กรมข้าวนำทัพนักวิจัยชิงรางวัลข้าวพันธุ์ใหม่มุ่งส่งออก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/640205

วันพุธ ที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

น.ส.นนทิชา วรรณสว่าง รองอธิบดีกรมการข้าว กล่าวว่า ได้ร่วมกับสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย สมาคมผู้รวบรวมและจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ จัดประกวดข้าวพันธุ์ใหม่ เพื่อการพาณิชย์ ครั้งที่ 1 (2564) มีวัตถุประสงค์เพื่อสรรหาข้าวพันธุ์ใหม่ๆ ที่สามารถยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของข้าวไทยในตลาดโลก ยกระดับการพัฒนา/ปรับปรุงพันธุ์ข้าวไทย ในการพัฒนาพันธุ์ข้าวคุณภาพดีเพื่อการส่งออก พร้อมเชิดชูงานวิจัยนวัตกรรมพันธุ์ข้าวและนักวิจัยข้าวของไทยโดยมุ่งหวังสูงสุดว่าประเทศไทยจะกลับมามีความสามารถในการแข่งขันในตลาดข้าวโลกได้อีกครั้งโดยการประกาศผลและมอบรางวัลในครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ เป็นประธาน

น.ส.นนทิชา กล่าวต่อว่า การประกาศผลการประกวดข้าวพันธุ์ใหม่เพื่อการพาณิชย์ครั้งนี้ แบ่งประเภทรางวัลออกเป็น 3 ประเภทคือ 1.กลุ่มข้าวหอมไทย 2.กลุ่มข้าวขาวพื้นนุ่ม และ 3.กลุ่มข้าวพื้นแข็ง โดยผลการประกวดผู้ชนะเลิศในแต่ละประเภท ประกอบด้วย 1.กลุ่มข้าวหอมไทย ผู้ได้รับรางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ศูนย์วิจัยข้าวปทุมธานี และรางวัลชมเชย ได้แก่ ศูนย์วิจัยข้าวชัยนาท 2.กลุ่มข้าวขาวพื้นนุ่ม ผู้ได้รับรางวัลชนะเลิศ ได้แก่ บริษัทรวมใจพัฒนาความรู้ จำกัด (มูลนิธิรวมใจพัฒนา) และรางวัลชมเชย ได้แก่ ศูนย์วิจัยข้าวชัยนาท 3.กลุ่มข้าวพื้นแข็ง ผู้ได้รับรางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ศูนย์วิจัยข้าวพิษณุโลก และรางวัลชมเชย ได้แก่ ศูนย์วิจัยข้าวชัยนาท

อนึ่ง การจัดการประกวดดังกล่าวเป็นการสรรหาและคัดเลือกสายพันธุ์ข้าวใหม่ๆ ที่มีคุณสมบัติทั้งด้านการเพาะปลูกการขัดสี และคุณภาพการหุงต้มที่ดีกว่าข้าวพันธุ์เปรียบเทียบ โดยกำหนดประเภท/ชนิดข้าว 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มข้าวหอมไทยใช้พันธุ์ข้าวปทุมธานี 1 เป็นพันธุ์เปรียบเทียบกลุ่มข้าวขาวพื้นแข็ง ใช้พันธุ์ข้าว กข41 และกข85 เป็นพันธุ์เปรียบเทียบ และกลุ่มข้าวขาวพื้นนุ่ม ใช้พันธุ์ข้าว กข79 และ กข87 เป็นพันธุ์เปรียบเทียบปลูกทดสอบในพื้นที่แปลงนาของกรมการข้าว3 แห่ง ได้แก่ ศูนย์วิจัยข้าวชัยนาท ศูนย์วิจัยข้าวขอนแก่น และศูนย์วิจัยข้าวพิษณุโลก มีขั้นตอนการดำเนินการปลูกตามหลักวิชาการ อาทิ การเตรียมแปลงกล้า การตกกล้า การดูแลรักษาแปลงกล้า การเตรียมแปลงปักดำ การปักดำ การดูแลรักษาแปลงปักดำ ฯลฯ ตลอดจนการขัดสีคุณภาพทางเคมีโดยศูนย์วิจัยข้าวปทุมธานีและความหอม (2AP) โดยศูนย์วิจัยข้าวอุบลราชธานี ซึ่งขั้นตอนทั้งหมดได้สิ้นสุดกระบวนเมื่อเดือนธันวาคม 2564

ผู้ตรวจฯลุยติดตามโครงการร้อยเอ็ด เดินหน้าตรวจราชการแบบบูรณาการ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/640203

วันพุธ ที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายพิฆเนศ ต๊ะปวง ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี เขตตรวจราชการที่ 12 ประชุมร่วมกับ นายภูสิต สมจิตต์ ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด เพื่อติดตามผลการดำเนินงานแผนงาน โครงการตามแผนการตรวจราชการแบบบูรณาการ ประจำปีงบประมาณ 2565 รอบที่ 1 โดยมีคณะผู้ตรวจราชการกระทรวง, นายสนอง ดลประสิทธิ์รองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด, นายชูศักดิ์ ราชบุรี ปลัดจังหวัดร้อยเอ็ด, หัวหน้าส่วนราชการ เข้าร่วม ที่ห้องประชุมพระเวสสันดร ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดร้อยเอ็ด

โดยในการประชุมมีประเด็นนโยบายสำคัญ ประกอบด้วย การฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) การจัดการสิ่งแวดล้อมสีเขียวเพื่อความยั่งยืน ตามแนวทางการพัฒนา เศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว (BCG)  การพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางรายครัวเรือน การติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผล เพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติไปสู่การปฏิบัติ เรื่องการเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรแปรรูปและผลิตภัณฑ์ การเพิ่มศักยภาพและขีดความสามารถของเศรษฐกิจฐานราก การจัดการประมงอย่างยั่งยืน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 การนำเสนอการตรวจติดตามและประเมินผลการดำเนินการตามแผนพัฒนาจังหวัดและกลุ่มจังหวัด ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565  การลดอุบัติเหตุทางถนน การดำเนินโครงการสัตว์ปลอดโรค คนปลอดภัย จากพิษสุนัขบ้า และการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผล เพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ นำไปสู่การปฏิบัติต่อไป

‘กรมชลฯ’ขับเคลื่อน เร่งพัฒนา7โครงการ ตามแนวพระราชดำริ ที่สระแก้ว-ปราจีนบุรี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/640199

วันพุธ ที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน เข้าร่วมประชุมการดำเนินงานโครงการพัฒนาตามพระราชดำริ7 โครงการ โดยมี ดร.ทองเปลวกองจันทร์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุม เพื่อติดตามการดำเนินงานและความก้าวหน้าของโครงการ

นายประพิศกล่าวว่า ได้ร่วมกับจังหวัดสระแก้ว ปราจีนบุรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินโครงการพัฒนาพื้นที่ราบเชิงเขา จ.สระแก้ว และปราจีนบุรี ตามพระราชดำริ ที่ครอบคลุมพื้นที่5 อำเภอ ได้แก่ อ.เมือง อ.วัฒนานคร อ.ตาพระยา อ.เขาฉกรรจ์ จ.สระแก้ว และ อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี รวมประมาณ407,543 ไร่ เพื่อแก้ไขปัญหาขาดแคลนน้ำโดยมีโครงการที่ดำเนินการแล้ว ได้แก่ อ่างเก็บน้ำ 16 แห่ง ฝายทดน้ำ 10 แห่งท่อระบายน้ำ 4 แห่ง ความจุรวมประมาณ494 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) มีพื้นที่ชลประทานเพิ่มขึ้น 193,000 ไร่

สำหรับปี 2565 มีแผนดำเนินงานโครงการต่างๆ ดังนี้ โครงการปรับปรุงบำรุงรักษา 27 โครงการ โครงการเพิ่มแหล่งน้ำต้นทุน 1 โครงการเพิ่มปริมาณน้ำเก็บกักได้ประมาณ 50,000 ลบ.ม.ส่วนในปี 2566 มีแผนดำเนินโครงการปรับปรุงบำรุงรักษาอีก29 โครงการ โครงการเพิ่มแหล่งน้ำต้นทุน 1 โครงการ เพิ่มปริมาณน้ำเก็บกักได้ประมาณ 30,000 ลบ.ม. หากดำเนินการแล้วเสร็จทั้งหมด จะช่วยบรรเทาปัญหาขาดแคลนน้ำในพื้นที่ดังกล่าวได้อย่างมาก ส่งผลให้ประชาชนได้รับประโยชน์มีคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดี

‘อลงกรณ์’มอบGAPนาเกลือ 2รายแรกของไทยมุ่งพัฒนาสู่สากล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/639940

วันอังคาร ที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการพัฒนาเกลือทะเลไทย เป็นประธานประชุมคณะกรรมการพัฒนาเกลือทะเลไทยครั้งที่ 1/2565 โดยมีนายอำพันธุ์ เวฬุตันติ รองปลัดกระทรวงเกษตรฯ ผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุม โดยที่ประชุมรับทราบความก้าวหน้าผลการขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ทำนาเกลือทะเล ปี 2564/2565 มีจำนวนเกษตรกรขึ้นทะเบียนรวม 7 จังหวัด (สมุทรสาคร เพชรบุรี สมุทรสงคราม ปัตตานี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และจันทบุรี) 597 ครัวเรือน 941 แปลง เนื้อที่ 19,041.27 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 82.57 เมื่อเทียบกับจำนวนครัวเรือนเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนในปีการผลิต 2563/2564 และคาดการณ์ว่าปีการผลิต 2564/2565 จ.สมุทรสาคร จะมีปริมาณผลผลิตมากที่สุด 316,459 ตัน และรับทราบความก้าวหน้าการดำเนินงานมาตรฐานเกลือทะเลไทยในการตรวจสอบรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตร เรื่อง การปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับการทำนาเกลือทะเล (มกษ. 9055-2562) ในปีงบประมาณ 2565 โดยมีเกษตรกรที่มายื่นขอรับการรับรองแล้ว 25 ราย 50 แปลง พื้นที่ 1,461.22 ไร่ ปัจจุบันมีเกษตรกรได้รับการรับรองตาม มกษ. 9055 แล้ว 2 ราย ได้แก่ นายเลอพงษ์ จั่นทอง จ.สมุทรสาคร พื้นที่การผลิตเกลือทะเล 40 ไร่ และ น.ส.วรรณจิตร สินทะเกิด จ.สมุทรสาคร พื้นที่การผลิตเกลือทะเล 44 ไร่

ในโอกาสนี้ รองปลัดกระทรวงเกษตรฯ ได้มอบใบรับรองมาตรฐาน GAP ให้กับเกษตรกรทั้ง 2 ราย อย่างไรก็ดี มีเกษตรกรนาเกลือที่อยู่ระหว่างการดำเนินการตรวจรับรองเพื่อขอรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตร โดยได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการตรวจรับรองแปลงนาเกลืออย่างน้อยจังหวัดละ 1 แปลง เพื่อยกระดับการผลิตเกลือทะเลไทยให้ได้มาตรฐานและรองรับการขยายช่องทางการจำหน่ายต่อไป

ทั้งนี้ ผลการดำเนินงานโครงการแก้ไขปัญหาเกลือทะเล ปี 2564 ในพื้นที่การผลิตเกลือทะเล 3 จังหวัดที่มีผลผลิตเกลือทะเลค้างสต๊อก จากปีการผลิต 2562/63 โดยชดเชยส่วนต่างราคาขายเกลือทะเลให้กับเกษตรกร ตันละ 250 บาท รายละไม่เกิน 30 ไร่ ผลผลิตไม่เกินรายละ 443.40 ตัน ผลการดำเนินงานชดเชยส่วนต่างค่าจำหน่ายเกลือทะเลให้เกษตรกร 111 ราย เกลือทะเล 39,841.17 ตัน แบ่งเป็น จ.เพชรบุรี 107 ราย เกลือทะเล 33,067.42 ตัน จ.สมุทรสาคร 36 ราย เกลือทะเล 6,173.75 ตัน และ จ.สมุทรสงคราม2 ราย เกลือทะเล 600 ตัน ซึ่งจำนวนเกลือทะเลที่เข้าร่วมโครงการและการชดเชยส่วนต่างค่าจำหน่ายเกลือทะเลคิดเป็นร้อยละ 81.70 ของเป้าหมายโครงการ

นอกจากนี้ ที่ประชุมได้พิจารณายกร่างแนวทางการให้ความช่วยเหลือเกษตรกรผู้ทำนาเกลือที่ประสบภัยพิบัติเพื่อบรรจุในคู่มือการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติด้านการเกษตรโดยกำหนดชนิดของภัย ได้แก่ 1.ชนิดภัยธรรมชาติ น้ำท่วมในแปลงนาเกลือทะเล 2.ชนิดภัยธรรมชาติ น้ำทะเลหนุนในแปลงนาเกลือทะเล และ 3.ชนิด
ภัยธรรมชาติ พายุ/ฝนหลงฤดู ในแปลงนาเกลือทะเล

สภาเกษตรตราดหนุน โครงการขยะเป็นศูนย์ ใช้เศษผงผักมาแปรรูป เป็นผลิตภัณฑ์เพิ่มค่า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/639937

วันอังคาร ที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายภาสกร เขียวขจี อายุ 55 ปี ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านเกษตรตราด จ.ตราด และเจ้าของ “บ้านไร่เขียวขจี ภาสกรฟาร์ม” เปิดเผยว่า ได้ทำสวนผสมด้วยระบบอินทรีย์ โดยกรมวิชาการเกษตรรองรับพื้นที่ประมาณ130 ไร่เศษ เป็นพื้นที่น้ำ 30 ไร่ เลี้ยงปลาตะเพียน ยี่สก, ปลูกผัก 15 ไร่ ประมาณ 30 ชนิด เป็นระบบน้ำหยด, นาข้าว 20 ไร่ปลูกพันธุ์หอมมะลิ 105 จำหน่ายและบริโภค, ปาล์มน้ำมันส่งโรงงาน/หมากดิบส่งตลาดต่างประเทศ 10 ไร่, มะพร้าว/กล้วย พันธุ์มะลิอ่อง 10 ไร่เศษ, มะละกอฮอลแลนด์ 5-10 ไร่ ส่งตลาดและห้างสรรพสินค้า เป็นต้น ผลผลิตหลักของกลุ่มฯ คือ ผักสลัด ปัญหาหลักคือมีเศษผักที่หักไม่สวย แต่ยังสามารถบริโภคได้ กลุ่มฯ ได้แยกจำหน่ายกับทำปุ๋ยหมัก

ด้านนางมาลี วิจิตรโสภาพันธ์ หัวหน้าส่วนยุทธศาสตร์การเกษตร สำนักงานสภาเกษตรกร จ.ตราด กล่าวว่าเกษตรกรส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรรายย่อย ประสบปัญหาเรื่องการจัดการผลผลิต การเพิ่มประสิทธิภาพผลผลิต การรักษาคุณภาพผลผลิต การสร้างมูลค่าเพิ่ม จึงจัดการเรื่องพื้นที่ภาคการเกษตรให้ “ขยะเป็นศูนย์” ประสานสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) เข้ามาให้ความรู้และกระบวนการแปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับกลุ่มเกษตรกรจึงเป็นที่มาของการแปรรูปสู่ผักผงทำให้ปริมาณขยะที่ต้องนำไปกำจัดลดเหลือน้อยที่สุดจนเป็นศูนย์ และกำลังวางแผนแปรรูปผักผงเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ ต่อไป

นักวิจัยพบแมลงชีปะขาว ชนิดใหม่ของโลกในไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/639941

วันอังคาร ที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.ชนาพร สุทธินันท์ และ รศ.ดร.บุญเสฐียร บุญสูง นักวิจัย และอาจารย์ภาควิชาสัตววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ร่วมกับ Dr.Jean-Luc Gattolliat สังกัด Museum of Zoology เมืองโลซาน สมาพันธรัฐสวิตเซอร์แลนด์ ค้นพบแมลงชีปะขาว Tenuibaetis panhai ชนิดใหม่ของโลก ในลำธาร จ.กาญจนบุรี ราชบุรี เพชรบุรี เลย และเชียงราย สะท้อนถึงความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศไทย

ดร.ชนาพรกล่าวว่า ได้ศึกษาความหลากหลายของตัวอ่อนแมลงชีปะขาววงศ์ Baetidae ในภาคตะวันตกและภาคใต้ของประเทศไทย ค้นพบตัวอ่อนแมลงชีปะขาว
Tenuibaetis panhai ซึ่งถิ่นกำเนิดและลักษณะบ่งบอกว่าเป็นชนิดใหม่ของโลก แมลงชีปะขาวสกุล Tenuibaetis Kang & Yang, 1994 (วงศ์ Baetidae) ถือเป็นรายงานครั้งแรกในประเทศไทย ทั่วโลกพบ 8 ชนิด

สำหรับชื่อสามัญแมลงชีปะขาว และชื่อทางวิทยาศาสตร์ของแมลงชีปะขาวชนิดใหม่ของโลก คือTenuibaetis panhai Suttinun, Gattolliat & Boonsoong, 2022 ตั้งชื่อเป็นเกียรติแด่ ศ.ดร.สมศักดิ์ ปัญหา(ภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย) ศาสตราจารย์วิจัยดีเด่นและราชบัณฑิต ผอ.ศูนย์ความเป็นเลิศด้านความหลากหลายทางชีวภาพผู้พัฒนาองค์ความรู้ด้านอนุกรมวิธาน และ ซิสเทมาติคส์ของสัตว์ในประเทศไทย

‘เฉลิมชัย’เปิดภารกิจฝนหลวง เติมน้ำช่วยเกษตรกรสู้ภัยแล้งปี2565

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/639710

วันจันทร์ ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังเป็นประธานพิธีเปิดปฏิบัติการฝนหลวงสู้ภัยแล้ง ปี 2565 โดยมีผู้บริหารกระทรวงเกษตรฯ เข้าร่วม ที่สนามบินนครสวรรค์ ว่า ขณะนี้หลายพื้นที่ทั่วทุกภาคเริ่มมีสถานการณ์ภัยแล้ง น้ำต้นทุนในอ่างเก็บน้ำและเขื่อนต่างๆ มีปริมาณน้ำเก็บกักลดลงและช่วงฤดูร้อนนี้มีแนวโน้มเกิดสถานการณ์ไฟป่า ปัญหาหมอกควันและปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) เกินค่ามาตรฐาน รวมถึงแนวโน้มการเกิดพายุลูกเห็บในหลายพื้นที่ กรมฝนหลวงและการบินเกษตร จึงจัดทำแผนปฏิบัติการฝนหลวงปี 2565 ตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวง 10 หน่วยปฏิบัติการทั่วประเทศ น้อมนำศาสตร์ฝนหลวงพระราชทานของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 มาเป็นแนวทางในการปฏิบัติการป้องกันและช่วยบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน และพื้นที่การเกษตรที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาดังกล่าว

สำหรับแผนปฏิบัติการฝนหลวง ปี 2565 กรมฝนหลวงฯ มีแผนปฏิบัติการฝนหลวงช่วยเหลือพื้นที่การเกษตรที่ประสบภัยแล้ง และสร้างความชุ่มชื้นให้กับป่าไม้ การเติมน้ำต้นทุนให้กับอ่างเก็บน้ำและเขื่อนต่างๆ ของประเทศ ป้องกันการเกิดไฟป่าและบรรเทาปัญหาหมอกควัน รวมทั้งสถานการณ์ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5)เกินค่ามาตรฐาน โดยตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงประจำ 5 ภูมิภาค 10 หน่วยปฏิบัติการ

นอกจากนี้ ยังมีการจัดตั้งฐานเติมสารฝนหลวง 2 แห่ง ที่ จ.ขอนแก่น และระยอง โดยใช้เครื่องบินกรมฝนหลวงฯ 24 ลำ ได้รับการสนับสนุนเครื่องบินกองทัพอากาศ 1 ลำ ทั้งนี้ มีการจัดตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวง 4 หน่วย เพื่อติดตามสถานการณ์และช่วงชิงสภาพอากาศในการปฏิบัติการฝนหลวง บรรเทาปัญหาภัยแล้งและความต้องการน้ำในบางพื้นที่ รวมถึงสนับสนุนเฮลิคอปเตอร์บินสำรวจสถานการณ์ไฟป่าหมอกควันในพื้นที่ภาคเหนือด้วย

ด้านนายสำเริง แสงภู่วงค์ อธิบดีกรมฝนหลวงฯกล่าวว่า ภายในงานมีการประกอบพิธีสงฆ์ การตรวจแถวชุดปฏิบัติการฝนหลวง 9 ชุด ประกอบด้วย ชุดปฏิบัติการเครื่องบินของกรมฝนหลวงฯ 7 ชุด ส่วนชุดปฏิบัติการเฮลิคอปเตอร์ของกรมฝนหลวงฯ 1 ชุด และชุดปฏิบัติการฝนหลวงของกองทัพอากาศ 1 ชุด การแสดงบินหมู่ของเครื่องบินฝนหลวงและเฮลิคอปเตอร์ ปล่อยขบวนคาราวานเครื่องบินฝนหลวงออกไปปฏิบัติการฝนหลวง ซึ่งแสดงถึงความพร้อมของหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงทุกหน่วยที่จะปฏิบัติภารกิจในปีนี้

อย่างไรก็ดี กรมฝนหลวงฯ จะปฏิบัติภารกิจอย่างเต็มกำลังความสามารถ บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งด้านข้อมูลสภาพอากาศ ปริมาณน้ำ การวิเคราะห์ วิจัยข้อมูลต่างๆ เพื่อนำมาวางแผนการปฏิบัติการฝนหลวงช่วยเหลือพี่น้องประชาชนและพื้นที่การเกษตรให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

กรมชลฯลุยขุดลอก พื้นที่แม่น้ำบางขาม ระยะทางกว่า10กม. แก้ภัยแล้งให้ชาวบ้าน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/639714

วันจันทร์ ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวภายหลังลงพื้นที่ร่วมกับนายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม ประธานคณะอนุกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการบริหารจัดการกลุ่มลุ่มน้ำเจ้าพระยา ป่าสัก เพื่อติดตามความคืบหน้าการขุดลอกแม่น้ำบางขาม จ.ลพบุรี และพบปะเยี่ยมเยียนประชาชนในพื้นที่ สำหรับแม่น้ำบางขาม เป็นแม่น้ำที่เกิดจากคลองธรรมชาติหลายสาย ไหลผ่าน อ.ท่าวุ้ง อ.บ้านหมี่ และ อ.เมือง จ.ลพบุรี มีความยาวทั้งสิ้น 55 กิโลเมตร เป็นแหล่งน้ำสำคัญที่หล่อเลี้ยงประชาชนในพื้นที่ แต่ด้วยปริมาณฝนที่ตกต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 10-15% ส่งผลให้น้ำแห้งขอดในต.มหาสอน ต.บางพึ่ง อ.บ้านหมี่ ระยะทางกว่า 10 กิโลเมตร ส่งผลกระทบต่อการผลิตน้ำประปาของ ต.มหาสอน ต.บางพึ่ง รวมทั้งพื้นที่การเกษตร ริม 2 ฝั่งลำน้ำ สำนักงานชลประทานที่ 10 จึงเร่งสำรวจ ออกแบบโครงการขุดลอกแม่น้ำบางขามที่ตื้นเขิน

ทั้งนี้ กรมชลประทาน ได้รับอนุมัติจัดสรรงบประมาณสำหรับดำเนินการขุดลอกแม่น้ำบางขามจำนวน 74 ล้านบาท พร้อมกับมอบหมายให้สำนักเครื่องจักรกล เป็นผู้ดำเนินการขุดลอก ตั้งแต่ กม.12+500-22+700 (บริเวณสะพานท่าเรือ จนถึงบริเวณวัดเทพอำไพ) เป็นระยะทางกว่า 10 กิโลเมตร คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปีงบประมาณ 2565 ซึ่งจะสามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการระบายน้ำของแม่น้ำบางขาม เพิ่มปริมาณน้ำเก็บกักไว้ในฤดูแล้งได้มากขึ้นถึง 21 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) โดยแม่น้ำบางขามมีความจุเก็บน้ำได้ประมาณ 20 ล้าน ลบ.ม. มีพื้นที่รับประโยชน์ 40,000 ไร่ ประชาชนได้รับประโยชน์กว่า 2,500 ครัวเรือน

สกท.ขอบคุณรมว.เกษตรฯ ช่วยจัดสรรงบกลางสำเร็จ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/639708

วันจันทร์ ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ มอบหมายให้ นายธนา ชีรวินิจ เลขานุการ รมว.เกษตรฯ เข้าพบปะกลุ่มสหพันธ์เกษตรกรแห่งประเทศไทย (สกท.) ซึ่งนำโดย นายยศวัจน์ ชัยวัฒนสิริกุล พร้อมด้วยกลุ่มมวลชนจำนวนกว่า 500 คน ที่บริเวณด้านหน้ากระทรวงเกษตรฯ ถนนราชดำเนินใน ที่ได้พากันเดินทางมาเพื่อยื่นหนังสือถึง รมว.เกษตรฯ เพื่อขอบคุณการสนับสนุนการแก้ไขปัญหาในการจัดสรรงบกลาง ให้เกิดผลสำเร็จแก่สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร และแก้ไขปัญหา 4 ธนาคารรัฐ

“นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯ มีความจริงใจและมุ่งมั่นที่จะแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้พี่น้องเกษตรกรสมาชิกกองทุนฟื้นฟูฯ สหพันธ์เกษตรกรแห่งประเทศไทย และสมาชิกกว่า 500,000 คน อย่างรวดเร็วและเร่งด่วน จนสามารถทำให้ปัญหาต่างๆ ที่ต่อสู้กันมาหลายปีจบในยุคนี้ได้ ไม่ว่าจะเป็นเขื่อนราษีไศล และเขื่อนหัวนา เป็นต้น ซึ่ง รมว.เกษตรฯ ได้เน้นย้ำว่ากระทรวงเกษตรฯ จะต้องช่วยเหลือ ฟื้นฟู และพัฒนาอาชีพเกษตรกรรมเพื่อปกป้องและรักษาที่ดินทำกินไว้ให้ลูกหลาน รวมทั้งให้เกษตรกรดำรงอยู่ได้อย่างมั่นคง ยั่งยืน ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” เลขานุการ รมว.เกษตรฯ กล่าว

‘มนัญญา’หนุนพัฒนาสัมพันธ์ไทย-ซาอุฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/639706

วันจันทร์ ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ เปิดสัมมนาเชิงปฏิบัติการ“โอกาส ศักยภาพและความท้าทายของจังหวัดชายแดนภาคใต้และประเทศไทย ภายหลังรัฐบาลเปิดศักราชใหม่ความสัมพันธ์ไทย-ซาอุดีอาระเบีย โดยสมบูรณ์” พร้อมด้วย นายระพีภัทร์จันทรศรีวงศ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรฯโดยมี นายอนุชา นาคาศัย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานและแสดงปาฐกถา เรื่อง “ความสำเร็จของการฟื้นฟูความสัมพันธ์ ไทย-ซาอุฯ โอกาสและศักยภาพของประเทศไทย ภายใต้ศักราชใหม่ของความสัมพันธ์ที่สมบูรณ์” และ พล.ร.ต.สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.)กล่าวรายงาน โอกาสนี้ รมช.เกษตรฯ ร่วมให้ข้อเสนอแนะและแนวทางการสร้างความร่วมมือในประเด็นการส่งเสริมด้านการเกษตรและความเข้มแข็งของเกษตรกร รวมทั้งด้านการพัฒนาต่างๆ ตลอดจน พบปะผู้นำ 4 เสาหลักในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่มหาวิทยาลัยฟาฏอนี อ.ยะรัง จ.ปัตตานี

สำหรับงานสัมมนาในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนนำโอกาสและศักยภาพตามที่รัฐบาลรื้อฟื้นความพันธ์ไทย-ซาอุฯ ที่ขาดหายไปกว่า 30 ปี กลับสู่ประเทศไทย และจะเป็นกระบวนการเปลี่ยนผ่านการพัฒนาของจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ท้าทายและสำคัญที่สุดในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยมีผู้เข้าร่วมประกอบด้วย ผู้แทนจากส่วนราชการ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา นักวิชาการ ภาคประชาสังคม และผู้นำ 4 เสาหลัก รวมกว่า 600 คน ซึ่งมีการนำเสนอร่างกรอบแนวทางการขับเคลื่อนงานการพัฒนาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ภายหลังรัฐบาลเปิดศักราชใหม่ของความสัมพันธ์ไทย-ซาอุฯ เพื่อนำเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อไป