรวมใบสมัครนำส่งสำนักงานเกษตรอำเภอ เพื่อดำเนินการขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนเกษตรกร ส่งข้อมูลให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จ่ายเงินช่วยเหลือเยียวยาพี่น้องเกษตรกรด้วยความเรียบร้อย ทั่วถึง และรวดเร็ว จนสำเร็จลุล่วงตามวัตถุประสงค์ของโครงการ

สำหรับในปี 2565 กระทรวงเกษตรฯ มีแผนการขับเคลื่อนงานอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน ในด้านการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพ อกม.แลกเปลี่ยนเรียนรู้ตามบทบาทหน้าที่ ในฐานะเป็นผู้ช่วยเจ้าหน้าที่ภาครัฐ ให้สามารถสนับสนุนงานส่งเสริมการเกษตรและงานตามภารกิจของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นอกจากนี้ ยังสนับสนุนให้ อกม.มีระบบการทำงานที่มีประสิทธิภาพ เป็นกลไกและมีส่วนร่วมในการพัฒนางานส่งเสริมการเกษตรในพื้นที่ เชื่อมโยงเครือข่าย การปฏิบัติงานตามบทบาทหน้าที่และพัฒนาให้เป็นต้นแบบแก่เกษตรกรทั่วไป รวมถึงการสร้างขวัญกำลังใจ สร้างการรับรู้ให้สาธารณชน พร้อมทั้งเผยแพร่ผลงานของ อกม.และยกย่องเชิดชูเกียรติให้แก่อาสาสมัครเกษตร ในฐานะเกษตรกรผู้มีจิตอาสา ให้โอกาสในการแสดงความเป็นผู้นำและเป็นที่เชื่อถือยอมรับของเกษตรกร

ขณะที่ นายนวนิตย์ พลเคน รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เล็งเห็นความสำคัญของการให้บริการแก่เกษตรกรในระดับพื้นที่ ของหมู่บ้านมาโดยตลอด และมีหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จำนวน 16 หน่วยงาน ที่ดำเนินงานด้านอาสาสมัครเกษตร (อกษ.) ในแต่ละสาขาที่หน่วยงานนั้นๆ เป็นผู้รับผิดชอบซึ่งมีความรู้ ความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง โดยอยู่ภายใต้ระเบียบกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ว่าด้วยการบริหารงานอาสาสมัครเกษตร พ.ศ.2563 และในส่วนของการดำเนินงานอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน (อกม.) ได้มอบหมายให้กรมส่งเสริมการเกษตรในฐานะฝ่ายเลขานุการของคณะกรรมการนโยบายอาสาสมัครเกษตร ดำเนินการคัดเลือกอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน (อกม.) และแต่งตั้งคณะกรรมการอาสาสมัครเกษตรระดับตำบล อำเภอ และจังหวัด เพื่อกำหนดนโยบาย แนวทางการพัฒนา และขับเคลื่อน

อย่างไรก็ตาม สำหรับงานอาสาสมัครเกษตรในพื้นที่ การจัดประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติการของคณะกรรมการชุดต่างๆ ถือเป็นการขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าวให้เป็นรูปธรรมและมีประสิทธิภาพ ปัจจุบันกรมส่งเสริมการเกษตร ได้จัดตั้ง อกม.ทั่วประเทศแล้ว รวมจำนวน 75,095 ราย โดยในปีงบประมาณ พ.ศ.2565 ได้มุ่งเน้นให้ อกม.ได้ปฏิบัติหน้าที่ตามบทบาทหน้าที่ 5 ข้อ ในระเบียบกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ว่าด้วยการบริหารงานอาสาสมัครเกษตร พ.ศ.2563 อกม.ได้ดำเนินการตามภารกิจดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง ตามบริบทของพื้นที่ ซึ่งสามารถแก้ไขปัญหาด้านการเกษตรในพื้นที่ได้เป็นอย่างดี ตามแผนงานของกรมส่งเสริมการเกษตร

– 006

เช็กเลย! ประกันรายได้ข้าวงวด 27-28 เกี่ยวข้าวช่วง 8-21 เม.ย. รับส่วนต่างสูงสุด 38,690 บาท

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/649910

เช็กเลย! ประกันรายได้ข้าวงวด 27-28 เกี่ยวข้าวช่วง 8-21 เม.ย. รับส่วนต่างสูงสุด 38,690 บาท

วันพุธ ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2565, 10.46 น.

ชาวนาเช็กด่วน!’มัลลิกา’เผยประกันรายได้ข้าว งวดที่ 27-28 เกี่ยวข้าวช่วง 8-21 เม.ย. รับส่วนต่างสูงสุด  ครัวละ 38,690 บาท 

 27 เมษายน 2565นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า โดยนโยบายประกันรายได้ของนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ จากการติดตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรพืช 5 ชนิด คือ ข้าว ยางพารา ปาล์มน้ำมัน มันสำปะหลังและข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ล่าสุดการประกันรายได้ผู้ปลูกข้าว

รายงานจากนายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการกำกับดูแลและกำหนดเกณฑ์กลางอ้างอิงโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ระบุว่าได้อนุมัติราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงและการชดเชยส่วนต่างราคาตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวปี 2564/65 รอบที่ 1 จ่ายเงินส่วนต่างให้กับเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวปีการผลิต 2564/65 ที่ระบุวันที่คาดว่าจะเก็บเกี่ยวงวดที่ 27 ตั้งแต่วันที่ 8-14 เม.ย. 65  และงวดที่ 28 ตั้งแต่วันที่ 15-21 เม.ย. 65  จำนวน 3 ชนิด ได้แก่ ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่ ข้าวเปลือกเจ้าและข้าวเปลือกเหนียว โดยข้าวเปลือกหอมมะลิ ไม่ต้องจ่ายชดเชยแล้ว เพราะสิ้นสุดฤดูกาลเก็บเกี่ยว ส่วนข้าวเปลือกหอมปทุมธานี ไม่ต้องจ่ายเงินส่วนต่างเนื่องจากราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงสูงกว่ารายได้ที่ประกัน

นางมัลลิกา กล่าวว่า สำหรับราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปี 2564/65 งวดที่ 27 สำหรับเกษตรกรที่เก็บเกี่ยวระหว่างวันที่ 8-14 เมษายน 2565 ดังนี้ 

1) ข้าวเปลือกหอมมะลิ สิ้นสุดฤดูการเก็บเกี่ยว 

2) ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่ เกณฑ์กลางตันละ 12,376.29 บาท ชดเชยตันละ 1,623.71 บาท ได้รับชดเชยสูงสุดครัวเรือนละ 25,979.36 บาท 

3) ข้าวเปลือกหอมปทุมธานี เกณฑ์กลางตันละ 11,228.90 บาท ไม่ต้องชดเชยเนื่องจากราคาเกณฑ์กลางสูงกว่าเป้าหมาย

4) ข้าวเปลือกเจ้า เกณฑ์กลางตันละ 8,730.23 บาท ชดเชยตันละ 1,269.77 บาท ได้รับชดเชยสูงสุดครัวเรือนละ 38,093.10 บาท และ 

5) ข้าวเปลือกเหนียว เกณฑ์กลางตันละ 9,581.82 บาท ชดเชยตันละ 2,418.18 บาท ได้รับชดเชยสูงสุดครัวเรือนละ 38,690.88 บาท โดยมีเกษตรกรได้รับชดเชยตามข้อมูลของกรมส่งเสริมการเกษตรงวดนี้ จำนวน 1,988 ครัวเรือน 

และราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปี 2564/65 งวดที่ 28 สำหรับเกษตรกรที่เก็บเกี่ยวระหว่างวันที่ 15- 21 เมษายน 2565 ดังนี้ 

1) ข้าวเปลือกหอมมะลิ สิ้นสุดฤดูการเก็บเกี่ยว 

2) ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่ เกณฑ์กลางตันละ 12,411.03 บาท ชดเชยตันละ 1,588.97 บาท ได้รับชดเชยสูงสุดครัวเรือนละ 25,423.52 บาท 

3) ข้าวเปลือกหอมปทุมธานี เกณฑ์กลางตันละ 11,248.48 บาท ไม่ต้องชดเชยเนื่องจากราคาเกณฑ์กลางสูงกว่าเป้าหมาย

4) ข้าวเปลือกเจ้า เกณฑ์กลางตันละ 8,776 บาท ชดเชยตันละ 1,224 บาท ได้รับชดเชยสูงสุด ครัวเรือนละ 36,720 บาท และ 

5) ข้าวเปลือกเหนียว เกณฑ์กลางตันละ 9,623.89 บาท ชดเชยตันละ 2,376.11 บาท ได้รับชดเชยสูงสุดครัวเรือนละ 38,017.76 บาท 
โดยมีเกษตรกรได้รับชดเชยตามข้อมูลของกรมส่งเสริมการเกษตรงวดนี้ จำนวน 3,239 ครัวเรือน 

“รวมมีเกษตรกรที่ได้รับชดเชยส่วนต่างจากโครงการประกันรายได้เกษตรกรตามนโยบายของนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ งวดที่ 27 และ 28 เป็นจำนวน 5,227 ครัวเรือน และโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวปีที่ 3 ได้ประกันราคาข้าวเปลือก 5 ชนิด ได้แก่ ข้าวเปลือกหอมมะลิ ตันละ 15,000 บาท ไม่เกิน 14 ตัน ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่ ตันละ 14,000 บาท ไม่เกิน 16 ตัน ข้าวเปลือกเจ้า ตันละ 10,000 บาท ไม่เกิน 30 ตัน ข้าวเปลือกหอมปทุมธานี ตันละ 11,000 บาท ไม่เกิน 25 ตัน ข้าวเปลือกเหนียว ตันละ 12,000 บาท ไม่เกิน 16 ตัน โดยเข้าเปลือกชนิดต่างๆความชื้นไม่เกิน 15%”ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์กล่าว

‘เฉลิมชัย’แก้ปัญหาตลิ่งพังที่คลองท่าดี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/649820

วันพุธ ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ ติดตามสภาพปัญหาคลองท่าดี อ.ลานสกา จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นทางน้ำชลประทาน มีความยาวคลอง 38.323 กิโลเมตร มีแหล่งต้นน้ำจากเทือกเขาหลวงตัดผ่านพื้นที่การเกษตรหลายจุด โดยฤดูน้ำหลากมีปริมาณน้ำมาก ทำให้เกิดการกัดเซาะตลิ่งพื้นที่การเกษตรและที่พักอาศัยในหมู่ 3 ต.ท่าดี อ.ลานสกา ได้รับความเดือดร้อนกรมชลประทาน ได้จัดทำโครงการอาคารป้องกันตลิ่งบ้านดินดอน ช่วยเหลือราษฎรและบรรเทาความเดือดร้อนจากน้ำกัดเซาะแนวตลิ่ง ซึ่งจากการตรวจสอบสภาพภูมิประเทศและการคำนวณทางวิศวกรรม พร้อมทั้งศึกษาข้อมูลต่างๆ จึงก่อสร้างอาคารป้องกันตลิ่งชนิดลวดตาข่ายบรรจุหิน ความยาวประมาณ250 เมตร

นอกจากนี้ได้ติดตามโครงการอาคารป้องกันตลิ่งคลองท่าดี บ้านวัดสมอ ต.กำโลน อ.ลานสกา ที่มีแนวโน้มเกิดความเสียหายเพิ่มขึ้นจากการถูกน้ำกัดเซาะ จึงมีโครงการก่อสร้าง อาคารป้องกันตลิ่งชนิดลวดตาข่ายบรรจุหิน ความยาวประมาณ 600 เมตร ซึ่งกรมชลประทานได้มีการจัดทำแผนพัฒนาลุ่มน้ำประชารัฐ โดยได้บรรจุแผนงานป้องกันตลิ่งและฝายชะลอน้ำเข้าไปด้วย และนำโครงการปรับปรุงอาคารป้องกันตลิ่งและฝายชะลอน้ำคลองท่าดี บ้านวัดสมอ เข้าอยู่ในแผนด้วย หากดำเนินการแล้วเสร็จจะสามารถป้องกันการกัดเซาะของตลิ่งจากน้ำหลากบริเวณบ้านวัดสมอในช่วงฤดูน้ำหลาก และเก็บกักน้ำไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้ง

“จากการติดตามปัญหาคลองท่าดีจึงมอบหมายให้กรมชลประทาน ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง ซึ่งนอกจากการก่อสร้างอาคารป้องกันการกัดเซาะตลิ่งแล้ว ยังต้องมีการพัฒนาคลองท่าดีตลอดสายให้สามารถรับน้ำและระบายน้ำได้มากกว่าเดิมด้วยโดยจะต้องมีการวางแผนและบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ประชาชนได้รับผลประโยชน์สูงสุด” ดร.เฉลิมชัย กล่าว

องค์กรโคนมฯเดินหน้า โครงการทูบีนัมเบอร์วัน ชูชมรม‘ไทย-เดนมาร์ค’ ร่วมต้านภัยยาเสพติด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/649819

วันพุธ ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายสมพร ศรีเมือง ผอ.องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) เปิดเผยว่า เพื่อเป็นการน้อมนำโครงการรณรงค์ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี จึงเดินหน้าขับเคลื่อนกิจกรรมภายใต้ “ชมรมทูบีนัมเบอร์วัน นมไทย-เดนมาร์ค ผลิตนมเพื่อสร้างคนไม่จำนนให้ยาเสพติด” โดยภารกิจสำคัญๆของชมรมคือการรวมพลังพนักงาน อ.ส.ค.และครอบครัวนมไทย-เดนมาร์ค มุ่งมั่นดำเนินงานแก้ปัญหายาเสพติด เพื่อก้าวไปสู่ความเป็นหนึ่งโดยไม่พึ่งยาเสพติดโดยมีแผนการดำเนินงานแบ่งออกเป็น3 แผน คือ แผนระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว ที่สอดคล้องตามยุทธศาสตร์หลักของโครงการ อาทิ ได้มีการจัดกิจกรรมทูบีนัมเบอร์วัน ฟุตบอลไทย-เดนมาร์คคัพต้านภัยยาเสพติด เพื่อสร้างสัมพันธ์สมาชิกชมรม เยาวชน และประชาชนทั่วไป รวมทั้งได้ดำเนินการประชาสัมพันธ์กิจกรรมของชมรมผ่านสื่อสมัยใหม่อย่างต่อเนื่อง อาทิ ผ่านทางเฟซบุ๊ค, ไลน์ และจัดทำเสื้อ TO BE NUMBER ONE รวมทั้งมีการเปิดรับสมัครสมาชิกใหม่ตลอดเวลา

นอกจากกิจกรรมดังกล่าว อ.ส.ค.ยังจัดทำโครงการใครติดยายกมือขึ้นมีการตรวจสารเสพติดให้กับเพื่อนสมาชิกเป็นประจำทุกปี โดยปี 2565 มีการตรวจ 100% จากผลดำเนินการตรวจไม่พบผู้ใช้สารเสพติด แต่หากตรวจพบจะมีการส่งเข้ารับการบำบัดโดยไม่ถือเป็นวันลาและรับกลับเข้าทำงาน เพื่อเป็นการให้โอกาสคืนคนดีสู่สังคม และรณรงค์ให้เพื่อนสมาชิกและพนักงานทุกคน เข้ารับการฉีดวัคซีนให้ครบ 100% และจัดให้มีการตรวจหาเชื้อแบบ ATK เพื่อเป็นการป้องกันและเฝ้าระวังอย่างรอบคอบด้วย

ซื้อเนื้อสัตว์ดู‘ปศุสัตว์OK’ ปลอดสาร-โรค/บริโภคปลอดภัย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/649821

ซื้อเนื้อสัตว์ดู‘ปศุสัตว์OK’  ปลอดสาร-โรค/บริโภคปลอดภัย

วันพุธ ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวว่า ได้ให้ความสำคัญการดำเนินงานและโครงการต่างๆ เกี่ยวกับความปลอดภัยอาหารอย่างต่อเนื่อง โดยดำเนินโครงการ “ปศุสัตว์ OK” ตั้งแต่ปี 2558 ผลักดันให้เกษตรกร ภาคเอกชน และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันดำเนินการเพื่อสร้างความปลอดภัยในอาหารแก่ผู้บริโภค ซึ่งครอบคลุมตลอดกระบวนผลิต ตั้งแต่ระบบการเลี้ยงสัตว์ต้องมาจากฟาร์มมาตรฐาน GAP (Good Agricultural Practices) โรงฆ่าที่ถูกกฎหมาย กระบวนการฆ่าสัตว์ถูกสุขลักษณะ โรงแปรรูปที่ได้มาตรฐาน และสถานที่จำหน่ายถูกสุขอนามัย เพื่อเป็นทางเลือกของผู้บริโภคในการเลือกซื้อสินค้าปศุสัตว์ที่ได้คุณภาพมาตรฐาน ต่อยอดมาจากโครงการเขียงสะอาด ยกระดับอุตสาหกรรมการเลี้ยงสัตว์ และยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของเนื้อสัตว์ของประเทศไทย โดยใช้ตราสัญลักษณ์ปศุสัตว์ OK เป็นสัญลักษณ์

สำหรับสถานที่จำหน่ายเนื้อสัตว์ที่ได้รับการรับรองจากกรมปศุสัตว์ว่าจำหน่ายเนื้อสัตว์ที่ถูกสุขลักษณะ มีกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐานทุกขั้นตอน เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคว่าได้เลือกซื้อเนื้อสัตว์ที่ปลอดภัยอย่างแท้จริง โดยสถานที่จัดจำหน่ายที่จะเข้าร่วมโครงการ ต้องผ่านหลักเกณฑ์ 4 ข้อ ได้แก่ สินค้าที่นำมาขายต้องมาจากฟาร์มมาตรฐาน GAP ผ่านการเชือดและชำแหละจากโรงฆ่าสัตว์ที่ได้รับใบอนุญาต ถูกกฎหมาย มีสุขอนามัยที่ดี ปลอดภัยจากยาและสารตกค้าง ส่วนไข่ไก่ก็ต้องผลิตจากสถานที่รวบรวมไข่ที่ได้รับการรับรอง วางจำหน่ายในสถานที่จำหน่ายที่สะอาดถูกสุขลักษณะตามมาตรฐานกรมปศุสัตว์ และต้องสามารถตรวจสอบย้อนกลับถึงแหล่งที่มาของสินค้าได้

นอกจากนี้ เพื่อเป็นช่องทางที่ประชาชนสามารถเข้าถึงสถานที่จำหน่ายปศุสัตว์ OK กรมปศุสัตว์ได้ขยายผลนำ Google Map มาใช้ โดยได้เริ่มทดลองใช้นำร่องในพื้นที่ กทม.ก่อนขยายผลไปยังพื้นที่อื่นๆ ทั่วประเทศ และให้ทางภูมิภาคช่วยขับเคลื่อนโครงการ 1 สถานที่จำหน่ายเนื้อสัตว์ปศุสัตว์ OK ต่อ 1 อำเภอ เพื่อเป็นการกำกับควบคุมดูแลสถานที่จำหน่าย ให้ผู้ประกอบการมีการรักษาความสะอาดสถานที่ขายสินค้า มีสุขลักษณะส่วนบุคคลที่ดี มีสุขลักษณะในการจัดเก็บและการจำหน่ายสินค้าโดยใช้กรรมวิธีที่เหมาะสม รวมทั้งรักษาความสะอาดของอุปกรณ์และของใช้ต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อความปลอดภัยต่อผู้บริโภค

ทั้งนี้ ปัจจุบันโครงการปศุสัตว์ OK ได้ให้การรับรองสินค้า 7 ชนิด ได้แก่ เนื้อไก่เนื้อหมู เนื้อเป็ด เนื้อโค ไข่ไก่สด ไข่เป็ดสดและไข่นกกระทาสด และมีสถานที่จำหน่ายเข้าร่วมโครงการฯ กว่า 7,000 แห่งใน 77 จังหวัดทั่วประเทศ ทั้งในตลาดสด และสถานที่จำหน่ายในห้างสรรพสินค้าที่ผ่านการรับรองภายใต้โครงการฯ จะได้รับใบประกาศและป้ายสัญลักษณ์ “ปศุสัตว์ OK”ไว้แสดงที่จุดจำหน่าย

เกษตรฯหารือเนเธอร์แลนด์ แลกเปลี่ยนความรู้ทำการเกษตร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/649816

วันพุธ ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.ทองเปลว กองจันทร์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงการเดินทางไปยังกระทรวงเกษตรทรัพยากรธรรมชาติและคุณภาพอาหาร ประเทศเนเธอร์แลนด์ เพื่อหารือการขับเคลื่อนภาคการเกษตรระหว่างไทยและเนเธอร์แลนด์ ร่วมกับนายยัน เกส กูท ปลัดกระทรวงเกษตรทรัพยากรธรรมชาติฯ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางเยือนประเทศเนเธอร์แลนด์ ร่วมงานมหกรรมพืชสวนโลก The International Horticultural Exposition 2022 หรือ EXPO 2022 Floriade Almere และ Thailand Pavilion เมือง Almere ประเทศเนเธอร์แลนด์ ว่าได้หารือแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นและประสบการณ์ที่ทั้งสองฝ่ายเผชิญความท้าทายร่วมกัน รวมถึงความร่วมมือด้านการเกษตรระหว่างกัน ซึ่งเป็นที่ยอมรับว่าภาคการเกษตรของเนเธอร์แลนด์มีความแข็งแกร่งในทุกๆ ด้าน และเป็นที่ยอมรับจากประเทศต่างๆ ทั่วโลก

“ผลการหารือในครั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายเห็นชอบที่จะทำความร่วมมือระหว่างกันทั้งในด้านวิชาการ การแลกเปลี่ยนนวัตกรรม องค์ความรู้ รวมถึงการแลกเปลี่ยน Young Smart Farmer ระหว่างทั้งสองประเทศ ขณะที่เนเธอร์แลนด์ให้ความสำคัญและเน้นการดำเนินการเรื่องการลดโลกร้อน เพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) โดยมุ่งเน้นที่จะพัฒนาสร้างความยั่งยืนทางด้านการจัดการน้ำ การจัดการคุณภาพดิน รวมถึงเรื่องความหลากหลายทางชีวภาพ ซึ่งสอดคล้องกับการดำเนินงานของกระทรวงเกษตรฯ นโยบาย Next Normal ที่จะต้องรองรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคตและทำให้การเกษตรสามารถมีความยั่งยืน”ดร.ทองเปลว กล่าวและว่า เนเธอร์แลนด์ได้มอบหมายทูตเกษตรฯ ประจำประเทศไทย ประสานในรายละเอียด จึงให้สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศประจำสหภาพยุโรป ติดตามการดำเนินงานของทั้งสองฝ่าย

‘ไบเออร์ไทย’เดินหน้าโครงการ Better Farms, Better Lives 2.0​ สานต่อความช่วยเหลือเกษตรกร​ 11​ จังหวัด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/649808

'ไบเออร์ไทย'เดินหน้าโครงการ Better Farms, Better Lives 2.0​ สานต่อความช่วยเหลือเกษตรกร​ 11​ จังหวัด

วันอังคาร ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2565, 17.26 น.

ไบเออร์ไทย จัดโครงการ Better Farms, Better Lives 2.0 สานต่อความสำเร็จในการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวในพื้นที่ 11 จังหวัด ภาคกลางและภาคอีสาน กว่า 26,000 ราย นำนวัตกรรมสมัยใหม่ช่วยลดต้นทุนการผลิตและถ่ายทอดองค์ความรู้การใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชอย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ

บริษัท ไบเออร์ไทย จำกัด ร่วมกับ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กรมการข้าว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และมูลนิธิคลังสมองสหกรณ์ไทย จัดงาน “ศาสตร์แห่งแผ่นดินสร้างวิถีสู่อนาคตชาวนาไทย” ภายใต้โครงการ Better Farms, Better Lives 2.0 โดยมีเป้าหมายเพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านนวัตกรรมการเกษตรสมัยใหม่ การใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชอย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ การแปรรูปผลิตภัณฑ์เพื่อลดต้นทุนเพิ่มผลผลิตและสร้างรายได้เพิ่มให้แก่เกษตรกร โดยมี คุณวีรพล เจริญพานิช ผู้จัดการ กลุ่มธุรกิจครอปซายน์ ประเทศไทย กัมพูชา พม่า บริษัท ไบเออร์ไทย จำกัด เป็นผู้มอบผลิตภัณฑ์กำจัดวัชพืชและชุดความปลอดภัย ให้ผู้แทนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวจาก 6 จังหวัด ภายในงานยังได้รับเกียรติจากผู้ทรงคุณวุฒิ ประกอบด้วย ผศ.ดร.นิคม แหลมสัก รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, คุณกฤษณพงศ์ ศรีพงษ์พันธุ์กุล กรรมการส่งเสริมกิจการ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และ อดีตอธิบดีกรมการข้าว, คุณอนันต์ ภู่สิทธิกุล ประธานมูลนิธิคลังสมองสหกรณ์ไทย และ คุณดวงพร วิธูรจิตต์ นักวิชาการเกษตรชำนาญการพิเศษ ศูนย์วิจัยข้าวชัยนาท พร้อมเสวนา “การยกระดับนวัตกรรมข้าวและผลิตภัณฑ์ข้าวคุณภาพ” รวมทั้งสาธิตการใช้นวัตกรรมเกษตรสมัยใหม่ เช่น อากาศยานไร้คนขับ (โดรน) เพื่อการเกษตร ได้รับความสนใจจากผู้ร่วมงานกว่า 100 คน กิจกรรมจัดขึ้น ณ ศูนย์เรียนรู้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่ ประจำตำบลสามง่ามท่าโบสถ์ อำเภอหันคา จังหวัดชัยนาท เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2565

สำหรับโครงการ Better Farms, Better Lives 2.0 มีเป้าหมายเพื่อลดต้นทุน สนับสนุนการเพิ่มศักยภาพการผลิตและสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่เกษตรกร ตามเจตนารมณ์ บริษัท ไบเออร์ไทย จำกัด ที่ได้ริเริ่มโครงการ Better Farms, Better Lives ครั้งที่ 1 ในปี 2563 เพื่อบรรเทาผลกระทบทางเศรษฐกิจจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยช่วยเหลือด้านปัจจัยการผลิต ส่งมอบชุดความรู้ด้านเกษตรปลอดภัย รวมถึงเทคโนโลยีทางการเกษตรให้แก่เกษตรกรรายย่อยพื้นที่ภาคกลาง จำนวน 50,000 ราย ประสบความสำเร็จได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากเกษตรกรในเรื่องการลดต้นทุนและเพิ่มผลผลิตที่สูงขึ้น บริษัท ไบเออร์ไทย จำกัด จึงดำเนินโครงการ Better Farms, Better Lives ต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 2 ในปี 2565 มุ่งถ่ายทอดองค์ความรู้ที่จำเป็นในการเพิ่มผลผลิตอย่างมีคุณภาพ แบ่งเบาภาระเกษตรกรด้านต้นทุนการเพาะปลูกที่สูงขึ้น ยกระดับนวัตกรรมจัดการวัชพืชในนาข้าว ขยายพื้นที่เป้าหมายจากภาคกลางไปยังภาคอีสานรวม 11 จังหวัด พื้นที่เพาะปลูกข้าวนาหว่านน้ำตม ได้แก่ จังหวัดกาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด มหาสารคาม อยุธยา สุพรรณบุรี อ่างทอง สิงห์บุรี ชัยนาท พิจิตร ขอนแก่น และนครราชสีมา รวมทั้งสิ้น 26,000 ราย คิดเป็นพื้นที่ 300,000 ไร่ โดยเกษตรกรที่สนใจยังสามารถรับฟังการถ่ายทอดองค์ความรู้การผลิตข้าวด้วยเทคโนโลยีที่ปลอดภัยและยั่งยืนได้ ผ่านระบบ Zoom เป็นประจำทุกวันจันทร์ เริ่มตั้งแต่ 18 เมษายน 2565 โดยมีเกษตรกรติดตามโครงการ Better Farms, Better Lives 2.0 ได้รับประโยชน์เป็นจำนวนมาก

หม่อนไหมรุดเยี่ยมกลุ่มทอผ้าอุบลฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/649554

วันอังคาร ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายศรัญญู พูลลาภ รองอธิบดีกรมหม่อนไหม พร้อมคณะ ติดตามการดำเนินงานของศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ อุบลราชธานี และเป็นประธานในการประชุมศูนย์ฯ เครือข่ายของสำนักงานหม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ เขต 6ซึ่งรับผิดชอบพัฒนางานหม่อนไหมในพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ อุบลราชธานียโสธร และอำนาจเจริญ โดยมีว่าที่ร.ต.ธีระนันท์ พิจารโชติ ผอ.สำนักงานหม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ เขต 6นางเยาวลักษณ์ ทองทวี ผอ.ศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ อุบลราชธานี และผู้เกี่ยวข้อง ร่วมประชุม

ทั้งนี้ ที่ประชุมได้มีการรายงานข้อมูลทั่วไปของหน่วยงานในสังกัดข้อมูลบุคลากร ผลการดำเนินงานด้านงานผลิต และโครงการต่างๆ ในปีงบประมาณ 2564 ตลอดปัญหาอุปสรรคในการดำเนินงาน รวมถึงการรายงานความคืบหน้าในการดำเนินงาน และการเบิกจ่ายงบประมาณปีงบประมาณ 2565 จากนั้นได้ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของศูนย์หม่อนไหนเฉลิมพระเกียรติฯอุบลราชธานี ในส่วนของการเลี้ยงไหม เยี่ยมชมแปลงหม่อน การดูแลบำรุงรักษา การสาวเส้นไหมด้วยเครื่องสาวไหมยูบี 2 เครื่องตีเกลียว ยูบี 4

นอกจากนี้ได้เยี่ยมชมร้านบ้านสวนต้นเทียนไหมไทย อ.สว่างวีระวงศ์ จ.อุบลราชธานี ซึ่งเป็นร้านจำหน่ายผ้าไหมที่ได้รับตรานกยูงพระราชทาน (Certified Silk Shop) โดยที่นี่มีสมาชิก 27 ราย ซึ่งได้รับใบรับรองเครื่องหมายการรับรองผลิตภัณฑ์ผ้าไหมตรานกยูงพระราชทาน ปี 2563 โดยกลุ่มทอผ้าไหมนี้ได้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ผ้าไหมที่หลากหลาย ได้แก่ผ้าจก ผ้าขิด ผ้ามัดหมี่ ผ้ายกดอก ผ้าพื้น ผ้าพันคอ ผ้าคลุมไหล่ และผลิตภัณฑ์แปรรูปจากผ้าไหม โดยมีราคาจำหน่ายตั้งแต่เมตรละ 600 บาท จนถึงเมตรละ 100,000 บาท ขึ้นอยู่กับความละเอียดของลวดลายผ้าไหม เป็นการสร้างรายได้ให้กับสมาชิกในกลุ่ม

การยางฯเร่งเดินหน้า หนุนทำเกษตรชีวภาพ ปรับใช้ปุ๋ย-ยางพันธุ์ดี ลดต้นทุนในการผลิต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/649556

วันอังคาร ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายณกรณ์ ตรรกวิรพัท ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) กล่าวว่า สถานการณ์ราคาปุ๋ยเคมีที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และการขาดแคลนเคมีที่นำมาเป็นส่วนผสม ทำให้ราคาแม่ปุ๋ยสูตรต่างๆ ปรับราคาสูงขึ้นจากเดิม เพื่อลดผลกระทบดังกล่าว จึงมีแนวทางการบริหารจัดการปุ๋ยในรอบต้นฤดูฝนปี 2565 โดยจัดหาปุ๋ยให้เกษตรกรผู้รับการปลูกแทนด้วยยางพันธุ์ดี ส่วนปัญหาปุ๋ยเคมีขาดแคลน แก้ไขโดยปรับลดอัตราการใส่ปุ๋ยเคมีลงครึ่งหนึ่ง เพื่อให้สามารถจัดหาปุ๋ยได้ง่ายขึ้นและเพียงพอกับความต้องการร่วมกับใส่ปุ๋ยอินทรีย์ที่มีคุณภาพได้มาตรฐานตามหลักวิชาการในอัตรา 2 กิโลกรัม/ต้น/ปี จากเดิมที่ใช้ปุ๋ยอินทรีย์ในอัตรา 1 กิโลกรัม/ต้น/ปี แต่ไม่กระทบต่อการเจริญเติบโตของต้นยาง สำหรับปุ๋ยอินทรีย์ที่มีคุณภาพได้มาตรฐานสามารถจัดหาได้ง่ายภายในประเทศ มีปริมาณเพียงพอกับความต้องการอย่างแน่นอน

“การดำเนินการจะสอดคล้องกับการทำเกษตรชีวภาพ ตามนโยบาย BCG MODEL ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ การทำเกษตรกรรมปลอดภัย ลดการใช้สารเคมี ไร้สารพิษตกค้าง และต้นทุนต่ำจากการลดการใช้สารเคมีในการทำเกษตรกรรม ตั้งแต่การบำรุงพืชด้วยปุ๋ยชีวภาพและวิธีการกำจัดศัตรูพืชด้วยสารชีวภาพ” นายณกรณ์ กล่าวและว่า ได้เร่งประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ให้เกษตรกรที่รับการปลูกแทนด้วยยางพันธุ์ดีในวิธีการใส่ปุ๋ยและอัตราการแนะนำใหม่ ซึ่งจะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรชาวสวนยาง ลดผลกระทบจากวิกฤตการณ์ปุ๋ยเคมีที่มีราคาแพงและขาดแคลนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

‘เฉลิมชัย’เปิดมหกรรมยาง ดันนครศรีฯเมืองหลวงยางพารา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/649557

‘เฉลิมชัย’เปิดมหกรรมยาง ดันนครศรีฯเมืองหลวงยางพารา

วันอังคาร ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานพิธีเปิดมหกรรมยางพารา 2564 “นครฯ แห่งนวัตกรรมยางพารา” และกล่าวปาฐกถาพิเศษ “นวัตกรรมยางพาราไทย กับเศรษฐกิจยุคใหม่” ที่การยางแห่งประเทศไทยเขตภาคใต้ตอนกลาง อ.ช้างกลาง จ.นครศรีธรรมราชเพื่อเป็นการโชว์ศักยภาพของไทยในการเป็นศูนย์กลางการพัฒนานวัตกรรมเทคโนโลยีการแปรรูปยางพาราของโลก และเป็นเวทีการเจรจาเพื่อแสวงหาพันธมิตรคู่ค้าใหม่ในตลาดยางพาราระดับนานาชาติ

ดร.เฉลิมชัย กล่าวว่า ภาคการเกษตรคือส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศให้เจริญเติบโต ซึ่งรัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับภาคการเกษตรเป็นอย่างมาก กระทรวงเกษตรฯ ได้ส่งเสริมสนับสนุนนโยบายและมาตรการต่างๆ เพื่อช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรไทยให้มีรายได้และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นซึ่งปัจจุบันมีการดำเนินงานร่วมกับมหาวิทยาลัยต่างๆ ที่มีองค์ความรู้ทางวิชาการ เข้ามาร่วมกันพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมในการแปรรูปยางพารา เพื่อเพิ่มมูลค่าของยาง และเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ยางพาราแปรรูป ขณะเดียวกันได้ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆทั้งภาครัฐและเอกชน อย่างจริงจังและต่อเนื่องเพื่อส่งเสริมสนับสนุนอุตสาหกรรมยางพาราให้เติบโตยิ่งขึ้น

รมว.เกษตรฯ กล่าวอีกว่า ด้วยความพร้อมของ จ.นครศรีธรรมราช จึงอยากผลักดันให้กลายเป็นเมืองหลวงยางพารา และชูให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางพัฒนานวัตกรรมเทคโนโลยีการแปรรูปยางพาราของโลก โดยมอบหมายให้การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เตรียมความพร้อมทั้งในเรื่องการส่งเสริมการแปรรูป การตลาด การรักษาคุณภาพของน้ำยาง และการรักษาเสถียรภาพราคายางให้มีความมั่นคง เป็นต้น ซึ่งจะทำให้เกิดประโยชน์ทั้งในด้านเศรษฐกิจในพื้นที่ เกิดการจ้างงาน และสามารถกำหนดราคายางพาราได้

อย่างไรก็ดี กระทรวงเกษตรฯ ยังดำเนินโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยาง ซึ่งจะสามารถช่วยเหลือเกษตรกรในกรณีที่รายได้ของเกษตรกรลดลงจากรายได้ที่ควรจะได้รับ และลด
ผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของเกษตรกร ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยาง ระยะที่ 3 (ตุลาคม 2564–กันยายน 2565) มีผลการจ่ายเงินให้แก่เกษตรกร ทั้งสิ้น 1,467,981 ราย เป็นเงิน 2,931.33 ล้านบาท(ปัจจุบันจ่ายแล้ว 2,271.242 ล้านบาท) เนื่องจากราคายางก้อนถ้วยสูงกว่าราคาประกันจึงไม่มีการจ่ายให้เกษตรกรที่ผลิตยางก้อนถ้วย

สำหรับกิจกรรมภายในงาน มีการเสวนาเชิงวิชาการและเวิร์กช็อปสร้างอาชีพ การจัดนิทรรศการที่น่าสนใจ การแข่งขันกรีดยางพาราชิงแชมป์ระดับประเทศ และเฟ้นหาสาวงามจากการประกวดธิดาชาวสวนยาง 2564 พร้อมเปิดตัวแอปพลิเคชั่น Rubber Way เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำสวนยางและแอปพลิเคชั่น Rubbee ที่รวบรวมข้อมูลทุกสรรพสิ่งเกี่ยวกับยางพารา ที่อัพเดตแบบเรียลไทม์ทุกสถานการณ์ ไม่ว่าจะเป็นราคาซื้อ-ขาย ข่าวสารกิจกรรม รวมไปถึงสิทธิประโยชน์ และโปรโมชั่นต่างๆ ที่สมาชิกจะได้รับ