เตือนชาวไร่อ้อยระยะแตกกอ ต้องเฝ้าระวัง 3 หนอนกออ้อย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/637221

เตือนชาวไร่อ้อยระยะแตกกอ ต้องเฝ้าระวัง 3 หนอนกออ้อย

วันอังคาร ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 15.41 น.

เตือนชาวไร่อ้อยระยะแตกกอต้องเฝ้าระวัง 3 หนอนกออ้อย

     จากสภาพอากาศในช่วงนี้อากาศเย็นและมีหมอกในตอนเช้า แดดจัดในตอนกลางวัน ท้องฟ้ามีเมฆบางส่วน และมีฝนตกบางพื้นที่กรมวิชาการเกษตรขอแจ้งเตือนเกษตรกรชาวไร่อ้อยขอให้หมั่นสำรวจไร่อ้อยซึ่งอยู่ในระยะแตกกอเพื่อเฝ้าระวัง หนอนกออ้อย ซึ่งเป็นศัตรูพืชสำคัญที่พบเข้าทำลายอ้อย มี 3 ชนิด คือ หนอนกอลายจุดเล็ก  หนอนกอสีขาว  และหนอนกอสีชมพู  โดยให้สังเกตลักษณะการทำลายของหนอนแต่ละประเภท ดังนี้

     หนอนกอลายจุดเล็ก หนอนเจาะเข้าไปตรงส่วนโคนระดับผิวดิน เข้าไปกัดกินส่วนที่กำลังเจริญเติบโตภายในหน่ออ้อย ทำให้ยอดแห้งตาย การเข้าทำลายของหนอนกอลายจุดเล็กจะทำให้ผลผลิตอ้อยลดลง 5 – 40 เปอร์เซ็นต์ นอกจากนี้หนอนยังเข้าทำลายอ้อยในระยะอ้อยย่างปล้อง โดยหนอนเจาะเข้าไปกัดกินอยู่ภายในลำต้นอ้อย ซึ่งทำให้อ้อยแตกแขนงใหม่ และแตกยอดพุ่ม

     หนอนกอสีขาว หนอนเจาะไชจากส่วนยอดเข้าไป กัดกินยอดที่กำลังเจริญเติบโต ทำให้ยอดแห้งตายโดยเฉพาะใบที่ยังม้วนอยู่ ส่วนใบยอดอื่นๆ ที่หนอนเข้าทำลายจะมีลักษณะหงิกงอ และมีรูพรุน เมื่ออ้อยมีลำแล้วหนอนจะเข้าทำลายส่วนที่กำลังเจริญเติบโต ทำให้ไม่สามารถสร้างปล้องให้สูงขึ้นไปได้อีก ตาอ้อยที่อยู่ต่ำกว่าส่วนที่ถูกทำลายจะแตกหน่อขึ้นมาทางด้านข้าง เกิดอาการแตกยอดพุ่ม

     หนอนกอสีชมพู  หนอนเจาะเข้าไปกัดกินตรงส่วนโคนของหน่ออ้อยระดับผิวดิน เข้าไปกัดกินส่วนที่กำลังเจริญเติบโตภายในหน่ออ้อย ทำให้ยอดแห้งตาย ถึงแม้ว่าหน่ออ้อยที่ถูกทำลายจะสามารถแตกหน่อใหม่เพื่อชดเชยหน่ออ้อยที่เสียไป แต่หน่ออ้อยที่แตกใหม่จะมีอายุสั้นลง ทำให้ผลผลิตและคุณภาพของอ้อยลดลง

     แนวทางในการป้องกันและกำจัด ในแหล่งชลประทานควรให้น้ำเพื่อให้อ้อยแตกหน่อชดเชย  ปล่อยแตนเบียนไข่ไตรโครแกรมมา อัตรา 30,000 ตัว/ไร่/ครั้ง โดยปล่อยติดต่อกัน 2 – 3 ครั้ง ช่วงที่พบกลุ่มไข่ของหนอนกออ้อย  ปล่อยแมลงหางหนีบอัตรา 500 ตัว/ไร่ โดยปล่อยให้กระจายทั่วแปลง และควรปล่อยให้ชิดกออ้อย และใช้ใบอ้อยหรือฟางที่เปียกชื้นคลุมจะช่วยให้โอกาสรอดสูงขึ้น   และทำการปล่อยซ้ำถ้าการระบาดยังไม่ลดลงช่วงที่พบหนอนกออ้อยและกลุ่มไข่ของหนอนกออ้อย   หากปล่อยแตนเบียนไข่ไตรโครแกรมมาไม่ต้องปล่อยแมลงหางหนีบ  เพราะแมลงหางหนีบจะกินแตนเบียนไข่ไตรโครแกรมมาด้วย

     ในระยะอ้อยแตกกอหรือเมื่ออ้อยแสดงอาการยอดเหี่ยวมากกว่า 10 เปอร์เซ็นต์ ให้พ่นสารฆ่าแมลงเดลทาเมทริน 3% EC อัตรา 10 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ อินดอกซาคาร์บ 15% EC อัตรา 15 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ คลอแรนทรานิลิโพรล 5.17% SC อัตรา 20 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ ลูเฟนนูรอน 5% EC อัตรา 20 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร พ่นโดยใช้น้ำ 50 ลิตรต่อไร่พ่น 2-3 ครั้ง ห่างกัน 14 วัน  ทั้งนี้ควรหลีกเลี่ยงการใช้สารเคมีในแปลงที่ปล่อยแตนเบียนไข่ไตรโครแกรมมา และแมลงหางหนีบ

กรมชลฯย้ำบริหารน้ำทุกพื้นที่เท่าเทียม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/636993

วันอังคาร ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำ โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุม เพื่อติดตามและวิเคราะห์สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำ แหล่งน้ำ และแม่น้ำสายหลักต่างๆ สำหรับเป็นข้อมูลในการบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องและเหมาะสมกับสถานการณ์ในแต่ละพื้นที่ โดย ดร.ทวีศักดิ์ กล่าวว่า ปัจจุบันอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ มีปริมาณน้ำรวมกันทั้งสิ้น 53,866 ล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็นร้อยละ 71 ของความจุอ่างฯรวมกัน มีน้ำใช้การได้ 29,935 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) มีการใช้น้ำไปแล้วประมาณ 11,285 ล้าน ลบ.ม.เฉพาะ 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา (เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์) มีปริมาณน้ำรวมกันประมาณ 12,800 ล้าน ลบ.ม.คิดเป็นร้อยละ 51 ของความจุอ่างฯ มีน้ำใช้การได้ 6,104 ล้าน ลบ.ม. ปัจจุบันมีการใช้น้ำไปแล้วประมาณ 2,999 ล้าน ลบ.ม.

สำหรับผลการเพาะปลูกข้าวนาปรัง ปี 2564/65 ทั้งประเทศเพาะปลูกข้าวไปแล้ว 6.52 ล้านไร่ เกินแผนที่วางไว้ร้อยละ 1 (แผน 6.41 ล้านไร่) เฉพาะพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยา เพาะปลูกไปแล้ว 4.08 ล้านไร่ เกินแผนที่วางไว้ร้อยละ 45 (แผน 2.81 ล้านไร่) ด้านสถานการณ์ค่าความเค็ม ในแม่น้ำแม่กลอง แม่น้ำท่าจีน แม่น้ำเจ้าพระยา และแม่น้ำบางปะกง ปัจจุบันอยู่ในเกณฑ์ปกติ

ทั้งนี้ ได้กำชับโครงการชลประทาน โดยเฉพาะในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ควบคุมพื้นที่เพาะปลูกให้อยู่ในเกณฑ์ที่กำหนด ดำเนินการตามมาตรการรองรับสถานการณ์ขาดแคลนน้ำปี 2564/65 ตามมติที่คณะรัฐมนตรีกำหนดทั้ง 8 มาตรการอย่างเคร่งครัด นำข้อมูลจากหน่วยงานต่างๆ มาวิเคราะห์ในการบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์ ประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ถึงปริมาณน้ำและสถานการณ์น้ำ ให้เกษตรกรหันมาทำนาแบบเปียกสลับแห้ง เพื่อลดปริมาณการใช้น้ำและลดความเสี่ยงผลผลิตเสียหาย

สภาเกษตรฯปลื้มปลดล็อกกัญชา ขอเร่งออกระเบียบกำหนดการใช้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/636991

วันอังคาร ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีที่กระทรวงสาธารณสุขประกาศให้กัญชา ไม่ใช่ยาเสพติดให้โทษประเภท 5 ว่าคือหลักการและแนวคิดใหม่ที่จะใช้ประโยชน์จากกัญชา สามารถนำมาเพิ่มมูลค่าได้ โดยสิ่งที่ต้องเร่งให้เกิดขึ้นคือการออกระเบียบกำหนดวิธีการขออนุญาต ทั้งปลูก แปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่ม ทั้งอาหาร อาหารเสริม เวชสำอางและอื่นๆ ซึ่งจะช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานราก

นายประพัฒน์ กล่าวถึงข้อกังวลว่าเมื่อปลดล็อกกัญชาแล้ว จะมีคนติดยาเสพติดเพิ่มขึ้นเป็นปัญหาสังคมตามมา ว่าจากการศึกษาวิจัย การติดกัญชาเป็นไปได้ยากกว่าติดสุราและบุหรี่ด้วยซ้ำ จึงไม่อยากให้นำความเชื่อเดิมมาบดบังประโยชน์ที่จะได้จากกัญชา สิ่งที่ประชาชนต้องการหลังจากนี้ คือการขอจดแจ้ง การขอปลูก ต้องทำได้ง่าย ภายใต้เงื่อนไขที่เป็นไปได้ เพื่อให้ประชาชนได้ใช้ประโยชน์ตามวิถีชีวิตของท้องถิ่น และเปิดโอกาสให้ประชาชนได้ต่อยอดการใช้ เพื่อเป็นหนทางในด้านเศรษฐกิจในอนาคต เราอาจจะมองไปถึงการให้ไทยเป็นชาติส่งออกผลิตภัณฑ์กัญชา หารายได้เข้าประเทศ หน่วยงานรัฐต้องสนับสนุนตั้งแต่การปลูก การพัฒนาสายพันธุ์ การนำไปใช้ประโยชน์ กัญชาจะกลายเป็นแรงเสริมด้านการท่องเที่ยว อาจมีโซนนิ่ง ภายใต้การกำกับดูแลของรัฐ เป็นทัวร์เพื่อสุขภาพ สร้างเศรษฐกิจให้ยิ่งใหญ่

‘เฉลิมชัย’ถกสมาคมฯ จับมือหารือกรมประมง พัฒนาการเลี้ยงสัตว์น้ำ มุ่งอุตสาหกรรมต่อเนื่อง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/636992

วันอังคาร ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ หารือแนวทางการพัฒนาอุตสาหกรรมการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำไทยและอุตสาหกรรมต่อเนื่องของไทย โดยมี นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษา รมว.เกษตรฯ นายสมชวน รัตนมังคลานนท์ รักษาราชการอธิบดีกรมประมง นายเฉลิมชัย สุวรรณรักษ์ รองอธิบดีกรมประมง และผู้บริหารกระทรวงเกษตรฯ เข้าร่วม ที่ห้องประชุมกระทรวงเกษตรฯ

ทั้งนี้ ที่ประชุมได้มีการหารือถึงการพัฒนาอุตสาหกรรมการเพาะเลี้ยงกุ้งไทย โดย รมว.เกษตรฯ ได้รับฟังข้อเสนอและได้มอบนโยบายแก่กรมประมงในการฟื้นฟูอุตสาหกรรมกุ้งทั้งระบบ ทั้งในเรื่องของต้นทุน ราคา และโรคระบาด เป็นต้น โดยมอบหมายให้กรมประมง ดำเนินโครงการ Shrimp Sandbox เป็นโครงการนำร่องเพื่อฟื้นฟูระบบการเลี้ยงกุ้งทะเลให้มีความยั่งยืน เป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับผู้เลี้ยงกุ้งทะเล รวมทั้งพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม ระบบการตรวจสอบโรค สารตกค้าง และยกระดับมาตรฐานฟาร์ม เพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่วางไว้ อย่างไรก็ดี กระทรวงเกษตรฯ พร้อมรับข้อเสนอดังกล่าวไว้ เพื่อหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป

นอกจากนี้ รมว.เกษตรฯ ได้รับฟังแนวทางการพัฒนาอุตสาหกรรมการเพาะเลี้ยงปลา โดยยืนยันว่าไม่ได้นิ่งนอนใจ และพร้อมแก้ไขปัญหาให้กับทุกภาคส่วน ทั้งนี้ ได้มอบหมายกรมประมงติดตามอย่างใกล้ชิดและประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อหาแนวทางร่วมกันต่อไป

‘มนัญญา’ติวเข้มสหกรณ์ อบรมพัฒนาศักยภาพผู้บริหารฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/636994

วันอังคาร ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 06.00 น.

น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดโครงการฝึกอบรมหลักสูตร “การพัฒนาศักยภาพผู้บริหารเพื่อการบริหารงานสำนักงานสหกรณ์จังหวัด” และมอบนโยบายให้กับสหกรณ์จังหวัด โดยมีนายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ นายปรีชา พันธุ์วา รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ นายประกอบ เผ่าพงศ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เข้าร่วม ที่โรงแรมปรินซ์ พาเลซ กทม.

น.ส.มนัญญา กล่าวแสดงความยินดีกับสหกรณ์ทั้ง 33 จังหวัด ที่ได้รับตำแหน่งใหม่ ซึ่งเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการแนะนำ ส่งเสริม และพัฒนาสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรโดยตรง นำนโยบายจากกระทรวงเกษตรฯ ไปสู่การปฏิบัติ เพื่อให้เกิดความก้าวหน้าแก่สหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร ตลอดจนส่งผลให้สมาชิกมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น อีกทั้งสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร ถือเป็นองค์กรหลักของภาคการเกษตรในระดับพื้นที่ และเป็นฐานสำคัญของการพัฒนาระบบเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ รัฐบาลและกระทรวงเกษตรฯ ให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก

“สหกรณ์ทุกท่านต้องช่วยกันผลักดันและดำเนินโครงการสำคัญให้สำเร็จผล เพื่อให้สหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรสามารถมีส่วนช่วยให้สมาชิกมีความเป็นอยู่และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น อาทิ โครงการนำลูกหลานเกษตรกรกลับบ้าน สานต่ออาชีพการเกษตร โครงการซูเปอร์มาร์เก็ตสหกรณ์ การสร้างธรรมาภิบาลในสหกรณ์ การพัฒนาอาชีพภายใต้โครงการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาล และนโยบายการตลาดนำการผลิต เป็นต้น สหกรณ์จังหวัดต้องเป็นคนรุ่นใหม่ที่มีแนวคิดใหม่ๆ ศึกษากฎระเบียบอย่างเคร่งครัด อย่าเกรงใจในสิ่งที่ผิด ให้ดำเนินการอย่างถูกต้อง ดูแลสหกรณ์ไม่ให้มีโอกาสล้มเหลวในการดำเนินกิจการ ตนในฐานะ รมช.เกษตรฯ พร้อมที่จะเคียงข้างและให้ความช่วยเหลือ” น.ส.มนัญญา กล่าว

สำหรับโครงการฝึกอบรมหลักสูตร “การพัฒนาศักยภาพผู้บริหารเพื่อการบริหารงานสำนักงานสหกรณ์จังหวัด” วัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมได้พัฒนาองค์ความรู้ ทัศนคติ และเกิดความพร้อมสำหรับการบริหารงานส่งเสริมสหกรณ์ ให้ประสบผลสัมฤทธิ์ กลุ่มเป้าหมาย สหกรณ์จังหวัดจาก 33 จังหวัด ประกอบด้วย ลพบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร พัทลุง กระบี่ ตรัง จันทบุรี ยโสธร อำนาจเจริญ ลำปาง พิจิตร นครสวรรค์ สุพรรณบุรี นราธิวาส ระยอง กาฬสินธุ์ แพร่ พะเยา ตาก พิษณุโลก นครพนม สิงห์บุรี อ่างทอง สมุทรสงคราม ระนอง พังงา สตูล ภูเก็ต ยะลา ตราด บึงกาฬ มุกดาหาร และแม่ฮ่องสอน มีความคาดหวังว่าสหกรณ์จังหวัดที่เข้าอบรมในครั้งนี้จะกลับไปปฏิบัติงานด้วยความพร้อมในการบริหารงานส่งเสริมสหกรณ์ และผลักดันให้สหกรณ์ในความรับผิดชอบมีการดำเนินงานที่เข้มแข็ง และสามารถพึ่งพาตนเองได้

กรมข้าวติดตามแปลงต้นแบบ ใช้เทคโนโลยีเกษตรแม่นยำสูง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/636815

วันจันทร์ ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ รองอธิบดีกรมการข้าว ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานโครงการพัฒนาศูนย์บริการและการบริหารการปลูกข้าวความแม่นยำสูงของนาแปลงใหญ่ต้นแบบ กลุ่มวิสาหกิจเพาะรักกสิกรรม อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี โดยมีนายชาตรี ระดมเล็ก ประธานกลุ่มแปลงใหญ่ฯ ต้อนรับ โดยนายณัฏฐกิตติ์ กล่าวว่า ได้สนับสนุนให้เกษตรกรรวมตัวกันทำเกษตรแบบแปลงใหญ่ เพื่อสร้างประสิทธิภาพการผลิตด้วยระบบบริหารจัดการแบบครบห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมข้าว โดยใช้เทคโนโลยีด้านการเกษตรแม่นยำสูง (Precision Agriculture) เป็นการทำการเกษตรที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยเกษตรกรสามารถปรับใช้ทรัพยากรให้สอดคล้องกับสภาพของพื้นที่ย่อยๆ รวมไปถึงการดูแลให้มีประสิทธิภาพและแม่นยำ ไม่ว่าจะเป็นการไถพรวนดิน การหว่านเมล็ดพืช การให้ปุ๋ย การใช้ยาปราบศัตรูพืช การให้น้ำพืช การเก็บเกี่ยวผลผลิต การใช้อุปกรณ์เครื่องมือในการตรวจวัดค่าปุ๋ยในดิน การตรวจวัดสภาพอากาศและน้ำแบบ IOT ในการวิเคราะห์และให้ปุ๋ยได้อย่างแม่นยำ รวมไปถึงการใช้สารอินทรีย์หรือ การลดการใช้สารเคมี เพื่อให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่และเกิดประสิทธิภาพสูงสุด

นอกจากนี้ยังพร้อมใช้ระบบโปรแกรมในการบริหารจัดการงานและข้อมูลภาคการเกษตรขนาดใหญ่ โดยเตรียมประยุกต์ใช้ระบบปัญญาประดิษฐ์ในการดูแลอารักขาพืช วางแผนบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งระบบและนวัตกรรมเหล่านี้จะถูกใช้ในกลุ่มเกษตรกรซึ่งอยู่ในส่วนผู้ผลิต หรือต้นน้ำของห่วงโซ่อุปทาน และใช้ระบบโปรแกรมในการบริหารจัดการด้านการแปรรูป ในกลุ่มโรงสีข้าว หรือกลุ่มกลางน้ำ ตลอดจนเชื่อมโยงข้อมูลและบริการจัดการกับกลุ่มผู้รับซื้อผลผลิต หรือกลุ่มปลายน้ำ เพื่อให้การบริหารจัดการแบบองค์รวมในอุตสาหกรรมข้าวมีข้อมูลและบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด

สนง.ทรัพยากรน้ำฯตั้ง คณะกรรมการประจำ ทั้ง22ลุ่มน้ำเน้นบริหาร ทั่วประเทศมีส่วนร่วม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/636816

วันจันทร์ ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.สุรสีห์ กิตติมณฑล เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) กล่าวถึงความคืบหน้าการจดทะเบียนเพื่อจัดตั้งองค์กรผู้ใช้น้ำให้แก่ภาคประชาชนใน 3 ภาค ได้แก่ ภาคเกษตรกรรม ภาคอุตสาหกรรม และภาคพาณิชยกรรม ว่าปัจจุบันมีองค์กรผู้ใช้น้ำยื่นคำขอจดทะเบียนทั้งสิ้น 3,271 องค์กร พิจารณาอนุมัติแล้ว 3,238 องค์กร ส่วนใหญ่เป็นภาคเกษตรกรรม สำหรับกรรมการลุ่มน้ำทั้ง 22 ลุ่มน้ำ อยู่ระหว่างแต่งตั้ง ซึ่งคณะกรรมการฯ จะไปกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการจัดเก็บค่าน้ำ ซึ่งแตกต่างกันตามประเภทและพื้นที่ โดยความเป็นมาของกรรมการประจำลุ่มน้ำ เกิดขึ้นตามพ.ร.บ.ทรัพยากรน้ำ พ.ศ.2561 ให้ทั้งหมดได้มีส่วนร่วมและดำเนินการพร้อมกันทั้งประเทศ

ทั้งนี้ สำหรับ 22 ลุ่มน้ำภายใต้การบริหารจัดการต้องร่วมกำหนดทิศทางการขับเคลื่อนสร้างความเข้มแข็งให้องค์กรผู้ใช้น้ำของคณะกรรมการลุ่มน้ำที่จัดตั้งขึ้น ได้แก่ 1.ลุ่มน้ำสาละวิน 2.ลุ่มน้ำโขงเหนือ 3.ลุ่มน้ำโขงตะวันออกเฉียงเหนือ 4.ลุ่มน้ำชี 5.ลุ่มน้ำมูล 6.ลุ่มน้ำปิง 7.ลุ่มน้ำยม 8.ลุ่มน้ำวัง 9.ลุ่มน้ำน่าน 10.ลุ่มน้ำเจ้าพระยา 11.ลุ่มน้ำสะแกกรัง 12.ลุ่มน้ำป่าสัก 13.ลุ่มน้ำท่าจีน 14.ลุ่มน้ำแม่กลอง 15.ลุ่มน้ำบางปะกง 16.ลุ่มน้ำโตนเลสาบ 17.ลุ่มน้ำชายฝั่งทะเลตะวันออก 18.ลุ่มน้ำเพชรบุรี-ประจวบคีรีขันธ์ 19.ลุ่มน้ำภาคใต้ฝั่งตะวันออกตอนบน 20.ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา 21.ลุ่มน้ำภาคใต้ฝั่งตะวันออกตอนล่าง และ 22.ลุ่มน้ำภาคใต้ฝั่งตะวันตก

สภาเกษตรฯเชื่อมตลาดสินค้าไทย-จีน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/636814

วันจันทร์ ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ เป็นสักขีพยานในการบันทึกความร่วมมือ (MOU) ด้านการจัดการตลาดสินค้าเกษตร ไทย-จีน ระหว่างสำนักงานสภาเกษตรกรแห่งชาติ กับ บริษัท Xishuangbanna Yijiade Comercial Trading Co.,Ltd โดย Mr.Zhou Hong biang ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไอริช เนเจอร์ จำกัด และการลงนามการค้าขายผลผลิตและผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร ระหว่างบริษัท ประชารัฐรักสามัคคีตราด (วิสาหกิจเพื่อสังคม) จำกัด กับบริษัท Xishuangbanna Yijiade Comercial Trading Co.,Ltd โดย Mr.Zhou Hong biang ประธานกรรมการบริหาร ที่โรงเรียนภาษาจีนซิงหัว ต.แม่สลองนอก อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย

นายประพัฒน์กล่าวว่า การบันทึกความร่วมมือดังกล่าว เกษตรกรจะได้ใช้โอกาสนี้ในการพัฒนาคุณภาพสินค้า และยกระดับให้สูงขึ้น พร้อมทั้งช่องทางในการส่งออก ซึ่งระบบขนส่งทางราง จะช่วยประหยัดต้นทุน เกษตรกรทุกรายต้องได้ GAP โดยตรวจคุณภาพสินค้าให้ปราศจากสารปนเปื้อน ทั้งนี้ จะเริ่มจากเกษตรกรเครือข่ายที่มีความพร้อมก่อน เช่น มี GAP GMP ส่วนเกษตรกรที่ยังไม่พร้อม ทางสภาเกษตรกรฯ จะช่วยประสานส่วนราชการให้ช่วยอำนวยความสะดวกในการเข้าสู่กระบวนการเพื่อตรวจและให้ได้การรับรองให้เร็วที่สุด

ขณะที่นายสว่าง ชื่นอารมย์ ประธานสภาเกษตรกรจังหวัดตราด และประธานกรรมการ บริษัท ประชารัฐรักสามัคคีตราด (วิสาหกิจเพื่อสังคม) จำกัด เปิดเผยว่า ตามที่ทางบริษัทของประเทศจีนกล่าวถึงเรื่องของคุณภาพสินค้า แหล่งที่มา รวมทั้งการตรวจสอบการปนเปื้อนเชื้อไวรัสโควิด-19 จากนี้ไปจะหารือกับผู้ประกอบการเพื่อทำล้ง (โรงรับซื้อ) ระบบปิด ไม่ให้เกิดการเคลื่อนย้ายเป็นการป้องกันการปนเปื้อน ง่ายต่อการควบคุมสินค้าและรวบรวมสินค้าตามที่ประเทศจีนต้องการ รวมทั้งนำเสนอสินค้าอื่นๆ ด้วย

‘เกษตรกร’เช็คเลย!สมัครประกันสังคม‘ม.40’ รับสิทธิประโยชน์ 3 ทางเลือก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/636374

‘เกษตรกร’เช็คเลย!สมัครประกันสังคม‘ม.40’ รับสิทธิประโยชน์ 3 ทางเลือก

วันศุกร์ ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 13.32 น.

‘เกษตรกร’เช็คเลย!สมัครประกันสังคม‘ม.40’ รับสิทธิประโยชน์ 3 ทางเลือก

18 กุมภาพันธ์ 2565 นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า กรมส่งเสริมการเกษตรขอเชิญชวนพี่น้องเกษตรกรสมัครเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 40 เพื่อสร้างหลักประกันให้กับตนเองและครอบครัวในอนาคต โดยผู้สมัครและส่งเงินสมทบตามหลักเกณฑ์จะได้รับสิทธิประโยชน์จะแตกต่างกันไปตามจำนวนเงินที่สมัครใจจ่ายสมทบ ซึ่งมี 3 ทางเลือก ได้แก่

ทางเลือกที่ 1 จ่ายเงินสมทบ 70 บาทต่อเดือน จะได้รับสิทธิประโยชน์ 3 กรณี ได้แก่ กรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย รับเงินทดแทนการขาดรายได้สูงสุด 300 บาทต่อวัน (ไม่เกิน 30 วันต่อปี) กรณีทุพพลภาพรับเงินทดแทนการขาดรายได้ 500-1,000 บาทต่อเดือน (ไม่เกิน 15 ปี) และเสียชีวิตรับค่าทำศพ 25,000 บาท

ทางเลือกที่ 2 จ่ายเงินสมทบ 100 บาทต่อเดือน ได้รับสิทธิประโยชน์ 4 กรณี ได้แก่ กรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย รับเงินทดแทนการขาดรายได้สูงสุด 300 บาทต่อวัน (ไม่เกิน 30 วันต่อปี) กรณีทุพพลภาพรับเงินทดแทนการขาดรายได้ 500-1,000 บาทต่อเดือน (ไม่เกิน 15 ปี) เสียชีวิตรับค่าทำศพ 25,000 บาท และชราภาพรับบำเหน็จชราภาพ 50 บาทต่อเดือน

ทางเลือกที่ 3 จ่ายเงินสมทบ 300 บาทต่อเดือน ได้รับสิทธิประโยชน์ 5 กรณี ได้แก่ กรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย รับเงินทดแทนการขาดรายได้สูงสุด 300 บาทต่อวัน (ไม่เกิน 90 วันต่อปี) กรณีทุพพลภาพรับเงินทดแทนการขาดรายได้ 500-1,000 บาทต่อเดือน (ตลอดชีวิต) เสียชีวิตรับค่าทำศพ 50,000 บาท ชราภาพรับบำเหน็จชราภาพ 150 บาทต่อเดือน และรับเงินสงเคราะห์บุตร 200 บาทต่อเดือน (คราวละไม่เกิน 2 คน)

ผู้ประกันตนมาตรา 40 นี้ สามารถใช้สิทธิบัตรทองได้ตามปกติ เงินสมทบที่จ่ายสามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ รวมทั้งผู้สูงอายุที่มีสิทธิสมัครเป็นผู้ประกันตนมาตรา 40 นี้ จะไม่ถูกตัดสิทธิรับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ อีกด้วย

ทั้งนี้ สำนักงานประกันสังคมเปิดให้ผู้สนใจสามารถสมัครเป็นผู้ประกันตนมาตรา 40 ได้ โดยต้องมีคุณสมบัติ คือ 1) มีสัญชาติไทย 2) อายุ 15-65 ปี 3) ประกอบอาชีพอิสระ เช่น ฟรีแลนซ์ ค้าขาย หรือเกษตรกร เป็นต้น 4) ไม่เป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33 และ มาตรา 39  5) ไม่เป็นข้าราชการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ และ 6) กรณีเป็นผู้พิการต้องสามารถรับรู้สิทธิได้ นอกจากนี้ ผู้ถือบัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทยขึ้นต้นด้วยเลข 0 , 6 , 7 สามารถสมัครได้ ยกเว้นขึ้นต้นด้วยเลข 00

สำหรับการสมัครสามารถทำได้หลากหลายช่องทาง ได้แก่ สมัครด้วยตนเองที่สำนักงานประกันสังคมในพื้นที่ทั่วประเทศ ผ่านเว็บไซต์ประกันสังคม http://www.sso.go.th โทรสายด่วนประกันสังคม 1506 หรือเซเว่น-อีเลฟเว่น ทุกสาขา หรือ ธนาคาร ธกส. ทุกสาขา หรือ Big C ซุปเปอร์เซ็นเตอร์ และที่เครือข่ายประกันสังคมทั่วประเทศ โดยมีช่องทางการชำระเงินสมทบที่สะดวกสบาย โดยสามารถหักจากบัญชีเงินฝากธนาคารหรือชำระที่เคาน์เตอร์ธนาคารต่างๆ  หรือผ่านช่องทางอื่น เช่น เคาน์เตอร์เซอร์วิส CenPay ห้างเทสโก้โลตัส ตู้บุญเติม ShopeePay และเคาน์เตอร์บิ๊กซีซุปเปอร์เซ็นเตอร์ ทั้งนี้ เกษตรกรผู้สนใจสามารถสอบถามและศึกษารายละเอียดเงื่อนไขการรับสิทธิเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนประกันสังคม 1506 และ เว็บไซต์ประกันสังคม http://www.sso.go.th

สำนักมาตรฐานฯดันแมลงสู่โต๊ะอาหาร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/636242

วันศุกร์ ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายพิศาล พงศาพิชณ์ เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) เป็นประธานเปิดงานสัมมนาเชิงปฏิบัติการ “Future Food Ideation Workshop เรื่อง การระดมความเห็นเพื่อพัฒนาแนวทางดำเนินงานหรือแก้ไขปัญหา (Solutions) ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมแมลงของไทยสู่การเติบโตที่ยั่งยืน” กล่าววิสัยทัศน์และร่วมระดมความเห็น เพื่อผลักดันการพัฒนาแมลงเป็นอาหารมนุษย์และการพัฒนา Black Soldier Fly (BSF) เพื่อใช้ทดแทนวัตถุดิบอาหารสัตว์ ภายใต้งาน FUTURE FOOD FORUM 2022 ที่ไปรษณีย์กลาง กทม. โดยมีหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม

นายพิศาลกล่าวว่า มีนโยบายขับเคลื่อนการเกษตรและอาหาร “3S” (Safety Security & Sustainability)และโมเดลเศรษฐกิจหมุนเวียน BCG เพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน ซึ่งแมลงถือเป็นกลุ่มสินค้าศักยภาพที่สอดคล้องและตอบโจทย์นโยบายดังกล่าว จึงมีความมุ่งมั่นให้ผู้มีส่วนได้เสียในห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรม และผู้เกี่ยวข้องในภาคส่วนต่างๆ ร่วมแสวงหาแนวทางก้าวข้ามปัญหาอุปสรรค กำหนดทิศทางการดำเนินการให้บรรลุเป้าหมายเป็นศูนย์กลางการผลิตของโลก โดยมุ่งเน้นอุตสาหกรรมแมลงที่มีศักยภาพและโอกาสในการพัฒนาสูง คือ 1.การพัฒนาแมลงกินได้ เพื่อเป็นอาหารมนุษย์ เช่น จิ้งหรีด หนอนไหม ผึ้ง หนอนด้วงสาคู และ 2.การพัฒนาวัตถุดิบทดแทนอาหารสัตว์

ทั้งนี้ ได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ และผู้เชี่ยวชาญจากหลายด้าน เข้าร่วมเสวนาและแบ่งกลุ่มระดมความเห็น โดย มกอช.มีเป้าหมายที่จะนำผลการระดมความคิดเห็นนี้มาประมวลและจัดทำเป็นข้อเสนอเชิงนโยบาย กิจกรรม โครงการ หรือแผนการปฏิบัติงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป