ส่งใจจากยะลา!! บุคลากร-นศ.กว่า3,500คน ร่วม’ร้องเพลงชาติ’ส่งกำลังใจทหารไทย

ส่งใจจากยะลา!! บุคลากร-นศ.กว่า3,500คน ร่วม'ร้องเพลงชาติ'ส่งกำลังใจทหารไทย

ส่งใจจากยะลา!! บุคลากร-นศ.กว่า3,500คน ร่วม’ร้องเพลงชาติ’ส่งกำลังใจทหารไทย

วันพุธ ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 11.52 น.

ส่งใจจากแดนไกล!! อธิการบดี มรภ.ยะลา นำคณะผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากร และนักศึกษากว่า 3,500 คน สวมเสื้อเหลือง ร่วม’เคารพธงชาติและร้องเพลงชาติไทย’ พร้อมส่งกำลังใจถึงผู้ปฏิบัติงานชายแดนไทย กัมพูชา 

เมื่อวันที่ 6 ส.ค.2568 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ศิริชัย นามบุรี อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา ได้นำคณะผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากร และนักศึกษากว่า 3,500 คน ร่วมกิจกรรม “เคารพธงชาติและร้องเพลงชาติไทย” เพื่อแสดงพลังแห่งความรักชาติ ความสามัคคี และความจงรักภักดีต่อสถาบันหลักของชาติ

โดยภายในงานเต็มไปด้วยความพร้อมเพรียง ผู้เข้าร่วมกิจกรรมพร้อมใจกันสวมเสื้อสีเหลือง แสดงถึงความจงรักภักดีและพลังแห่งความสามัคคี ยังมีการถือป้าย แสดงความรักชาติ ปกป้องอธิปไตย พร้อมโบกธงชาติไทย เพื่อแสดงความหวงแหนในอธิปไตยของชาติไทย และร่วมส่งแรงใจไปยังเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานตามแนวชายแดน ไทย – กัมพูชา ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความสำคัญด้านความมั่นคง โดยเน้นย้ำถึงบทบาทของเยาวชนและประชาชนในการร่วมกันปกป้องและธำรงไว้ซึ่งชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และผืนแผ่นดินไทย

เชิญชวนร่วมลงนามถวายพระพรชัยมงคล ‘สมเด็จพระพันปีหลวง’ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา

เชิญชวนร่วมลงนามถวายพระพรชัยมงคล 'สมเด็จพระพันปีหลวง' เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา

เชิญชวนร่วมลงนามถวายพระพรชัยมงคล ‘สมเด็จพระพันปีหลวง’ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา

วันพุธ ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 10.50 น.

เชิญชวนประชาชนร่วมลงนามถวายพระพรชัยมงคล “สมเด็จพระพันปีหลวง” เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2568 

6 สิงหาคม 2568 สำนักพระราชวัง ขอเชิญชวนประชาชนร่วมลงนามถวายพระพรชัยมงคล สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ 12 สิงหาคม 2568 ผ่านระบบออนไลน์ ที่เว็บไซต์หน่วยราชการในพระองค์ http://www.royaloffice.th ระหว่างวันที่ 9 – 15 สิงหาคม 2568 

สำนักพระราชวัง ขอเชิญชวนประชาชนร่วมเจริญอริยมรรค “สัมมาทิฏฐิ” ระลึกถึงพระรัตนตรัย ว่าเป็นสรณะที่พึ่งที่ยึดถือ อันเป็นทางเป็นธรรมที่พระพุทธองค์ได้ตรัสไว้โดยชอบ ถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ 12 สิงหาคม 2568 ผ่านแอปพลิเคชัน “สมาธิเสบียงบุญ” ระหว่างวันที่ 9 – 15 สิงหาคม 2568 ทั้งนี้สามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชันได้ทั้ง PLAY STORE และ APP STORE

.012

​ม.นครพนม สืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่น ‘ลงแขกดำนา’ ส่งเสริมการเรียนรู้ของนักศึกษาผู้ต้องขัง

​ม.นครพนม สืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่น ‘ลงแขกดำนา’ ส่งเสริมการเรียนรู้ของนักศึกษาผู้ต้องขัง

​ม.นครพนม สืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่น ‘ลงแขกดำนา’ ส่งเสริมการเรียนรู้ของนักศึกษาผู้ต้องขัง

วันพุธ ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

คณะเกษตรและเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยนครพนม ร่วมกับ เรือนจำกลางนครพนม จัดกิจกรรมสืบสานประเพณี “ลงแขกดำนา” ประจำปีการศึกษา 2568 ณ แปลงนาใหญ่ ภายในเรือนจำกลางนครพนม โดยมี  ผศ.ดร.เสาวคนธ์ เหมวงษ์ คณบดีคณะเกษตรและเทคโนโลยี และ นายฉลาด อ่อนหัวโทน ผู้บัญชาการเรือนจำกลางนครพนม ร่วมเป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยบุคลากรทางการศึกษา เจ้าหน้าที่เรือนจำ และนักศึกษาผู้ต้องขังทั้งชายและหญิง เข้าร่วมกิจกรรมรวม 161 คน

กิจกรรมดังกล่าว จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมให้นักศึกษาซึ่งอยู่ในสถานะผู้ต้องขัง ได้เรียนรู้และตระหนักถึงคุณค่าของวิถีชีวิตและภูมิปัญญาท้องถิ่น ผ่านการลงมือปฏิบัติจริงในพื้นที่นา ทั้งยังเป็นการอนุรักษ์และสืบสานวัฒนธรรมด้านการเกษตรของไทย และสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างมหาวิทยาลัยกับหน่วยงานท้องถิ่น

อาจารย์สรินทรเทพ สายเนตร ภูกฤตธาดา อาจารย์ประจำสาขาวิชาสหวิทยาการศึกษา คณะเกษตรและเทคโนโลยี เปิดเผยว่า กิจกรรมลงแขกดำนา ถือเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้ในรายวิชาภาคปฏิบัติ ภายใต้โครงการความร่วมมือทางการศึกษาระหว่างมหาวิทยาลัยนครพนมกับเรือนจำกลาง ซึ่งจัดการเรียนการสอนในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) หลักสูตร “เกษตรศาสตร์” โดยมีนักศึกษาในระบบจากเรือนจำ ทั้ง 3 แห่ง ได้แก่ เรือนจำกลางนครพนม เรือนจำจังหวัดสกลนคร และเรือนจำจังหวัดมุกดาหาร รวมประมาณ 350 คน ซึ่งเริ่มดำเนินโครงการมาตั้งแต่ปี 2565 เป็นต้นมา

หลักสูตรดังกล่าวเปิดรับผู้เรียนที่มีวุฒิการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนต้น (ม.3) และมีโทษไม่ต่ำกว่าระยะเวลาการศึกษา (3 ปี) โดยเน้นการเรียนรู้ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ ครอบคลุม 6 ด้าน ได้แก่ คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์พื้นฐาน ด้านอาหาร สัตวศาสตร์ พืชศาสตร์ ประมง และด้านช่าง ซึ่งผู้ที่สำเร็จการศึกษาจะได้รับวุฒิการศึกษาที่สามารถนำไปใช้สมัครงาน หรือแม้กระทั่งสอบเข้ารับราชการได้

สำหรับผู้ต้องขังที่ได้รับพระราชทานอภัยโทษในระหว่างศึกษา หากมีความประสงค์สามารถโอนย้ายเข้าสู่ระบบการเรียนปกติที่คณะเกษตรและเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยนครพนม ได้ทันที โดยไม่เสียสิทธิ์ทางการศึกษา ซึ่งขณะนี้มีนักศึกษาในรุ่นแรกของโครงการกำลังศึกษาชั้นปีที่ 3 ของภาคเรียนที่ 2

กิจกรรม “ลงแขกดำนา” ครั้งนี้ นับเป็นความสำเร็จของการบูรณาการการเรียนรู้ควบคู่กับการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่น พร้อมทั้งเป็นตัวอย่างของการใช้การศึกษาเป็นเครื่องมือในการพัฒนาและคืนคนดีสู่สังคม

ศนอ.โชว์ศักยภาพ พัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารแห่งอนาคตฯ ผ่านงาน ‘Future Food Future Opportunity’

ศนอ.โชว์ศักยภาพ พัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารแห่งอนาคตฯ ผ่านงาน 'Future Food  Future Opportunity'

ศนอ.โชว์ศักยภาพ พัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารแห่งอนาคตฯ ผ่านงาน ‘Future Food Future Opportunity’

วันพุธ ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

โชว์ศักยภาพ – นางศิรินันท์  ทับทิมเทศ  นักบริหารพิเศษและรักษาการผู้อำนวยการศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมอาหารสุขภาพ (ศนอ.) วว. พร้อมคณะนักวิจัย โชว์ศักยภาพของ ศนอ. เนื่องในการจัดกิจกรรมเผยแพร่ความสำเร็จการดำเนินกิจกรรมพัฒนาผลิตภัณฑ์แห่งอาหารอนาคต ประจำปี 2568 ผ่านการประชุมเชิงปฏิบัติการ “Future Food  Future Opportunity โอกาสใหม่อาหารไทยด้วยพลังพันธมิตร” เพื่อเสริมแกร่ง SMEs ณ โรงแรมทีเค. พาเลซ  แอนด์ คอนเวนชั่น ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงทพฯ

มทร.กรุงเทพเติมเต็มความรู้วินัยทางการเงินให้นักศึกษา

มทร.กรุงเทพเติมเต็มความรู้วินัยทางการเงินให้นักศึกษา

มทร.กรุงเทพเติมเต็มความรู้วินัยทางการเงินให้นักศึกษา

วันพุธ ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

คณะบริหารธุรกิจ มทร.กรุงเทพ จับมือธนาคาร LH Bank และNIDA จัดโครงการส่งเสริมวินัยทางการเงินส่วนบุคคล เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้และประสบการณ์ให้แก่นักศึกษา

รศ.ดร.พิชัย จันทร์มณี อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ กล่าวว่า ในยุคที่เศรษฐกิจมีความผันผวนและระบบการเงินมีความซับซ้อนเพิ่มมากขึ้น การมีความรู้ทางการเงิน และการมีวินัยทางการเงินถือเป็นทักษะสำคัญที่ประชาชนทุกช่วงวัยควรมี โดยเฉพาะนักศึกษาและเยาวชน ซึ่งกำลังเข้าสู่ช่วงวัยทำงานจึงจำเป็นต้องมีความสามารถในการบริหารจัดการรายได้ ค่าใช้จ่าย การออม และการวางแผนการเงินในระยะสั้นและระยะยาวอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อป้องกันปัญหาหนี้สินเกินตัวและที่สำคัญเป็นการสร้างความมั่นคงทางการเงินในอนาคตให้แก่ตนเองด้วย

ดังนั้นทางสาขาวิชาการเงินและนวัตกรรมทางการเงิน คณะบริหารธุรกิจ มทร.กรุงเทพ จึงได้ร่วมกับ ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮาส์ จำกัด (มหาชน) หรือ LH Bank และสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ หรือ NIDA จัดโครงการส่งเสริมวินัยทางการเงินส่วนบุคคล สำหรับนักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ เมื่อวันที่ 31 ก.ค.ที่ผ่านมา ณ ห้องประชุม Auditorium อาคารปฏิบัติการเทคโนโลยีเชิงสร้างสรรค์ มทร.กรุงเทพ ซึ่งได้รับเกียรติจาก รศ.ดร.ปริยดา สุขเจริญสิน คณบดีคณะพัฒนาการเศรษฐกิจ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ อาจารย์ณัฐพงษ์ อภินันท์กูล  CFP กรรมการและเลขาธิการสมาคมนักวางแผนการเงินไทย ศ.ดร.สรศาสตร์ สุขเจริญสิน อาจารย์จากสาขาบริหารธุรกิจ คณะพัฒนาการเศรษฐกิจ  NIDA และตัวแทนจากธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) (LH Bank) มาร่วมเป็นวิทยากรให้ความรู้

“การดำเนินความร่วมมือดังกล่าว เพื่อเป็นการส่งเสริมวินัยทางการเงินส่วนบุคคล โดยมีเป้าหมายในการส่งเสริมให้ผู้เข้าร่วมมีความเข้าใจและสามารถนำความรู้ที่ได้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง อันจะเป็นรากฐานที่ดีในการดำรงชีวิตอย่างยั่งยืน ขณะเดียวกันสนับสนุนการพัฒนาสังคมไทยให้มีความมั่นคงทางเศรษฐกิจในระดับบุคคลและระดับประเทศ รวมทั้งยังเสริมสร้างความรู้และทักษะด้านการเงินส่วนบุคคลแก่ผู้เข้าร่วมอบรม  พร้อมทั้งส่งเสริมวินัยทางการเงิน และการวางแผนทางการเงินที่เหมาะสมในชีวิตประจำวัน  สร้างความตระหนักเกี่ยวกับการใช้จ่าย การออมเงิน และการลงทุนอย่างมีประสิทธิภาพ และส่งเสริมวินัยทางการเงินที่ดีในระยะยาว อันจะนำไปสู่ความมั่นคงทางเศรษฐกิจทั้งในระดับบุคคลและสังคมโดยรวมด้วย” อธิการบดี มทร.กรุงเทพ กล่าวทิ้งท้าย

‘ในหลวง-พระราชินี’ มอบผู้ว่าฯบุรีรัมย์ เชิญดอกไม้ ตะกร้าสิ่งของพระราชทาน ให้กำลังพล-ราษฎรที่บาดเจ็บ ชายแดนไทย – กัมพูชา

'ในหลวง-พระราชินี' มอบผู้ว่าฯบุรีรัมย์ เชิญดอกไม้ ตะกร้าสิ่งของพระราชทาน ให้กำลังพล-ราษฎรที่บาดเจ็บ ชายแดนไทย – กัมพูชา

‘ในหลวง-พระราชินี’ มอบผู้ว่าฯบุรีรัมย์ เชิญดอกไม้ ตะกร้าสิ่งของพระราชทาน ให้กำลังพล-ราษฎรที่บาดเจ็บ ชายแดนไทย – กัมพูชา

วันอังคาร ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 18.41 น.

‘ในหลวง-พระราชินี‘ ทรงห่วงใยกำลังพลและราษฎรที่บาดเจ็บจากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนไทย – กัมพูชา มอบผู้ว่าฯบุรีรัมย์ เชิญดอกไม้ ตะกร้าสิ่งของพระราชทานไปมอบ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงห่วงใยกำลังพลและราษฎรที่ได้รับบาดเจ็บจากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนไทย – กัมพูชา จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ เชิญดอกไม้และตะกร้าสิ่งของพระราชทาน ไปมอบแก่กำลังพลที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว  พร้อมกับทรงรับผู้บาดเจ็บทุกคนไว้เป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์ด้วย

วันที่ 5 สิงหาคม 2568  เวลา  11.00  น.  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ นายปิยะ ปิจนำ ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ เชิญดอกไม้และตะกร้าสิ่งของพระราชทาน ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ไปมอบแก่   จ่าสิบโท นฤชา  ศรีเมืองบุญ  และพลทหาร พงษ์เพชร  หมั่นหินราช    กำลังพลที่ได้รับบาดเจ็บจากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนไทย – กัมพูชา และเข้ารับการรักษาพยาบาล ณ  โรงพยาบาลบุรีรัมย์ อำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์

ในการนี้   พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมทรงรับผู้บาดเจ็บทั้งหมด ไว้เป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์   การได้รับพระราชทานพระมหากรุณาในครั้งนี้  ยังความปลื้มปีติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณแก่กำลังพลและครอบครัวอย่างหาที่สุดมิได้
 

‘มหานิยม เวชกามา’ ปลื้ม! หลังครม.ไฟเขียว ‘การพิสูจน์สิทธิที่ดินของวัดในเขตที่ดินของรัฐ’

‘มหานิยม เวชกามา’ ปลื้ม! หลังครม.ไฟเขียว ‘การพิสูจน์สิทธิที่ดินของวัดในเขตที่ดินของรัฐ’

‘มหานิยม เวชกามา’ ปลื้ม! หลังครม.ไฟเขียว ‘การพิสูจน์สิทธิที่ดินของวัดในเขตที่ดินของรัฐ’

วันอังคาร ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 17.21 น.

5 สิงหาคม 2568 ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (ผอ.สคทช.) มอบหมายให้ นายสุริยน พัชรครุกานนท์ รอง ผอ.สคทช. เข้าร่วมชี้แจง “(ร่าง) มาตรการการพิสูจน์สิทธิการครอบครองที่ดินของวัดในเขตที่ดินของรัฐ” ในการประชุมคณะรัฐมนตรี โดยมีนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ณ ห้องประชุม 501 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล

นายสุริยนฯ รอง ผอ.สคทช. กล่าวว่าสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (สคทช.) ในฐานะหน่วยงานฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ทำหน้าที่กำหนดนโยบายและแผนการบริหารจัดการที่ดินและทรัพยากรดินของประเทศ เร่งขับเคลื่อนการดำเนินการในพื้นที่ทั่วประเทศ โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาแนวเขตที่ดินของรัฐที่ทับซ้อนกัน และการพิสูจน์สิทธิในการครอบครองที่ดินจนเป็นข้อพิพาทระหว่างที่ดินของรัฐกับรัฐ หรือที่ดินของรัฐกับประชาชน สำหรับการพิสูจน์สิทธิการครอบครองที่ดินของวัดในเขตที่ดินของรัฐนั้น สืบเนื่องจาก สคทช. ได้รับเรื่องร้องเรียนจาก คณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร เกี่ยวกับวัดหลายแห่งทั่วประเทศที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ซึ่งต่อมาได้ถูกประกาศให้เป็นเขตที่ดินของรัฐ เช่น ป่าสงวนแห่งชาติ อุทยานแห่งชาติ หรือเขตป่าอนุรักษ์ โดยวัดเหล่านี้มักไม่มีเอกสารสิทธิในที่ดิน เนื่องจากอยู่ก่อนการประกาศเขตที่ดินของรัฐ

วัดส่วนใหญ่จึงไม่สามารถดำเนินการออกเอกสารสิทธิได้ตามขั้นตอนปกติ ทำให้เกิดข้อจำกัดทั้งด้านการใช้ประโยชน์ การพัฒนา การปกป้องสิทธิของวัด และเกิดข้อพิพาทกับหน่วยงานของรัฐที่ดูแลรักษาพื้นที่  การแก้ไขปัญหาโดยใช้มาตรการการพิสูจน์สิทธิการครอบครองที่ดินของบุคคลในเขตที่ดินของรัฐ โดยใช้วิธีการตรวจสอบร่องรอยการทำประโยชน์ในภาพถ่ายทางอากาศออร์โธสี มาตราส่วน 1:4000 ปี พ.ศ.2545 หรือ พ.ศ.2546 หรือพยานหลักฐานอื่นที่ใช้ประกอบ แต่เนื่องจากพระสงฆ์ธรรมยุตินิกายเป็นพระสงฆ์ที่จาริกปฏิบัติธรรมตามป่าเขา ถ้ำ หรือเพิงหิน จึงไม่ปรากฏร่องรอยการทำประโยชน์หรือสิ่งก่อสร้างในแผนที่ภาพถ่ายทางอากาศของกรมแผนที่ทหาร  สคทช. จึงได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยจัดตั้งคณะทำงานศึกษาหลักการ วิธีการและเงื่อนไขการพิสูจน์สิทธิในที่ดินวัด รวมทั้งลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อกำหนดแนวทางและวิธีการแก้ไขปัญหา และจัดทำมาตรการการพิสูจน์สิทธิการครอบครองที่ดินของวัดในเขตที่ดินของรัฐอย่างเป็นระบบ มีขั้นตอนที่ชัดเจน และสามารถนำไปสู่การออกเอกสารประเภทโฉนดที่ดินเพื่อธรณีสงฆ์ได้ซซึ่งเรื่องนี้ เลขาธิการมหาเถรสมาคม สำนักงานพระพุทธศาสนา ได้นำเสนอ  แนวทางแก้ไข ต่อมหาเถรสมาคมและในที่ประชุมรับทราบ ตามมติมหาเถรสมาคม ครั้งที่ 5/2567 มติที่ 146/2567 เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2567 และผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ ในคราวประชุมครั้งที่ 3/2567 เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2567 ณะรัฐมนตรีเห็นชอบ (ร่าง) มาตรการฯ ตามที่ สคทช. เสนอ โดยมอบหมายให้ สคทช. ร่วมกับสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ กรมที่ดิน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำคู่มือสำหรับปฏิบัติงานและแบบฟอร์มที่เกี่ยวข้องให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน และให้ผู้ว่าราชการจังหวัดในฐานะประธานคณะอนุกรรมการพิสูจน์สิทธิในที่ดินของรัฐจังหวัด (คพร.จังหวัด) ใช้มาตรการนี้เป็นแนวทางในการพิจารณาพิสูจน์สิทธิให้กับวัดในพื้นที่ทันที..”

นายสุริยน พัชรครุกานนท์  กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า  “ร่างมาตรการดังกล่าวจะช่วยแก้ไขปัญหาวัดที่ครอบครองและทำประโยชน์มาก่อนการประกาศให้พื้นที่นั้นเป็นที่ดินของรัฐ ทำให้สามารถพิสูจน์สิทธิได้อย่างเป็นธรรม จัดระเบียบการใช้ประโยชน์ที่ดินของวัดให้ถูกต้องตามกฎหมาย ลดข้อขัดแย้งกับหน่วยงานของรัฐ เกิดประโยชน์สูงสุดแก่พระพุทธศาสนา ไม่เป็นการสร้างภาระเกินสมควรแก่วัด และสามารถออกเอกสารสิทธิในที่ดินได้โดยชอบด้วยกฎหมาย รวมทั้งคุ้มครองและสนับสนุนบทบาทของวัดในฐานะศูนย์กลางศาสนาและจิตใจของประชาชน ซึ่งมติคณะรัฐมนตรีวันนี้ มีผลทำให้ทุกหน่วยงานของรัฐที่ดูแลรักษาที่ดินของรัฐ จะต้องอำนวยความสะดวกในการตรวจสอบและรับรองข้อมูลตามอำนาจหน้าที่ เพื่อสนับสนุนการออกเอกสารสิทธิ์ให้วัดที่เข้าหลักเกณฑ์ตามมาตรการนี้ต่อไป..”

ขณะที่ ดร.นิยม เวชกามา ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นผู้หนึ่งที่ร่วมผลักดันเรื่องปัญหาที่ดินวัด และที่พักสงฆ์ที่ตั้งอยู่ในเขตที่ดินของรัฐประมาณ 10,000 กว่าแห่งมาตั้งแต่ต้น กล่าวด้วยความดีใจว่า โดยก่อนหน้านี้สำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (สคทช.) ได้ทำหนังสือเรียนไปยัง “นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช” เลขาธิการนายกรัฐมนตรี มีใจความว่า สคทช.ได้ดำเนินการศึกษาและจัดทำร่างมาตรการการพิสูจน์สิทธิ์การครอบครองที่ดินของวัดในพื้นที่ของรัฐเพื่อออกโฉนดเป็นที่ธรณีสงฆ์สำหรับวัด(ที่ดินวัด)ในพระพุทธศาสนา โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อให้วัดที่มีการตั้งอยู่จริง และมีการใช้ประโยชน์ในลักษณะศาสนกิจมาเป็นเวลานาน โดยเฉพาะในกรณีที่วัดตั้งอยู่ก่อนที่ที่ดินดังกล่าวจะตกเป็นที่ดินของรัฐ และมีหลักฐานทางราชการหรือหลักฐานอื่นที่สามารถตรวจสอบและพิสูจน์สิทธิ์ได้ เช่น แผนที่ ภาพถ่ายทางอากาศ ภาพถ่ายเก่า เอกสารทางวัด หนังสือราชการของหน่วยงานรัฐ หรือคำรับรองจากประชาชนในท้องถิ่น ได้รับการพิจารณาออกโฉนดเป็นที่ธรณีสงฆ์อย่างถูกต้องตามกฎหมาย

ทั้งนี้ ปัจจุบันหลักเกณฑ์ในการพิสูจน์สิทธิ์เพื่อออกโฉนดที่ดินยังคงอิงกับร่องรอยการใช้ประโยชน์ในลักษณะเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัย ซึ่งไม่สอดคล้องกับลักษณะการใช้ประโยชน์ของวัดที่มักเป็นพื้นที่ลานหิน ต้นไม้ ทางเดิน หรือศาสนสถานถาวร จึงจำเป็นต้องมีมาตรการเฉพาะในการรับรองสิทธิ์ของวัดในลักษณะดังกล่าว  การดำเนินการมีรายละเอียดสำคัญ ดังนี้

1. สำนักงาน ได้จัดประชุมหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และจัดทำร่างมาตรการดังกล่าวแล้วเสร็จ

2. คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติได้มีมติเห็นชอบในหลักการของร่างมาตรการ

3. ขณะนี้อยู่ระหว่างการนำเสนอเรื่องต่อคณะรัฐมนตรี ผ่านสำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี

4. เดิมกำหนดเสนอคณะรัฐมนตรีในการประชุมวันที่ 1 กรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมา แต่เนื่องจากมีการปรับคณะรัฐมนตรีใหม่ จึงต้องแจ้งเวียนรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องเพื่อยืนยันความเห็นอีกครั้ง

5. ปัจจุบันอยู่ระหว่างการรวบรวมความเห็นยืนยันจากรัฐมนตรีใหม่ หากได้รับครบถ้วนแล้วจะสามารถเสนอเรื่องต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีได้ทันที

เพื่อให้การดำเนินการออกโฉนดเป็นที่ธรณีสงฆ์สำหรับวัดในพระพุทธศาสนาเป็นไปอย่างถูกต้อง ชอบธรรม และสอดคล้องกับข้อเท็จจริงของการใช้พื้นที่ รวมถึงกรณีของวัดดอยธรรมเจดีย์ จังหวัดสกลนคร ที่ได้ยื่นคำร้องพิสูจน์สิทธิ์ไว้แล้ว

ดร.มหานิยม กล่าวต่ออีก ว่า ล่าสุดจากการดำเนินการเร่งรัดโดยหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องและรัฐบาล “นางสาวแพทองธาร ชินวัตร” และ “นายภูมิธรรม เวชยชัย” รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รักษาการนายกรัฐมนตรี ครม.ได้อนุมัติแล้ววันนี้ ตามที่ สคทช.เสนอ โดยเฉพาะ วัดดอยธรรมเจดีย์ อำเภอโคกศรีสุพรรณ จังหวัดสกลนคร ก็ได้รับอนุมัติตามที่ดินที่วัดครอบครองอยู่แล้วด้วย

-(016)

‘สภาวัฒนธรรมกาฬสินธุ์’ เปิดเส้นทางบุญสู่เส้นทางธรรม-ถวายเทียนพรรษาไหว้พระ10วัด

‘สภาวัฒนธรรมกาฬสินธุ์’ เปิดเส้นทางบุญสู่เส้นทางธรรม-ถวายเทียนพรรษาไหว้พระ10วัด

‘สภาวัฒนธรรมกาฬสินธุ์’ เปิดเส้นทางบุญสู่เส้นทางธรรม-ถวายเทียนพรรษาไหว้พระ10วัด

วันอังคาร ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 17.00 น.

สภาวัฒนธรรมจังหวัดกาฬสินธุ์ ร่วมกับสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดกาฬสินธุ์ และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง จัดโครงการเส้นทางบุญสู่เส้นทางธรรม ถวายเทียนพรรษาไหว้พระ 10 วัด ภายใต้กิจกรรมส่งเสริมพระพุทธศาสนา เพื่อเสริมสิริมงคล และจรรโลงพระพุทธศาสนา เนื่องในเทศกาลวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา ประจำปี 2568

วันที่ 5 สิงหาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่วัดกลางโคกค้อ อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ พระอธิการเด่นพยัคฆ์ ปริปุญฺโน เจ้าอาวาสวัดกลางโคกค้อ เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ นางนภสร พระยาลอ วัฒนธรรม จ.กาฬสินธุ์ เป็นประธานฝ่ายฆราวาส โครงการเส้นทางบุญสู่เส้นทางธรรม ถวายเทียนพรรษาไหว้พระ 10 วัด ครั้งที่ 5 ภายใต้กิจกรรมส่งเสริมพระพุทธศาสนา เนื่องในเทศกาลวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา

โดยมี นายสยามพัสธ์ ทิพสอน ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนา จ.กาฬสินธุ์ ดร.อุมารินทร์  เลิศสหพันธ์ สภาวัฒนธรรม จ.กาฬสินธุ์ ดร.เกษร แสนศักดิ์ ประธานสภาวัฒนธรรมอำเภอกมลาไสย นายนิมิต รอดภัย ที่ปรึกษาสภาวัฒนธรรม จ.กาฬสินธุ์ พร้อมด้วยคณะกรรมการและสมาชิกสภาวัฒนธรรม จ.กาฬสินธุ์ และอุปนายกฯ คณะกรรมการสมาคมสตรีอาเซียนกาฬสินธุ์ คณะกรรมการสภาวัฒนธรรมอำเภอยางตลาด คณะกรรมการสภาวัฒนธรรมอำเภอสมเด็จ คณะกรรมการสภาวัฒนธรรม จ.กาฬสินธุ์ คณะกรรมการสภาวัฒนธรรมอำเภอยางตลาด สมาชิกสมาคมสตรีอาเซียนกาฬสินธุ์ ร่วมโครงการอย่างพร้อมเพรียง

โครงการดังกล่าว จัดขึ้นโดยสภาวัฒนธรรม จ.กาฬสินธุ์ ร่วมกับสำนักงานวัฒนธรรม จ.กาฬสินธุ์ และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง  กำหนดการถวายเทียนพรรษาไหว้พระ 10 วัด พร้อมเครื่องไทยธรรม ในครั้งนี้ประกอบไปด้วย วัดกลาง (พระอารามหลวง) วัดใต้โพธิ์ค้ำ วัดดอนปู่ตาบูรพาราม วัดสว่างอุทัยดอนยูง วัดบูรพาโคกเครือ วัดกลางโคกค้อ วัดศรีจันทร์พัฒนาราม วัดป่ามะโนวันทุ่งเศรษฐี  วัดหนองขามเหนือ และวัดสว่างหัวนาคำ

อย่างไรก็ตาม การจัดกิจกรรมเส้นทางบุญสู่เส้นทางธรรม โดย ดร.อุมารินทร์ เลิศสหพันธ์ สภาวัฒนธรรม จ.กาฬสินธุ์ พร้อมคณะ ได้จัดกิจกรรมต่อเนื่องมาตั้งแต่ช่วงได้รับคัดเลือกเป็นประธานสภาวัฒนธรรมอำเภอเมืองกาฬสินธุ์ เมื่อ 3 ปีที่ผ่านมา ///-026

อว. อนุมัติเพิ่ม 5 หลักสูตรแซนด์บ็อกซ์ มุ่งผลิตนักวิจัยขั้นสูง ป้อนอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์

อว. อนุมัติเพิ่ม 5 หลักสูตรแซนด์บ็อกซ์ มุ่งผลิตนักวิจัยขั้นสูง ป้อนอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์

อว. อนุมัติเพิ่ม 5 หลักสูตรแซนด์บ็อกซ์ มุ่งผลิตนักวิจัยขั้นสูง ป้อนอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์

วันอังคาร ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 16.20 น.

‘อว.’อนุมัติเพิ่ม 5 หลักสูตรแซนด์บ็อกซ์ มุ่งผลิตนักวิจัยขั้นสูง ป้อนอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ระบบสุขภาพดิจิทัล วิทยาการข้อมูลเชิงพื้นที่ ระบบราง พร้อมยกระดับการผลิตกำลังคนวิชาชีพด้านเภสัชศาสตร์

วานนี้ (4 ส.ค.2568) คณะกรรมการพิเศษเฉพาะเรื่อง ด้านการส่งเสริมนวัตกรรมการอุดมศึกษา ซึ่งได้รับมอบอำนาจจากสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ จัดการประชุม ครั้งที่ 2/2568 โดยมีนางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานการประชุม ณ ห้องประชุมหว้ากอ 1 ชั้น 14 อาคารจัตุรัสจามจุรี สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) โดยในครั้งนี้ที่ประชุมได้พิจารณาอนุมัติข้อเสนอการจัดการศึกษาฉบับสมบูรณ์สำหรับการจัดการศึกษาที่แตกต่างจากมาตรฐานการอุดมศึกษา (Higher Education Sandbox) หรือหลักสูตรแซนด์บ็อกซ์ เพิ่มเติม 5 หลักสูตร

ดร.สุรชัย สถิตคุณารัตน์ ผู้อำนวยการ สอวช. กล่าวถึงความก้าวหน้าการดำเนินงานการจัดการศึกษาในหลักสูตรแซนด์บ็อกซ์ โดยปัจจุบันมีข้อเสนอการจัดการศึกษาที่คณะกรรมการพิเศษเฉพาะเรื่องฯ อนุมัติ จำนวน 19 ข้อเสนอตั้งเป้าผลิตกำลังคนสมรรถนะสูงกว่า 26,045 คน และมีหลักสูตรที่เริ่มจัดการศึกษา และเข้าสู่การติดตามประเมินผลแล้ว 16 ข้อเสนอ มีนักศึกษาเข้าเรียน รวม 2,077 คน นอกจากนี้ ในส่วนของการพัฒนาหลักสูตรแซนด์บ็อกซ์ ด้านวิศวกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ในรูปแบบ Top-down Approach ของกระทรวง อว. มีมหาวิทยาลัยที่เปิดหลักสูตรแซนด์บ็อกซ์ในปี 2568 จำนวน 5 แห่ง ผู้เข้าเรียนรวม 161 คน โดย ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวง อว. ได้กล่าวเพิ่มเติมถึงความจำเป็นของการเร่งผลิตกำลังคนวิจัยในระดับปริญญาโท-เอก เข้าสู่อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ เพื่อสร้างองค์ความรู้และสมรรถนะที่เพียงพอสำหรับขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ของประเทศ และเนื่องจากอุตสาหกรรมนี้เป็นอุตสาหกรรมที่เทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จึงต้องมีการนำผู้เชี่ยวชาญจากภาคอุตสาหกรรมเข้ามาร่วมจัดการศึกษาด้วย

ข้อมูลการประเมินโดยคณะกรรมการผู้ประเมินผลอิสระจาก 8 หลักสูตรแซนด์บ็อกซ์ พบว่ามีนวัตกรรมการอุดมศึกษาสำคัญที่เกิดขึ้นคือ การจัดหลักสูตรที่มุ่งเน้นสมรรถนะ การจัดการศึกษาร่วมกับภาคีผู้ใช้บัณฑิตอย่างเข้มข้น การบริหารจัดการศึกษาโดยใช้ข้อมูลเป็นฐาน การจัดการศึกษาทั่วไป (GE) รูปแบบใหม่ และการใช้เทคโนโลยี รวมถึงระบบบริหารจัดการ/กลไกสนับสนุนเพิ่มเติม เพื่อสนับสนุนการจัดการศึกษา อีกทั้งยังมีข้อเสนอแนะในการจัดหลักสูตรเพิ่มเติม ได้แก่ การปรับระบบการคัดเลือกนักศึกษา (Feeder) และการประชาสัมพันธ์ การสนับสนุนทรัพยากรโดยเฉพาะงบประมาณบริหารจัดการหลักสูตรแบบใหม่ ควรมีกลไกสร้างความเข้าใจและความร่วมมือกับภาคีภายนอกอย่างเป็นระบบ พัฒนาระบบข้อมูลและการประเมินผลที่เชื่อมโยงกับเป้าหมายของหลักสูตร และควรมีกลไกเฉพาะในการบริหารจัดการภาระงานอาจารย์และการเตรียมบุคลากรสนับสนุนที่เพียงพอด้วย

นอกจากนี้ ยังได้มีการนำเสนอตัวอย่างนวัตกรรมการจัดการศึกษาภายใต้หลักสูตรวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีดิจิทัล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดย รศ.ดร.วิทยา วัณณสุโภประสิทธิ์ คณบดี
คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่ามีนวัตกรรมการจัดการศึกษาที่เกิดขึ้นภายใต้หลักสูตรนี้คือ การเรียนแบบ Block course เรียนวิชาเฉพาะทางและการฝึกงานตั้งแต่ชั้นปี 1 ทำให้นิสิตได้เรียนรู้จากการทำงานจริง ได้ทราบข้อจำกัด สิ่งที่ถนัด นำมาต่อยอดการเรียนในชั้นปีต่อไปได้ รวมถึงภาคอุตสาหกรรมมากกว่า 200 แห่ง เข้ามามีส่วนร่วมในเชิงลึก มาจัดกิจกรรมและเปิดวิชาเลือกให้นิสิตจำนวนมาก ทำให้นิสิตได้เรียนรู้ศาสตร์และเทคโนโลยีที่ใช้ในงานจริง เกิดความสัมพันธ์ระหว่างนิสิตและบริษัท นำไปสู่การฝึกงานและทำงานต่อไป โดยจากการประเมินผลการฝึกงานของนิสิตปี 1 พบว่า นิสิต 80% ทำงานได้ดีกว่าหรือเทียบเท่ากับนิสิต/นักศึกษา ที่ฝึกงานในปี 3 ในหลักสูตรปกติ ทั้งนี้ ภายหลังการนำเสนอ นางสาวสุดาวรรณ ได้ชื่นชมการดำเนินงานของหลักสูตรดังกล่าว ที่สามารถผลิตบัณฑิตได้ตรงความต้องการของภาคอุตสาหกรรม จนทำให้เกิดการเติบโตของจำนวนบริษัทที่เข้ามาทำความร่วมมือในการผลิตบัณฑิตในหลักสูตร โดยได้ส่งเสริมให้เกิดการขยายผลการดำเนินงานต่อไปด้วย

ด้าน ดร.พรเพ็ญ แซ่อึ้ง ผู้เชี่ยวชาญนโยบายอาวุโส ฝ่ายนโยบายกำลังคนตามความต้องการของประเทศ สอวช. ได้กล่าวถึงรายละเอียดข้อเสนอการจัดการศึกษาฯ ที่ผ่านการอนุมัติในครั้งนี้ทั้ง 5 ข้อเสนอ ได้แก่
1) ข้อเสนอการจัดการศึกษาฉบับสมบูรณ์ หลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต และหลักสูตรวิศวกรรมศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการออกแบบไมโครอิเล็กทรอนิกส์ ของสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง และเครือข่ายสถาบันอุดมศึกษาอีก 12 แห่ง หลักสูตรนี้มีจุดเด่นคือจัดการเรียนการสอนโดยเครือข่ายมหาวิทยาลัย 13 แห่ง และสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) เพื่อแลกเปลี่ยนผู้เชี่ยวชาญ โครงสร้างพื้นฐาน และสามารถเรียนข้ามสถาบันได้ ใช้เป็นหลักสูตรกลางและอาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตรร่วมกันจากเครือข่ายมหาวิทยาลัยเพื่อให้มีผลลัพธ์การเรียนรู้เช่นเดียวกัน โดยมีภาคอุตสาหกรรมเป็นหนึ่งในคณะกรรมการบริหารหลักสูตรเพื่อให้บัณฑิตตอบโจทย์ตลาดงานอย่างแท้จริง ตั้งเป้าผลิตวิศวกรออกแบบไมโครอิเล็กทรอนิกส์เพื่อป้อนเข้าสู่อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ในระดับปริญญาโทและปริญญาเอก รวม 75 คน 

2) ข้อเสนอการจัดการศึกษาฉบับสมบูรณ์ หลักสูตรวิทยาศาสตรดุษฎีบัณฑิต และหลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาการข้อมูลเชิงพื้นที่ ภายใต้การดำเนินงานของวิทยสถานวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทย (ธัชวิทย์) หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนากำลังคน และทุนด้านการพัฒนาสถาบันอุดมศึกษา การวิจัยและสร้างนวัตกรรม (บพค.) และมหาวิทยาลัยพะเยา (มพ.) หลักสูตรนี้มีจุดเด่นคือการพัฒนากำลังคนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเฉพาะทาง โดยความร่วมมือของสถาบันวิจัย มหาวิทยาลัย เอกชน และธัชวิทย์ มีเครือข่ายความร่วมมือด้านวิทยาการข้อมูลเชิงพื้นที่ระดับชาติ ได้แก่ GISTDA และ สสน. นำโจทย์จริงในพื้นที่มาใช้ในการออกแบบและพัฒนา Frontier Research รองรับการเข้าทำงานของบัณฑิตหลังสำเร็จการศึกษา ตั้งเป้าผลิตนักวิทยาการข้อมูลเชิงพื้นที่ ในระดับปริญญาโทและปริญญาเอก รวม 50 คน 

3) ข้อเสนอการจัดการศึกษาฉบับสมบูรณ์ หลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต และหลักสูตรวิศวกรรมศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาวิศวกรรมและเทคโนโลยีระบบราง ภายใต้การดำเนินงานของ ธัชวิทย์ บพค. และ มพ. หลักสูตรนี้มีจุดเด่นคือการพัฒนากำลังคนทักษะสูงด้านวิศวกรรมและเทคโนโลยีระบบราง โดยหน่วยงานเครือข่ายความร่วมมือที่เชี่ยวชาญด้านระบบราง ทั้งสถาบันวิจัยภาครัฐ ได้แก่ สวทช. วว. สทร. ผู้ใช้บัณฑิตภาครัฐ ได้แก่ รฟท. และภาคเอกชน อาทิ ช.การช่าง ซิโนไทย และอิตา-เลียนไทย นำโจทย์จริงมาพัฒนางานวิจัยระบบราง และจัดการศึกษาแบบ Co-curriculum Co-teaching Co-certificate และ Research-based รวมถึงการรองรับการเข้าทำงานของบัณฑิตหลังสำเร็จการศึกษา ตั้งเป้าผลิตวิศวกรและผู้เชี่ยวชาญทางด้านวิศวกรรมและเทคโนโลยีระบบราง ในระดับปริญญาโทและปริญญาเอก รวม 100 คน 

4) ข้อเสนอการจัดการศึกษาฉบับสมบูรณ์ หลักสูตรเภสัชศาสตรบัณฑิต Sandbox 4+2 ปี หลักสูตรใหม่ พ.ศ. 2568 มหาวิทยาลัยบูรพา หลักสูตรนี้มีจุดเด่นคือได้รับการรับรองจากสภาวิชาชีพเภสัชกรรมในการปรับโครงสร้างหลักสูตรใหม่ให้บัณฑิตพร้อมปฏิบัติงานได้ทันที จัดการศึกษาในรูปแบบ Work-based learning เพิ่มเวลาฝึกปฏิบัติวิชาชีพเป็น 2 ปี ลดเวลาเรียนเหลือ 4 ปี โดยเรียนแบบ Block Course ลดรายวิชาซ้ำซ้อนและวิชาพื้นฐาน เพื่อให้บัณฑิตมีประสบการณ์ด้านวิชาชีพในเชิงลึกมากขึ้น จัดการศึกษาในรูปแบบ Co-creation ร่วมกับสถาบันร่วมผลิตที่หลากหลาย ครอบคลุม โรงพยาบาล ร้านยา และโรงงานยา และการศึกษาตามความต้องการแบบเฉพาะราย (Customization) ตั้งเป้าผลิตเภสัชกรที่มีประสบการณ์วิชาชีพเชิงลึกพร้อมปฏิบัติงานได้ทันที รวม 120 คน 

5) ข้อเสนอการจัดการศึกษาฉบับสมบูรณ์ หลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ในระบบสุขภาพ (หลักสูตรสหสาขาวิชา) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หลักสูตรนี้มีจุดเด่นคือจัดการศึกษาโดยเครือข่ายภาคผู้ใช้บัณฑิต (Demand Consortium) ร่วมออกแบบหลักสูตรเพื่อปิดช่องว่าง Demand-Supply จัดการศึกษาในรูปแบบ Co-creation ร่วมกับ กระทรวงสาธารณสุข โรงพยาบาล และมหาวิทยาลัยในต่างประเทศ Capstone Project ใช้โจทย์จริงจากโรงพยาบาล หลังเรียนจบสามารถนำชิ้นงานไปใช้จริงในโรงพยาบาลได้ทันที เน้นสร้างสมรรถนะปลายทางให้นิสิตทั้ง Technical & Soft skills ตั้งเป้าผลิตบัณฑิตระดับปริญญาโท ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางในระบบสุขภาพดิจิทัล รวม 230 คน

ผู้ว่าฯบุรีรัมย์ เชิญดอกไม้และตะกร้าสิ่งของพระราชทาน มอบทหารบาดเจ็บ

ผู้ว่าฯบุรีรัมย์ เชิญดอกไม้และตะกร้าสิ่งของพระราชทาน มอบทหารบาดเจ็บ

ผู้ว่าฯบุรีรัมย์ เชิญดอกไม้และตะกร้าสิ่งของพระราชทาน มอบทหารบาดเจ็บ

วันอังคาร ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 13.50 น.

ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ เชิญดอกไม้และตะกร้าสิ่งของพระราชทาน ไปมอบแก่กำลังพลที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ไม่สงบพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา พักรักษาตัวที่โรงพยาบาลบุรีรัมย์

5 สิงหาคม 2568 เวลา เวลา 11.00 น. โรงพยาบาลบุรีรัมย์ อำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ นายปิยะ ปิจนำ ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ เชิญดอกไม้และตะกร้าสิ่งของพระราชทาน ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินี

ไปมอบแก่ จ่าสิบโท นฤชา ศรีเมืองบุญ และพลทหารพงษ์เพชร หมั่นหินราช สังกัด กรมทหารราบที่ 8 ค่ายสีหราชเดโชไชย  จังหวัดขอนแก่น เจ็บป่วยระหว่างปฏิบัติหน้าที่บริเวณฐานปฏิบัติการ ช่องสายตะกู อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ จากเหตุการณ์ไม่สงบจังหวัดชายแดนไทย-กัมพูชา ขณะนี้เข้ารับการรักษาพยาบาลที่โรงพยาบาลบุรีรัมย์ โดยมีคณะแพทย์ พยาบาลดูแลอย่างใกล้ชิด

ทั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ทรงรับผู้บาดเจ็บทั้งหมดไว้เป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์ ยังความซาบซึ้งและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณแก่กำลังพล หาที่สุดมิได้.

012