รมว.แรงงาน เปิดหอบูรพาจารย์ ร่วมเททองหล่อพระวัดจีนประชาสโมสร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/670072

รมว.แรงงาน เปิดหอบูรพาจารย์ ร่วมเททองหล่อพระวัดจีนประชาสโมสร

วันเสาร์ ที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 17.46 น.

วันที่ 30 ก.ค.65 ที่ วัดจีนประชาสโมสร อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา พระอธิการวิทย์ชัย เย็นจุง เจ้าอาวาสวัดจีนประชาสโมสร ได้ประกอบพิธีบวงสรวงในโอกาสครบรอบ 116 ปีวิหารบูรพาจารย์ วัดจีนประชาสโมสร หรือวัดเล่งฮกยี่ โดยมีนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายอภินันท์ จันทรังษี อดีตอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ และผู้มีจิตศรัทธา ร่วมประกอบพิธี พระสงฆ์ 116 รูปร่วมสมโภชและเปิดป้ายหอบูรพาจารย์ (พระสำเร็จ) ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานอดีตเจ้าอาวาส และป้ายของผู้มีอุปาระคุณ จากนั้นจึงได้ร่วมเททองหล่อพระพุทธมิ่งมงคลเสริมทรัพย์เสริมบารมี พระกษิติครรภโพธิสัตว์ (อ่านว่า พฺระ-กะ-สิ-ติ-คัน-โพ-ทิ-สัด)

สำหรับวัดจีนประชาสโมสร สร้างขึ้นในปี พ.ศ.2449 ตามเจตนารมณ์ของบูรพาจารย์จีน “พระอาจารย์จีนวังสสมาธิวัตร (สกเห็ง)” ปฐมเจ้าอาวาสแห่งวัดมังกรกมลาวาส หรือวัดเล่งเน่ยยี่ ปฐมบูรพาจารย์แห่งนิกายมหายานในประเทศไทย มีความประสงค์ที่จะสร้างวัดคู่บ้านคู่เมือง ให้แก่ชาวไทยเชื้อสายจีน จึงคิดสร้างวัดขึ้น 3 วัดโดยทั้ง 3 วัดนี้ ตั้งอยู่ในตำแหน่งตามหลักฮวงจุ้ยของจีน ได้แก่ 1. วัดมังกรกมลาวาส (เล่งเน่ยยี่) ตั้งอยู่ที่ กรุงเทพฯ เป็นดินแดนแห่งการค้าขาย เปรียบเป็นส่วนหัวของมังกร 2. วัดมังกรบุปผาราม (เล่งฮั่วยี่) จังหวัดจันทบุรี เป็นดินแดนแห่งความมั่งคั่ง เมืองแห่งอัญมณี เปรียบได้กับส่วนหางของมังกร 3.วัดจีนประชาสโมสร (เล่งฮกยี่) จังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นดินแดนที่มีความอุดมสมบูรณ์ มีแม่น้ำบางปะกงที่คดเคี้ยว เปรียบได้กับส่วนท้องของมังกร คนไทยเชื้อสายจีนจึงมีความเชื่อว่า ผู้ใดที่ได้มากราบสักการะ จะนำความสิริมงคลมาให้ชีวิตและครอบครัว และปีนี้ยังเป็นปีที่วัดจีนประชาสโมสร ครบ 116 ปี อีกด้วย

วช.หนุนงานวิจัยพัฒนาการเพาะเลี้ยงผึ้งชันโรง ยกระดับคุณภาพผลิตภัณฑ์วิสาหกิจชุมชน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/669997

วช.หนุนงานวิจัยพัฒนาการเพาะเลี้ยงผึ้งชันโรง ยกระดับคุณภาพผลิตภัณฑ์วิสาหกิจชุมชน

วันเสาร์ ที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 10.16 น.

วช.หนุนงานวิจัยพัฒนาการเพาะเลี้ยงผึ้งชันโรงยกระดับคุณภาพผลิตภัณฑ์วิสาหกิจชุมชน พร้อมให้เยี่ยมชมในมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2565

สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ( วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม  ร่วมกับทีมงานวิจัยจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ วิทยาเขตระยอง และมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พัฒนาอาหารเสริมสำหรับการเลี้ยงผึ้งชันโรงโดยใช้จุลินทรีย์ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตน้ำผึ้งชันโรง หวังยกระดับคุณภาพผลิตภัณฑ์จากชาวชุมชน ให้เป็นที่ยอมรับของผู้บริโภคและเพียงพอต่อความต้องการของตลาด เนื่องจากน้ำผึ้งชันโรงสรรพคุณมีประโยชน์ต่อร่ายกาย มีการนำไปพัฒนาเป็นอาหารเสริม ซึ่งเป็นหนึ่งในนวัตกรรมงานวิจัยที่นำไปโชว์ในมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2565

ดร.วิภารัตน์   ดีอ่อง  ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่าเพื่อเป็นการยกระดับคุณภาพของผลิตภัณฑ์ชุมชนอย่างน้ำผึ้งชันโรง ส่งเสริมวิสาหกิจชุมชนอย่างยั่งยืน เพื่อเสริมสร้างเศรษฐกิจของชาวบ้านในท้องถิ่น ทาง วช. จึงได้ให้การสนับสนุนทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ วิทยาเขตระยอง ในการวิจัยคิดค้นพัฒนาสูตรอาหารเสริมตามความจำเพาะของผึ้งชันโรงในแต่ละสายพันธุ์เพื่อยกระดับคุณภาพของน้ำผึ้งให้ได้มาตรฐาน อัตราการรอดชีวิตสูง เพิ่มการสร้างตัวอ่อนและให้ปริมาณน้ำผึ้งชันโรงมากขึ้น

ดร.จักราวุธ  ไม้ทิพย์ ทีมงานผู้วิจัยเปิดเผยว่ากระบวนการกรรมวิธีพัฒนาการเพาะเลี้ยงผึ้งชันโรง ได้ทำการคัดแยกและจำแนกยีสต์จากถ้วยเกสรของผึ้งชันโรง Tetragonula laeviceps พบยีสต์สกุล Starmerella sp.CMU-Y15 ที่ผลิตสาระสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการเจริญเติบโตของผึ้งชันโรง จึงผสมยีสต์นี้ร่วมกับอาหารเสริมผึ้งชันโรง เมื่อนำไปทดสอบในพื้นที่แปลงเกษตร พบว่าการเพาะเลี้ยงชันโรงด้วยอาหารเสริมจะช่วยให้ชันโรงมีการสร้างถ้วยน้ำหวานรวมถึงตัวอ่อนภายในรังมีปริมาณเพิ่มขึ้น และให้น้ำผึ้งเพิ่มขึ้นมากที่สุด 18.50 กรัม / รัง ( 2 เท่า ) เมื่อเปรียบเทียบกับการเลี้ยงแบบปกติ เมื่อวิเคราะห์หาองค์ประกอบทางเคมีของสารระเหยในน้ำผึ้ง พบสาร Shuanghuaol และ Hotrienol ซึ่งออกฤทธิ์ทางชีวภาพสามารถต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดความเครียดได้ สำหรับอาหารเสริมชันโรงเป็นการพัฒนาอาหารเสริมที่มีจุลินทรีย์โพรไบโอติก ที่อยู่ในรูปแบบกึ่งสำเร็จรูป เกษตรกรสามารถนำไปใช้ได้ง่าย ราคาถูก  ชันโรงมีน้ำหนักตัว อัตราการรอดชีวิต อัตราการกินอาหารเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ปริมาณน้ำผึ้งชันโรงที่ผลิตได้เพิ่มขึ้น นับเป็นการเลี้ยงชันโรงแนวใหม่ ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพเพิ่มขึ้น ตอบสนองความต้องการของตลาดและผู้บริโภค

จากองค์ความรู้และความสำเร็จนี้ได้นำไปสู่การผนึกกำลังของพี่เลี้ยง ( Big Brothers ) ในการสนับสนุนการเพาะเลี้ยงชันโรงให้ขยายตัวมากขึ้นในหลายวิสาหกิจโดยเริ่มที่จังหวัดระยอง สมุทรปราการ และลำปาง มีการจัดงานประกาศเจตนารมณ์ “ Big Brothers…. นำชุมชนสู่วิสาหกิจเพื่อสังคม…น้ำผึ้งชันโรง “ ซึ่งเป็นการผนึกกำลังของภาคเอกชนเพื่อช่วยเหลือวิสาหกิจชุมชนในพื้นที่ในการพัฒนาการเพาะลี้ยงชันโรงและผลิตภัณฑ์น้ำผึ้งชันโรงอย่างครบห่วงโซ่คุณค่าผลิตภัณฑ์ โดยมีวิสาหกิจชุมชนกลุ่มส่งเสริมอาชีพผู้เลี้ยงชันโรงบ้านทับมาเป็นต้นแบบแหล่งเรียนรู้ และจะพัฒนาต่อยอดการเพาะเลี้ยงและสูตรอาหารเพื่อให้ชันโรงในภาคตะวันออก โดยเฉพาะจังหวัดระยองและภาคกลางจังหวัดสมุทรปราการ ให้มีผลผลิตต่อเนื่องทั้งปี พร้อมเป็นแหล่งเรียนรู้ให้กับวิสาหกิจชุมชนอื่น ๆ  ด้วย สำหรับใครที่สนใจสามารถเข้าร่วมชมได้ที่   มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2565 ( Thailand Research Expo 2022 ) ระหว่างวันที่ 1-5 สิงหาคม 2565 ณ ชั้น 22 และ 23 โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ

ข่มขวัญชัชชาติ! ‘สุวัจน์’งัดของดีติดตัวเด็กโคราช ก่อนมุ่งเข้ากรุงดวลวงดุริยางค์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/669968

ข่มขวัญชัชชาติ! 'สุวัจน์'งัดของดีติดตัวเด็กโคราช ก่อนมุ่งเข้ากรุงดวลวงดุริยางค์

วันศุกร์ ที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 21.31 น.

ดุริยางค์ซ้อมใหญ่กลางลานย่าโม สร้างขวัญกำลังใจอย่างคึกคัก บรรเลงเพลงได้กระหึ่มข่มขวัญ “ผู้ว่า…ชัชชาติ” – “สุวัจน์” แจกวัตถุมงคลหลวงพ่อคูณฯรุ่นรักชาติ ครบ 80 ปีหลวงพ่อ พร้อมนำเหรียญรุ่นนี้ใส่ซองขาวฝากผ่านอาจารย์ไปให้ ”ผู้ว่าฯชัชชาติ” ด้วย

29 ก.ค.65 ที่ลานโอเปล่า ลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี อ.เมือง จ.นครราชสีมา นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี นายกสภามหาวิทยาลัยราชภัฎนครราชสีมา พร้อมด้วย นายเทวัญ ลิปตพัลลภ อดีต รมต.สำนักนายกรัฐมนตรี , นายประเสริฐ บุญชัยสุข นายกเทศมนตรีนครนครราชสีมา , นายววัชรพล โตมรศักดิ์ ส.ส.นครราชสีมา และ นพ.วรรณณัตน์ ชาญนุกูล ที่ปรึกษานายกเทศมนตรีนครนครราชสีมา ร่วมกันชมการโชว์การซ้อมแสดงวงดุริยางด์แบบวงซ้อมใหญ่ครั้งสุดท้ายก่อนเดินทางไปยังกรุงเทพมหานคร

โดยมีครู อาจารย์ บรรดาผู้ปกครอง ศิษย์เก่าโรงเรียนสุรนารีสิทยา ศิษย์เก่าโรงเรียนราชสีมาวิทยาลัยมานั่งชมและกำลังใจ พี่น้องประชาชนที่รักในดนตรี ร่วมนั่งชมการฝึกซ้อมใหญ่การบรรเลงเพลงของนักเรียนวงดุริยางค์โรงเรียนราชสีมาวิทยาลัย จนเต็มล้นลานอนุสาวรีย์ฯ เพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่นักเรียน อาจารย์ผู้ฝึกสอน

ทั้งนี้ นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ได้มอบเงินสนับสนุนให้กับโรงเรียนราชสีมาวิทยาลัย จำนวน 50,000 บาท โดยได้มอบให้โรงเรียนสุรนารีวิทยาไปแล้วก่อนหน้านี้จำนวน 50,000 บาท แต่คราวนี้ยังได้มอบวัตถุมงคลเหรียญพระเทพวิทยาคม หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ รุ่นรักชาติ ฉลองอายุครบ 80 ปี ซึ่งเป็นเหรียญสี่เหลี่ยมทองแดง ให้กับนักเรียนวงดุริยางด์ ครู อาจารย์ ครูผู้ฝึกสอน ครูพี่เลี้ยง และคณะทีมงานวงดุริยางค์ทุกคน ก่อนจะเดินทางไปแข่งขันการบรรเลงเพลงร่วมกับวงดุริยางค์โรงเรียนสุรนารีวิทยา และโรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานครอีก 2 วง ในวันอาทิตย์ที่ 31 กค 2565 นี้ ตามคำท้าเชิญของนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่ากรุงเทพมหานคร

นอกนี้นี้ นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ยังได้มอบเหรียญพระเทพวิทยาคม หลวงพ่อคูณ รุ่นรักชาติ ผ่านอาจารย์โรงเรียนราชสีมาวิทยาลัย ฝากไปมอบให้นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่ากรุงเทพมหานคร ด้วย บรรยากาศเป็นไปอย่างสนุกสนาน สร้างความคึกคัก ให้กับการซ้อมในครั้งนี้ก่อนจะแข่งจริงเป็นอย่างมากโดยขณะนี้วงดุริยางค์ทั้งโรงเรียนสุรนารีนารีวิทยา และโรงเรียนราชสีมาวิทยาลัยพร้อมเกินร้อย

009

ศูนย์จีโนมฯเผยอย่าเหมารวมฝีดาษลิง เป็น‘โรคชายรักชาย’ ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อการควบคุมโรค

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/669910

ศูนย์จีโนมฯเผยอย่าเหมารวมฝีดาษลิง เป็น‘โรคชายรักชาย’ ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อการควบคุมโรค

วันศุกร์ ที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 17.32 น.

วันที่ 29 กรกฎาคม 2565 ศูนย์จีโนมทางการแพทย์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาล (รพ.) รามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล โพสต์เฟซบุ๊กให้ความรู้เพิ่มเติมและสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับโรคฝีดาษวานร หรือ ฝีดาษลิง (Monkey pox) ว่า โรคฝีดาษลิง เป็นโรคติดต่อที่แพร่กระจายผ่านผิวหนังสู่ผิวหนัง จากสารคัดหลั่ง ของเหลว และวัสดุที่ปนเปื้อนเชื้อไวรัส เช่น ผ้าปูที่นอน ผ้าเช็ดตัว เป็นต้น

ทั้งนี้ ไวรัสฝีดาษลิงนอกทวีปแอฟริกาขณะนี้มีการแพร่ระบาดคล้ายโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (sexually transmitted diseases: STD) แต่ไม่ใช่โรค STD เพราะพบการติดต่อในเด็กเล็กและสตรีด้วย นอกจากนี้โรคฝีดาษลิงไม่ใช่โรคของเกย์ (gay) หรือ ชายรักชาย (Men who have sex with men: MSM) เพราะในแอฟริกานั้น โรคฝีดาษลิงเป็นโรคประจำถิ่น ผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่เป็นสตรีและเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี มีเกิดจากการสัมผัสกับสัตว์ ถูกสัตว์กัด ข่วน รับประทานเนื้อสัตว์ป่าปรุงไม่สุก

การเหมารวมว่า โรคฝีดาษลิงเป็นโรคของชายรักชาย อาจทำให้เกิดสิ่งที่เรียกว่า “บาดแผลทางสังคม” หรือ social stigma ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อการควบคุมโรค และเป็นผลลบกับกลุ่มชายรักชาย หรือ แอลจีบีทีคิว พลัส (LGBTQ+) โดยรวม ดังตัวอย่างที่เห็นชัดเจน จากกรณีของโรคโควิด-19 คือ การกล่าวว่า ชาวจีนเป็นผู้แพร่เชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ทำให้เกิดการเกลียดชังและทำร้ายคนเอเชียในสหรัฐอเมริกาและยุโรป เป็นต้น

Honda in quest for young inventors to join the “18th Honda Super Idea Contest 2022”

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/education/40018293


Youngsters are invited to submit ideas for creative inventions that benefit society with entries accepted from July 30 to  September 30, 2022

Honda in quest for young inventors to join the "18th Honda Super Idea Contest 2022"

When it comes to a project or activity that promotes and encourages creativity and imagination in youth and is considered an inspiring way for young people to pursue their dreams, it must be the “Honda Super Idea Contest.”

Honda Automobile (Thailand) Company Limited has continually held this contest for the past 17 years, during which over 430,000 students across the country in grades 1 to 6 submitted creative ideas based on their dreams and imaginations, designing future inventions that are fun, creative, and benefit society.

This year, Honda is holding the contest for the 18th time under the theme “Creating Ideas, Making a Melody of Dreams, Promoting Imagination in Thai Kids to Go Places Worldwide.”

The contest is open for entries for creative ideas from children across the country from 30 July 2022 until 30 September 2022. More details are available at http://www.facebook.com/hondasuperidea

Noriyuki Takakura, President and CEO of Honda Automobile (Thailand) Co., Ltd., said, “Honda believes the power of dreams can be the driving force for great success in creating innovations and new products that will bring a lot of happiness to people around the world. To encourage children’s dreams, creativity, and imagination, Honda has held the ‘Honda Super Idea Contest’ for eighteen consecutive years with an aim to search for young inventors, as we believe in encouraging and supporting children to unlock their infinite creative energy and strive to grow to become a major force in the future. Last year, the contest was held online due to the COVID-19 pandemic so Honda could continue to unleash children’s imaginations. We received around 5,723 entries for the contest, which is a positive response. This year’s winners will receive a royal plaque from Her Royal Highness Princess Maha Chakri Sirindhorn along with scholarships and the opportunity to go on a field trip to Japan in a cultural exchange to master new skills.”

Honda in quest for young inventors to join the "18th Honda Super Idea Contest 2022"

This year, the Honda Super Idea Contest 2022 is divided into four rounds:
 
Round 1: Draw a picture of your idea for an invention based on imagination onto an imaginary paper that can be downloaded at http://www.facebook.com/hondasuperidea or from Line: @superidea. The deadline for submission is September 3, 2022. Eighty works will be selected and announced to go to round two on October 31, 2022.

Round 2: Present your work from the imaginary paper in the form of a 3-to-5-minute video clip. You can submit this clip by November 11, 2022, with fifteen entries selected for the final round. The results will be announced on November 18, 2022.

Round 3: The Super Idea Super Camp activity that takes place on November 26 & 27, 2022 provides opportunities for children to develop their creative skills and learn about the principles of science and art from expert speakers. It provides a foundation for the 15 finalists to build a model of their selected ideas, which will be initially funded for presentation in the final round.

Round 4: The final round of the Honda Super Idea Contest 2022 Kids Krahuem Lok project takes place on  December 17, 2022. All fifteen finalists are required to make a 3-to-5-minute presentation of their idea together with a mock-up of the prototype. They must then answer questions about their idea in front of a panel of three qualified members. The winners will be selected, with the first-place winner receiving a royal plaque from Her Royal Highness Princess Maha Chakri Sirindhorn plus a 10,000-baht scholarship, while the five runners-up will each receive a plaque. All top six entrants who receive the awards will have a chance to go on a field trip to Japan.*

There is also an “Inspiring Teachers to Support Kids’ Ideas” workshop that aims to generate creative ideas to inspire teachers to help motivate their students to develop their own creative ideas and efficiently create inventive works based on their imaginations. Two teachers of the students who submit their ideas and become finalists in the contest will be selected to receive “Best Inspiring Teacher” awards. These two teachers will also have the opportunity to join the field trip to Japan with the students who won the contest.
 
Interested teachers and students can get more details about the contest at

https://www.facebook.com/hondasuperidea or contact the project coordination centre for the Honda Super Idea Contest 2022 from Monday to Friday from 9:00 to 18:00 hrs. by calling 092-669-1784, or via the LINE Official Account: @superidea.
 
The “Honda Super Idea Content” project was first held in Thailand in 2005. It originated from the Honda Kids Idea Contest project by Honda Motor Company Limited, Japan, with the aim to cultivate young people to know how to master their creativities and imaginations, dare to challenge themselves, dare to dream and dare to make dreams come true.

Through the project, it offers elementary school students across the country to submit their ideas for future inventions that are fun, creative, and beneficial to society and a chance to win the royal plaque of Her Royal Highness Princess Maha Chakri Sirindhorn and an award for a field trip to Japan. At present, Honda has continually carried out the project for the eighteenth consecutive year.
 
 

Published : July 29, 2022

Great Wall Motor signs MoU to train Thai workforce

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/education/40018271


Great Wall Motor (GWM) aims to develop the capabilities and knowledge of the younger generation to sustainably drive Thailand’s EV industry.

Great Wall Motor signs MoU to train Thai workforce

The automaker is collaborating with the Office of the Vocational Education Commission and Mahanakorn University of Technology.

GWM has signed a memorandum of understanding (MoU) to impart knowledge on the designing and manufacturing of modern vehicles, providing essential skills to vocational students.

The produced equipment will be utilized for educational purposes following the ever-changing technology in the present days and for developing modified agricultural machinery prototypes equipped with motor and battery of electric vehicles.

The partnership reinforces GWM’s commitment as Thailand’s xEV leader ready to develop skills for quality workforce to serve the requirements of EV market while transforming Thailand to become the hub of EV manufacturing and export in Asean.

Under this partnership, GWM will provide automotive parts for appropriate usage in the project to nurture skills in developing and modifying EV power sources through direct experience cultivated from using the equipment and while producing modified agricultural machinery prototypes equipped with power sources made from motor and battery of electric vehicles provided by the company.

In addition to Mahanakorn University of Technology, the initiative includes 3 Science-based Technology Vocational Colleges under the Office of the Vocational Education Commission’s supervision namely: 1. Science-Based Technology Vocational College (Chonburi), 2. Suranaree Technical College (mechanic and engineer), and 3. Lamphun College of Agriculture and Technology (Agricultural Biotechnology and Agro-Industry).

Held at the Vocational Education Commission, Ministry of Education, the signing ceremony was presided over by Khunying Kalaya Sophonpanich, Deputy Minister of Education.

The MOU was signed by Michael Chong, General Manager of Great Wall Motor (Thailand); Suthep Kaengsanthia, Secretary to Office of the Vocational Education Commission; and Asst. Prof. Dr. Panavy Pokai-udom, President of Mahanakorn University of Technology.

Khunying Kalaya said: “The government focuses on driving Thailand’s transition to become an EV society while encouraging Thai people to see the significance, necessity, and benefits of using electric vehicles which is very crucial. Improving vocational education in terms of studying and developing process, inventing, and modifying agricultural machines equipped with power sources and battery from electric vehicles, for modernizing agricultural study is a key to improve our country. Therefore, vocational education needs to quickly develop its workforce’s capabilities, equipping them with essential skills so that they are suitable for the market requirements in terms of quantity and quality. Regarding student development, it is necessary to keep related curriculum up to date to make education efficient.”

Great Wall Motor signs MoU to train Thai workforce

Chong said: “GWM has witnessed Thailand’s various capabilities in driving forward the alternative energy industry. One of our commitments is to prepare and equip younger generations with modern skills, technology and innovation knowledge, and efficient teamwork through practice. Our partnership with the Office of the Vocational Education Commission and Mahanakorn University of Technology will allow students and teachers to cultivate in-depth knowledge regarding electric vehicles beneficial to curriculum development. In the future, they will play a crucial part in completing the EV ecosystem and transforming Thailand to become the epicenter of regional EV industry.”

Suthep said: “Due to the current situation in which gasoline price has been increasing while the government is promoting new industries especially the S-Curve and New Curve categories which EV business involves with country development process and Ministry of Education’s academic policies, adapting for manufacturing and developing vocational workforce is crucial in order to align with the government and industry’s direction. For agricultural and technological schools must utilize technology in the management process. Additionally, The Office of the Vocational Education Commission is in charge of Science-based Technology Vocational Colleges focusing on incubating innovators who are capable of manufacturing, designing innovation, and modification. Once the knowledge of development and design is provided, their education will be completed and solidified.”

Asst. Prof. Panavy said: “We believe that the collaboration will help complete the knowledge and skill development process for our students. It will be another model of how to further elevate Thailand’s higher education. We will work to develop capabilities for quality workforce that meets the market’s needs, especially the EV industry which its growth is being focused on by the government.”

This academic collaboration is a part of social initiatives conducted by GWM which is dedicated to improving social environments, communities, and cultural diversity, as well as uplifting innovation capabilities of the younger generations through working consistently alongside partners to crystalize social, economic, and environmental development in a sustainable way.

Great Wall Motor (GWM) is a Global Intelligent Technology Company. The company made its initial public offerings on the Stock Exchange of Hong Kong in 2003 and the Shanghai Stock Exchange in 2011.

With more than 80 subsidiaries and affiliates, GWM employs more than 70,000 people. Its automobile sales have exceeded one million units per annum for six years running.

In addition to China, GWM sells its high-quality automobiles in more than 60 markets through an overseas network that covers more than 700 locations worldwide. 

Great Wall Motor signs MoU to train Thai workforce
Great Wall Motor signs MoU to train Thai workforce

Published : July 28, 2022

นายกฯนำจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล วันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/669742

นายกฯนำจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล วันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

วันพฤหัสบดี ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 19.49 น.

นายกฯ-ภริยาเป็นประธานในพิธีจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2565 ณ เวทีใหญ่ ท้องสนามหลวง

วันที่ 28 กรกฎาคม 2565 เวลา 19.19 น. ณ เวทีใหญ่ ท้องสนามหลวง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมด้วย นางนราพร จันทร์โอชา ภริยา เป็นประธานในพิธีจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประจำปีพุทธศักราช 2565 โดยมีประธานรัฐสภา ประธานศาลฎีกา ประธานวุฒิสภา ประธานองค์กรตามรัฐธรรมนูญ พร้อมคู่สมรส คณะรัฐมนตรีพร้อมคู่สมรส ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ทหาร ตำรวจ พลเรือน และภาคประชาชน เข้าร่วมในพิธี 

เมื่อนายกรัฐมนตรีและภริยา ถึงบริเวณพิธีท้องสนามหลวง ขึ้นสู่เวที นายกรัฐมนตรี ประธานรัฐสภา ประธานศาลฎีกา ทำวันทยหัตถ์ หน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวแล้ววางพุ่มทอง พุ่มเงิน นายกรัฐมนตรีถวายธูปเทียนแพ ก่อนจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล จากนั้นนายกรัฐมนตรี กล่าวกราบบังคมทูลถวายพระพรชัยมงคล และกล่าวนำถวายพระพรชัยมงคลหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ฯ ความว่า 

ขอเดชะฝ่าละอองธุลีพระบาทปกเกล้าปกกระหม่อม

ข้าพระพุทธเจ้า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในนามของคณะรัฐมนตรี และพสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่า ทั้งที่มาชุมนุมพร้อมกันอยู่ ณ ที่นี้ และที่อยู่ในสถานที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ 
มีความปลื้มปีติเป็นล้นพ้นที่ได้มาร่วมกันแสดงความจงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ 28 กรกฎาคม พุทธศักราช 2565 นี้

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาททรงปฏิบัติบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการด้วยพระราชวิริยอุตสาหะ เพื่อสร้างประโยชน์สุขแก่อาณาราษฎร ให้มีความสุขสวัสดิ์ มีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างพอเพียงและยั่งยืน ทรงสืบสาน รักษา และต่อยอดศาสตร์พระราชาแห่งสมเด็จพระบรมชนกนาถด้วยพระราชปณิธานอันแน่วแน่ ก่อให้เกิดโครงการในพระราชดำริน้อยใหญ่ที่ยังประโยชน์อเนกอนันต์แก่ปวงประชา และสร้างความเจริญก้าวหน้าอย่างมั่นคงแก่ประเทศชาติ ทั้งยัง พระราชทานขวัญกำลังใจและความช่วยเหลือแก่ประชาชนที่ประสบทุกข์ภัย ให้สามารถพ้นผ่านความยากลำบากไปได้ แสงประทีปที่สว่างไสวทั่วราชอาณาจักรในวันนี้ เปรียบเสมือนพระเมตตาอาทรของใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทที่ส่องสว่างและให้ความอบอุ่นกลางดวงใจของปวงข้าพระพุทธเจ้า และจักประทับในจิตใจของปวงข้าพระพุทธเจ้าและเหล่าพสกนิกรตลอดไป

ในศุภวาระมหามงคลสมัยวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม พุทธศักราช 2565 ข้าพระพุทธเจ้าขอพระราชทานนำพสกนิกรทุกหมู่เหล่าทั่วพระราชอาณาจักร ถวายพระพรชัยมงคลโดยพร้อมเพรียงกัน ดังนี้

“ข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลาย ขอพระราชทานถวายพระพรชัยมงคล ขอพลานุภาพแห่งคุณพระรัตนตรัยและสรรพสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสากล อีกทั้งพระบรมเดชานุภาพแห่งสมเด็จพระบุรพมหากษัตริยาธิราชเจ้า โปรดอภิบาลรักษาใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท ให้ทรงพระเจริญด้วยจตุรพิธพรชัย ทรงพระเกษมสำราญ พระเกียรติคุณแผ่ไพศาล มีพระราชประสงค์จำนงใด จงสฤษดิ์ดั่งพระราชหฤทัยปรารถนา  สถิตเป็นมิ่งขวัญปกเกล้าเหล่าพสกนิกรชาวไทยตราบจิรัฐิติกาล”

ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ 

จบแล้วดนตรีบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี นายกรัฐมนตรีและภริยารับมอบโคมเทียน และร่วมร่วมร้องเพลงสดุดีจอมราชา 2 จบ จากนั้น นายกรัฐมนตรีกล่าวนำ “ทรงพระเจริญ” 3 ครั้ง เป็นอันเสร็จพิธี 

วช.ซ้อมโชว์บินโดรนแปรอักษร เทิดพระเกียรติ ในหลวง ร.10 พร้อมเชิญชวนปชช.ชื่นชมวันนี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/669642

วช.ซ้อมโชว์บินโดรนแปรอักษร เทิดพระเกียรติ ในหลวง ร.10 พร้อมเชิญชวนปชช.ชื่นชมวันนี้

วันพฤหัสบดี ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 14.16 น.

วช. ร่วมกับ สมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ เตรียมบินโดรนแปรอักษร 200 ลำ เทิดพระเกียรติ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2565”

วันที่ 27 กรกฎาคม 2565 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมกับ สมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ พร้อมด้วยคณะผู้ทรงคุณวุฒิ วช. และสื่อมวลชน เยี่ยมชมการทำกิจกรรมและสนับสนุนการวิจัยและนวัตกรรม “การพัฒนาระบบและมาตรฐานในการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมโดรนแปรอักษร เพื่อสร้างอัตลักษณ์ให้กับประเทศไทย” การบินโดรนแปรอักษรเทิดพระเกียรติเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยมี นายพิศิษฐ์ มิตรเกื้อกูล นายกสมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ ให้การต้อนรับ ณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ กรุงเทพมหานคร 

ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า วช. ภายใต้กระทรวง อว. ให้ความสำคัญกับการพัฒนาบ่มเพาะเยาวชนในการเป็นนักประดิษฐ์ โดยให้ความรู้และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องในการบ่มเพาะการใช้โดรน สำหรับการพัฒนาโดรนแปรอักษรนั้น วช. ได้มีการส่งเสริมและสนับสนุนสมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับในช่วงเวลาหลายปีที่ผ่านมา ทั้งการสนับสนุนเยาวชนตั้งแต่ระดับมัธยมศึกษา ระดับอาชีวศึกษา และระดับอุดมศึกษา ทำให้เยาวชนมีความรู้มากขึ้น รวมถึงความสามารถในการเขียนซอฟต์แวร์ควบคุมโดรน มีความเข้าใจในเรื่องโดรน และเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมหรือพิธีการที่สำคัญของประเทศ นั่นคือ โดรนแปรอักษรในช่วงพระราชพิธี ซึ่งสมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก วช. เป็นหน่วยงานหลักที่คอยดูแลภาพรวม ดังนั้น สิ่งที่เกิดขึ้นจึงเป็นความภาคภูมิใจในเยาวชนไทยในโอกาสที่ได้สร้างการเรียนรู้ผ่านการใช้โดรนแปรอักษรในครั้งนี้

นายพิศิษฐ์ มิตรเกื้อกูล นายกสมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ กล่าวว่า “การแสดงบินโดรนแปรอักษรเทิดพระเกียรติเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว” ได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยจาก วช. เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม ในการจัดกิจกรรมส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัยและนวัตกรรมการบินโดรนแปรอักษรเทิดพระเกียรติฯ ในครั้งนี้ สมาคมฯ ได้นำเด็กและเยาวชนจากภาคกลางที่ผ่านการอบรมใน โครงการ “ถ่ายทอดเทคโนโลยีโดรนแปรอักษรเพื่อประยุกต์สู่การใช้งาน” มามีส่วนร่วมในการออกแบบแผนการบิน (flight plan) และควบคุมการบิน ซึ่งใช้โดรนจำนวน 200 ลำ ขึ้นบินแปรขบวนแสงสีบนท้องฟ้า โดยจะแปรอักษรประกอบบทเพลง เป็นรูปภาพต่าง ๆ จำนวน 11 ภาพ เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ใช้เวลาในการแสดง 9 นาทีโดยประมาณ รายละเอียดการแสดงโดรนแปรอักษรชุด“เทิดไท้องค์ราชัน” ดังนี้ 1. รูปโลกทรงกลม 2. รูปแผนที่ประเทศไทย 3. ตราพระนามาภิไธยย่อ ว.ป.ร. 4. พระบรมสาทิสลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 5. พระบรมสาทิสลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระบรมราชินี 6. เจ้าฟ้านักบิน 7. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงปั่นจักรยาน 8. เครื่องบิน F5E 9. อักษร “70 พรรษา” 10. อักษร“ทรงพระเจริญ” และ 11. พลุไฟเฉลิมฉลอง 

สำหรับการจัดแสดงโดรนแปรอักษร จะมีขึ้นในวันที่ 28 กรกฎาคม 2565 ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่จากสมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ ได้เข้าจัดเตรียมพื้นที่และซักซ้อมความพร้อม รวมถึงเทคโนโลยีที่จะขึ้นบินแสดงโชว์ โดยจะใช้โดรนจำนวน 200 ลำในการแปรเป็นภาพสามมิติ ที่บริเวณสนามฟุตบอลมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ เวลา 19.30 น. ซึ่งประชาชนทั่วไปสามารถเข้ามาดูในพื้นที่ได้ หรือ แหงนมองท้องฟ้าในรัศมี 4 กิโลเมตรได้ อีกด้วย

‘ไทยศรีวิไลย์’ ร่วมถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาฯ ครบ 70 พรรษา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/669633

'ไทยศรีวิไลย์' ร่วมถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาฯ ครบ 70 พรรษา

วันพฤหัสบดี ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 13.26 น.

‘ไทยศรีวิไลย์’ ร่วมถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาฯ ครบ 70 พรรษา  28 กรกฎาคม 2565

ณ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง พรรคไทยศรีวิไลย์  นำโดย นายมงคลกิตติ์  สุขสินธารานนท์  ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์  พร้อมด้วย นางสาวพัทธนันท์  ฤทธิ์ชัยเรืองเดช  ภริยา, นายวิวัฒน์  เจริญพาณิชย์ศิริ  รองหัวหน้าพรรค ,นายสรกฤช  จันทรคณา  โฆษกพรรค,นางสาวณัฐปภัสร์ วรธันย์ผาสุข รองโฆษกพรรค, นางสาวอรศศิพัชร์ มามีเกตุรัตน์  รองโฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรค, นายอดิศร สังข์จันทร์  กรรมการบริหารพรรค  น้อมเกล้าฯ ถวายแจกันดอกไม้สีเหลืองและร่วมลงนามถวายพระพรชัยมงคล  พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว   ขอให้พระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน ทรงพระเกษมสำราญ  เป็นมิ่งขวัญของปวงชนชาวไทยตลอดกาลนาน เนื่องในวโรกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ครบ 70 พรรษา 28 กรกฎาคม 2565

‘มท.’จัดพิธีทำบุญตักบาตร วันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/669628

‘มท.’จัดพิธีทำบุญตักบาตร วันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

วันพฤหัสบดี ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 12.22 น.

‘มท.’ จัดพิธีทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศลและถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2565

เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2565 ที่วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ราชวรวิหาร เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ เป็นประธานพิธีทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศลและถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยมี ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย นายชยาวุธ จันทร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านกิจการความมั่นคงภายใน นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม รองปลัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านพัฒนาชุมชนและส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ด้านบริหาร นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านสาธารณภัยและพัฒนาเมือง นายนิสิต จันทร์สมวงศ์ อธิบดีกรมที่ดิน นายธนาคม จงจิระ อธิบดีกรมการปกครอง นายประยูร รัตนเสนีย์ อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น นายบุญธรรม เลิศสุขีเกษม อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายพรพจน์ เพ็ญพาส อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง นายสมคิด จันทมฤก อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน นายไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย คณะผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย ที่ปรึกษาสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย นายวิลาศ เฉลยสัตย์ ผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง นายศุภชัย เอกอุ่น ผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค นายมานิต ปานเอม ผู้ว่าการการประปานครหลวง นายชีระ วงศบูรณะ ผู้อำนวยการองค์การจัดการน้ำเสีย นางกุลทรัพย์ ชื่นโกสุม นางจิณณารัชช์ สัมพันธรัตน์ นางกุสุมาล พงษ์สิทธิถาวร ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ศศิธร จันทมฤก อุปนายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย ข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ และภาคีเครือข่ายของกระทรวงมหาดไทย ร่วมในพิธี

โอกาสนี้ ปลัดกระทรวงมหาดไทย และนายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย ถวายราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว บริเวณภายในวัดราชบพิธ และนำคณะผู้บริหาร ข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ สมาคมแม่บ้านมหาดไทย และพี่น้องพุทธศาสนิกชน ทำบุญตักบาตรพระสงฆ์และสามเณร จำนวน 30 รูป บริเวณหน้าพระอุโบสถ

จากนั้นปลัดกระทรวงมหาดไทย นำคณะผู้บริหารระดับสูงและผู้ร่วมพิธี เปิดกรวยกระทงดอกไม้ ธูปเทียนแพ ถวายราชสักการะเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แล้วถวายแจกันดอกไม้เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ดร. วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย ถวายแจกันดอกไม้เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และนำผู้ร่วมพิธีกล่าวถวายพระพรชัยมงคล ใจความสำคัญว่า “นับแต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติ เป็นพระมหากษัตริย์แห่งพระมหาจักรีบรมราชวงศ์ พสกนิกรชาวไทยต่างประจักษ์และทราบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการ เพื่อปัดเป่าทุกข์ร้อน ทรงตั้งพระราชปณิธานที่จะสร้างความกินดีอยู่ดี และความสุขสวัสดิ์แก่อาณาราษฎร ตลอดจนการสร้างความเจริญรุ่งเรืองแก่ประเทศชาติ การสืบสาน รักษา และต่อยอด การดำเนินโครงการตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร โดยเฉพาะการพัฒนาแหล่งน้ำ อาทิ การพัฒนา อนุรักษ์ และฟื้นฟู บึงสีไฟ จังหวัดพิจิตร ให้เป็นแหล่งกักเก็บน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้ง เป็นแก้มลิง และเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ด้วยน้ำพระราชหฤทัยอันเปี่ยมล้นด้วยพระเมตตา ทั้งพระราชทานความช่วยเหลือแก่พสกนิกรผู้ทุกข์ยากเดือดร้อน ยามบ้านเมืองประสบปัญหาโพยภัยใด ๆ ทรงห่วงใย ทรงติดตามข้อมูลข่าวสาร และพระราชทานความช่วยเหลือเพื่อแก้ปัญหาอย่างทันสถานการณ์ และพระราชทานแนวทางพระราชดำริให้รัฐบาลและพสกนิกรทุกหมู่เหล่าได้น้อมนำไปปฏิบัติ โดยเฉพาะโครงการจิตอาสาพระราชทาน “เราทำความดีเพื่อ ชาติ ศาสน์ กษัตริย์” ที่ทุกภาคส่วน ได้ร่วมใจกันน้อมนำมาจัดกิจกรรมในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อสนองพระราชปณิธานของใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทในการสร้างความสมัครสมานสามัคคีแก่คนในชาติ และก่อให้เกิดความเป็นระเบียบเรียบร้อยในสังคม นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณล้นเกล้าล้นกระหม่อมอันหาที่สุดมิได้”

นายสุทธิพงษ์ กล่าวว่า เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2565 ผู้ว่าราชการจังหวัด และนายอำเภอทั่วประเทศ นำพี่น้องประชาชนร่วมทำบุญตักบาตรถวายเป็นพระราชกุศล พร้อมทั้งบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ในพื้นที่ที่จังหวัดและอำเภอกำหนด ด้วยความจงรักภักดี และขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนคนไทยทั่วทั้งประเทศ ได้ร้อยรวมพลังแห่งความรัก ความสามัคคี ปฏิบัติบูชา เพื่อน้อมถวายเป็นพระราชกุศลแด่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระผู้ทรงเป็นที่เคารพรักของพสกนิกรชาวไทย