‘ปอป้อ แพนเค้ก บี้’ร่วมงานเปิดเกม DITP กับหมากใหญ่ THINK THAILAND : NEXT LEVEL ดันเสน่ห์สุขภาพแบบไทย

11 กันยายน 2569 เวลา 14:14 น.

ในวันที่ผู้บริโภคทั่วโลกไม่ได้มองหาเพียงสินค้าและบริการที่มีคุณภาพ แต่ยังให้ความสำคัญกับ “คุณภาพชีวิต” และ “สุขภาวะที่ดี” มากกว่าที่เคย อุตสาหกรรม Wellness จึงกลายเป็นหนึ่งในตลาดที่เติบโตเร็วที่สุดของโลก ครอบคลุมตั้งแต่การดูแลสุขภาพแบบองค์รวม (Holistic Wellness)  อาหารเพื่อสุขภาพ ความงาม สปา การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ตลอดจนผลิตภัณฑ์และบริการที่ช่วยสร้างสมดุลทั้งร่างกายและจิตใจ 

รายงาน Global Wellness Economy: Country Ranking Report จากสถาบันวิจัย Global Wellness Institute (GWI) องค์กรวิจัย การศึกษา และสถิติระดับสากลสำหรับอุตสาหกรรมเศรษฐกิจด้านสุขภาพ (Wellness Economy)  เปิดเผยว่าตลาดผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพของประเทศไทยในปี 2567 ขยายตัวถึง 10% เมื่อเทียบกับปี 2566 หรือนับเป็นมูลค่าจาก 38.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มเป็น 42.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

อุตสาหกรรมสุขภาพ (Wellness) ของไทยเติบโตอย่างโดดเด่น โดยจัดอยู่ในอันดับที่ 24 ของโลกและอันดับ 9 ของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยมีอุตสาหกรรมสุขภาพของไทยที่สร้างมูลค่าสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพที่สร้างมูลค่าสูงสุดกว่า 14.05 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ อันดับ 15 ของโลก การแพทย์แผนดั้งเดิมและทางเลือกสร้างมูลค่า 3.23 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ อันดับ 18 ของโลก และธุรกิจสปาสร้างมูลค่า 1.88 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ อันดับ 18 ของโลก โดยกลุ่มสปาเชิงการแพทย์ (Medical Spa) มีการขยายตัวแบบก้าวกระโดดที่ 13.8%

เจาะหมากใหญ่ขยับธุรกิจ Wellness ไทยสู่ตลาดโกลบอล

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศได้เดินหน้าผลักดันผู้ประกอบการไทยอย่างต่อเนื่องเพื่อต่อยอดการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและขยายโอกาสทางการค้าในระดับนานาชาติ กลุ่มสินค้าและบริการสุขภาพ ความงาม และ Wellness ผ่านการจัดคณะผู้แทนการค้าและการร่วมงานแสดงสินค้าระดับโลก พร้อมวางแผนเชิงรุกปี 2570 “ขับเคลื่อนธุรกิจ Wellness ไทยสู่ตลาดโลก” เพื่อขยายโอกาสทางการค้าในตลาด Niche ได้แก่ การมุ่งเจาะกลุ่มสปาหรู (Luxury Spa) ในตลาดยุโรป กลุ่มบริการทางการแพทย์ (Medical) ในตะวันออกกลาง

กลุ่มบริการเสริมความงามและการนวดในจีน และกลุ่มนวัตกรรมอาหารและผลิตภัณฑ์สำหรับผู้สูงอายุในญี่ปุ่น เพื่อต่อยอดเศรษฐกิจสุขภาพไทยสู่สากลอย่างยั่งยืน โดยผลการดำเนินงานผลักดันผู้ประกอบการสู่ตลาดนานาชาติสามารถสร้างมูลค่าการเจรจาการค้าได้ถึง 468.44 ล้านบาทในปี 2568 ผ่านการจัดกิจกรรมคณะผู้แทนการค้า 6 ครั้ง (กัมพูชา ญี่ปุ่น ซาอุดีอาระเบีย เวียดนาม และจีน 2 เมือง) รวมถึงการเข้าร่วมงานแสดงสินค้า Cosmoprof 2024 ณ เมืองฮ่องกง และ 159.60 ล้านบาทในปี 2569 จากกิจกรรมคณะผู้แทนการค้า 3 ครั้ง (ไต้หวัน ญี่ปุ่น และเวียดนาม) และการเข้าร่วมงาน Cosmoprof 2025 ณ เมืองฮ่องกง

ก้าวต่อไป เมื่อประเทศไทยในฐานะเจ้าภาพ Global Wellness Summit 2026

การเติบโตของธุรกิจด้าน Wellness ของประเทศไทย ไม่ใช่เพียงกระแสที่เกิดขึ้นชั่วคราว แต่เป็นสิ่งที่สั่งสมมาอย่างยาวนานจากภูมิปัญญาท้องถิ่น ทรัพยากรธรรมชาติ การแพทย์ การบริการ และวัฒนธรรมการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม จนได้รับการยอมรับในฐานะหนึ่งในจุดหมายปลายทางด้าน Wellness ของโลก พร้อมต่อยอดสู่การสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและขยายโอกาสทางการค้าในระดับนานาชาติ และในปี 2569 นี้ ประเทศไทย จะเป็นเจ้าภาพการประชุมสุดยอดด้านสุขภาพระดับโลก (Global Wellness Summit) ครั้งที่ 20 ซึ่งเป็นการรวมตัวของผู้นำระดับนานาชาติ ในการร่วมกำหนดอนาคตของอุตสาหกรรมด้านสุขภาพ โดยจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 10-13 พฤศจิกายน 2569 นี้

ความท้าทายและโอกาสในกลุ่มผลิตภัณฑ์ Wellness

ตลาดส่งออกสินค้า Wellness และสมุนไพรไทยกำลังเผชิญจุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่อตลาดหลักเดิมเริ่มส่งสัญญาณชะลอตัว ไม่ว่าจะเป็นญี่ปุ่น (-15.56%) ที่โดนผลกระทบจากเงินบาทแข็งค่าและเศรษฐกิจซบเซา ออสเตรเลีย (-22.25%) ที่ผู้บริโภคต้องประหยัดจากภาระหนี้ครัวเรือนและดอกเบี้ยสูง หรือจีนที่เติบโตแบบทรงตัว (+1.05%) ที่คนรุ่นใหม่หันไปอินกับแบรนด์ในประเทศมากขึ้น อย่างไรก็ตาม สินค้าไทยยังคงมีทางรอดและโอกาสใหม่ๆ โดยเฉพาะในกลุ่มเพื่อนบ้านอาเซียนอย่างฟิลิปปินส์ เวียดนาม มาเลเซีย และเมียนมา ที่ยังคงโตต่อเนื่องเพราะเชื่อมั่นในคุณภาพและมองว่าสินค้าไทยหรูหราในราคาที่จับต้องได้ “Affordable Luxury”  รวมไปถึงขุมทรัพย์ใหม่อย่างตะวันออกกลาง ทั้งซาอุดีอาระเบีย  (+25.51%) และ UAE (+22.82%) ที่มีกำลังซื้อสูงมากและหลงใหลในเครื่องหอมกับน้ำมันหอมระเหยของไทย สถานการณ์นี้จึงเป็นสัญญาณเตือนว่า ผู้ประกอบการไทยจะเน้นขายเน้นปริมาณแบบเดิมไม่ได้อีกต่อไป แต่ต้องเร่งใส่ “นวัตกรรม” ยกระดับภูมิปัญญาไทยด้วยวิทยาศาสตร์ และหันมาจับตลาดใหม่ๆ เพื่อสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนในเวทีโลก และสร้างมูลค่าเพิ่มในระดับ NEXT LEVEL ต่อไป

เมื่อแคมเปญ THINK THAILAND : NEXT LEVEL พร้อมยก Wellness ตอบโจทย์เมกะเทรนด์โลก

เมื่อพฤติกรรมผู้บริโภคทั่วโลกเปลี่ยนจากการ “ซื้อสินค้า” ไปสู่การ เลือกรูปแบบ “ไลฟ์สไตล์” การยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการไทยให้สามารถตอบโจทย์ตลาด Wellness จึงเป็นภารกิจสำคัญ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ เดินหน้าต่อยอดแคมเปญ THINK THAILAND : NEXT LEVEL ผลักดัน Wellness ให้ก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในเสาหลักของการส่งเสริมการค้าไทย ภายใต้แนวคิด Thai to Global — From Local Value to Global Vision มุ่งสร้างภาพลักษณ์ใหม่ให้สินค้าและบริการไทยเชื่อมโยงกับวิถีแห่งสุขภาวะ พร้อมสนับสนุนผู้ประกอบการไทยให้สามารถแข่งขันและเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งในตลาดโลก

ขับเคลื่อนแบรนด์ไทยสู่เวทีโลก ผ่าน 3 แบรนด์แอมบาสเดอร์

นางสาวสุนันทา กังวาลกุลกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า แคมเปญ THINK THAILAND : NEXT LEVEL ซึ่งดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2567 มีเป้าหมายในการเชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยกับตลาดโลกอย่างครบวงจร โดยมุ่งสร้างมูลค่าเพิ่มผ่านความคิดสร้างสรรค์ นวัตกรรม และอัตลักษณ์ความเป็นไทย ในปีนี้ DITP มุ่งผลักดันสินค้าและบริการด้าน Wellness ไทย มุ่งเน้นผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ นวัตกรรมสุขภาพ และบริการที่ตอบโจทย์วิถีชีวิตคนรักสุขภาพ ให้สามารถขยายโอกาสทางการค้า สร้างการยอมรับ และแข่งขันได้ในเวทีโลก ผ่านการนำเสนอจุดเด่นของสินค้าและบริการไทยที่มีเอกลักษณ์ สร้างสรรค์ นวัตกรรม และมีคุณภาพ ทั้งในกลุ่มบริการทางการแพทย์และความงาม บริการส่งเสริมสุขภาพ การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ผลิตภัณฑ์สมุนไพรและเวชสำอาง อาหารสุขภาพ และสินค้าไลฟ์สไตล์ เป็นต้น

ล่าสุดกับการเปิดตัว 3 แบรนด์แอมบาสเดอร์ ซึ่งเป็นตัวแทนสะท้อนศักยภาพของอุตสาหกรรมไทยใน 3 สาขาหลัก ได้แก่ แฟชั่น อาหาร และ Wellness เพื่อประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์สินค้าบริการไทยสู่สายตาผู้ซื้อ ผู้ประกอบการ ผู้นำเข้า และผู้บริโภคในตลาดโลก

“ปอป้อ–ทรัพย์สิรี” แชมป์โลกนักแบดมินตันหญิง ชูศักยภาพ Wellness ไทย

ปอป้อ–ทรัพย์สิรี แต้รัตนชัย นักแบดมินตันหญิงทีมชาติไทย เจ้าของแชมป์โลกและอดีตนักกีฬาอันดับ 1 ของโลกประเภทคู่ผสม รับบทแบรนด์แอมบาสเดอร์ด้าน Wellness ของแคมเปญ THINK THAILAND : NEXT LEVEL ถ่ายทอดศักยภาพของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางด้านสุขภาพและการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ สู่สายตาผู้บริโภคทั่วโลก ด้วยภาพลักษณ์ของนักกีฬาระดับโลกที่สะท้อนถึงความแข็งแกร่ง วินัย ความเป็นมืออาชีพ และการดูแลสุขภาพอย่างต่อเนื่อง ปอป้อจึงเป็นตัวแทนที่สะท้อนคุณค่าของ Wellness ได้อย่างชัดเจน ทั้งในมิติของการมีสุขภาวะที่ดี การใช้ชีวิตอย่างสมดุล และการสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนหันมาใส่ใจสุขภาพ สร้างการรับรู้ว่าไทยไม่ได้เป็นเพียงจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยว แต่ยังเป็นจุดหมายด้าน Wellnessที่ครบวงจรและมีศักยภาพในการแข่งขันบนเวทีโลก ภาพลักษณ์ดังกล่าวไม่ได้สะท้อนผ่านบุคคลต้นแบบเท่านั้น แต่ยังได้รับการต่อยอดสู่ผู้ประกอบการไทยที่สามารถพัฒนาสินค้าและบริการด้าน Wellness ให้ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ พร้อมสร้างมูลค่าเพิ่มด้วยนวัตกรรม ความคิดสร้างสรรค์ และอัตลักษณ์ความเป็นไทย จนสามารถแข่งขันในตลาดโลกได้อย่างโดดเด่น

ดึง “แพนเค้ก เขมนิจ – บี้ ธรรศภาคย์” ร่วมบูมแฟชันและอาหารไทยมัดใจชาวโลก

นอกจากนี้ยังมี แพนเค้ก เขมนิจ จามิกรณ์ นางแบบและนักแสดงผู้มีประสบการณ์ในวงการแฟชั่นทั้งในและต่างประเทศ มาร่วมถ่ายทอดภาพลักษณ์ของอุตสาหกรรมแฟชั่นไทยในฐานะตัวแทนของความคิดสร้างสรรค์และมาตรฐานระดับสากล สะท้อนจุดแข็งของแฟชั่นไทยที่หลอมรวมงานหัตถศิลป์ ภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม และการออกแบบร่วมสมัยไว้ในผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ และในกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารมี บี้ ธรรศภาคย์ ชี นักร้องและนักแสดงไทยผู้ประสบความสำเร็จและเป็นที่รู้จักในประเทศจีน เป็นตัวแทนถ่ายทอดศักยภาพของอุตสาหกรรมอาหารไทยสู่สายตาผู้บริโภคทั่วโลก โดยอาศัยภาพลักษณ์ของศิลปินไทยที่ได้รับการยอมรับในตลาดต่างประเทศ เพื่อสร้างการรับรู้และความเชื่อมั่นต่อสินค้าอาหารไทยในวงกว้าง

ทั้งนี้ DITP เล็งเห็นการต่อยอดความสำเร็จของสินค้าและบริการด้าน Wellness เป็นโอกาสทางเศรษฐกิจของประเทศ ที่ผสานศักยภาพทั้งด้านภูมิปัญญา วัฒนธรรม การบริการ และนวัตกรรม มาต่อยอดเป็นสินค้าและบริการที่มีมูลค่าเพิ่ม ยกระดับผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ให้สอดคล้องกับตลาดโลก และขยายเครือข่ายเชิงรุก รักษาส่วนแบ่งในตลาดหลักและเจาะตลาดใหม่ที่มีศักยภาพ ผ่านกิจกรรมเจรจาธุรกิจ การจัดตั้งคณะผู้แทนการค้าเยือนต่างประเทศ และเข้าร่วมงานแสดงสินค้าทั้งในระดับประเทศ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางด้าน Wellness ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล

ผู้ประกอบการที่สนใจเข้าร่วมโครงการของ DITP สามารถติดตามรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ http://www.ditp.go.th, Facebook : กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ DITP, LINE Official @DITP หรือสายด่วน 1169 และติดตามโอกาสทางการค้าระหว่างประเทศผ่านเว็บไซต์ https://thinkthailand.ditp.go.th, http://WWW.THAITRADE.COM, https://nea.ditp.go.th

#Thinkthailandnextlevel #Thaitoglobal #Thinkthailand #DITP

#คิดจะส่งออกนึกถึงDITP

ปิดดีลยืนยันสิทธิ์ ‘กรุงเทพฯ–นนทบุรี–นครศรีฯ’แตะมือ ‘ผู้กองแคท’ พร้อมปลุกตำนานนางสาวไทยให้กลับมายิ่งใหญ่สะเทือนวงการ

11 กันยายน 2569 เวลา 14:18 น.

นับเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของวงการนางงามไทย เมื่อการประกวด “นางสาวไทย ประจำปี 2570” ภายใต้แนวคิด “The Golden Era – ยุคทองแห่งสยามสากล” ประกาศเปิดตัวผู้ได้รับสิทธิ์จัดการประกวดระดับจังหวัดกลุ่มปฐมฤกษ์ จาก 3 จังหวัดสำคัญ ได้แก่ กรุงเทพมหานคร นนทบุรี และนครศรีธรรมราชทั้ง 3 จังหวัดได้ดำเนินการลงนามสัญญาและชำระเงินเพื่อยืนยันสิทธิ์เป็นที่เรียบร้อย พร้อมก้าวขึ้นเป็นกำลังสำคัญกลุ่มแรกที่จะร่วมวางรากฐาน สร้างมาตรฐาน และขับเคลื่อนเวทีนางสาวไทยบทใหม่ให้กลับมาทรงพลังในระดับประเทศการเดินทางครั้งประวัติศาสตร์นำโดย “ผู้กองแคท” ร.ต.อ.หญิง ดร.อาทิติยา เบ็ญจะปัก ประธานกรรมการบริหาร บริษัท แคท ยูนีค จำกัด และผู้ได้รับสิทธิ์จัดการประกวดนางสาวไทย ประจำปี 2570-2572 ครอบคลุมทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศ

ในฐานะผู้นำทัพคนสำคัญ ผู้กองแคทพร้อมนำวิสัยทัศน์ ประสบการณ์ และพลังของบุคลากรจากทุกภูมิภาคมาร่วมยกระดับการประกวดนางสาวไทย ให้เป็นมากกว่าเวทีแห่งความงาม แต่เป็นเวทีแห่งคุณค่า โอกาส ความสามารถ และพลังของสตรีไทยยุคใหม่สามจังหวัดปฐมฤกษ์ที่พร้อมสร้างประวัติศาสตร์กรุงเทพมหานคร นำโดย “คุณธนนันทน์ แก้วพวง” ผู้ได้รับสิทธิ์จัดการประกวดนางสาวไทย ประจำปี พ.ศ. 2570 กรุงเทพมหานคร ผู้มากด้วยประสบการณ์และความเข้าใจในวงการนางงาม พร้อมนำพลังของเมืองหลวงมาสร้างสรรค์เวทีที่สง่างาม ทันสมัย และเปี่ยมด้วยมาตรฐาน เพื่อเฟ้นหาสตรีไทยที่เหมาะสมกับการเป็นตัวแทนกรุงเทพมหานครอย่างแท้จริง

จังหวัดนนทบุรี นำโดย “คุณวรางคณา อุเทนสุต” CITY DIRECTOR นางสาวไทยจังหวัดนนทบุรี 2570 ซึ่งรับบทบาทสำคัญในฐานะจังหวัดเจ้าภาพของการจัดงานในปีนี้ พร้อมรักษาคำมั่นตามที่ได้ตกปากรับคำ และเดินหน้าเตรียมความพร้อมอย่างเต็มกำลัง เพื่อสร้างสรรค์งานครั้งสำคัญให้ยิ่งใหญ่ สง่างาม และสมศักดิ์ศรีจังหวัดเจ้าภาพ จังหวัดนครศรีธรรมราช นำโดย “คุณปารณัท ชัยณรงค์” CITY DIRECTOR นางสาวไทยจังหวัดนครศรีธรรมราช 2570 ผู้พร้อมนำเสน่ห์แห่งเมืองคอน อัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม และศักยภาพของสตรีภาคใต้ มาร่วมสร้างสีสันและความภาคภูมิใจบนเวทีระดับประเทศ พร้อมผลักดันเวทีนางสาวไทยจังหวัดนครศรีธรรมราชให้เป็นเวทีสำคัญของภาคใต้ และเฟ้นหาสตรีผู้มีความพร้อมในทุกมิติ เพื่อก้าวขึ้นเป็นตัวแทนจังหวัดอย่างสง่างาม

ร.ต.อ.หญิง ดร.อาทิติยา เผยว่า “แคทรู้สึกยินดีและขอบคุณ คุณธนนันทน์ แก้วพวง คุณวรางคณา อุเทนสุต และคุณปารณัท ชัยณรงค์ ที่เชื่อมั่นในตัวแคทและบริษัทของแคทตัดสินใจร่วมสร้างประวัติศาสตร์กับนางสาวไทยเป็นกลุ่มแรกๆ โดยเฉพาะจังหวัดนนทบุรีที่มีความพร้อมอย่างเต็มที่ในการรับหน้าที่เจ้าภาพ เชื่อว่าจะสามารถสร้างสรรค์งานออกมาได้อย่างยิ่งใหญ่และสมศักดิ์ศรีแน่นอนค่ะ สำหรับจังหวัดอื่นๆที่ยังลังเลแคทแนะนำว่าตัดสินใจลุยเลยค่ะ กองกลางเองเราพร้อมซัพพอร์ตมากๆและแคทอยากได้ผู้ร่วมอุดมการณ์มาปลุกตำนานเวทีนางงามที่คนไทยภาคภูมิใจ นางสาวไทย 2570 ด้วยกันค่ะ”

การผนึกกำลังของผู้ได้รับสิทธิ์ทั้ง 3 จังหวัดจึงไม่ใช่เพียงการเริ่มต้นจัดการประกวดระดับจังหวัด แต่คือการประกาศความพร้อมของบุคคลคุณภาพ ผู้กล้าคิด กล้าตัดสินใจ และพร้อมเข้ามาร่วมสร้างประวัติศาสตร์บทใหม่ให้แก่เวทีนางสาวไทยทั้งกรุงเทพมหานคร นนทบุรี และนครศรีธรรมราช ถือเป็น 3 จังหวัดปฐมฤกษ์ที่พร้อมก้าวเคียงข้างผู้กองแคท ร่วมสร้างตำนานบทใหม่ และร่วมปลุกตำนานเวทีนางสาวไทยให้กลับมาเปล่งประกายอย่างสง่างามใน ยุค The Golden Era ภายใต้การนำของผู้กองแคท

การประกวดนางสาวไทย 2570 จะเชื่อมโยงพลังจากทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศ เปิดพื้นที่ให้แต่ละจังหวัดถ่ายทอดอัตลักษณ์ วัฒนธรรม และความภาคภูมิใจ ผ่านตัวแทนสตรีไทยผู้มีศักยภาพ พร้อมสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างผู้จัดงาน ภาคธุรกิจ หน่วยงานในพื้นที่ และประชาชนทั่วประเทศ บทบาทของ CITY DIRECTOR จึงมีความหมายมากกว่าการเป็นผู้จัดการประกวด เพราะคือการเป็นผู้นำ ผู้สร้างโอกาส และผู้ร่วมขับเคลื่อนชื่อเสียงของจังหวัดให้เป็นที่รู้จักในระดับประเทศ พร้อมสร้างคุณค่าและต่อยอดโอกาสทางธุรกิจผ่านเวทีนางสาวไทย เวทีนางสาวไทยพร้อมแล้วที่จะก้าวเข้าสู่ยุคทองครั้งใหม่ จังหวัดต่อไปที่จะร่วมจารึกชื่อบนหน้าประวัติศาสตร์ “นางสาวไทย 2570 – The Golden Era” จะเป็นจังหวัดใด ต้องติดตาม

‘ฮาย อาภาพร’ฟิวส์ขาด! โพสต์เดือดข่าวพระฉาว ตั้งคำถามถึงเวลาเปลี่ยนวิธีทำบุญ

11 กันยายน 2569 เวลา 12:57 น.

กลายเป็นประเด็นที่พูดถึงในโลกออนไลน์ เมื่อนักร้องลูกทุ่งชื่อดัง ฮาย-อาภาพร นครสวรรค์ ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในคนบันเทิงสายบุญ ได้ออกมาเคลื่อนไหวผ่านโพสต์ข้อความบน Facebook ส่วนตัว แสดงความรู้สึกเอือมระอาต่อข่าวฉาววงการสงฆ์ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องโดย ฮาย อาภาพร ได้โพสต์ข้อความระบุว่า

🐊🐊🐊 ขนาดเป็นคนทำบุญนะ เห็นข่าวแบบนี้ เหนื่อย เบื่อ ไอ้ชิบหาย เปลี่ยนวิธีการทำบุญดีกว่าไหม Gu เนี่ย แบบนี้พระดีๆเตรียม อดต_ย”

โพสต์ดังกล่าวได้รับความสนใจอย่างมากจากแฟนคลับและชาวเน็ต ซึ่งต่างเข้ามาแสดงความคิดเห็นสะท้อนความรู้สึกเหนื่อยหน่ายต่อข่าวพระสงฆ์ทำผิดศีลธรรม พร้อมทั้งเห็นด้วยกับแนวคิดที่จะหันมาทบทวนหรือปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำบุญในยุคปัจจุบัน

โซเชียลฮากระจาย ‘อาร์ต พศุตม์’ โพสต์ภาพล้อกระแสดังต้านพลังไม่ไหว

11 กันยายน 2569 เวลา 12:39 น.

กลายเป็นกระแสไวรัลเรียกรอยยิ้มบนโลกออนไลน์ทันที หลังจากนักแสดงหนุ่มกล้ามโต อาร์ต-พศุตม์ บานแย้ม (⁠@art_phasut98⁠) ได้โพสต์ภาพฮาๆ ลงบนโซเชียลมีเดีย ซึ่งเป็นการร่วมเกาะกระแสข่าวเด่นข่าวดังในสังคมช่วงนี้

จากภาพดังกล่าว เป็นช็อตสุดปั่นที่หนุ่มอาร์ตกำลังทุ่มพลังกายสุดกำลังเพื่อดึงจีวรของพระสงฆ์รูปหนึ่งที่กำลังจะก้มลงไปหาโต๊ะอาหาร พร้อมแคปชันชวนขำว่า‘ผมก็ทำสุดความสามารถแล้วนะครับ ดึงไม่ไหวจริงๆ #ใส่สบงและทรงพลัง ได้ป่ะ #แรงใดในโลกไม่เท่าแรงโยกของอาตมา #แรงโยกเหลือล้น’ถือเป็นอีกหนึ่งสีสันจากดาราดังที่นำกระแสข่าวกระตุกจิตสำนึกในสังคมมาสร้างรอยยิ้มและเรียกเสียงหัวเราะให้กับคลายเครียดกันไป

ADK Emotions Bangkok และ ฉายแสง แอด.เวนเจอร์ พา ‘ชินจัง’ แวะมาป่วน 13 ก.ย.นี้

11 กันยายน 2569 เวลา 12:19 น.

สุดสัปดาห์นี้เตรียมปล่อยพลัง…กุ๊กกู๋ไปกับ… “ชินจัง” ครั้งนี้ขอแวะมาป่วนก่อนพบกันในโรงภาพยนตร์! เมื่อ ADK Emotions Bangkok และ ฉายแสง แอด.เวนเจอร์ พา “ชินจัง” เสิร์ฟความสนุกวันที่ 13 กันยายนนี้ ในงาน Kawaiimama Festival Thailand 2026 ครั้งแรกในเมืองไทย กับเทศกาลครอบครัวสไตล์ญี่ปุ่น ชวนเด็ก ๆ ครอบครัว และแฟน ๆ มาร่วมสนุกกับกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ  พร้อมนับถอยหลังสู่ภาพยนตร์ “เครยอนชินจัง เดอะมูฟวี่ ตอน ขนลุกซู่! วันหยุดพิศวงกับภูตผีกุ๊กกู๋” 24 กันยายนนี้ ในโรงภาพยนตร์      

งาน Kawaiimama Festival Thailand 2026 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 12–13 กันยายน 2569 ณ ดองกิมอลล์ ทองหล่อ โดยหนึ่งในไฮไลต์สำคัญจะได้พบกับการปรากฏตัวของ “ชินจัง” ที่จะมาร่วมสร้างรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ และสีสันให้กับแฟน ๆ ผ่านกิจกรรมต่างๆสำหรับเด็ก ๆ และครอบครัว

โสภณวิชญ์ หอธรรมรัตน์   IP Management Director, ADK Emotions Bangkok เผยว่า “พลังของคาแรกเตอร์ชินจังอยู่ที่ความขี้เล่น ความสนุก และจินตนาการที่ทำให้ทุกการปรากฏตัวเต็มไปด้วยรอยยิ้ม ทำให้การเข้าร่วมงาน Kawaiimama Festival Thailand 2026 จะเป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาพิเศษสุดป่วนที่จะได้นำสีสันกุ๊กกู๋จากภาพยนตร์ภาคใหม่มาอยู่ใกล้เด็ก ๆ ครอบครัว และแฟน ๆ  ผ่านกิจกรรมที่ชวนให้ทุกคนได้เล่น ได้สร้างสรรค์ และเก็บโมเมนต์สุดป่วนน่ารักร่วมกับชินจัง ในแบบที่แฟน ๆ คุ้นเคย พร้อมร่วมสร้างบรรยากาศการนับถอยหลังสู่ภาพยนตร์ภาคใหม่ให้คึกคักและใกล้ชิดกับแฟน ๆ มากยิ่งขึ้น”

ชัยวัฒน์ มิ่งไม้ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฉายแสง แอด.เวนเจอร์ จำกัด เผยว่า “การพาภาพยนตร์ไปพบผู้ชม คืออีกหนึ่งหัวใจของการต่อยอดเรื่องราวจากจอภาพยนตร์สู่ประสบการณ์ที่เชื่อมโยงเข้ากับไลฟ์สไตล์ของผู้ชม ซึ่ง ชินจัง มีคาแรกเตอร์ที่ผูกพันกับแฟน ๆ มาหลายเจนเนอเรชัน และยังคงสร้างรอยยิ้มให้ผู้ชมได้ทุกวัย สำหรับบรรยากาศวันหยุดพิศวงที่จะเกิดขึ้นในภาพยนตร์ภาคใหม่นี้ได้ถูกต่อยอดสู่กิจกรรมที่ช่วยเติมสีสันให้แฟน ๆ ได้เข้าใกล้โลกของชินจังมากขึ้น กิจกรรมครั้งนี้จึงเป็นอีกหนึ่งจุดเชื่อมให้เด็ก ๆ ครอบครัว และแฟน ๆ ชาวไทย ได้สัมผัสความสนุกของชินจังอย่างใกล้ชิด ก่อนพบกับประสบการณ์เต็มรูปแบบในโรงภาพยนตร์”

เตรียมเช็คพิกัดความสนุกพบกับกิจกรรมพิเศษของ “ชินจัง” เริ่มที่พิกัดแรก “แชะแชะวันหยุดพิศวง” โมเมนต์ถ่ายภาพอย่างใกล้ชิด ก่อนต่อด้วย “แต้มสีกุ๊กกู๋” กิจกรรมระบายสีสำหรับเด็ก ๆ ที่เปิดโอกาสให้ทุกคนได้ใช้จินตนาการ และเก็บโมเมนต์แห่งรอยยิ้มร่วมกับครอบครัวใน วันอาทิตย์ที่ 13 กันยายน 2569เคลียร์ตารางวันหยุดให้พร้อม! มาร่วมสร้างโมเมนต์กุ๊กกู๋ไปกับ “ชินจัง” ก่อนนับถอยหลังสู่การผจญภัยสุดพิศวง “เครยอนชินจัง เดอะมูฟวี่ ตอน ขนลุกซู่! วันหยุดพิศวงกับภูตผีกุ๊กกู๋” 24 กันยายนนี้ ในโรงภาพยนตร์



ติดตามความเคลื่อนไหวเพิ่มเติมได้ทาง
Facebook: www.facebook.com/shinesaengad.venture
Instagram: www.instagram.com/shinesaengad.venture
TikTok: www.tiktok.com/@shinesaengadventure
YouTube: www.youtube.com/@shinesaengad.venture

#ฉายแสงแอดเวนเจอร์ #shinesaengadventure #เครยอนชินจัง #CrayonShinchan

โอ๊ยเล่าเรื่อง ‘อรุณกาล’(Regretfully at Dawn) 10/10

11 กันยายน 2569 เวลา 11:54 น.

ไม่คิดว่าจะชอบ..แต่ก็ชอบ ไม่น่าจะ..น้ำตาซึม..ก็ซึม เฉยๆๆ ..กับ หนังใหญ่ ”Eternity ที่รัก“ (2010)  หนังซีรี่ย์ สืบสันดาน สองงานดังของ กานต์-ศิวโรจณ์ คงสกุล แต่ ..เรื่องนี้ เฉย ไม่ลงรัก..เสียน้ำตา  ให้กับ ปู่ยงค์ กับ หลานเซียง และ เจ้าหมาแก่แรมโบ้ไปๆ มาๆ อรุณกาล ขึ้นแท่น หนังไทย ที่ชอบ อันดับต้นๆ ของปีนี้ Eternity ที่รัก (2010) พาไป ย้อนความทรงจำของตัวผู้กำกับ เป็นหนังส่วนตัว จัดเต็มในบรรยากาศบ้านๆ แต่ยังคงโทนหนังอินดี้ ‘สืบสันดาน’ฉีกมาเป็น งานเอาใจตลาด เน้น ไปที่ ความรุนแรงของ เนื้อเรื่อง การแสดง มาใน.. ‘อรุณกาล’คือหนังครอบครัว ที่ดู เพลินดูสบายอรุณกาล (Regretfully at Dawn) คือหนังไทยที่สร้างออกมาในปี 2567 ได้รับการคัดเลือกเข้าฉายในสาย New Directorsของเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติ San Sebastian International Film Festival และฉายเปิดในเทศกาลภาพยนตร์ World Film Festival of Bangkok ครั้งที่ 16 เพิ่งจะได้ มาเข้าฉายในโรงหนัง ในบ้านเรา ในปีนี้ “ทุกการจากลา ทิ้งบางสิ่งไว้เสมอ”
บอกลาความทรงจำครั้งเก่า…ก่อนการเดินทางครั้งใหม่

 ‘ยงค์ จันทร์แจ่ม‘ ชายชราทหารผ่านศึกผู้ใช้ชีวิตช่วงสุดท้ายของตนเองอยู่กับ ‘เซียง’ หลานสาวผู้ที่กำลังมีอนาคตอันสดใสรออยู่ข้างหน้า และ ‘แรมโบ้‘ หมาสีดำที่ผ่านช่วงชีวิตอันยาวนานมาไม่ต่างกับ ‘ยงค์’ชีวิตประจำวันของ ‘ยงค์’จึงเป็นการตื่นเช้า ทำอาหาร ส่งหลานไปเรียน และสร้างบ้านต้นไม้ให้เสร็จก่อนที่ร่างกายของตนจะไร้เรี่ยวแรง

‘อรุณกาล’หนังเรียบง่ายไม่หวือหวา แต่โดนใจกินใจ ตัวหนังมาพร้อมกับความเป็นธรรมชาติ ไม่ปรุงแต่งการแสดง..ที่เป็นธรรมชาติ ธรรมชาติไร่สวน.. ชีวิตแบบชาวสวนชาวไร่ โรงเรียนในชนบท โรงพยาบาล สถานรับเลี้ยงคนชรา อุบัติเหตุในท้องถนน หนังพาคนดูไปสำรวจชีวิตของ 3 ตัวละครหลักที่เป็นตัวแทนต่างเจเนอเรชัน  ชอบในความเรียบง่ายของหนัง ไม่จำเป็นต้องขยี้ หรือตอกย้ำอะไรมากมาย แต่ในภาพ การแสดง เข้าขยี้ หัวใจคนดู และถ้า ดูจาก ตัวละครเรื่องราว แล้ว หนังยังชวนให้รู้สึกโดยที่ไม่ต้องออกมาบอก

น้าหงา-สุรชัย จันทิมาธร นิ่งๆ เรื่อยๆ กับ บท ‘ปู่ยงค์’ที่ดูใจดี มีความอบอุ่นให้กับหลานสาว เล่นเป็นธรรมชาติ ไม่ต้องเล่นเยอะ สีหน้าน้ำเสียง ถ่ายทอดความรู้สึกต่างๆ ได้ดี(ฉากในสนามรบ ระเบิดตูมตาม แม้ น้าหงา จะไม่ได้แสดง แต่ก็ยังชวน ให้นึกถึง น้าหงาสมัยเข้าป่า ก็คงไม่ต่างอะไร กับการเป็นทหาร หรือ ภาพที่ นิ้วขาด อดนึกเล่นๆ ขำๆ แล้ว จะมาดีดกีต้าร์ ร้องเพลงได้อย่างไร

มากิ-มาชิดา สุทธิกุลพานิช เป็น ‘หลานเซียง’ ที่ สวย สดใสน่ารัก สมวัย เด็กน้อยวัย11 ขวบ ดูเป็นเด็กเรียนเก่ง เป็นเด็กที่ทั้งชีวิตอยู่กับปู่กับหมาแก่ หรือเป็นเด็กน้อยที่อ้อนครูชอบทุกๆ ฉาก ที่อยู่กับปู่/คุณครู ฉากเต้นรำเพลงอารีดัง สวยงามมากๆ

เจ้าแรมโบ้ หมาแก่ประจำบ้าน แสดงโดย เจ้าโอเลี้ยง ที่ โดนใจ ถูกใจในความแสนรู้ ในทุกฉากทุกตอนที่ออกมา  เป็นอีกหนึ่ง หมานักแสดงที่ทำให้ น้ำตาซึม ไปกับดารจากลา

ปราโมทย์ แสงศร เป็น‘อภัย’พ่อของเซียง จัดเต็มในมาดของ หนุ่มขี้เมาต่างจังหวัด ฉากที่ มาขอ ลูกสาวคืนจากพ่อ สุดยอดมากๆ เป็นฉากไฮไลท์ ฉากหนึ่งของหนัง(บทของ อภัย ในหนัง ไม่ได้ลงลึก ในรายละเอียด ว่าทำไมๆ ถึง ทิ้งลูกสาวให้อยู่กับปู่ ให้ คนดูตีความเอาเอง)

ศิขรินทร์ ลางคุลเสน เป็น ‘ครูแมรี่’ครูสาวต่างชาติ ที่ เซียง  เรียนสวยใสน่ารักในความเป็นครูสาวต่างจังหวัด แต่ก็มีบางบุคลิกของคนรุ่นใหม่ วัยเจน

อุ้ม-วัลลภ รุ่งกำจัด  รับบทเป็น ยงค์ (วัยหนุ่ม) กฤษณ์ เศรษฐธำรงค์ เป็น ศักดิ์ อดีตนายทหารเพื่อสนิทยงค์ เอม-ภูมิภัทร ถาวรศิริ รับบทเป็น ศักดิ์ (วัยหนุ่ม)นน-ศดานนท์ ดุรงคเวโรจน์ รับบทเป็น บุรุษพยาบาล

นอกจาก เนื้อเรื่อง การแสดง แล้ว เพลงประกอบ ยังโดนใจ ทั้ง ‘อารีดัง’เพลงหลักของเรื่อง ที่มาเป็นระยะ ใช้เสียงร้องเก่าในอดีต และ ‘ต้นหญ้ากับสายลม’ กับ ‘ไหวเอน’ สองเพลงดังของ ‘คาราวาน’

อรุณกาล ผลงานของ EXTRA VIRGIN, E&W FILMS and CINEMA 22 โปรดิวเซอร์ นุช-พิมผกา โตวีระ ผู้กำกับภาพ ปิง-ม.ร.ว.อัมพรพล ยุคล ดนตรีประกอบ อ๊อพ-วุฒิพงศ์ ลี้ตระกูล ลำดับภาพโดย มานุสส วรสิงห์ บทโดย ตัว กานต์-ศิวโรจณ์( ผู้กำกับ)  จัดจำหน่ายโดย Brand Think Cinema

อรุณกาล คือ หนังที่ดีที่สุด..ชอบที่สุด ในด้านการแสดง ของ ‘น้าหงา’ และเป็นงานกำกับที่โดนใจที่สุดของ กานต์-ศิวโรจณ์ ถูกใจ..โดนใจ..เสียน้ำตา..มีรอยยิ้ม ดูอบอุ่นโดนใจ เต็มๆ 10/10 คะแนน

2 MRS ‘หมวย- มะปราง’ ร่วมบุญครั้งใหญ่ แบ่งปันน้ำใจ ในงาน ‘ประเพณีทิ้งกระจาด2569’

11 กันยายน 2569 เวลา 11:15 น.

งาน“ประเพณีทิ้งกระจาด” ประจำปี 2569 ณ ศาลเจ้าปึงเถ่ากงโรงสีหัวรอ ร่วมกับ ศาลเจ้าแม่ต้นจัน จ.พระนครศรีอยุธยา เรียกว่าเป็นนงานใหญ่ขึ้น ทุกปี ซึ่งปีนี้ เป็นปีที่ 4 แล้ว ตัวตั้งตัวตี ไม่ใช้ใครที่ไหน นอกจาก “คุณเชอรี่ณกานดา กัปวัฒนวรสุข” ผู้พิพากษาสมทบ ศาลเยาวชนและครอบครัว ที่ยังคงเดินหน้าสานต่อบุญ อย่างต่อเนื่อง โดยในปีนี้ ได้สองนางงาม คุณแม่ อย่าง “หมวย รัมณีย์” เจ้าของมงกุฎ  Mrs. Tourism Universe 2023 ควงคู่ “มะปราง- ทรรศิญา”  mrs. tourism thailand 2026  มาร่วมบุญในครั้งนี้ด้วย โดย “หมวย รัมณีย์” กล่าวว่า

“จริงๆ วันนั้นหมวยติดธุระจนเกือบจะปฏิเสธพี่เชอรี่ไปแล้ว แต่คำพูดหนึ่งของพี่เชอรี่ที่บอกว่า “เสียดายแทนชาวบ้านจัง… พวกเขาคงไม่มีโอกาสได้เห็นนางงาม ไม่ได้เห็นมงกุฎสวยๆ” ประโยคนั้นประโยคเดียวเปลี่ยนความคิดหมวยทันที… และเมื่อได้ไปสัมผัสบรรยากาศจริงในวันนั้น ความสุข แววตา และการต้อนรับที่อบอุ่นของทุกคน กลายเป็นความประทับใจ ทำให้หมวยสัญญากับตัวเองว่าจะกลับมาที่นี่ทุกปี และปีนี้ก็ก้าวเข้าสู่ “ปีที่ 4” แล้วค่ะ

ปีนี้พิเศษยิ่งขึ้นเพราะได้ชวน “น้องมะปราง” Mrs. Tourism Thailand 2026 มาร่วมสวมสายสะพาย นำพลังใจและรอยยิ้มมาส่งมอบด้วยกัน ในงานมีชาวบ้านมาร่วมรับมหาทานกว่า 1,700 คน และด้วยพลังศรัทธาของ พี่ต้น พี่เชอรี่ เพื่อนผองกัลยาณมิตรทุกคน รวมถึงทุกสายธารน้ำใจ ทำให้พวกเราได้ร่วมส่งมอบถุงยังชีพถึง 400 ชุด

ทุกครั้งที่ได้มายืนตรงนี้ มองเห็นความเข้มแข็งของพี่ป้าน้าอาที่สู้ชีวิตอย่างไม่ยอมแพ้ กลายเป็นพลังใจชั้นดีที่ย้อนกลับมาเติมเต็มหัวใจของพวกเราให้มีแรงก้าวต่อไปอย่างมีความหมาย ขอบพระคุณพี่ต้น พี่เชอรี่ และอนุโมทนาบุญกับทุกท่านที่ร่วมสร้างสะพานบุญนี้ด้วยกันนะคะ สัญญาว่าจะกลับมาเป็นรอยยิ้มให้ทุกคนที่นี่ในทุกๆ ปีค่ะ 

‘ใหม่ ดาวิกา’ เสิร์ฟลุคสุดจึ้งในชุดขนนก ดีเทลตาแตก สวยสง่าดุจนางพญา

11 กันยายน 2569 เวลา 11:08 น.

ทำเอาแฟชั่นนิสต้าและแฟนคลับถึงกับต้องสยบให้กับความงามแบบไร้ที่ติ เมื่อซูเปอร์สตาร์สาว “ใหม่-ดาวิกา โฮร์เน่” โพสต์ภาพแฟชั่นเซ็ตล่าสุดลงบนอินสตาแกรมส่วนตัว (@davikah) เปิดตัวลุคสุดวิจารณ์ด้วยชุดกูตูร์ขนนกดีไซน์สุดล้ำ สะท้อนกลิ่นอายความลึกลับ มีเสน่ห์ และทรงพลังอย่างลงตัว

โดดเด่นด้วยการจัดเรียงขนนกโทนสีน้ำตาลเข้มไล่ระดับอย่างละเอียดยิบเป็นทรงครอปท็อปเกาะอก เผยสรีระและหน้าท้องสุดเฟิร์ม จับคู่กับกระโปรงทรงหางหงส์ประดิดประดอยขนนกเข้าชุด ลากยาวเพิ่มความอลังการเพียงแค่ปล่อยภาพออกไปไม่กี่นาที ยอดไลก์และคอมเมนต์ก็ถั่งโถมเข้ามาอย่างรวดเร็ว แฟนคลับและเพื่อนพ้องในวงการบันเทิงต่างเข้ามาคอมเมนต์ชมเป็นเสียงเดียวกันว่า “สวยสะกด” และ “ยอมในความปัง” ของเธออย่างไม่ขาดสายนับเป็นอีกหนึ่งลุคระดับตำนานของ ใหม่ ดาวิกา ที่ตอกย้ำตำแหน่งเจ้าแม่แฟชั่นแห่งยุคได้อย่างสมศักดิ์ศรี ไม่ว่าจะแต่งลุคไหนก็เอาอยู่และสร้างกระแสฮือฮาได้เสมอ

‘ป๊อป อารียา’สุดตื้นตัน! รุดทำบุญกราบยายอายุ 96 ปีที่ตรัง เผยภาพความประทับใจ

11 กันยายน 2569 เวลา 11:04 น.

เรื่องราวสุดอบอุ่นหัวใจนี้เกิดขึ้นเมื่อ “ป๊อป อารียา” เดินทางไปยังจังหวัดตรังเพื่อทำบุญ และมีโอกาสเข้ากราบผู้สูงอายุท่านหนึ่งที่มีอายุยืนยาวถึง 96 ปี โดยในภาพถ่ายที่เผยแพร่นั้น สะท้อนให้เห็นถึงความผูกพันอันน่าประทับใจ ป๊อป อารียา นั่งพื้นประคองกอดคุณยายที่นั่งอยู่บนเตียงอย่างทะนุถนอม พร้อมรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความสุข ในขณะที่คุณยายก็สวมกอดกลับด้วยความเอ็นดู

แม้ว่าตามข้อมูลจะไม่ได้รับข้อมูลที่ยืนยันว่ามีความสัมพันธ์ทางสายเลือด แต่บรรยากาศในภาพนั้นเต็มไปด้วยความอบอุ่นและความรักที่ไม่ต่างจากญาติผู้ใหญ่กับลูกหลาน ป๊อป อารียา ยังได้ระบุข้อความบรรยายความรู้สึกไว้ด้วยว่า ครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกในชีวิตที่มีโอกาสไปดูมโนราห์เพื่อทำบุญให้คุณยาย และทันทีที่คุณยายเห็นก็สวมกอดเธออย่างแน่น สร้างความรู้สึกอบอุ่นใจเป็นอย่างมาก จนเธอขอปวารณาตัวเป็นหลานสาวอีกคนหนึ่งของคุณยายท่านนี้ สร้างความประทับใจให้กับผู้ที่ได้รับชมภาพเป็นอย่างมาก

รวมตัวแม่ระดับโลก ‘ลิซ่า – แอนน์ แฮทธาเวย์ – ดัว ลีพา’ ร่วมงานเปิดตัว Serpent Infinito ของ Bvlgarii

11 กันยายน 2569 เวลา 11:01 น.

เป็นโพสต์ที่ได้รับความสนใจอย่างล้นหลามบนโซเชียลมีเดีย เมื่อแบรนด์เครื่องประดับหรูระดับโลก Bvlgari ได้เผยภาพการรวมตัวของเหล่า Global Brand Ambassador ตัวแม่ นำโดยศิลปินสาวระดับโลก ลิซ่า (Lisa – ลลิษา มโนบาล), นักแสดงสาวเจ้าของรางวัลออสการ์ แอนน์ แฮทธาเวย์ (Anne Hathaway) และป็อปสตาร์สาวชื่อดัง ดัว ลีพา (Dua Lipa) ในงานเปิดตัวประติมากรรมระดับอลังการ Serpenti Infinito ณ The High Line มหานครนิวยอร์ก

งานดังกล่าวเป็นการจัดแสดงชิ้นงานประติมากรรมขนาดใหญ่ที่ถ่ายทอดสัญลักษณ์อันเป็นเอกลักษณ์อย่าง “Serpenti” หรืองูของ Bvlgari ให้กลายเป็นประสบการณ์ immersive ท่ามกลางฉากหลังวิวเมืองแมนฮัตตัน

งานนี้ ลิซ่า (Lisa) มาในลุคเกาะอกผ้าลูกไม้สีดำสไตล์คอร์เซ็ตคู่กับกระโปรงยาวสีดำแมตช์อย่างลงตัว เพิ่มความงดงามเลอค่าด้วยสร้อยคออัญมณีดีไซน์งูอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์

ส่วน แอนน์ แฮทธาเวย์ (Anne Hathaway) สะกดทุกสายตาในชุดเดรสเกาะอกสีขาวสว่างพลิ้วสวย พร้อมเครื่องประดับสร้อยคอชั้นสูงเข้าชุด

ด้าน  ดัว ลีพา (Dua Lipa) มาในสไตล์สุดเท่และเซ็กซี่ด้วยเสื้อสายเดี่ยวปักเลื่อมระยิบระยับคู่กับกางเกงสแล็กสีดำ และสร้อยคอเครื่องประดับหรู

บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความอบอุ่นและเป็นกันเอง โดยมีภาพรอยยิ้มและการสวมกอดกันอย่างสนิทสนมของเหล่าแอมบาสเดอร์ ทำเอาแฟนคลับทั่วโลกต่างเข้ามากดไลก์และแสดงความยินดีกับการรวมตัวของ 3 สาวทรงอิทธิพลแห่งยุคในครั้งนี้อย่างคับคั่ง