‘ตรีนุช’พร้อมนำบทเรียนทุจริตก่อสร้างอควาเรียม มาพิจารณาก่อนตัดสินใจผลักดัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/673643

'ตรีนุช'พร้อมนำบทเรียนทุจริตก่อสร้างอควาเรียม มาพิจารณาก่อนตัดสินใจผลักดัน

‘ตรีนุช’พร้อมนำบทเรียนทุจริตก่อสร้างอควาเรียม มาพิจารณาก่อนตัดสินใจผลักดัน

วันอังคาร ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 13.30 น.

วันที่ 16 สิงหาคม 2565 น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เปิดเผยภายหลังหรือกับ นายสุภัทร  จำปาทอง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ปลัด ศธ.) และนายสุเทพ แก่งสันเทียะ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(เลขาธิการ กอศ.) ถึงความคืบหน้าการก่อสร้างโครงการศูนย์ศึกษาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ หรือ อควาเรียม ทะเลสาบสงขลา วิทยาลัยประมงติณสูลานนท์ จังหวัดสงขลา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.)  โดยตนได้รับรายงานจาก นายสุเทพ แก่งสันเทียะ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) หลังจากลงพื้นที่หารือความคืบหน้าการก่อสร้างศูนย์ศึกษาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำทะเลสาบสงขลา หรือ อควาเรียม ที่ถูกทิ้งร้างมานาน 14 ปี ร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา และภาคประชาชน ซึ่งขณะนี้มีข้อเสนอมาหลายแนวทางที่จะผลักดันการก่อสร้างโครงการนี้ต่อ ตนจึงต้องข้อหารือให้เป็นระบบอีกครั้ง 

ผู้สื่อข่าวถามว่า ที่ผ่านมามีปัญหาทุจริตการก่อสร้างเกิดขึ้น จะนำเรื่องดังกล่าวมาเป็นบทเรียนในการเดินหน้าหรือไม่ น.ส.ตรีนุช กล่าวว่า การก่อสร้างอควาเรียมต้องใช้งบจำนวนมาก ดังนั้น การดำเนินการต่าง ๆต้องพิจารณาอย่างรอบด้าน เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาเหมือนที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ตนจะหาโอกาสลงไปดูสภาพจริงของโครงการศูนย์ศึกษาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ หรือ อควาเรียมต่อไป

ด้านนายสุเทพ กล่าวว่า จากที่ตนหารือร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา และภาคประชนชน ตนได้เสนอแนวทาง ที่นายสุภัทร จำปาทอง ปลัด ศธ. เคยทำไว้ว่าจะขับเคลื่อนโครงการอย่างไร ซึ่งมี 6 แนวทางด้วยกัน คือ 1.ให้ดำเนินการสร้างอควาเรียมเหมือนเดิม  2.สร้างอควาเรียม แต่บูรณาการเทคโนโลยีเสมือนจริงเข้าไปด้วย 3. จัดทำเป็นศูนย์ศึกษาพันธ์พืช และป่าชายเลน 4.จัดทำเป็นศูนย์อบรมเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ 5.โอนให้จังหวัดมาดำเนินการ เพื่อจัดแสดงสินค้า แสดงศิลปวัฒนธรรมภาคใต้ และ 6. จัดทำเป็นศูนย์แสดงสินค้า และการท่องเที่ยวทางน้ำโดยสร้างท่าเรือเข้าไปด้วย 

“น.ส.ตรีนุช มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ไปพิจารณา 6 แนวทาง ให้รอบคอบอีกครั้งหนึ่ง โดยให้พิจารณาถึงข้อดี ข้อจำกัด และควรเดินหน้าต่อในแนวทางไหน ต่อไป ผมจะตั้งคณะกรรมการขึ้นมากลั่นกรอง โดยให้คณะกรรมการฯเร่งพิจารณาให้เสร็จภายในเดือนสิงหาคมนี้ และภายในเดือนกันยายน จะเสนอให้คณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) ที่มีนายรอยล จิตรดอน เป็นประธานพิจารณาอีกครั้ง หากคณะกรรมการ กอศ.มีข้อสรุปอย่างไร จะนำเสนอให้รัฐมนตรีว่าการ ศธ. พิจารณาเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติต่อไป“ นายสุเทพ กล่าว  

นายสุเทพ กล่าวต่อว่า ส่วนข้อกังวลเรื่องทุจริตนั้น รัฐมนตรีว่าการ ศธ. เน้นย้ำว่า จะนำเรื่องนี้มาเป็นบทเรียน แต่ไม่ไปรื้อฟื้น เรื่องทุจริตที่ผ่านมาให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดำเนินการ ในส่วนของศธ.จะเดินหน้าสร้างอควาเรียมให้เป็นรูปธรรมโดยเร็ว ทั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการ ศธ.​เน้นย้ำว่าในการใช้จ่ายงบประมาณต้องให้มีประสิทธิภาพที่สุด สร้างประโยชน์ให้ทุกฝ่าย

PA DPU จัดงานปฐมนิเทศและเสวนาทางวิชาการ ‘มิติแห่งการพลิกผันด้านเทคโนโลยี Web3 ต่อการเปลี่ยนแปลงภาครัฐ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/673632

PA DPU จัดงานปฐมนิเทศและเสวนาทางวิชาการ 'มิติแห่งการพลิกผันด้านเทคโนโลยี Web3 ต่อการเปลี่ยนแปลงภาครัฐ'

PA DPU จัดงานปฐมนิเทศและเสวนาทางวิชาการ ‘มิติแห่งการพลิกผันด้านเทคโนโลยี Web3 ต่อการเปลี่ยนแปลงภาครัฐ’

วันอังคาร ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 11.57 น.

PA DPU จัดงานปฐมนิเทศและเสวนาทางวิชาการ “มิติแห่งการพลิกผันด้านเทคโนโลยี Web3 ต่อการเปลี่ยนแปลงภาครัฐ”

เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2565 มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ คณะรัฐประศาสนศาสตร์ จัดงานปฐมนิเทศและเสวนาทางวิชาการ สำหรับหลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต นำโดย ผศ.ดร.วลัยพร รัตนเศรษฐ คณบดีคณะรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ให้เกียรติเป็นประธาน พร้อมด้วย ผศ.ดร.พัทธนันท์ เพชรเชิดชู รองอธิการบดีสายงานวิชาการกล่าวเปิดงาน ณ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์

ช่วงเช้ามีการปาฐกถาพิเศษ ที่ได้รับเกียรติจาก ศ.วุฒิสาร ตันไชย เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า บรรยายในหัวข้อ ทิศทางของภาครัฐในมิติแห่งการพลิกผันแห่งอนาคต, อ.อธิภัทร เกตุทัต ผู้ช่วยอธิการบดี สายงานการตลาดและประชาสัมพันธ์ บรรยายในหัวข้อ ทิศทางอนาคต Web3 ต่อการเปลี่ยนแปลงภาครัฐ และนายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี ร่วมสนทนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นพร้อมกับผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ท้องถิ่น และนักวิชาการ

ช่วงบ่ายมีการสนทนาวิชาการ โดย ผศ.ดร.วลัยพร รัตนเศรษฐ คณบดีคณะรัฐประศาสนศาสตร์ ดร.กษิติธร ภูภราดัย รองผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจดิจิทัล (DEPA) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ดร.สมิช บัตรเจริญ ผู้จัดการศูนย์เทคนิคและบริหารข้อมูลขายส่งโทรศัพท์เคลื่อนที่ ผู้เชี่ยวชาญ 5G และเมตาเวอส บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) และคุณจารุวรรณ งามพิสุทธิ์ไพศาล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหมญ่อาวุโสฝ่ายทรัพยากรบุคคล บริษัท Central Restaurant Group Co.Ltd. (CRG) ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในหัวข้อ เมื่อโลกเสมือนจริงเข้าสู่ภาคส่วนต่างๆ พร้อมปิดท้ายด้วยการปฐมนิเทศต้อนรับนักศึกษาใหม่ หลักสูตรรัฐประศาสนศาสตร์มหาบันฑิต รุ่น รปม. ที่ 26 ณ ห้องประชุม 6-1 อาคารอธิการบดี มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ -009

บัญชี CIBA DPU คว้ารางวัลชนะเลิศ ตอบปัญหาด้านบัญชีระดับมหาวิทยาลัย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/673513

บัญชี CIBA DPU คว้ารางวัลชนะเลิศ  ตอบปัญหาด้านบัญชีระดับมหาวิทยาลัย

บัญชี CIBA DPU คว้ารางวัลชนะเลิศ ตอบปัญหาด้านบัญชีระดับมหาวิทยาลัย

วันอังคาร ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ผศ.ดร.รัชดาภรณ์ เสมาขันธ์ หัวหน้าหลักสูตรการบัญชี วิทยาลัยบริหารธุรกิจนวัตกรรมและการบัญชี (CIBA) มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์(มธบ.) หรือ DPU และ ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (Certified Public Accountant-CPA) เปิดเผยว่า สมาคมสถาบันอุดมศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย (สสอท.) ได้จัดการแข่งขันตอบปัญหาทางวิชาการด้านการบัญชีระดับมหาวิทยาลัย ครั้งที่ 15 ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ณ มหาวิทยาลัยธนบุรีโดยมีมหาวิทยาลัยเอกชนเข้าร่วม 17 สถาบันรวม 33 ทีม ทั้งนี้ CIBA DPUสามารถคว้ามาได้ 2 รางวัล คือ รางวัลชนะเลิศอันดับ1 (ทีมที่1) ได้แก่1.นายธนายุส ทองกอง 2.นางสาวปิยะนุชศิริลักษณ์ และ 3.นายฐนิศร์ หิรัญญานนท์และ รางวัลชมเชย(ทีมที่ 2) ได้แก่1.นางสาววรวรรณ ปิ่นอุไร 2.นายภัทรพงศ์อุ่นแก้ว และ 3.นางสาวละอองดาวพันตะคุ

ผศ.ดร.รัชดาภรณ์ กล่าวด้วยว่า สำหรับกลยุทธ์ที่ทำให้เด็ก CIBA ชนะการแข่งขันครั้งนี้ มาจากการเตรียมตัวที่ดีก่อนการแข่งขันทุกคนจะแบ่งกันอ่านหนังสือตามรายวิชาที่ตนเองถนัด ส่วนอาจารย์จะเน้นติวเรื่องสำคัญที่เด็กจำเป็นต้องเรียนรู้ก่อนลงแข่ง ซึ่งนักศึกษาทั้ง 2 ทีมมีความรับผิดชอบและขยันมาติวไม่เคยขาด ส่วนการแข่งขันครั้งนี้หลักเกณฑ์เหมือนการทำข้อสอบทั่วไป มี 2 รอบ รอบแรกเป็นข้อสอบปรนัยวัดความรู้ทั่วไปส่วนรอบ 2 จะเป็นข้อสอบที่แอดวานซ์มากขึ้น ขณะเดียวกันสาขาการบัญชีจะมีการปรับหลักสูตรให้ทันสมัยอยู่เสมออาจารย์จึงต้องคอยอัปเดตความรู้ใหม่เพื่อเอามาถ่ายทอดให้นักศึกษาก้าวทันกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับการบัญชี ทำให้เด็ก CIBA มีความรู้พื้นฐานและ Skill ด้านอื่นๆที่ทันต่อการเปลี่ยนแปลงเสมอ

“อัตลักษณ์ของนักบัญชีไม่จำเป็นต้องเก่ง แต่ต้องละเอียดรอบคอบและขยัน วางแผนการใช้เงินเป็นวิชาการบัญชีคนอาจมองว่าเรียนยากแต่ถ้าเรียนจบไปแล้วสามารถสร้างอาชีพที่มั่นคงให้เราได้ เช่น เป็นนักบัญชีสามารถทำอาชีพเสริมเป็นผู้สอบบัญชีได้ทำให้มีรายได้หลายทาง มีความมั่นคงทางด้านการเงิน สามารถเลี้ยงตนเองและครอบครัวได้ ในส่วนของจุดเด่นของ CIBA มีหลักสูตรที่ทันสมัยเน้นสอนบัญชีดิจิทัล ใช้โปรแกรมสำเร็จรูปโปรแกรมออนคลาวด์ ที่ทำบัญชีได้ทุกที่ ที่สำคัญเรายังเน้นการเรียนการสอนโดยเอาข้อมูลบัญชีมาวิเคราะห์เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการได้” ผศ.ดร.รัชดาภรณ์ กล่าวทิ้งท้าย

สจล.หนุนนักศึกษาสร้างนวัตกรรม หวังปูเส้นทางสู่อาชีพในอนาคต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/673514

สจล.หนุนนักศึกษาสร้างนวัตกรรม  หวังปูเส้นทางสู่อาชีพในอนาคต

สจล.หนุนนักศึกษาสร้างนวัตกรรม หวังปูเส้นทางสู่อาชีพในอนาคต

วันอังคาร ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ผศ. ดร.อันธิกา สวัสดิ์ศรี คณบดี คณะสถาปัตยกรรม ศิลปะและการออกแบบ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) เปิดเผยว่า คณะสถาปัตยกรรม ศิลปะและการออกแบบ สจล. มุ่งสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ด้วยการจัดโครงการ Creative Startup 2022 เวทีแสดงผลงานนวัตกรรมสร้างสรรค์สู่การเป็นผู้ประกอบการในอนาคต โดยโครงการนี้สนับสนุนให้เกิดการทำงานร่วมกันกับนักศึกษาต่างคณะ เพื่อแลกเปลี่ยนทักษะความรู้ สร้างสรรค์ผลงานจากความคิดนอกกรอบ สร้างเครือข่ายนักศึกษาให้พร้อมออกไปใช้ชีวิต เข้าสู่สังคมการทำงานในอนาคตมีนักศึกษา สนใจเข้าร่วมโครงการจำนวนทั้งสิ้น 84 คน แบ่งเป็น 12 ทีม

ทีมที่สามารถพัฒนาเป็นต้นแบบนวัตกรรมสร้างสรรค์และเหลือเข้ารอบตัดสิน 8 ไอเดียธุรกิจ และคัดเหลือผู้ชนะเลิศเพียง 5 ทีม ได้แก่ ทีม Niranan ผลงาน Art Design ทีม Start ผลงานReplay ทีม US ผลงาน FITDIT ทีม YAYAYA ผลงาน Pillar Drugs Dispenser ทีม Xavage Studio REPLAS Art Toy ทั้ง 5 ทีมผู้ชนะจะได้รับเงินสนับสนุนทีมละ 100,000 บาท เพื่อจัดตั้งบริษัท และทําต้นแบบผลิตภัณฑ์ เพื่อการต่อยอดในเชิงพาณิชย์ต่อไป และยังมีโอกาสต่อยอดทุนกับสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) ในอนาคต นอกจากนี้ ภายในงาน ยังจัดเสวนา AADx Talk ในหัวข้อ Creative: Move the World โดยมีแขกรับเชิญคือผู้เชี่ยวชาญด้านการสร้างสรรค์นวัตกรรมจากหลากหลาย

ด้าน รศ.ดร.คมสัน มาลีสี รักษาการแทนอธิการบดี สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า “การต่อยอดนวัตกรรมสร้างสรรค์เพื่อนำไปสู่การสร้างสตาร์อัพ ถือว่าเป็นสิ่งที่ท้าทายเด็กรุ่นใหม่เป็นอย่างมาก และถือเป็นแนวทางที่ดีในการปฏิรูปการศึกษาให้เป็นไปในแนวทาง Global Citizen คือ การปั้นนักศึกษาให้พร้อมทำงานได้จริง สามารถพัฒนาสู่การสร้างสรรค์นวัตกรรมชั้นนำเพื่อจับมือกับภาคธุรกิจและในไม่ช้าจะมีการปรับปรุงหลักสูตรให้นักศึกษาทุกคนได้เริ่มพัฒนาไอเดียต่อยอดนวัตกรรมตั้งแต่ชั้นปีที่ 1 เพื่อฝึกทักษะการคิดอย่างเป็นระบบ และเป็นไปในแนวทางของ Global Innovation ซึ่งเป็นการเดินหน้าพัฒนานวัตกรรม รวมถึงส่งเสริมการพัฒนาสตาร์ทอัพของนักศึกษา ซึ่ง สจล. วางแผนจะผลักดันให้เกิดขึ้นให้เร็วที่สุด ตามนโยบาย Quick Win 22 ข้อของ สจล.”

ชุดไทยพระราชนิยม ชุดประจำชาติ ความภาคภูมิใจของคนไทยทั้งชาติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/673516

ชุดไทยพระราชนิยม ชุดประจำชาติ  ความภาคภูมิใจของคนไทยทั้งชาติ

ชุดไทยพระราชนิยม ชุดประจำชาติ ความภาคภูมิใจของคนไทยทั้งชาติ

วันอังคาร ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

เป็นที่น่าภาคภูมิที่ปัจจุบันชุดไทยแพร่หลาย และได้รับความนิยมว่าเป็นเครื่องแต่งกายที่สวยงามประณีตสามารถแข่งขันกับชุดประจำชาติของแต่ละประเทศอย่างไม่น้อยหน้าชาติต่างๆ โดยเฉพาะชุดไทยพระราชนิยม

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงมีพระราชนิยม เรื่อง การใช้ผ้าไทย มาตั้งแต่ทรงพระเยาว์ เมื่อครั้ง พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาฯ ประกาศหมั้น ในครั้งนั้นได้มีสื่อมวลชนชาวต่างประเทศ ขอสัมภาษณ์ ซึ่งพระองค์ ได้ให้สัมภาษณ์ว่า จะสนับสนุน และ ส่งเสริมการแต่งกาย ที่เป็น แบบไทย และพระองค์ก็ได้ทรงปฏิบัติตาม พระราชปณิธาน โดยเมื่อปีพุทธศักราช 2503 พระองค์มีพระราชภารกิจจะต้องตามเสด็จ พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ไปทรงเยือน ประเทศสหรัฐอเมริกา
และยุโรปอย่างเป็นทางการ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ค้นคว้าเครื่องแต่งกายไทยสมัยต่างๆ ตั้งแต่สมัยสุโขทัย อยุธยา และรัตนโกสินทร์ นำมาดัดแปลง ปรับปรุงแบบให้เหมาะสมกับปัจจุบัน ทำให้ไทยมีชุดประจำชาติของสตรีที่เรียกว่า ชุดไทยพระราชนิยม

ชุดไทยพระราชนิยม มีทั้งหมด 8 แบบได้แก่ ชุดไทยเรือนต้น ชุดไทยจิตรลดา ชุดไทยอมรินทร์ ชุดไทยบรมพิมาน ชุดไทยจักรี ชุดไทยดุสิต ชุดไทยศิวาลัย และชุดไทยจักรพรรดิ จะเห็นได้ว่าชื่อชุดไทยดังกล่าวล้วนเกี่ยวเนื่องกับพระที่นั่งหรือพระตำหนักซึ่งสอดคล้องกับโอกาสและความเหมาะสมในการใช้เครื่องแต่งกายเหล่านี้

ชุดไทยเรือนต้น เป็นชุดไทยแบบลำลอง ตัดเย็บด้วยผ้าฝ้ายหรือผ้าไหม ลักษณะเป็นซิ่นป้ายยาวจรดข้อเท้า เสื้อคอกลมแขนสั้นสามส่วน ผ่าอก กระดุมห้าเม็ด ใช้เครื่องประดับน้อยชิ้น ใช้โอกาสทำบุญไปวัดหรือ ไปงานมงคลต่างๆ

ชุดไทยจิตรลดา คือชุดพิธีกลางวัน ลักษณะคล้ายชุดไทยเรือนต้น ต่างกันเพียงคอเสื้อมีขอบตั้ง แขนยาวจรดข้อมือ ผ้าซิ่นป้าย เป็นผ้าไหมมีเชิงยกดอกทั้งผืน ใช้เครื่องประดับตามสมควร

ชุดไทยอมรินทร์ มีลักษณะเหมือนชุดไทยจิตรลดา แต่ตัดเย็บด้วยใช้ยกไหมที่มีทองแกมหรือยกทองทั้งตัว ใช้เครื่องประดับสวยงาม ชุดใช้ในงานพระราชพิธี งานกลางคืน

ชุดไทยบรมพิมาน ใช้ในพระราชพิธีกลางคืนเสื้อแขนยาว คอกลมมีขอบตั้ง ซิ่นจีบหน้านาง ตัดเย็บด้วยผ้าไหมมีทองแกม หรือยกทองทั้งตัว ตัวเสื้อและซิ่นอาจตัดเย็บติดเป็นชุดเดียวกันได้ คาดทับด้วยเข็มขัดแบบไทย ใช้เครื่องประดับสวยงาม

ชุดไทยจักรี ใช้ในงานพิธีกลางคืน ท่อนบนเปิดไหล่ข้างหนึ่ง มีสไบสำเร็จ จะปักหรือไม่ปักก็ได้ ตัดเย็บติดกันกับท่อนล่างที่เป็นผ้าซิ่นจีบหน้านาง เป็นผ้ายกทองทั้งตัว หรือยกเฉพาะเชิง คาดทับด้วยเข็มขัดแบบไทย ใช้เครื่องประดับได้งดงามสมโอกาสในเวลาค่ำคืน

ชุดไทยดุสิตใช้ในงานพิธีเต็มยศตอนกลางคืน ตัดเย็บด้วยผ้ายกไหมหรือยกทอง เสื้อคอกลมกว้างไม่มีแขนเข้ารูป ผ้าซิ่นจีบหน้านาง ปักด้วยดิ้นเงินดิ้นทองหรือลูกปัด คาดทับด้วยเข็มขัดไทย

ชุดไทยศิวาลัย ใช้ในพระราชพิธีทั้งกลางวันกลางคืน มีลักษณะเหมือนชุดไทยบรมพิมาน แต่ห่มสะพักทับเสื้ออีกชั้นหนึ่ง ใช้ในงานพระราชพิธี หรืองานพิธีเต็มยศ เหมาะแก่การใช้แต่งช่วงที่มีอากาศเย็น

ชุดไทยจักรพรรดิใช้สวมในพระราชพิธีเต็มยศตอนกลางคืน ท่อนบนเปิดไหล่ข้างหนึ่ง ห่มผ้าสองชั้นชั้นในมักเป็นสไบจีบและห่มสะพักทับ ผ้าซิ่นยกทองจีบหน้านาง ลักษณะเหมือนชุดไทยจักรี คาดเข็มขัด ตกแต่งด้วยเครื่องประดับสวยงาม

ชุดสตรีไทยพระราชนิยม ถือเป็นชุดแต่งกายประจำชาติ ที่นิยมสวมใส่ในหมู่สตรีไทยในปัจจุบันใช้ใน งานพิธี หรือ งานพระราชพิธีต่างๆ เช่น งาน พิธีหมั้น งานพิธี มงคลสมรส เป็นชุดที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่งดงาม เป็นที่ชื่นชอบในสังคมไทยทั่วไปทั้งยังเป็นที่ยอมรับในด้านความงดงามและมีชื่อเสียงไปยังนานาประเทศ

นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างสูงที่ได้รับพระราชทานชุดสตรีไทยพระราชนิยมมาเป็นแบบแผนการแต่งกายประจำชาติสำหรับสตรีไทย ถือเป็นการส่งเสริมเชิดชูศิลปวัฒนธรรมไทยที่ปรากฏเป็นประวัติศาสตร์ของชาติสืบไปชั่วกาลนาน

ชนิตร ภู่กาญจน์

ม.ศรีปทุม ร่วมกิจกรรมสร้างการรับรู้ และประชาสัมพันธ์การประชุม APEC

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/673517

ม.ศรีปทุม ร่วมกิจกรรมสร้างการรับรู้  และประชาสัมพันธ์การประชุม APEC

ม.ศรีปทุม ร่วมกิจกรรมสร้างการรับรู้ และประชาสัมพันธ์การประชุม APEC

วันอังคาร ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.รัชนีพร พุคยาภรณ์ พุกกะมาน อธิการบดี มหาวิทยาลัยศรีปทุม พร้อมคณะผู้บริหารและตัวแทนนักศึกษา ต้อนรับนายณัฐภาณุ นพคุณ รองอธิบดีกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศและคณะ ได้เข้าเยี่ยมชม ผลงานภาพวาด “APEC Logo Fence Graffiti” ซึ่งได้ออกแบบภายใต้แนวคิด “Open Connect Balance : เปิดกว้าง สร้างสัมพันธ์ เชื่อมโยงกันสู่สมดุล” จัดทำโดยกลุ่มนักศึกษาและอาจารย์จากคณะดิจิทัลมีเดีย และสถาปัตยกรรมศาสตร์มหาวิทยาลัยศรีปทุม

วัตถุประสงค์ในครั้งนี้คือ เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของเยาวชนรุ่นใหม่ และ ประชาสัมพันธ์การเป็นเจ้าภาพการประชุมสุดยอดผู้นำ APEC ที่จะมีขึ้นในเดือนพฤศจิกายนนี้ ซึ่งนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยศรีปทุม ได้รับคัดเลือกให้ร่วมเป็นผู้แทนอาสาสมัครเยาวชน ในการประชุม APEC Voice of the Future ที่คณะผู้แทนเยาวชนจากนานาชาติ ที่จะมาร่วมแสดงความคิดเห็นต่อประเด็นปัญหาต่างๆในฐานะผู้แทนเยาวชนอีกด้วย

สมศ. เป็นองค์กรคุณธรรมและโปร่งใส ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 จาก ITA

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/673515

วันอังคาร ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา หรือ สมศ. ได้รับผลการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (Integrity and Transparency Assessment: ITA) จากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 อยู่ในระดับ A ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ด้วยคะแนน 91.16 จาก 89.34 คะแนน ในปี พ.ศ. 2564 โดยในปีนี้มีหน่วยงานภาครัฐจากทั่วประเทศเข้าร่วมการประเมินทั้งสิ้น 8,303 แห่ง

ทั้งนี้ การประเมิน ITA จัดโดย สำนักประเมินคุณธรรมและความโปร่งใส สำนักงาน ป.ป.ช. ร่วมกับหน่วยงานกำกับติดตามการประเมินฯ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้หน่วยงานภาครัฐได้รับทราบถึงสถานการณ์เกี่ยวกับการดำเนินงานด้านคุณธรรมและความโปร่งใส พร้อมส่งเสริมและพัฒนาให้หน่วยงานภาครัฐสามารถนำผลการประเมินฯ ไปใช้ประกอบการปรับปรุงพัฒนาองค์กรให้มีประสิทธิภาพ ทั้งในด้านการปฏิบัติงานการให้บริการ และการอำนวยความสะดวกต่อประชาชน

‘ตรีนุช’ย้ำผู้บริหารโรงเรียนจัดการเรียนให้สอดรับกับสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนแปลง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/673561

‘ตรีนุช’ย้ำผู้บริหารโรงเรียนจัดการเรียนให้สอดรับกับสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนแปลง

‘ตรีนุช’ย้ำผู้บริหารโรงเรียนจัดการเรียนให้สอดรับกับสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนแปลง

วันจันทร์ ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 18.32 น.

‘ตรีนุช’ย้ำผู้บริหารโรงเรียนจัดการเรียนให้สอดรับกับสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนแปลง

15 สิงหาคม 2565 ที่โรงแรมอัลวาเรซ บุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์ นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เป็นประธานเปิดการประชุมการขับเคลื่อนคุณภาพการจัดการศึกษา พร้อมมอบโล่ประกาศเกียรติคุณให้แก่ผู้บริหารสถานศึกษาที่ประสบความสำเร็จในการบริหารจัดการด้วยระบบคุณภาพตามเกณฑ์รางวัลคุณภาพแห่งสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (Office of Basic Education Commission Quality Award : OBECQA)

นางสาวตรีนุช กล่าวว่า ขอแสดงความยินดีกับผู้บริหารสถานศึกษาที่ได้รับโล่ประกาศเกียรติคุณ ซึ่งสะท้อนถึงผลลัพธ์ของการบริหารที่ดีเยี่ยมของโรงเรียนในโครงการโรงเรียนมาตรฐานสากลทุกๆท่านคงจะทราบข่าวดีกันแล้ว หลังจากที่เรารอคอยกันมากว่า 13 ปี ขณะนี้คณะรัฐมนตรี(ครม.) ได้มีมติอนุมติเพิ่มเงินอุดหนุนการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน ซึ่งการเพิ่มเงินอุดหนุนในครั้งนี้ จะทำให้สถานศึกษาเพิ่มคุณภาพในการจัดการศึกษาได้อย่างเหมาะสม อีกทั้งยังช่วยส่งเสริมประสิทธิภาพในการพัฒนาศักยภาพของผู้เรียนได้มากยิ่งขึ้น

รมว.ศธ.กล่าวต่อว่า นโยบายของรัฐบาลภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ทางด้านการศึกษาไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง (No one left behind) ลดความเหลื่อมล้ำ สร้างโอกาส และความเสมอภาคทางการศึกษาปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้ เพื่อยกระดับคุณภาพทางการศึกษา สร้างการเรียนรู้ตลอดชีวิต มีความพร้อมในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงในโลกศตวรรษที่ 21 โดยมีเป้าหมายพัฒนาศักยภาพของคน อันเป็นทรัพยากรที่สำคัญของชาติในทุกช่วงวัยการจัดการเรียนรู้ที่มีความยืดหยุ่น และมีความเหมาะสมตามความถนัด ความชอบในแต่ช่วงวัย เป็นคนดี คนเก่ง มีวินัย มีทักษะชีวิต มีคุณธรรมจริยธรรม เป็นทรัพยากรที่มีคุณค่า มีส่วนร่วมในการสร้างนวัตกรรม มีการเชื่อมโยงระหว่างสถานศึกษากับชุมชนให้มีความเข้มแข็ง และมีความสุข

“ฝากถึงผู้บริหารสถานศึกษาทุกท่าน ในการกลับมามองในบริบทพื้นที่ของท่านที่มีความแตกต่าง เพื่อปรับเปลี่ยนการจัดการเรียนการสอนให้สอดรับกับโลกในสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป พลิกวิกฤติให้เป็นโอกาสในการที่จะให้เด็กๆเข้าถึงการศึกษา ไม่เพียงแต่ในด้านวิชาการเพียงอย่างเดียวแต่ยังมีด้านศิลปวัฒนธรรม ด้านการใช้ชีวิต ฯลฯโดยเฉพาะสิ่งที่โดดเด่นภูมิปัญญาท้องถิ่นของแต่ละพื้นที่ เพื่อสร้างอัตลักษณ์ให้กับนักเรียนของเรา ทั้งนี้ นักเรียนระดับมัธยมฯ เป็นวัยที่กำลังแสวงหาทางเลือกในอนาคตของตัวเอง ดังนั้น โรงเรียนจะต้องจัดหลักสูตรที่สามารถตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของนักเรียน เพื่อให้เด็กมีโอกาสได้สำรวจความถนัดและความสนใจของตัวเองได้อย่างเต็มที่ ทั้งการเปิดเรียนในหลากหลายสาขาวิชา และการจัดให้มีชมรม ตามความสนใจที่หลากหลาย เช่น กีฬา ดนตรี สิ่งแวดล้อม ความถนัดอาชีพ เช่นเดียวกับโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณ์ ที่ ครม. ได้อนุมัติจัดตั้งรวม 18 แห่ง เพื่อให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ จัดทำหลักสูตรสถานศึกษา ที่ส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่นและศิลปวัฒนธรรมของท้องถิ่นให้เป็น soft power ที่สำคัญของประเทศ” รมว.ศธ. กล่าว

นางสาวตรีนุช กล่าวว่า อีกกิจกรรมหนึ่งที่อยากจะให้ทุกโรงเรียนดำเนินการให้เด็กมีส่วนร่วมอย่างจริงจัง คือ การเปิดโอกาสให้นักเรียนได้แสดงความคิดเห็น ผ่านระบบสภานักเรียน ซึ่งเร็วๆนี้จะมีการจัดการสัมนาผู้นำสภานักเรียนทั่วประเทศ เพื่อนำเสนอความคิดเห็นของนักเรียนต่อท่านนายกรัฐมนตรี โรงเรียนมัธยมของเรา มีขนาดที่แตกต่างกันมาก ตั้งแต่โรงเรียนขนาดเล็กจนถึงโรงเรียนขนาดใหญ่พิเศษ แต่ไม่ว่าจะเป็นนักเรียนในโรงเรียนขนาดใด ก็อยากให้โรงเรียนจัดการเรียนการสอนให้เด็กได้คิดวิเคราะห์ตามแนวทาง Active Learning และต้องการให้ สพฐ. วางแผนบูรณาการการจัดการศึกษาระดับมัธยมศึกษาในพื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ทั้งการจัดสรรโอกาสเข้าเรียนชั้น ม.1 และ ม.4 การยกระดับคุณภาพผู้เรียน โดยเน้นการทำงานแบบบูรณาการข้ามสถานศึกษาและการใช้ทรัพยากรร่วมกัน เช่นครูเก่ง สนามกีฬา ตลอดจนห้องปฏิบัติการต่าง ๆ

รมว.ศธ.กล่าวด้วยว่า ตั้งแต่ที่เราได้เริ่มกลับมาเปิดเรียน on-site 100% พบว่า เกิดเหตุการณ์ที่ส่งผลต่อความปลอดภัยของนักเรียน ปรากฏอยู่ในสื่อมวลชนและโซเชียลมีเดียจำนวนมาก จึงขอให้ช่วยกันเอาใจใส่ ไม่ให้เกิดเหตุการณ์บูลลี่ในโรงเรียน ทั้งในระหว่างนักเรียนกันเองและระหว่างครูกับนักเรียน รวมทั้งปัญหาการทะเลาะวิวาท และที่สำคัญคือการดูแลเรื่องจิตใจของนักเรียน หากเกิดปัญหากับนักเรียน นอกจากการป้องกันแล้วหากเกิดเหตุการณ์ขึ้นผู้บริหารจะต้องเข้าถึงโดยเร็วที่สุด โดยสามารถใช้ Application MOE safety center เข้ามาเป็นเครื่องมือช่วยเหลือในการป้องกันและแก้ไขปัญหา

นอกจากนี้ ในช่วงการแพร่ระบาดโควิด-19  ทำให้ทั้งครูและนักเรียน ได้รู้จักกับการเรียนรู้ผ่านรูปแบบออนไลน์มากขึ้น  นักเรียนมีความสามารถและสนใจกับการเรียนในรูปแบบการเรียนผ่านการใช้เทคโนโลยีมากขึ้น ดังนั้น สถานศึกษาจะต้องหาแนวทางพัฒนารูปแบบการเรียนรู้แบบผสมผสานระหว่างการเรียนในห้องเรียน และการเรียนผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งการขับเคลื่อนทั้งหมดนี้ทุกฝ่ายต้องร่วมมือช่วยกันดูแลนักเรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษาอย่างเต็มที่ จึงประสบผลสำเร็จ โดยปัจจัยหลักที่จะถ่ายทอดและนำนโยบายสู่การปฏิบัติเชิงพื้นที่ได้ดีที่สุด คือ ผู้บริหารสถานศึกษา ได้มีโอกาสลงพื้นที่เพื่อตรวจเยี่ยมโรงเรียน ทั้งนี้ ขอฝากท่านผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาทุกท่าน ประสานการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดกับเครือข่ายในบริบทของพื้นที่ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะการรับและส่งต่อลูกหลานให้ได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพไม่ว่าจะเป็นการรับช่วงต่อจากโรงเรียนระดับประถมศึกษา ทั้งภาครัฐและเอกชน และโรงเรียนขยายโอกาส ทางการศึกษาและการส่งต่อนักเรียนไปสู่ระดับอาชีวศึกษา หรือระดับมหาวิทยาลัย

-005

ลูกหนี้‘กยศ.’เฮ!เช็คเลย กมธ.เคาะ 5 สิทธิประโยชน์ ชงเข้าสภาฯถกวาระ2-3

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/673529

ลูกหนี้‘กยศ.’เฮ!เช็คเลย กมธ.เคาะ 5 สิทธิประโยชน์ ชงเข้าสภาฯถกวาระ2-3

ลูกหนี้‘กยศ.’เฮ!เช็คเลย กมธ.เคาะ 5 สิทธิประโยชน์ ชงเข้าสภาฯถกวาระ2-3

วันจันทร์ ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 17.35 น.

กมธ.ลดดอกเบี้ยเงินกู้ กยศ.เหลือไม่เกินปีละ 0.25% จากเดิมไม่เกิน 7.5 % เตรียมชงเข้าสภาฯ วาระ 2-3 ต่อไป

15 สิงหาคม 2565 ที่รัฐสภา นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.)วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. คนที่หนึ่ง สภาผู้แทนราษฎร แถลงความคืบหน้าในการประชุม ว่า ขณะนี้ กมธ. ได้พิจารณาเสร็จเรียบร้อยแล้ว ซึ่งมีการประชุมตั้งแต่วันที่ 2 ก.พ. – 11 ส.ค.65 รวมการประชุม จำนวน 22 ครั้ง โดยคณะ กมธ. ได้ใช้ร่าง พ.ร.บ. ที่เสนอโดยคณะรัฐมนตรี (ครม.)เป็นหลักในการพิจารณา มีจำนวนทั้งสิ้น 27 มาตรา ซึ่งคณะ กมธ. ได้แก้ไขจำนวน 10 มาตรา ตัดออก 1 มาตรา และเพิ่มมาตราขึ้นใหม่ 4 มาตรา โดยร่าง พ.ร.บ. มีสาระสำคัญที่เป็นประโยชน์กับผู้กู้ยืม 5 ประการ ดังนี้

1. ลดอัตราดอกเบี้ยลงเหลือไม่เกินอัตราร้อยละ 0.25 ต่อปี จากกฎหมายปัจจุบันที่กำหนดไว้ไม่เกินอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี และร่าง พ.ร.บ.ที่เสนอโดยครม.ได้กำหนดไว้ไม่เกินอัตราร้อยละ 2 ต่อปี

2. ยกเลิกเบี้ยปรับ เพื่อเป็นการลดภาระให้กับผู้กู้ยืม

3. ยกเลิกการค้ำประกันการกู้ยืมในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายและระดับปริญญาตรี โดยหากเป็นการกู้ยืมในระดับสูงกว่าปริญญาตรีหรือการให้ทุนการศึกษาตาม มาตรา 6/1 เมื่อมีเหตุจำเป็นและสมควร คณะกรรมการกองทุนจะกำหนดให้มีผู้ค้ำประกันก็ได้  

4. กำหนดให้กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) สามารถผ่อนผันให้ผู้กู้ยืมเงินหรือผู้ค้ำประกันชำระเงินคืนกองทุนแตกต่างไปจากจำนวน ระยะเวลา หรือวิธีการที่กำหนดได้ หรือสามารถลดหย่อนหนี้ ปรับโครงสร้างหนี้ แปลงหนี้ใหม่ หรือระงับการชำระเงินคืนกองทุนตามที่ผู้กู้ยืมเงินหรือผู้ค้ำประกันร้องขอเป็นรายบุคคลหรือเป็นการทั่วไปก็ได้ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการกำหนด ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวให้กระทำได้แม้จะอยู่ในระหว่างการดำเนินคดี หรือมีคำพิพากษาของศาลอันถึงที่สุดแล้ว หรืออยู่ในระหว่างการบังคับคดี ซึ่งจะช่วยบรรเทาภาระของผู้กู้ยืมเงินหรือผู้ค้ำประกันให้สามารถชำระเงินคืนกองทุนได้

5. การขยายโอกาสการกู้ยืมให้กว้างขวางขึ้น เพื่อให้บุคคลประเภทต่าง ๆ สามารถเข้าถึงการกู้ยืมเงินจากกองทุนได้ ดังนี้ 1.) กำหนดให้ผู้ซึ่งจะเข้าศึกษาในหลักสูตรอาชีพหรือเพื่อยกระดับทักษะ สมรรถนะ หรือการเรียนรู้ สามารถขอกู้ยืมเงินเพื่อการศึกษาได้ 2.) กำหนดให้ผู้ที่ไม่มีสัญชาติไทย ซึ่งเป็นบุคคลที่รัฐมีนโยบายแก้ไขปัญหาสถานะซึ่งได้รับการจัดทำทะเบียนราษฎรแล้ว หรือเป็นผู้ที่เกิดในราชอาณาจักรไทยและไม่ได้สัญชาติไทยในขณะที่เกิด โดยมีหลักฐานการเกิดที่นายทะเบียนออกให้ตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎร สามารถกู้ยืมเงินจากกองทุนได้  

ทั้งนี้ คณะ กมธ.จะเสนอร่าง พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าวต่อสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบในวาระ 2 และ 3 ต่อไป

รัฐบาลจัดทำหนังสือ‘ทศชาติ ปณิธานมหาบุรุษไม่เปลี่ยนแปลง’ เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระพันปีหลวง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/673485

รัฐบาลจัดทำหนังสือ‘ทศชาติ ปณิธานมหาบุรุษไม่เปลี่ยนแปลง’ เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระพันปีหลวง

รัฐบาลจัดทำหนังสือ‘ทศชาติ ปณิธานมหาบุรุษไม่เปลี่ยนแปลง’ เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระพันปีหลวง

วันจันทร์ ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 16.06 น.

รัฐบาล จัดทำหนังสือ “ทศชาติ ปณิธานมหาบุรุษไม่เปลี่ยนแปลง” เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระพันปีหลวง เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 90 พรรษา 12 สิงหาคม 2565

เมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ 15 สิงหาคม 2565 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานแถลงข่าวการจัดทำหนังสือ “ทศชาติ ปณิธานมหาบุรุษไม่เปลี่ยนแปลง” ฉบับญาณวชิระ เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 90 พรรษา 12 สิงหาคม 2565

นายวิษณุ กล่าวว่า สำนักนายกรัฐมนตรี ร่วมกับบริษัท เมืองโบราณ จำกัด และบริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน) จัดพิมพ์หนังสือ “ทศชาติ ปณิธานมหาบุรุษไม่เปลี่ยนแปลง” ฉบับ ญาณวชิระ เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 90 พรรษา 12 สิงหาคม 2565 โดยจะมอบให้แก่ส่วนราชการ ภาคเอกชน และประชาชนทั่วไป โดยไม่มีค่าใช้จ่าย จำนวน 10,000 เล่ม เพื่อถวายพระราชกุศล แสดงความจงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทย 

นายวิษณุ กล่าวว่า หนังสือ “ทศชาติ ปณิธานมหาบุรุษไม่เปลี่ยนแปลง” ฉบับ ญาณวชิระ เรียบเรียงโดยพระเถระแห่งวัดสระเกศ 5 รูป คือ พระธงชัย สุขญาโณ  พระมหาสังคม ญาณวฑฺฒโน  พระมหาเทอด ญาณวชิโร  พระมหาบุญทวี ปญฺญาวํโส  และพระมหาสมจิตร จิตฺตธมฺโม โดยทศชาติเป็นเรื่องที่แสดงให้เห็นถึงปณิธานที่ตั้งมั่นของพระโพธิสัตว์ที่จะบำเพ็ญพระบารมีให้ถึงพร้อมบริบูรณ์ เพื่อให้บรรลุพระโพธิญาณตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า ไม่ว่าพระองค์จะต้องประสบกับความทุกข์ยากเดือดร้อนอย่างแสนสาหัส แต่ปณิธานของพระองค์ ก็จะไม่มีวันเปลี่ยนแปลง และเมื่อได้น้อมรำลึกถึงพระราชจริยวัตรที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ได้ทรงบำเพ็ญต่อบวรพุทธศาสนา อีกทั้งพระราชกรณียกิจอเนกอนันต์ ที่ได้ทรงบำเพ็ญมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน แสดงให้เห็นถึงพระราชหฤทัยที่เปรียบประดุจพระโพธิสัตว์ในการบำเพ็ญพระบารมีอันยิ่งใหญ่ด้วยการเสียสละความสุขส่วนพระองค์ ช่วยเหลือเกื้อกูลอาณาประชาราษฎร์ให้ประสบแต่ความผาสุกตามหลักธรรมของพระพุทธศาสนา

รองนายกรัฐมนตรี กล่าวต่อไปว่า คณะผู้จัดทำหวังเป็นอย่างยิ่งว่านักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไป จะได้รับประโยชน์จากการอ่านหนังสือเล่มนี้ที่แสดงถึงความมุ่งมั่นและปณิธานขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า อันเป็นรากฐานของความเพียรพยายามที่จะมอบให้มนุษย์ทุกผู้ทุกนามบนโลกนี้ได้มองเห็นแก่นธรรมของชีวิตอย่างถ่องแท้ สามารถนำไปปฏิบัติในชีวิตประจำวัน ทั้งในครอบครัว ที่ทำงาน

ในสังคม หรือความสุขสงบในจิตใจตามวิถีพุทธและก่อให้เกิดสังคมที่เป็นสุข ประเทศชาติร่มเย็น อาทิเช่น ธรรมของความเพียร ความอดทนต่อทุกข์ ความกตัญญูกตเวที ความวิริยะอุตสาหะ ความเสียสละ ล้วนเป็นธรรมที่ประชาชนควรยึดถือปฏิบัติด้วยเพื่อยังประโยชน์ใน 3 ส่วนคือ ตนเอง สังคม และประเทศชาติบ้านเมือง

รองนายกรัฐมนตรี กล่าวเพิ่มเติมว่า ในส่วนของคณะสงฆ์ได้มีการจัดกิจกรรมเทศน์แหล่ทศชาติเฉลิมพระเกียรติทำนองอีสาน ปริวรรตสำนวนเทศน์ จากหนังสือทศชาติ ปณิธานมหาบุรุษไม่เปลี่ยนแปลง ฉบับ ญาณวชิระ โดยเมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2565 พระศรีวิสุทธิมุนี รองเจ้าคณะจังหวัดอุบลราชธานี ได้เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ในการจัดโครงการ “ร่วมใจภักดิ์ รักพระพันปีหลวง” เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 90 พรรษา 12 สิงหาคม 2565 ซึ่งการจัดกิจกรรมเทศน์แหล่ทศชาติเฉลิมพระเกียรติทำนองอีสาน จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 12 สิงหาคม ไปจนถึงเดือนตุลาคม 2565

โดยจะจัดกิจกรรมการเทศน์กระจายไปยังวัดต่าง ๆ ในเขตจังหวัดอุบลราชธานี นอกจากนี้ ยังมีวัดต่าง ๆ ในอีกหลายจังหวัดที่แสดงความประสงค์ต้องการใช้หลักธรรมจากหนังสือทศชาติชาดกนี้ ไปเป็นเนื้อหาในการเทศนาธรรม อาทิเช่น คณะสงฆ์ทั้งจังหวัดสระบุรี และลพบุรี ร่วมกันดำเนินโครงการ “คุณธรรมนำใจ เทิดไท้ พระพันปีหลวง ด้วยทศชาติชาดก” เพื่อบรรยายธรรมตามสถานศึกษา หน่วยงานราชการ องค์กรภาคเอกชน และทัณฑสถานทั้งในจังหวัดสระบุรี และลพบุรี เริ่มตั้งแต่กลางเดือนสิงหาคมนี้เป็นต้นไป

ในส่วนของมูลนิธิไทยทรงดำประเทศไทย ซึ่งมีพี่น้องเชื้อสายไทยทรงดำ อยู่ในราชอาณาจักรไทยประมาณ4ล้านคน มีความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณแห่งสถาบันพระมหากษัตริย์ ได้ร่วมใจกันที่จะจัดโครงการ “ไทดำร่วมใจ เทิดไท้ สมเด็จพระพันปีหลวง” สาธยายพระไตรปิฎก สาธยายบารมี 30 ทัศ จากหนังสือทศชาติ ปณิธานมหาบุรุษไม่เปลี่ยนแปลง เพื่อร่วมเทิดพระเกียรติด้วย โดยจัดขึ้นที่สมาคมไทยทรงดำ (ไตดำ) ประเทศไทย นอกจากนี้ วัด โรงเรียน หน่วยงานราชการ หรือภาคเอกชน มีความประสงค์จะนำเนื้อหาและหลักธรรมที่ปรากฏอยู่ในหนังสือทศชาติ ฉบับ ญาณวชิระ ไปบูรณาการจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติฯ ก็สามารถดำเนินการได้ตามความเหมาะสม

รองนายกรัฐมนตรี กล่าวในตอนท้ายว่า ผู้สนใจสามารถเข้าอ่านหนังสือในรูปแบบ e-Book หรือฟังเนื้อหาในรูปแบบ Audiobook บนเว็บไซต์ของสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (www.opm.go.th) และติดตามรับฟังจากรายการทั่วทิศถิ่นไทย ทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย FM 92.5 MHz และ AM 891 KHz ออกอากาศทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 13.00 – 13.30 น. โดยได้เริ่มออกอากาศเป็นตอนแรกแล้วเมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2565 นอกจากนี้ สามารถลงทะเบียนขอรับหนังสือฯ ได้ทาง e-Form  บนเว็บไซต์สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี และทางรายการทั่วทิศถิ่นไทย ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2565 เป็นต้นไป ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กองกลาง สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี โทรศัพท์ 0 2283 4225, 0 2283 4223, 0 2283 4251 หรือเฟซบุ๊ก “สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี”