‘ชัยภูมิ’เร่งสร้างครูต้นแบบ ร่วมพัฒนาการศึกษาของชาติ

'ชัยภูมิ'เร่งสร้างครูต้นแบบ  ร่วมพัฒนาการศึกษาของชาติ

‘ชัยภูมิ’เร่งสร้างครูต้นแบบ ร่วมพัฒนาการศึกษาของชาติ

วันอาทิตย์ ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 16.08 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเร็วๆ นี้จังหวัดชัยภูมิ  ได้เปิดเวทีทดลองสำคัญ ด้วยการจัดอบรมเชิงปฏิบัติการแก่ครูระดับประถมศึกษา กว่า 295 คน จาก 2 เขตพื้นที่ โดย สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชัยภูมิ เขต 1 (เมืองชัยภูมิ) นำโดย นายวิษณุ ฉลองขวัญ จัดเวิร์กชอปพัฒนานวัตกรรมการเรียนการสอนแก่ครู 145 คน

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชัยภูมิ เขต 3 (อำเภอจัตุรัส) จัดอบรมที่โรงเรียนจัตุรัสวิทยานุกูล ครูอีก 150 คนเข้าร่วม โดยมี นายนิวัฒน์ แก้วเพชร เป็นประธานในพิธี

หัวใจของกิจกรรมคือการจุดประกายให้ครูรู้จักออกแบบการเรียนรู้ด้วยระบบ Active Learning และกระบวนการ GPAS 5 Steps ซึ่งประกอบด้วย

 1. กำหนดเป้าหมายการเรียนรู้  2. วิเคราะห์ภาระงาน 3. ออกแบบภาระงานและกิจกรรม 4. ดำเนินการจัดการเรียนรู้  5. สะท้อนผลและประเมินอย่างต่อเนื่อง

 รศ.ดร.ณัฏฐนันธ์ สุวรรณวงก์ จากมหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ ย้ำว่านวัตกรรมทางการศึกษาไม่ใช่เพียงเทคโนโลยี แต่คือกระบวนการที่นำผู้เรียนสู่ความเข้าใจในตนเอง สู่การเป็นผู้เปลี่ยนแปลงสังคมในอนาคต เราต้องมองเด็กเป็น ‘นวัตกร’ ไม่ใช่แค่ผู้รับความรู้

 ดร.เกษร ทองแสง ผู้ทรงคุณวุฒิ สพฐ. เสริมว่า เมื่อครูเข้าใจและลงมือจัดการเรียนรู้แบบ GPAS 5 Steps ได้จริง จะเกิดผลลัพธ์ชัดเจน ผู้เรียนจะรู้จักคิด วิเคราะห์ ลงมือทำ และต่อยอดไปสู่การใช้ชีวิตและอาชีพในอนาคต

 นายจิระพงษ์ บุญเสนา ผู้อำนวยการโรงเรียนชุมชนหนองบัวแดง มองว่าการเปลี่ยนแปลงต้องเกิดพร้อมกันทั้งในห้องเรียน และในใจของครูและผู้ปกครอง เราต้องสร้างความเข้าใจว่าเด็กวันนี้ไม่ได้เรียนเพื่อจำ แต่เรียนเพื่อสร้างอนาคต

 น.ส.จริยาพร เชื่อมมะรัง ครูโรงเรียนบ้านหนองฉิม (สิงห์จันทร์บำรุง) กล่าวอย่างจริงใจว่า ครูยุคใหม่ต้องไม่ยึดติดแค่กระดานดำ เราต้องกล้าตั้งคำถามเปิด ให้เด็กหาคำตอบเอง ใช้ AI เป็นผู้ช่วย ไม่ใช่ผู้แทน ครูต้องเรียนรู้ไปพร้อมกับเด็ก

 ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า   การจัดอบรมในชัยภูมิครั้งนี้ ไม่ใช่แค่กิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ แต่คือจุดเริ่มของการปฏิวัติห้องเรียนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง – จาก อุบลราชธานี, อำนาจเจริญ, ยโสธร ไปจนถึง ชัยภูมิ, บุรีรัมย์, นครราชสีมา และอีกหลายจังหวัด ที่ร่วมโครงการ 1 อำเภอ 1 โรงเรียนคุณภาพ   นี่คือการ “เปลี่ยนครู” เพื่อ “เปลี่ยนเด็ก” และ “เปลี่ยนอนาคตประเทศ”

ในโลกที่เทคโนโลยีเปลี่ยนทุกวัน หากห้องเรียนยังคงเดิม เด็กไทยจะเดินไปข้างหน้าอย่างไร โครงการนี้ไม่ใช่แค่การอบรมครู แต่คือการสร้างวัฒนธรรมใหม่ทางการศึกษา ที่ให้คุณค่ากับความคิด ความสร้างสรรค์ และการลงมือทำเพราะเด็กไทยไม่ใช่เครื่องมือวัดผล แต่คือผู้สร้างผลลัพธ์ให้สังคม และครูไทย…ก็คือผู้จุดประกายสิ่งนั้น

หากคุณเป็นครู นักเรียน หรือผู้ปกครอง – ลองถามตัวเองวันนี้ว่าคุณกำลังสร้าง “นวัตกรแห่งอนาคต” หรือกำลังวนเวียนอยู่กับ “ระบบเดิมที่ไม่ตอบโจทย์”?การเปลี่ยนแปลงอาจไม่ง่าย…แต่มันเริ่มได้จากห้องเรียนของคุณเอง.

จุดประกายนวัตกรไทย ด้วย Active Learning และ GPAS 5 Steps

 “ถ้าเด็กคืออนาคตของชาติ…ครูคือผู้เขียนพิมพ์เขียวของวันพรุ่งนี้”

ณ วันนี้ การศึกษาขั้นพื้นฐานไทย กำลังเผชิญโจทย์ใหม่ที่ท้าทายยิ่งกว่าเดิม ไม่ใช่เพียงการสอนให้จำหรือทำข้อสอบได้ แต่คือการปลุกศักยภาพภายในของผู้เรียนให้ลุกขึ้น “คิดเป็น ทำเป็น สร้างเป็น” อย่างแท้จริง

 นั่นคือเหตุผลที่ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ขับเคลื่อนโครงการ 1 อำเภอ 1 โรงเรียนคุณภาพ ด้วยหัวใจหลักคือ “Active Learning + GPAS 5 Steps” – กลไกการเรียนรู้ที่ออกแบบเพื่อปฏิรูปห้องเรียนไทย และคืนชีวิตให้กับการศึกษา

ผู้บริหาร สพฐ. ตรวจเยี่ยมสนามสอบ ผอ.-รองผอ.โรงเรียน เน้นย้ำโปร่งใส ไร้ทุจริต

ผู้บริหาร สพฐ. ตรวจเยี่ยมสนามสอบ ผอ.-รองผอ.โรงเรียน เน้นย้ำโปร่งใส ไร้ทุจริต

ผู้บริหาร สพฐ. ตรวจเยี่ยมสนามสอบ ผอ.-รองผอ.โรงเรียน เน้นย้ำโปร่งใส ไร้ทุจริต

วันเสาร์ ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 21.23 น.

วันที่ 26 กรกฎาคม 2568 ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมสนามสอบคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการสถานศึกษาและผู้อำนวยการสถานศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ประจำปี พ.ศ. 2568 และให้กำลังใจผู้ปฏิบัติงานและผู้เข้าสอบ ณ สนามสอบโรงเรียนนครขอนแก่น จ.ขอนแก่น โดยมีนายศักดา ชัยภัย ผอ.สพม.ขอนแก่น ประธานอำนวยการจัดสอบและคณะฯ ให้การต้อนรับ และรายงานการดำเนินงานให้รับทราบ

ว่าที่ร้อยตรี ธนุ กล่าวว่า จากการตรวจเยี่ยมในวันนี้ พบว่ากระบวนการและมาตรการดำเนินการสอบคัดเลือกเป็นไปอย่างรัดกุม บรรยากาศการสอบเป็นไปด้วยความเรียบร้อยเป็นอย่างดี มีการใช้ข้อสอบส่วนกลางจากสถาบันอุดมศึกษา เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ค.ศ. กำหนดอย่างเคร่งครัด และไม่พบการกระทำใดที่ส่อไปในทางไม่สุจริต โดยได้รับความร่วมมือจากสถานีตำรวจในพื้นที่ จัดส่งบุคลากรพร้อมเครื่องสแกนโลหะ มาสแกนร่างกายผู้เข้าสอบทุกคนเพื่อป้องกันการกระทำทุจริตระหว่างการสอบ โดยสนามสอบนี้มีผู้มาสมัครและมีคุณสมบัติเข้ารับการคัดเลือกตำแหน่งรองผู้อำนวยการสถานศึกษา จำนวน 120 คน มีผู้มาเข้าสอบทั้งสิ้น 119 คน และมีตำแหน่งว่าง จำนวน 5 อัตรา

“สำหรับในภาพรวมทั่วประเทศ การสอบคัดเลือกฯ ตำแหน่ง​ ผอ.สถานศึกษา มีผู้สมัคร​ 598 คน​ มีตำแหน่งว่าง​ 594 อัตรา และตำแหน่ง​ รอง​ ผอ.สถานศึกษา มีผู้สมัคร​ 3,767 คน​ มีตำแหน่งว่าง​ 569 อัตรา ในวันนี้เป็นการสอบข้อเขียน ภาค ก ความรู้ความสามารถในการปฏิบัติงานในหน้าที่ จากนั้นจะประกาศรายชื่อผู้สอบผ่าน ภายในวันที่ 31 กรกฎาคม 2568 และดำเนินการคัดเลือกให้แล้วเสร็จภายในเดือนสิงหาคม ก่อนเข้าสู่กระบวนการบรรจุและแต่งตั้งก่อนเปิดภาคเรียนที่ 2/2568 เพื่อเติมเต็มตำแหน่งที่ว่าง​ ให้มีบุคลากรขับเคลื่อนการพัฒนาการศึกษาได้อย่างต่อเนื่อง” เลขาธิการ กพฐ. กล่าว

พร้อมกันนี้ เลขาธิการ กพฐ. ได้มอบหมายให้ผู้บริหาร สพฐ. ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมสนามสอบทั่วประเทศ ดังนี้ นางเกศทิพย์ ศุภวานิช รองเลขาธิการ กพฐ. ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมสนามสอบ สพป.กาญจนบุรี เขต 2 มีผู้มีสิทธิ์สอบ จำนวน 9 คน มาเข้าสอบครบทั้ง 9 คน, นายพัฒนะ พัฒนทวีดล รองเลขาธิการ กพฐ. ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมสนามสอบ สพป.นนทบุรี เขต 1 มีผู้สมัครสอบ 68 ราย มีผู้เข้าสอบครบ 68 คน, นายธีร์ ภวังคนันท์ รองเลขาธิการ กพฐ. ลงพื้นที่สนามสอบโรงเรียนเบญจมานุสรณ์ สพม.จันทบุรี ตราด มีผู้สมัครสอบ 19 ราย ผู้เข้าสอบครบ 19 ราย และสนามสอบ สพป.ระยอง เขต 2 มีผู้สมัครสอบ 22 ราย ผู้เข้าสอบครบ 22 ราย, นายภูธร จันทะหงษ์ ปุณยจรัสธำรง ผู้ช่วยเลขาธิการ กพฐ. ลงพื้นที่สนามสอบ สพป.อุบลราชธานี เขต 3 มีผู้สมัครสอบตำแหน่ง รอง ผอ.โรงเรียน จำนวน 42 คน และตำแหน่ง ผอ.โรงเรียน จำนวน 10 คน, และนางภัทริยาวรรณ พันธุ์น้อย ผู้ช่วยเลขาธิการ กพฐ. พร้อมด้วย นางวรางคณา ไชยเรือน ผอ.สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ ลงพื้นที่สนามสอบโรงเรียนพิบูลประชาสรรค์ กรุงเทพมหานคร มีผู้เข้าสอบทั้งหมด 138 คน รวมทั้งคณะที่ปรึกษา สพฐ. ที่กระจายลงพื้นที่สนามสอบต่าง ๆ พร้อมกันในแต่ละภูมิภาค
 

มูลนิธิธรรมาภิบาลทางการแพทย์ ร่วมภาคี จัดหน่วยแพทย์อาสา ถวายเป็นพระกุศลแด่สมเด็จพระสังฆราช

มูลนิธิธรรมาภิบาลทางการแพทย์ ร่วมภาคี จัดหน่วยแพทย์อาสา ถวายเป็นพระกุศลแด่สมเด็จพระสังฆราช

มูลนิธิธรรมาภิบาลทางการแพทย์ ร่วมภาคี จัดหน่วยแพทย์อาสา ถวายเป็นพระกุศลแด่สมเด็จพระสังฆราช

วันเสาร์ ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 20.55 น.

มูลนิธิธรรมาภิบาลทางการแพทย์ ร่วมภาคี จัดหน่วยแพทย์อาสา ถวายเป็นพระกุศลแด่สมเด็จพระสังฆราช

วันที่ 26 กรกฎาคม 2568 มูลนิธิธรรมาภิบาลทางการแพทย์ ร่วมกับ แพทยสภา สถาบันพระปกเกล้า โรงพยาบาลปทุมธานี และนักศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรผู้นำทางการแพทย์ รุ่นที่ 2 (ปนพ.2) ได้ออกหน่วยแพทย์ล่วงหน้าในโครงการ “หน่วยแพทย์อาสาถวายพระกุศลแด่สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (อมฺพรมหาเถร) สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้บริการตรวจรักษาโรคเฉพาะทางแก่พระภิกษุสงฆ์ ลดภาระค่าใช้จ่าย การเดินทาง และลดระยะเวลารอคอยในการรักษา ณ วัดประยูรธรรมาราม จังหวัดปทุมธานี

การให้บริการในครั้งนี้ประกอบด้วยคลินิกเฉพาะทาง ได้แก่

-คลินิกตรวจเลือด

-คลินิกคัดกรองมะเร็งต่อมลูกหมาก (PSA)

-คลินิกเอกซเรย์ปอด

-คลินิกตรวจวิเคราะห์มวลกาย (BMI / In-body)

-คลินิกให้ความรู้ด้านสุขภาพแก่พระสงฆ์และประชาชน

กิจกรรมดังกล่าวสอดคล้องกับนโยบายตามธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์แห่งชาติ พ.ศ. 2560 ซึ่งตั้งเป้าหมาย “พระแข็งแรง วัดมั่นคง ชุมชนเป็นสุข”

ในการนี้ พระเดชพระคุณหลวงพ่อพระราชสุทธิธรรมาจารย์ เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี เจ้าอาวาสวัดประยูรธรรมาราม พร้อมด้วย นายวีรพจน์ ปานนุ่ม นายกเทศมนตรีเมืองคูคต และคณะผู้บริหาร ได้ให้เกียรติเยี่ยมชมหน่วยบริการ ตรวจเยี่ยมบูธต่างๆ และให้กำลังใจแก่ทีมแพทย์ พยาบาล เภสัชกร และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.)

นอกจากนี้ ยังมีการให้ความรู้แก่ อสม. และบุคลากรสาธารณสุขในพื้นที่ เพื่อเป็นการถ่ายทอดประสบการณ์ใหม่ๆ ที่สามารถนำไปปรับใช้ในการดูแลสุขภาพของชุมชนให้เข้มแข็งและมีความสุขอย่างยั่งยืนต่อไป

‘รมช.เทวัญ‘ ร่วมบริจาคโลหิตช่วยเหลือพี่น้องชายแดนฯ

‘รมช.เทวัญ‘ ร่วมบริจาคโลหิตช่วยเหลือพี่น้องชายแดนฯ

‘รมช.เทวัญ‘ ร่วมบริจาคโลหิตช่วยเหลือพี่น้องชายแดนฯ

วันเสาร์ ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 19.05 น.

‘รมช.เทวัญ‘ ร่วมบริจาคโลหิตช่วยเหลือพี่น้องชายแดนฯ “ลูกเสือไทยพร้อมเคียงข้างประชาชนยามวิกฤต”

26 กรกฎาคม 2568 นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ร่วมแสดงพลังแห่งความเสียสละในกิจกรรมบริจาคโลหิตเพื่อสำรองให้แก่โรงพยาบาลในพื้นที่ชายแดน 4 จังหวัด ซึ่งได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบบริเวณแนวชายแดนไทย – กัมพูชา เพื่อส่งต่อพลังแห่งความช่วยเหลือแก่ผู้ได้รับบาดเจ็บ เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงาน และประชาชนที่ยังคงต้องการการดูแลอย่างต่อเนื่อง โดยมีลูกเสือ บุคลากรทางการลูกเสือ และประชาชนในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมาและพื้นที่ใกล้เคียง กว่า 200 คน ร่วมบริจาคโลหิต ณ ศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 โคราช จังหวัดนครราชสีมา 

การบริจาคโลหิตในวันนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งบทบาทสำคัญของขบวนการลูกเสือไทยในการช่วยเหลือสังคมในยามวิกฤต เพื่อเป็นการช่วยชีวิตเพื่อนมนุษย์ แสดงออกถึงการมีจิตอาสาและความเสียสละ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการเป็นลูกเสือ ที่พร้อมจะบำเพ็ญประโยชน์ต่อผู้อื่นอย่างแท้จริง ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการและลูกเสือไทย ขอเชิญชวนลูกเสือ บุคลากรทางการลูกเสือ และพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ ร่วมกันบริจาคโลหิตเพื่อสำรองไว้ให้กับโรงพยาบาลในพื้นที่ชายแดน 4 จังหวัด รวมถึงคลังโลหิตกลาง เพื่อให้พร้อมรองรับเหตุฉุกเฉินและช่วยชีวิตผู้ที่กำลังเผชิญความทุกข์ยากจากสถานการณ์นี้

นอกจากการบริจาคโลหิต สำนักงานลูกเสือแห่งชาติยังคงเดินหน้าในการให้ความช่วยเหลือในหลายมิติ โดยเฉพาะการใช้ “ค่ายลูกเสือ” ในจังหวัดศรีสะเกษ จังหวัดสุรินทร์ จังหวัดบุรีรัมย์ และจังหวัดจันทบุรี ค่ายลูกเสือจังหวัดอุบลราชธาน ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงกับภัยพิบัติ ให้เป็นศูนย์พักพิงชั่วคราวสำหรับประชาชนผู้ประสบภัย มีการจัดเตรียมความพร้อมทั้งในด้านสถานที่ ความปลอดภัย อาหาร และสิ่งของจำเป็นสำหรับการดำรงชีวิต สามารถรองรับประชาชนทั้งที่พักภายในอาคารได้ประมาณ 2,000 คน และลานกางเต็นท์ได้ประมาณ 5,000 คน พร้อมดำเนินการประสานพร้อมกันนี้ สำนักงานลูกเสือแห่งชาติยังได้จัดเตรียมถุงยังชีพ เพื่อนำไปแจกจ่ายให้แก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจาก “พายุวิภา” ซึ่งส่งผลให้หลายพื้นที่ทางภาคเหนือประสบปัญหาน้ำท่วมอย่างหนัก โดยเน้นการส่งมอบผ่านเครือข่ายลูกเสือในพื้นที่ เพื่อให้สามารถเข้าถึงประชาชนได้อย่างรวดเร็วและตรงจุด

“การดำเนินการทั้งหมดนี้สะท้อนถึงบทบาทของลูกเสือไทย ที่ไม่เพียงแต่เป็นผู้ให้ความรู้ ความเข้มแข็งแก่เยาวชน แต่ยังเป็นกลไกในการร่วมดูแลสังคมในยามวิกฤตตามคำปฏิญาณ “ลูกเสือพร้อมช่วยเหลือผู้อื่นทุกเมื่อ และทำตนให้เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นทุกวัน” และยังคงเดินหน้าสนับสนุนและอยู่เคียงข้างประชาชนในทุกสถานการณ์ เพื่อสร้างสังคมไทยที่เข้มแข็งด้วยพลังของลูกเสือไทย”

‘ลิณธิภรณ์’ลุยอุบลฯ-ศรีสะเกษ ให้กำลังใจทหาร สั่งรถห้องสมุดเคลื่อนที่ให้เด็ก

‘ลิณธิภรณ์’ลุยอุบลฯ-ศรีสะเกษ ให้กำลังใจทหาร สั่งรถห้องสมุดเคลื่อนที่ให้เด็ก

‘ลิณธิภรณ์’ลุยอุบลฯ-ศรีสะเกษ ให้กำลังใจทหาร สั่งรถห้องสมุดเคลื่อนที่ให้เด็ก

วันศุกร์ ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 22.11 น.

‘ลิณธิภรณ์’ลุยอุบลฯ-ศรีสะเกษ สั่งรถห้องสมุดเคลื่อนที่ สร้างกิจกรรมเด็กๆ ต่อสายตรงจิตวิทยาจุฬาฯ ประสานนักจิตวิทยาเยี่ยวยาจิตใจ และให้กำลังใจพร้อมมอบเงินทหาร นศ.สกร.ที่บาดเจ็บ ยันหนุนจบวุฒิ-สร้างอาชีพเสริม ประกาศ “ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” 

25 กรกฎาคม 2568 ดร.ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เดินทางไปยัง รพ.ค่ายสรรพสิทธิประสงค์ อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี เพื่อเข้าเยี่ยมให้กำลังใจพลทหารนักศึกษาสังกัดกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) ซึ่งได้รับบาดเจ็บจากเหตุเหยียบทุ่นระเบิด บริเวณเนิน 481 ช่องบก ติดชายแดนไทย-กัมพูชา จ.อุบลราชธานี เมื่อวันที่ 16 ก.ค. ที่ผ่านมา ได้แก่ (1) นายธนพัฒน์ หุยวัน นักศึกษาภาคเรียนแรก ม.ปลาย สกร. อ.วารินชำราบ ซึ่งได้รับบาดเจ็บขาขาด ขณะปฏิบัติหน้าที่ในฐานะทหารสังกัดกองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 6 และ (2) พลทหารณัฐวุฒิ ศรีเข้ม นักศึกษาภาคเรียนสุดท้าย ม.ปลาย สกร. สังกัดหน่วยเดียวกัน มีอาการแน่นหน้าอกจากแรงระเบิด ขณะนี้ปลอดภัยแล้ว 

ในการนี้ ดร.ลิณธิภรณ์ ได้มอบเงินช่วยเหลือจากสำนักงาน สกร. และเงินส่วนตัว พร้อมแสดงความห่วงใยจาก น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ที่เคยมาเยี่ยมให้กำลังใจถึงโรงพยาบาลก่อนหน้านี้ โดยย้ำว่า กระทรวงศึกษาธิการจะไม่ทอดทิ้งผู้เรียนที่ทั้งมีความมุ่งมั่นในการศึกษาเรียนรู้ และปฏิบัติหน้าที่เพื่อชาติด้วยความเสียสละ จึงจะสนับสนุนการดูแลช่วยเหลือทั้งทางด้านการออกแบบการเรียนรู้ให้สอดคล้องตามเป้าหมายวุฒิการศึกษา รวมถึงสนับสนุนช่องทางอาชีพเสริม เพื่อสร้างโอกาสในการประกอบอาชีพในอนาคต อีกทั้งยังจะสนับสนุนการดูแลด้านสุขภาพจิต โดยนักจิตวิทยาเพื่อประเมินความเครียดหลังเหตุการณ์รุนแรง

จากนั้น ดร.ลิณธิภรณ์ พร้อมด้วย นายวรสิทธิ์ กัลป์ตินันท์ และน.ส.กิตติ์ธัญญา วาจาดี สส. จ.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย เดินทางไปเยี่ยมศูนย์พักพิงชั่วคราวสำหรับผู้อพยพจากสถานการณ์ความตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ที่วัดบ้านแขม อ.เดชอุดม ตลอดจนที่วิทยาลัยเทคนิคกันทรลักษ์ ซึ่งมีผู้อพยพกว่า 4,000 คน และโรงเรียนเบญจลักษ์ซึ่งมีผู้อพยพกว่า 2,000 คน โดย ดร.ลิณธิภรณ์ ได้สั่งการสนับสนุนรถห้องสมุดเคลื่อนที่ของ สกร. เพื่อส่งเสริมการเข้าถึงแหล่งเรียนรู้ของผู้ประสบภัยในศูนย์พักพิง พร้อมวางแนวทางบูรณาการด้านการศึกษา ทั้งการศึกษานอกระบบและการฝึกอาชีพในระยะต่อไป

นอกจากนี้ ดร.ลิณธิภรณ์ ยังกล่าวว่า การดูแลสุขภาพจิตของตนเองและคนรอบข้าง คือสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในช่วงเวลานี้ โดยเฉพาะผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ชายแดน จึงประชาสัมพันธ์โครงการ “Here to Heal” บริการพูดคุยและขอความช่วยเหลือทางใจ กับอาสาสมัครนักจิตวิทยา จากคณะจิตวิทยา โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ซึ่งจัดโดยคณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับ สสส. เปิดทุกวัน 10.00–22.00 น. สามารถลงทะเบียนเพื่อรับบริการได้ที่ chat.here2healproject.com หรือ Line Official: lin.ee/P77s2bW

“แม้สถานการณ์ชายแดนจะยังมีความไม่แน่นอน แต่โอกาสทางการศึกษาของประชาชนไทยต้องไม่สะดุด โดยเฉพาะผู้เรียนในพื้นที่เปราะบางและผู้ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้ง รัฐบาลที่นำโดยพรรคเพื่อไทย จะเดินหน้าอย่างไม่ทอดทิ้งใครไว้ข้างหลัง” ดร.ลิณธิภรณ์ กล่าว.

012

‘ผบช.ภ.1’นำข้าราชการตำรวจในสังกัด ร่วมกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ’พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว’

'ผบช.ภ.1'นำข้าราชการตำรวจในสังกัด ร่วมกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ'พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว'

‘ผบช.ภ.1’นำข้าราชการตำรวจในสังกัด ร่วมกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ’พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว’

วันศุกร์ ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 19.27 น.

“ผบช.ภ.1″นำข้าราชการตำรวจในสังกัดตำรวจภูธรภาค 1 จัดพิธีเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ตักบาตรทำบุญ ลงนามถวายพระพร เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2568

เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2568 พลตำรวจตรี ภัคพงศ์ สายอุบล ผบก.อก.ภ.1 ในฐานะหัวหน้าฝ่ายอำนวยการ รับผิดชอบงานแถลงข่าวและประชาสัมพันธ์ข่าว ตำรวจภูธรภาค 1 เปิดเผยว่า วันที่ 25 ก.ค.68 เวลา 09.00 น.ที่ผ่านมา พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.ภ.1 , พล.ต.ท.ธวัชชัย นาคฤทธิ์ ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ ตร. ช่วยราชการ ภ.1 , พล.ต.ต.โชคชัย งามวงศ์ รอง ผบช.ภ.1 , พล.ต.ต.ชยานนท์ มีสติ รอง ผบช.ภ.1 , พล.ต.ต.วรชาติ แสนคำ ผบก.สส.ภ.1 พร้อมด้วยข้าราชการตำรวจในสังกัด และคณะแม่บ้านตำรวจภูธรภาค 1 ได้ร่วมกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2568 โดยได้นิมนต์พระภิกษุสงฆ์ จำนวน 10 รูป ประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์ ภายหลังเสร็จพิธี ผบช.ภ.1 และคณะ ได้ถวายจตุปัจจัยไทยธรรม และภัตตาหารแด่พระภิกษุสงฆ์ และได้ร่วมพิธีทำบุญตักบาตรแด่พระภิกษุสงฆ์ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

จากนั้น ได้ประกอบพิธีถวายพระพรชัยมงคล พิธีถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน และพิธีลงนามถวายพระพร เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2568 โดย พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.ภ.1 ได้กราบบังคมทูลถวายพระพรชัยมงคล นำกล่าวถวายสัตย์ปฏิญาณต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และร่วมลงนามถวายพระพรชัยมงคลอย่างพร้อมเพรียง ณ ห้องประชุมอมรวิวัฒน์ อาคารอเนกประสงค์ ภ.1

‘ในหลวง‘โปรดเกล้าฯ ให้ผู้ว่าฯเยี่ยมทหารบาดเจ็บ รับเป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์

‘ในหลวง‘โปรดเกล้าฯ ให้ผู้ว่าฯเยี่ยมทหารบาดเจ็บ รับเป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์

‘ในหลวง‘โปรดเกล้าฯ ให้ผู้ว่าฯเยี่ยมทหารบาดเจ็บ รับเป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์

วันศุกร์ ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 18.29 น.

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินี ทรงห่วงใยกำลังพลและราษฎรที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนไทย-กัมพูชา จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี  เชิญดอกไม้และตะกร้าสิ่งของพระราชทาน ไปมอบแก่กำลังพลที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว พร้อมกับทรงรับผู้บาดเจ็บทุกคนไว้เป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์ และทรงรับศพผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าวไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์ด้วย     
 
25 กรกฎาคม 2568 เวลา 13.30 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า โปรดกระหม่อมให้ ว่าที่พันตรี อดิศักดิ์ น้อยสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี เชิญดอกไม้และตะกร้าสิ่งของพระราชทานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินี ไปมอบแก่ จ่าสิบโททานตะวัน ทองใบ ,จ่าสิบตรีประดิษฐ  สักขีนาดี ,สิบเอกอนุวัฒน์ คำมูลตรี ,สิบเอกนันทวัฒน์ หลงลืม ,พลทหารบก ภูมินทร์ ซ้ายศรี ,พลทหารบก วิทยา รัตนโสภา ,พลทหารบก พรชัย เชื้อคำเพ็ง ,พลทหาร ศุภราช  ดองเทียม ,พลทหาร ณัฐวุฒิ โพธิวงศ์ กำลังพลที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนไทย – กัมพูชา  เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2568  และเข้ารับการรักษาพยาบาล ณ โรงพยาบาลค่ายสรรพสิทธิประสงค์ อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี  

จากนั้น เวลา 14.00 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ ว่าที่พันตรี อดิศักดิ์ น้อยสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี เชิญดอกไม้และตะกร้าสิ่งของพระราชทาน ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินี ไปมอบแก่ สิบเอก ศุภฤกษ์ อรุณรัตน์ กำลังพลที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว และเข้ารับการรักษาพยาบาล ณ โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ อำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี

ในการนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมทรงรับผู้บาดเจ็บทั้งหมด ไว้เป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์  และทรงรับศพผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าวไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์ด้วย การได้รับพระราชทานพระมหากรุณาในครั้งนี้ ยังความปลื้มปีติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณแก่กำลังพลและครอบครัวอย่างหาที่สุดมิได้.

012

ทีม TPA-iPES จากโรงเรียนเตรียมวิศวฯ มจพ. คว้ารางวัลชนะเลิศ ‘RoboCup 2025 Salvador’

ทีม TPA-iPES จากโรงเรียนเตรียมวิศวฯ มจพ. คว้ารางวัลชนะเลิศ 'RoboCup 2025 Salvador'

ทีม TPA-iPES จากโรงเรียนเตรียมวิศวฯ มจพ. คว้ารางวัลชนะเลิศ ‘RoboCup 2025 Salvador’

วันศุกร์ ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 15.50 น.

ทีม TPA-iPES นักเรียนโรงเรียนเตรียมวิศวกรรมศาสตร์ ไทย-เยอรมัน มจพ. คว้ารางวัลชนะเลิศอันดับ 1 จากการแข่งขันหุ่นยนต์ RoboCup 2025 Salvador จากประเทศบราซิล

ทีม TPA-iPES นักเรียนโรงเรียนเตรียมวิศวกรรมศาสตร์ ไทย-เยอรมัน วิทยาลัยเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) คว้ารางวัลชนะเลิศอันดับ 1 จากการแข่งขันหุ่นยนต์ RoboCup 2025 Salvador ประเภททีมรวม (Super Team) และอันดับที่ 12 ในประเภททีมเดี่ยว (Individual Team) มีรายชื่อทีมนักเรียนสาขาเตรียมวิศวกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ชั้นปีที่ 3ประกอบด้วย 1. นายนิกันติ จิราสุคนธ์,  2. นายสิรภพ สุดเดือน 3. นายวัชรพงศ์ เทพนอก อาจารย์ผู้ควบคุมทีม  ได้แก่ อาจารย์คฑาวุฒิ อุชชิน และอาจารย์ชัยนรินท์ เชาว์ชัยพัฒน์ จัดการแข่งขัน ณ Salvador Convention Center รัฐบาเยีย ประเทศบราซิล เมื่อวันที่ 15 – 21 กรกฎาคม 2568

การแข่งขันหุ่นยนต์ RoboCup 2025 Salvador เป็นเวทีการแข่งขันหุ่นยนต์สำหรับเยาวชนในระดับโลก มีทีมนักเรียน นักศึกษาเข้าร่วมแข่งขันทั้งหมดจำนวน 19 ทีม จาก 17 ประเทศทั่วโลก ล้วนแต่เป็นประเทศชั้นนำทางด้านเทคโนโลยีของโลก อาทิ อเมริกา แคนนาดา เยอรมัน อิตาลี ออสเตรเลีย อิหร่าน ญี่ปุ่น จีน ไต้หวัน สิงคโปร์ เม็กซิโก ฮ่องกง เชโกสโลวาเกีย โครเอเชีย มาเก็า และบราซิล โดยลักษณะการแข่งขันในประเภททีมเดี่ยวแต่ละทีมจะมีหุ่นยนต์ทีมละสองตัวทำงานแบบอัตโนมัติเคลื่อนที่หาลูกบอลสีส้มเพื่อส่งเข้าประตูฝั่งตรงข้าม ส่วนในประเภททีมรวม (Super team) จะแบ่งออกทีมละสามประเทศส่งหุ่นยนต์ประเทศละ 1-2 ตัว ลงสนามรวมให้ได้ทีมละ 5 ตัว ของทีมมหาวิทยาลัยเราส่งลง 2 ตัว สนามขยายขนาดใหญ่ขึ้น นักเรียนของเรา ต้องปรับเปลี่ยนแผนในการแข่งขัน โดยตั้งโปรแกรมหน้างานเพื่อให้หุ่นยนต์เหมาะสมกันการแข่งขันในครั้งนี้

โดยมีผู้ได้รับรางวัลในประเภท Super team ดังนี้

1 ทีม TPA-iPES จาก รร.เตรียมวิศวกรรมศาสตร์ไทย-เยอรมัน (ไทย)

2 ทีม EMM-Soccer จาก Escola dos Moradores de Macau (จีน)  

3 ทีม ZG 24 Robotics จาก Hrvatski robotički savez (โครเอเชีย)

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) แสดงความชื่นชมและยินดีกับทีมนักเรียนโรงเรียนเตรียมวิศวกรรมศาสตร์ ไทย-เยอรมัน และคณาจารย์ ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศในเวทีระดับโลกครั้งนี้ สามารถสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยและมหาวิทยาลัยได้สำเร็จ แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการแก้ไขปัญหาจากการแข่งขัน การทำงานเป็นทีม การตัดสินใจที่มุ่งมั่นสามารถเอาชนะประเทศที่มีความเชี่ยวชาญทางด้านเทคโนโลยีหุ่นยนต์ในระดับต้นๆ ของโลก นับเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจที่เด็กไทยนั้นเก่งและไม่แพ้ชาติใดในโลก

-(016)

‘วัดพระธรรมกาย’เชิญชวนร่วมกิจกรรมวันสมาธิโลก

‘วัดพระธรรมกาย’เชิญชวนร่วมกิจกรรมวันสมาธิโลก

‘วัดพระธรรมกาย’เชิญชวนร่วมกิจกรรมวันสมาธิโลก

วันศุกร์ ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 15.05 น.

‘วัดพระธรรมกาย’เชิญชวนร่วมกิจกรรมวันสมาธิโลก เพื่อส่งเสริมให้ผู้คนหันมาสนใจการทำสมาธิและตระหนักถึงประโยชน์ส่งผลต่อสันติภาพ

25 กรกฎาคม 2568 พระครูสมุห์สนิทวงศ์ วุฑฺฒิวํโส ผู้อำนวยการสำนักสื่อสารองค์กร วัดพระธรรมกาย กล่าวว่า องค์การยุวพุทธศาสนิกสัมพันธ์แห่งโลก ได้กำหนดให้ วันที่ 6 สิงหาคม ของทุกปี เป็นวันสมาธิโลก (World Meditation Day) เพื่อระลึกถึงเหตุการณ์ เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม พุทธศักราช 2488 ได้มีการนำระเบิดปรมาณูที่มีอานุภาพร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ ไปปล่อยลงที่เมืองฮิโรชิมา ประเทศญี่ปุ่น เหตุการณ์อันเจ็บปวดจากสงครามโลกครั้งที่ 2 นี้ ทำให้ชาวโลกตระหนักถึงภัยอันใหญ่หลวงของสงคราม จึงได้พยายามร่วมมือกันจัดตั้งองค์กรกลางขึ้นมา เพื่อรักษาสันติภาพให้แก่ประชาคมโลก นั่นคือ องค์การสหประชาชาติ ดังนั้น ที่ประชุมขององค์การยุวพุทธศาสนิกสัมพันธ์แห่งโลก (ยพสล.) ปีพุทธศักราช 2531 ได้เห็นความสำคัญของการทำสมาธิ จึงเสนอให้วันที่ 6 สิงหาคม เป็นวันสมาธิโลก เพื่อเป็นวันรวมใจของชาวพุทธและชาวโลกทั้งหลายมานั่งสมาธิ เพื่อให้เป็นมรณสติเตือนใจ และมุ่งที่จะให้เกิดสันติภาพของโลกที่แท้จริงและยั่งยืน

วันสมาธิโลกในปีนี้ทางวัดพระธรรมกาย จึงได้ขึ้นในวันที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2568 เพื่อส่งเสริมให้ผู้คนหันมาสนใจการทำสมาธิและตระหนักถึงประโยชน์ต่อสุขภาพกายและใจ ทำให้เกิดความสงบภายในและส่งผลต่อสันติภาพในสังคม ซึ่งทุกคนสามารถร่วมกันทำสมาธิได้โดยไม่จำกัดเชื้อชาติ ศาสนา หรือวัฒนธรรม โดยพิธีกรรมภาคเช้าเป็นพิธีบูชาข้าวพระ นั่งสมาธิปฏิบัติธรรม พิธีกล่าวคำถวายอาคาร 82 ปี หลวงพ่อธัมมชโย พิธีกล่าวคำถวายภัตตาหารเป็นสังฆทาน ภาคบ่ายเป็นพิธีมุทิตาสักการะ พระภิกษุผู้สอบได้เปรียญธรรม 9 ประโยคระดับโลก ปีที่ 37 พิธีมอบโล่เกียรติยศและทุนการศึกษา สำนักเรียนบาลีดีเด่นทั่วประเทศ พิธีถวายมหาสังฆทานคณะสงฆ์ 2,000 กว่าวัดทั่วประเทศ ปีที่ 25 พิธีถวายไทยธรรมคณะสงฆ์ 323 วัด 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ปีที่ 21 ครั้งที่ 180

ขอเชิญชวนพุทธศาสนิกชนทุกท่าน ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสันติภาพให้เกิดขึ้น ในวันที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2568 เวลา 09.30 น. – 16.30 น. ณ วัดพระธรรมกาย จ.ปทุมธานี หรือสามารถติดตามรับชมการถ่ายทอดสดได้ที่เพจ Facebook สำนักสื่อสารองค์ วัดพระธรรมกาย ,www.gbnus.com สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 02-831-1000

‘เทวัญ’เปิด‘ค่ายลูกเสือ 4 จังหวัด’เป็นศูนย์พักพิงให้ปชช.ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุสู้รบ

‘เทวัญ’เปิด‘ค่ายลูกเสือ 4 จังหวัด’เป็นศูนย์พักพิงให้ปชช.ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุสู้รบ

‘เทวัญ’เปิด‘ค่ายลูกเสือ 4 จังหวัด’เป็นศูนย์พักพิงให้ปชช.ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุสู้รบ

วันศุกร์ ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 14.56 น.

‘เทวัญ’เปิด‘ค่ายลูกเสือ 4 จังหวัด’เป็นศูนย์พักพิงให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุปะทะระหว่างไทย-กัมพูชา ระดม‘ลูกเสือ’บริจาคโลหิต พร้อมมอบถุงยังชีพพื้นที่น้ำท่วมภาคเหนือ

25 กรกฎาคม 2568 นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รมช.ศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติ ครั้งที่ 3/2568 ณ ห้องประชุมราชวัลลภ ชั้น 2 กระทรวงศึกษาธิการ

นายเทวัญ กล่าวว่า ตามที่ เมื่อวานนี้ (24 ก.ค.68 ) เกิดเหตุการณ์ปะทะกันระหว่างไทยกับกัมพูชา ที่บริเวณพรมแดนพื้นที่ จ. สุรินทร์ จ. ศรีสะเกษ จ. อุบลราชธานี จ. บุรีรัมย์ ทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวน 14 คน และบาดเจ็บ อีก 40 กว่าคน  ทำให้ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่บริเวณที่มีการปะทะกันจะต้องอพยพไปอาศัยอยู่ในศูนย์พักพิงต่างๆของจังหวัด

“ผมจึงหารือกับ ดร.วรัท พฤกษาทวีกุล รองปลัด ศธ. ทำหน้าที่เลขาธิการสำนักงานลูกเสือแห่งชาติ(สลช.) ว่า เรามีศูนย์ หรือค่ายลูกเสืออยู่เกือบทุกจังหวัด  และใน จ. สุรินทร์ จ. ศรีสะเกษ จ. อุบลราชธานี จ. บุรีรัมย์ เรามีค่ายลูกเสือที่สามารถเปิดให้คนเข้าไปพักได้ค่ายละ  500-1,000 คน  ดังนั้น เราจะเปิดค่ายลูกเสือทั้ง 4 ค่ายให้เป็นศูนย์พักพิงเพื่อให้พี่น้องประชาชนที่เดือดร้อนเข้าไปหลบภัยจากเหตุปะทะกัน และ สลช.จะขอความร่วมมือจากลูกเสือจิตอาสา ให้มาอยู่ในค่ายลูกเสือทั้ง 4 แห่ง เพื่อทำอาหาร ดูแลเรื่องความปลอดภัย และช่วยอำนวยความสะดวกทั้ง 4 ค่าย” นายเทวัญ กล่าว

รมช.ศธ. กล่าวต่อว่า ขณะนี้สภากาชาดไทยขอความร่วมมือในการร่วมบริจาคโลหิต เพื่อสำรองไว้ กรณีมีเหตุฉุกเฉินหรือมีการต่อสู้กันตามพรหมแดนไทย-กัมพูชา ดังนั้น สลช.จะระดมลูกเสือที่มีความพร้อมไปบริจาคโลหิตใน 4 จังหวัดที่มีเหตุประทะกัน และเชิญชวนให้ลูกเสือทั่วประเทศไปร่วมบริจาคโลหิตกัน

“พรุ่งนี้ ผมจะไปโคราช ก็จะนำลูกเสือ ใน จ.นครราชสีมา ไปบริจาคโลหิต และผมก็จะบริจาคโลหิตด้วย” รมช.ศึกษาธิการ กล่าว

นายเทวัญ กล่าวต่อว่า เนื่องจากขณะนี้ได้เกิดเหตุอุทกภัยในหลายจังหวัดที่ภาคเหนือ เช่น จ.เชียงราย จ.พระเยา จ.น่าน ดังนั้น ในนามสำนักงานลูกเสือแห่งชาติ(สลช.)จะจัดถุงยังชีพไปมอบให้กับผู้ที่เดือดร้อนจากน้ำท่วม ซึ่งกิจกรรมทั้งหมดที่ สลช.จะไปทำนี้ เพื่อช่วยเยียวยาคนไทยที่ได้รับผลกระทบและเป็นการให้กำลังใจทหารหาญ