สอศ. จัดกิจกรรมซ่อมบำรุง ถวายเป็นพระราชกุศลในโอกาส ‘วันแม่แห่งชาติ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/672822

สอศ. จัดกิจกรรมซ่อมบำรุง ถวายเป็นพระราชกุศลในโอกาส 'วันแม่แห่งชาติ'

สอศ. จัดกิจกรรมซ่อมบำรุง ถวายเป็นพระราชกุศลในโอกาส ‘วันแม่แห่งชาติ’

วันพฤหัสบดี ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 17.27 น.

สอศ. จัดกิจกรรมซ่อมบำรุง เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องบริการประชาชน ถวายเป็นพระราชกุศลในโอกาส “วันแม่แห่งชาติ”

เมื่อวันที่ 11 ส.ค.2565 ดร.สุเทพ แก่งสันเทียะ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (เลขาธิการ กอศ.) เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ได้นำนักเรียน นักศึกษาเข้าร่วมกิจกรรมจิตอาสาพระราชทาน “วันแม่แห่งชาติ” เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา  90 พรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง 12 สิงหาคม 2565  รวมทั้งเพื่อปลูกฝังจิตสาธารณะ รู้คุณค่าของการแบ่งปันการช่วยเหลือเกื้อกูลและนำความรู้จากการศึกษาวิชาชีพมาให้บริการต่อสังคม 

เลขาธิการ กอศ. กล่าวต่อว่า กิจกรรมจิตอาสาเฉลิมพระเกียรติฯ ดำเนินการให้บริการประชาชน ระหว่างวันที่ 11-13 สิงหาคม 2565 ตั้งแต่เวลา 11.00 – 17.00 น. โดยบริการซ่อมบำรุงและเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องรถจักรยานยนต์ จำนวน 200 คัน/วัน ซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า  บริการตัดผม ชาย-หญิง สอนวาดภาพ  และฝึกอาชีพระยะสั้น 108 อาชีพ ณ พื้นที่กรุงเทพมหานคร จำนวน 3 แห่ง  ได้แก่ 1.สวนสราญรมย์ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร  2.สนามกีฬากองทัพอากาศ (ธูปะเตมีย์) อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี  และ 3.สวนเบญจกิติ เขตคลองเตย  กรุงเทพมหานคร โดยพื้นที่นี้ จะเป็นการให้บริการซ่อมบำรุงรถเฉพาะรถจักรยาน 

สำหรับในส่วนภูมิภาค จะให้บริการใน 3 กิจกรรม ประกอบด้วย การซ่อมบำรุงและเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องรถจักรยานยนต์ จำนวน 200 คัน/วัน  ซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า  และบริการตัดผม ชาย-หญิง  ซึ่งจัดในพื้นที่ 5 แห่ง  ได้แก่ 1. วังไกลกังวล  กก.2 บก.สอ.บช.ตชด.(ค่ายนเรศวร  ส่วนที่ 2) จ.ประจวบคีรีขันธ์   2.พระราชวังภูพานราชนิเวศน์ (พื้นที่ ตำบลพันขว้าง อำเภอเมืองสกลนคร) จ.สกลนคร  3.พระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์ (ศาลาศิลปาชีพ) จ.นราธิวาส  4.พระราชวังบางปะอิน (ลานจอดรถ) จ.พระนครศรีอยุธยา  และ 5.พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ (ประตูท่าแพ) จังหวัดเชียงใหม่  

โดยมีนักเรียน นักศึกษา ผู้บริหาร ครู บุคลากรอาชีวศึกษาสถานศึกษา และสำนักงานอาชีวศึกษาประจำจังหวัด จำนวน 16 แห่ง ร่วมในกิจกรรมครั้งนี้  ได้แก่ 1.วิทยาลัยเทคนิคมีนบุรี 2.วิทยาลัยเทคนิคกาญจนาภิเษก มหานคร 3.วิทยาลัยสารพัดช่างสี่พระยา 4.วิทยาลัยอาชีวศึกษาเสาวภา 5.วิทยาลัยเทคนิคดอนเมือง 6.วิทยาลัยสารพัดช่างสมุทรปราการ 7.วิทยาลัยบริหารธุรกิจและการท่องเที่ยวกรุงเทพ 8.วิทยาลัยเทคนิคราชสิทธาราม 9.วิทยาลัยสารพัดช่างพระนคร 10.วิทยาลัยอาชีวศึกษาธนบุรี 11.วิทยาลัยศิลปหัตถกรรมกรุงเทพ 12.สำนักงานอาชีวศึกษาจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 13.สำนักงานอาชีวศึกษาจังหวัดสกลนคร 14.สำนักงานอาชีวศึกษาจังหวัดนราธิวาส 15.สำนักงานอาชีวศึกษาจังหวัดพระนครศรีอยุธยา 16.สำนักงานอาชีวศึกษาจังหวัดเชียงใหม่ 
009

ม.รังสิตคว้าถ้วยรางวัลชนะเลิศ ระดับดีเด่น การประกวดผลงานนวัตกรรมสายอุดมศึกษา ผิวหนังเทียมจากเจลาติน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/672769

ม.รังสิตคว้าถ้วยรางวัลชนะเลิศ ระดับดีเด่น การประกวดผลงานนวัตกรรมสายอุดมศึกษา ผิวหนังเทียมจากเจลาติน

ม.รังสิตคว้าถ้วยรางวัลชนะเลิศ ระดับดีเด่น การประกวดผลงานนวัตกรรมสายอุดมศึกษา ผิวหนังเทียมจากเจลาติน

วันพฤหัสบดี ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 14.37 น.

ม.รังสิต เจ๋ง! คว้าถ้วยรางวัลชนะเลิศ ระดับดีเด่น การประกวดผลงานนวัตกรรมสายอุดมศึกษา จากผลงาน “ผิวหนังเทียมจากเจลาติน” ในมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ ปี 65 ที่ผ่านมา

สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) มอบรางวัลผลงานนวัตกรรมสายอุดมศึกษา ประจำปี 2565 ระดับปริญญาตรี ระดับดีเด่น รางวัลการเขียนข้อเสนอโครงการนวัตกรรม ระดับปริญญาตรี ระดับดี พร้อมถ้วยรางวัลและเหรียญทอง ด้านการสาธารณสุข สุขภาพ และเทคโนโลยีการแพทย์ ประจำปี 2565  ให้กับผลงานนวัตกรรม “ผิวหนังเทียมที่ทำจากเจลาตินเมทาคริโลอิลและเซลล์ต้นกำเนิดผสมโกรทแฟคเตอร์ด้วยเทคนิคการพิมพ์ชีวภาพสามมิติสำหรับการรักษาแผล” ของนายกิติพงษ์ ปาสาณพงศ์ นางสาวนพวรรณ เจริญพานิช และนายดนุพัฒน์ วิไลรัตนาภรณ์ นักศึกษาจากวิทยาลัยวิศวกรรมชีวการแพทย์ มหาวิทยาลัยรังสิต จากการประกวดผลงานนวัตกรรมสายอุดมศึกษา ประจำปี 2565 ในงาน “มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2565 (Thailand Research Expo 2022)” เมื่อวันที่ 1 – 5 สิงหาคม 2565 ที่ผ่านมา ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพมหานคร

ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า วช. ภายใต้กระทรวง อว. ได้มีการส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาบุคลากรด้านวิจัยและนวัตกรรม ในการให้รางวัลประกาศเกียรติคุณหรือยกย่องบุคคลหรือหน่วยงานด้านวิจัยและนวัตกรรม ซึ่งในงาน “มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2565 (Thailand Research Expo 2022)” ครั้งที่ 17 ได้มีการมอบรางวัลผลงานจากการประกวด 2 ประเภท ได้แก่ 1. รางวัลการเขียนข้อเสนอผลงานนวัตกรรมสายอุดมศึกษา ประจำปี 2565 และ 2. รางวัลผลงานนวัตกรรมสายอุดมศึกษา ประจำปี 2565 โดยแบ่งออกเป็น 5 ด้าน ได้แก่ 1) ด้านการเกษตรและอุตสาหกรรมการเกษตร 2) ด้านการสาธารณสุข สุขภาพ และเทคโนโลยีทางการแพทย์ 3) ด้านการพัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ อุปกรณ์อัจฉริยะ 4) ด้านพลังงาน สิ่งแวดล้อม และ BCG Economy Model และ 5) ด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เพื่อเสริมสร้างและพัฒนาศักยภาพขีดความสามารถด้านการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมในสถาบันการศึกษา โดยเสริมสร้างและถ่ายทอดองค์ความรู้ ทักษะเทคนิคด้านนวัตกรรม กระตุ้นและสร้างแรงจูงใจให้นิสิต/นักศึกษาเข้าใจและเห็นถึงความสำคัญของการวิจัยและพัฒนาสิ่งประดิษฐ์ที่มีคุณภาพ ศักยภาพ และกลายเป็นบุคลากรทางการวิจัยของประเทศต่อไป

นายกิติพงษ์ ปาสาณพงศ์ นักศึกษาหลักสูตร 4+1 (ปริญญาตรีควบโท) ของวิทยาลัยวิศวกรรมชีวการแพทย์ มหาวิทยาลัยรังสิต เจ้าของผลงาน กล่าวว่า ในปัจจุบันมีผู้ป่วยได้รับบาดเจ็บบริเวณผิวหนัง ชนิดเรื้อรังเป็นจำนวนมากถึง 77 – 154 ล้านคนต่อปี นับว่าเป็น 1 – 2% ของจำนวนประชากรโลก โดยแนวทางในการรักษาและฟื้นฟูผู้ป่วยเหล่านี้ต้องใช้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญทำการผ่าตัดรักษาร่วมกับการใช้ยารักษา ในบางกรณีอาจต้องนำผิวหนังจากบริเวณส่วนอื่นของร่างกายทำเป็นกราฟท์ผิวหนัง ซึ่งวิธีการรักษาดังกล่าวนั้นทำให้เกิดบาดแผลที่บริเวณอื่นเพิ่มขึ้นเป็นการสร้างความเจ็บปวดเพิ่มให้กับผู้ป่วย นักวิจัยจึงมีแนวคิดที่จะสร้างผิวหนังเทียม สำหรับการรักษาแผลและการฟื้นฟูผิวหนัง ซึ่งอาศัยหลักของวิศวกรรมเนื้อเยื่อ (Tissue Engineering) ในการสร้างผิวหนังเทียมที่มีชีวิตขึ้นด้วยการนําหมึกพิมพ์ชีวภาพชนิดเจลาตินเมทาคริโลอิล (Gelatin Methacryloyl) ที่มีสารตั้งต้นจากเจลาตินเป็นวัสดุโครงเลี้ยงเซลล์นำมาผสมเซลล์ต้นกำเนิดหรือที่เรียกกันว่าสเต็มเซลล์กับเกล็ดเลือดไลเซท (Platelet Lysate) ซึ่งเป็นโกรทแฟคเตอร์ (Growth Factor) จากนั้นใช้เทคนิคการพิมพ์ชีวภาพแบบสามมิติ (3D Bioprinting) ในการขึ้นรูปเป็นผิวหนังเทียม ซึ่งการรักษาแผลและการฟื้นฟูผิวหนังด้วยผิวหนังเทียมนี้ สามารถออกแบบให้เหมาะสมกับลักษณะของแผลได้อย่างแม่นยำ สามารถทำซ้ำได้และมีความคงที่ ลดอาการบาดเจ็บซ้ำซ้อนจากวิธีการดั้งเดิม ถือว่าเป็นวิธีการรักษาบาดแผลแบบใหม่ที่มีคุณภาพและและทันสมัยที่ประชาชนสามารถเข้าถึงได้ทุกคน

สำหรับผลงานผิวหนังเทียมที่ทำจากเจลาตินเมทาคริโลอิลและเซลล์ต้นกำเนิดผสมโกรทแฟคเตอร์ด้วยเทคนิคการพิมพ์ชีวภาพสามมิติสำหรับการรักษาแผล มี ผศ.ดร.ณัฐพล ถนัดช่างแสง และ ผศ.ดร.ศนิ บุญญกุล 

อาจารย์ประจำห้องปฏิบัติการวัสดุชีวภาพและวิศวกรรมเนื้อเยื่อ แห่งวิทยาลัยวิศวกรรมชีวการแพทย์ มหาวิทยาลัยรังสิต เป็นอาจารย์ที่ปรึกษา ซึ่งผลงานนี้ยังได้รับความร่วมมือจาก รศ.ดร.นพ.ตุลยพฤกษ์ ถาวรสวัสดิ์รักษ์ แห่งภาควิชาออร์โธปิดิกส์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล และ รศ.ดร.ภญ. ฤดี เหมสถาปัตย์ แห่งภาคเภสัชวิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ในการพัฒนาอีกด้วย ปัจจุบันผลงานดังกล่าวยังอยู่ในขั้นทดลองกับสัตว์ทดลอง หากมีผลการทดลองเป็นที่น่าพอใจแล้วจะทำการทดลองกับมนุษย์ต่อไป ถือได้ว่าการสร้างผิวหนังเทียมสำหรับการรักษาแผลและการฟื้นฟูผิวหนังที่สามารถออกแบบให้เหมาะสมกับลักษณะของแผลผู้ป่วยหรือผู้บาดเจ็บได้ เป็นวิธีการรักษาบาดแผลแบบใหม่ที่มีคุณภาพและทันสมัย อีกทั้งเป็นการแปรรูปวัสดุจากอุตสาหกรรมอาหารเพื่อเพิ่มมูลค่าสร้างรายได้และลดต้นทุนการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ นอกจากนี้วัสดุที่เป็นสารตั้งต้นจากเจลาตินหนังปลาทำให้ผิวหนังเทียมนี้สามารถนำไปใช้กับผู้นับถือศาสนาทุกศาสนาได้อีกด้วย
 

สพฐ.เตรียมบรรจุแต่งตั้ง 77 ‘ผอ.สพท.’ ขีดเส้น ก.ย.แล้วเสร็จ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/672724

สพฐ.เตรียมบรรจุแต่งตั้ง 77 ‘ผอ.สพท.’ ขีดเส้น ก.ย.แล้วเสร็จ

สพฐ.เตรียมบรรจุแต่งตั้ง 77 ‘ผอ.สพท.’ ขีดเส้น ก.ย.แล้วเสร็จ

วันพฤหัสบดี ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 13.32 น.

สพฐ.เตรียมบรรจุแต่งตั้ง 77 ‘ผอ.สพท.’ ขีดเส้น ก.ย.แล้วเสร็จ

11 สิงหาคม 2565 น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.)  ครั้งที่ 8/2565 ว่า  ที่ประชุมได้มีการพิจารณาเรื่องเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา และมีมติอนุมัติการบรรจุและแต่งตั้งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ผู้ได้รับการคัดเลือกและผ่านการพัฒนาก่อนการแต่งตั้งฯให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 2 ราย

ทั้งนี้ สืบเนื่องจากปัจจุบัน ตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา ว่างเพิ่มใหม่จากผู้ดำรงตำแหน่งเดิมได้รับคำสั่งรับโอนมาแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทอำนวยการระดับสูง สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 2 ตำแหน่ง ดังนั้น สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จึงขออนุมัติบรรจุและแต่งตั้งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้ที่ได้รับการคัดเลือกและผ่านการพัฒนาก่อนแต่งตั้งฯ ให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ตามลำดับที่ที่ได้รับการคัดเลือกและตามจำนวนตำแหน่งว่าง (2 ตำแหน่ง) จำนวน 2 ราย

น.ส.ตรีนุช กล่าวว่า ก.ค.ศ. พิจารณาแล้วเห็นว่า เพื่อให้การบริหารงานของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน มีผู้ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา เพื่อขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาล กระทรวงศึกษาธิการ และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน นำไปสู่การปฏิบัติและการบริหารจัดการศึกษาในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาได้อย่างคล่องตัว เกิดผลสัมฤทธิ์และมีประสิทธิภาพ จึงอนุมัติบรรจุและแต่งตั้งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้ได้รับการคัดเลือกและผ่านการพัฒนาก่อนการแต่งตั้งฯให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 2 ราย โดยคงให้ได้รับเงินเดือนและได้รับวิทยฐานะตามที่ได้รับอยู่เดิม ทั้งนี้ ให้มีผลการแต่งตั้ง ตั้งแต่วันที่ 11 สิงหาคม 2556 ตามที่ สพฐ.เสนอ

ด้านนายอัมพร  พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) กล่าวว่า ตำแหน่งว่างเกิดขึ้นจากกรณีที่ สพฐ.รับโอนผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา 1 ราย และผอ.เขตพื้นที่ประถมศึกษา 2 ราย เข้ามาเป็นข้าราชการพลเรือนใน สพฐ.รวม 3 ราย จึงมีตำแหน่งว่างเพิ่มขึ้นจากที่ประกาศสอบคัดเลือกผอ.เขตพื้นที่การศึกษาไปแล้ว 13 ตำแหน่ง  จึงบวกอีก 3 ตำแหน่ง  รวมเป็น 16 ตำแหน่ง  แต่เนื่องจากสพฐ.มีบัญชีเดิมของ ผอ.เขตพื้นที่ฯเดิมที่ยังไม่หมดอายุการขึ้นบัญชี ของ ผอ.เขตพื้นที่ประถมศึกษา ซึ่งสามารถใช้ได้ถึงวันที่ 18 ส.ค.2565 นี้ ดังนั้น สพฐ.จะเรียกบุคคลที่ขึ้นบัญชีอยู่ 2 รายมาบรรจุในตำแหน่งที่ว่าง ตามที่ประชุม ก.ค.ศ.ได้อนุมัติเห็นชอบในวันนี้  

ส่วนบัญชี ผอ.เขตพื้นที่มัธยม ซึ่งหมดไปแล้ว สพฐ.จึงจะรอเรียกบรรจุหลังจากที่การสอบคัดเลือก ผอ.เขตพื้นที่มัธยมฯเสร็จ ซึ่งเลื่อนจาก 13 ราย เพิ่มเป็น 14 ราย ประกอบกับในวันที่ 1 ต.ค.นี้ จะมีตำแหน่ง ผอ.เขตพื้นที่ฯว่างจากการเกษียณอายุราชอีก  63 ตำแหน่ง จึงรวมตำแหน่งว่างเป็น 77 ตำแหน่ง โดย สพฐ.จะบรรจุแต่งตั้งไปคราวเดียวกันในเดือนกันยายนนี้

‘ตรีนุช’ไม่กังวล’กมธ.’ตัดงบ’ศธ.’700ล. รอได้คืนเงินอุดหนุนการจัดการศึกษากว่า2พันล.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/672708

'ตรีนุช'ไม่กังวล'กมธ.'ตัดงบ'ศธ.'700ล. รอได้คืนเงินอุดหนุนการจัดการศึกษากว่า2พันล.

‘ตรีนุช’ไม่กังวล’กมธ.’ตัดงบ’ศธ.’700ล. รอได้คืนเงินอุดหนุนการจัดการศึกษากว่า2พันล.

วันพฤหัสบดี ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 12.29 น.

11 ส.ค. เวลา 09.30 น. น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ กล่าวถึงกรณีคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 มีมติปรับลดงบประมาณในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการ ลงอีกจำนวน 737 ล้านบาท นั้น ว่า ก็ไม่รู้สึกกังวลเพราะถือว่าศธ.ได้งบประมาณมาตามพาระงานที่ทำ แต่งบที่ถูกตัดไป ทาง กมธ.ก็จะเสนอแปรญัตติเพิ่มงบฯกลับมาให้ศธ.ในรายการที่เกี่ยวกับเงินอุดหนุนการจัดการศึกษาตั้งแต่ระดับอนุบาลจนถึงขั้นพื้นฐาน จำนวน 2,359,853,000 บาท ซึ่งศธ.ก็จะได้นำเงินส่วนนี้ลงไปยังโรงเรียนโดยตรงเพื่อช่วยในการสร้างคุณภาพการศึกษาและช่วยแบ่งเบาภาระให้ผู้ปกครองและโรงเรียนได้มาก

“ศธ.ถูกตัดงบลงก็อาจจะมีผลกระทบกับโครงการที่จะยกระดับคุณภาพการศึกษาบ้าง แต่เราก็จะต้องทำในเรื่องที่เร่งด่วนและเรื่องที่สำคัญเป็นหลักก่อน” รมว.ศธ. กล่าว

‘ตรีนุช-บุคลากรศธ.’ร่วมทำบุญตักบาตร ลงนามถวายพระพรชัยมงคล’สมเด็จพระพันปีหลวง’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/672689

'ตรีนุช-บุคลากรศธ.'ร่วมทำบุญตักบาตร ลงนามถวายพระพรชัยมงคล'สมเด็จพระพันปีหลวง'

‘ตรีนุช-บุคลากรศธ.’ร่วมทำบุญตักบาตร ลงนามถวายพระพรชัยมงคล’สมเด็จพระพันปีหลวง’

วันพฤหัสบดี ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 10.38 น.

“ตรีนุช” พร้อม รมช.ศธ.ผู้บริหาร บุคลากร ร่วมตักบาตรพระสงฆ์ 91 รูป และลงนามถวายพระพรชัยมงคล “สมเด็จพระพันปีหลวง” เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา  90 พรรษา 12 สิงหาคม 2565

11 ส.ค.2565 เวลา 07.00 น. น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เป็นประธานในพิธีเจริญพระพุทธมนต์และตักบาตรพระสงฆ์ จำนวน  91 รูป 
เนื่องในการพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา  90 พรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง 12 สิงหาคม 2565 ณ บริเวณสนามหญ้า กระทรวงศึกษาธิการ โดยมี คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รมช.ศธ.  นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รมช.ศธ. และผู้บริหารองค์กรหลักศธ. บุคลากร เข้าร่วมในพิธี 

เป็นประธานในพิธีถึงปะรำพิธี จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย และเปิดกรวยกระทงดอกไม้หน้าพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง  ประธานสงฆ์ให้ศิล จบ พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ ประธานในพิธีถวายผ้าไตร รมช.ศธ. ผู้บริหารร่วมถวายจตุปัจจัยไทยธรรมแด่พระสงฆ์ 10 รูป พระสงฆ์อนุโมทนา ประธานในพิธีกรวดน้ำ เสร็จ กราบลาพระรัตนตรัย ถวายความเคารพพระฉายาลักษณ์ฯ  จากนั้นประธานพิธี พร้อม รมช.ศธ. ผู้บริหาร และบุคลากร ร่วมตักบาตรพระสงฆ์ จำนวน 91 รูป

ต่อจากนั้น ประธานในพิธี พร้อมด้วย รมช.ศธ.  ผู้บริหาร ศธ. พร้อมกันที่เวทีสนามหญ้ากระทรวงศึกษาธิการ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการกล่าวรายงาน  ประธานพิธีเปิดกรวยกระทงดอกไม้ธูปเทียนแพ  และกล่าวนำผู้ร่วมพิธีถวายพระพรชัยมงคล  พร้อมลงนามถวายพระพรโดยพร้อมเพรียงกัน

รัฐบาลเชิญชวนร่วมกิจกรรมวันแม่แห่งชาติ หลายหน่วยงานจัดให้เข้าชมฟรี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/672676

รัฐบาลเชิญชวนร่วมกิจกรรมวันแม่แห่งชาติ หลายหน่วยงานจัดให้เข้าชมฟรี

รัฐบาลเชิญชวนร่วมกิจกรรมวันแม่แห่งชาติ หลายหน่วยงานจัดให้เข้าชมฟรี

วันพฤหัสบดี ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 08.50 น.

รองโฆษกรัฐบาล เชิญชวนร่วมกิจกรรมวันแม่แห่งชาติ 12 สิงหาคมนี้ สัมผัสบรรยากาศแสนอบอุ่น สืบสานพระราชปณิธาน สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง หลายหน่วยงานรัฐจัดเข้าชมฟรี

11 สิงหาคม 2565 นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง วันที่ 12 สิงหาคมของทุกปี (วันแม่แห่งชาติ) ทุกภาคส่วนได้น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ร่วมจัดกิจกรรมต่าง ๆ ขอเชิญชวนประชาชนร่วมกิจกรรมตามสถานที่ต่าง ๆ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เช่น อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และเขตห้ามล่าสัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้ยกเว้นค่าบริการในการเข้าไปในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เขตห้ามล่าสัตว์ป่า และอุทยานแห่งชาติทุกแห่ง เฉพาะบุคคลชาวไทย และยานพาหนะ เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติและน้อมถวายความจงรักภักดี  รวมถึงสนองต่อพระราชกรณียกิจด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ส่งเสริมและสนับสนุนให้ประชาชนทั่วไปได้ศึกษา เรียนรู้เกี่ยวกับการอนุรักษ์ธรรมชาติ ตลอดจนด้านนันทนาการและพักผ่อนหย่อนใจ

ทางด้านองค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (อสส.) ชวนลูกจูงแม่เที่ยวชมสวนสัตว์ทั่วประเทศ เปิดให้เด็กที่มีความสูงไม่เกิน 135 ซม. เข้าชมฟรี หวังสร้างสุขให้ครอบครัว 12 สิงหานี้ องค์การสวนสัตว์ฯ ได้จัดเตรียมพื้นที่สวนสัตว์ทั่วประเทศจัดกิจกรรม หวังสร้างความสุขฉลองวันแม่แห่งชาติ 12 สิงหาคม 2565 นี้ เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้พักผ่อนหย่อนใจ และสัมผัสกิจกรรมสร้างองค์ความรู้ต่าง ๆ ภายในสวนสัตว์ตลอดทั้งวัน ภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด สำหรับกิจกรรม “ชวนลูกจูงแม่เที่ยวชมสวนสัตว์” ในวันสำคัญนี้ ขอเชิญชวนคู่แม่ลูกสวมใส่ผ้าไทย สัมผัสนานาสัตว์ป่าอย่างใกล้ชิดตลอดทั้งวัน พร้อมลงนามถวายพระพร ทั้งนี้ แต่ละสวนสัตว์ได้จัดเตรียมกิจกรรมที่น่าสนใจต่าง ๆ มากมาย เพื่อสร้างความประทับใจ

ส่วนการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และพิพิธภัณฑ์ศิลป์แผ่นดิน จัดงาน “มหัศจรรย์งานศิลป์แผ่นดินไทย” ณ พิพิธภัณฑ์ศิลป์แผ่นดิน ตำบลเกาะเกิด อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ร่วมจัดกิจกรรมเนื่องในโอกาสมหามงคลที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เฉลิมพระชนมพรรษา 90 พรรษา ในวันที่ 12 – 14 สิงหาคม 2565 วันที่ 20 – 21 สิงหาคม 2565 และวันที่ 27 – 28 สิงหาคม 2565 เวลา 10.00 – 19.00 น. โดยวันที่ 12 สิงหาคม 2565 เข้าชมฟรี! โดยภายในงานมีกิจกรรมหลากหลาย อาทิ – สาธิตงานหัตถศิลป์ โดยช่างสถาบันสิริกิติ์ – กิจกรรม DIY – การแสดงโขนกลางแปลง โดยมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ – การแสดงทางศิลปวัฒนธรรมที่หาชมได้ยาก – ชิม ช็อป อาหารชาววัง อาหารถิ่น – การแสดงจากศิลปินชื่อดัง เป็นต้น

“ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนและนักท่องเที่ยวร่วมสัมผัสกิจกรรมวันแม่แห่งชาติในปีนี้ ที่หลายหน่วยงานภาครัฐได้จัดขึ้น โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย นอกจากจะได้รับความสุข ความประทับใจท่ามกลางบรรยากาศอันแสนอบอุ่นแล้ว ยังได้รับความรู้อีกมากมาย” นางสาวรัชดาฯ กล่าว

‘ควีนสิริกิติ์’ดอกไม้ที่ต่างชาติเฉลิมพระเกียรติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/672619

‘ควีนสิริกิติ์’ดอกไม้ที่ต่างชาติเฉลิมพระเกียรติ

‘ควีนสิริกิติ์’ดอกไม้ที่ต่างชาติเฉลิมพระเกียรติ

วันพฤหัสบดี ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 06.30 น.

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง นอกจากจะทรงเป็นศูนย์รวมจิตใจและเป็นที่รักใคร่ของปวงชนชาวไทยแล้ว ยังได้ขยายวงกว้างไปยังนานาประเทศที่ชื่นชมในพระสิริโฉม และยกย่อง ศรัทธา ต่อพระราชจริยวัตรอันงดงาม รวมไปถึงการทรงงานเพื่อช่วยเหลือชาวไทยและการพัฒนาประเทศอย่างไม่เห็นแก่เหน็ดเหนื่อย รวมทั้งรับรู้ว่าพระองค์ทรงมีความสนพระทัยในงานอนุรักษ์ธรรมชาติ พรรณพฤกษาและสัตว์ป่าของไทยเป็นอย่างยิ่งเสมอมา เมื่อนักพฤกษศาสตร์ หรือองค์กรต่างประเทศมีการค้นพบพรรณไม้ชนิดใหม่ ก็ได้ขออัญเชิญพระนามาภิไธยของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ไปตั้งเป็นชื่อดอกไม้เพื่อเฉลิมพระเกียรติและเผยแพร่พระมหากรุณาธิคุณให้กว้างขวางซึ่งพระองค์พระราชทานพระราชานุญาตตั้งชื่อ 3 ชนิด คือ แคทลียาควีนสิริกิติ์ดอนญ่าควีนสิริกิติ์ และกุหลาบควีนสิริกิติ์

แคทลียาควีนสิริกิติ์ บริษัท Black & Flory Ltd. บริษัทกล้วยไม้เก่าแก่ของประเทศอังกฤษเป็นผู้ผสมขึ้น และในพุทธศักราช 2501 มีความสวยงามจนได้รับรางวัลยอดเยี่ยมจากราชสมาคมดอกไม้ประดับ (The Royal Horticulture Society) ประเทศอังกฤษ ลักษณะทั่วไป สูง 20-40 ซม. ดอกสีขาวนวล ประกอบด้วยกลีบ 5 กลีบ ขอบกลีบย่น เป็นคลื่น ตรงกลางสีเหลืองทอง กลีบรองดอกรูปรีแกมสามเหลี่ยม กลิ่นหอมอ่อนๆ ออกดอกตลอดทั้งปี ต่อมาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงพระราชทานพระราชานุญาตให้ใช้แคทลียาควีนสิริกิติ์ เป็นดอกไม้สัญลักษณ์ประจำวันสตรีไทยซึ่งตรงกับวันที่ 1 สิงหาคมของทุกปี

ดอนญ่าควีนสิริกิติ์ ประเทศฟิลิปปินส์ ได้ขอพระราชทานอัญเชิญพระนาม “สิริกิติ์” เป็นชื่อดอนญ่าพันธุ์ใหม่ เมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยือนประเทศฟิลิปปินส์อย่างเป็นทางการ เมื่อปี 2506 ซึ่งปกติฟิลิปปินส์จะขนานนามดอนญ่าพันธุ์ใหม่ตามชื่อสตรีหมายเลข 1 ของประเทศเท่านั้น การที่มหาวิทยาลัยฟิลิปปินส์ได้ทดลองผสมเกสรและคัดเลือกต้นที่ดีที่สุดเพื่อขอพระราชทานพระนามสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง มาตั้งเป็นชื่อพันธุ์ จึงถือเป็นความพิเศษอย่างยิ่ง ดอนญ่าควีนสิริกิติ์มีกลีบดอกสีชมพูอ่อน ตรงขอบกลีบเป็นสีชมพูเข้มเมื่อถูกแสงแดดจะมีประกายสีเงินระเรื่อ

กุหลาบควีนสิริกิติ์ เป็นดอกกุหลาบสีเหลืองที่ได้รับรางวัลชนะเลิศในงานประกวดกุหลาบที่กรุงเบลฟาสต์ ไอร์แลนด์เหนือ ในปี 2513 นายอังเดร อองดริก (Andre Hendricx) ผู้อำนวยการเรือนกุหลาบแห่งลุ่มแม่น้ำลัวร์ ประเทศฝรั่งเศส ขอพระราชทานนามในปีพุทธศักราช 2514 ทั้งนี้ ในบันทึกเอกสารที่ขอพระราชทานนามมีคำบรรยายบางตอนที่ระบุว่ากุหลาบใหญ่สีเหลืองเมื่อต้องแสงอาทิตย์ปลายกลีบมีสีส้ม “งดงามดุจพระราชินีแห่งประเทศไทย ผู้ทรงสิริโฉม เป็นเสน่ห์แบบตะวันออกเหนือตะวันตก”

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงสนพระทัยในงานอนุรักษ์ธรรมชาติ และพรรณพฤกษา เป็นที่ประจักษ์ในต่างประเทศ โดยจะเห็นได้ว่า หากมีพรรณไม้ชนิดใหม่ ที่ล้ำค่า และงดงาม จะทรงน้อมนำพระนาม “ควีนสิริกิติ์” ไปตั้งชื่อเสมอดังเช่นพรรณไม้งาม 3 ชนิด ที่ได้นำมาลงเพื่อเทิดพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 90 พรรษา 12 สิงหาคมนี้

สถาปัตย์ จุฬาฯ จัดนิทรรศการ‘บางโพ (ซิเบิ้ล)’ แนวทางเรียนรู้ใหม่ร่วมกับชุมชน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/672617

สถาปัตย์ จุฬาฯ จัดนิทรรศการ‘บางโพ (ซิเบิ้ล)’  แนวทางเรียนรู้ใหม่ร่วมกับชุมชน

สถาปัตย์ จุฬาฯ จัดนิทรรศการ‘บางโพ (ซิเบิ้ล)’ แนวทางเรียนรู้ใหม่ร่วมกับชุมชน

วันพฤหัสบดี ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ผศ.ดร.ปริญญ์ เจียรมณีโชติชัย รองคณบดีคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า “บางโพ (ซิเบิ้ล) จากบางโพ (ซิเบิ้ล) สู่แนวทางเรียนรู้ใหม่ร่วมกับชุมชนอย่างยั่งยืน” เป็นนิทรรศการที่จัดต่อเนื่องมาจากนิทรรศการ ที่ชุมชนประชานฤมิตร บางโพ เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา และยังมีผู้ที่สนใจหลายกลุ่มที่ไม่มีโอกาสได้ไปชมนิทรรศการที่บางโพ ไม่ว่าจะเป็นนิสิตจุฬาฯ ที่สนใจเรียนรู้แบบลงมือปฏิบัติจริง กลุ่มนักเรียนนักศึกษาจากสถาบันต่างๆ ซึ่งเป็นโอกาสที่จะได้นำเสนอการเรียนการสอนของคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาฯ ให้เยาวชนรุ่นใหม่ที่สนใจมาเรียนที่คณะ นอกจากนี้ ประชาชนทั่วไปที่ได้ไปชมนิทรรศการที่บางโพแล้วยังสามารถกลับมาชมนิทรรศการได้อีก นิทรรศการนี้จะเป็นพื้นที่สำหรับสร้างการพูดคุยแลกเปลี่ยนระหว่างกัน พร้อมจัดเสวนาเกี่ยวกับการเรียนการสอนในแนวทางการเรียนรู้ใหม่ของคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาฯ ร่วมกับชุมชน

นิทรรศการ “บางโพ (ซิเบิ้ล) เป็นความ ร่วมมือระหว่างคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาฯ กับชุมชนประชานฤมิตร ในโครงการ “ค่ายสถาปัตย์ Arch CU Summer ปฏิบัติการออกแบบสหศาสตร์ภาคฤดูร้อนร่วมกับชุมชนประชานฤมิตร เพื่ออนุรักษ์พัฒนาชุมชนยั่งยืน 2565” ซึ่งจะมีการจัดกิจกรรมต่อเนื่องในด้านการศึกษาดูงานและแลกเปลี่ยนความรู้ใหม่ และแนวทางการอนุรักษ์ต่อยอดด้านงานไม้และผลิตภัณฑ์ไม้ ตลอดจนแนวทางการปรับปรุงฟื้นฟูสภาพแวดล้อมชุมชน เศรษฐกิจ และสังคมร่วมกับชุมชนประชานฤมิตร พร้อมนำมาถ่ายทอดเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนการสอนของนิสิต

นิทรรศการ “บางโพ (ซิเบิ้ล) จากบางโพ (ซิเบิ้ล) สู่แนวทางเรียนรู้ใหม่ร่วมกับชุมชนอย่างยั่งยืน” จัดถึงวันที่ 1 กันยายน 2565 เข้าร่วมงานได้เวลา 09.00-18.00 น. (วันจันทร์-ศุกร์) ณ Design Center ภาควิชาการออกแบบอุตสาหกรรม คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาฯ

รองเลขาธิการ กอศ.ลงพื้นที่ภาคใต้ ร่วมเปิดห้องเรียนอาชีพ แฟชั่นดีไซน์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/672618

รองเลขาธิการ กอศ.ลงพื้นที่ภาคใต้  ร่วมเปิดห้องเรียนอาชีพ แฟชั่นดีไซน์

รองเลขาธิการ กอศ.ลงพื้นที่ภาคใต้ ร่วมเปิดห้องเรียนอาชีพ แฟชั่นดีไซน์

วันพฤหัสบดี ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

เรืออากาศโทสมพร ปานดำ รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (รองเลขาธิการ กอศ.) เปิดเผย เนื่องในโอกาสเป็นประธานเปิดโครงการห้องเรียนอาชีพในโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และ กิจกรรมโครงการศูนย์ซ่อมสร้างเพื่อชุมชน (Fix it Center) และจิตอาสา ณ โรงเรียนเกาะพะงัน อำเภอเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ว่า ห้องเรียนอาชีพ เป็นโครงการตามนโยบายกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ที่ต้องการค้นหาความถนัดของผู้เรียน และเพิ่มผู้เรียนสายอาชีพ โดยมุ่งเน้นการศึกษาเพื่อทำให้ผู้เรียน มีอาชีพและมีรายได้เมื่อสำเร็จการศึกษา ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จัดการศึกษา 2 รูปแบบคือ 1.หลักสูตรอาชีพระยะสั้น เช่น การจัดดอกไม้ การทำขนมเบเกอรี่ ฯลฯ และ 2.จัดหลักสูตรวิชาชีพในรายวิชากลุ่มสาระการเรียนรู้ตามหลักสูตรการศึกษา โดยมีการเรียนเก็บหน่วยกิตที่เป็นวิชาชีพสะสมเป็นธนาคารหน่วยกิตโดยผู้เรียนสามารถนำหน่วยกิตไปต่อยอดการเรียนต่อในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) และประกาศนียบัตรวิชาชีพขั้นสูง (ปวส.) ได้โดยที่ไม่ต้องไปลงเรียนในรายวิชานั้นซ้ำอีก 

ด้านนายพงษ์ศักดิ์ นุ้ยเจริญ ผู้อำนวยการวิทยาลัยอาชีวศึกษาสุราษฎร์ธานี กล่าวว่า โครงการห้องเรียนอาชีพ ของโรงเรียนเกาะพะงันศึกษา ได้เริ่มมาตั้งแต่ วันที่ 23 มิถุนายน 2565 มีผู้เรียนในโครงการจำนวน 38 คน โดยวิทยาลัยอาชีวศึกษาสุราษฎร์ธานี และโรงเรียนเกาะพะงันศึกษาได้ร่วมกันพัฒนาหลักสูตรวิชาชีพและโดยการบูรณาการรายวิชาพื้นฐานตามหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา และรายวิชาชีพตามหลักสูตรของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานได้ตามหลักสูตรต่อเนื่อง ประกอบด้วย 1.หลักสูตรการพัฒนาทักษะพื้นฐานช่างตัดเย็บเสื้อผ้าจำนวน 30 ชั่วโมง2. หลักสูตรการพัฒนาทักษะการออกแบบเสื้อผ้าเบื้องต้น จำนวน 75 ชั่วโมง และ3.หลักสูตรการพัฒนาทักษะการเย็บเสื้อผ้าสตรี และเสื้อผ้าสุภาพบุรุษ จำนวน 90 ชั่วโมง ซึ่งผู้เรียนผ่านการอบรมทั้ง 3 หลักสูตร สามารถนำผลการพัฒนาไปใช้ในการเทียบโอนความรู้และประสบการณ์การศึกษาต่อในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) สาขาแฟชั่นดีไซน์ ที่วิทยาลัยอาชีวศึกษาสุราษฎร์ธานี ซึ่งลดระยะเวลาในการเรียนให้สามารถสำเร็จการศึกษาได้ภายในเวลา 2 ปี เช่นเดียวกับผู้สำเร็จการศึกษามาจากระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) 

นอกจากนี้ ยังมีการพัฒนาหลักสูตรวิชาชีพระยะสั้น 108 อาชีพ เพื่อเพิ่มศักยภาพในการประกอบอาชีพให้กับนักเรียน ชุมชน ผู้ที่เข้ารับการอบรม จำนวน 2  หลักสูตร ได้แก่ หลักสูตรระยะสั้นการจัดทำ “ผ้ามัดย้อม” โดยใช้สีจากวัตถุธรรมชาติที่มีอยู่ในท้องถิ่น และ 2 หลักสูตรระยะสั้น การเป็นผู้ประกอบการธุรกิจออนไลน์เพื่อเพิ่มช่องทางการขายให้กับผู้เข้ารับการอบรม 

อาจารย์ ม.สวนดุสิต รับรางวัลสตรีไทยดีเด่น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/672612

อาจารย์ ม.สวนดุสิต รับรางวัลสตรีไทยดีเด่น

อาจารย์ ม.สวนดุสิต รับรางวัลสตรีไทยดีเด่น

วันพฤหัสบดี ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

รศ.พัชรี สวนแก้ว รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา รับพระราชทานรางวัลสตรีไทยดีเด่น ประจำปี 2565 ประเภทองค์กรสมาชิก และ ดร.กนกกานต์ วีระกุล อาจารย์มหาวิทยาลัยสวนดุสิต รับพระราชทานรางวัลสตรีไทยดีเด่น ประจำปี 2564 ประเภทองค์กรสมาชิก ในงานวันสตรีไทย โดยสภาสมาคมสตรีแห่งชาติในพระบรมราชินูปถัมภ์ ร่วมกับกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์