นับเป็นการคิดใหม่จากการริเริ่มไอเดียว่า บทบาทของ MBA Chula จะไม่ได้สอนแค่ทฤษฎี theories จากตำราแล้ว แต่ต้องการพัฒนาผู้นำที่มีทักษะครบถ้วน ทั้ง Hard Skills และ Soft Skills โดยหลักสูตร MBA จะประกอบด้วย 3 คุณค่าหลัก ได้แก่ Global Wisdom with Local Insights, Hands-on Experience, และ Lead Business with Kindness ซึ่งสะท้อนผ่านปรัชญาแห่งการเรียนรู้ใน 5 มิติ คือ Critical Thinking, Creativity, Collaboration, Communication, and Care
รศ. ดร. ณัฐพล กล่าวว่า MBA Chula ได้ปรับวิชาเรียนให้เป็นระบบโมดูล เพื่อให้การออกแบบหลักสูตรมีความยืดหยุ่นมากขึ้น สามารถเพิ่มคอนเทนต์ใหม่ๆ ที่สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของโลกธุรกิจ รวมถึงทักษะด้าน Soft Skills นอกจากนี้ ยังได้เปลี่ยนวิธีการส่งมอบความรู้ เช่น การเรียนรู้จากการทำกรณีศึกษาและประสบการณ์ (Case-based and Experiential Learning) เปลี่ยนจากการทำ Case ในห้องเรียน เป็นการทำ Real Case จากการลงพื้นที่เก็บข้อมูลและแก้ปัญหาของธุรกิจจริง รูปแบบการศึกษาดูงานต่างประเทศที่เข้าถึงรูปแบบการดำเนินธุรกิจในประเทศนั้นมากขึ้น และการขยายพันธมิตรทั้งภาคการศึกษาและภาคธุรกิจในต่างประเทศมากขึ้น
“นอกจากการพัฒนาหลักสูตรแล้ว MBA Chula ยังได้ริเริ่มโครงการ Life-Long learning การเรียนรู้ตลอดชีวิต โดยเปิดโอกาสให้ศิษย์เก่า MBA Chula สามารถกลับมาเลือกเรียนในวิชาเลือกพร้อมกับนิสิตรุ่นน้องได้ ซึ่งจะทำให้ศิษย์เก่าสามารถเพิ่มพูนความรู้ได้อย่างต่อเนื่อง” ประธานหลักสูตร MBA Chula กล่าวปิดท้าย เป็นการตอกย้ำถึงการเป็น The Top Business School with Triple Crown Accreditation ของคณะบัญชี จุฬาฯ
รศ.ดร.รัตติยา ภูละออ รองคณบดีวิทยาลัยประชากรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้รับเชิญจากองค์การทุนประชากรแห่งสหประชาชาติ (UNFPA) ร่วมนำเสนอเนื้อหาด้านโครงสร้างประชากร เพศ และช่วงวัยเชื่อมโยงกับการศึกษาและความต้องการของตลาดแรงงาน การเตรียมความพร้อมในการก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยของกลุ่มเยาวชน และความเท่าเทียมทางเพศ รวมถึงความสำคัญของภาวะเจริญพันธุ์ต่ำและสังคมสูงวัย ภายใต้โครงการ “Bridging Integration Gaps and Promoting Gender Equality for Young People Towards Aged Society : พร้อมเชื่อมทุกกลุ่ม ทุกเพศ ทุกวัย ไปด้วยกัน” เนื่องในวันประชากรโลก (World Population Day) ประจำปี 2566 ณ โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ กรุงเทพมหานคร (รางน้ำ)
นอกจากการปาฐกถา ภายในงานยังมีการเปิดตัวแพลตฟอร์ม“InCUsive” ที่เกิดจากความร่วมมือระหว่างจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ UNFPA โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้เกิดความร่วมมือกันระหว่างหลายหน่วยงานเพื่อการพัฒนานวัตกรรมใหม่ด้านการวิจัยและสร้างองค์ความรู้ใหม่ โดยแบ่งออกเป็น 7 กลุ่มงาน อาทิ กลุ่มผู้หญิงและเพศทางเลือก ได้แก่ โครงการ RESPECT ในพื้นที่เทศบาลตำบลเกาะคา อำเภอเกาะคา จังหวัดลำปางพื้นที่นำร่องของโครงการลดความรุนแรงต่อสตรีด้วยแนวทาง “RESPECT : การเคารพต่อความเท่าเทียมกันของสตรี” และศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านสุขภาพคนข้ามเพศ (Center Of Excellence, กลุ่มเด็กและเยาวชน ได้แก่ โครงการระบบ National Digital Learning Platform สำหรับประเทศไทย ศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางเพื่อพัฒนาศักยภาพเด็กและการวิจัยเชิงลึกเกี่ยวกับเยาวชนที่ไม่ได้อยู่ในการทํางาน การศึกษา หรือการฝึกอบรม ในประเทศไทย (In-depth Research on Youth Not in Employment, Education or Training :NEETs), กลุ่มคนพิการ
ได้แก่ โครงการทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูงสำหรับผู้เรียนที่มีความต้องการพิเศษ โดยกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.), กลุ่ม Cross cutting/enable ได้แก่ นวัตกรรมความหลากหลายความเท่าเทียม และไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง (Diversity, Equity and Inclusion Innovation : DEI) และนวัตกรรมการสื่อสารเพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตและความยั่งยืน (Communication Innovation for Development of Quality of Life and Sustainability) เป็นต้น
แคมเปญ THE CREATOR ARENA เป็นการจัดประกวดในรูปแบบออนไลน์ผสมกับออฟไลน์ ภายใต้แนวคิด “ปล่อยความกล้า ไปกับยามาฮ่าฟินน์” ให้คนรุ่นใหม่ได้ปล่อยพลังที่บ่งบอกความเป็นตัวตน กล้าที่จะไปกล้าที่จะเป็น และกล้าที่จะฟินน์ด้วยการสร้างสรรค์คลิปคอนเทนต์ตามโจทย์ที่กำหนดในแต่ละรอบการแข่งขันส่งเข้าประกวดผ่านทาง SOCIAL MEDIA PLATFORM FACEBOOK และ TIKTOK และผู้ได้รับคัดเลือก 10 ทีมสุดท้าย จะมานำเสนอคลิปผลงานของตนเองกับคณะกรรมการกูรูครีเอเตอร์ เพื่อตัดสินผู้ชนะ ณ เวิร์คพอยท์ สตูดิโอ
โครงการเปิดรับสมัครแล้วตั้งแต่วันนี้-16 สิงหาคม 2566 สมัครง่ายๆ เพียง Scan QR Code หรือ ติดตามรายละเอียดการสมัครได้ทาง Facebook Fanpage : THE CREATOR ARENA และติดตามความสนุกสนานของการแข่งขันตลอดทั้งแคมเปญได้ทาง รายการ GO TWO SCHOOL ออกอากาศทุกวันเสาร์ ช่องเวิร์คพอยท์ 23