2 MRS ‘หมวย- มะปราง’ ร่วมบุญครั้งใหญ่ แบ่งปันน้ำใจ ในงาน ‘ประเพณีทิ้งกระจาด2569’

11 กันยายน 2569 เวลา 11:15 น.

งาน“ประเพณีทิ้งกระจาด” ประจำปี 2569 ณ ศาลเจ้าปึงเถ่ากงโรงสีหัวรอ ร่วมกับ ศาลเจ้าแม่ต้นจัน จ.พระนครศรีอยุธยา เรียกว่าเป็นนงานใหญ่ขึ้น ทุกปี ซึ่งปีนี้ เป็นปีที่ 4 แล้ว ตัวตั้งตัวตี ไม่ใช้ใครที่ไหน นอกจาก “คุณเชอรี่ณกานดา กัปวัฒนวรสุข” ผู้พิพากษาสมทบ ศาลเยาวชนและครอบครัว ที่ยังคงเดินหน้าสานต่อบุญ อย่างต่อเนื่อง โดยในปีนี้ ได้สองนางงาม คุณแม่ อย่าง “หมวย รัมณีย์” เจ้าของมงกุฎ  Mrs. Tourism Universe 2023 ควงคู่ “มะปราง- ทรรศิญา”  mrs. tourism thailand 2026  มาร่วมบุญในครั้งนี้ด้วย โดย “หมวย รัมณีย์” กล่าวว่า

“จริงๆ วันนั้นหมวยติดธุระจนเกือบจะปฏิเสธพี่เชอรี่ไปแล้ว แต่คำพูดหนึ่งของพี่เชอรี่ที่บอกว่า “เสียดายแทนชาวบ้านจัง… พวกเขาคงไม่มีโอกาสได้เห็นนางงาม ไม่ได้เห็นมงกุฎสวยๆ” ประโยคนั้นประโยคเดียวเปลี่ยนความคิดหมวยทันที… และเมื่อได้ไปสัมผัสบรรยากาศจริงในวันนั้น ความสุข แววตา และการต้อนรับที่อบอุ่นของทุกคน กลายเป็นความประทับใจ ทำให้หมวยสัญญากับตัวเองว่าจะกลับมาที่นี่ทุกปี และปีนี้ก็ก้าวเข้าสู่ “ปีที่ 4” แล้วค่ะ

ปีนี้พิเศษยิ่งขึ้นเพราะได้ชวน “น้องมะปราง” Mrs. Tourism Thailand 2026 มาร่วมสวมสายสะพาย นำพลังใจและรอยยิ้มมาส่งมอบด้วยกัน ในงานมีชาวบ้านมาร่วมรับมหาทานกว่า 1,700 คน และด้วยพลังศรัทธาของ พี่ต้น พี่เชอรี่ เพื่อนผองกัลยาณมิตรทุกคน รวมถึงทุกสายธารน้ำใจ ทำให้พวกเราได้ร่วมส่งมอบถุงยังชีพถึง 400 ชุด

ทุกครั้งที่ได้มายืนตรงนี้ มองเห็นความเข้มแข็งของพี่ป้าน้าอาที่สู้ชีวิตอย่างไม่ยอมแพ้ กลายเป็นพลังใจชั้นดีที่ย้อนกลับมาเติมเต็มหัวใจของพวกเราให้มีแรงก้าวต่อไปอย่างมีความหมาย ขอบพระคุณพี่ต้น พี่เชอรี่ และอนุโมทนาบุญกับทุกท่านที่ร่วมสร้างสะพานบุญนี้ด้วยกันนะคะ สัญญาว่าจะกลับมาเป็นรอยยิ้มให้ทุกคนที่นี่ในทุกๆ ปีค่ะ 

‘ใหม่ ดาวิกา’ เสิร์ฟลุคสุดจึ้งในชุดขนนก ดีเทลตาแตก สวยสง่าดุจนางพญา

11 กันยายน 2569 เวลา 11:08 น.

ทำเอาแฟชั่นนิสต้าและแฟนคลับถึงกับต้องสยบให้กับความงามแบบไร้ที่ติ เมื่อซูเปอร์สตาร์สาว “ใหม่-ดาวิกา โฮร์เน่” โพสต์ภาพแฟชั่นเซ็ตล่าสุดลงบนอินสตาแกรมส่วนตัว (@davikah) เปิดตัวลุคสุดวิจารณ์ด้วยชุดกูตูร์ขนนกดีไซน์สุดล้ำ สะท้อนกลิ่นอายความลึกลับ มีเสน่ห์ และทรงพลังอย่างลงตัว

โดดเด่นด้วยการจัดเรียงขนนกโทนสีน้ำตาลเข้มไล่ระดับอย่างละเอียดยิบเป็นทรงครอปท็อปเกาะอก เผยสรีระและหน้าท้องสุดเฟิร์ม จับคู่กับกระโปรงทรงหางหงส์ประดิดประดอยขนนกเข้าชุด ลากยาวเพิ่มความอลังการเพียงแค่ปล่อยภาพออกไปไม่กี่นาที ยอดไลก์และคอมเมนต์ก็ถั่งโถมเข้ามาอย่างรวดเร็ว แฟนคลับและเพื่อนพ้องในวงการบันเทิงต่างเข้ามาคอมเมนต์ชมเป็นเสียงเดียวกันว่า “สวยสะกด” และ “ยอมในความปัง” ของเธออย่างไม่ขาดสายนับเป็นอีกหนึ่งลุคระดับตำนานของ ใหม่ ดาวิกา ที่ตอกย้ำตำแหน่งเจ้าแม่แฟชั่นแห่งยุคได้อย่างสมศักดิ์ศรี ไม่ว่าจะแต่งลุคไหนก็เอาอยู่และสร้างกระแสฮือฮาได้เสมอ

‘ป๊อป อารียา’สุดตื้นตัน! รุดทำบุญกราบยายอายุ 96 ปีที่ตรัง เผยภาพความประทับใจ

11 กันยายน 2569 เวลา 11:04 น.

เรื่องราวสุดอบอุ่นหัวใจนี้เกิดขึ้นเมื่อ “ป๊อป อารียา” เดินทางไปยังจังหวัดตรังเพื่อทำบุญ และมีโอกาสเข้ากราบผู้สูงอายุท่านหนึ่งที่มีอายุยืนยาวถึง 96 ปี โดยในภาพถ่ายที่เผยแพร่นั้น สะท้อนให้เห็นถึงความผูกพันอันน่าประทับใจ ป๊อป อารียา นั่งพื้นประคองกอดคุณยายที่นั่งอยู่บนเตียงอย่างทะนุถนอม พร้อมรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความสุข ในขณะที่คุณยายก็สวมกอดกลับด้วยความเอ็นดู

แม้ว่าตามข้อมูลจะไม่ได้รับข้อมูลที่ยืนยันว่ามีความสัมพันธ์ทางสายเลือด แต่บรรยากาศในภาพนั้นเต็มไปด้วยความอบอุ่นและความรักที่ไม่ต่างจากญาติผู้ใหญ่กับลูกหลาน ป๊อป อารียา ยังได้ระบุข้อความบรรยายความรู้สึกไว้ด้วยว่า ครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกในชีวิตที่มีโอกาสไปดูมโนราห์เพื่อทำบุญให้คุณยาย และทันทีที่คุณยายเห็นก็สวมกอดเธออย่างแน่น สร้างความรู้สึกอบอุ่นใจเป็นอย่างมาก จนเธอขอปวารณาตัวเป็นหลานสาวอีกคนหนึ่งของคุณยายท่านนี้ สร้างความประทับใจให้กับผู้ที่ได้รับชมภาพเป็นอย่างมาก

รวมตัวแม่ระดับโลก ‘ลิซ่า – แอนน์ แฮทธาเวย์ – ดัว ลีพา’ ร่วมงานเปิดตัว Serpent Infinito ของ Bvlgarii

11 กันยายน 2569 เวลา 11:01 น.

เป็นโพสต์ที่ได้รับความสนใจอย่างล้นหลามบนโซเชียลมีเดีย เมื่อแบรนด์เครื่องประดับหรูระดับโลก Bvlgari ได้เผยภาพการรวมตัวของเหล่า Global Brand Ambassador ตัวแม่ นำโดยศิลปินสาวระดับโลก ลิซ่า (Lisa – ลลิษา มโนบาล), นักแสดงสาวเจ้าของรางวัลออสการ์ แอนน์ แฮทธาเวย์ (Anne Hathaway) และป็อปสตาร์สาวชื่อดัง ดัว ลีพา (Dua Lipa) ในงานเปิดตัวประติมากรรมระดับอลังการ Serpenti Infinito ณ The High Line มหานครนิวยอร์ก

งานดังกล่าวเป็นการจัดแสดงชิ้นงานประติมากรรมขนาดใหญ่ที่ถ่ายทอดสัญลักษณ์อันเป็นเอกลักษณ์อย่าง “Serpenti” หรืองูของ Bvlgari ให้กลายเป็นประสบการณ์ immersive ท่ามกลางฉากหลังวิวเมืองแมนฮัตตัน

งานนี้ ลิซ่า (Lisa) มาในลุคเกาะอกผ้าลูกไม้สีดำสไตล์คอร์เซ็ตคู่กับกระโปรงยาวสีดำแมตช์อย่างลงตัว เพิ่มความงดงามเลอค่าด้วยสร้อยคออัญมณีดีไซน์งูอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์

ส่วน แอนน์ แฮทธาเวย์ (Anne Hathaway) สะกดทุกสายตาในชุดเดรสเกาะอกสีขาวสว่างพลิ้วสวย พร้อมเครื่องประดับสร้อยคอชั้นสูงเข้าชุด

ด้าน  ดัว ลีพา (Dua Lipa) มาในสไตล์สุดเท่และเซ็กซี่ด้วยเสื้อสายเดี่ยวปักเลื่อมระยิบระยับคู่กับกางเกงสแล็กสีดำ และสร้อยคอเครื่องประดับหรู

บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความอบอุ่นและเป็นกันเอง โดยมีภาพรอยยิ้มและการสวมกอดกันอย่างสนิทสนมของเหล่าแอมบาสเดอร์ ทำเอาแฟนคลับทั่วโลกต่างเข้ามากดไลก์และแสดงความยินดีกับการรวมตัวของ 3 สาวทรงอิทธิพลแห่งยุคในครั้งนี้อย่างคับคั่ง

จุกอกคนเป็นแม่เมื่อ ‘อ้อม พิยดา’ถูกคำพูดลูกสาวเตือนสติ เสียใจจนลืม ‘นาวา’

11 กันยายน 2569 เวลา 10:27 น.

อ้อม พิยดา  มารายการ Club Friday Show ขอเม้าส์ถึงผกก.คนแรก พี่บอย เมื่อเหล่าลูกคุณหนูมาเจอกัน! เรื่องราวในกองถ่ายจะเป็นอย่างไร? พร้อมรับดื้อมาก! เอาแต่ใจตัวเองตั้งแต่เด็ก มีทุกวันนี้ได้เพราะบารมีพ่อ! ชีวิตที่ผ่านมาจะเป็นอย่างไร? คนอย่าง อ้อม พิยดา ไม่เจ้าชู้! แต่ถ้าไม่มีแฟนก็หลายคนอยู่!! โชคดีที่ยุคนั้นไม่มีโซเชียล เพราะมีหนุ่มๆ ในวงการจีบเยอะมาก แม่คนอื่นเขาจะห้ามลูกสาวมีแฟน แต่ อ้อม พิยดา ขอเลี้ยงลูกยุคใหม่ เมื่อ น้องนาวา อยากรู้การอกหักเป็นยังไง? ก่อนจะอกหักต้องมีแฟนก่อน จุกอกคนเป็นแม่ เมื่อ “อ้อม พิยดา” ถูกคำพูดลูกสาวเตือนสติ เสียใจจนลืม นาวา เหตุการณ์ครั้งนั้นจะเป็นอย่างไรต่อ

อ้อม เองเคยปรึกษาคุณพ่อไหมเรื่องการแสดง

อ้อม พิยดา : ไม่เพราะหนีไง แล้วเราดันมาเจอแบบ พี่บอย

 ทำงานกับ พี่บอย เป็นอย่างไรบ้างได้ข่าวว่า พี่บอย ดุ? สมคำร่ำลือไหมเอ่ย

อ้อม พิยดา : คุณว่าสมไหมคะ

พี่อั๋น : สมครับ

พี่ฉอด : เรากำลังเม้าส์เจ้าของช่องอยู่นะคะ

อ้อม พิยดา : เจอหนึ่งในตองอูไปคนแรกเพราะฉะนั้นคนอื่นหลังจากพี่บอยกำกับ อ้อม จาก ทอฝันกับมาวิน คือง่ายมากในการฝึกสกิลอย่างดีเลยค่ะ

 ในทางกลับกัน อ้อม คิดว่าตัวเองง่ายไหม

อ้อม พิยดา : ฉันก็ไม่ง่าย ดิฉันก็ฤทธิ์เดชเยอะอยู่ ดิฉันก็เป็นลูกคุณหนู คุณหนูบอยกับคุณหนูอ้อมมาเจอกันเราระเบิดไหมละ คุณหนูฟลุ๊ค คุณหนูบอย คุณหนูอ้อม

ที่บอกว่าเวอร์มากพ่อทำอะไรที่ อ้อม ใช้เรียกว่าเวอร์มาก

อ้อม พิยดา : เลี้ยงเราเป็นแบบไม่ให้รู้เรื่องโลกใบนี้เลย เป็นเจ้าหญิงมีคนทำให้หมดถุงเท้า ม.6 ยังยื่นเท้าให้เขาใส่อยู่เป็นเด็กเอาแต่ใจตัวเองค่ะ

เราวีนเหวี่ยงที่บ้านไหม

อ้อม พิยดา : เหลือเหรอค่ะ

 เมื่อเข้ามาสู่โลกในการทำงานในโลกของความเป็นจริงเราก็ยังพกสิ่งนี้มาไหม

อ้อม พิยดา : …

 ตอนนั้นคือดื้อมากโดนเรียกไปดุแบบตรงๆไหม

อ้อม พิยดา : เรียกตลอดค่ะ พี่บอย พี่ป้อน เขาเลยพูดกับอ้อมอยู่วันหนึ่งว่าเธอจำไว้นะว่าเธอต้องไม่ลืมว่าเธอโชคดีขนาดไหน ที่เธอมีทุกวันนี้ได้คนอื่นเขาไม่ได้ ได้ทุกอย่างมาง่ายๆเหมือนเธอ เธอมีบารมีพ่อ

คนที่เอาแต่ใจแบบนี้เวลามีความรักเป็นยังไง

อ้อม พิยดา : ไม่เจ้าชู้ ถ้ามีแฟนก็มีแฟน แต้ถ้าไม่มีแฟนก็หลายคนอยู่

 ดีนะยุคนั้นไม่มีโซเชียลนะ

นาวา : ถ้ามีโซเชียลก็ต่ายเลยค่ะ

 ก่อนหน้านั้นก็จะมีหนุ่มๆในวงการจีบเป็นแถว

อ้อม พิยดา : มีค่ะ คนอื่นๆที่เป็นอดีตของเราก็จะเป็นตามข่าวคุณลูกก็จะรู้เพราะเขาเข้าไปหาใน Google แล้วเจอ

สิ่งที่ปักหมุดไว้

อ้อม พิยดา : ดิฉันไม่อยากมีลูหกก คิดเองว่าถ้าวันหนึ่งเราตายไปแล้วลูกยังไม่โตแล้วใครจะเลี้ยงลูกได้ดีเท่าเรา

ความรู้สึกที่ว่าไม่อยากมีลูก ความรู้สึกนี้หายไปไหมตอนเจอ พี่อาท

อ้อม พิยดา : วันหนึ่งเราก็ไปดำน้ำกันปกติกับพี่อาทแล้วมันเกิดเหตุการณ์แอคซิเดนขึ้น วันที่เราจะตาย

ปกติ นาวา จะเป็นคนที่คุยกับคุณพ่อ คุณแม่ทุกเรื่องไหม

นาวา : ทุกเรื่องเลยค่ะ

แล้วมีใครมาจีบไหม แล้วเล่าให้คุณพ่อคุณแม่ฟังไหม

นาวา : มีบ้างค่ะ เล่าค่ะ พ่อก็มีหวงนิดนึงค่ะ

อ้อม พิยดา : อ้อมก็มีพูดกับเขาเหมือนกันว่าหรือว่าเราจะลองคุยไหม เราก็เลยถูกลูกว่าเป็นแม่อะไรเนี่ย ไม่คุยก็ดีแล้ว

นาวา : แม่คนอื่นเขาจะห้าม แต่แม่คนนี้ยุ

 แต่มีช่วงที่ นาวา รู้สึกว่าบางทีอยากจะมีความรักดูบ้าง

นาวา :เพื่อนโดนอกหัก นาวา อยากรู้ว่าโดนอกหักแบบเพื่อนขนาดนั้นเป็นยังไง

อ้อม พิยดา : ลูกก่อนจะอกหักต้องมีแฟนก่อน

คุณแม่ก็ดูแลมากๆแทบทุกส่วนในช่วงหนึ่งเกิดการละเลยขึ้น

นาวา : ตอนนั้นเหมือนแม่ไม่สนใจ นาวา เท่าไหร่ค่ะ เหมือนแม่ลืมไป

อ้อม พิยดา :คุณพิศาล เสียเลยเคว้งคว้างเลย ละเลยเขาว่าการเอาเข้านอนไม่ อ้อม ก็พี่อาท ก็จะต้องเป็นคนเอาเขาเข้านอน วันนั้นพ่อแม่หายหมดเขาเลยอยู่กับพี่เลี้ยงจนมีวันหนึ่งเขาก็ไปถามยายเขา

นาวา : คิดถึงตาเปี๊ยกไหม

อ้อม พิยดา : ยายเขาก็บอกว่าต้องคิดถึงสิลูกแต่วันหนึ่งเราก็ต้องก้าวข้ามความรู้สึกเสียใจไป ยาย ยายเก่งจังเลยไม่เหมือนแม่จ๋าเลยเสียใจจนลืม นาวา ไปแล้ว เราก็ตกใจตื่นจากภวังค์ขึ้นมาหันมาหาเขาแล้วก็มานั่งคิดว่า ฉันลืมลูกฉันไปเลย

แฟนเพลงร่วมอาลัย คุณแม่ ‘อัสนี-วสันต์’ จากไปตั้งแต่คอนเสิร์ตวันแรก

11 กันยายน 2569 เวลา 08:13 น.

เกิดข่าวเศร้าในแวดวงบันเทิงขึ้นอีกครั้ง เมื่อเหล่าบรรดาแฟนเพลงต่างร่วมส่งใจอาลัยต่อการสูญเสียครั้งใหญ่ของสองร็อกเกอร์ระดับตำนาน ป้อม อัสนี โชติกุล และ โต๊ะ วสันต์ โชติกุล ซึ่งเมื่อวานนี้ 10 กันยายน 2569 เพจเฟซบุ๊กดังอย่าง เก้ากระบี่เดียวดาย ออกมาแจ้งข่าวเศร้าว่า อาจารย์จารุนีล์ โชติกุล คุณแม่ผู้เป็นที่รักยิ่งของสองพี่น้องได้เสียชีวิตลงอย่างสงบ ท่ามกลางความเศร้าโศกของครอบครัวและคนใกล้ชิด ด้วยข้อความทั้งหมดว่า “ขอแสดงความเสียใจ​กับการสูญเสียคุณแม่​ ของ​พี่ป้อม​ อัสนี​ และ​ พี่โต๊ะ​ วสันต์​ ด้วยขอรับ”

อัสนี วสันต์

ขณะเดียวกันทางเพจเฟซบุ๊กแฟนคลับอย่าง อัสนีวสันต์ (@AsaneeWasanFanclub) ก็ได้ร่วมโพสต์ภาพกำหนดการพิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพและพิธีพระราชเพลิงศพข้อความแสดงความอาลัยไว้อย่างบีบหัวใจว่า “ขอแสดงความเสียใจกับพี่ป้อม พี่โต๊ะ อัสนี – วสันต์ โชติกุล ต่อการจากไปของคุณแม่จารุนีล์ โชติกุล ขอกราบส่งคุณแม่สู่สุคติบนสรวงสวรรค์ครับ”

ซึ่งใรขณะเดียวกันมีการรายงานจากกลุ่มแฟนคลับ อัสนี วสันต์ ระบุว่า คุณแม่ของทั้งสองคน เสียชีวิตในวันแรกของการแสดงคอนเสิร์ตล่าสุดด้วย ทำเอาหลายคนพากันมอบกำลังใจให้อย่างมากมาย

อัสนี วสันต์

และสำหรับพิธีทางศาสนา ได้กำหนดจัดขึ้น ณ ศาลา 2 วัดศรีสุทธาวาส (พระอารามหลวง) อ.เมืองเลย จ.เลย มีกำหนดการดังนี้

วันที่ 12 กันยายน

– เวลา 16.00 น. พิธีรดน้ำศพ

– เวลา 17.00 น. พิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ

– เวลา 18.00 น. พิธีสวดพระอภิธรรม


วันที่ 13 – 14 กันยายน

– เวลา 18.00 น. พิธีสวดพระอภิธรรม


วันที่ 15 กันยายน

– เวลา 10.00 น. พิธีสวดพระพุทธมนต์ 10 รูป และถวายภัตตาหารเพล

– เวลา 12.30 น. เชิญหีบเวียนเมรุ

– เวลา 13.00 น. แสดงพระธรรมเทศนา 1 กัณฑ์

– เวลา 15.00 น. ประกอบพิธีพระราชทานเพลิงศพ

อัสนี วสันต์

หลังจากที่โพสต์องเพจเฟซบุ๊กแฟนคลับ อัสนีวสันต์ เผยแพร่ลงมาบนโลกโซเชียล ทำเอาชาวเน็ตต่างก็เข้าไปคอมเมนต์แสดงความไว้อาลัยกันเป็นจำนวนมาก เช่น

“ขอแสดงความเสียใจกับพี่ป้อม และพี่โต๊ะ และครอบครัวโชติกุลด้วยนะคะ ขอร่วมอธิษฐานส่งคุณแม่ของพี่สองคนสู่สุขคติภพภูมิที่สงบงดงามนะคะ
ขอบคุณพี่ๆทั้งสองด้วยนะคะที่ส่งมอบความสุขผ่านเสียงเพลงและดนตรีสู่ผู้รับชมทั่วประเทศแม้ในเวลาที่ยากลำบาก ขอบคุณค่ะ ขอบคุณในมืความมืออาชีพ ส่งกำลังใจให้ครอบครัวโชติกุล ค่ะ”

“ขอแสดงความเสียใจ และนับถือหัวใจ+ความเข้มแข็งของพี่ทั้งสองที่ทำหน้าที่เต็มที่จนจบอย่างสวยงาม ขอให้คุณแม่รับรู้ว่าลูกทั้งสองของคุณแม่ได้สร้างความสุขแก่แฟนคลับนับแสนล้านคน
และขอให้คุณแม่สู่สุขคติ ภพภูมิที่ดีตลอดกาลค่ะ”

“ขอแสดงความเสียใจด้วยนะครับ”

“ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัว โชติกุล ด้วยค่ะ”

“ขอแสดงความเสียใจด้วยค่ะพี่ป้อม พี่โต๊ะ”

“ขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวด้วยค่ะ”

“ขอแสดงความเสียใจด้วยนะคะ”

“ขอแสดงความเสียใจด้วย”

“ขอแสดงความเสียใจกับพี่ป้อม พี่โต๊ะ และครอบครัวด้วยนะคะ ขอร่วมอธิษฐานส่งคุณแม่สู่สุขคติภพที่สงบงดงามนะคะ
ขอบคุณพี่ๆทั้งสองด้วยนะคะที่มอบความสุขผ่านเสียงเพลงและดนตรีสู่ผู้รับชมทั่วประเทศแม้ในเวลาที่ยากลำบาก พี่ป้อมและพี่โต๊ะคือมืออาชีพที่แท้จริง “

“ขอแสดงความเสียใจด้วย ครับ.”

“ขอแสดงความเสียใจด้วยครับ”

อัสนี วสันต์
อัสนี วสันต์

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก เก้ากระบี่เดียวดาย, เฟซบุ๊ก อัสนีวสันต์

“แพนเค้ก เขมนิจ” รำบวงสรวง พิธีสมโภชพระธาตุเจดีย์สีวลีนาคปรก วัดหัวดอน

10 กันยายน 2569 เวลา 21:22 น.

นางเอกสาวมากฝีมือ “แพนเค้ก-เขมนิจ จามิกรณ์” เดินทางไปร่วมงานบุญใหญ่ในพิธีสมโภชพระธาตุเจดีย์สีวลีนาคปรก และพิธีบวงสรวงท้าววิรูปักโขนาคราช ณ วัดหัวดอน อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา

ภายในงาน แพนเค้ก ได้ปรากฏตัวในชุดไทยประยุกต์สุดงดงาม พร้อมร่ายรำถวายหน้าองค์พระธาตุเจดีย์ด้วยท่าทางอันอ่อนช้อย นอบน้อม และเปี่ยมไปด้วยพลังแห่งศรัทธา สร้างความประทับใจให้แก่ชาวบ้านและผู้ร่วมงานในพิธีเป็นอย่างมาก โดยมีคุณแม่แพมและสารวัตรหมี สามีสุดที่รัก คอยดูแลและส่งกำลังใจให้อย่างใกล้ชิดตลอดทั้งงาน

ภายหลังเสร็จสิ้นพิธี เจ้าตัวได้โพสต์ภาพบรรยากาศสุดประทับใจลงบนอินสตาแกรมส่วนตัว (@khemanito) พร้อมแคปชันระบุว่า “ด้วยพลังศรัทธา ได้มีโอกาสรำถวาย พิธีสมโภชพระธาตุเจดีย์สีวลีนาคปรก วัดหัวดอน จังหวัดนครพนมค่ะ ขออนุโมทนาบุญกับทุกท่านนะคะ” ซึ่งก็มีแฟนคลับและชาวเน็ตเข้ามาร่วมอนุโมทนาบุญและชื่นชมความงดงามกันอย่างล้นหลาม

ประมวลภาพสุดประทับใจ ‘อัสนี–วสันต์’ FAREWELL CONCERT สมศักดิ์ศรีตำนานร็อกไทย!

10 กันยายน 2569 เวลา 17:48 น.

ปิดฉากลงอย่างงดงามและเต็มไปด้วยความประทับใจ สำหรับ FAREWELL CONCERT อัสนีและวสันต์ “อยากจะย้ำชัด ๆ ครั้งสุดท้าย . .” โดย หนีกรุง คอนเน็ค คอนเสิร์ตอำลาครั้งสำคัญของสองศิลปินระดับตำนาน “ป้อม–อัสนี โชติกุล” และ “โต๊ะ–วสันต์ โชติกุล” ซึ่งจัดขึ้น ณ อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี ท่ามกลางแฟนเพลงที่เดินทางมาร่วมบันทึกหน้าประวัติศาสตร์ และส่งเสียงร้องเพลงไปด้วยกันอย่างอบอุ่นตลอดทุกรอบการแสดง

ตลอดเส้นทางดนตรีกว่า 4 ทศวรรษ อัสนี–วสันต์ได้สร้างสรรค์บทเพลงที่ผูกพันกับชีวิตและความทรงจำของผู้คนหลากหลายรุ่น ในคอนเสิร์ตครั้งนี้ บทเพลงเหล่านั้นถูกนำกลับมาถ่ายทอดอีกครั้งผ่านเสียงร้องอันเป็นเอกลักษณ์และไลน์กีตาร์ที่คุ้นเคย อาทิ บ้าหอบฟาง, ก็เคยสัญญา, เธอปันใจ, รักเธอเสมอ, คงเดิม, กุ้มใจ, บังอรเอาแต่นอน, ลงเอย และอยากได้ยินว่ารักกัน ซึ่งแฟนเพลงต่างพร้อมใจกันร้องตามจนเสียงดังกระหึ่มทั่วทั้งฮอลล์

อีกหนึ่งความพิเศษของคอนเสิร์ต คือการรวมตัวของศิลปินรับเชิญต่างรุ่นที่มาร่วมเติมเต็มเรื่องราวและสร้างสีสันให้แต่ละรอบการแสดง เริ่มจาก นิ่ม สีฟ้า นักแต่งเพลงชื่อดังของไทย ผู้ร่วมถ่ายทอดบทเพลงด้วยเสียงร้องที่คุ้นเคย พร้อมด้วยศิลปินชื่อดังแห่งยุค 90 อย่าง อ้อม–สุนิสา สุขบุญสังข์, ป๊อด–ธนชัย อุชชิน และ แพท–สุธาสินี พุทธินันทน์

ขณะเดียวกัน ยังมีสองศิลปินรุ่นใหม่อย่าง เจฟ ซาเตอร์ และ อิ้งค์–วรันธร เปานิล ที่นำเอกลักษณ์และพลังทางดนตรีในแบบของตนเองมาร่วมเชื่อมโยงบทเพลงของอัสนี–วสันต์ให้เข้าถึงผู้ฟังข้ามรุ่น ก่อนปิดท้ายอย่างยิ่งใหญ่ในรอบสุดท้ายกับ หนุ่ย–อำพล ลำพูน ศิลปินร็อกระดับตำนาน ตู่–นันทิดา แก้วบัวสาย นักร้องหญิงเสียงคุณภาพ ซึ่งร่วมกันสร้างช่วงเวลาพิเศษและความทรงจำอันงดงามบนเวทีส่งท้ายครั้งนี้ ทุกช่วงของการแสดงเต็มไปด้วยความสนุกและความเป็นกันเองในแบบที่แฟนเพลงคุ้นเคย ทั้งเสียงกีตาร์อันทรงพลัง โดยเฉพาะในช่วงท้าย เมื่อแฟนเพลงทั่วทั้งฮอลล์ร่วมกันส่งเสียงร้องเพื่อบันทึกค่ำคืนสำคัญนี้ไว้ในความทรงจำ

FAREWELL CONCERT ครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการปิดฉากการแสดงคอนเสิร์ต แต่เป็นการบอกเล่าถึงการเดินทางบนเส้นทางดนตรีของสองพี่น้องผู้สร้างบทเพลงที่เติบโตกับคนไทยมานานกว่า 40 ปี แม้เสียงดนตรีบนเวทีจะสิ้นสุดลง แต่บทเพลงของอัสนี–วสันต์จะยังคงเดินทางต่อไป และ FAREWELL CONCERT อัสนีและวสันต์ “อยากจะย้ำชัด ๆ ครั้งสุดท้าย . .” จะเป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์สำคัญที่อยู่ในความทรงจำของแฟนเพลงตลอดไป

ลั่น เฟสติวัล L.U.N FEST เปลี่ยนสเปซประวัติศาสตร์ สู่ปรากฏการณ์ดนตรีแห่งปี

10 กันยายน 2569 เวลา 17:11 น.

ผ่านพ้นไปด้วยความประทับใจ สำหรับเทศกาลดนตรี “ลั่น เฟสติวัล (L.U.N FEST)” ที่เนรมิตพื้นที่สเปซประวัติศาสตร์ให้กลายเป็นเทศกาลดนตรีแห่งปี ณ สถานีกรุงเทพ (หัวลำโพง) ต่อยอดความสำเร็จในโปรเจกต์ MUSIC INDUSTRY NEXUS    โดย สถาบันดนตรีกัลยาณิวัฒนา ที่ผนึกกำลังผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมดนตรี มุ่งยกระดับวงการเพลงไทยสู่ระดับสากล เพื่อสร้างเครือข่ายความเชื่อมโยงระหว่างศิลปินมืออาชีพ อุตสาหกรรมดนตรีและสถาบันการศึกษา ผ่านแนวคิด “กลั่น•ลั่น•เล่า” 

โดยได้รับเกียรติจาก คุณดนุพร ปุณณกันต์ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ผู้แทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษาฯ กล่าวเปิดงานพร้อมร่วมถ่ายภาพกับคณะผู้บริหารสถาบันดนตรีกัลยาณิวัฒนา ได้แก่ รศ.คุณหญิงวงจันทร์ พินัยนิติศาสตร์ นายกสภา, ผศ.ดร.อโณทัย นิติพน รักษาการแทนอธิการบดี รวมถึง นายแพทย์สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี ที่ปรึกษาโครงการ Music Industry Nexus มหาวิทยาลัยเครือข่ายความร่วมมือ และนักศึกษาผู้เข้าร่วมโครงการ ลั่น (L.U.N Live Unit Network)  

“ลั่น เฟสติวัล (L.U.N FEST)” จัดเต็ม! ทั้งระบบ แสง สี และเสียง จัดหนัก! ด้วยไลน์อัปศิลปินหลากสไตล์   ทำเอาแฟน ๆ ตื่นตาตื่นใจไปกับ 2 เวทีหลัก เริ่มจากเวที  “กลั่น” หรือ “NOISE BREWERY STAGE” เวทีใหญ่ใจกลางโถงสถานีหัวลำโพง มาพร้อมทัพศิลปิน  Tattoo Colour, BANK SORNRAM, GALCHANIE, GENE KASIDIT, ANNALYNN, ASIA7, สิงโต นำโชค และ Foon (ฝุ่น) รับช่วงส่งต่อความมันอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวันยันค่ำ ไปกับเวที L.U.N STAGE  เวทีที่ตั้งอยู่บริเวณชานชลารถไฟสุดคลาสสิก โดยเปิดเวทีให้ศิลปินรุ่นใหม่ได้โชว์ฝีไม้ลายมือ ไม่ว่าจะเป็น  HOT LIKE HELL, murrph., UNDA ALUNDA, Par-T (พาที), THE PUBLISH, B35 บรม ๓๕ และ ภูมิจิต ประเดิมเวทีใหญ่ ด้วยศิลปิน ASIA7  ที่นำซาวด์เอเชียนป๊อปมาผสานกลิ่นอายเวิลด์มิวสิกและเครื่องดนตรีพื้นบ้านไทย เรียกเสียงฮือฮาจากผู้ชมอย่างล้นหลาม  ก่อนเปลี่ยนบรรยากาศไปยังเวทีชานชลาเพิ่มดีกรีควาคึกคักกับโชว์ของ HOT LIKE HELL ต่อเนื่องด้วยแนวเพลงอาร์แอนด์บีและโซลในสไตล์ของ GALCHANIE  ตามด้วยดนตรีอินดี้และอัลเทอร์เนทีฟจาก murrph., 

จากนั้นเร่งความมันขึ้นอีกระดับด้วยพลังดนตรีเมทัลคอร์จาก ANNALYNN   พร้อมเดินหน้าต่อกับซาวด์ของ UNDA ALUNDA ที่ผสานความหนักแน่นของร็อกเข้ากับลูกเล่นทางดนตรีจากแจ๊ส  เติมสีสันบนเวทีเมื่อ GENE KASIDIT ขึ้นปล่อยพลังผ่านเพลงอิเลกโทรป๊อปสุดจัดจ้าน  ตามด้วยเพลงอินดี้โฟล์กร็อกจาก Par-T(พาที) ก่อนถึงคิวของ “BANK” SORNRAM ที่ยกมนต์เสน่ห์ของศิลปะการแสดงลิเกมาเสิร์ฟถึงเวทีคอนเสิร์ต  ต่อด้วยพลังดนตรี Alternative Rock จาก THE PUBLISH ก่อนเข้าสู่ช่วงที่แฟนเพลงได้อินกันต่อกับเสียงเพลงแนวอินดี้ป็อปจาก FOON (ฝุ่น) และโชว์สุดพิเศษจาก B35 บรม๓๕ ที่สร้างความประทับใจให้กับผู้ชม  จากนั้น สิงโต นำโชค  ขึ้นเวทีเรียกเสียงกรี๊ดด้วยบทเพลงป๊อบมีกลิ่นอายเซิร์ฟมิวสิก   ต่อเนื่องด้วยพลังอินดี้ร็อก จาก ภูมิจิต ที่มาพร้อมบทเพลงถ่ายทอดเรื่องราวชีวิตและมุมมองต่อสังคม ก่อนปิดท้ายด้วยโชว์สุดมันของวง Tattoo Colour  ที่ทำเอาทุกคนร้องตามกระหึ่มทั่วทั้งหัวลำโพง 

นอกจากไลน์อัปโชว์สุดพิเศษบนเวทีแล้ว ภายในงานยังสร้างแรงบันดาลใจผ่านโซน L.U.N Showcase และ Artists & Partners Exhibition ที่เปิดพื้นที่ให้ผู้ร่วมงานได้ค้นพบทั้งเสียงใหม่ ศิลปินใหม่ และโอกาสใหม่ ๆ ในโลกของดนตรี พร้อมเปิดโอกาสให้คนในวงการเพลงได้พบปะและแลกเปลี่ยนมุมมอง ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้ร่วมงานอย่างคับคั่ง 

อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญคือการเปิดโอกาสให้นักศึกษากว่า 200 คน ได้ลงมือทำงานจริง ก้าวจากบทบาท “คนดู” สู่ “คนทำ”  พร้อมเก็บเกี่ยวประสบการณ์และทักษะต่าง ๆ   เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การทำงานในอุตสาหกรรมดนตรีอย่างมืออาชีพต่อไป โดย L.U.N – Live Unit Network เหล่านักศึกษาไม่ได้เรียนรู้คอนเสิร์ตจากการนั่งดูอยู่หน้าเวที  แต่ต้องข้ามไปอยู่หลังเวทีและลองเป็นคนทำให้งานเกิดขึ้นจริง  ตั้งแต่ Project Manager, Artist Relations, Production, Stage, Sound, Lighting ไปจนถึง Marketing, PR, Content, Front of House  และ Audience Experience พวกเขาผ่าน Hackathon การออกแบบคอนเสิร์ต การเป็นทีม Host ใน Live House จริง การไป Support ทีมอื่น และการเผชิญกับสิ่งที่ไม่มี worksheet ไหนสามารถจำลองได้ทั้งหมด ทั้งเรื่องผู้ชม เรื่องเวลา รวมถึงแผนที่ต้องปรับเปลี่ยน และปัญหาหน้างานที่ต้องตัดสินใจในทันที  L.U.N FEST จึงเป็น Final Project ของกระบวนการทั้งหมด เมื่อแต่ละ Unit ต้องกลับมารวมกัน ทำงานเคียงข้างทีมมืออาชีพ และพิสูจน์ว่าสิ่งที่เคยเรียนและทดลองมาตลอดทางสามารถประกอบขึ้นเป็นเทศกาลจริงได้หรือไม่ จากคนที่เคยรู้จักคอนเสิร์ตในฐานะ “คนดู” สู่คนที่เริ่มมองเห็นว่าเบื้องหลังหนึ่งโชว์ต้องมีคนกี่แบบ ทำหน้าที่อะไร และต้องเชื่อมต่อกันอย่างไร 

สิ่งที่น่าสนใจของ L.U.N FEST อาจไม่ใช่แค่คำถามว่า “วันนี้มีใครเล่นบ้าง?” แต่คือคำถามว่า “ใครบ้างที่ทำให้วันนี้เกิดขึ้นได้?” บนเวที ได้เห็นศิลปินที่กำลังกลั่นประสบการณ์ของตัวเองออกมาเป็นงาน และหลังเวที ได้เห็นคนรุ่นใหม่กำลังสร้างประสบการณ์แรก ๆ ที่วันหนึ่งอาจกลายเป็นความรู้  และบางทีนี่อาจเป็นภาพของคำว่า Nexus ที่ชัดที่สุด ไม่ใช่เพียงการเอาคนในวงการมาอยู่ในสถานที่เดียวกัน แต่คือการทำให้ความรู้ คน และการลงมือทำ เดินทางถึงกันจริง ๆ ที่กลั่น จากประสบการณ์ สู่ความรู้ และลั่น จากความรู้ สู่ประสบการณ์

เปิดใจ ‘สายป่าน’ เป็นห่วงอนาคต วางแผนชีวิตคู่จริงจัง เผยเหตุผลที่ต้องฝากไข่

10 กันยายน 2569 เวลา 15:32 น.

หายห่วงแบบสบายใจ สามารถใช้ชีวิตอย่างอิสระ สำหรับนางเอกมากความสามารถ สายป่าน อภิญญา ที่ไร้กังวลในเรื่องของเวลาที่จะต้องมาพะวงกับการสร้างครอบครัวมีเจ้าตัวน้อยไปเลย หลังจากได้เข้ามาปรึกษาและได้ทำการ ฝากไข่ (Oocyte Freezing) กับทาง GFC (Genesis Fertility Center) หนึ่งในผู้นำด้านการรักษาผู้มีบุตรยาก ที่เดินหน้าส่งต่อความหวัง ความสุข และเติมเต็มความฝันของหลากหลายครอบครัวมาอย่างต่อเนื่องตลอดระยะว่า 9 ปี

นอกจากจะทำให้เจ้าตัวใช้ชีวิตกำหนดเวลาในแบบที่ตัวเองต้องการได้อย่างเต็มที่ ทุ่มเวลาและลุยทำงานเต็มที่แบบอิสระไม่ต้องกังวลกับเรื่องของเบบี๋ และทำเพื่อลูกในอนาคตแล้ว ยังเป็นหลักประกันสร้างครอบครัวที่สมบูรณ์แบบ

สายป่าน เล่าว่า  “อย่างแรกต้องบอกก่อนเลยว่า 3 ปีแล้วที่ “ฝากไข่. ไว้ที่ GFC โชคดีที่ได้ตัดสินใจมาที่นี่ GFC เพราะเรื่องของสุขภาพ หลายคนอาจจะค่อนข้างมั่นใจในตัวเองและคิดว่าตัวเองแข็งแรง ถึงเวลาพอแต่งงานไปปล่อยปุ๊บติดปั๊บจริงๆ แล้วมันไม่ได้เป็นแบบนั้น เพราะว่าป่านกับวุฒิก็เคยผ่านจุดนั้นมาแล้ว แล้วไม่มีก็คือไม่มีเลยจริงๆ แล้วก็ไม่ติดเลยจริงๆ นะคะ ซึ่งอาจจะเกิดจากหลายๆ อย่างด้วย ดังนั้นการเริ่มต้นก็คือการเข้ามาปรึกษาผู้เชี่ยวชาญแล้วก็ลองตรวจหลายๆ อย่างดูก่อนว่ามีความผิดพลาดหรือบกพร่องตรงไหนหรือเปล่าเราจะได้แก้ไขและเตรียมตัวได้”

“ส่วนอีกเรื่องหนึ่งที่ป่านมองเห็นว่าสำคัญมากๆ เลยก็คือ เป็นเรื่องของการวางแผนชีวิตคู่จริงๆ อย่างของป่านกับวุฒิร่างกายแข็งแรง สุขภาพไม่มีไม่ดีตรงไหนเลยทุกอย่างผ่านหมดเลย แล้วก็เราได้แพลนได้ว่าเราจะทำแบบนี้ ขั้นตอนเป็นแบบนี้ ลองกลับไปทำเองก็ยังมีเวลาถ้าเกิดไม่ทำเองให้หมอช่วยเลยก็จะถูกกระชับเข้ามา ส่วนระยะเวลาก็คุยกับคุณหมอได้ปรับเปลี่ยนได้ ยิ่งเร็วยิ่งดี ดังนั้นไม่ต้องกังวลอยากให้ลองเปิดใจเข้ามาปรึกษาก่อนไม่ว่าจะเป็น ฝากไข่ ก็ดี ตรวจคุณภาพของสเปิร์มก็ดี ตรวจสภาพของรังไข่ ท่อนำไข่ หรือว่าอะไรก็ดี รวมไปถึงการวางแผนการทำน้องหรือว่า อิ๊กซี่ (Intracytoplasmic Sperm Injection)”

“สำหรับวัยรุ่นที่แบบใช้ชีวิตไปก่อนอย่ารอนะ เพราะอายุ 30 ไม่ใช่ตัวเลขเล่นๆ แล้วนะคะ ถ้าบางคนรอไปอาจจะไม่ติดเลยและอาจจะเฟลไปเลยก็ได้ หลายคนคาดหวังว่าอยากมีลูกเพื่อมาเติมเต็มชีวิตคู่ หลายคนคาดหวังว่ามีลูกแล้วจะมีกำลังใจในตอนแก่มีกำลังใจในการใช้ชีวิต หรือหลายๆ คนอาจจะคาดหวังมีลูกแล้วจะได้ไม่เหงามาเป็นเพื่อน อย่ารอค่ะ เพราะว่าเมื่อไหร่ที่ 40 ไปแล้วป่านว่าถึงเวลานั้นจะมียากนะ แล้วจะอยากย้อนเวลากลับมาแก้ไขก็จะทำไม่ได้แล้ว ดังนั้น 30 ปุ๊บ ไปปรึกษาคุณหมอเลยค่ะ ไปวางแผนไว้ก่อน จริงๆ แล้วสำหรับวัยรุ่นโดยเฉพาะแบบป่านกับวุฒิเป็นวัยรุ่นที่ทำกิจกรรมทุกอย่างสุดโต่งมากจริงๆ การปรึกษาคุณหมอที่ GFC เป็นเรื่องที่ทำให้ป่านสบายใจและใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่ได้มากขึ้น ตอนนี้กิจกรรมที่ป่านทำคือดำน้ำป่านก็ไปดำน้ำได้อย่างสบายใจไม่ต้องมานั่งห่วง นั่งนับวันรอวันทำการบ้านวันไหน คือสบายใจได้เลย เราสามารถใช้ชีวิตได้เต็มที่กับชีวิตไปเลย”