อาชีวะอุบลฯคว้ารางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 แข่งขันวิชาชีพประเภททักษะ One Product One Business #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า https://www.naewna.com/local/600865

อาชีวะอุบลฯคว้ารางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 แข่งขันวิชาชีพประเภททักษะ One Product One Business

อาชีวะอุบลฯคว้ารางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 แข่งขันวิชาชีพประเภททักษะ One Product One Business

วันพุธ ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2564, 20.56 น.

สุดยอด นักศึกษาแผนกวิชาการตลาดและการจัดการธุรกิจค้าปลีก อาชีวะอุบลฯ คว้ารางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 จาก 25 ทีมทั่วประเทศ ในการแข่งขันทางวิชาชีพ ประเภททักษะ One Product One Business (หนึ่งผลิตภัณฑ์สู่หนึ่งธุรกิจ)

8 กันยายน 2564 ดร.พงษ์ศักดิพล ทาแก้ว ผู้อำนวยการวิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี เปิดเผยว่า วันนี้ แผนกวิชาธุรกิจค้าปลีก วิทยาลัยอาชีวศึกษานครปฐม ประกาศผลการแข่งขันทักษะ One Product One Business (หนึ่งผลิตภัณฑ์สู่หนึ่งธุรกิจ) อย่างเป็นทางการ โดยเมื่อวันที่ 3 กันยายน 2564 แผนกวิชาการตลาดและการจัดการธุรกิจค้าปลีก นำตัวแทนนักศึกษา ระดับชั้น ปวส.1 ได้แก่ นางสาวณัฎฐ์จิรา ธรรมสา นางสาวนุชสรา โยสา และนางสาวไพรินทร์ คำสา ชื่อผลงาน “Cherry Crispy หอยเชอรี่อบกรอบ” โดยมีครูผู้ควบคุมการแข่งขัน คือ นางสาวอรทัย ปริต นางประภัสสร คำเจริญ นางสาวศกลรัตน์ อุทธา นางสาววชิราภรณ์ เขม้นดี และนางสาวดวงดาว จันทร เข้าร่วมการแข่งขันทางวิชาชีพ ประเภททักษะ One Product One Business (หนึ่งผลิตภัณฑ์สู่หนึ่งธุรกิจ) ภายใต้โครงการ มหกรรมวิชาชีพธุรกิจค้าปลีก ครั้งที่ 1 ดำเนินการจัดโดย แผนกวิชาธุรกิจค้าปลีก วิทยาลัยอาชีวศึกษานครปฐม ร่วมกับ คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฎวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ และ สมาพันธ์ SME ไทย จังหวัดนครปฐม

ทั้งนี้ กติกาการแข่งขัน ให้ผู้เข้าแข่งขันระดมความคิด จัดทำผลงานกับการคิดผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ไม่เคยมี เกิดขึ้น หรือซ้ำซ้อน อาจจะเป็นเพียงความคิดที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงก็ได้ แต่มีความน่าสนใจในการจัดทำผลิตภัณฑ์ใหม่ ซึ่งมีข้อจำกัดของรายละเอียดผลงานไม่เกิน 5 หน้ากระดาษ A4 จากนั้นจัดส่งข้อมูลเพื่อเข้าร่วมแข่งขันผ่าน e-mail ให้คณะกรรมการตัดสินผลงานตามแนวความคิดสร้างสรรค์ จากการแข่งขันดังกล่าวปรากฏว่า นักศึกษา แผนกวิชาการตลาดและการจัดการธุรกิจค้าปลีก วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี สามารถคว้ารางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 จาก 25 ทีมทั่วประเทศ ได้รับเงินทุนการศึกษา จำนวน 1,500 บาท พร้อมเกียรติบัตร สามารถพัฒนาศักยภาพของตนจากการเรียนในชั้นเรียนสู่การประยุกต์ใช้ ในชีวิตประจำวัน และสามารถคว้ารางวัลได้สำเร็จ

กิจกรรมในครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อให้นักเรียน นักศึกษาได้ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์และร่วมสร้างสรรค์ผลงานการจัดการเรียนการสอนตามหลักสูตร เพิ่มเวทีในการแสดงความสามารถและศักยภาพของผู้เรียนอาชีวศึกษากลุ่มอาชีพค้าปลีก

เรียบเรียงโดย -(016)

สกศ. กางยุทธศาสตร์พัฒนาเด็กปฐมวัย ชูแนวคิด Unplug Coding ทักษะโลกยุคใหม่ สู่การปฏิบัติ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/600857

สกศ. กางยุทธศาสตร์พัฒนาเด็กปฐมวัย   ชูแนวคิด Unplug Coding ทักษะโลกยุคใหม่ สู่การปฏิบัติ

สกศ. กางยุทธศาสตร์พัฒนาเด็กปฐมวัย ชูแนวคิด Unplug Coding ทักษะโลกยุคใหม่ สู่การปฏิบัติ

วันพุธ ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2564, 20.16 น.

วันที่ 8 กันยายน 2564 ดร.อำนาจ วิชยานุวัติ เลขาธิการสภาการศึกษา  ดร.อุษณีย์ ธโนศวรรย์ รองเลขาธิการสภาการศึกษา ร่วมการประชุมชี้แจงแนวทางขับเคลื่อนแผนพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ. 2564-2570 ในรูปแบบสื่ออิเล็กทรอนิกส์ผ่านโปรแกรม Cisco WebEx โดยมีนางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานเปิดการประชุม พร้อมด้วย ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วยผู้ทรงคุณวุฒิ และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ รองศาสตราจารย์ ดร.อุษณีย์ อนุรุทธ์วงศ์ กรรมการนโยบายการพัฒนาเด็กปฐมวัย นายอนุกูล ปีดแก้ว รองปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) นายประยูร รัตนเสนีย์ อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย (มท.) นายแพทย์อรรถพล แก้วสัมฤทธิ์ รองอธิบดีกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) และผู้แทนสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น

โดย นางสาวตรีนุช เทียนทอง รมว.ศธ. กล่าวถึงแผนพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ. 2564-2570 ซึ่งเกิดขึ้นจากคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจจัดทำแผนพัฒนาเด็กปฐมวัย แต่งตั้งโดยคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาเด็กปฐมวัย เพื่อกำหนดนโยบายและยุทธศาสตร์ในการพัฒนาเด็กปฐมวัยของประเทศให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) เป็นผู้ดำเนินการในฐานะฝ่ายเลขานุการ ฯ และได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีเรียบร้อยแล้ว พร้อมขอบคุณผู้มีส่วนเกี่ยวข้องและคาดหวังความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการบูรณาการงานร่วมกัน เพื่อผลักดันให้เด็กปฐมวัยได้รับการพัฒนาอย่างรอบด้านและเข้าถึงบริการต่าง ๆ อย่างเท่าเทียมกัน

ด้าน ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รมช.ศธ. เสริมความสำคัญของการพัฒนาเด็กปฐมวัยตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 6 ปี ว่า เป็นการลงทุนที่คุ้มค่าในการสร้างพลเมืองที่มีคุณภาพในอนาคต โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการเริ่มตั้งแต่ดูแลหญิงตั้งครรภ์ให้มีสุขภาวะที่เหมาะสม รวมถึงการสร้างความรู้ความเข้าใจในการพัฒนาเด็กปฐมวัยและสิทธิขั้นพื้นฐานที่ควรได้รับจากรัฐ ทั้งนี้เมื่อเด็กเติบโตขึ้น ควรได้รับการส่งเสริมการเรียนรู้แบบ Unplug Coding ทักษะที่โลกยุคใหม่ต้องการ คือการเรียนโค้ดดิ้งโดยไม่ต้องใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ ผ่านการเล่น กล้าตัดสินใจ กล้าตั้งคำถามง่าย ๆ เพื่อใช้ชีวิตประจำวัน สร้างภูมิคุ้มกันการคิดวิเคราะห์อย่างมีวิจารณญาณ อันเป็นพื้นฐานสำคัญของการเป็นพลเมืองโลกในยุคดิจิทัล

หลังจากนั้น ที่ประชุมให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 3 กระทรวง (พม.-มท.-สธ.) รายงานการขับเคลื่อนที่สอดคล้องกับแผนพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ. 2564-2570  โดย นายอนุกูล ปีดแก้ว รองปลัด พม. กล่าวถึงการดำเนินงานระบบสวัสดิการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด และดูแลระบบคุ้มครองเด็ก (Child Protection Information System : CPIS) โดยรับแจ้งเหตุเด็กที่มีความเสี่ยงเพื่อช่วยเหลือต่อไป  

ต่อจากนั้น  นายประยูร รัตนเสนีย์ อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น รายงานว่า องค์การปกครองส่วนท้องถิ่นให้ความสำคัญในการจัดการเรียนการสอนของเด็กปฐมวัย โดยดำเนินการดูแลโรงเรียนและศูนย์พัฒนาเด็กเล็กกว่า 20,000 แห่ง และรับผิดชอบเด็กปฐมวัยกว่า 870,000 คน มุ่งเน้นการพัฒนาตามมาตรฐานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ รวมทั้งดูแลการจัดสรรค่าใช้จ่ายรายหัว ค่าเครื่องแบบ และค่าอาหารกลางวัน 

และนายแพทย์อรรถพล  แก้วสัมฤทธิ์ รองอธิบดีกรมอนามัย สธ. เสนอโครงการส่งเสริมการเกิดอย่างมีคุณภาพ และหลังคลอดมีโครงการส่งเสริมการเจริญเติบโตและภาวะโภชนาการในช่วง 1,000 วันแรกของชีวิต รองรับการให้ความรู้ความเข้าใจกับมารดาในการให้นมบุตร รวมทั้งปฏิบัติการติดตามดูแล ให้คำปรึกษากับสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยด้านสุขภาพ ผ่านตัวชี้วัด 4D ได้แก่ 1. Diet ด้านข้อมูลโภชนาการ 2. Development & Play ด้านพัฒนาการของเด็กปฐมวัยและการเรียนรู้ผ่านการเล่น 3. Dental ด้านสุขภาพช่องปาก และ 4. Disease ด้านสุขภาพร่างกาย

จากนั้นที่ประชุมพิจารณาแผนพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ. 2564-2570 โดย ดร.อำนาจ วิชยานุวัติ เลขาธิการสภาการศึกษา รายงานใจความสำคัญของแผนดังกล่าว ที่ยึดมั่นพัฒนาให้เด็กปฐมวัยทุกคนได้รับการพัฒนาอย่างรอบด้านเต็มศักยภาพ เป็นพื้นฐานของความเป็นพลเมืองคุณภาพ ประกอบด้วย 7 ยุทธศาสตร์ โดยสรุป ดังนี้

ยุทธศาสตร์ที่ 1 การจัดและการให้บริการแก่เด็กปฐมวัย เริ่มตั้งแต่หญิงตั้งครรภ์ได้รับการดูแลอย่างมีคุณภาพ และเด็กปฐมวัยได้รับโอกาสเข้าถึงบริการต่าง ๆ อย่างเท่าเทียม เช่น การสำรวจคัดกรองเพื่อหาภาวะความต้องการพิเศษ

ยุทธศาสตร์ที่ 2 การพัฒนาและสร้างความเข้มแข็งให้กับสถาบันครอบครัวในการอบรมเลี้ยงดูเด็กปฐมวัย พ่อแม่ผู้ปกครองมีทักษะการดูแลและคุ้มครองสิทธิเด็ก (Parenting Skills)

ยุทธศาสตร์ที่ 3 การพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการให้บริการพัฒนาเด็กปฐมวัย โดยสร้างระบบให้คำปรึกษา (Coaching) กับบุคลากรที่ดูแลเด็กปฐมวัย และส่งเสริมให้ได้รับการรับรองคุณวุฒิวิชาชีพตามมาตรฐานอาชีพผู้ดูแลเด็ก และคุณวุฒิวิชาชีพ สาขาวิชาชีพบริการสุขภาพ 

 ยุทธศาสตร์ที่ 4 การพัฒนาระบบและกลไกการบูรณาการสารสนเทศด้านเด็กปฐมวัยและการนําไปใช้ประโยชน์ ผ่านการจัดทำฐานข้อมูลรายบุคคลและสารสนเทศเด็กปฐมวัยตั้งแต่แรกเกิดเป็น “ระบบกลางระบบเดียว” เพื่อความถูกต้อง ครอบคลุม และเป็นปัจจุบัน

ยุทธศาสตร์ที่ 5 การจัดทำและปรับปรุงกฎหมาย กฎระเบียบที่เกี่ยวกับเด็กปฐมวัยและการดำเนินการตามกฎหมาย มีระบบและกลไกในการรับเรื่อง ร้องเรียน ไกล่เกลี่ย และดำเนินการทางคดีเพื่อให้เด็กปฐมวัยได้รับประโยชน์ตามสิทธิขั้นพื้นฐาน

ยุทธศาสตร์ที่  6 การวิจัยพัฒนาและเผยแพร่องค์ความรู้ จากการถอดบทเรียนสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยที่มีวิธีปฏิบัติดีเด่น (Good Practices) ส่งเสริมให้มีการเทียบเคียง (Benchmarking) เพื่อให้เกิดการพัฒนาสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยอย่างต่อเนื่อง

และยุทธศาสตร์ที่ 7 การบริหารจัดการ การสร้างกลไกการประสานการดําเนินงาน และการติดตามประเมินผลหน่วยงานส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค ส่วนท้องถิ่นไปในทิศทางเดียวกัน

ทั้งนี้ แนวทางการขับเคลื่อนและติดตามประเมินผลแผนดังกล่าว วางกรอบการทำงานระยะแรกในปี พ.ศ. 2564-2565 มุ่งเน้นการเชื่อมโยงองค์ความรู้และการดำเนินงานควบคู่ทั้ง 4 กระทรวง และเผยแพร่เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจ ผ่านกระบวนการจัดประชุมร่วมกับเครือข่ายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นำไปสู่การจัดทำแผนปฏิบัติการตามแผนพัฒนาเด็กปฐมวัยที่มีรายละเอียดระดับโครงการและงบประมาณรายปีอย่างชัดเจนต่อไป -007

สิ้น ‘แม่ครูสุวรรณี’ ศิลปินแห่งชาติ ละครหลวงสำนักพระราชวังรุ่นสุดท้าย สิริรวมอายุ 95 ปี 4 เดือน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/600762

สิ้น'แม่ครูสุวรรณี'ศิลปินแห่งชาติ ละครหลวงสำนักพระราชวังรุ่นสุดท้าย สิริรวมอายุ 95 ปี 4 เดือน

สิ้น’แม่ครูสุวรรณี’ศิลปินแห่งชาติ ละครหลวงสำนักพระราชวังรุ่นสุดท้าย สิริรวมอายุ 95 ปี 4 เดือน

วันพุธ ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2564, 16.32 น.

วันที่ 8 กันยายน 2564 นายชาย นครชัย อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม (สวธ.) เปิดเผยว่า ตนได้รับรายงานว่า นางสุวรรณี ชลานุเคราะห์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (นาฏศิลป์ – ละครรำ) พุทธศักราช 2533  ได้ถึงแก่กรรม เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2564  เวลาประมาณ  19.42  น. ที่โรงพยาบาลศิริราช เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ เนื่องจากอาการลิ่มเลือดอุดตันเส้นเลือดปอด สิริรวมอายุ 95 ปี 4  เดือน

โดยทายาทได้ขอพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ วันที่ 9 กันยายน 2564   เวลา 17.30  น. ณ ศาลา 1  และกำหนดสวดพระอภิธรรมศพระหว่างวันที่ 9-11 กันยายน 2564  เวลา 18.00  น. ณ ศาลา 1  วัดบางไผ่ พระอารามหลวง ตำบลบางรักพัฒนา อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี โดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ได้ดำเนินการขอพระราชทานเพลิงศพ ในวันอาทิตย์ที่ 12  กันยายน 2564  เวลา 16.00 น. ณ เมรุวัดบางไผ่ จังหวัดนนทบุรี

อธิบดี สวธ. กล่าวต่อว่า นอกจากกรมส่งเสริมวัฒนธรรม (สวธ.) ในฐานะหน่วยงานที่ดำเนินการยกย่องเชิดชูเกียรติศิลปินแห่งชาติ เผยแพร่และถ่ายทอดผลงานให้เป็นที่ประจักษ์ต่อสาธารณชน แล้ว ในยามที่ศิลปินฯ เสียชีวิต ยังให้การช่วยเหลือด้านต่าง ๆ ด้วยการมอบเงินช่วยเหลือเมื่อเสียชีวิตเพื่อร่วมการบำเพ็ญกุศลศพ จำนวน 20,000  บาท และเงินช่วยเหลือค่าจัดทำหนังสือเพื่อเผยแพร่ผลงานเมื่อเสียชีวิตเท่าที่จ่ายจริงไม่เกิน 150,000 บาท และขอพระราชทานเพลิงศพให้ ตามระเบียบสวัสดิการของศิลปินแห่งชาติ

สำหรับประวัติของนางสุวรรณี ชลานุเคราะห์ เกิดเมื่อวันที่ 1  พฤษภาคม พ.ศ.2469  ที่จังหวัดนนทบุรี เป็นละครหลวง สำนักพระราชวังรุ่นสุดท้าย ปลายสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นนาฏศิลปินที่มีความเชี่ยวชาญนาฏศิลป์ไทย ทั้งแบบพื้นเมืองและแบบราชสำนัก เคยแสดงเป็นตัวเอกในละครแบบต่างๆ ให้กรมศิลปากรมาแล้วมากมายหลายเรื่องหลายตอน บทบาทที่ได้รับการยกย่องและนิยมชมชอบจากผู้ชมมากที่สุด “ตัวพระ” เช่น อิเหนา สังข์ทอง พระไวย ไกรทอง สัตยวาน บางครั้งก็แสดงเป็น “นางเอก” เช่น ละเวงวัลลา เป็นต้น

แม่ครูสุวรรณี เป็นผู้อนุรักษ์แบบแผนท่ารำนาฏศิลป์ไทย และละครรำไว้ได้มากที่สุด เคยแสดงและนำคณะไปแสดงแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมในหลายประเทศ ได้ถ่ายทอดวิชานาฏศิลป์ให้กับนิสิตนักศึกษาในมหาวิทยาลัย วิทยาลัย และโรงเรียนต่าง ๆ หลายแห่ง เป็นผู้เพียบพร้อมด้วยจริยธรรมคุณธรรม และอุทิศตนเพื่อประโยชน์ให้แก่สาขาวิชาชีพมาเป็นเวลากว่า 50  ปี จนเป็นที่ยอมรับกันในวงการนาฏศิลปินว่า เป็นผู้มีความสามารถสูงยิ่งต่อเนื่องมาตลอด ท่านจึงได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติเป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (นาฏศิลป์ – ละครรำ) พ.ศ.  2533

เต็มแล้ว! ยอดจองวัคซีน’ซิโนฟาร์ม’สถานศึกษา เปิดให้เด็ก 10-18 ปี ฉีดฟรี #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/600649

เต็มแล้ว! ยอดจองวัคซีน'ซิโนฟาร์ม'สถานศึกษา เปิดให้เด็ก 10-18 ปี ฉีดฟรี

เต็มแล้ว! ยอดจองวัคซีน’ซิโนฟาร์ม’สถานศึกษา เปิดให้เด็ก 10-18 ปี ฉีดฟรี

วันพุธ ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2564, 13.47 น.

วันที่ 8 กันยายน 2564 จากกรณีที่ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ จัดโครงการ “VACC 2 School”  เปิดให้ลงทะเบียนฉีดวัคซีน นำร่องฉีดวัคซีนบริจาค “ซิโนฟาร์ม” ให้กับเด็กและเยาวชน อายุระหว่าง 10 – 18 ปี เพื่อติดตามศึกษาผลของวัคซีน และการกลับคืนสู่การศึกษาปกติอย่างเป็นระบบ โดยผ่านการเปิดรับสมัครให้ “สถานศึกษา” ยื่นความประสงค์ขอรับการจัดสรรวัคซีน “ซิโนฟาร์ม” ให้แก่กลุ่มนักเรียนในสังกัด ไม่เสียค่าใช้จ่าย โดยรับเยาวชนทั้งหมด จำนวน 50,000 ราย เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน โดยมีกำหนดเริ่มนัดฉีดให้กับสถานศึกษาที่ได้รับการจัดสรร ตั้งแต่วันที่ 20 กันยายน ซึ่งถือเป็นวันเยาวชนแห่งชาติด้วย  และเตรียมความพร้อมให้นักเรียนก่อนเปิดภาคเรียนใหม่นั้น

ล่าสุด จากการเข้าตรวจสอบการรับสมัครผ่านระบบออนไลน์ https://vaccine.cra.ac.th ขณะนี้ มีสถานศึกษา ลงทะเบียนเพื่อเข้ารับการฉีดวัคซีนให้กับเด็กนักเรียนในสังกัด ครบจำนวน 50,000 ราย แล้ว

อย่างไรก็ตาม จะเริ่มฉีดวัคซีนได้ ตั้งแต่วันที่ 20 ก.ย.2564 เป็นต้นไป และเข้ารับวัคซีนได้ที่ ศูนย์ฉีดวัคซีนตัวเลือกซิโนฟาร์ม ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ บมจ.โทรคมนาคม อาคาร 9 ถ.แจ้งวัฒนะ -007

‘ตรีนุช’ไขข้อข้องใจกลุ่ม’นักเรียนเลว’ ย้ำ ศธ.ใช้ทุกมาตรการเพื่อการเรียนไม่หยุดชะงัก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/600592

'ตรีนุช'ไขข้อข้องใจกลุ่ม'นักเรียนเลว' ย้ำ ศธ.ใช้ทุกมาตรการเพื่อการเรียนไม่หยุดชะงัก

‘ตรีนุช’ไขข้อข้องใจกลุ่ม’นักเรียนเลว’ ย้ำ ศธ.ใช้ทุกมาตรการเพื่อการเรียนไม่หยุดชะงัก

วันพุธ ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2564, 09.26 น.

“ตรีนุช”ไขข้อข้องใจกลุ่ม”นักเรียนเลว” รับเรียนออนไลน์ไม่ดีเท่าเรียนที่โรงเรียน แต่เป็นระบบหนึ่งที่ใช้ในการขับเคลื่อนการศึกษาภายใต้สถานการณ์โควิด-19 ย้ำ ศธ.ใช้ทุกมาตรการ เพื่อให้การเรียนรู้ของเด็กไม่หยุดชะงัก ภายใต้ความปลอดภัยสูงสุด

เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2564 น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวถึงข้อเรียกร้องของกลุ่ม “นักเรียนเลว” ที่เรียกร้องให้หยุดเรียนออนไลน์ ว่า กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดรับฟังความคิดเห็นของทุกกลุ่ม และขอชี้แจงว่าการจัดการเรียนการสอนในรูปแบบออนไลน์ สืบเนื่องมาจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา-2019 หรือ โควิด-19 ทำให้ ศธ.ต้องออกคำสั่งปรับรูปแบบการศึกษา เพื่อให้สอดรับกับสถานการณ์ที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

โดยมีนโยบายและมอบหมายให้หน่วยงานต้นสังกัดจัดทำคู่มือการจัดการเรียนการสอนในช่วงสถานการณ์โควิด-19 และให้โรงเรียนพิจารณาเลือกรูปแบบการเรียนการสอน 5 รูปแบบ คือ 1.On-site เรียนที่โรงเรียน โดยมีมาตรการเฝ้าระวังตามประกาศของศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) 2.On-air เรียนผ่านมูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม ในพระบรมราชูปถัมภ์ หรือ DLTV 3.On-demand เรียนผ่านแอปพลิเคชั่นต่างๆ 4.On-line เรียนผ่านอินเตอร์เน็ต และ 5.On-hand เรียนที่บ้านด้วยเอกสาร เช่น หนังสือ แบบฝึกหัดใบงาน ในรูปแบบผสมผสาน หรืออาจใช้วิธีอื่นๆ เช่น วิทยุ เป็นต้น และการเรียนตั้งแต่ 2 แบบขึ้นไป โดยพิจารณาจากสถานการณ์การแพร่ระบาดในพื้นที่ยึดหลักความปลอดภัย และความต้องการของนักเรียนและผู้ปกครองเป็นหลัก

รวมถึงได้มอบหมายให้หน่วยงานต้นสังกัดออกแนวปฏิบัติ แนวทางลดภาระครู นักเรียนและผู้ปกครอง เพื่อแก้ปัญหาให้กับประชาชน หลังจากที่มีการจัดการเรียนการสอนไประยะหนึ่ง และ ตั้ง ศบค.ศธ.เพื่อติดตามสถานการณ์ แก้ไขปัญหา สนับสนุนการเรียนการสอน เพื่อให้การจัดการศึกษาให้เดินหน้าต่อไปได้โดยไม่หยุดชะงัก – 006

‘เรียนรู้แบบไฮบริด’ เทรนด์ใหม่จัดการสอนยุคโควิด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/600435

‘เรียนรู้แบบไฮบริด’ เทรนด์ใหม่จัดการสอนยุคโควิด

‘เรียนรู้แบบไฮบริด’ เทรนด์ใหม่จัดการสอนยุคโควิด

วันพุธ ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

เมื่อเร็วๆ นี้ รศ.ดร.จักรกฤษณ์ ศุทธากรณ์ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล แสดงปาฐกถา เรื่องการเสริมสร้างระบบการเรียนรู้แบบไฮบริดให้มีประสิทธิภาพสำหรับช่วงหลังการแพร่ระบาดโควิด-19 (Creating anEffective Hybrid Learning for the Post-Pandemic World) ในงานประชุมสัมมนาวิชาการระดับอุดมศึกษา Education NEXT Forum 2021 จัดโดยกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (MDES) และสมาคมดิจิทัลไทย (DUGA)

รศ.ดร.จักรกฤษณ์ กล่าวว่า การสร้างระบบการเรียนรู้แบบไฮบริด หรือ Hybrid Learning เป็นการออกแบบและจัดการเรียนรู้ผสมผสานระหว่างชั้นเรียนแบบรักษาระยะห่างกับการเรียนรู้ทางไกลผ่านออนไลน์ กลายเป็นกระแสความนิยมใหม่ที่เกิดขึ้น หลังการระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้สถาบันการศึกษาต่างต้องหยุดการเรียนการสอนในห้องเรียนและปรับเปลี่ยนรูปแบบการเรียนการสอนโดยการเตรียมแพลตฟอร์มรองรับ

ซึ่งผู้สอนต้องปรับ Mindset เปลี่ยนกลยุทธ์การแลกเปลี่ยนเรียนรู้และสื่อการเรียนรู้ใหม่ ด้านผู้เรียนก็ต้องปรับตัวในการเรียนรู้วิถีใหม่และใช้อุปกรณ์ IoTต่างๆ ให้เป็นประโยชน์ รวมทั้งการมีส่วนร่วมและแสดงข้อคิดเห็นในชั้นเรียน โดยปัจจุบันคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล นำแนวคิด Hybrid Learning เข้ามาแก้ปัญหาวิกฤตจากโควิด-19 และพัฒนาคุณภาพทางการศึกษาในอนาคตเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิตไปพร้อมกัน โดยจัดการเรียนการสอนในหลายรูปแบบที่สามารถปรับยืดหยุ่นผสมผสานให้เหมาะกับพื้นที่ผู้เรียน และเนื้อหาวิชา

เช่น จัดการเรียนรู้ทั้งหมดในห้องเรียน การเรียนการสอนในห้องเรียนแล้วลงมือทำด้วยตนเองที่บ้าน การเรียนการสอนออนไลน์ที่บ้านแล้วลงมือทำที่ห้องเรียน การเรียนรู้ผ่านคลิปวีดีโอที่บันทึกไว้ร่วมกับการเรียนทางไกล การแบ่งผู้เรียนออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มหนึ่งเรียนที่ห้องเรียนและถ่ายทอดสดให้อีกกลุ่มหนึ่งที่อยู่ที่บ้านได้เรียนรู้เพื่อลดความแออัดในสถานศึกษา

“การผสมระหว่างเรียนออนไลน์ที่บ้านกับสถานศึกษา หรือการเรียนแบบ Live-Streaming ควบคู่กันไปกับการสอน ทำให้เพิ่มประสิทธิภาพในการเรียนรู้และช่วยแก้ไขปัญหาพัฒนาการเรียนให้เกิดประสิทธิภาพ เหล่านี้ถือเป็นการบริหารจัดการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่นและปรับเปลี่ยนได้ตามสถานการณ์ของวิถีการดำเนินชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไป โดยผสมผสานการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงกันด้วยเทคโนโลยีและเครือข่ายโทรคมนาคม สามารถเรียนในห้องเรียนก็ได้ ออนไลน์ก็ได้ คนละที่หรือที่เดียวกันก็ได้ เพื่อประโยชน์สูงสุดต่อผู้เรียนและการเรียนรู้” รศ.ดร.จักรกฤษณ์ กล่าว

รศ.ดร.จักรกฤษณ์ กล่าวต่อไปว่า ส่วนการวัดประเมินผลการเรียนการสอนแบบไฮบริด (Hybrid Learning) สามารถทำได้หลายด้าน เช่น ด้านสถิติบนแพลตฟอร์มพิจารณาความเสี่ยงต่อสุขภาพ ประสบการณ์ของครู กิจกรรมและสมรรถนะของผู้เรียนในการเรียนทางไกล ด้านการดูแลสุขภาพ จากความก้าวหน้าของหลักสูตร การมีส่วนร่วมของผู้เรียน การมอบหมายงาน ผลการเรียน ด้านการสำรวจครู พิจารณาจากสุขภาวะของผู้เรียน ความพึงพอใจ ด้านการสำรวจผู้เรียน พิจารณาการเข้าถึงได้ครอบคลุม คุณภาพของการถ่ายทอดความรู้ เป็นต้น

‘เซนต์จอร์จ’ปรับปรุงวิทยาเขต ต้อนรับนักศึกษากลับเกรเนดา #SootinClaimon.Com

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/600437

‘เซนต์จอร์จ’ปรับปรุงวิทยาเขต  ต้อนรับนักศึกษากลับเกรเนดา

‘เซนต์จอร์จ’ปรับปรุงวิทยาเขต ต้อนรับนักศึกษากลับเกรเนดา

วันพุธ ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

มหาวิทยาลัยเซนต์จอร์จ (SGU) ก่อตั้งขึ้นในปี 2519 โดยมีเป้าหมายในการดึงผู้มีความสามารถและเชี่ยวชาญสูงสุดจากทั่วโลก ซึ่งได้กลายมาเป็นศูนย์การศึกษาชั้นนำที่มีความเป็นเลิศทางวิชาการ ด้วยนักศึกษาและคณาจารย์ที่มาจากกว่า 150 ประเทศ SGU จึงนับว่าเป็นสถาบันระดับนานาชาติอย่างแท้จริง ด้วยมุมมองระดับโลกที่ไม่เหมือนใคร พร้อมให้ความรู้แก่นักศึกษาในโลกที่เปลี่ยนแปลงอันรวดเร็วนี้อย่างสมบูรณ์แบบ

คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเซนต์จอร์จ มีหลักสูตรแพทยศาสตร์บัณฑิต (พ.บ.) สี่, ห้า, หกและเจ็ดปี โดยเรายินดีรับนักศึกษาจากทุกระบบการศึกษาต่างๆ ทั่วโลก SGU มีเครือข่ายโรงพยาบาลและศูนย์สุขภาพขนาดใหญ่ในเครือมากกว่า 70 แห่งในสหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักร นอกจากนี้ ยังมอบโอกาสพิเศษให้นักศึกษาได้เลือกเริ่มต้นประกอบอาชีพแพทย์ในเกรเนดา สหราชอาณาจักร หรืออินเดีย

คณะแพทยศาสตร์แห่ง SGU ถือเป็นอันดับหนึ่งในฐานะผู้ผลิตแพทย์ประจำบ้านฝึกหัดให้กับสหรัฐอเมริกา ซึ่งเพียงแค่ปีแรก สามารถผลิตบุคลากรได้มากกว่า 12 ปีที่ผ่านมารวมกัน และภายในปี 2564 นี้ ทางมหาวิทยาลัยได้ผลิตแพทย์ประจำบ้านฝึกหัดไปแล้วมากกว่า 1,090 คน ให้กับสหรัฐฯ (ข้อมูล ณ เดือนก.ค. 2564) โดย 16 คน เป็นนักศึกษาจากเอเชียตะวันออก

ขณะนี้ วิทยาเขตในเกรเนดาพร้อมแล้วที่จะต้อนรับนักศึกษากลับสู่ถิ่นด้วยรูปโฉมแบบใหม่ ที่เหล่านักศึกษาจะสามารถสังเกตเห็นถึงการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงในหลายจุด SGU ได้ให้การสนับสนุนชุมชนในวิทยาเขตที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง ด้วยการขยับขยาย และพัฒนาโครงการต่างๆ ขึ้นใหม่ ที่จะแล้วเสร็จในปีการศึกษา 2564-2565 และเมื่อการก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์ ทางวิทยาเขตจะสามารถรองรับการศึกษาแบบรายบุคคลและแบบกลุ่มได้มากยิ่งขึ้น รวมไปถึงการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้ในห้องปฏิบัติการทักษะทางคลินิกขั้นสูง

ชาร์ล โมดิกา อธิการบดีมหาวิทยาลัยเซนต์จอร์จ กล่าวว่า รู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่งที่ได้ปรับปรุงหลายๆ จุดในวิทยาเขต และเชื่ออย่างแท้จริงว่าสิ่งเหล่านี้จะเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยสำคัญให้นักศึกษาของพวกเราประสบความสำเร็จ อีกทั้งยังรอคอยการกลับมาของนักศึกษาอย่างใจจดใจจ่อ เพื่อทำให้วิทยาเขตกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ขณะที่ เกลน เจค็อบ ผู้บริหารระดับสูงของSGU กล่าวว่า เมื่อนักศึกษา คณาจารย์ และเจ้าหน้าที่ของเราได้มาอยู่ในวิทยาเขตพร้อมหน้ากัน ทำให้ที่แห่งนี้กลายเป็นสถานที่วิเศษในการเรียนรู้ และการใช้ชีวิตร่วมกัน การต่อเติมและการปรับปรุงเหล่านี้จะช่วยสร้างประสบการณ์พิเศษที่ไม่เหมือนใครให้แก่นักศึกษา

พาณิชย์ปทุมฯ อวดโฉมผลงานผลิตภัณฑ์นวัตกรรมต้นแบบ ฝีมือ 6 นักออกแบบชื่อดัง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/600473

พาณิชย์ปทุมฯ อวดโฉมผลงานผลิตภัณฑ์นวัตกรรมต้นแบบ ฝีมือ 6 นักออกแบบชื่อดัง

พาณิชย์ปทุมฯ อวดโฉมผลงานผลิตภัณฑ์นวัตกรรมต้นแบบ ฝีมือ 6 นักออกแบบชื่อดัง

วันอังคาร ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2564, 16.41 น.

พาณิชย์ปทุมธานี อวดโฉมผลงานผลิตภัณฑ์นวัตกรรมต้นแบบเชิงพาณิชย์ฝีมือ 6 นักออกแบบชื่อดังระดับประเทศ

สำนักงานพาณิชย์จังหวัดปทุมธานี จัดแสดงผลิตภัณฑ์นวัตกรรมต้นแบบเชิงพาณิชย์ ในงาน “Pathum” Creator Roadshow” อวดโฉมผลิตภัณฑ์ต้นแบบ 12 ผลิตภัณฑ์ จากฝีมือ 6 นักออกแบบชื่อเสียงระดับประเทศที่รังสรรค์จากภูมิปัญญาและวัสดุเหลือใช้ หวังยกระดับโอกาสทางการตลาด พลิกสู่การสร้างรายได้พร้อมตั้งเป้าให้จังหวัดปทุมธานีเป็นศูนย์ผลิตสินค้าเชิงพาณิชย์ของอาเซียน

นางรวีพรรณ ข้างเย็นฉ่ำ พาณิชย์จังหวัดปทุมธานี กล่าวว่า สำนักงานพาณิชย์จังหวัดปทุมธานีส่งเสริมขับเคลื่อนเศรษฐกิจโดยดำเนินตามนโยบาย “ตลาดนำการผลิต” ปัจจุบันสถานการณ์โควิดทำให้พฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไป สามารถทำงานที่ไหนก็ได้ การตกแต่งมุมทำงานในแต่ละที่จึงสำคัญ เป็น “เทรนด์วิถใหม่” เป็นสินค้าที่ตลาดต้องการและมีแนวโน้มสูง จึงได้ดึงนักออกแบบผลิตภัณฑ์ชั้นนำมาออกแบบผลิตภัณฑ์นวัตกรรมต้นแบบเชิงพาณิชย์จังหวัดปทุมธานี พร้อมจัดแสดงอวดโฉมให้ชมในงานแสดง “Pathum Creator Roadshow ” ครั้งนี้ ซึ่งเป็นผลงานการออกแบบและสร้างสรรค์จากภูมิปัญญาพื้นถิ่น ให้บุคคลทั่วไปได้รับชมและรับทราบรายละเอียดพร้อมสัมผัสผลงานจริงจำนวน 12 ผลงาน

หลังจากนี้ผู้ประกอบการจะได้รับโอกาสเรียนรู้และพัฒนาทักษะด้านการผลิต การออกแบบ และการตลาดจากดีไซน์เนอร์ ในรูปแบบ Persona Mentor อย่างใกล้ชิด โดยมีการจัดทำคู่มือการผลิตของแต่ละผลิตภัณฑ์ ประกอบด้วย

MHON ING กระเป๋าหนังหมอนอิงสามเหลี่ยม

COLLECTION : Flower structure โคมไฟโครงดอกไม้ & Grid structure โคมไฟโค

Pathum Radiant เก้าอี้จากผ้าใยบัวประดิษฐ์

Floret Lamp : โคมไฟจากต้นโสนหางไก่

BUALUANG FASHION DRESS : ชุดผู้หญิงจากเส้นใยกล้วยบัวหลวง

SABAI MON’FLOOR PILLOW : หมอนรองนั่งถักปักร้อยสไบมอญ

Dusk til Dawn : พวงหรีดจากต้นโสนหางไก่

COLLECTION MYTH : กระจกห่อหุ้มเศษผ้าและหนังเหลือใช้

COLLECTION MYTH : ม้านั่งห่อหุ้มเศษผ้าและหนังเหลือใช้

MODULAR DESIGN COLLECTION : โคมไฟจากพิวเตอร์ และไม้

MODULAR DESIGN COLLECTION : เฟอร์นิเจอร์จากพิวเตอร์ ทองเหลือง และไม้

Pana-ware พลาสติกชีวภาพ จากเปลือกกล้วยหอมทองปทุมธานี

ขณะที่ ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี (นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม) ได้ชื่นชมผลงานและได้เยี่ยมชมงานแสดงโดยกล่าวว่า จังหวัดปทุมธานี ให้ความสำคัญการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก จึงมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะสำนักงานพาณิชย์จังหวัด พัฒนาและสร้างสินค้านวัตกรรมเพื่อสร้างรายได้ สร้างอาชีพอย่างต่อเนื่อง และจาก ผลดำเนินโครงการในครั้งนี้ จะเป็นการส่งเสริมอาชีพสร้างงาน สร้างรายได้ให้กับชุมชน ท้องถิ่น และผู้ประกอบการช่วยพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากจังหวัดปทุมธานีโดยรวม

อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (นายสมเด็จ สุขสมบูรณ์) พร้อมผู้บริหารที่รับผิดชอบสินค้านวัตกรรมสินค้าของใช้ของตกแต่งบ้าน เข้าเยี่ยมชมงานแสดง ได้กล่าวว่า กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศมีภารกิจส่งเสริม เชื่อมโยงสินค้าสู่ตลาดต่างประเทศ ได้เห็นโอกาสและศักยภาพของผลิตภัณฑ์ทั้ง 12 ผลิตภัณฑ์ ที่มีความโดดเด่น ตอบโจทย์เทรนด์ตลาดโลก สามารถต่อยอดเชิงธุรกิจ ตอบโจทย์นโยบายตลาดน้ำการผลิต ที่ผู้ประกอบการไทยต้องผลิตสินค้าตรงตามความต้องการของตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป และผลักดันให้มีการส่งเสริมสินค้านวัตกรรมทุกภูมิภาคของไทยสู่ตลาดทั้งในและต่างประเทศ

งาน “Pathum Creator Roadshow” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 5 – 7 กันยายน 2560 ณ ลานกิจกรรม NineSquare (Center Zone) ศูนย์การค้า เดอะไนน์ เซ็นเตอร์ ติวานนท์ จังหวัดปทุมธานี ภายใต้มาตรการป้องกันโรคโดยเปิดให้เข้าชมตั้งแต่เวลา 10.30 – 12.00 น. ฟรีไม่มีค่าใช้จ่า

‘ตรีนุช’ เผย ครม.เห็นชอบปรับขึ้นเงินเดือนครูอาชีวะเอกชน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/600464

'ตรีนุช'เผย ครม.เห็นชอบปรับขึ้นเงินเดือนครูอาชีวะเอกชน

‘ตรีนุช’เผย ครม.เห็นชอบปรับขึ้นเงินเดือนครูอาชีวะเอกชน

วันอังคาร ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2564, 16.14 น.

เมื่อวัน 7 กันยายน 2564 น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยภายหลังประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ที่ประชุม ครม.เห็นชอบตามที่ ศธ.เสนอให้ปรับอัตราเงินอุดหนุนรายบุคคลในส่วนของเงินสมทบเป็นเงินเดือนครูสำหรับนักเรียนโรงเรียนเอกชน ประเภทอาชีวศึกษา ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) เพิ่มขึ้น 450 บาทต่อคนต่อปี จากอัตรา 8,583.50 บาทต่อคนต่อเดือน เป็น 9,032.50 บาท ให้เท่ากับการอุดหนุนนักเรียนโรงเรียนเอกชน ประเภทสามัญศึกษา ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย เพื่อประกันรายได้ครูให้ได้รับเงินเดือนไม่ต่ำกว่าอัตราขั้นต่ำที่ทางราชการกำหนด คือ 15,050 บาทต่อเดือน พร้อมกับเห็นชอบให้สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ตั้งงบประมาณเพื่อดำเนินการตั้งแต่ปีงบประมาณ 2565 โดยใช้งบประมาณปีละ 97,419,600 บาท โดยครอบคลุมสถานศึกษาอาชีวศึกษา 484 แห่ง นักเรียน ปวช.216,488 คน ครู 10,893 คน

น.ส.ตรีนุช กล่าวต่อว่า เนื่องจากที่ผ่านมา มีมติ ครม.เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2560 ให้มีการปรับอัตราเงินอุดหนุนสมทบเป็นเงินเดือนครู สำหรับนักเรียนประเภทสามัญฯ ระดับมัธยมศึกษา เพิ่มขึ้น 450 บาทต่อคนต่อปี แต่ไม่ครอบคลุมสถานศึกษาอาชีวะเอกชน ซึ่งย้ายจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ไปสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ตั้งแต่ พ.ค.2559 ดังนั้น มติ ครม.9 พ.ค.2560 จึงยังไม่คครอบคลุมโรงเรียนอาชีวะศึกษาเอกชน สังกัด สอศ.ทำให้อัตราเงินอุดหนุนของระดับอาชีวศึกษา ต่ำกว่านักเรียนประเภทสามัญระดับ ม.ปลาย 450 บาทต่อคนต่อปี ครม.จึงพิจารณาเห็นความจำเป็นจึงมีมติให้มีการปรับเพื่อความเท่าเทียม และช่วยเหลือสถานศึกษาอาชีวะเอกชนในสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา หรือโควิด-19 – 006

‘อดีตพุทธะอิสระ’ ชี้ 2 พส.พฤติกรรมส่อตัวตน ยกคุณสมบัติ 5 ประการเผยแผ่ธรรม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/600400

'อดีตพุทธะอิสระ'ชี้ 2 พส.พฤติกรรมส่อตัวตน ยกคุณสมบัติ 5 ประการเผยแผ่ธรรม

‘อดีตพุทธะอิสระ’ชี้ 2 พส.พฤติกรรมส่อตัวตน ยกคุณสมบัติ 5 ประการเผยแผ่ธรรม

วันอังคาร ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2564, 13.49 น.

วันที่ 7 กันยายน 2564 จากกรณีการไลฟ์เฟซบุ๊กของ “พระมหาไพรวัลย์ วรวณฺโณ” และ “พระมหาสมปอง ตาลปุตฺโต” พระภิกษุวัดสร้อยทอง กทม. ที่สร้างความฮือฮาต่อเนื่อง 2 คืนที่ผ่านมา มียอดผู้ชมไลฟ์เกิน 2 แสนคน โดยเนื้อหาการไลฟ์พูดคุยมีความบันเทิงเป็นเนื้อหาหลัก สอดแทรกธรรมะ จนเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์นั้น 

ล่าสุด นายสุวิทย์ ทองประเสริฐ หรืออดีตพระพุทธะอิสระ อดีตเจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย จ.นครปฐม ได้โพสต์เฟซบุ๊ก “หลวงปู่พุทธะอิสระ (Buddha Isara)” ด้วยข้อความระบุว่า ถามมา ตอบไป
๗ กันยายน ๒๕๖๔

ถาม ท่านรู้สึกยังไงกับเฟซบุ๊กไลฟ์ ของมหาสองรูปที่แสดงธรรม ออกมาเล่นตลกให้คนดู?

ตอบ พฤติกรรมส่อถึงตัวตนของผู้กระทำ ผู้มีปัญญา มองแล้ว เห็นแล้ว รู้แล้ว ก็พอเข้าใจได้ว่า พระธรรมวินัยนี้คงจะไปหวังอะไรกับคนเก้อยาก

ถาม ดราม่าที่เกิดขึ้นในกรณีเฟซบุ๊กไลฟ์ของมหาทั้งสองนี้ท่านมองอย่างไร?

ตอบ ก็มหาออกมาพูดเองไม่ใช่หรือว่า เขาโนสน โนแคร์ เพราะเขามีมวลชนสนับสนุนเขาเป็นแสน ทำให้เขามีตัวตนดังที่เห็น
เมื่อเขาเห็นจำนวนมวลชนยังสนับสนุนเขาจำนวนมากเสียขนาดนี้ ใยเขาต้องมาสนใจพระธรรมวินัย จารีตประเพณี และกฎเถรสมาคมอีกเล่า นั้นก็คงเป็นเพราะ เขายึดจำนวนมวลชนเป็นหลักนั่นเอง

ถาม แล้วพระธรรมวินัยว่าอย่างไร กับการแสดงธรรม?

ตอบ พระธรรมวินัยบอกไว้ชัดว่า ผู้ที่จะประกาศธรรม เผยแพร่ธรรม จักต้องประกอบด้วยคุณสมบัติ ๕ ประการ

๑. แสดงธรรมไปโดยลำดับ
๒. อธิบายชี้แจ้งให้เข้าใจตามหลักเหตุและผล
๓. แสดงธรรมด้วยความเมตตา
๔. แสดงธรรมธรรมโดยมิได้มุ่งหวังอามิส
๕. แสดงธรรมโดยไม่กระทบผู้อื่น

และยังต้องมีจุดมุ่งหมายในการแสดงธรรมเพื่อ

ให้ผู้ฟังเกิดความเบื่อหนาย

ให้ผู้ฟังคลายความกำหนัด ความทะยานอยาก

เพื่อบรรเทาทุกข์แก่ผู้ฟัง

เพื่อความดับภพ ชาติ

บวชเรียนมาจนได้ปริญญา เรียนได้ถึงมหาเปรียญ เรื่องง่ายๆ แค่นี้ยังไม่รู้

ไม่รู้ก็ต้องบอกว่า โนคอมเม้นท์แล้วล่ะ

พุทธะอิสระ

-007

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ‘อนุชา’ให้มหาเถรฯตัดสินปม’พระมหาไพรวัลย์-พระมหาสมปอง’ไลฟ์สด