บรรยากาศสุดเศร้า พิธีรดน้ำศพ พ่อจ๊ะ นงผณี ที่บ้าน จ.อ่างทอง

บรรยากาศสุดเศร้า พิธีรดน้ำศพ พ่อจ๊ะ นงผณี ที่บ้าน จ.อ่างทอง

บรรยากาศสุดเศร้า พิธีรดน้ำศพ พ่อจ๊ะ นงผณี ที่บ้าน จ.อ่างทอง

วันอาทิตย์ ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2569, 19.23 น.

อ่างทอง-บรรยากาศรดน้ำศพ คุณพ่อประดิษฐ  มหาดไทย พ่อจ๊ะนงผณี เป็นไปอย่างโศกเศร้ามีแฟนคลับและคนในวงการบันเทิงร่วมแสดงความเสียใจกับครอบครัวมหาดไทยเป็นจำนวนมาก ที่บ้าน ในอำเภอแสวงหา

วันที่ 21 เมษายน 2569 บรรยากาศรดน้ำศพ คุณพ่อประดิษฐ  มหาดไทย พ่อจ๊ะนงผณี มหาดไทย  ที่บ้านหมู่ 12 ตำบลแสวงหา  อำเภอแสวงหา จังหวัดอ่างทอง เป็นไปอย่างโศกเศร้า  มีแฟนคลับ ชาวบ้าน และคนในวงการบันเทิงร่วมแสดงความเสียใจ กับครอบครัวมหาดไทย เป็นจำนวนมาก

โดยมีพระสุวรรณวชิราทร (ประเวศ สุทฺธิญาโณ) เจ้าคณะจังหวัดอ่างทองเป็นประธานฝ่ายสงฆ์  และนายเอกชัย  ศรีวิชัย   เป็นประธานฝ่ายฆราวาสในการทำพิธีรดน้ำ

คุณพ่อ ประดิษฐ์ มหาดไทย อายุ 68 ปี  ประสบอุบัติเหตุถูกรถกระบะชนเมื่อวันที่ 28 มกราคม 2569 ได้รับบาดเจ็บสาหัสและรักษาตัวใน ICU จากไปอย่างสงบในวันที่ 12 เมษายน 2569 หลังรักษาตัว   จากการถูกรถกระบะชน   ขณะขี่รถจักรยานยนต์  นานกว่า 2 เดือน  

ซึ่งทางครอบครัวจะจัดพิธีบำเพ็ญกุศล  ที่บ้าน อำเภอแสวงหา  โดยจะมีพิธีรดน้ำศพ ในวันนี้ เวลา 16.00 น. และพิธีสวดพระอภิธรรม เวลา 18.00 น. ของทุกวัน ไปจนถึงวันที่ 15 เมษายน ก่อนจะจัดพิธีฌาปนกิจในวันพฤหัสบดี ที่ 16 เมษายน เวลา 16.00 น.

รายงาน เพิ่มเติม  คืนนี้ 12 เม.ย. จ๊ะ นงผณี มีคิวแสดงคอนเสิร์ตในงาน “แม่กลองสะเทือน ปลาทูสะดุ้ง” ครั้งที่ 3 ในวันที่ 12 เมษายน 2569 ซึ่งเป็นเทศกาลดนตรีน้ำสุดมันส์ช่วงสงกรานต์ที่จัดขึ้น 6 วันเต็ม (10-15 เมษายน 2569) ณ จังหวัดสมุทรสงคราม พร้อมศิลปินตัวท็อปอีกมากมาย

ทายาทหมื่นล้านมาแล้ว มายด์ ลภัสลัล – พาย สุนิษฐ์ ประกาศข่าวดีของตระกูลภิรมย์ภักดี

ทายาทหมื่นล้านมาแล้ว มายด์ ลภัสลัล - พาย สุนิษฐ์ ประกาศข่าวดีของตระกูลภิรมย์ภักดี

ทายาทหมื่นล้านมาแล้ว มายด์ ลภัสลัล – พาย สุนิษฐ์ ประกาศข่าวดีของตระกูลภิรมย์ภักดี

วันอาทิตย์ ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2569, 18.06 น.

12 เมษายน 2569 หลังจากที่เข้าสู่ประตูวิวาห์ไปเมื่อปลายปี 2568 สำหรับคู่ของสาวมายด์ ลภัสลัล จิรเวชสุนทรกุล กับหวานใจนักธุรกิจหนุ่ม พาย สุนิษฐ์ (สก๊อต) ทายาทหมื่นล้านตระกูลดัง ภิรมย์ภักดี แห่งอาณาจักร สิงห์ คอร์เปอเรชั่น 

ล่าสุด สาวมายด์ ลภัสลัล กับ สามี พาย สุนิษฐ์ ได้ออกมาประกาศข่าวดีผ่านทางอินสตาแกรมส่วนตัว “@wjmild” ว่ากำลังตั้งครรภ์ลูกคนแรกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยทั้งคู่ได้เผยโมเมนต์ผ่านคลิปวิดีโอขณะไปร่วมงานเทศกาลดนตรีที่ถือเป็นแหล่งความทรงจำของทั้งคู่ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของความรัก พร้อมเขียนแคปชั่นว่า “ปีนี้มีคนอยากมาด้วย #Coachella2026” ในคลิปดังกล่าว มายด์ ลภัสสลัล ได้อวดพุงน้อยๆ พร้อมรอยยิ้มแห่งความสุข ขณะที่สามี พาย สุนิษฐ์ ก็ยืนเคียงข้างพร้อมลูบท้องของภรรยาอีกด้วย 

ซึ่งหลังจากที่ทั้งคู่ได้ออกมาโพสต์ข้อความนี้ออกไปนั้นก็มีแฟนคลับ รวมถึงเพื่อนๆ ในวงการบันเทิงได้เข้มาคอมเมนต์กันเป็นจำนวนมาก #ทีมข่าวแนวหน้าออนไลน์ ขอแสดงความยินดีกับทั้งคู่ด้วยครับ 

แห่ซูมแคปชั่น ปู่ไพวงษ์ ลงภาพหลานรักฉลองวันเกิดคุณย่า

แห่ซูมแคปชั่น ปู่ไพวงษ์ ลงภาพหลานรักฉลองวันเกิดคุณย่า

แห่ซูมแคปชั่น ปู่ไพวงษ์ ลงภาพหลานรักฉลองวันเกิดคุณย่า

วันอาทิตย์ ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2569, 15.07 น.

วานนี้ 12 เมษายน 2569 เรียกว่าเป็นภาพที่ดูแล้วต้องอมยิ้มตามจริง ๆ สำหรับความน่ารักของครอบครัวโบนันซ่า เมื่อคุณปู่ ไพวงษ์ เตชะณรงค์ ได้โพสต์ภาพผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว เผยโมเมนต์สุดอบอุ่นร่วมกับคุณย่าและหลานสาวสุดที่รักทั้งสองคนอย่างน้องปีใหม่และน้องโคโม่เนื่องในโอกาสเทศกาลวันสงกรานต์หรือวันขึ้นปีใหม่ไทย

โดยในภาพคุณปู่ไพวงษ์มาในชุดเสื้อฮาวายสีสดใส นั่งอยู่บนโซฟากับคุณย่า โดยมีหลานสาวทั้งสองคนขนาบข้างอย่างใกล้ชิด งานนี้ทำเอาแฟนคลับถึงกับต้องเข้ามาคอมเมนต์ทักเป็นเสียงเดียวกันถึงความหน้าคล้ายที่ส่งต่อกันมาทางพันธุกรรมแบบเป๊ะ ๆ

ไพวงษ์ โบนันซ่า

โดยคุณปู่ไพวงษ์ได้โพสต์ภาพพร้อมข้อความสั้น ๆ แต่เปี่ยมไปด้วยความสุข ซึ่งทางด้านแฟนคลับและชาวเน็ตก็ได้เข้ามาคอมเมนต์แสดงความคิดเห็นกันอย่างคึกคัก เช่น

“น่ารัก อบอุ่นมากๆๆค่ะ”

“ใช่เลยครับ”

“น่ารักมากๆค่าหลานสาวทั้ง2”

“ใช่ๆค่ะ”

“ใช่ค่ะๆ”

“Yes Her dad looks like mom, so”

“น้องปีเป็นสาวแล้ว เวลาเดินไวจริงๆ”

“น้องปีเป็นสาวแล้วค่ะยิ่งโตยิ่งสวย”

“น้องปีสวยเหมือนคุณย่ามากๆคร่า”

ไพวงษ์ โบนันซ่า
ไพวงษ์ โบนันซ่า
ไพวงษ์ โบนันซ่า
ไพวงษ์ โบนันซ่า

ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก อินสตาแกรม pv_bonanza

Celebrity Gossip : 12 เมษายน 2569

Celebrity Gossip : 12 เมษายน 2569

Celebrity Gossip : 12 เมษายน 2569

วันอาทิตย์ ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

– BTS เริ่มต้นเวิลด์ทัวร์ BTS WORLD TOUR ‘ARIRANG’ 2026 อย่างเป็นทางการเมื่อคืนวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ที่สนาม โกยาง สเตเดี้ยม ในเมืองโกยาง ประเทศเกาหลีใต้ ท่ามกลางสายฝนที่ตกลงมาอย่างหนักตลอดการแสดง แต่แฟนคลับกว่า 40,000 คนยังคงรวมตัวกันเพื่อเฉลิมฉลองการกลับมาอย่างเต็มรูปแบบของสมาชิกทั้ง 7 คนเป็นครั้งแรกในรอบ 4 ปี หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจรับใช้ชาติ ขณะที่สมาชิกวงแสดงสปิริตท่ามกลางฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่อง โดย Jimin ถึงกับต้องช่วยเช็ดผมให้ V บนเวที และสารภาพกับแฟนๆ ว่าเขาเปียกโชกไปถึงชุดชั้นใน พร้อมสร้างสีสันด้วยการลงไปนอนบนเวทีที่เปียกปอนและแกล้งทำท่าว่ายน้ำท่ากบขณะร้องเพลง Swim ซึ่งเป็นซิงเกิลใหม่จากอัลบั้มล่าสุด คาดว่าทัวร์คอนเสิร์ตครั้งนี้ จะสร้างรายได้รวมกว่า 1 พันล้านดอลลาร์ โดยเพียงแค่คืนแรกมีรายงานว่ามีแฟนๆ กว่า 4 ล้านคนทั่วโลกยอมจ่ายเงินเพื่อชมการถ่ายทอดสดผ่าน Weverse ซึ่งสร้างยอดขายได้ถึง 168 ล้านดอลลาร์ในคืนเดียว

– ออฟเซ็ต แร็ปเปอร์อดีตสามีของสาว คาร์ดี บี ถูกคนร้ายดักซุ่มยิงเมื่อคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา บริเวณจุดรับรถด้านหน้าโรงแรมและคาสิโนในเมืองฮอลลีวูด รัฐฟลอริดา ล่าสุดเขาอาการคงที่และกำลังพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล โดยทางตัวแทนของเขายืนยันว่าออฟเซ็ตสบายดี และอยู่ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิด ตำรวจได้ควบคุมตัวบุคคล 2 รายในที่เกิดเหตุ โดยหนึ่งในนั้นคือแร็ปเปอร์ ลิล ทีเจย์ (Lil Tjay) ซึ่งถูกจับกุมและตั้งข้อหาประพฤติตนไม่เรียบร้อยและไม่มีใบขับขี่ที่ถูกต้อง อย่างไรก็ตาม ทนายความของ  ลิล ทีเจย์ ปฏิเสธว่าเขาไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการยิงและไม่ได้พกอาวุธในขณะเกิดเหตุ เหตุการณ์นี้เกือบจะเป็นประวัติศาสตร์ซ้ำรอยอีกครั้ง เพราะก่อนหน้านี้ เทคออฟ ( Takeoff ) แร็ปเปอร์หนุ่มที่เป็นญาติของ ออฟเซ็ต และเป็นสมาชิกอีกคนของวง Migos ก็ถูกยิงเสียชีวิตในปี 2022

– เทศกาลดนตรี Wireless Festival 2026 ซึ่งเดิมมีกำหนดจัดขึ้นในช่วงระหว่างวันที่ 10–12 กรกฎาคมปีนี้ ที่ในลอนดอน ถูกสั่งยกเลิกไปเรียบร้อย หลังจากรัฐบาลอังกฤษตัดสินใจสั่งระงับการเข้าประเทศของ คานเย เวสต์ ศิลปินหลักเพียงคนเดียวที่ประกาศชื่อในขณะนั้น สาเหตุหลักก็มาจากแรงต้านที่มีต่อตัว คานเย เวสต์ ที่ถูกวิจารณ์อย่างต่อเนื่องจากการแสดงความชื่นชม อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ อดีตผู้นำกองทัพนาซีเยอรมัน และมีถ้อยคำต่อต้านชาวยิวหลายครั้ง โดยเมื่อปีที่ผ่านมา คานเย เวสต์ เพิ่งปล่อยเพลงชื่อ Heil Hitler แถมยังโปรโมตเสื้อยืดสัญลักษณ์สวัสดิกะผ่านเว็บไซต์ของตนเอง ผลกระทบที่เกิดขึ้น ทำให้บรรดาสปอนเซอร์หลักหลายเจ้าต่างพากันถอนตัว ไม่ว่าจะเป็น Pepsi บริษัทผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ระดับโลกอย่าง Diageo รวมถึง PayPal จนนำมาซึ่งการยกเลิกการจัดงานและประกาศคืนเงินแก่ผู้ซื้อบัตรในท้ายที่สุด

– จัสวีน แซงฮา หรือ ที่รู้จักในฉายา Ketamine Queen แห่งนอร์ทฮอลลีวูด ถูกศาลตัดสินจำคุก 15 ปี ในเรือนจำรัฐบาลกลางสหรัฐฯ จากความผิดฐานจัดหาเคตามีนที่เป็นสาเหตุให้ แมทธิว แพร์รี นักแสดงดังจากซีรีส์ Friends เสียชีวิตจากการใช้ยาเกินขนาดในปี 2566 ซึ่งเธอสารภาพว่าขายเคตามีนจำนวน 25 ขวดให้กับ แพร์รี เพียงไม่กี่วันก่อนที่เขาจะถูกพบเสียชีวิตในอ่างอาบน้ำในห้องน้ำที่บ้านพัก อัยการระบุว่าเธอมีพฤติกรรมไม่สำนึกผิด โดยยังคงจำหน่ายยาเสพติดต่อแม้จะทราบว่าสินค้าของเธอเคยเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของลูกค้าชายอีกครในปี 2562 มาก่อนแล้ว การตัดสินโทษครั้งนี้ถือเป็นจุดสำคัญในการปิดคดีการสืบสวนการเสียชีวิตของแพร์รี โดยเธอยังถูกสั่งให้เข้ารับการคุมประพฤติเป็นเวลา 3 ปีหลังจากพ้นโทษด้วย

– เจนนี การ์ธ เปิดใจกับ People ยอมรับว่าความขัดแย้งระหว่างเธอกับ แชนเนน โดเฮอร์ตี เพื่อนนักแสดงผู้ล่วงลับ ในกองถ่ายซีรีส์ดังยุค 90 อย่าง Beverly Hills, 90210 นั้นเป็นเรื่องจริง เนื่องจากสภาพแวดล้อมในตอนนั้นทำให้พวกเธอถูก “เสี้ยม” ให้เป็นคู่แข่งกัน ทั้งจากกระแสสังคมและบรรยากาศในกองถ่ายที่กดดันให้นักแสดงหญิงต้องชิงดีชิงเด่นกัน ทั้งคู่ต่างมีความมั่นใจและทิฐิสูง เจนนี่เป็นสาวราศีสิงห์ ส่วนแชนเนนเป็นราศีเมษ ทำให้เกิดการปะทะกันได้ง่าย แม้จะเคยมีปากเสียงกันรุนแรง แต่เมื่อโตขึ้น ทั้งคู่ได้ปรับความเข้าใจและกลายมาเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน เจนนี่ยังเคยไปออกรายการพอดแคสต์ของแชนเนนก่อนที่เธอจะเสียชีวิต เพื่อพูดคุยและเยียวยาบาดแผลในอดีตร่วมกัน เจนนี่ยังทิ้งท้ายด้วยความเศร้าว่า หากพวกเธอพบกันในวัยที่โตกว่านี้ ความสัมพันธ์อาจจะราบรื่นและไม่ต้องผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากเหล่านั้น

สิริมงคล ‘สงกรานต์’ กรุงเทพมหานคร พระพุทธ พระธาตุ และเทพนพเคราะห์

สิริมงคล ‘สงกรานต์’ กรุงเทพมหานคร พระพุทธ พระธาตุ และเทพนพเคราะห์

สิริมงคล ‘สงกรานต์’ กรุงเทพมหานคร พระพุทธ พระธาตุ และเทพนพเคราะห์

วันอาทิตย์ ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

กรมศิลปากร ขอเชิญพุทธศาสนิกชนและผู้สนใจร่วมกิจกรรมสรงน้ำพระธาตุและเทวดานพเคราะห์ เนื่องในเทศกาลสงกรานต์ ประจำปี 2569 ระหว่างวันที่ 12 – 14 เมษายน 2569 เวลา 09.00 – 16.00 น. ณ พระที่นั่งศิวโมกขพิมาน พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร

กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม โดยพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จัดกิจกรรมสรงน้ำพระธาตุและเทวดานพเคราะห์เป็นประจำทุกปี เพื่อความเป็นสิริมงคลในปีใหม่ไทย โดยอัญเชิญ “พระธาตุในพระกรัณฑ์” ซึ่งเดิมประดิษฐานในก้านพระรัศมีของ “พระพุทธสิหิงค์” พระพุทธรูปองค์สำคัญที่ประดิษฐาน ณ พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ พระราชวังบวรสถานมงคล มาเป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยเทวดานพเคราะห์ 9 องค์ ผู้เป็นเจ้าเรือนชะตามนุษย์ทุกคนตั้งแต่เกิดจนตาย ตามความเชื่อโบราณ มาให้ประชาชนได้สักการบูชาและสรงน้ำขอพร
เนื่องด้วยในสมัยโบราณ คนไทยมักไม่นิยมนับอายุตามวันเกิด แต่จะนับตามการเถลิงศักราชใหม่ในช่วงปีใหม่ไทยคือ สงกรานต์ หากปีใดมีความป่วยไข้ หรือทราบว่าถึงเวลาเปลี่ยนทักษา โดยเฉพาะเจ้านายก็จะขึ้นเกยส่งเทวดาเก่ารับเทวดาใหม่ ด้วยเชื่อว่าจะนำพาสิริมงคลมาพร้อมกับศักราชใหม่

ในสมัยโบราณ ‘พุทธศาสนา นิกายมหายาน’ เชื่อว่า ดาวนพเคราะห์ หรือ ดวงดาวทั้ง 9 ดวง คือ พระพุทธเจ้าทั้ง 7 และพระโพธิ์สัตว์ 2 พระองค์ ที่จะดูแลดวงชะตาชีวิตเรา ดวงดาวทั้ง 9 ดวงจึงเปรียบเสมือน ‘เทวดานพเคราะห์’ ผู้ครองเรือนชะตาของมนุษย์

การมีโอกาสสรงน้ำหรือบูชาดวงดาวทั้ง 9 หรือ เทวดานพเคราะห์ ก็เพื่อให้ชีวิตของเราอยู่อย่างร่มเย็นเป็นสุข เจริญรุ่งเรือง แคล้วคลาดจากภัยอันตรายทั้งปวงตลอดปี

อานิสงส์ผลบุญแห่งการสรงน้ำบูชา ‘เทวดานพเคราะห์’ นอกจากผู้บูชาที่จะได้รับแล้ว ยังสามารถส่งต่อไปให้ถึงบิดามารดาญาติมิตรทั้งหลายทั้งปวงด้วย เป็นการเสริมกำลังใจและความสุขทางใจวิธีหนึ่งเทวดานพเคราะห์ทั้ง 9 องค์ ที่จะอัญเชิญออกมาให้ประชาชนได้สรงน้ำนี้  เป็นประติมากรรมจำลองที่กรมศิลปากรจัดสร้างตามแบบเทวรูปในสมุดไทย เพื่อให้ประชาชนสักการะเสริมสิริมงคลตามดวงชะตา อันประกอบไปด้วย

1) พระอาทิตย์

พระอิศวรทรงใช้ราชสีห์ 6 ตัว ป่นเป็นผง ห่อด้วยผ้าสีแดง พรมด้วยน้ำอมฤต ก่อเกิดเป็น “พระอาทิตย์” เทพนพเคราะห์ที่มีอำนาจเหนือกว่าเทพนพเคราะห์ทั้งปวง ลักษณะเป็นบุรุษมีผิวกาย สีแดง ทรงราชสีห์เป็นพาหนะ ประจำอยู่ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นเทพนพเคราะห์ประเภทบาปเคราะห์ มักมีอารมณ์รุนแรง ตัดสินใจไว เฉียบขาด รักอิสระ แต่ซื่อสัตย์  เป็นมิตรกับพระพฤหัสบดี และเป็นศัตรูกับพระอังคาร สัญลักษณ์เลข 1 มีกำลังพระเคราะห์เป็น 6

2) พระจันทร์
พระอิศวรทรงสร้างจากเทพธิดา 15 นาง บดป่นเป็นผง ห่อผ้าสีขาวนวล พรมด้วยน้ำอมฤตได้เป็นเทพ พระจันทร์ บุรุษรูปงาม มีสีผิวกายขาวนวล ทรงอาชา (ม้า) เป็นพาหนะ  ประจำอยู่ทิศตะวันออก เป็นเทพนพเคราะห์ประเภทศุภเคราะห์ มีอารมณ์อ่อนโยน เพ้อฝัน รวนเร และอาจมีเล่ห์เหลี่ยมมาก  พระจันทร์เป็นมิตรกับพระพุธ และเป็นศัตรูกับพระพฤหัสบดี  สัญลักษณ์เลข 2  มีกำลังพระเคราะห์เป็น 15

3) พระอังคาร

พระอิศวรทรงสร้างจากกระบือ 8 ตัว บดป่นเป็นผง ห่อด้วยผ้าสีชมพูหม่น พรมด้วยน้ำอมฤต ได้เทพ พระอังคาร ผิวสีทองแดง ทรงกระบือเป็นพาหนะ ประจำอยู่ทิศตะวันออกเฉียงใต้  เป็นเทพนพเคราะห์ประเภทบาปเคราะห์ มีอารมณ์มุทะลุ ตึงตัง ชอบใช้กำลัง ใจร้อน  เป็นมิตรกับพระศุกร์ และเป็นศัตรูกับพระอาทิตย์  สัญลักษณ์เลข 3  มีกำลังพระเคราะห์เป็น 8

4) พระพุธ

พระอิศวรทรงใช้ช้าง 17 เชือก บดป่นเป็นผง ห่อผ้าสีเขียวใบไม้ พรมด้วยน้ำอมฤต ได้เทพ พระพุทธ ผิวกายสีเขียว ทรงช้างเป็นพาหนะ ประจำอยู่ทิศใต้ เป็นเทพนพเคราะห์ประเภทศุภเคราะห์ ชอบพูดชอบเจรจา สุขุมรอบคอบ แต่ตื่นกลัวง่าย  เป็นมิตรกับพระจันทร์ และเป็นศัตรูกับพระราหู  สัญลักษณ์เลข 4  มีกำลังพระเคราะห์เป็น 17

5) พระพฤหัสบดี

พระอิศวรทรงสร้างจากฤษี 19 ตน บดป่นเป็นผง ห่อผ้าสีส้มแดง พรมด้วยน้ำอมฤต ได้เป็น พระพฤหัสบดี ผิวกายสีส้มแดง ทรงกวางเป็นพาหนะ ประจำอยู่ทิศตะวันตก เป็นเทพนพเคราะห์ประเภทศุภเคราะห์ มักทำอะไรด้วยความระมัดระวัง สุขุม รอบคอบ เมตตาปรานีต่อผู้อื่น  เป็นมิตรกับพระอาทิตย์ และเป็นศัตรูกับพระจันทร์  สัญลักษณ์เลข 5 มีกำลังพระเคราะห์เป็น 19 เป็นครูของเทพทั้งหลาย จึงนิยมทำพิธีไหว้ครูในวันพฤหัสบดี

6) พระศุกร์

พระอิศวรทรงสร้างจากโค 21 ตัว บดป่นเป็นผง ห่อผ้าสีฟ้าอ่อน พรมด้วยน้ำอมฤต ได้ พระศุกร์ เทพผิวกายสีฟ้า ทรงโคเป็นพาหนะ ประจำอยู่ทิศเหนือ  เป็นเทพนพเคราะห์ประเภทศุภเคราะห์ กิริยาน่ารัก อ่อนหวาน ชอบงานศิลปะทุกประเภท  เป็นมิตรกับพระอังคารและเป็นศัตรูกับพระเสาร์  สัญลักษณ์เลข 6 มีกำลังพระเคราะห์เป็น 21พระศุกร์เป็นครูของเหล่ายักษ์

7) พระเสาร์
พระอิศวรทรงสร้างจากเสือ 10 ตัว บดป่นเป็นผง ห่อผ้าสีดำ พรมด้วยน้ำอมฤต ได้ พระเสาร์ เทพผิวกายดำคล้ำแดง ทรงเสือเป็นพาหนะ ประจำอยู่ทิศตะวันตกเฉียงใต้  เป็นเทพนพเคราะห์ประเภทบาปเคราะห์ มีกิริยาดุดัน แข็งแรง กล้าได้กล้าเสีย บุคลิกเคร่งขรึม เป็นมิตรกับพระราหูและเป็นศัตรูกับพระศุกร์  สัญลักษณ์เลข 7 มีกำลังพระเคราะห์เป็น 10

8) พระราหู

พระอิศวรทรงสร้างจากหัวกะโหลก 12 หัว (บางตำราว่าผีโขมด 12 ตัว) บดป่นเป็นผง ห่อผ้าสีทอง พรมด้วยน้ำอมฤต เกิดเป็น พระราหู กายสีนิลออกไปทางทองแดง ทรงครุฑเป็นพาหนะ มีวิมานสีนิลอยู่ในอากาศ ประจำอยู่ทิศตะวันตก  เป็นเทพนพเคราะห์ประเภทบาปเคราะห์ ให้ผลในทาง ลุ่มหลงมัวเมา  เป็นมิตรกับพระเสาร์และเป็นศัตรูกับพระพุธ  สัญลักษณ์เลข 8 มีกำลังพระเคราะห์เป็น 12

9) พระเกตุ

พระอิศวรทรงสร้างจากพญานาค 9 ตัว กายสีทองคำ ทรงนาคเป็นพาหนะ มีวิมานสีดอกบุษบา (เปลวไฟ) บ้างว่า พระเกตุ เกิดจากส่วนหางของ ‘พระราหู’ ซึ่งขโมยดื่มน้ำอมฤต พระอินทร์โกรธจึงขว้างจักรตัดเอวขาด ด้วยอำนาจแห่งน้ำอมฤตทำให้พระราหูไม่ตาย หางที่ขาดนั้นกลายเป็นพระเกตุ ซึ่งจะไม่เสวยอายุโดยตรง แต่จะเข้าแทรกเพื่อบรรเทาเรื่องร้ายและส่งเสริมในเรื่องดี สัญลักษณ์คือเลข 9

ส่วน “พระธาตุ 23 องค์” นั้น  ประดิษฐานในพระกรัณฑ์ทองคำลงยา ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 1.2 เซนติเมตร สูง 3.5 เซนติเมตร เป็นภาชนะทองคำทรงโกศยอดปริกขนาดเล็ก ภายในประดิษฐานพระธาตุ 23 องค์

เดิมทีพระกรัณฑ์นี้ อยู่ในก้านพระรัศมีของ “พระพุทธสิหิงค์” ซึ่งประดิษฐานที่พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ พระราชวังบวรสถานมงคล หรือพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ในปัจจุบัน

ความเป็นมาของ พระธาตุ 23 องค์ ไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัด อาจมีการประดิษฐานไว้ในพระเศียรพระพุทธสิหิงค์มาก่อน แล้วจึงมีการสร้างพระกรัณฑ์ทองคำลงยาถวายภายหลัง หรือเป็นการประดิษฐานในภายหลังทั้งหมดก็เป็นได้

การจำหลักลายแล้วลงยาสีที่รู้จักกันในชื่อ ‘การลงยา’ นั้น ปรากฏหลักฐานการใช้งานมาแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยา แต่เนื่องจากลวดลายที่ปรากฏ รวมทั้งสีและเทคนิคในการลงยา สันนิษฐานว่าอาจจะทำขึ้นในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์
 

“แนวหน้า” จึงขอเชิญชวนทุกท่าน รับสิริมงคลสงกรานต์ปีนี้ ด้วยการสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์เหล่านี้ ได้ตามอัธยาศัย

‘เกรท–พาย– กระทิง–แบม–ลีน่า’ ต้อนรับสงกรานต์! บุกแจกซองกันน้ำส่งแฟนละครกลับบ้าน!

‘เกรท–พาย– กระทิง–แบม–ลีน่า’ ต้อนรับสงกรานต์! บุกแจกซองกันน้ำส่งแฟนละครกลับบ้าน!

‘เกรท–พาย– กระทิง–แบม–ลีน่า’ ต้อนรับสงกรานต์! บุกแจกซองกันน้ำส่งแฟนละครกลับบ้าน!

วันอาทิตย์ ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ช่อง 3 เสิร์ฟกิจกรรมมอบความสุขให้แฟนละคร พานักแสดงจาก รักหักหลัง” สยบความร้อนต้อนรับสงกรานต์! บุกแจกซองกันน้ำและปฏิทินในงาน ส่งรักกลับบ้าน ด้วยรัก(ไม่)หักหลัง” ที่สถานีขนส่งหมอชิต 2 และสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ นำทีมโดย เกรท วรินทร, พาย รินรดา, กระทิง ขุนณรงค์, แบม สราลี และ ลีน่า ลลินา พร้อมด้วย ป๊อปปี้ รัชพงศ์ รับหน้าที่เป็นพิธีกรตลอดทั้งงานนี้!

เปิดตัวทัพนักแสดงด้วยความสนุกสนานจากขบวนกลองยาว และขบวนรถตุ๊กตุ๊กเข้ามายังสถานีขนส่งหมอชิต 2 พร้อมแจกปฏิทินช่อง 3 และซองกันน้ำสุดพิเศษให้กับประชาชนที่เดินทางกลับบ้านไว้ใส่เล่นน้ำสงกรานต์กันแบบฟิน ๆ บรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคัก ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลาม แฟน ๆ ถ่ายรูปกับเหล่านักแสดงกันอย่างใกล้ชิด หลังจากนั้นเดินทางกันต่อไปแจกปฏิทินและซองกันน้ำที่สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ ซึ่งได้รับการต้อนรับจากผู้บริหารของสถานีฯ สุดอบอุ่น ระหว่างทางก็มีแฟน ๆ เข้ามาทักทาย และบอกจะรอดูละครกัน ทำเอาเหล่านักแสดงปลื้มใจไปตาม ๆ กัน

เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะรับปีใหม่ไทยที่ทางช่อง 3 ตั้งใจมอบให้แก่ทุกคน หลังจากเล่นน้ำสดชื่น สุขกาย สุขใจกันแล้วก็อย่าพลาดชมความเข้มข้นของละคร รักหักหลัง” ออกอากาศทุกวันจันทร์ – อังคาร เวลา 20.30 น. เปิดดูไปพร้อมกันที่ช่อง 3

ชาริล ชัปปุยส์-เลน่า เปิดตัวลูก น้องไค พร้อมเล่าปิดเงียบงานแต่งนาน 3 ปี?

ชาริล ชัปปุยส์-เลน่า เปิดตัวลูก น้องไค พร้อมเล่าปิดเงียบงานแต่งนาน 3 ปี?

ชาริล ชัปปุยส์-เลน่า เปิดตัวลูก น้องไค พร้อมเล่าปิดเงียบงานแต่งนาน 3 ปี?

วันเสาร์ ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2569, 20.50 น.

“ชาริล ชัปปุยส์-เลน่า” เปิดตัวลูก ”น้องไค“ เล่านาทีชีวิตตกเลือดหนักรุนแรงจนเป็นลมหมดสติ พร้อมเล่าปิดเงียบงานแต่งนาน3ปี?

เปิดใจครั้งแรก! วินาทีชีวิตหลังคลอด “น้องไค” สำหรับ “เลน่า เฮเลน่า” ภรรยาคนสวยของ “ชาริล ชัปปุยส์” ที่มาเผยอาการตกเลือดรุนแรงจนเป็นลมหมดสติ ด้านสามีช็อกหลังรู้ข่าวรีบบึ่งจากสนามบอลทั้งชุดแข่ง เฝ้าหน้าห้อง ICU โดยวันนี้ทั้งคู่ควงน้องไคออกมาเปิดใจครั้งแรกผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow ช่อง One31 ที่มี “ดีเจพุฒ พุฒิชัย” และ “เป็กกี้ ศรีธัญญา” เป็นพิธีกรดำเนินรายการ 

ตอนนี้เป็นนักฟุตบอลอยู่สโมสรอะไร?

ชัปปุยส์ : ปัจจุบันสังกัดสโมสรบางกอก เอฟซีครับ

ผลงานไปดูได้ที่ไหนบ้าง?

เลน่า : ตามไอจีค่ะ ทำงานเป็นนางแบบแล้วก็มีแบรนด์เสื้อผ้าด้วยค่ะ 

มีเวลาไปดูสามีเตะฟุตบอลบ้างมั้ย?

เลน่า : มีเวลาก็ไปดูค่ะ น้องไคดูชอบมาก เวลาไปเค้ากรี๊ดดังมากเชียร์คุณพ่อ สุดๆ เลย

น้องไคติดใครมากกว่ากัน? 

เลน่า : ติดแม่ค่ะ 

1 ขวบ แต่พัฒนาการค่อนข้างก้าวกระโดด?

เลน่า : ใช่ค่ะ เค้าก็เป็นคนที่แบบพูดเก่ง แล้วก็เหมือนแบบรู้ทันหลายเรื่องมากเลยค่ะ หลอกเขาไม่ได้ เค้าจะเข้าใจทุกอย่าง 

เลี้ยงง่ายมั้ย?

เลน่า : เลี้ยงง่าย แต่ก็มีดื้อ เป็นปกติของเด็กผู้ชาย เล่นแรง 

สิ่งที่สะดุดตาอีกอย่างคือดวงตา?

เลน่า : จริงๆคุณปู่กับคุณตาเค้าตาสีฟ้า 

ความตะลึงอีกอย่างหนึ่งคือเรื่องชื่อ?

ชัปปุยส์ : เขาชื่อจริง “ไคเซนต์ ชัปปุยส์” 

รวมแล้วความหมายคืออะไร?

เลน่า : คือจริงๆแล้วเราอยากให้ชื่อของน้องไคเหมือนชัปปุยส์ใช่ไหมคะ และก็เอาอะไรที่แบบเรียกง่ายแล้วก็เก๋ 

นิสัยเหมือนคุณพ่อหรือคุณแม่มากกว่ากัน?

ชัปปุยส์  : น่าจะเหมือนคุณแม่ 

เลน่า : แต่ยิ้มเหมือนคุณพ่อ ความสดใส แต่ถ้าอารมณ์จะเหมือนแม่มากกว่า อารมณ์ร้อน ถ้าไม่อยากยิ้มก็คือไม่ยิ้มเลย

ไปดูคุณพ่อที่สนามบอลบ่อยมีแววทางกีฬามั้ย?

เลน่า : มีแววค่ะ ชิ้นแรกที่น้องไคได้ก็คือลูกบอลจากคุณพ่อที่บ้านมีเป็น 10 ลูก 

อยากให้เขาเป็นนักฟุตบอลเหมือนกัน?

ชัปปุยส์  : ใช่ครับ ถ้าได้นะครับ ที่ไหนก็ได้

เห็นว่ามีความกังวลเรื่องไซด์ตัวน้องว่ามีขนาดใหญ่กว่าเด็กหนึ่งเดือน?

เลน่า : กลัวสูงมากเกินไปแล้วจะใช้ชีวิตลำบาก คือคุณพ่อเลน่าสูงมาก พอสูงแล้วกลัวจะเล่นกีฬาไม่ได้หลายอย่าง จะเล่นได้ก็คือบาสเกตบอล อันอื่นก็อาจจะลำบากนิดนึง แต่ก็อาจจะเป็นนายแบบได้

เห็นว่าชัปปุยส์อยากมีลูกมานานแล้ว?

ชัปปุยส์ : ใช่ครับ พอมีลูกแล้วก็เปลี่ยนชีวิต มีความสุขมาก มีความหมาย 

เลน่า : เหมือนแต่ก่อนเราไม่เคยคิดถึงปัจจุบัน แต่พอเรามีลูกเราก็คิดถึงปัจจุบันกันมากขึ้น มันก็มีความสุข พออยู่กับลูกเวลามันเหมือนช้านะ แต่ก็ผ่านไปไว 

การเป็นคุณพ่อของชัปปุยส์เป็นยังไงบ้าง?

เลน่า : เค้าดีเค้าซัพพอร์ต เราก็รู้อยู่แล้วว่าเขาจะเป็นพ่อที่ดี เค้าเป็นคนใจเย็น เติมเต็มเยอะมาก ตอนแรกก็กังวล เพราะเรามีลูกคนแรกในกลุ่มเพื่อน ก็กังวลว่าจะเปลี่ยนไปเยอะไหม เราจะไม่มีเพื่อนเหลือ เราจะแบบการงานมันยังไง คือมันมีความกังวลอยู่แล้ว พอมีแล้วมันไม่ได้เป็นอย่างที่เราคิดแล้วมันดีกว่าเดิม สุขกว่าเดิมเยอะ

วางแผนเรื่องโรงเรียนเพื่อนแล้ว? 

เลน่า : คิดว่าน่าจะวางแผนแบบยาวไปเลย เนอสเซอรี่โรงเรียนไทย เพราะว่าเค้าจะได้พูดภาษาไทยได้ ค่ะ หลังจากนั้นก็น่าจะเป็นโรงเรียนเยอรมัน หรือสวิต 

มีแพลนมีลูกอีกกี่คน?

เลน่า : น่าจะมีแบบเป็นสิบค่ะ ถ้าเขาอยากมี 

ชัปปุยส์ : อยากมีอีก 1 ครับ เป็นผู้หญิง มินิเลน่า อยากให้เค้าติดเขาบ้าง เพราะเห็นไคติดแม่เขามาก

สองคนอยู่คนละวงการ แล้วมาเจอกันได้ไง?

เลน่า : เพื่อนของเพื่อนเจอกันในกลุ่ม เคยเจอกันข้างนอกมาก่อน ก่อนที่จะตกลงเป็นแฟนกันครั้งแรก หลายรอบอยู่

ตอนเจอกันครั้งแรกมองเลยมั้ยว่าคนนี้แหละคือคนที่ใช่?

ชัปปุยส์ : คือตอนนั้นเขาบอกว่าเราสวย แต่ก็ไม่ได้รู้จักกัน มันไม่ได้คุยกันเหมือนแบบไม่ได้มีโอกาสได้คุยจริงๆ จังๆ แรกๆ ก็มีทักทายกันบ้าง ก็รอบนึงที่เจอกันแบบกลุ่มเล็กขึ้น ก็เลยได้คุยกันแบบจริงจัง ก็เลยรู้ว่ามีสไตล์แล้วก็มี Background เหมือนกันแบบเติบโตเหมือนกัน ครอบครัวคล้ายๆ กัน เค้าโตกับพ่อเราก็โต ก็เหมือนกันหลายมุม ก็คุยกันเข้าใจโดยที่ไม่ต้องพูดเยอะ

ตอนนั้นคือจำได้ว่าแบบสาวสาวทั้งประเทศกรี๊ดเขา?

เลน่า : เราก็รู้ว่าเขาคือใคร แต่ไม่ได้คิดอะไรมาก เหมือนตอนนั้นเราเพิ่งเลิกกับแฟนคนเก่า ก็เลยยังไม่อยากมีอะไรที่ซีเรียส ก็มองว่าเค้าหล่อ แต่พอคุยกันเค้าก็มีอะไรมากกว่าที่เราคิด 

ช่วงแรกที่เริ่มคุยกันเค้าโสด แต่ไม่รู้ว่ามีสาวคุยเยอะไหม?

ชัปปุยส์ : ก็มีนิดหน่อย 

ไม่กล้าบอกเพื่อนว่ามีเดทกับเขา? 

เลน่า : ใช่เราก็เพิ่งโสด ก็เลยยังไม่อยากบอกใคร เพราะสัญญากับเพื่อนไว้ว่าจะไม่มีแฟน โสดเป็นเพื่อนๆ แรกๆ ก็จะเจอแค่กับเพื่อนเป็นกลุ่ม หลังๆเค้าขอเดทสองคน ก็เลยต้องบอกเพื่อน 

คุกเข่าขอแต่งงานกันไวมาก กี่เดือน?

ชัปปุยส์ : 10 เดือนครับ ก็มองว่าคนนี้ต้องของผมแล้ว ก็เลยต้องทำให้ชัวร์แล้ว 

เลน่า : คือเราคบกันมาลงตัวมาก 10 เดือนที่ผ่านมาก็ไม่เคยทะเลาะกันเลย คือเราต้องการพาร์ทเนอร์ ที่รักและยอมเรา รับฟังเราเข้าใจเราแบบไว้ใจเราแล้วคือเขาเป็นทุกอย่างตรงนั้นแล้ว มันรู้สึกใช่ ก็เลยบอกเขาว่าโอเค แต่คือเรายังไม่พร้อมให้คนอื่นรู้ เพราะมันค่อนข้างที่จะเร็ว ก็เก็บไว้เป็นความลับสามปี ไม่บอกใคร บอกแค่เพื่อนสนิท กับครอบครัว เก็บเงียบเรื่องงานแต่งไม่บอกใคร

ก่อนที่จะตัดสินใจแต่งงานกันคู่นี้ก็พิสูจน์ความรักกันมาเยอะมาก เพราะขอแต่งงาน ก็เป็นช่วงโควิดพอดีที่ต้องอยู่กันคนละประเทศ?

เลน่า : ตอนนั้นต้องย้ายไปอยู่เมืองนอก ก็อยู่แบบนั้นเกือบสองสามปีอะค่ะที่ห่างกันไป ไปสองสามเดือนกลับมาเดือนแล้วก็ไปอีกทีสองสามเดือนวนแบบนี้ 

ทำยังไงถึงจะรักษาความห่างให้มันไปต่อได้?

เลน่า : หนูว่า มันต้องมีความเชื่อใจกันสูงมาก ความไว้ใจ คุยกันทุกวัน พยายามให้เขาเป็นรูทีนในชีวิต รู้สึกว่าเวลาที่ห่างจากจะรู้สึกว่าเวลาเจอกันมันจะคิดถึงกันมาก

มีหวงมีหึงกันมั้ย?

เลน่า : ไม่ค่อยแต่เลน่าอาจจะมีนิดหน่อย เลยเพราะเราอยู่ไกลกัน แล้วเราจะอยู่คนเดียวไม่ค่อยได้ เวลาเค้าไปอยู่กับเพื่อน แต่ถ้ามีเพื่อนเราก็อะไรก็ได้ ก็ชอบแซวว่ามีเพื่อนแล้วหายไปเลย

หวงมั้ยเขาแต่งตัวเซ็กซี่ลงโซเชียล

ชัปปุยส์ : ไม่หวง เพราะมันเป็นอาชีพของเขา ก็โมตแบรนด์เสื้อผ้า และอื่นๆ 

นอกจากความเซ็กซี่ ใครหวานกว่ากัน

ชัปปุยส์ :  ชัปปุยส์ครับ 

เลน่า : เขาจะเป็นคนแบบบอกรักทุกวัน โทรหาทุกเช้า หรือกอดจุ๊บ แต่ถ้าเราไม่บอกรักกลับเค้าก็จะมาบอกว่าไอเลิฟยู ก็ต้องบอกกลับไอเลิฟยูทู

หลังคลอด “น้องไค” ออกมา ตกเลือดจนเกือบเสียชีวิต?

เลน่า : มันเกิดจากคลอดน้องได้ 10 วัน ตอนแรกมันไม่มีอะไรผิดปกติ แต่มันมีอยู่วันนึง ปั๊มนมอยู่ดีๆมีเลือดไหลออกมาเยอะมาก มากกว่าประจำเดือน 10 เท่า มีก้อนมีอะไรตกเลือดหนักมาก ติดต่อโรงพยาบาลไป ความดันยังปกติ แต่เราก็บอกหมอว่าไม่ปกติ หมอก็ให้ยามาแล้วก็ส่งเรากลับบ้าน พออีกวันปั้มนมก็ออกมาอีกเยอะมาก อีกวันก็รู้สึกเพียมากตัวอ่อนแรง นั่งอยู่ในห้องน้ำเลือดออกเยอะมาก แล้วก็เป็นลมในห้องน้ำไปเลย โชคดีคุณแม่ชัปอยู่ด้วยเลยเรียกรถโรงพยาบาลทัน เขาแจ้งว่าช่องคลอดไม่ได้หดตัว เหมือนตอนที่คลอดเลย รถพยาบาลมาช้ามาก เขาบอกว่าถ้ามาช้ากว่า 10 นาทีตายได้เลย

พอทราบว่าภรรยาตกเลือดหนักมากรู้สึกยังไง?

ชัปปุยส์ :  ตอนนั้นเพิ่งแข่งเสร็จ พอดูโทรศัพท์ก็เห็นมีหลายคนโทรหา หลังจากนั้นก็ต้องมาโรงพยาบาลห้องไอซียูให้เร็วที่สุดก็ไปทั้งชุดแข่งเลย

เลน่า : จับมือตัวเองเพราะไม่อยากจะให้เสียสติไป คือรู้เลยเหมือนเราจะไปแล้ว

นาทีรู้ข่าวรู้สึกยังไง?

ชัปปุยส์ : ช็อกครับ เลือดไหลไม่หยุด อาจจะต้องตัดมดลูกออก อยู่ไอซียูสามวัน แล้วก็ย้ายไปห้องปกติ 

ติดตามชมรายการคุยแซ่บShow ทางช่องวัน31 ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 11.30-12.30 น. ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama

แค่เล่นน้ำคลายร้อน ปู ไปรยา อวดหุ่นแซ่บในบิกินี่ตัวจิ๋ว ทำสงกรานต์นี้ลุกเป็นไฟ

แค่เล่นน้ำคลายร้อน ปู ไปรยา อวดหุ่นแซ่บในบิกินี่ตัวจิ๋ว ทำสงกรานต์นี้ลุกเป็นไฟ

แค่เล่นน้ำคลายร้อน ปู ไปรยา อวดหุ่นแซ่บในบิกินี่ตัวจิ๋ว ทำสงกรานต์นี้ลุกเป็นไฟ

วันเสาร์ ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2569, 15.46 น.

วันนี้ 11 เมษายน 2569 เริ่มต้นวันหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์แบบฮอตปรอทแตก เมื่อนางเอกสาวโกอินเตอร์อย่าง ปู ไปรยา ลุนด์เบิร์ก ออกมาต้อนรับเทศกาลปีใหม่ไทยด้วยแฟชั่นเล่นน้ำที่ทำเอาอุณหภูมิที่ว่าร้อนยังต้องยอมแพ้ โดยสาวปูได้โพสต์ภาพเซตสุดเอกซ์คลูซีฟผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว @prayalundberg เผยให้เห็นหุ่นสุดเป๊ะในชุดบิกินี่ตัวจิ๋วสีดำ ขับผิวเนียนสวยพร้อมเปียกปอนจากการฉีดน้ำคลายร้อน มาพร้อมแคปชั่นสุดขี้เล่นที่ถามแฟนคลับว่า “Happy Songkran na kaaaaa ปีนี้ เล่นน้ำที่ไหนดี @mrkaykasem”

ปู ไปรยา

งานนี้บอกเลยว่า อกเป็นอก เอวเป็นเอว ของจริง ทันทีที่ภาพเซตนี้ของ ปู ไปรยา ถูกเผยแพร่ออกไป บรรดาแฟนคลับและเพื่อนพ้องในวงการบันเทิงต่างแห่กันเข้ามาคอมเมนต์แสดงความเห็น และกดอิโมจิรูปไฟลุกกันจนล้นหน้าฟีด เช่น

ปู ไปรยา
ปู ไปรยา
ปู ไปรยา
ปู ไปรยา
ปู ไปรยา

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก อินสตาแกรม  prayalundberg

แดดเมืองไทยยังพ่าย เบียร์ เดอะวอยซ์ ปล่อย Photobook เล่ม 2 สวยแซ่บท้าลมร้อนฉบับตัวแม่

แดดเมืองไทยยังพ่าย เบียร์ เดอะวอยซ์ ปล่อย Photobook เล่ม 2 สวยแซ่บท้าลมร้อนฉบับตัวแม่

แดดเมืองไทยยังพ่าย เบียร์ เดอะวอยซ์ ปล่อย Photobook เล่ม 2 สวยแซ่บท้าลมร้อนฉบับตัวแม่

วันเสาร์ ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2569, 07.59 น.

เตรียมตัวรับแรงกระแทกความแซ่บต้อนรับเทศกาลสงกรานต์ไทยกันให้ดี เมื่อนักร้องสาวสุดฮอต เบียร์ เดอะวอยซ์ หรือ เบียร์ ภัสรนันท์ อัษฎมงคล ออกมาโพสต์ภาพโปรโมท Photobook เล่มที่ 2 BIZCUITBEER PHOTOBOOK 02 ผ่านทางอินสตาแกรมส่วนตัว เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา ซึ่ง Photobook เล่มที่ 2 ของ สาวเบียร์ในครั้งนี้ เผยให้เห็นลุคใหม่ที่ฉีกแนวเดิม ๆ สวมบทบาท ช่างซ่อมสาวสุดแสนเซ็กซี่ ชนิดที่ทำเอาแฟนคลับตาค้างกันเป็นทิวแถว

โดยในชุดภาพโปรโมทของ เบียร์ เดอะวอยซ์ มาในธีมอู่ซ่อมรถหรือไซส์งานก่อสร้าง ที่ตัวเลอะเปื้อนคราบน้ำมันและฝุ่น แต่ความเซ็กซี่กลับไม่ลดลงไปเลยแม้แต่น้อยกลับพุ่งทะลุปรอทเสียแทน ทั้งในชุดบิกินี่ตัวจิ๋วสีดำที่เผยสัดส่วนสุดเป๊ะปัง ทับด้วยถุงมือทำงานขนาดใหญ่และหมวกนิรภัยสีเหลือง เพิ่มความเท่ผสมความแซ่บแบบเกินต้าน นอกจากนี้ยังมีภาพที่สาวเบียร์โพสท่าคู่กับอุปกรณ์ช่างและบันไดลิง ในขณะที่ร่างกายยังคงเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบสกปรก แต่สายตาและอินเนอร์ที่ส่งออกมานั้นดาเมจแรงมาก

เบียร์ เดอะวอยซ์

ทางด้านแคปชั่นของ เบียร์ เดอะวอยซ์ ก็ได้โพสต์รายละเอียดการสั่งซื้อ Photobook เล่มนี้อย่างครบถ้วน พร้อมทั้งเผยข่าวดีว่า “ตอนนี้หนังสือถูกขายไปเกินครึ่งสต๊อกแล้วนะคะ รีบมาจับจองกันนะคะ ส่วนใครที่อุดหนุนกันไปแล้วต้องขอบคุณมาก ๆ เตรียมรอเล่ม 03 ที่แซ่บกว่าเดิมแน่นอนค่ะ” งานนี้ทำเอาแฟนคลับที่ยังไม่ได้จับจองต้องรีบมือไวกันหน่อยแล้ว

เบียร์ เดอะวอยซ์

แน่นอนว่าหลังจากที่ เบียร์ เดอะวอยซ์ โพสต์ภาพโปรโมท Photobook เล่มที่ 2 ออกไป เหล่าแฟนคลับต่างพากันเข้ามาคอมเมนต์แสดงความตื่นเต้นและชื่นชมความแซ่บของเบียร์กันอย่างคับคั่ง โดยส่วนใหญ่จะใช้ อิโมจิหัวใจสีแดง เพื่อสื่อถึงความรักและการสนับสนุน รวมถึง อิโมจิไฟลุก และ อิโมจิหน้าตาหัวใจ เพื่อแสดงความร้อนแรงและความปังของลุคนี้ เช่น

เบียร์ เดอะวอยซ์

ใครที่ไม่อยากพลาด Photobook สุดแซ่บเล่มนี้ สามารถติดตามรายละเอียดการสั่งซื้อได้ที่หน้าอินสตาแกรมของ beerpassaranan”โดยตรง และเตรียมตัวรอรับความฟินระดับ 10 เต็ม 10 ได้เลย!บอกเลยว่าเล่มนี้คือที่สุดของความปัง

เบียร์ เดอะวอยซ์
เบียร์ เดอะวอยซ์
เบียร์ เดอะวอยซ์
เบียร์ เดอะวอยซ์
เบียร์ เดอะวอยซ์
เบียร์ เดอะวอยซ์
เบียร์ เดอะวอยซ์

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก อินสตาแกรม beerpassaranan

‘พระสุพรรณกัลยา’ไม่ได้ถูกปลงพระชนม์

'พระสุพรรณกัลยา'ไม่ได้ถูกปลงพระชนม์

‘พระสุพรรณกัลยา’ไม่ได้ถูกปลงพระชนม์

วันเสาร์ ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ซีรีส์ “หงสาวดี” ทางช่อง one ได้ชุบชูความสนใจของผู้คนเข้าสู่ประวัติศาสตร์อย่างมีชีวิตชีวาอีกครั้ง  นอกเหนือจากนักแสดงนำผู้รับบท “มังจีชวา” (นาย นภัทร) กับพระนเรศ (ตรี ภรภัทร) แล้ว  วิว วรรณรท ผู้รับบท “พระสุพรรณกัลยา” ก็โดดเด่นเป็นที่กล่าวถึงยิ่งนัก 

ในพงศาวดารฉบับ “คำให้การของชาวกรุงเก่า” กล่าวว่า ในปี ๒๑๑๒ พระเจ้าบุเรงนองได้กรีฑาทัพมาตีกรุงศรีอยุธยาทั้งทางบกและทางเรือมีกำลังพลถึง ๙๐๐,๐๐๐ ทรงนำทัพหลวงเข้าล้อมเมืองพิษณุโลก พระมหาธรรมราชา พระอนุชาของสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ ซึ่งได้รับพระกรุณาไว้วางพระทัยยกย่องให้เป็นพระเจ้าแผ่นดินองค์ที่ ๒ ไปครองเมืองพิษณุโลก แต่เกิดน้อยพระทัยที่สมเด็จพระเจ้าจักรพรรดิทรงแต่งตั้งให้พระมหินทร์ ราชโอรส ขึ้นเป็นรัชทายาท กำลังแข็งเมืองต่อพระเชษฐา ทรงเห็นว่าทัพบุเรงนองยกมาครั้งนี้ใหญ่หลวงเกินกำลังที่จะรับได้ จึงแต่งเครื่องราชบรรณาการแล้วพาพระสุพรรณกัลยา ราชธิดาวัย ๑๖ พร้อมกับพระนเรศวรและพระเอกาทศรถ ๒ พระราชโอรส ออกไปถวายเครื่องราชบรรณาการ ยอมสวามิภักดิ์แต่โดยดี

พระเจ้าหงสาวดีก็ทรงยินดี ประกาศมิให้ไพร่พลทำร้ายอาณาประชาราษฎร แล้วให้พระเอกาทศรถซึ่งมีพระชนม์เพียง ๑๒ ชันษา อ่อนวัยกว่าพระนเรศวร ๒ ปี อยู่รักษาเมืองพิษณุโลก ให้พระสุพรรณกัลยาและพระนเรศวรตามเสด็จไปในกองทัพหลวงด้วย ให้พระมหาธรรมราชาเป็นทัพหน้ายกไปตีกรุงศรีอยุธยา ล้อมกรุงไว้ทั้ง ๔ ด้าน พระเจ้าบุเรงนองทรงนำทัพหลวงเข้าตีกรุงศรีอยุธยาหลายครั้งก็ไม่อาจตีได้

ในขณะที่พระเจ้าบุเรงนองล้อมกรุงศรีอยุธยาอยู่นั้น สมเด็จพระมหาจักรพรรดิทรงประชวรสวรรคต ขุนนางข้าราชการจึงยกพระมหินทร์ขึ้นครองราชย์ แต่พระยาจักรีคิดคด ลอบออกไปหาพระเจ้าบุเรงนอง ทูลว่าเสบียงอาหารในพระนครจวนหมดแล้ว ราษฎรอดอยากระส่ำระสายเกือบสิ้นกำลัง พระมหินทร์ที่ขึ้นครองราชย์ก็อ่อนแอ ซ้ำยังทูลหมดว่าด้านไหนเข้มแข็งด้านไหนอ่อนแอ

จากนั้นพระเจ้าบุเรงนองก็ใช้เล่ห์ ปล่อยข่าวว่าจับพระยาจักรีได้ แต่แหกตรวนหนีที่คุมขังออกไป ทั้งยังทำเรื่องให้สมจริงโดยตัดหัวทหารยามที่เฝ้าไป ๑๐ คนปักประจาน พระมหินทร์หลงกลว่าพระยาจักรีเป็นวีรบุรุษ จึงทรงแต่งตั้งให้เป็นแม่ทัพรับมือข้าศึก พระยาจักรีจึงเปิดประตูรับกองทัพหงสาวดีเข้าเมือง

พระเจ้าบุเรงนองให้เก็บทรัพย์สินเงินทอง ปืนใหญ่ปืนน้อย ผู้คนช้างม้าและช้างเผือกอีก ๕ เชือก พร้อมรูปหล่อต่างๆ ทั้งรูปหล่อพระเจ้าอู่ทองผู้สร้างกรุงศรีอยุธยา ขนไปพม่าหมด แล้วมอบราชสมบัติให้พระมหาธรรมราชาขึ้นครองราชย์ นำพระสุพรรณกัลยากับพระนเรศวรไปกรุงหงสาวดีเป็นตัวประกัน

พระยาจักรีได้รับปูนบำเหน็จมากที่เป็นไส้ศึก แต่ไปได้เพียง ๗ วัน พระเจ้ากรุงหงสาวดีก็ทรงเห็นว่า ขนาดเจ้านายของตนชุบเลี้ยงให้มียศบรรดาศักดิ์ขนาดนี้ยังทรยศได้ ถ้าเลี้ยงต่อไปก็คงไม่เชื่อง จึงให้เอาไปประหารชีวิตเสีย

ส่วนพระมหินทร์ให้อยู่ใกล้ชิดพระองค์เสมอ แต่พระมหินทร์ไม่ยอมสวามิภักดิ์ มีกิริยากระด้างกระเดื่องไม่ยำเกรง เมื่อเสด็จไปถึงเมืองสระถุง พระเจ้าบุเรงนองจึงให้เอาไปถ่วงน้ำเสีย

เมื่อกลับไปถึงเมืองหงสาวดี พระเจ้าบุเรงนองทรงปูนบำเหน็จทแกล้วทหารเป็นจำนวนมาก ทรงแต่งตั้งให้พระสุพรรณกัลยาเป็นมเหสี มีตำหนักและฉัตรส่วนพระองค์ ส่วนพระนเรศวรก็โปรดปรานเหมือนเป็นราชบุตร

พระมหาธรรมราชาครองราชย์อยู่ ๑๕ ปีก็สวรรคต ขุนนางข้าราชการจึงยกให้พระเอกาทศรถ ผู้เป็นมหาอุปราชขึ้นครองราชย์ แต่พระเอกาทศรถรับสั่งว่า พระเชษฐาของเรายังอยู่ที่เมืองหงสาวดี ขอรับแค่ตำแหน่งมหาอุปราชเช่นเดิม รักษาราชการแผ่นดินแทนพระเชษฐา

ฝ่ายกรุงหงสาวดี เมื่อพระเจ้าบุเรงนองสวรรคต พระสุพรรณกัลยามีพระราชธิดา ๑ องค์ พระเจ้านันทบุเรงขึ้นครองราชย์ ทำให้พระนเรศวรมีเรื่องกระทบกระเทือนพระทัยอยู่บ่อยครั้ง โดยเฉพาะกับ “มังจีชวา” พระมหาอุปราช ราชบุตรของพระเจ้านันทบุเรง ซึ่งอยู่ในวัยไม่ห่างกัน แม้แต่เรื่องชนไก่ เมื่อไก่ของพระนเรศวรเป็นฝ่ายชนะ พระมหาอุปราชาก็ยังถากถางว่า “ไก่เชลยตัวตัวนี้เก่งจริงหนอ” พระนเรศวรก็ตอบกลับไปว่า “ไก่ของหม่อมฉันนี้ อย่าเข้าพระทัยว่าจะชนะแต่ไก่ของพระองค์ จะชนเอาบ้านเอาเมืองก็ยังได้”

ทรงดำริว่า เราจะมานั่งน้อยหน้าอยู่ในบ้านเมืองเขาให้เขาดูหมิ่นอย่างนี้ไม่สมควร จำจะคิดอุบายหนีไปให้จงได้ วันหนึ่งจึงไปเฝ้าพระพี่นางสุพรรณกัลยา ทูลชวนให้หนีกลับไปกรุงศรีอยุธยาด้วยกัน แต่พระพี่นางตรัสตอบว่า “บัดนี้พี่มีบุตรกับพระเจ้ากรุงหงสาวดีแล้ว จะหนีไปอย่างไรได้ พ่อจงกลับไปเถิด” แล้วตรัสอวยพรพระนเรศวรว่า “ขอให้น้องเราไปโดยสิริสวัสดิ์ อย่าให้ศัตรูหมู่ปัจจามิตรย่ำยีได้ แม้ใครคิดร้ายก็ขอให้พ่ายแพ้แก่เจ้า เจ้าจงมีชัยชนะแก่ข้าศึกศัตรู กู้บ้านกู้เมืองคืนได้ดังปรารถนาเทอญ”

พระนเรศวรได้ฟังดังนั้น แกล้งตรัสตอบเป็นทีล้อพระพี่นางว่า “รักผัวมากกว่าญาติ” แล้วทูลลากลับมาตำหนัก ชักชวนมหาเล็กที่สนิทไว้ใจได้ ๖๐ คน หลบหนีออกจากกรุงหงสาวดี

โรม บุนนาค นักเขียนบทความเชิงประวัติศาสตร์ระบุว่า คำว่า “รักผัวมากกว่าญาติ” ซึ่งขณะนั้นพระเจ้าบุเรงนองสวรรคตไปแล้ว เป็นสมัยของพระเจ้านันทบุเรง จึงมีพงศาวดารบางฉบับตีความไปว่า พระสุพรรณกัลยาตกเป็นมเหสีของพระเจ้านันทบุเรงด้วย

หลังจากที่พระมหาอุปราชาสิ้นพระชนม์ชีพคาคอช้างในการทำยุทธหัตถีกับสมเด็จพระนเรศวร พระเจ้านันทบุเรงโกรธแค้นมาก พงศาวดารฉบับคำให้การของชาวกรุงเก่า กล่าวว่า
“พระเจ้าหงสาวดีก็ทรงพระพิโรธ รับสั่งให้เอาตัวนายทัพนายกองที่ไปกับพระมหาอุปราชนั้น ใส่คาย่างไฟให้ตายสิ้น แต่เท่านั้นยังไม่คลายพระพิโรธ จึงเสด็จไปสู่ตำหนักพระสุวรรณกัลยา เอาพระแสงฟันพระนางสุวรรณกัลยากับพระราชธิดาของพระองค์สิ้นพระชนม์ทั้ง ๒ พระองค์”

พงศาวดารฉบับ คำให้การขุนหลวงหาวัด ระบุว่า

“ส่วนพระเจ้าหงสาก็ทรงพระโกรธยิ่งนัก ก็เสด็จเข้าไปในพระราชฐาน จึงเห็นองค์พระพี่นางพระนเรศร์นั้นประทมอยู่ใน พระราชโอรสเสวยนมอยู่ที่ในที่ พระเจ้าหงสาจึงฟันด้วยพระแสง ก็ถูกทั้งพระมารดา และพระราชโอรสทั้งสองพระองค์ ก็ถึงแก่ความพิราลัยไปด้วยกันทั้งสององค์ ด้วยพระเจ้าหงสาทรงพระโกรธยิ่งนักมิทันที่จะผันผ่อนได้”
พระเจ้าบุเรงนองสวรรคตในปี ๒๑๒๔ สงครามยุทธหัตถีเกิดในปี ๒๑๓๕ ถ้าพระสุพรรณกัลยามีพระราชโอรสกับพระเจ้าบุเรงนองก็ต้องมีพระชนม์ไม่ต่ำกว่า ๑๐ ชันษา “พระราชโอรสเสวยนมอยู่ที่ในที่” จึงตีความหมายว่าเป็นโอรสของพระเจ้านันทบุเรง

แต่ มิกกี้ ฮาร์ท นักประวัติศาสตร์ชาวพม่าผู้สนใจประวัติศาสตร์ไทย-พม่า ได้เขียนไว้ในหนังสือ “โยเดียกับราชวงศ์พม่า เรื่องจริงที่ไม่มีใครรู้” ตอนหนึ่งว่า “…ระยะเวลา ๑๒ ปีแรกในพระราชวังกัมโพชะดี เมืองหงสาวดี ของพระสุพรรณกัลยานั้น เป็นช่วงที่ดีและทรงพระเกษมสำราญมากที่สุด แม้ว่าจะไม่ได้ทรงพบพระสวามีอยู่เนืองๆ ด้วยว่าพระสวามีมักจะทรงภารกิจที่แนวหน้า ประทับในสนามรบเสียเป็นส่วนใหญ่ แต่ท่านก็ทรงพระเกษมสำราญตามสมควร แต่ที่สุดแล้ว ชะตาของพระองค์ก็ถึงจุดเปลี่ยนผัน

เมื่อวันเพ็ญที่ ๑๕ เดือนพฤศจิกายน พ.ศ.๒๑๒๔ พระเจ้าบุเรงนองเสด็จสวรรคต พระโอรสของพระเจ้าบุเรงนองทรงพระนามว่าพระเจ้านันทบุเรง เสด็จขึ้นครองราชย์เป็นพระเจ้าแผ่นดินองค์ใหม่ ยังผลให้ตำแหน่งพระมเหสีของพระสุพรรณกัลยากลายเป็นอดีตมเหสีทันที และต้องทรงย้ายออกจากพระราชวังไปประทับ ณ พระตำหนักส่วนพระองค์นอกเขตพระราชฐาน เช่นเดียวกันกับเหล่าวงศานุวงศ์ของพระเจ้าบุเรงนองคนอื่นๆ ตามธรรมเนียมประเพณีที่ถือปฏิบัติกันมา”

ในเรื่องที่กล่าวว่าพระสุพรรณกัลยาตกเป็นมเหสีของพระเจ้านันทบุเรง โอรสของพระเจ้าบุเรงนองด้วยนั้น มิกกี้ ฮาร์ท ให้ข้อคิดว่า

“…ถึงแม้พระเจ้าบุเรงนองผู้ทรงเป็นพระสวามีและพระบิดาของเจ้าหญิงน้อย จะสวรรคตไปสองปีกว่าแล้วก็ตาม แต่ชีวิตของพระสุพรรณกัลยาก็ทรงดำเนินไปตามปกติ นอกเสียจากว่าตำแหน่งพระมเหสีได้เปลี่ยนมาเป็นพระชนนีเท่านั้น และตอนนี้พระนางก็ทรงมีพระชนมายุ ๓๐ พรรษาแล้ว ตรงนี้ข้าพเจ้าขออธิบายสักนิดเดียวเกี่ยวกับนักแต่งประวัติศาสตร์เลียนแบบนิยาย ส่วนใหญ่ที่นิยมเขียนว่าพระเจ้านันทบุเรงทรงเอาพระสุพรรณกัลยาเป็นเมียหลังจากพระเจ้าบุเรงนองสวรรคตแล้วนั้น ข้าพเจ้าขอถามสักนิดว่า ตรงนี้ท่านใช้ข้อมูลใดมาอ้างอิง หลักฐานการบันทึกถึงครอบครัวพระเจ้านันทบุเรงในพงศาวดาร ทุกฉบับไม่เคยปรากฏพระนามของพระสุพรรณกัลยาแม้แต่นิดเดียว อย่าว่าแต่พระมเหสีเลย แม้แต่รายชื่อในตำแหน่งพระสนมก็ไม่มี หากเป็นเช่นนี้แล้วท่านยังจะพูดหรือเขียนอีกหรือว่าพระสุพรรณกัลยาเป็นเมียนันทบุเรง ข้าพเจ้าขอถามหน่อยว่าเมียลักษณะไหน เมียเก็บหรือ ถ้าอ้างอย่างนี้ก็ไม่ดีนะ หมายความว่าไม่ให้เกียรติพระนางเลย ทั้งๆที่พระนางเป็นถึงพระธิดาในพระมหาธรรมราชา และเป็นเชษฐภคินีของพระเจ้าแผ่นดินกรุงศรีอยุธยาถึงสองพระองค์ทีเดียว ประเพณีขัตติยวงศ์นั้นนิยมสมรสกันระหว่างพี่น้องด้วยกันก็จริงอยู่ แต่ไม่มีการเอาเมียพ่อมาเป็นเมียลูกแน่นอน…”

มิกกี้ ฮาร์ท ได้กล่าวถึงช่วงสุดท้ายของพระชนม์ชีพพระสุพรรณกัลยาว่า ในช่วงสงครามยุทธหัตถี พระสุพรรณกัลยาไม่ได้ประทับอยู่ในกรุงหงสาวดี แต่ได้ไปประทับที่เมืองตองอูกับพระธิดาที่เสกสมรสกับเจ้าชายไทยใหญ่ ซึ่งสนิทสนมกับเชื้อสายของราชวงศ์ที่ครองกรุงอังวะ ทรงมีพระชนม์ชีพอย่างปกติสุขจนสิ้นพระชนม์ มิได้ถูกปลงพระชนม์แต่อย่างใด

นี่จึงเป็นอีกมุมมองหนึ่งทางประวัติศาสตร์ที่ “แนวหน้า” ขอนำมาเติมเต็ม.