นักศึกษาและบุคลากร ม.ศรีปทุม คว้า 9 รางวัล จาก สสอท.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/770758

นักศึกษาและบุคลากร ม.ศรีปทุม  คว้า 9 รางวัล จาก สสอท.

นักศึกษาและบุคลากร ม.ศรีปทุม คว้า 9 รางวัล จาก สสอท.

วันพฤหัสบดี ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นักศึกษาและบุคลากร มหาวิทยาลัยศรีปทุม ได้รับรางวัลนักศึกษาดีเด่นและบุคลากรดีเด่นสสอท.ประจำปี 2566 จากดร.สมศักดิ์ รุ่งเรือง นายกสมาคมอุดมศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทยในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี(สสอท.) ในปีนี้มีบุคลากรและนักศึกษาเข้ารับรางวัล รวมทั้งสิ้น 9 รางวัล โดย ดร.รัชนีพร พุคยาภรณ์ พุกกะมานอธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีปทุมมอบช่อดอกไม้แสดงความยินดี

ในปี 2566 นี้ มีบุคลากรและนักศึกษาเข้ารับรางวัล ได้แก่ รางวัลบุคลากรดีเด่น ด้านสนับสนุนวิชาการ ระดับผู้ปฏิบัติการ 1 รางวัล ได้แก่ นายอนุภาพ แซ่อึ๊ง ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กลุ่มงานโครงสร้างพื้นฐาน, รางวัลนักศึกษาดีเด่น 8 รางวัล ประกอบด้วยนักศึกษาดีเด่นประเภทวิชาการดีเด่นระดับปริญญาตรี กลุ่มสาขาสังคมศาสตร์ ได้แก่ นายธาม ทัพพะรังสีคณะบริหารธุรกิจ กลุ่มสาขามนุษยศาสตร์ นายจิณณภัทร พลับนิลคณะดิจิทัลมีเดีย, นักศึกษาดีเด่นประเภทวิทยานิพนธ์ดีเด่น ระดับปริญญาโท กลุ่มสาขาสังคมศาสตร์ ได้แก่ นายอรรถวุฒิ มุขมา วิทยาลัยบัณฑิตศึกษาด้านการจัดการ กลุ่มสาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี นายสุมิตร สุรพันธ์ไพโรจน์ คณะวิศวกรรมศาสตร์, นักศึกษาดีเด่นประเภทวิทยานิพนธ์ดีเด่น ระดับปริญญาเอก กลุ่มสาขาสังคมศาสตร์ น.ส.รมิดา วงษ์เวทวณิชย์ บัณฑิตวิทยาลัย วิทยาเขตชลบุรี กลุ่มสาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีน.ส.ทิภาพร ศุภมิตร คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ นักศึกษาดีเด่นประเภทกิจกรรมดีเด่น ประเภทบุคคล น.ส.มณีรัตน์ ยศเครือ คณะบัญชีและนักศึกษาดีเด่นประเภทศิลปวัฒนธรรมดีเด่น ประเภทบุคล น.ส.ภัทรวดีจันทรโอกุล คณะศิลปะศาสตร์

คณะกรรมาธิการการกีฬา วุฒิสภา จัดงานวันกีฬาแห่งชาติ ที่รัฐสภา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/770763

คณะกรรมาธิการการกีฬา วุฒิสภา  จัดงานวันกีฬาแห่งชาติ ที่รัฐสภา

คณะกรรมาธิการการกีฬา วุฒิสภา จัดงานวันกีฬาแห่งชาติ ที่รัฐสภา

วันพฤหัสบดี ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

คณะกรรมาธิการการกีฬาวุฒิสภา จัดนิทรรศการและสัมมนา“ทิศทางกีฬาไทย” เนื่องในโอกาสวันกีฬาแห่งชาติปี 2566 โดยมีกิจกรรมน่าสนใจ อาทิ แสดงนิทรรศการเกี่ยวกับการกีฬา การเสวนาถึงทิศทางกีฬาของไทย พบปะกับนักกีฬาขวัญใจชาวไทย การแสดงคีตะมวยไทย การออกกำลังกายที่เสริมด้วยศิลปะการป้องกันตัว เป็นต้น โดยงานจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 13-15 ธันวาคม 2566 เวลา 08.00-16.00 น. ณ ห้องโถงกลาง ชั้น B1 อาคารรัฐสภา กรุงเทพมหานคร

พลเอกสุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ ประธาน กรรมาธิการการกีฬา วุฒิสภา กล่าวว่าวันที่ 16 ธันวาคมของทุกปีเป็นวันสำคัญวันหนึ่งของไทย โดยราชการกำหนดให้เป็นวันกีฬาแห่งชาติ เพื่อน้อมรำลึกถึงพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ทรงพระปรีชาสามารถ ทรงชนะเลิศการแข่งขันกีฬาเรือใบประเภทโอเคในรายการแข่งขันระดับนานาชาติในกีฬาแหลมทอง ครั้งที่ 4 ที่กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2510 ซึ่งต่อมาคือรายการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ และทรงได้รับการทูลเกล้าฯ ถวายเหรียญทอง ยังความปลาบปลื้มใจแก่ชาวไทยทั่วกัน ถือเป็นวันประวัติศาสตร์ของชาติด้านการกีฬาของชาติไทย

“วันกีฬาแห่งชาติปีนี้ คณะกรรมาธิการการกีฬา วุฒิสภาได้จัดกิจกรรมวันกีฬาแห่งชาติขึ้นมีกิจกรรมที่น่าสนใจหลากหลายได้แก่ การจัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับการกีฬาไทย การเสวนา และบรรยายพิเศษ “ทิศทางกีฬาไทย” พบปะกับนักกีฬาขวัญใจชาวไทย อาทิ วิลาวัณย์ อภิญญา (กัปตันกิ๊ฟ อดีตนักกีฬาวอลเลย์บอล) แสตมป์แฟร์เท็กซ์ (นักมวยไทย) ธีรเดชทรงสายสกุล (นักกีฬาอี-สปอร์ต) ฯลฯ ชมการแสดงคีตะมวยไทย การออกกำลังกายที่เสริมด้วยศิลปะการป้องกันตัว ชมบูธนิทรรศการของสมาคมกีฬา หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับกีฬา และซื้อสินค้ากีฬาในราคาพิเศษ จากบริษัทผลิตสินค้า อุปกรณ์การกีฬา และเสื้อผ้ากีฬาชั้นนำระดับประเทศ จึงอยากเชิญชวนให้ทุกคนมาเที่ยวชมงานในวันเวลาดังกล่าว”พลเอกสุรเชษฐ์ กล่าวทิ้งท้าย

นักเรียนมัธยมปลายสังกัดกทม. เข้าค่ายอบรมเทคโนโลยีจากอโกด้า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/770757

นักเรียนมัธยมปลายสังกัดกทม.  เข้าค่ายอบรมเทคโนโลยีจากอโกด้า

นักเรียนมัธยมปลายสังกัดกทม. เข้าค่ายอบรมเทคโนโลยีจากอโกด้า

วันพฤหัสบดี ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

อโกด้า แพลตฟอร์มดิจิทัลสำหรับการเดินทางท่องเที่ยวร่วมกับกรุงเทพมหานคร (กทม.) จัดค่ายอบรมเทคโนโลยี Agoda Tech Camp Day ครั้งที่ 2มีนักเรียนมัธยมปลายกว่า 1,000 คนจาก 9 โรงเรียนสังกัดกทม. เข้าร่วมกิจกรรม โดยมีนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายเดเมียน เฟิร์ช ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการพาณิชย์ อโกด้า และนายอิดาน ซาลซ์เบิร์ก ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยี อโกด้า ร่วมงาน เมื่อวันก่อน

ค่ายอบรม Agoda Tech Camp Day ถือเป็นการศึกษาเทคโนโลยีผ่านการส่งเสริมนวัตกรรม มีกิจกรรมหลักคือเวิร์กช็อป 3 หัวข้อ อบรมโดยวิศวกรไทยของ อโกด้า นักเรียนที่เข้าร่วมโครงการสามารถเลือกเวิร์กช็อปตามความสนใจสูงสุด 2 หัวข้อ และได้ศึกษาเทคโนโลยีแขนงต่างๆ อย่างเจาะลึก ได้แก่ การสร้างเว็บ (ด้วย React และBootstrap), ส่วนเชื่อมต่อระหว่างผู้ใช้งานกับระบบ (UI), ประสบการณ์ผู้ใช้ (UX) และ AI รวมถึง ChatGPT เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเรียน

นอกจากนี้ ยังมีช่วงเวลาพูดคุยเรื่องอาชีพ ถ่ายทอดประสบการณ์เรื่องการศึกษา และเส้นทางอาชีพ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจสำหรับนักเรียนที่สนใจทำงานในแวดวงเทคโนโลยี โดยมีวิทยากรรับเชิญและผู้มีชื่อเสียงมาร่วมงาน ได้แก่ นักสร้างคอนเทนต์,นักแคสต์เกม, เจ้าของเพจท็อฟฟี่เป็นตุ๊ดซ่อมคอม, อินทัช มาศวงษ์ปกรณ์ประธานบริหารแอปพลิเคชั่นViaBus, ภูมิปรินทร์ มะโน นักพัฒนาซอฟต์แวร์หนุ่มแห่งซิลิคอนวัลเลย์ รวมทั้งเจ้าหน้าที่ด้านเทคโนโลยีจากอโกด้า โดยได้ร่วม Tech Camp Day จัดขึ้นเป็นครั้งที่สอง และเป็นส่วนหนึ่งของโครงการความร่วมมือเพื่อพัฒนาสังคม และความยั่งยืนระหว่างอโกด้ากับ กทม. โดยที่ผ่านมาได้เคยร่วมทำกิจกรรมได้แก่ โครงการปลูกต้นไม้กลางกรุง ActionDay PM 2.5 BKK กทม.ชวนภาคีขยับเรื่องฝุ่นเมือง และโครงการสนับสนุนการท่องเที่ยวโดยชุมชนที่ตลาดน้อย เป็นต้น

Mowi ASA ให้นักศึกษา ม.ศิลปากร ออกแบบบูธงาน Makro HoReCa 2023

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/770755

Mowi ASA ให้นักศึกษา ม.ศิลปากร  ออกแบบบูธงาน Makro HoReCa 2023

Mowi ASA ให้นักศึกษา ม.ศิลปากร ออกแบบบูธงาน Makro HoReCa 2023

วันพฤหัสบดี ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

Mowi ASA (โมวี เอเอสเอ)ประเทศนอร์เวย์ เจ้าของฟาร์มเพาะเลี้ยงแซลมอนแอตแลนติกรายใหญ่ในโลกและผู้ผลิตโปรตีนจากสัตว์ที่ยั่งยืนที่สุดรายหนึ่งของโลกร่วมกับมหาวิทยาลัยศิลปากร จัดประกวดการออกแบบบูธ MOWI สำหรับออกในงาน Makro HoReCa 2023 ที่จัดขึ้นเมื่อกลางเดือน พฤศจิกายน 2566 ที่ผ่านมา ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี

สำหรับทีมชนะเลิศ การประกวดการออกแบบบูธ MOWI ในครั้งนี้ ประกอบด้วย น.ส.ญาณนันต์ กันเดช, น.ส.อภิสรา สุทธิบริหารกุล,น.ส.เบญญาภา ปานเดช และ น.ส.อัญชิสา อมรธนภัทร นักศึกษาจากภาควิชาออกแบบผลิตภัณฑ์ คณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร โดยได้ออกแบบบูธ MOWI ขนาด 5×6 เมตร งาน Makro HoreCa 2023 ภายใต้คอนเซ็ปต์เรื่องความยั่งยืน โดยมี นางอัสตริด เอมีเลีย เฮลเล เอกอัครราชทูตนอร์เวย์ประจำประเทศไทย พร้อมผู้บริหารจาก Mowi ASA นายชาร์ลีย์ วู กรรมการผู้จัดการประจำภูมิภาคเอเชีย และนายวินเซนต์ อัง ผู้อำนวยการฝ่ายขายประจำภูมิภาค ร่วมมอบรางวัลชนะเลิศและรางวัลอื่นๆ ในครั้งนี้

Mowi ASA เป็นผู้ส่งออกรายแรกที่จับมือกับ สยามแม็คโคร ในการนำเข้าแซลมอนแอตแลนติกสดมายังประเทศไทยเมื่อปี พ.ศ.2550 และจัดส่งผ่านสาขาของแม็คโครทั่วประเทศ โดยในแต่ละปี Mowi ASA ได้ร่วมจัดแสดงสินค้าคืองาน Makro HoReCa สำหรับปี 2023 ทางบริษัทได้ใช้โอกาสนี้ในการจัด “การประกวดการออกแบบบูธ MOWI ที่งาน Makro HoReCa 2023” เพื่อเปิดโอกาสให้นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยศิลปากรแสดงความสามารถและความคิดสร้างสรรค์ภายในงาน

ชื่นชมครูฮีโร่!!! ช่วยนักเรียน-ครู เหตุชายคลั่งบุกโรงเรียน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/770841

ชื่นชมครูฮีโร่!!! ช่วยนักเรียน-ครู เหตุชายคลั่งบุกโรงเรียน

ชื่นชมครูฮีโร่!!! ช่วยนักเรียน-ครู เหตุชายคลั่งบุกโรงเรียน

วันพุธ ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 17.21 น.

“เลขาธิการฯ กพฐ.”ชื่นชมครูฮีโร่!!! ช่วยนักเรียน-ครู เหตุชายคลั่งบุกโรงเรียน สั่งทุก รร.ซักซ้อมแผนเผชิญเหตุจริงจังต่อเนื่อง

เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2566 ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา รักษาราชการแทน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) เปิดเผยว่า ตามที่เกิดเหตุการณ์ชายจิตเวช อาการคลุ้มคลั่ง บุกรุกเข้ามาในพื้นที่โรงเรียนบ้านน้ำพุหินลาด ต.ทุ่งนาเลา อ.คอนสาร จ.ชัยภูมิ สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชัยภูมิ เขต 2 (สพป.ชัยภูมิ เขต 2) และก่อเหตุใช้มีดวิ่งไล่ฟันคณะครูและนักเรียนนั้น ทันทีที่ทราบเหตุ ได้มอบหมายให้ ศูนย์ความปลอดภัย สพฐ.และผู้อำนวยการ สพป.ชัยภูมิ เขต 2 นักจิตวิทยาโรงเรียน เจ้าหน้าที่ตำรวจอำเภอคอนสาร และหน่วยกู้ภัยร่วมกตัญญูอำเภอคอนสาร จ.ชัยภูมิ ลงพื้นที่ระงับเหตุและติดตามสถานการณ์

ศูนย์ความปลอดภัย สพฐ. รายงานว่า ขณะที่นักเรียนโรงเรียนบ้านน้ำพุหินลาด ระดับอนุบาล ถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 เกือบ 100 คน กำลังเข้าแถวเคารพธงชาติหน้าเสาธงในช่วงเช้านั้น ได้มีชายจิตเวทขับขี่รถจักรยานยนต์ บุกเข้ามาในโรงเรียน ตะโกนเสียงดังและใช้มีดวิ่งไล่ฟันครูและนักเรียน คณะครูได้ร่วมกันช่วยนักเรียนให้วิ่งหนีไปหลบซ่อนตัวภายในอาคารเรียนได้อย่างปลอดภัยทุกคน และปรากฏว่า นายธวัชชัย ด้วงธรรม ครูผู้สอนรายวิชาพลศึกษา ได้ปกป้องนักเรียน ต่อสู้กับชายคลุ้มคลั่ง จนตัวเองได้รับบาดเจ็บที่มือและแขน หน่วยกู้ภัยร่วมกตัญญูอำเภอคอนสาร ได้ทำการปฐมพยาบาลในเบื้องต้นและส่งต่อการรักษาที่โรงพยาบาลคอนสาร จ.ชัยภูมิ ขณะนี้ปลอดภัยแล้ว และสำนักงานเขตพื้นที่ได้จัดนักจิตวิทยาโรงเรียนเพื่อเข้าไปดูแลสภาพจิตใจนักเรียนและครูอย่างใกล้ชิด

“เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เกิดจากชายจิตเวทที่มีบ้านพักอาศัยอยู่ใกล้โรงเรียน แม้ครั้งนี้ มีเพียงครูหนึ่งท่านที่ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย นักเรียนทุกคนรอดปลอดภัยดี แต่เป็นเหตุการณ์ที่ไม่ควรเกิดขึ้นในโรงเรียน จึงขอชื่นชมคุณครูธวัชชัย ด้วงธรรม ที่คิดถึงความปลอดภัยของนักเรียนมากกว่าชีวิตของตนเอง ต่อสู้กับผู้บุกรุกอย่างมีสติและกล้าหาญ จนคุณครูคนอื่นๆ มีเวลาอพยพนักเรียนปลอดภัยทุกคน ตนได้แจ้งเขตพื้นที่และโรงเรียนทุกแห่ง ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานปกครองและสาธารณสุขในพื้นที่ เพื่อให้มีข้อมูลและสามารถวางแผนป้องกัน รับมือ กรณีชุมชนมีบุคคลผู้เสี่ยงมีพฤติกรรมรุนแรง และได้เน้นย้ำโรงเรียนให้เฝ้าระวังความปลอดภัยของนักเรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษาในทุกมิติ ให้มีแผนเผชิญเหตุและซักซ้อมการเผชิญเหตุอยู่เสมอ และ สพฐ.กำลังพิจารณาสนับสนุนอุปกรณ์ เครื่องมือ รวมถึงการติวเข้มทักษะครู นักเรียน เพื่อให้พร้อมเผชิญเหตุที่ไม่คาดคิด เพื่อให้โรงเรียนเป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ที่ปลอดภัยอย่างแท้จริง” เลขาธิการ กพฐ.กล่าว

– 006

ราชกิจจาฯแพร่ประกาศแต่งตั้ง’กรรมการมหาเถรสมาคม’ จำนวน 20 รูป

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/770767

ราชกิจจาฯแพร่ประกาศแต่งตั้ง'กรรมการมหาเถรสมาคม' จำนวน 20 รูป

ราชกิจจาฯแพร่ประกาศแต่งตั้ง’กรรมการมหาเถรสมาคม’ จำนวน 20 รูป

วันพุธ ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 14.56 น.

เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2566 เว็บไซต์ ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศ แต่งตั้งกรรมการมหาเถรสมาคม จำนวน 20 รูป (https://ratchakitcha.soc.go.th/documents/13120.pdf) ดังนี้

อาชีวะอุบลฯจับมือบริษัทเอส แอนด์ พี ซินดิเคทฯลงนามความร่วมมือ MOU เพิ่มโอกาสทางการศึกษา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/770659

อาชีวะอุบลฯจับมือบริษัทเอส แอนด์ พี ซินดิเคทฯลงนามความร่วมมือ MOU เพิ่มโอกาสทางการศึกษา

อาชีวะอุบลฯจับมือบริษัทเอส แอนด์ พี ซินดิเคทฯลงนามความร่วมมือ MOU เพิ่มโอกาสทางการศึกษา

วันอังคาร ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 19.29 น.

อาชีวะอุบลฯจับมือบริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) ลงนามความร่วมมือ MOU เพิ่มโอกาสทางการศึกษา ให้ผู้เรียนมีสมรรถนะสูงในสาขาวิชาชีพและมีความพร้อมในการก้าวสู่โลกอาชีพอย่างภาคภูมิ

วันที่ 21 พฤศจิกายน 2566 นางสาวลฎาภา แสวงทรัพย์ ผู้อำนวยการวิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี มอบหมายให้ นางสาวธนิดา วรรณแก้ว รองผู้อำนวยการฝ่ายแผนงานและความร่วมมือ รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการวิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี พร้อมด้วยรองผู้อำนวยการ ตัวแทนครู บุคลากร ให้การต้อนรับผู้บริหารจากบริษัทเอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) ได้แก่  ดร.ลฎาภา มอร์เตโร ผู้จัดการศูนย์การเรียน และนางสาวกรวิกา ชูพลสัตว์ ผู้ช่วยผู้จัดการศูนย์การเรียน ในโอกาสร่วมลงนามความร่วมมือ MOU ระหว่างวิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี และ บริษัทเอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) ตามโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาหลักสูตรและลงนามความร่วมมือการจัดการเรียนการสอนสายอาชีพร่วมกับสถานประกอบการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 พร้อมได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับการพัฒนาหลักสูตรและการจัดการศึกษาในสถานประกอบการร่วมกัน ณ ห้องประชุมจามจุรี วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี 

จากนั้น ดร.ลฎาภา มอร์เตโร ผู้จัดการศูนย์การเรียน และนางสาวกรวิกา ชูพลสัตว์ ผู้ช่วยผู้จัดการศูนย์การเรียน บริษัทเอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) ได้พบปะกับนักเรียน นักศึกษา ในสาขาวิชาอาหารและโภชนาการ สาขาวิชาการโรงแรมและการท่องเที่ยว และสาขาวิชาการตลาด ณ ห้องประชุมศรีพรหมราช วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจในขั้นตอน วิธีการ หลักปฏิบัติตนและสิทธิประโยชน์อื่นๆที่ผู้เรียนอาชีวศึกษาจะได้รับในการเข้าฝึกงานกับบริษัทเอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน)  ทั้งนี้นับว่าเป็นการเพิ่มโอกาสทางการศึกษาให้กับผู้เรียนสายอาชีพในทุกสาขาวิชาที่จะได้โอกาสที่ดีในการเข้าฝึกงานกับบริษัทที่ได้มาตรฐานและมีความพร้อมสำหรับพัฒนาผู้เรียนให้สามารถ รู้จริง ทำได้ เข้าใจชีวิต มีสมรรถนะสูงในสาขาวิชาชีพที่ตนเอง และมีความพร้อมในการก้าวสู่โลกอาชีพอย่างภาคภูมิในอนาคต

มาแล้ว!! ‘กางเกงแมว’คู่แข่ง’กางเกงช้าง’หอการค้าโคราชดันเป็นซอฟต์พาวเวอร์เมืองโคราช

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/770655

มาแล้ว!! 'กางเกงแมว'คู่แข่ง'กางเกงช้าง'หอการค้าโคราชดันเป็นซอฟต์พาวเวอร์เมืองโคราช

มาแล้ว!! ‘กางเกงแมว’คู่แข่ง’กางเกงช้าง’หอการค้าโคราชดันเป็นซอฟต์พาวเวอร์เมืองโคราช

วันอังคาร ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 19.18 น.

มาแล้ว!! ‘กางเกงแมว’คู่แข่ง’กางเกงช้าง’หอการค้าโคราชดันเป็นซอฟต์พาวเวอร์เมืองโคราช เตรียมต่อยอดสินค้าหลังกระแสตอบรับดี

เมื่อวันที่ 21 พ.ย. 2566 นางพจนกร รัตนพงษ์วณิช รองประธานฝ่ายท่องเที่ยวและลงทุนหอการค้าจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า หลังจากหอการค้าจังหวัดนครราชสีมา ร่วมกับจ.นครราชสีมา จัดประกวดออกแบบลาย KORAT MONOGRAM (โคราช โมโนแกรม) เมื่อวันที่ 21 ก.ย. 2566 ที่ลานกิจกรรมชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล นครราชสีมา เพื่อนำผลงานออกแบบที่ชนะเลิศต่อยอดเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้า และบริการที่มีสัญลักษณ์เมืองโคราช สร้างการจดจำให้กับนักท่องเที่ยว ช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ และบริการด้านการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ล่าสุด ในงาน “มามูย่าโคราช” ที่ลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี จัดระหว่างวันที่ 16-18 พ.ย. 2566 และจะจัดขึ้นอีกครั้งในวันที่ 23-26 พ.ย. 2566 ซึ่งเป็นเทศกาล และการท่องเที่ยวสายมู ภายในงานจะได้พบกับตลาดวัฒนธรรม สินค้าชุมชนท้องถิ่น อาหารพื้นบ้านจากท้องถิ่น และกิจกรรมการเเสดงศิลปะวัฒนธรรมจากเยาวชนและศิลปินโคราชมากมาย พร้อมเปิดตัวผลิตภัณฑ์สินค้าท้องถิ่นโดยใช้ลาย “โคราช โมโนแกรม” ที่ชนะเลิศประกวดมาพิมพ์ลงบนเสื้อ หมวก กระเป๋า ถุง และไฮไลต์คือ “กางเกงแมว” คล้าย “กางเกงช้าง”

โดยเฉพาะเมื่อวันที่ 18-19 พ.ย.ที่ผ่านมา ในงานสัมมนาหอการค้าทั่วประเทศ ครั้งที่ 41 ณ ภิรัชฮอลล์ ศูนย์นิทรรศกาลและการประชุมไบเทค (BITEC) กรุงเทพฯ ทีมคณะกรรมการหอการค้าจังหวัดนครราชสีมา นำโดย นายสุดที่รัก พันธ์สายเชื้อ ประธานหอการค้าโคราช พร้อมคณะกรรมการ และ YEC หอการค้าโคราช ร่วมกันใส่ “กางเกงแมว” ไปร่วมงาน สร้างความฮือฮาและถามถึงที่มาของ “กางเกงแมวโคราช” เป็นจำนวนมาก

ด้านนายไพจิตร มานะศิลป์ กรรมการหอการค้าจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า หลังจากหอการค้าร่วมกับจังหวัด จัดกิจกรรมการประกวด KORAT MONOGRAM เป้าหมายของกิจกรรมเพื่อต้องการพัฒนาเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ไม่ว่าจะเป็นทางด้านเศรษฐกิจ ด้านการท่องเที่ยว และด้านการกีฬา โดยเฉพาะเรื่องการนำเรื่องราวประวัติศาสตร์ วิถีชีวิต วัฒนธรรม และอัตลักษณ์พื้นถิ่นของชาวโคราชสื่อผ่านลวดลายโมโนแกรมที่มีเอกลักษณ์ —017

ปลัด มท.เผยชาว OTOP ปลื้ม’นายกฯเศรษฐา’ เป็น Ambassador ผ้าไทยลายพระราชทาน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/770590

ปลัด มท.เผยชาว OTOP ปลื้ม'นายกฯเศรษฐา' เป็น Ambassador ผ้าไทยลายพระราชทาน

ปลัด มท.เผยชาว OTOP ปลื้ม’นายกฯเศรษฐา’ เป็น Ambassador ผ้าไทยลายพระราชทาน

วันอังคาร ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 16.32 น.

ปลัด มท.เผยชาว OTOP ปลื้ม”นายกฯ เศรษฐา” เป็น Ambassador ผ้าไทยลายพระราชทาน”ผ้าลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ” หนุนเสริมการสร้างรายได้และคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืนให้กับช่างทอผ้าในชนบทห่างไกลทั่วประเทศ พร้อมเชิญชวนคนไทยร่วมงาน”Silk Festival 2023″ 30 พ.ย. – 3 ธ.ค.66 และ “Otop City 2023” 16 – 24 ธ.ค.66 ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี

วันนี้ (21 พ.ย.66) นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยถึงกรณี นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี สวมใส่ผ้าไหม “ลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ” ไหมพันธุ์ไทย ย้อมสีธรรมชาติสีแดงจากครั่ง ผลงานช่างทอผ้าจังหวัดมหาสารคาม เข้าประชุมคณะรัฐมนตรีช่วงเช้าวันนี้ นำมาซึ่งความปลาบปลื้มใจของพี่น้องช่างทอผ้าและชาว OTOP ผ้าไทยทั่วประเทศ เพราะได้เห็นผู้นำประเทศได้ลุกขึ้นมาเป็นผู้นำทำก่อน สวมใส่ผ้าไทย หนุนเสริมการสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้จากงานหัตถศิลป์หัตถกรรมภูมิปัญญาบรรพบุรุษ

“ตลอดทั้งวันนี้ พี่น้อง OTOP ทั่วประเทศต่างส่งข้อความมาแสดงความปลาบปลื้มดีใจที่วันนี้ได้เห็นท่านเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี ได้สวมใส่ผ้าไทยเข้าประชุมคณะรัฐมนตรี โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านนายกรัฐมนตรีเศรษฐา ทวีสิน พี่น้องชาว OTOP และศิลปาชีพ ปลื้มใจเป็นพิเศษ เพราะท่านงามสง่าด้วยผ้าไทย “ลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ” ที่สร้างสรรค์โดยกลุ่ม OTOP จังหวัดมหาสารคาม ซึ่งเป็นไหมพื้นบ้านและที่สำคัญที่สุด คือ ย้อมสีธรรมชาติจากครั่ง และบรรจงตัดเย็บด้วยความสวยงาม ซึ่งการที่ท่านนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีได้ให้การสนับสนุนพี่น้อง OTOP และพี่น้องศิลปาชีพ ด้วยการสวมใส่ผ้าไทยในทุกโอกาส ถือได้ว่าเป็นส่วนสำคัญ เป็น “พลังขับเคลื่อน” ที่จะทำให้พี่น้องคนไทยและชาวต่างประเทศมีความนิยมหันมาสนใจในการที่จะสวมใส่ผ้าไทยเพิ่มมากขึ้น อันสอดคล้องกับแนวพระดำริของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ที่ทรงห่วงใยชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องคนไทย จึงได้ทรงลงมาช่วยในการที่จะเป็นต้นแบบทำให้พี่น้องคนไทยได้คิดออกแบบลวดลายใหม่ๆ เกิดขึ้น โดย “ลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ” เป็นลายผ้าพระราชทานลายแรก ซึ่งชาวบ้านทั่วไปเรียกว่า “ลายขอเจ้าฟ้า” บ้าง “ลายขอเจ้าหญิง” บ้าง” นายสุทธิพงษ์ฯ กล่าวในช่วงต้น

นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวต่อว่า ลายผ้าพระราชทาน “ลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ” เป็นลายผ้าพระราชทานลวดลายแรกที่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงมุ่งมั่นในการใช้พระปรีชาชาญด้านการออกแบบแฟชั่นแบบร่วมสมัย มาสร้างสรรค์ลายและพระราชทานลายให้กับช่างทอผ้าทั่วประเทศ โดยความหมายของลายผ้าพระราชทาน “ลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ” ลาย S หมายถึง Sirivannavari สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ลาย S จำนวน 10 แถว หมายถึง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ลายเชิงผ้ารูปหัวใจ หมายถึง ความรักที่พระองค์มีต่อประชาชนชาวไทยทุกคน = Eternity Love เพื่อเป็นการจุดประกายความคิดในการพัฒนาลวดลายผ้า และพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าไทยให้มีความร่วมสมัย สามารถก้าวสู่ระดับสากลเพื่อวิถีชุมชนที่ยั่งยืน

“ด้วยพระปณิธานอันแรงกล้าของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ในการแบ่งเบาพระราชภาระของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ด้านการสืบสาน รักษา และต่อยอดพระราชปณิธานของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในการส่งเสริมผ้าไทย งานหัตถศิลป์หัตถกรรมไทย ได้สะท้อนเป็นที่ประจักษ์ผ่านภาพที่ช่างทอผ้าและชาว OTOP ทั่วประเทศจดจำมิรู้ลืม คือ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จไปทรงเป็นองค์ประธานเปิดงาน OTOP City 2020 ที่ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2563 พระองค์ได้พระราชทานแบบลายผ้าพระราชทาน “ลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ” ให้แก่นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน คนที่ 29 โดยทรงประทับบนกี่ทอผ้าที่แวดล้อมไปด้วยพี่น้องผู้ประกอบการ OTOP ซึ่งในการเสด็จครั้งนั้น ทรงมีพระดำรัสด้วยพระสุรเสียงที่หนักแน่น ความตอนหนึ่งว่า “ข้าพเจ้าได้มีโอกาสตามเสด็จสมเด็จย่า สมเด็จพระพันปีหลวงมาตั้งแต่เด็ก ได้เห็นท่านทรงงาน และรับรู้ถึงความทุ่มเทของพระองค์ท่าน ในการอนุรักษ์ศิลปหัตถกรรมพื้นบ้านและสืบสานภูมิปัญญาไทยมาโดยตลอด เห็นการสร้างงาน สร้างรายได้ ให้ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดี สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างมั่นคง ข้าพเจ้า มีความตั้งใจที่จะสืบสานพระราชปณิธาน โดยข้าพเจ้าได้นำประสบการณ์การทำงาน การศึกษา การเดินทางไปชมผ้าไทยและงานหัตถกรรมพื้นบ้านตามภาคต่าง ๆ ทำให้เห็นผลงานที่สามารถนำมาพัฒนาให้ร่วมสมัยและเป็นสากลได้” ซึ่งพระกรุณาธิคุณในครั้งนี้เปรียบประดุจแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ ที่ทำให้ตั้งแต่หลังวันที่ 21 ธ.ค. 63 เป็นต้นมา เกิดเสียงดังที่ใต้ถุนบ้านทุกหลังในทุกหมู่บ้าน/ชุมชน นั่นคือ “เสียงกี่ที่กระทบกันเพื่อทอผ้าลายพระราชทานกันตลอดทั้งวันทั้งคืน” และทรงโปรดให้กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทยจดลิขสิทธิ์ พร้อมทั้งพระราชทานพระราชานุญาตให้กลุ่มช่างทอผ้าทุกกลุ่มสามารถนำไปใช้ได้ทุกเทคนิค ประยุกต์ดัดแปลงเข้ากับอัตลักษณ์ของชุมชนได้ จนกระทั่งถึงทุกวันนี้พบว่าในหลายหมู่บ้าน ยังทอไม่เพียงพอต่อความต้องการของผู้ซื้อ ถือเป็นลายผ้ามหัศจรรย์ลายแรกที่เกิดขึ้นในยุคปัจจุบัน เพราะพระองค์พระราชทานในช่วงที่เกิดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 พอดี ชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องคนไทยก็ลำบากมาก แต่ปรากฏการณ์ที่สำคัญ ภายหลังชาวบ้านช่วยกันทอผ้า “ลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ” ออกมาขาย  ก็ทำให้เกิดเป็นสิ่งที่เรียกว่าปรากฏการณ์ยอดขายผ้าไทยที่ถล่มทลายมาก ขายดิบขายดี ทำให้มีรายได้หมุนเวียนเพิ่มขึ้นทำให้ผู้ประกอบการทอผ้าได้รอดตายจากภาวะฝืดเคืองทางเศรษฐกิจในช่วงโควิด-19 นำมาซึ่งความปลาบปลื้มปีติยินดีอย่างหาที่สุดมิได้ของพวกเราทุกคน” นายสุทธิพงษ์ฯ กล่าว

นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวต่ออีกว่า สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงลงมาเป็นหัวขบวนในการขับเคลื่อนการพัฒนายกระดับและส่งเสริมให้ผู้คนได้เห็นคุณค่าของผ้าไทย และพระราชทานโครงการ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” เพราะผ้าไทยนั้นไม่ใช่แค่เครื่องนุ่งห่มที่เรามีไว้เพื่อให้เกิดความสวยงาม แต่ผ้าไทยยังเป็นเครื่องมือในการที่จะพัฒนายกระดับคุณภาพชีวิตของพี่น้องในชนบทอีกเป็นล้านครอบครัวให้ได้มีรายได้ที่ดี ซึ่งพระองค์ท่านทรงมุ่งหวังในการที่จะช่วยเหลือพสกนิกรของพระองค์ท่านให้ได้มีคุณภาพชีวิตที่ดี โดยทรงนำองค์ความรู้ทางวิชาการที่ทรงศึกษา ทั้งเรื่องของแฟชั่นสมัยใหม่ ศิลปะ การตลาด มาต่อยอดสิ่งที่สมเด็จย่าของพระองค์ได้พระราชทานไว้ให้กับช่างทอผ้าและคนไทยทุกคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งคำว่า “ต่อยอดเป็นสิ่งที่ยาก” แต่ด้วยพระอัจฉริยภาพของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา สิ่งมหัศจรรย์จึงได้เกิดขึ้น มีตัวอย่างความสำเร็จ เช่น บ้านดอนกอย ตำบลสว่าง อำเภอพรรณานิคม จังหวัดสกลนคร ที่ภายหลังจากการน้อมนำพระดำริไปเปลี่ยนแปลงวิธีการย้อมผ้าคราม จากครามเข้ม กลายเป็นครามหลายเฉดสี พร้อมพระราชทานชื่อ “ดอนกอยโมเดล” ทำให้ทุกวันนี้พี่น้องสมาชิกกลุ่มบ้านดอนกอย สามารถสร้างรายได้ให้กับคนในชุมชนจากเดิม 700 บาทต่อคนต่อเดือน เพิ่มเป็น 10,000 บาทต่อคนต่อเดือน ด้วยทรงแสดงให้เห็นว่าแฟชั่นลายใหม่นั้นทำให้เกิดเป็นที่นิยม เป็นที่ต้องการ สามารถสร้างรายได้สร้างอาชีพให้กับคนในชุมชน โดยเริ่มจากให้ผู้ผลิตผ้า ผู้ประกอบการผ้า ออกแบบใส่จินตนาการเพื่อให้เกิดชิ้นงานใหม่ ดังคำว่า “ต่อยอด” ตามพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ด้วยการพึ่งพาตนเองตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เริ่มตั้งแต่ต้นน้ำด้วยการปลูกฝ้าย ปลูกหม่อนเลี้ยงไหม และทรงเน้นย้ำสำคัญมาก คือ เรื่องของการใช้สีธรรมชาติที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รวมไปถึงการพัฒนาออกแบบบรรจุภัณฑ์ (Packaging) รวมถึง สร้าง Story telling และอีกเป้าหมายที่สำคัญอีกประการของพระองค์ท่าน คือ การถ่ายทอดองค์ความรู้ต่อไปยังคนในชุมชนและขยายผลไปสู่พื้นที่อื่นๆ ต่อไป

ทั้งนี้ ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ได้ทรงมุ่งมั่นตั้งใจที่จะสืบสานงานของสมเด็จย่าของพระองค์ท่าน ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างยิ่งใหญ่ในวงการผ้าไทย เกิดมูลค่าหมุนเวียน กว่า 50,000 ล้านบาท เพราะผ้าไทยทั้งหมดตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ เป็นเศรษฐกิจหมุนเวียนที่อยู่ภายในประเทศทั้งสิ้น ไม่มีว่าต้องนำเข้า ไม่มีเม็ดเงินกระเด็นออกไปต่างประเทศ ทำให้เงินในระบบเศรษฐกิจไทยได้หมุนกลับไปสู่ชุมชน นอกจากนี้สิ่งที่เห็นได้ชัดอีก คือ การเปลี่ยนแปลงในเรื่องของรูปแบบ (Pattern) ทั้งลายผ้าต่างๆ ที่พัฒนามาอย่างมากมาย จนเกิดเป็นความนิยม ทุกคนสวมใส่ได้ในทุกโอกาส ซึ่งเป็นเป้าหมายของแนวพระดำริของพระองค์ท่านตามโครงการ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” ที่มีการ Mix and Match ทำให้วงการผ้าไทยเปลี่ยนแปลงไปอย่างยิ่งใหญ่อีกด้วย

นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวเพิ่มเติมว่า สิ่งดีๆ ที่เกิดขึ้นเหล่านี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวันนี้ เมื่อท่านเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ได้ช่วยเป็น Ambassador ผ้าไทย กระทรวงมหาดไทยก็มั่นใจว่า สิ่งที่พี่น้อง OTOP พี่น้องศิลปาชีพดีใจว่าเห็นท่านนายกรัฐมนตรีสวมใส่ ทำให้มีกำลังใจในการที่จะผลิตผ้า ที่จะก่อให้เกิดสิ่งที่ดีในชีวิต มุ่งมั่นทำให้ตนเองและครอบครัวมีคุณภาพชีวิตที่ดี ซึ่งตนในนามพี่น้อง OTOP และพี่น้องศิลปาชีพ ขอกราบขอบพระคุณท่านเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรีทุกท่าน ที่ช่วยกันสนับสนุนผ้าไทย เป็นการสนองแนวพระราชปณิธานของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และพระดำริสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ในการที่จะทำให้ผ้าไทย งานหัตถกรรมไทย เป็นเครื่องมือในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนให้ดีอย่างยั่งยืนตลอดไป

จึงขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนทุกคนมาร่วมกันช่วยชาติบ้านเมือง สวมใส่ผ้าไทยแสดงความรักแผ่นดินสืบสานอนุรักษ์ประเพณีไทย “ผ้าไทย 1 ผืนบนร่างกายของเรา นอกจากจะช่วยเหลือครอบครัวและชุมชน ยังเป็นการสร้างความมั่นคงในเครื่องนุ่งห่ม ช่วยเหลือเศรษฐกิจฐานราก ซึ่งไม่เพียงจะทำให้ชาวบ้านในถิ่นชนบทได้มีงานทำ แต่เงินทุกบาททุกสตางค์จะหมุนเวียนในประเทศ และไปช่วยหนุนเสริมให้ลูกหลาน ให้ครอบครัว ให้คนอีกหลายล้านชีวิตที่ต้องใช้ชีวิตอันเกิดจากการถ่ายทอดของบรรพบุรุษเป็นเครื่องมือในการประกอบอาชีพ สามารถลืมตาอ้าปากได้ มีเงินให้ลูกได้ไปโรงเรียน มีเงินได้ซื้อหาข้าวปลาอาหารไว้รับประทาน สิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้อย่างยั่งยืน พวกเราทุกคนต้องช่วยกันสวมใส่ผ้าไทยในทุกโอกาสของชีวิตตลอดไป

“และในช่วงเวลาอันใกล้นี้ ประเทศไทยเรากำลังจะมีงานมหกรรมผ้าไหมครั้งสำคัญ และงานมหกรรมรวมสุดยอดผลิตภัณฑ์ OTOP ส่งท้ายปี โอกาสนี้ กระทรวงมหาดไทยขอเชิญชวนพี่น้องประชาชน ร่วมงานสำคัญ 2 งาน โดยงานแรก คือ ‘Silk Festival 2023’ สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน ภายใต้แนวคิด Silk Success Sustainability เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ในโอกาสทรงเจริญพระชนมายุครบ 3 รอบ 36 พรรษา และเพื่อสร้างการรับรู้ถึงความสำเร็จของการขับเคลื่อนโครงการ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” เพิ่มช่องทางการตลาดให้กับผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP สามารถสร้างรายได้อย่างยั่งยืน โดยจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 30 พ.ย. – 3 ธ.ค. 66 ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น ฮอลล์ 6-7 เมืองทองธานี และงานที่ 2 คืองาน Otop City 2023 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 16-24 ธ.ค. 66 ณ ชาเลนเจอร์ 1-3 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี” นายสุทธิพงษ์ฯ กล่าวในช่วงท้าย

หม่อมราชวงศ์ ‘สดศรี’ ภริยา นายอานันท์ ปันยารชุน ถึงแก่อนิจกรรม สิริอายุ 87 ปี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/770568

หม่อมราชวงศ์ ‘สดศรี’ ภริยา นายอานันท์ ปันยารชุน ถึงแก่อนิจกรรม สิริอายุ 87 ปี

หม่อมราชวงศ์ ‘สดศรี’ ภริยา นายอานันท์ ปันยารชุน ถึงแก่อนิจกรรม สิริอายุ 87 ปี

วันอังคาร ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 15.44 น.

วันที่ 20 พฤศจิกายน 2566  เวลา 08.20 น. หม่อมราชวงศ์สดศรี ปันยารชุน ถึงแก่อนิจกรรม ที่โรงพยาบาลสมิติเวช สิริอายุ 87 ปี

สำหรับหม่อมราชวงศ์สดศรี ปันยารชุน มีชื่อเดิมว่า หม่อมราชวงศ์สดศรีสุริยา จักรพันธุ์ เกิดเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2479 เป็นธิดาของพลโท หม่อมเจ้าคัสตาวัส จักรพันธุ์ (พระโอรสในพระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหมื่นอนุวัตน์จาตุรนต์ ประสูติแต่หม่อมหวน จักรพันธุ์ ณ อยุธยา) กับหม่อมเจ้าทิตยาทรงกลด รพีพัฒน์ (พระธิดาในพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ประสูติแต่ หม่อมอ่อน รพีพัฒน์ ณ อยุธยา)

หม่อมราชวงศ์สดศรี ปันยารชุน เป็นลื่อในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นพระปนัดดาในสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจาตุรนต์รัศมี กรมพระจักรพรรดิพงษ์ และเป็นพระนัดดาในพระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหมื่นอนุวัตน์จาตุรนต์

หม่อมราชวงศ์สดศรี ปันยารชุน สมรสกับนายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรีคนที่ 18 ของไทย มีธิดา 2 คน คือ นางนันดา ไกรฤกษ์ และนางดารณี เจริญรัชต์ภาคย์

ทั้งนี้ หลานสาว ทิพนันท์ ไกรฤกษ์ ศรีเฟื่องฟุ้ง ได้โพสต์กำหนดการอาลัยด้วย

วันที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ.2566 จะมีพิธีรดน้ำศพ เวลา 15.30 น. และในเวลา 17.00 น. มีพิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ สวดพระอภิธรรมตั้งแต่วันที่ 22 พ.ย. ถึงวันที่ 28 พ.ย. และจะมีสวดพระอภิธรรมอีกครั้งในวันที่ 3, 10, 17 และ 24 ธ.ค.