รอยเสด็จพระราชดำเนิน ร.5 ณ วัดคูเต่า อ.เมือง จ.สงขลา

รอยเสด็จพระราชดำเนิน ร.5 ณ วัดคูเต่า อ.เมือง จ.สงขลา

รอยเสด็จพระราชดำเนิน ร.5 ณ วัดคูเต่า อ.เมือง จ.สงขลา

วันอังคาร ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงเป็น “มหาราชของชาติ” ในพระราชสมัญญา “พระปิยมหาราช”  ด้วยทรงเป็นที่รักของปวงพสกนิกรทุกหมู่เหล่า ด้วยทรงคำนึงถึงทุกข์สุขของอาณาประชาราษฎร  และเพียรปัดเป่าแก้ไขให้ลุล่วง เปี่ยมสุข

ทรงใกล้ชิดกับประชาชน ผ่านการเสด็จประพาสไปยังท้องถิ่นต่างๆในประเทศไทย เพื่อดูแลทุกข์สุขของราษฏรของพระองค์“สงขลา” เป็นหัวเมืองสำคัญภาคใต้เมืองหนึ่ง ที่พระองค์เสด็จพระราชดำเนินเยือนบ่อยมาก  จากหลักฐานการบันทึก  ในหลวงรัชกาลที่ 5 เสด็จสงขลามากถึง 10 ครั้ง  ทั้งก่อนขึ้นครองราชย์และหลังขึ้นครองราชย์
การเสด็จเมืองสงขลา ครั้งสำคัญ  8 ครั้ง ได้แก่

ครั้งที่ 1 (พ.ศ.2414)  เสด็จเมืองสงขลาในเที่ยวกลับ  จากการเสด็จประพาสอินเดีย โดยพระองค์เสด็จขึ้นบกที่เมืองไทรบุรี (ปัจจุบันคือ รัฐเกดะฮ์ ประเทศมาเลเซีย)  จากนั้นเสด็จพระราชดำเนินตามถนนไทรบุรี (กาญจนวนิช) สู่เมืองสงขลา กล่าวได้ว่า พระองค์คือพระมหากษัตริย์ไทยพระองค์แรก ที่เสด็จพระราชดำเนินผ่านถนนไทรบุรี  โดยได้ลงเรือพระที่นั่งเสด็จกลับสู่พระนครจากเมืองสงขลานี่เอง

ครั้งที่ 2 (พ.ศ.2431) คราวที่พระองค์เสด็จประพาสแหลมมลายูทางชลมารค  ระหว่างทางเสด็จพระองค์ทรงแวะตรวจราชการ ณ เมืองและเกาะต่างๆ อาทิ เกาะเหล็ก เมืองชุมพร เกาะช่องอ่างทอง เกาะสมุย เกาะพงัน น้ำตกธารเสด็จ แหลมตะลุมพุก จนมาถึงปากอ่าวเมืองสงขลา ตลอดเส้นทางพระราชดำเนินของพระองค์ พระองค์ได้ไถ่ถามทุกข์สุขจากประชาชนอยู่ตลอด โดยการเสด็จในครั้งนี้ พระองค์ได้ทรงบันทึกเป็นจดหมายเหตุไว้ดังนี้

“…วันอาทิตย์ เดือน 9 แรม 11 ค่ำ เวลาเช้า 4 โมง 25 นาที ถึงปากน้ำเมืองสงขลา ทอดเรือพระที่นั่งหลังเกาะหนูห่างฝั่ง 60 เส้นเศษ หลวงวิเศษภักดีผู้ช่วยเมืองสงขลาลงมา เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทในเรือพระที่นั่ง กราบบังคมทูลพระกรุณาว่า พระยาวิเชียรคีรี ผู้สำเร็จราชการเมืองสงขลาป่วยเป็นฝีอรรคเนสันมาแต่เมืองแขก กลับมาถึงสงขลาได้ 4 วัน ถึง อนิจกรรม

…เสด็จพระราชดำเนินขึ้นบก ประทับแรมที่ค่ายหลวง ที่แหลมทราย เมืองสงขลา เวลาบ่ายโมงเศษ เสด็จโดยทางชลมารคไปขึ้นท่าหน้าจวนเมืองสงขลา…”การเสด็จประพาสของพระองค์ในครั้งนี้ ได้เสด็จพระราชดำเนินมายัง วัดมัชฌิมาวาส ทะเลสาบสงขลา ปากช่องแหลมทราย ป้อมเขาแดง ป้อมค่ายม่วง เกาะยอ ช่องเขาเขียว ปากจ่า และเกาะต่างๆในทะเลสาบสงขลา จนถึงเมืองพัทลุง พระองค์ยังเสด็จขึ้นไปนมัสการพระเจดีย์บนเขาตังกวนอีกด้วย

ครั้งที่ 3 (พ.ศ.2433) ครั้งนี้พระองค์เสด็จมาเฉพาะตัวเมืองสงขลา และวัดมัชฌิมาวาสเท่านั้น

ครั้งที่ 4 (พ.ศ.2439) คราวที่พระองค์เสด็จกลับจากเกาะชวา ได้เสด็จที่วัดมัชฌิมาวาส ซึ่งเป็นวัดโบราณที่พระองค์ เสด็จพระราชดำเนินเยือนทุกครั้ง ที่เสด็จถึงเมืองสงขลา

ครั้งที่ 5 (พ.ศ.2441) พระองค์เสด็จขึ้นบนเขาตังกวน เพื่อประทับพักผ่อนพระอิริยาบถบนศาลาที่โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้น ทรงนมัสการเจดีย์บนยอดเขา และโปรดเกล้าฯ ให้สร้างประภาคารบนเขาตังกวน เมื่อปี พ.ศ.2440  อีกทั้งพระองค์ได้ประทับรถม้าพระที่นั่งถึงสวนพระยาวิเชียรคีรีที่สวนวัฒฑีวัน หรือสุสานสวนตูลในปัจจุบัน

ครั้งที่ 6 (พ.ศ.2443) พระองค์เสด็จเมืองสงขลาและวัดมัชฌิมาวาส  การเสด็จประพาสครั้งนี้  พระยาสงขลา (ชม) ได้มีการสร้างถนนรับเสด็จ ตั้งแต่บริเวณหน้าศาลาว่าการมณฑลนครศรีธรรมราช (พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสงขลาในปัจจุบัน) จนถึงแหลมทราย พระองค์จึงพระราชทานนามถนนสายนี้ว่า “ถนนวิเชียรชม” เพื่อเป็นเกียรติแก่ผู้สร้าง
ครั้งที่ 7 (พ.ศ.2444) พระองค์เสด็จประพาสชวาครั้งที่ 3 โดยเรือพระที่นั่งทอดสมอที่เกาะหนู พระองค์พระราชทานเงินสำหรับปฏิสังขรณ์สุเหร่า  และเสด็จไปตามถนนสายในถึงวัดมัชฌิมาวาส ผ่านวัดดอนแย้ วัดเลียบ ตลาดริมน้ำ ฯลฯ  ได้เสด็จเยี่ยมเยือนราษฎรในเมืองสงขลา ณ จุดต่างๆ เมื่อเสร็จสิ้นพระราชกิจ ก็ลงเรือพระที่นั่งหน้าจวน และเสด็จนิวัตพระนคร

ครั้งที่ 8 (พ.ศ.2448) การประพาสครั้งนี้ พระองค์เสด็จไปถึงอำเภอสทิงพระ และเสด็จพระราชดำเนินทรงสดับปกรณ์พระศพพระยาสงขลา ทอดพระเนตรเห็นศาลเจ้าจีน และถนนตัดใหม่ระหว่างเขาตังกวน และเขาน้อย
ที่ “วัดคูเต่า” ต.แม่ทอม อ.บางกล่ำ จ.สงขลา ยังปรากฏร่องรอยและเรื่องราวที่เกี่ยวพันกับการเสด็จประพาสของล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 5 ผ่าน “สะพานแขวนวัดคูเต่า” ว่า สร้างขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว อายุนับร้อยปี ได้รับการบูรณะจนแล้วเสร็จโดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา จนสามารถกลับมาใช้งานได้ตามปกติ และยังคงเอกลักษณ์เดิมไว้เกือบทั้งหมด โดยยังใช้เสาตอม่อคอสะพานเดิมทั้งสองฝั่ง เปลี่ยนเฉพาะลวดสลิง และไม้ที่เป็นทางเดินเท่านั้น

องค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา ในยุคของนายนิพนธ์ บุญญามณี ใช้งบประมาณในการบูรณะทั้งสิ้น 2 ล้านบาท หลังจากที่ถูกทิ้งร้างมานานหลายปี และชาวบ้านได้เรียกร้องให้มีการบูรณะขึ้นมาใหม่ เพื่อเป็นอนุสรณ์สถาน ระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระพุทธเจ้าหลวง ที่ทรงให้สร้างสะพานแขวนแห่งนี้ขึ้น  เมื่อครั้งที่พระองค์ท่านเสด็จประพาสเมืองสงขลา ทรงล่องเรือผ่านคลองอู่ตะเภา และเห็นถึงความเดือดร้อนในการเดินทางข้ามไปมาของประชาชนทั้ง 2 ตำบล จึงให้สร้างสะพานแขวนขึ้นเพื่อความสะดวก

จากอักษรที่จารึกอยู่ที่ฐานของสะพานระบุว่า ได้เริ่มสร้าง เมื่อวันเสาร์ เดือนยี่ ขึ้น 9 ค่ำ ปีมะเส็ง ต่อท้ายด้วยคำภาษาอังกฤษที่เขียนว่า LONG 96 เป็นความทรงจำ และความประทับใจของชาวบ้านมาจนถึงปัจจุบัน และเป็นที่รับรู้กันจนถึงรุ่นลูกรุ่นหลานว่า เป็นสะพานแขวนของ ร.5

วัดคูเต่าเป็นวัดเก่าแก่วัดหนึ่งในจังหวัดสงขลา ตั้งอยู่ริมคลองอู่ตะเภาก่อนออกสู่ทะเลสาบสงขลา สร้างมาตั้งแต่สมัยอยุธยา โดยพระอุปัชฌาย์แก้วประมาณปี พ.ศ. ๒๒๙๙ ในที่ดินเป็นของนายสร้าง ซึ่งเป็นชาวจีนมาตั้งถิ่นฐานอยู่ในตำบลคูเต่า และได้หยุดสร้างอยู่ระยะหนึ่ง เนื่องจากพระอุปัชฌาย์แก้วมรณภาพลง

ต่อมาอุปัชฌาย์หนูได้ดำเนินการสร้างต่อจนแล้วเสร็จในปี พ.ศ. ๒๔๔๕ โดยเฉพาะพระอุโบสถซึ่งมีความกว้าง ๙ เมตร ยาว ๑๔ เมตร โครงสร้างก่ออิฐถือปูนและล้อมรอบด้วยกำแพงแก้ว มีเจดีย์ทั้ง ๔ มุมกำแพง องค์เจดีย์กว้างและยาวองค์ละ ๒ เมตร สูง ๗ เมตร มีซุ้มประตู ๓ ประตู  โดยที่ซุ้มประตูก่ออิฐถือปูนขาว ยอดเป็นจัตุรมุขแกะลายกนก และซุ้มสีมาลายกนก หน้าบันเป็นรูปพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณพระพรหมทรงหงส์ มีลายกนก และรูปสัตว์ประกอบสวยงามวิจิตรบรรจงอย่างมาก

ในพระอุโบสถมีจิตรกรรมฝาผนังเล่าเรื่องประวัติพระเวสสันดรชาดก เขียนโดยช่างพื้นบ้านภาคใต้ ซึ่งเป็นชาวบ้านในแถบนั้น

เนื่องจากที่ตั้งวัดเดิมเป็นที่ลุ่มและเป็นที่อาศัยของเต่าเป็นจำนวนมากชาวบ้านจึงเรียกกันว่า “วัดสระเต่า” ต่อมามีชาวจีนเข้ามาทำมาหากินบริเวณสองฟากของคลองอู่ตะเภามากขึ้น จนบริเวณริมน้ำเกิดเป็นหมู่บ้านขึ้น ประกอบกับที่ตั้งวัดเดิมทางสัญจรไม่สะดวก จึงได้ย้ายวัดมาตั้งในที่ปัจจุบันนี้  

ชาวบ้านร่วมกันขุดคูขึ้นทางทิศเหนือของวัดที่เชื่อมติดกับลำคลองอู่ตะเภา และขุดยาวไปทางทิศตะวันตก  พอให้เรือเล็กแล่นผ่านไปมาได้ในฤดูฝน ในบริเวณคูน้ำมีเต่ามาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ชาวบ้านจึงเรียก “คูเต่า” และเรียกวัดสระเต่าเดิมว่า “วัดคูเต่า” แทน

จิตรกรรมฝาผนังเรื่อง “พระเวสสันดร” ในโบสถ์นั้น มีเสน่ห์แบบท้องถิ่นใต้ ที่หาดูได้ยาก โดยเฉพาะการเขียนภาพตัวละคร “ชูชก” เหมือนตัวหนังตะลุง  ซึ่งพระอธิการถาวร ถาวโร เจ้าอาวาสวัดคูเต่ารูปที่ 6 เล่าว่า  จิตรกรรมเหล่านี้น่าจะวาดขึ้นในราวปี พ.ศ.2348 เป็นต้นมา (ในยุคของพระอาจารย์แก้วเจ้าอาวาสรูปที่ ๒)โดยใช้ชาวบ้านที่เป็นช่างศิลป์ในพื้นที่เป็นผู้วาดทั้งหมด  สีที่ใช้ในการระบายก็ได้มาจากธรรมชาติ เช่น เปลือกไม้ รากไม้ เป็นต้น

นอกจากนี้ สถาปัตยกรรมต่าง ๆ ที่มีอายุหลายร้อยปีภายในวัด ทั้งกุฏิและศาลาต่างๆ ก็ถือเป็นมรดกตกทอดทางศิลปกรรมที่ทรงคุณค่า  จน ศาลาการเปรียญ (ศาลาเรียน) วัดคูเต่า ได้รับรางวัลอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกจาก UNESCO ปี 2554 ที่โดดเด่นด้วยการใช้ไม้ต่อสลักแบบโบราณ หลังคาทรงมะนิลา มุงกระเบื้องดินเผา มีลายปูนปั้นที่หน้าบันด้วย  หากใครได้ไปเยือนจังหวัดสงขลา โปรดหาเวลาไปสัมผัสกลิ่นอายทางประวัติศาสตร์เมืองสงขลา ที่วัดคูเต่าแห่งนี้ด้วย  เพื่อสัมผัสรอยพระยุคลบาทของมหากษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว “พระปิยมหาราช” ของปวงชนชาวไทย.

สมมงที่สุด! ‘Golden’ จาก KPop Demon Hunters คว้ารางวัล ‘ออสการ์’

สมมงที่สุด! ‘Golden’ จาก KPop Demon Hunters คว้ารางวัล ‘ออสการ์’

สมมงที่สุด! ‘Golden’ จาก KPop Demon Hunters คว้ารางวัล ‘ออสการ์’

วันจันทร์ ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2569, 17.46 น.

ในที่สุด “Golden” เพลงประกอบแอนิเมชันเรื่องดัง KPop Demon Hunters จาก Netflix ก็สามารถคว้ารางวัลใหญ่อย่าง Best Original Song จากเวทีออสการ์ 2026 ได้อย่างสวยงามแบบไม่พลิกโผ โดย “Golden” เป็นเพลง K-Pop เพลงแรกที่ได้รางวัลออสการ์ รวมถึงตัวภาพยนตร์เรื่องนี้ก็ได้รางวัล Best Animated Feature Film ไปครองอีกด้วย เรียกได้ว่าสมมงทั้งภาพยนตร์และเพลงประกอบกันเลยทีเดียว

นอกจากสามสาวผู้ให้เสียงร้อง HUNTR/X ทั้ง EJAE, Audrey Nuna และ Rei Ami จะได้ขึ้นแสดงสดเพลง “Golden” บนเวทีออสการ์เป็นครั้งแรก ท่ามกลางเหล่านักแสดงที่ร่วมกับถือแท่งไฟ สัญลักษณ์และสีสันของวงการเพลง K-Pop ด้วยกันทั้งฮอลล์แล้ว EJAE ยังได้ขึ้นไปรับรางวัลบนเวทีพร้อมกับทีมแต่งเพลง และได้กล่าวสปีชรับรางวัลสุดประทับใจเอาไว้ด้วยว่า

ตอนเด็ก ๆ ผู้คนมักล้อเลียนฉันที่ชอบ K-Pop แต่ตอนนี้ทุกคนกลับร้องเพลงของพวกเราและร้องตามเนื้อเพลงภาษาเกาหลีทั้งหมด รางวัลนี้จึงไม่ใช่เรื่องของความสำเร็จ แต่มันคือเรื่องของความเข้มแข็งและการไม่ยอมแพ้

ก่อนหน้านี้ เพลง “Golden” คว้ารางวัล Best Original Song – Motion Picture จากเวที Golden Globe Awards และรางวัล Best Song Written for Visual Media จาก Grammy Awards โดยเป็นเพลง K-Pop เพลงแรกที่ได้รับรางวัลจากทั้งสองเวทีนี้อีกด้วย นับว่าทุกพื้นที่ทั่วโลกในขณะนี้ มีแต่ “Golden” ของจริง และแน่นอนว่ายังมีอีกหลายเวทีที่ “Golden” เตรียมคว้ารางวัลอีกเรื่อย ๆ ตลอดทั้งปีนี้

ดาวเด่นสายเอ็นฯ โฟร์เอส ปักหมุดเพลงมันส์ 4ดาวรุ่งคัดเพลงเอกประชันไมค์รอบลึกสุดหิน

ดาวเด่นสายเอ็นฯ โฟร์เอส ปักหมุดเพลงมันส์ 4ดาวรุ่งคัดเพลงเอกประชันไมค์รอบลึกสุดหิน

ดาวเด่นสายเอ็นฯ โฟร์เอส ปักหมุดเพลงมันส์ 4ดาวรุ่งคัดเพลงเอกประชันไมค์รอบลึกสุดหิน

วันจันทร์ ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2569, 17.27 น.

ปักหมุดความสนุกสำหรับสายโจ๊ะบนเวทีคอนเสิร์ต “ชุมทางดาวทอง” สัปดาห์นี้ยังคงยกเวทีให้กับกลุ่มศิลปินค่ายใหญ่โฟร์เอส นำทีมโดย “หมอนทอง โฟร์เอส”, “ผักบุ้ง หิมพานติ์”, “นมสด โฟร์เอส” และ “มายมิ้นท์ โฟร์เอส” ที่แท็กทีมกันมาเสิร์ฟหลากบทเพลงที่แฟนเพลงคุ้นหู อาทิ ใครหนอจะรอคนเศร้า, เพชรร่วงในสลัม, ไอ้หนุ่มตังเก และ หนูเพิ่งรู้ ขอเชิญแฟนๆ เตรียมขยับแข้งขยับขา ร้องเล่นเต้นตามดาวเด่นสายเอ็นฯที่มารวมตัวกันแน่นเวที

ส่งท้ายปลายสัปดาห์นี้ เปิดสังเวียนประชันไมค์เดือด! กับการประกวดร้องเพลงลูกทุ่งระดับมาตรฐาน GLO Miracle Music ซีซั่น 2 ที่เดินทางมาถึงรอบตัดเชือกสุดหินของ 4 สาวดาวรุ่งโชว์พลังหญิง “นิว สวิตตา” จ.อ่างทอง, “แก้มอุ่น ปฏิญญา” จ.เชียงใหม่, “โบว์ ธมลวรรณ์” จ.ชัยนาท และ “กุ๊บกิ๊บ บุญญฉัตร” จ.สตูล ที่ต้องคัดสรรเพลงเด็ด และอินเนอร์มาสู้กันผ่านบทเพลงลูกทุ่งสุดคลาสสิก อาทิเพลง น้ำตาน้องเพ็ญ, จำเสี่ยงเลี้ยงพ่อ, ตะวันลับฟ้า งานนี้มี 3 สาวที่ได้ไปต่อ และต้องมี 1 สาวที่ต้องโบกมืออำลา! .. รอลุ้นพาเพลินกับผลงานเพลงลูกทุ่งคุณภาพได้ในรายการ “ชุมทางดาวทอง” ทางช่อง 7HD กดหมายเลข 35 หรือชมผ่านออนไลน์ที่เพจเฟสบุ๊ค Ch7HD ออกอากาศวันพฤหัสบดีที่ 26 และศุกร์ที่ 27 มีนาคม 2569 เวลา 13.30 น. เป็นต้นไป สามารถดูย้อนหลังได้ที่ http://www.bugaboo.tv, Youtube Channel 7 Star Studio และเฟสบุ๊คแฟนเพจhttps://www.facebook.com/chumtangdaotong/ พร้อมสุขสนุกไปด้วยกันทุกที่

‘ดารา-อินฟลู’อบอวลด้วยกำลังใจ Global Empower Awards 2026 ยกย่องคนคุณภาพวงการบันเทิง

'ดารา-อินฟลู'อบอวลด้วยกำลังใจ Global Empower Awards 2026 ยกย่องคนคุณภาพวงการบันเทิง

‘ดารา-อินฟลู’อบอวลด้วยกำลังใจ Global Empower Awards 2026 ยกย่องคนคุณภาพวงการบันเทิง

วันจันทร์ ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2569, 16.56 น.

อีกหนึ่งวันที่เต็มไปด้วยความหมายและความภาคภูมิใจของคนในวงการบันเทิง สำหรับงาน Global Empower Awards 2026 เวทีประกาศรางวัลที่จัดขึ้นอย่างอบอุ่นและสง่างามโดย สำนักข่าว The Viral Hits ณ โรงละครคาลิปโซ่ เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2569 ท่ามกลางบรรยากาศแห่งการแสดงความยินดีและมีพลังบวกจากบุคคลในแวดวงบันเทิง สื่อ และคอนเทนต์สร้างสรรค์ที่มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของวันสำคัญครั้งนี้ อาทิ เบิ้ล ปทุมราช, พูห์ กฤติน-พาเวล นเรศ,  ป๊ายปาย โอริโอ้, อันดา-ลูกแก้ว, เอ ศุภชัย, ต้า อธิวัตน์, หน่อง อรุโณชา, มอสมาย, บุญรอด, กตัญญู, ฟลุ๊ค กะล่อน, เรียวตะ, เอวา ปวรวรรณ, ลิซ่า อลิชา, เอส คมกฤษ, พิซซ่ามูฟวี่, ปาร์ตี้ฟีลกู้ด, กฤษ บุญยะเลี้ยง, น้ำผึ้ง ณัฐริกา, ชมพู่ ก่อนบ่าย และอีกมากมายถึงแม้งานจะเปล่งประกายด้วยสีสันของวงการบันเทิง ทั้งศิลปิน นักแสดง ผู้ผลิต ผู้กำกับ ครีเอเตอร์ และอินฟลูเอนเซอร์จากหลากหลายแขนง แต่หัวใจสำคัญของ Global Empower Awards 2026 ในปีนี้กลับชัดเจนยิ่งกว่านั้น เพราะนี่ไม่ใช่เพียงเวทีแห่งเกียรติยศ หากแต่เป็นเวทีที่ตั้งใจสร้างขึ้นเพื่อส่งต่อกำลังใจ ยกย่องความมุ่งมั่นและมองเห็นคุณค่าของคนทำงานคุณภาพอย่างแท้จริง

แมกซ์-ภัทรกฤต ดวงสนิท เผยว่า  “เวทีนี้อยากเป็นกำลังใจให้คนคุณภาพในวงการ Global Empower Awards 2026 เกิดขึ้นจากความตั้งใจที่เราอยากให้มีอีกหนึ่งเวทีที่คอยมองเห็นและยกย่องคนที่ตั้งใจทำงานจริง ๆ ในวงการบันเทิง สื่อ และคอนเทนต์สร้างสรรค์ เพราะเราเชื่อว่าความสำเร็จที่แท้จริงไม่ได้วัดจากกระแสเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากคุณภาพ วินัย ความรับผิดชอบ และความพยายามที่แต่ละคนใส่ลงไปในผลงาน และเป้าหมายสำคัญในการทำหน้าที่เป็น “กำลังใจ” ให้กับทั้งคนเบื้องหน้าและเบื้องหลัง ที่ทุ่มเทสร้างสรรค์ผลงานคุณภาพให้เกิดขึ้นในอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง เราอยากให้งานนี้เป็นเหมือนพื้นที่แห่งการยืนยันว่า คนที่ทำงานดี มีความสามารถ และคนที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้อื่น สมควรได้รับการชื่นชมอย่างจริงใจ ไม่ว่าจะเป็นศิลปิน นักแสดง ผู้ผลิต ผู้กำกับ สื่อ หรือครีเอเตอร์ ทุกคนล้วนมีคุณค่าในแบบของตัวเอง และเราอยากให้เวทีนี้เป็นหนึ่งในแรงสนับสนุนเล็ก ๆ ที่ช่วยเติมกำลังใจให้พวกเขาเดินหน้าต่อไปอย่างภาคภูมิ เราอยากให้ Global Empower Awards เป็นอีกหนึ่งแรงผลักดันที่ทำให้คนในวงการรู้ว่า สิ่งที่พวกเขาทำมีความหมาย และยังเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนวงการบันเทิงไทยและซอฟต์พาวเวอร์ไทยให้ก้าวต่อไปอย่างสง่างาม”

โดยความพิเศษของงานในปีนี้ อยู่ที่การคัดสรรบุคคลและผลงานจากหลากหลายสาขา ไม่ว่าจะเป็นซีรีส์ ภาพยนตร์ ดนตรี รายการโทรทัศน์ สื่อคุณภาพ ไปจนถึงคอนเทนต์ครีเอเตอร์และอินฟลูเอนเซอร์ที่มีอิทธิพลในโลกออนไลน์ ซึ่งล้วนเป็นตัวแทนของคนทำงานที่ใช้ความสามารถและความคิดสร้างสรรค์ในการสร้างผลงานที่มีพลัง และเมื่อชื่อของผู้ได้รับรางวัลแต่ละสาขาถูกประกาศออกมา สิ่งที่สัมผัสได้ชัดเจนไม่ใช่เพียงเสียงปรบมือแห่งความยินดี แต่คือความรู้สึกร่วมของคนทั้งงานว่าการได้รับการมองเห็นในฐานะ “คนคุณภาพ” นั้นมีความหมายอย่างยิ่ง

โดยผลผู้ได้รับรางวัล Global Empower Awards 2026 มีดังนี้

BEST SERIES BOY LOVE AWARD — Goddess Bless You From Death สิงสาลาตาย

BEST SERIES GIRL LOVE AWARD — Queendom ซ่อนใจไว้ที่เธอ

BEST VIRAL GL COUPLE AWARD — ANDA – LOOKKAEW

BEST VIRAL BL COUPLE AWARD — POOH – PAVEL

BEST DRAMA SERIES AWARD — Decalcomania ทวิญ ร่างฉันวิญญาณเธอ

BEST FEATURE FILM AWARD — My Boo 2 อนงค์ 2.. สามสี่ชาติ

BEST DIRECTOR AWARD — PHONTHARIS CHOTKIJSADARSOPON

BEST MUSIC GROUP AWARD — ASIA7

BEST FEMALE SOLO ARTIST AWARD — ZOM MARIE

BEST MALE SOLO ARTIST AWARD — Jaonaay

OUTSTANDING VIRAL MUSIC ARTIST AWARD — PHUWASIT ANANBHORNSIRI

BEST LUK THUNG ARTIST AWARD — BLE PATUMRACH

BEST ENTERTAINMENT PROGRAM AWARD — THE WALL SONG (ร้องข้ามกำแพง)

OUTSTANDING DRAMA & SERIES PRODUCER AWARD — SUPPACHAI SRIVIJIT

BEST FILM PRODUCTION AWARD — M STUDIO

BEST DRAMA & SERIES PRODUCER SUPPORTING THE THAI ENTERTAINMENT INDUSTRY AWARD — ARUNOSHA BHANUPAN

OUTSTANDING CONTRIBUTOR TO THAI THEATRE AWARD — TAKONKIET VIRAVAN

EXCELLENCE IN CREATIVE MEDIA AWARD — Thai PBS

ARTIST DRIVING THAI SOFT POWER AWARD — KT KRATAE (Tare Boonyaliang)

BEST VIRAL ACTRESS AWARD — LISA ALLYSSA

BEST MALE ACTOR AWARD — ATIWAT SAENGTIEN

BEST FEMALE ACTRESS AWARD — Jackie Jacqueline

BEST MODEL AWARD — FLUK KARON

BEST VIRAL TRENDSETTER AWARD — MOSJOOKQS (มอสมัดจุ๊ก)

BEST SOCIAL MEDIA INFLUENCER AWARD — CHATNAPHA KHIAOKHAM (Paipai)

BEST YOUTUBE CHANNEL AWARD — KATANYU TONIGHT

BEST CONTENT CREATOR & INFLUENCER AWARD (Lifestyle Content) — RYOTA IN THAILAND

BEST CONTENT CREATOR & INFLUENCER AWARD (Entertainment Content) — PARTYFEELGOOD (ปาร์ตี้ นักพากย์ฟีลกู้ด)

BEST CONTENT CREATOR & INFLUENCER AWARD (Creative Review Content) — PIZZAMOVIE

Best TikTok content creator Award — Sunflowava

Global Empower Awards 2026 มากกว่าคำว่าการเฉลิมฉลอง เพราะสิ่งที่งานนี้มอบให้ไม่ได้มีเพียงถ้วยรางวัลหรือเสียงปรบมือ แต่คือการยืนยันว่าความตั้งใจที่ดีมีความหมายและคนที่สร้างสรรค์ผลงานด้วยคุณภาพสมควรได้รับกำลังใจจากสังคมความหมายที่แท้จริงที่สุดของคำว่า Global Empower การใช้เวทีหนึ่งเวทีเพื่อมอบพลังใจให้กับคนคุณภาพของวงการอย่างแท้จริง

#TheViralHits

#GlobalEmpowerAwards2026

#GEA2026

‘ไมค์ ภัทรเดช-ธัญญาเรศ’ ร่วมยินดี Dancing in the Moonlight สตูดิโอ Wellness-Circus Movement

'ไมค์ ภัทรเดช-ธัญญาเรศ' ร่วมยินดี Dancing in the Moonlight สตูดิโอ Wellness-Circus Movement

‘ไมค์ ภัทรเดช-ธัญญาเรศ’ ร่วมยินดี Dancing in the Moonlight สตูดิโอ Wellness-Circus Movement

วันจันทร์ ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2569, 15.32 น.

วงการสุขภาพและการออกกำลังกายในประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่มิติใหม่ของการดูแลสุขภาวะ เมื่อ “Dancing in the Moonlight Holistic Wellbeing Studio(Bangkok)” สตูดิโอด้าน Circus Movement และ Holistic Wellness ประกาศเปิดตัวอย่างเป็นทางการ พร้อมนำเสนอประสบการณ์การดูแลสุขภาพที่ผสานศาสตร์การเคลื่อนไหว ศิลปะการแสดง และการฟื้นฟูร่างกายและจิตใจเข้าไว้ด้วยกันอย่างสร้างสรรค์ โดยมุ่งสร้างพื้นที่แห่งแรงบันดาลใจ  สำหรับผู้ที่ต้องการพัฒนาศักยภาพของร่างกาย ควบคู่กับการดูแลสมดุลของจิตใจในรูปแบบสากล

สตูดิโอแห่งนี้ก่อตั้งโดย คุณจิลมิกา เฉลิมสุข (ฟ้า) ผู้ก่อตั้งที่มีประสบการณ์ในวงการกีฬาและศิลปะการเคลื่อนไหวระดับนานาชาติ เคยเป็นตัวแทนประเทศไทยในการแข่งขันของ International Pole Sports Federation และคว้าเหรียญทองจากการแข่งขัน Asia Airstars Competition รวมถึงได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 จากการแข่งขันในประเทศญี่ปุ่น ที่ได้จับมือก่อตั้งร่วมกับ คุณสมเกียรติ คุณานิธิพงศ์ ผู้จัดการศิลปินชั้นนำของเมืองไทย ซึ่งมีบทบาทสำคัญในวงการบันเทิงมายาวนาน โดยใช้แนวคิดของ Dancing in the Moonlight Holistic Wellbeing Studio(Bangkok)” คือการนำศาสตร์ Circus-ed Movement & Wellness Experience มาผสมผสานกับแนวทางการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม (Holistic Wellness) โดยเชื่อว่าการเคลื่อนไหวของร่างกายไม่เพียงเป็นการออกกำลังกาย แต่ยังเป็นศิลปะที่ช่วยปลดปล่อยพลัง สร้างสมาธิ และเสริมสร้างความเชื่อมโยงระหว่างร่างกาย จิตใจ และอารมณ์   

โดยภายในงาน Serchmaa Byamba (ชาวมองโกเลีย) โค้ชและนักแสดง Mongolian Contortion ระดับโลกจากคณะ Cirque du Soleil จากลาสเวกัส ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้มาร่วมแบ่งปันวิสัยทัศน์เกี่ยวกับศิลปะการดัดตัวระดับมืออาชีพ พร้อมร่วมออกแบบการแสดง Contortion และเวิร์กช็อปสุดเอ็กซ์คลูซีฟ โดยการฝึกดัดตัว (Contortion) ภายในโปรแกรม ที่ได้รับการถ่ายทอดและพัฒนาจากเทคนิคเฉพาะของ Serchmaa ซึ่งเป็นแนวทางการฝึกระดับมืออาชีพระดับโลก นับเป็นครั้งแรกในประเทศไทยที่มีการจัด Contortion Workshop ในรูปแบบ Retreat ใจกลางกรุงเทพฯ

นอกจากนี้ ยังเป็นครั้งแรกของประเทศไทยที่ได้รับเกียรติจาก Nicolas Montes de Oca (ชาวเม็กซิโก) ศิลปินจากคณะละครสัตว์ชื่อดัง Cirque du Soleil ผู้เชี่ยวชาญด้าน Handstand และเจ้าของสถิติ Guinness World Records ด้านการยืนมือ( Handstand) ซึ่งปัจจุบันเป็นทั้งนักแสดงและเทรนเนอร์ระดับนานาชาติ ได้มาร่วมสร้างสีสันภายในงาน พร้อมกันนี้ยังมีศิลปินชื่อดังของเมืองไทย อาทิ ธัญญ่า ธัญญาเรศ และ ไมค์ ภัทรเดช สงวนความดี  ที่เข้าร่วมกิจกรรมโยคะกับครูผู้สอนจากประเทศอินเดีย สะท้อนให้เห็นถึงความงดงามของศิลปะการเคลื่อนไหวที่ผสานศาสตร์สุขภาพเข้าด้วยกันอย่างลงตัวเพื่อพัฒนาให้สตูดิโอแห่งนี้เป็น International Retreat Space สำหรับผู้ที่ต้องการพักผ่อน ฟื้นฟูร่างกาย และค้นหาความสมดุลของชีวิต ผ่านโปรแกรม Private Wellness Retreat ที่ออกแบบเฉพาะบุคคลหรือกลุ่มขนาดเล็ก  โปรแกรมรีทรีตได้ถูกออกแบบอย่างพิถีพิถัน เพื่อให้ผู้เข้าร่วมได้สัมผัสประสบการณ์การดูแลสุขภาพแบบองค์รวมอย่างครบมิติ ทั้งฝึกการเคลื่อนไหว การทำสมาธิ การบำบัดด้วยเสียง การนวดแผนไทย รวมถึงการดูแลด้านโภชนาการผ่านเมนูคลีนจาก “FIT WITH FAH” ที่ช่วยเสริมพลังงานและการฟื้นฟูร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ภายในสตูดิโอมีการเปิดสอนและจัดกิจกรรมด้านการเคลื่อนไหวและสุขภาพที่หลากหลาย ครอบคลุมทั้งศาสตร์การแสดงและการออกกำลังกายเชิงฟื้นฟู อาทิ Contortion (การดัดตัวแบบนักกายกรรม), Aerial Silk/ hoop/hammock/aerial pole/strap, Pole Sport/ exotic pole, Pilates, water rehabilitation in the pool, Yoga/yoga fly, Sound Bath Therapy, Mindfulness & Meditation, การให้คำปรึกษาด้านสุขภาวะกายและใจ, นวดไทย และนวดสปอร์ต, Weight Training & rehabilitation• Weight Training

พร้อมยกระดับประสบการณ์ Wellness ให้ครบวงจรยิ่งขึ้น ด้วยการเปิดตัว “FIT WITH FAH” คลีนฟู้ดคอนเซ็ปต์พิเศษภายในสตูดิโอ ที่ออกแบบมาเพื่อผู้รักสุขภาพโดยเฉพาะ โดยเมนูทั้งหมดปรุงสดใหม่ภายใต้แนวคิด “กินคลีนอย่างแท้จริง” ไม่ใส่ผงชูรส ไม่ใช้น้ำมัน ไม่เติมน้ำตาล และไม่ใช้สารกันบูด เพื่อช่วยเสริมการฟื้นฟูร่างกายจากภายใน สอดรับกับโปรแกรมการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมของสตูดิโออย่างสมบูรณ์แบบนอกจากนี้ภายในสตูดิโอฯ ยังยกเอาคาเฟ่ชื่อดัง “Round Cafe” จาก Washinton DC  ที่มี Positioning คือ From Farm to Cup – Crafted with Intention คาเฟ่ที่เกิดจากความตั้งใจที่อยากเริ่มจากต้นทางจริงๆ ไม่ได้เป็นเพียงแค่ร้านกาแฟ แต่เป็นผู้ที่ควบคุมคุณภาพตั้งแต่ต้นน้ำ -ปลูกกาแฟเอง-คั่วเอง – ไปจนถึงการออกแบบเครื่องดื่มในแต่ละแก้ว อีกหนึ่งจุดสำคัญคือ สาขาแรกได้เปิดที่ Washington DC ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เข้าใจมาตรฐานของ coffee culture ระดับโลก และนำมาพัฒนาเป็นแนวทางของ Round Café และอีกจุดมุ่งหมายที่สำคัญคือ Thai Beverages on Global Stage เพราะต้องการยกระดับเครื่องดื่มไทยให้ไปไกลในระดับโลกไม่ว่าจะเป็นชาไทย หรือรสชาติแบบ local เรานำมาพัฒนาให้มีความ refined และ contemporary มากขึ้น โดยสาขาสองก็ได้มาเปิดให้บริการลูกค้าใน Dancing in the Moonlight ฯ

นอกจากนี้ยังมีเป้าหมายระยะยาวในการพัฒนาเป็น ศูนย์ฝึก Contortion แห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่มีหลักสูตร Teacher Training Program สำหรับผู้ที่ต้องการพัฒนาเป็นครูผู้สอนในระดับสากล รวมถึงหลักสูตรฝึกครู Pilates และ Yoga โดยครูผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศ และ พิเศษสุด ในวันที่ 9 – 10พฤษภาคม นี้  สตูดิโอฯ ยังได้ครูโยคะชื่อดังระดับโลกอย่าง Saurabh singh Rajput ที่จะมาเปิดคลาสพิเศษที่ Dancing in the Moonlight Holistic Wellbeing Studio(Bangkok) เป็นครั้งแรกในประเทศไทยด้วย

Dancing in the Moonlightฯ ได้จัดแพ็กเกจรีทรีตซึ่งมีให้เลือกตั้งแต่โปรแกรมครึ่งวัน (Half-Day Urban Reset) ไปจนถึงโปรแกรมหลายวัน เช่น 2 วัน 1 คืน, 3 วัน 2 คืน และ 6 วัน 5 คืน Signature Cultural & Wellness Retreat ที่ผสานกิจกรรมสุขภาพเข้ากับประสบการณ์วัฒนธรรมไทย อาทิ การเยี่ยมชมวัดสำคัญ การสวมชุดไทยถ่ายภาพ ตลาดน้ำ และการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่ จ.อยุธยา

 ด้วยแนวคิดของโปรแกรม คือการสร้างประสบการณ์ “Private • Intentional • Transformational” หรือการพักผ่อนที่เป็นส่วนตัว มีเป้าหมายชัดเจน และช่วยสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกต่อสุขภาวะของผู้เข้าร่วม โดยมีผู้เชี่ยวชาญด้านการเคลื่อนไหวและสุขภาพระดับนานาชาติคอยดูแลอย่างใกล้ชิด   ผสานศิลปะการแสดงเข้ากับการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม “Dancing in the Moonlight Holistic Wellbeing Studio(Bangkok)” จึงถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของวงการ Wellness ในประเทศไทย ที่สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของกรุงเทพฯ ในการเป็นศูนย์กลางด้านสุขภาพ การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ และศิลปะการเคลื่อนไหวระดับนานาชาติ และสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร 097-149-2656, Line: @moonlightpoleyoga, IG : dancing.in.the.moonlight.bkk

‘พูห์ – พาเวล’คว้ารางวัล BEST VIRAL BL COUPLE AWARD (สาขา คู่จิ้น BL สร้างกระแสยอดเยี่ยม)

'พูห์ - พาเวล'คว้ารางวัล BEST VIRAL BL COUPLE AWARD (สาขา คู่จิ้น BL สร้างกระแสยอดเยี่ยม)

‘พูห์ – พาเวล’คว้ารางวัล BEST VIRAL BL COUPLE AWARD (สาขา คู่จิ้น BL สร้างกระแสยอดเยี่ยม)

วันจันทร์ ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2569, 15.14 น.

อีกหนึ่งครั้งในความสำเร็จของ CHANGE2561 บริษัท Content Creator ที่ผลิตงานคุณภาพในรูปแบบต่างๆไม่ว่าจะเป็น ละคร , Series , รายการ , Content , งาน Show biz และ Event มากมาย รวมถึงการคัดเลือก และพัฒนาศิลปินนักแสดงคุณภาพเข้าสู่วงการ

ล่าสุดเมื่อวันเสาร์ที่ 21 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา ณ สถานที่จัดงาน โรงละครคาลิปโซ ในงานประกาศผลรางวัล GLOBAL EMPOWER AWARDS 2026 งานประกาศรางวัลอันทรงเกียรติ ที่จัดขึ้นเพื่อเชิดชูบุคคลที่สร้างผลงานอันทรงคุณค่าในหลากหลายสาขา ทั้งด้านความคิดสร้างสรรค์ แรงบันดาลใจ และการขับเคลื่อนสังคม

ในงานนี้ บริษัท CHANGE2561 คว้า 2 รางวัล โดยนักแสดงคู่ฮอต พูห์ กฤติน กิจจารุวรรณกุล และ  พาเวล นเรศ พร้อมเผ่าพันธุ์ นักแสดงนำจากซีรีส์เรื่อง “สิงสาลาตาย” (Goddess Bless You From Death) ขึ้นรับรางวัล BEST VIRAL BL COUPLE AWARD (สาขา คู่จิ้น BL สร้างกระแสยอดเยี่ยม) จากเคมีการแสดงที่เข้ากันได้ดีและเป็นธรรมชาติ กับความสามารถในการแสดงที่พัฒนาขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นคู่จิ้นที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางบนโลกโซเชียล สร้างกระแสความนิยมในหมู่แฟนซีรีส์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ขณะเดียวกันซีรีส์ “สิงสาลาตาย” (Goddess Bless You From Death) ภายใต้โปรเจกต์ CHANGE2561 ORIGINAL คว้ารางวัล BEST SERIES BOY LOVE  (สาขา ซีรีส์ BL ยอดเยี่ยม) ไปครองได้อีกหนึ่งรางวัล จากเนื้อเรื่องที่เข้มข้นและการเล่าเรื่องสืบสวนสไตล์ Boy”s Love Romantic Crime Horror Drama Series ที่ทำเอาแฟนซีรีส์ทั้งบอยเลิฟและแนวสยองขวัญถูกอกถูกใจกันไปทั่วทุกมุมโลก

ความสำเร็จครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของ CHANGE2561 ซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของ พี่ฉอด สายทิพย์ มนตรีกุล ณ อยุธยา และพี่เอส วรฤทธิ์ ไวยเจียรนัย ผู้ที่ขับเคลื่อน CHANGE2561 ในการพัฒนานักแสดงรุ่นใหม่ ที่เดินหน้าส่งพลังความมุ่งมั่นให้สังคมไทยผ่านผลงานคุณภาพ และการผลิตงานที่พร้อมมุ่งหน้าขยายขอบเขตการสร้างสรรค์คอนเทนต์ที่หลากหลาย เพื่อผลักดันอุตสาหกรรมบันเทิงไทยมาตรฐานใหม่สู่สากล ได้ออกไปสู่สายตาผู้ชมทั้งในประเทศไทยและทั่วโลก

ปลอดภัยหายห่วง’โยกเยกเชิญยิ้ม’ หลังเข้ารับการผ่าตัด กระดูกทับเส้นประสาท

ปลอดภัยหายห่วง’โยกเยกเชิญยิ้ม’ หลังเข้ารับการผ่าตัด กระดูกทับเส้นประสาท

ปลอดภัยหายห่วง’โยกเยกเชิญยิ้ม’ หลังเข้ารับการผ่าตัด กระดูกทับเส้นประสาท

วันจันทร์ ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2569, 12.51 น.

หลังก่อนหน้านี้เจ้าตัวออกมาแจ้งอัปเดตอาการป่วยจนต้องเข้ารักษาตัวใน รพ.  ในเฟสบุ๊คส่วนตัวโดยแจ้งว่า เป็นกระดูกคอและหลังทับเส้นประสาทต้องเข้าผ่าตัดเป็นการด่วน สำหรับ“โยกเยก เชิญยิ้ม” ล่าสุดหลังจากได้เข้ารับการผ่าตัดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว อาการปลอดภัยดีอยู่ในช่วงพักฟื้นอยู่ในห้อง ICU โดยมีภรรยาดูแลอย่างใกล้ชิดและได้โพสต์ผ่านเฟสบุ๊คแจ้งเหล่าแฟนคลับและผู้ที่เป็นห่วงว่า

“ขอบคุณทุกคนที่ห่วงใยนะคะ สบายใจหายห่วงค่ะ ตอนนี้พี่โยกเยกปลอดภัยดีแล้วค่ะ แต่ยังต้องพักดูอาการอยู่ห้อง ICU ใกล้ชิดคุณหมอ คุณพยาบาล คนไข้กำลังใจดีมาก ยิ้ม หัวเราะ พูดคุย เม้าท์ได้แล้ว ส่วนอาการหลังจากนี้คุณหมอแจ้งว่าต้องรอฟื้นตัวอีกหน่อยก่อนค่ะ ส่วนอาการชาที่มือและขาน้อยลง มือซ้ายที่คอนโทลไม่ได้ดีขึ้นมาก ต้องรอดูที่ขาว่าเรื่องการเดินจะเป็นยังไง ต้องกายภาพไหม พี่โยกเยกฝากขอบคุณทุกคนมากๆนะคะ ที่มาเยี่ยมทั้งที่โรงพยาบาล ที่ไลน์มา โทรมา FB Chat มา หรือช่องทางอื่นๆ  ขอบคุณมากจริงๆค่ะ เดี๋ยวถ้าออกจากห้อง ICU แล้วจะอัปเดตอีกครั้งนะคะ อยู่ที่โรงพยาบาลภูมิพลฯ ตึกคุ้มเกล้า (ตึกแรกชั้น 1) ห้อง ICU นะคะ ใครที่เคยมาเยี่ยมตอนผ่าตัดหัวใจน่าจะพอจำได้ห้องเดียวกัน มี 2 ช่วงเวลานะคะ 12.00-13.00 น. และ 18.00 น.-19.00 น. ส่วนหลังจากพักใน ICU แล้วยังไม่รู้จะย้ายไปดูชั้นไหน เพราะพยาบาลต้องดูแลตลอด 24 ชม.เลยค่ะ เดี๋ยวมาอัปเดตอีกทีนะคะขอบคุณทุกคนอีกครั้งค่ะ

จัดเต็ม77 จังหวัดเผยโฉม ‘ชุดประจำชาติ’ มิสแกรนด์ ไทยแลนด์ 2026

จัดเต็ม77 จังหวัดเผยโฉม ‘ชุดประจำชาติ’ มิสแกรนด์ ไทยแลนด์ 2026

จัดเต็ม77 จังหวัดเผยโฉม ‘ชุดประจำชาติ’ มิสแกรนด์ ไทยแลนด์ 2026

วันจันทร์ ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2569, 12.06 น.

จบลงไปกับอีกหนึ่งรอบสำหรับ We Are GRAND The1 and Only! เวทีเดียวที่ให้โอกาสดีไซเนอร์หัวใจไทย ได้โชว์ศักยภาพในการสร้างสรรค์ชุดประจำจังหวัด เพื่อร่วมชิงชัยได้เป็นที่สุดแห่ง “ชุดประจำชาติยอดเยี่ยม (Best National Costume)” บนเวทีการประกวด มิสแกรนด์ ไทยแลนด์ 2026 : Grand Evolution ปล่อยจอย ปล่อยใจให้เกิดไอเดียอย่างเป็นอิสรและท้าทายความสามารถตามแบบฉบับของเวที ทำให้วันนี้ทุกสายตาได้ชมความสวยงาม อลังการ สมกับการเป็นประเทศแห่งวัฒนธรรม

ค่ำคืนนี้มีตำนานสุดมีมมากมายบนเวที มิสแกรนด์ ไทยแลนด์ 2026 ณ MGI HALL ชั้น 6 ศูนย์การค้า BRAVO BKK รวมถึง PD หรือ ผู้อำนวยการกองประกวดประจำจังหวัด ต่างทุ่มงบจัดเต็ม เพราะนี่คือศักดิ์ศรีของจังหวัดที่ตัวเองถือลิขสิทธิ์ ทีมงานนับร้อยชีวิตเนรมิตผู้เข้าประกวด ช่วยแต่งองค์ทรงเครื่องชุดที่สร้างสรรค์จากแนวคิด แรงบันดาลใจ หวังโกยคะแนนและกระแสไวรัลบนโลกโซเชียล ที่สำคัญต้องโดนใจ บอสณวัฒน์ อิสรไกรศีล ประธานกองประกวด มิสแกรนด์ ไทยแลนด์ และ มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล ที่สุดเท่านั้น

กชเบล ศรัณย์รัชต์ เผือกพิพัฒน์ และ แชมป์ สกุล ลิมปภานนท์ รับหน้าที่พิธีกร เปิดเวทีให้ผู้เข้าประกวดทั้ง 77 จังหวัด ได้นำเสนอชุดแบบจัดเต็ม ไม่ว่าจะเป็นชุดแห่งความเชื่อ ชุดแห่งศรัทธา ชุดอาหารก็มี ชุดสัตว์เลี้ยง ชุดสัตว์โลก  ผลไม้ชื่อดัง  ชุดใหญ่ยักษ์อลังการลากกันไปโปรยยิ้มกันไปอย่างสนุกสนาน  เรียกว่านางงามนำเสนอได้ยอดเยี่ยม หลังเสร็จสิ้นการประกวด พิธีกรเชิญชวนให้ผู้ชมร่วมเป็นผู้ตัดสิน โดยการกด Like และ Share ผ่านทาง Facebook และ Instagram Miss Grand Thailand ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 25 มีนาคม เวลา 12.00 น. เพื่อคัดเลือกให้เป็น Top 20 Best National Costume โดย 20 คน มาจาก คะแนนโหวตสูงสุด 10 อันดับ และอีก 10 คน มาจากคณะกรรมการ เพื่อหาที่สุดของ Best National Costume ก่อนจะทำการประกาศผลผู้ชนะ และรองอีก 4 คน ในรอบ Grand Final

ชุดประจำจังหวัดของดีไซน์เนอร์ สาวงามคนใดจะได้ครองตำแหน่ง ชุดประจำชาติยอดเยี่ยม รวมถึงโอกาสได้สวมใส่บนเวทีการประกวด มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล 2026 ที่ ประเทศอินเดีย ลุ้นพร้อมกันวันที่ 28 มีนาคม 2569 เวลา 19.00 น. ถ่ายทอดสดทาง YouTube Chanel : Grand TVสำหรับผู้ชนะเลิศ ชุดประจำชาติยอดเยี่ยม จะได้รับเงินรางวัล 100,000บาท พร้อมโทรฟี่เกียรติยศ รองชนะเลิศ 4 รางวัล รางวัลละ 30,000 บาท  สนับสนุนรางวัลโดย HYA BOOSTER SERUM & VIT C BIO FACE SERUMติดตามกิจกรรม มิสแกรนด์ ไทยแลนด์ ได้จากทุกช่องทาง YouTube Chanel : Grand TVFacebook : Miss Grand Thailand ,Instagram : missgrandthailand และ TikTok

อลังการสมมง มาดามแป้ง จัดใหญ่ฉลองวันเกิดครบ 60 กะรัต แก๊งนางเอก-คนดังตบเท้าพรึ่บ

อลังการสมมง มาดามแป้ง จัดใหญ่ฉลองวันเกิดครบ 60 กะรัต แก๊งนางเอก-คนดังตบเท้าพรึ่บ

อลังการสมมง มาดามแป้ง จัดใหญ่ฉลองวันเกิดครบ 60 กะรัต แก๊งนางเอก-คนดังตบเท้าพรึ่บ

วันจันทร์ ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2569, 11.20 น.

23 มีนาคม 2569 เรียกได้ว่าเป็นวันเกิดครบรอบ 60 ปีบริบูรณ์ อย่างอบอุ่นสำหรับวันเกิดของ มาดามแป้ง นวลพรรณ ล่ำซำ โดย นางเอกระดับตำนานตัวแม่ทั้ง 7 อย่าง แอน ทองประสม , อั้ม พัชราภา , แอฟ ทักษอร , นุ่น วรนุช , นัท มีเรีย , ศรีริต้า เจนเซ่น และ เชอรี่ เข็มอัปสร ที่รวมตัวกันฉลองวันเกิดของมาดามแป้งกันครบทีม  

ไฮไลต์สำคัญคือโมเมนต์เหล่าตัวแม่แท็กทีมขึ้นไปร้องเพลงเพื่อมอบความสุขให้กับเจ้าของวันเกิด ซึ่งสาวนัท มีเรีย ได้ออกมาโพสต์ข้อความว่า สุขสันต์วันเกิดพี่แป้ง @panglamsam พี่สาวคนเก่งของพวกเราขอให้พี่แป้งและครอบครัวทุกคนพบเจอแต่สิ่งที่ดีงามตลอดไปนะคะ พี่สาวเป็นเสมือนแรงบันดาลใจในหลายๆอย่าง พวกเราภูมิใจและเห็นถึงความทุ่มเทมุ่งมั่นและตั้งใจในทุกสิ่งที่พี่แป้งมอบให้กับสังคมเสมอมา ขอให้รู้ว่าไม่ว่าอะไรก็ตามพวกเราพร้อมที่จะ support พี่สาวคนนี้ตลอดไปนะคะ HBD ka  ยิ่งรู้จักยิ่งรักเธอ

ซึ่งหลังจากที่นัท มีเรีย ได้ออกมาโพสต์ภาพพร้อมข้อความอวยพรวันเกิด มาดามแป้ง ออกไปนั้นก็มีเหล่าสาวๆ แก๊งนางเอก เข้าไปคอมเมนต์กันสนั่นไอจี อาทิเช่น แอฟ ทักษอร ได้เข้ามาคอมเมนต์ขอบคุณพี่สาวว่า “โชคดีที่แกงค์เรามีพี่นัทค่ะ” ขณะที่ “เชอรี่ เข็มอัปสร” ก็รีบเข้ามาสำทับทันทีว่า “พี่นัทเซฟพวกเรามากเลยค่าาา ขอบคุณมากนะคะ” ส่วน ศรีริต้า เจนเซ่น ได้เข้ามาคอมเมนต์ “Love you ka sis”

ทะเลยังไม่ฮอตเท่า ‘แม่ช่า’ สลัดผ้าโชว์หุ่นเซียะวัย 55 ฟาดชุดตาข่ายสุดจึ้ง

ทะเลยังไม่ฮอตเท่า ‘แม่ช่า’ สลัดผ้าโชว์หุ่นเซียะวัย 55 ฟาดชุดตาข่ายสุดจึ้ง

ทะเลยังไม่ฮอตเท่า ‘แม่ช่า’ สลัดผ้าโชว์หุ่นเซียะวัย 55 ฟาดชุดตาข่ายสุดจึ้ง

วันจันทร์ ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2569, 11.09 น.

กลายเป็นโพสต์ที่ทำเอาโซเชียลลุกเป็นไฟ เมื่อตัวแม่แห่งวงการบันเทิงอย่าง มาช่า วัฒนพานิช ได้ออกมาโพสต์ภาพผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว เผยโมเมนต์พักผ่อนสุดชิลริมชายหาดที่ โรงแรม แซนดูน เจ้าหลาว บีช รีสอร์ท งานนี้พี่ช่าจัดเต็มมาในชุดถักโครเชต์สีสันสดใส เผยให้เห็นรูปร่างสุดเป๊ะที่ยังคงความปังไว้ไม่เปลี่ยน แม้ว่าปัจจุบันเจ้าตัวจะเข้าสู่วัย 55 ปี แล้วก็ตาม แต่ความสวยเซ็กซี่ระดับตำนานยังคงอยู่ครบถ้วน โดยมีแคปชั่นระบุว่า “Living at the beach ไม่อยากกลับเข้าเมืองเลย สบายใจจัง…”

มาช่า วัฒนพานิช

นอกจากนี้ มาช่า วัฒนพานิช ยังแอบมาอัปเดตเรื่องการลองเล่นโซเชียลแพลตฟอร์มใหม่ๆ อย่าง TikTok อีกด้วยว่า “Live ในTikTok ไปวันก่อนสนุกดี ครั้งแรก ต้องหัดละนะ”

มาช่า วัฒนพานิช

งานนี้เหล่าแฟนคลับและชาวเน็ตต่างพากันกดไลก์และเข้ามาคอมเมนต์ชื่นชมในความสวยของ มาช่า วัฒนพานิช ที่ดูเหมือนกาลเวลาจะทำอะไรเธอไม่ได้จริง ๆ แม้จะก้าวเข้าสู่วัย 55 แต่ความเป๊ะยังทำเอาแฟน ๆ อึ้งจนต้องเข้าไปคอมเมนต์และส่งอิโมชั่นกันรัว ๆ เช่น 

“HAPPY HAPPY HAPPY khaa”

“สวยมากค่ะ”

“Omg ภาพชุดริมทะเลนี้สุดจึ้ง เริ่ด เริ่ด เลยค่ะ ชอบมากค่ะ ชอบทุกชุด”

“สวยคั้บบบ”

มาช่า วัฒนพานิช
มาช่า วัฒนพานิช
มาช่า วัฒนพานิช
มาช่า วัฒนพานิช
มาช่า วัฒนพานิช
มาช่า วัฒนพานิช
มาช่า วัฒนพานิช
มาช่า วัฒนพานิช

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก อินสตาแกรม marshairis