สุรชัย สมบัติเจริญ ท้าตรวจ DNA ลูกชาย ถ้าไม่ใช่สั่งเปลี่ยนนามสกุลทันที

สุรชัย สมบัติเจริญ ท้าตรวจ DNA ลูกชาย ถ้าไม่ใช่สั่งเปลี่ยนนามสกุลทันที

สุรชัย สมบัติเจริญ ท้าตรวจ DNA ลูกชาย ถ้าไม่ใช่สั่งเปลี่ยนนามสกุลทันที

วันจันทร์ ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 09.39 น.

สั่นสะเทือนวงการ! “สุรชัย สมบัติเจริญ” ประกาศท้าตรวจ DNA ลูกชาย พร้อมลั่นหากไม่ใช่ เตรียมใช้กฎหมายสั่งเปลี่ยนนามสกุล

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงที่ถูกจับตามองอย่างต่อเนื่อง สำหรับลูกทุ่งรุ่นใหญ่ “สุรชัย สมบัติเจริญ” ที่ก่อนหน้านี้เพิ่งเปิดตัวภรรยาที่จดทะเบียนสมรสกันมานานกว่า 40 ปีในอเมริกา พร้อมวลีเด็ดที่ทำเอาชาวเน็ตวิจารณ์สนั่นเมืองว่า “ที่เห็นนี่คือหน้าที่และภาระที่ผมทำจบแล้ว” ซึ่งหลายคนตีความว่าหมายถึงครอบครัวในประเทศไทย

ล่าสุด เรื่องราวกลับยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น เมื่อสุรชัยได้อัดคลิปลงเฟซบุ๊กส่วนตัว เผยความแคลงใจเรื่องสายเลือด โดยระบุว่า ได้รับคอมเมนต์จากชาวเน็ตที่ตั้งคำถามถึงความสัมพันธ์ระหว่างตนกับลูกชาย  “สุรบดินทร์ สมบัติเจริญ” ว่าใช่ลูกแท้ๆ หรือไม่ ซึ่งเจ้าตัวยอมรับว่าตอนนี้เริ่มไม่แน่ใจเช่นกัน

โดยในคลิปดังกล่าว สุรชัย ได้ระบุใจความสำคัญไว้ว่า มีคนคอมเมนต์มาว่านายบดินทร์ เป็นลูกแท้ของผมหรือเปล่า ? ผมไม่แน่ใจเหมือนกัน ผมพร้อมจะตรวจดีเอ็นเอ ก็อยากรู้เหมือนกัน แต่ถ้าไม่ใช่ลูกผม ผมก็อยากให้เขาเปลี่ยนนามสกุล  ถ้าเขาไม่ยอมเปลี่ยน ผมสามารถดำเนินการทางด้านกฎหมายได้หรือเปล่า ?  ใครมีความรู้ทางด้านกฎหมายช่วยบอกผมทีครับ ผมคงกลับถึงกรุงเทพไม่เกินกลางเดือนนี้

เรื่องราวนี้จะจบลงอย่างไร และทางฝั่งลูกชายจะมีการออกมาเคลื่อนไหวตอบโต้หรือไม่ ต้องติดตามกันอย่างใกล้ชิดต่อไป

จุกทั้งรายการ น้องเอวา บอก พ่อแดนนี่ นั่งอยู่ข้างๆ สุดเข้มแข็ง ไลน์หาพ่อ-ตอบเอง

จุกทั้งรายการ น้องเอวา บอก พ่อแดนนี่ นั่งอยู่ข้างๆ สุดเข้มแข็ง ไลน์หาพ่อ-ตอบเอง

จุกทั้งรายการ น้องเอวา บอก พ่อแดนนี่ นั่งอยู่ข้างๆ สุดเข้มแข็ง ไลน์หาพ่อ-ตอบเอง

วันจันทร์ ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 07.51 น.

จุกทั้งรายการ “น้องเอวา” ลั่น “พ่อแดนนี่” นั่งอยู่ข้างๆ กัน สุดเข้มแข็ง ไลน์หาพ่อ-ตอบเอง “กวาง” เชื่อทำหน้าที่ภรรยาสมบูรณ์แล้ว 

“กวาง พจนีย์” ควงลูกสาว “น้องเอวา” เปิดใจชีวิตหลังสูญเสียสามีตลกชื่อดัง “แดนนี่ ศรีภิญโญ” พร้อมเผยสัญญาณแรกก่อนจากไปไม่มีวันกลับ ด้านน้องเอวาสุดเข้มแข็ง บอกพ่อนั่งอยู่ตรงนี้ด้วยกัน ลั่นไลน์หาพ่อ แถมตอบกลับเป็นพ่อเอง ฝันหากเข้าวงการอยากเป็นดีไซเนอร์ แต่ขอพาคนๆ หนึ่งเข้าวงการด้วย ผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow ช่อง One31 ที่มี “ดีเจพุฒ พุฒิชัย” และ “เบนซ์ พรชิตา” เป็นพิธีกรดำเนินรายการ

น้องเอวานั่งดูคลิปคุณพ่อด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ เข้มแข็งมาก?

เอวา : เข้มแข็งค่ะ

จุดเริ่มต้นมีส่งสัญญาณอะไรมั้ย เกี่ยวกับสภาพร่างกายของพี่แดนนี่?

กวาง : เขาค่อนข้างกินอะไรแล้วจุกท้อง แล้วเริ่มมากขึ้นๆ คิดว่าเป็นกรดไหลย้อน แต่พอไปหาคุณหมอ คุณหมอให้ยากรดไหลย้อนมา ก็ไม่ได้เริ่มจุกแล้ว ไม่ได้ตรวจลึก คุณหมอบอกคล้ายๆ กรดไหลย้อนก็ฉีดยามาเข็มนึงแล้วให้ยามาทาน พอกลับไปถึงบ้าน พอเริ่มไม่จุกท้องแล้ว แต่ว่าเริ่มไม่มีแรง เหมือนเหนื่อยขึ้น เราก็เอ๊ะ ทำไมยังเหนื่อยอยู่ ฉี่เริ่มไหลน้อย เราจะเห็นฉี่เขาทุกวันอยู่แล้ว ก็เลยบอกพ่อลองไปตรวจมั้ย เขายอมลองไปตรวจ พอตรวจปั๊บฟังผลเลือดก็เจอไตวายเฉียบพลันระยะอ่อนเพลีย ต้องตรวจจริงจังเดี๋ยวนั้นเลย คุณหมอบอกว่าเจอไตวายเฉียบพลัน และเจอโรคหัวใจ ซึ่งไม่เคยรู้มาก่อน พี่แดนนี่ค่อนข้างไม่บอกใคร และไม่ตรวจเท่ากับไม่เจอ เป็นคนอดทนไม่เป็นไร กลัวคนอื่นเป็นห่วง พอเจอไตวายเฉียบพลัน และโรคหัวใจ เพราะเกลือแร่เริ่มต่ำ ทีนี้ก็แอดมิตทุกอย่าง อยู่ในรพ.ตัวอำเภอ เขาก็ส่งไปตัวจังหวัดสุพรรณบุรี

น้องเอวาทราบมั้ยว่าคุณพ่อป่วย?

กวาง : ก่อนจะไป เขาบอกว่าเดี๋ยวคุณพ่อมานะ คุณพ่อไปรักษาตัวก่อน เขาอยากอยู่ใกล้คุณหมอที่สุด ณ เวลานั้น เอวาก็บอกว่าโอเค คุณพ่อหายไวๆ นะคะ 

ทุกอย่างเกิดขึ้นในช่วงเวลากี่วัน?

กวาง : แค่วันเดียวเองค่ะ อีกวันก็ไปหาหมอเลย แอดมิตเลย เข้าห้องไอซียู เพราะเหนื่อยกับการหายใจมาก

ตอนเข้าไอซียูเขามีสติทุกอย่าง กี่วันถึงค่อยๆ แย่ลง?

กวาง : ระยะเวลาที่อยู่ในห้องไอซียู เขาก็เริ่มเหนื่อยขึ้นๆ ใส่ออกซิเจนแรงดันสูงก็แล้ว แต่ก็ยังเหนื่อยอยู่ คุณหมอก็บอกแล้วแหละว่าเป็นอะไรบ้าง ฉี่เขาก็เริ่มไม่ออก พอวันที่ 16 อาจารย์หมอเข้า บอกว่าต้องย้ายไปในห้องไอซียูโรคหัวใจ ระยะนี้เขารู้สติตลอดเวลาอยู่ในไอซียูเขารู้สติตลอดเวลาเลย จนมาซีซียูของโรคหัวใจ และใส่ท่อ ช่วงใส่ท่อยังพูดคุยโอเค แต่ไตก็เริ่มไม่ตอบสนอง ให้ยาขับก็ไม่ฉี่ หัวใจเต้นแรงมากจนไม่สามารถให้แอ็คโค่ได้

ช่วงเวลาอยู่ไอซียู ย้ายมาซีซียู ก็เป็นพี่กวางมาอยู่กับพี่แดนนี่ตลอด เอวาอยู่กับใคร?

กวาง : อยู่กับคุณตาคุณยาย ก็จะรู้บ้างนิดๆ เราไม่ปิดซะเลย และไม่บอกว่าพ่อไม่โอเคแล้ว ค่อยๆ ทีละนิดๆ 

ช่วงเวลาสำคัญ รพ.โทรมาบอกว่ายังไง?

กวาง : กวางจะเยี่ยมได้แค่รอบเดียวในห้องนั้น ช่วงเที่ยงนิดๆ พยาบาลโทรมาบอกว่าพี่แดนนี่ไม่ค่อยตอบสนองแล้ว เพราะก่อนวันนั้นเขาเริ่มให้ฟอกไต แล้วมันก็ยังไม่โอเค ความดันก็ต่ำลง หัวใจก็เต้นผิดปกติ คุณพยาบาลบอกว่าเขาเริ่มไม่ตอบสนองแล้วนะ ทุกอย่างไม่โอเคแล้ว ถ้าเป็นอะไรขึ้นมาคุณแม่จะปั๊มหัวใจมั้ย หนูบอกว่าปั๊มหัวใจขอปั๊มแค่รอบเดียว จะฟอกไตต่อมั้ยจะให้ยามั้ย แต่ปลายทางมันคือที่เดียวกัน ฉะนั้นหนูก็ไม่เลือกให้ฟอกไตแล้ว เพราะฟอกไตก็สามารถทำให้หัวใจหยุดเต้นได้ ให้ยาก็มีผลปลายทางเหมือนกัน ฉะนั้นก็ให้เขาพักผ่อน ไม่อยากให้ทรมาน

ลูกให้กำลังใจคุณแม่ยังไง?

เอวา : ให้คุณแม่เข้มแข็งค่ะ ก่อนพ่อจะไป หนูให้ตุ๊กตาโปรดของพ่อไป (หัวเราะ) เป็นตุ๊กตาลาบูบู้

ตอนคุณพ่อเป็นเยอะๆ เขารู้เรื่องมั้ย ได้พาลูกไปเยี่ยมมั้ย?กวาง : ไม่ค่ะ ไม่พา เพราะว่าหนึ่งไม่อยากให้เห็นสภาพพ่อที่เจ็บ ถ้าพี่แดนนี่รู้ว่าลูกเห็นเขาจะเซนซิทีฟมากๆ แล้วเขาจะไม่สามารถระงับอารมณ์ได้ เพราะมันเป็นดวงใจ 

พอทางรพ.บอกว่าจะปั๊มหัวใจมั้ย จะฟอกไตมั้ย พี่กวางได้เจอพี่แดนนี่?

กวาง : เจอค่ะ พยาบาลบอกว่าพี่ไปเยี่ยมเลย หนูก็เข้าไปก่อนเวลา ก็บอกเขา ตอนนั้นดวงตาเขาไม่ตอบสนองแล้ว แต่ตาเขายังลืมอยู่นะ ก็บอกว่าคุณพ่อ แม่มาเยี่ยมคุณพ่อโอเคนะ ถ้าคุณพ่อเหนื่อยก็หลับก่อน ถ้าคุณพ่อหลับตื่นขึ้นมาจะได้สบาย แล้วจะได้กลับบ้านกัน เหมือนที่คุณแม่เคยสอนนะ  เราทุกคนต้องพุทธโธ คุณพ่อพุทธโธนะ แล้วคุณแม่จะเลี้ยงลูกอย่างดี ให้คุณพ่อหลับก่อนเลย เดี๋ยวตื่นขึ้นมาคุณพ่อจะแข็งแรง จะได้กลับบ้านกัน พอสิ้นเสียงคำนี้ เขาก็หายใจเฮือกๆ เหมือนเขารอให้เราบอกเขาว่าเราโอเค เหมือนเขารอหนูเลย คืนแรกความดันเขาต่ำมาก พยาบาลโทรหาหนูตอนเที่ยงคืน ก็ยังไม่ไป ก็ยังโอเควันที่ 20 คือรอให้หนูไป

เราไม่ได้พูดสั่งเสีย แค่ให้กำลังใจเขา?

กวาง : ใช่ เพราะหูคงดับไปพร้อมกับจิต หนูก็จะไม่บอกว่าหลับสบายนะ ไม่ต้องห่วง เขาอาจได้ยินและอาจจะกลัว บอกว่าคุณพ่อหลับก่อนนะ พักผ่อนก่อน ตื่นขึ้นมาแล้วจะได้แข็งแรง แล้วกลับบ้านกัน เขาเฮือกประมาณ 3-4 ครั้งแล้วก็ไป พยาบาลก็รีบเข้ามา ถามว่าไม่ปั๊มใช่มั้ย เขาไปแล้ว งั้นไม่ต้องปั๊มแล้วค่ะ พี่บอกทุกอย่างไว้หมดแล้ว 

พี่แดนนี่บอกว่าถ้าเขาป่วยหรือเป็นอะไรไม่ต้องโพสต์ไม่ต้องบอก?

กวาง : ถ้าเป็นอะไรเขาจะไม่ค่อยให้บอกใคร แม้แต่พี่น้องทุกคน กลัวเขาเป็นห่วง ไม่ต้องบอกใครเลย แต่เราเห็นอาการแล้ว เราต้องบอกพี่น้องตั้งแต่วันแรกเลย บอกทุกๆ คนที่เขารัก คุณหมอบอกว่าเขาสามารถไปได้ตลอดเวลา ณ เวลานั้น 

พอบอกลาพี่แดนนี่ครั้งสุดท้าย น้องเอวาไม่ได้ไปด้วยวันนั้น บอกลูกสาวยังไง?

กวาง : คุณยายค่อยๆ บอกว่าคุณพ่อหลับแล้วนะ คุณพ่อไปสบายแล้วนะ ณ เวลานั้นเขาก็เสียใจแหละค่ะ เพราะตอนจัดงานที่วัด เขาวิ่งมาแล้วร้องไห้ มันเต็มที่ แต่หนูก็พยายามบอกว่าต้องเข้มแข็งนะลูกนะ เหมือนทำหน้าที่แทนพ่อ 

ความเข้มแข็งอยู่ในตัวลูก นั่งยิ้มตลอดเวลาเลย?

เอวา : ขอบคุณค่ะ (ยกมือไหว้)

เราต้องอ่อนแอ แต่เผอิญคนข้างๆ เราเข้มแข็งสุดๆ?

กวาง : ถ้าหนูดิ่งเมื่อไหร่ เขาก็จะดิ่งตาม ฉะนั้นหนูอ่อนแอไม่ได้ 

เอวายิ้มตลอดเวลา?

เอวา : หนูคิดว่าพ่อนั่งอยู่ 

จำสิ่งที่พ่อสอนได้บ้างมั้ย?

กวาง : ให้มีสติ มีระเบียบวินัย เป็นคนตรงต่อเวลา 

พ่อสอนมุกตลกมั้ย?

กวาง : มีทุกวัน เต้นกับพ่อ สวดมนต์กับพ่อทุกคืน

พ่อเล่นมุกทุกวันเลยเหรอ?

เอวา : บางวัน จำไม่ได้ค่ะ (หัวเราะถูกใจ) 

ดูเป็นครอบครัวที่มีความสุขมากๆ เลย?

กวาง : ตอนเช้าตื่นขึ้นมาต้องยิ้มให้กันก่อน 

ตลอดงานพี่แดนนี่ เห็นคลิปน้องเอวา มีความสุข ยิ้ม คอยรับแขกตลอดเวลา ทุกๆ ชั่วโมงจะชวนพี่ๆ ที่มาในงานไปคุยกับคุณพ่อ ชวนใครบ้าง?

เอวา : เหมือนให้พ่อรู้ว่าเพื่อนเขามาหา จะบอกว่าพ่อเขาคิดถึง 

คนไปร่วมงานและให้กำลังใจเยอะมาก อยากขอบคุณใครมั้ย?

กวาง : ก็ขอบคุณทุกๆ คนนะคะที่ยังคิดถึงพี่แดนนี่ และห่วงใยเราสองคน ก็ขอบคุณทุกกำลังใจ (ร้องไห้) ที่มีให้เราสองคน 

เอวามีอะไรอยากขอบคุณมั้ย?

เอวา : น้ำมูกไหล (หัวเราะ) ขอให้คนที่มางานพ่อหนูสุขภาพแข็งแรง ขอบคุณที่รักพ่อหนูค่ะ 

น้องเอวาฝันถึงคุณพ่อด้วย?

เอวา : ย้อนเวลาไปตอนเด็กๆ ตอนหนูตัวเล็กๆ ตอนที่พ่อยังอยู่ค่ะ แค่นั้นเลย 

พ่อให้เลขมั้ย?

เอวา : (หัวเราะก่อนส่ายหัว) 

หนูไลน์คุยกับคุณพ่อด้วย?

เอวา : ก็ถามว่าพ่อกินข้าวหรือยังจ๊ะ แล้วหนูก็จะตอบว่ากินข้าวแล้ว มีวันนึงมีคนให้โกโก้พ่อ ก็คิดว่าพ่ออิ่มโกโก้กับน้ำเปล่ามากเลย 

กวาง : ก่อนเสียเขาถามว่าพี่แดนนี่อยากกินอะไร เขาบอกอยากกินโกโก้หวานน้อย พี่สาวเขาเอามาให้ พอเอวาเห็น ก็เอาไปตอบเหมือนคุณพ่อตอบกลับว่าอิ่มโกโก้มากเลย 

ตอนนี้นอนกันยังไง?

กวาง : ปกตินอนกันสามคน แต่ทุกวันนี้เต็มบ้านเลยค่ะ พี่น้อง พ่อแม่ เต็มบ้านเลยค่ะ ไม่เงียบไม่เหงา ไม่มีความให้ได้เศร้าเลยค่ะ 

ที่นอนล่ะ ปกตินอนกับคุณแม่?

กวาง :   ตอนนี้เรียงเป็นปลาทูกลางบ้านเลยค่ะ เอวานอนที่คุณพ่อ 

ยึดที่คุณพ่อ?

เอวา : ใช่ค่ะ เตียงคุณพ่อนอนสบายค่ะ 

มีอีกคนที่เห็นในคลิปบ่อยมากคือยายหมี่ ยายหมี่เป็นใคร ทำไมมารู้จักครอบครัวของน้องเอวา?

ยายหมี่ : ยายเป็นใคร ตอนนั้นยายไลฟ์สด มันเป็นเอฟซียาย 

ยายดัง?

ยายหมี่ : เสียงดัง ยายไลฟ์สดคนดูเยอะ 3-4 คน หนึ่งในนั้นคือมันเป็นเอฟซียาย (หมายถึงกวาง) มันทำนิสัยแบบเราไม่คิดว่าเมียดาราจะทำนิสัยแบบนี้ กวนตีxจัดเลย เรากำลังอดอาหารบอกไม่กินไก่ทอด ก็เลยทะเลาะกันทุกวัน

กวาง : เถียงกันจนสนิทกัน 

ยายหมี่ : มันพิมพ์ด่าเรา เราสวน ไม่สามารถออกอากาศได้ 

บ้านอยู่ใกล้กัน?

ยายหมี่ : ตอนแรกมันจะเอาของอะไรก็ไม่รู้ ก็บอกอีหนูมึงมาเอาที่ยาย มันก็บอกว่ากว่าจะไปถึงยาย หมดวันพอดี ก็เพิ่งรู้ว่าหมดวันยังไง สรุปเพื่อนบ้านกัน เพิ่งรู้ 

ชอบยายหมี่ตรงไหน?

กวาง : เขาเป็นคนตรง อาจมีโมเมนต์เขาสอนจริงใจ มันโบ๊ะบ๊ะยังไงไม่รู้ ถูกจริต 

เอวาเจอยายหมี่ครั้งแรก?

เอวา : รักมากเลยค่ะ รักความสวยค่ะ ออร่าพุ่งค่ะ 

ยายหมี่ : เดี๋ยวให้ 20 

รู้มั้ยเขาทะเลาะกับแม่เรา?

เอวา : ได้ยินทั้งวัน ยายหมี่เถียงเหน่อค่ะ (หัวเราะ) 

ยายหมี่ : เราไม่เหน่อเลยเนอะ

ใครเหน่อสุดสามคน?

เอวา : ยายหมี่ค่ะ 

กลายเป็นเหมือนครอบครัว วันที่พี่แดนนี่ไม่สบาย ยายหมี่ก็ช่วยเราด้วย?

กวาง : ตอนแรกหนูจะไม่บอกใครอยู่แล้ว แต่วันนั้นเขาโทรมาจะเอาของบางอย่างซื้อที่ไหน หนูบอกว่าไม่ได้อยู่ พี่แดนนี่ไม่สบาย เขาไม่ทันถาม ก็บอกว่ากูไปหาเลย ก็บอกว่าไม่ๆ เขาไม่ให้เยี่ยม เขาบอกไม่เป็นไร กูไม่ได้ไปหาเขา กูมาหามึง ก็บอกว่าไม่ต้องมา แล้วอยู่ดีๆ โอนเงินมาให้ 2 พัน เราก็ถามว่าโอนมาให้ทำไม ไม่ต้องโอน เรามี ไม่ต้อง มันต้องซื้อเตรียมไว้เช่นแพมเพิส เขารู้ว่าต้องใช้อะไรบ้าง เขาโอนมา สักพักก็มาถึงเลย 

แสดงน้ำใจ?

ยายหมี่ : อยากได้หน้า 

เอวา :   (หัวเราะ)

ให้กำลังใจเขายังไง?

ยายหมี่ : ส่วนใหญ่มันเป็นคนให้เรา ส่วนใหญ่เป็นคนให้คนอื่นเขา 

มองเขาสองคนเข้มแข็งเบอร์ไหน?

ยายหมี่ : ไม่เคยปล่อยให้ต่างคนต่างร้อง มันเห็นเราสี่เศร้าก็บอกว่าแกหันไปโน่นไป๊ ก็จะไม่ได้ร้องด้วยกัน มีจังหวะครั้งนั้นครั้งเดียว จังหวะมันเปิดประตูบ้านแล้วมันพุ่งออกมาเลย มันไม่ไหว ก็ครั้งนั้นปล่อยให้ร้อง 

เอวาสนิทกับยายหมี่มาก สอนยายหมี่ทำอะไรบ้าง?

เอวา : สอนทำ vlog  ค่ะ แล้วก็ไลฟ์กับคุณยายค่ะ 

สอนคุณยายทำคลิปได้เงินมั้ย?

เอวา : ได้ 30 บาทค่ะ 

ได้ขึ้นค่าตัวยัง?

เอวา : ยังค่ะ 

ให้ร้อยนึงได้มั้ย?

เอวา : ไม่ได้ค่ะ ต้อง 30 เท่านั้น หนูอยากเก็บเป็นค่าซื้อไอแพดมั่ง ค่าซื้อขนมโรงเรียนมั่ง แล้วก็ให้ยายอีก 20 บาท ถ้าแม่กวางไม่มีเงินปุ๊บจะไปขอยาย 

รับจ้างยายหมี่ทำงานจริงจัง?

ยายหมี่ : ยังติดเอวาอยู่ 30 บาท 

พี่กวางได้ทำหน้าที่ภรรยาสมบูรณ์แบบแล้ว?

กวาง :   ตั้งแต่แต่งงานจนวันแรก จนวินาทีสุดท้ายที่ส่งพ่อเอวา หนูก็ทำได้ทุกระเบียดนิ้วเลย ไม่ว่าจะเป็นแม่บ้าน พอแต่งงานเสร็จเราก็ไม่ได้ไปไหน เหมือนเราให้เวลากับครอบครัวเลย เราไม่ได้ห่วงสวย ไม่ได้สนใจจะอ้วน จะผอม จะดำ จะมีสิว เราทำหน้าที่ภรรยาและหน้าที่แม่ 

ดูแลทุกอย่าง?

กวาง : ใช่ค่ะ แต่จริงๆ แล้วงานหนักๆ พี่แดนนี่ไม่ให้ทำนะคะ ทะเลาะกันด้วย บางทีเถียงกันว่าแม่อยู่ในห้องเถอะไม่ต้องทำอะไร แต่เราอยู่นิ่งๆ ไม่ได้ เราอยากทำเอง 

เตรียมสานต่อสิ่งที่พี่แดนนี่ทิ้งเอาไว้ให้กับครอบครัวยังไง?

กวาง : จะทำโรงนาที่สร้างเสร็จแล้ว เหลืออีกนิดๆ หน่อยๆ จะเอาของเก่าของโบราณที่พี่แดนนี่สะสมเอาไว้ มาจัดและให้เข้ามาดูมาชมกันตามเวลาที่กำหนดไว้ ก็เร็วๆ นี้ค่ะ 

คุณพ่อชอบสะสมอะไร?

เอวา : ของเก่าค่ะ อย่างเช่นจักรยานเก่าของหนู เมื่อวานไปบ้านเก่าเจอจักรยานเก่าของหนู ยังขี่ได้อยู่เลย

กวาง : ก็จะเอาไปอยู่ในโรงนา ไปโชว์ด้วยค่ะ มีทั้งเครื่องฉายหนังของโบราณของเก่าต่างๆ ทีวีเก่าๆ ต่างๆ 

หลายคนกลัวว่าพ่อพี่แดนนี่ไม่อยู่ พี่กวางกับน้องเอวาจะเหงาหรือเปล่า?

กวาง : ไม่เหงาเลยค่ะ ไม่มีช่วงร้องไห้เลยค่ะ ใช้คำนี้ก็ว่าได้ เพราะหนึ่งมีพ่อกับแม่ และน้องๆ มานอนกันเต็ม มียายแก่ๆ มาอยู่ด้วย มียายหมี่ค่ะอยู่ด้วยทุกวัน เขากลัวหนูเศร้า แต่ก็มาให้หนูรำคาญ (หัวเราะ)

ตกลงเขามาเราดีใจหรือรำคาญ?

กวาง : กึ่งๆ (หัวเราะ ตีเข่ายายหมี่) 

ยายหมี่ : มึงไม่ชอบกู (หัวเราะ) 

ยายเองจะเดินหน้าสานต่อคำสัญญาที่คุยเอาไว้กับพี่แดนนี่ด้วย สัญญาอะไรกันไว้?

ยายหมี่ : เขาอยากทำหนังสั้นด้วยมือถือเครื่องเดียว เขาอยากทำให้เอฟซีเขาดูว่าเขามีของเก่า ของโบราณ แล้ววิถีเราบ้านนอกเหมือนกัน เขาก็อยากทำหนังสั้น 

เริ่มยัง?

ยายหมี่ : ก็ทำไปเรื่อยๆ เปื่อยๆ อยู่สองคน

กวาง : พี่แดนนี่อาจมีแค่ตอนนึง

ยายหมี่ : จ้าง 300 ให้เข้าฉาก ให้เขาเล่นแต่ให้เขาจ่ายเรานะ ในฐานะเราเป็นผู้จัด ยังไม่ได้เงิน ก็ไปซะแล้ว 

กวาง : อาจถวายซองแทน 

ป้าส้ม เจ้าของรายการ บอกว่าหนูขายของเก่งมาก อัดฉีดเงิน 1 หมื่นให้เป็นทุนการศึกษา?

เอวา : ขอบคุณค่ะ (เดินไปกราบ) 

เอวาอยากเข้าวงการมั้ย?

เอวา : ก็ 50-50 ค่ะ 

อยากเป็นอะไรถ้าเข้าวงการ?

เอวา : แฟชั่นดีไซเนอร์

เอวาชอบวาดรูป เป็นรูปอะไร?

เอวา : พวกเสื้อผ้าค่ะ อย่างที่ปัจจัย 4 บอกว่าเราต้องมีที่อยู่อาศัย เครื่องนุ่มห่ม ยารักษาโรคกับอาหาร หนูก็อยากออกแบบเสื้อผ้าให้กับทุกคน อยากได้แบบไหนก็จะทำตามเขา

อายุเด็ก 9 ขวบ ปัจจัย 4 ก็มา ความฝันชัดเจนมากอยากเป็นดีไซเนอร์ ไม่อยากเป็นนักร้อง หรืออยากเล่นตลกเหมือนคุณพ่อมั้ย?

เอวา : ตอนแรกอยากเป็นนักร้องกับนักข่าว พ่อบอกว่าหนูพูดไว (หัวเราะ)

หัวไว อยากเป็นเหมือนใคร?

เอวา : เหมือนพี่ลิซ่าค่ะ 

เห็นเอวาบอกว่าถ้าเข้าวงการจะขอพาคนนึงเข้าวงการไปด้วยคือใคร?

เอวา : แม่กวางค่ะ ล้อเล่นค่ะ (หัวเราะ) ยายหมี่ค่ะ อยากให้เราดังไปด้วยกันค่ะ อีกเรื่องถ้าเราหลงทาง ยายหมี่ก็จะหลงทางไปด้วยกันค่ะ ไม่ได้ช่วยค่ะ (หัวเราะ) 

ยายหมี่อยากเข้าวงการมั้ย?

ยายหมี่ : เอวาไปก็ไปได้หมดจ้ะ 

เมื่อก่อนพอได้ยินเอวาพูด ยายหมี่อึ้งในหลายๆ คำของเขา?

ยายหมี่ : อึ้งค่ะ อย่างเช่นคำว่าจะพาเข้าวงการ จริงๆ เราไม่รู้เรื่องหรอก นักข่าวเขาไปสัมภาษณ์ในงาน เขาบอกอยากเข้าวงการมั้ย พ่อไม่อยู่เดี๋ยวพาเข้า เขาบอกว่าเอาค่ะ แต่จะพายายเข้าไปด้วยนะ เราก็งง เพราะเป็นสัญญาเล็กๆ ของเรากับเด็ก เขาบอกยายหมี่ดังมากเลยนะ เพื่อนๆ หนูรู้จักยายหมี่ทุกคน หนูอยากไปไลฟ์สดกับยายหมี่ ก็บอกว่าได้ ถ้าหนูอยากทำ ยายพาทำได้ วันนั้นเขาร้องไห้อยู่แล้วเขาเลิกร้องแล้วในงานศพพ่อเขา เขาบอกให้พาเขาไปไลฟ์สดเลย แม่เขาบอกให้เสร็จงานพ่อก่อนลูก เขาบอกโอเค ทำงานด้วยกัน วันละ 30 บาท ถ้านักข่าวมาพาเขาเข้าวงการ เขาบอกจะพายายหมี่เข้าไปด้วย เด็กคนนี้มีคำมั่นสัจจะ

ตอนนี้สะสมเงินได้เท่าไหร่แล้ว?

เอวา : 30 (หัวเราะ) ยายหมี่อยากให้มากกว่า 30 แต่หนูรู้สึกว่ามันมากเกินไป ก็ทอนคืนเขาไป 

ยายหมี่ : ตกลงเท่าไหร่ก็เท่านั้น เป็นเด็กซื่อสัตย์มาก 

ตอนพี่แดนนี่ยังอยู่ เขาเป็นยังไงกับยายหมี่?

กวาง : เขาเป็นคนค่อนข้างข้างไพรเวต ไม่ค่อยให้คนนอกเข้าบ้านสักเท่าไหร่ ค่อนข้างอยู่ในโลกของตัวเองให้นิ่งๆ เงียบๆ เท่านั้น แต่พอเขารู้จักยายหมี่เขาก็ไปมาหาสู่กัน รักยายหมี่เหมือนน้องสาวคนนึง สมมติมีคนจะมาถ่ายที่บ้าน เขาก็จะให้ยายหมี่มาด้วยกัน อยากให้น้องมีคนรู้จักเพิ่ม แต่เขาจะไม่พูดนะคะ เขาจะทำเลย จะไม่พูดอวย เราสามคนจะไม่พูดหวาน จะพูดกันตรงๆ 

พี่แดนนี่ให้โอกาสยายหมี่ น่ารักกับยายหมี่ยังไง?

ยายหมี่ :   มากๆ เหมือนเขาเป็นคนในวงการ เราเป็นแค่คนข้างนอก ติ๊กต๊อกต๊อกแต๊กของเราแต่เขาไม่ได้มองว่าเราต่ำต้อย เหมือนพอมีโอกาสเขาจะเรียกเราเข้ามาเลย แต่เราจะขี้เกรงใจ เหมือนพี่เท่งมาบ้าน เขารู้ว่าเราชอบพี่เท่งมาก เขาบอกมึงต้องมา แต่เราไม่อยากไปหรอก เราเกรงใจเขา เขาบอกมา มึงมาอยู่กับกู เดี๋ยวกูจะพาไปหาพี่เท่งให้ แล้วเขาก็ทำจริงๆ พี่เท่งทำงานอยู่ก็บอกว่ายาย มึงออกมา จนพี่เท่งก็เอ็นดูเราไปอีกคนนึง

เขาอยากส่งต่อบอกคนอื่นว่ามีคนน่ารักอยู่ตรงนี้?

ยายหมี่ : หนังสั้นเขาก็สอนทำสอนมุมกล้อง เขาก็บอกหมด 

สานต่อหนังสั้น?

ยายหมี่ : ถ้ามีเวลาค่ะ

ยายหมี่เป็นเซฟโซนให้พี่กวางและน้องเอวา?

กวาง : เซฟโซนแอนด์ภาระ ไม่อยากพูดนะ เดี๋ยวได้ใจ (หัวเราะ) 

เอวา : วันนึงเป็นเพื่อนกันค่ะ วันนึงเป็นศัตรูกันค่ะ (หัวเราะ) 

กวาง : ยายเป็นคนตลกต่อหน้าทุกคน แต่เราคุยกันทุกเรื่องหลังบ้านกึ่งความจริง ให้ภาพมันประจักษ์จริง แต่ข้างนอกทำเหมือนไม่รู้เรื่อง แต่จริงๆ เป็นคนค่อนข้างซีเรียสทั้งสองคน พูดตรงๆ ไม่มีอ้อม เป็นเพื่อนกัน 

ยายหมี่พร้อมซัปพอร์ตครอบครัวนี้เสมอ?

ยายหมี่ : ตอนแรกไม่ได้คิดว่าเขาจะดัง คิดว่าเราอุ้มมันแล้ว แต่ล่าสุดเหมือนมันอุ้มเราแล้ว มีตากล้องมาไม่รู้อะไรจริงๆ คิดว่าทำคอนเทนต์กันอยู่บ้านนอกแค่นั้น 

กวาง : เราก็ไม่ได้คิดว่าต้องดัง เราแค่อยู่ในพื้นที่ของเรา เห็นเราก็เห็นการทำคลิปของเรา เราจะไม่ได้อยากโด่งดังอะไรขนาดนั้น อยู่ในเซฟโซนของเราที่ทำวนๆ กันไปแบบนั้น ทำแล้วสบายใจค่ะ 

ติดตามชมรายการคุยแซ่บShow ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 11.30-12.30 น.  ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama

จบสัมพันธ์สามีภรรยา หญิงออน แยกทาง ตั้ม วิชญะ ลูกชายของดวงดาว จารุจินดา

จบสัมพันธ์สามีภรรยา หญิงออน แยกทาง ตั้ม วิชญะ ลูกชายของดวงดาว จารุจินดา

จบสัมพันธ์สามีภรรยา หญิงออน แยกทาง ตั้ม วิชญะ ลูกชายของดวงดาว จารุจินดา

วันอาทิตย์ ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 12.06 น.

3 พฤษภาคม 2569 ช็อกวงการบันเทิงรับต้นเดือนพฤษภาคม เมื่อ หญิงออน ดวงพร ภรรยาของนักแสดงและผู้จัดหนุ่ม ตั้ม วิชญะ จารุจินดา ซึ่งเป็นลูกชายคนโตของนักแสดงชื่อดัง ดวงดาว จารุจินดา ได้ออกมาเผยถึงสถานะล่าสุดผ่านอินสตาแกรม ว่าได้จบความสัมพันธ์กับสามีสักพักแล้ว ระบุว่า

ออนขอแจ้งให้ทราบว่า ออนได้แยกทางกับพี่ตั้ม(อดีตสามี) มาสักพักใหญ่แล้ว ซึ่งเป็นการตัดสินใจร่วมกันด้วยความเข้าใจ และต่างคนต่างเดินหน้าต่อในชีวิตของตัวเอง ขอบคุณเพื่อนๆ คนรอบตัว และทุกคนในชีวิตที่อยู่เคียงข้าง และให้กำลังใจกันมาตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา ออนขอขอบคุณจริงๆค่ะ

ทั้งนี้ ตั้ม วิชญะ และหญิงออน ได้เข้าพิธีวิวาห์เมื่อช่วงปี 2565 ก่อนจะจบความสัมพันธ์สามีภรรยาในปี 2569

อาจารย์เบียร์ เคลียร์ซุ่มคบ ขวัญ อุษามณี ลั่นผีไม่ผลัก เม้าธ์ยับยัน แม่แอ๊ว ตอบข้อสงสัย ไม่ถือศีล 8 แล้วเหรอ?

อาจารย์เบียร์ เคลียร์ซุ่มคบ ขวัญ อุษามณี ลั่นผีไม่ผลัก เม้าธ์ยับยัน แม่แอ๊ว ตอบข้อสงสัย ไม่ถือศีล 8 แล้วเหรอ?

อาจารย์เบียร์ เคลียร์ซุ่มคบ ขวัญ อุษามณี ลั่นผีไม่ผลัก เม้าธ์ยับยัน แม่แอ๊ว ตอบข้อสงสัย ไม่ถือศีล 8 แล้วเหรอ?

วันเสาร์ ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 18.41 น.

“อาจารย์เบียร์” เคลียร์ซุ่มคบ “ขวัญ อุษามณี” ลั่นผีไม่ผลักเม้าธ์ยับยัน “แม่แอ๊ว” โต้ไม่ถือศีล 8 แล้ว แจงปมยังบวชอยู่มั้ย?

“อาจารย์เบียร์ คนตื่นธรรม” วันนี้ขอเคลียร์ทุกปมดรามาแอบซุ่มคบนางเอกสาว “ขวัญ อุษามณี” รวมถึงชาวเน็ตตั้งข้อสงสัย ไม่ถือศีล 8 แล้วเหรอ? สนใจแต่ไลฟ์ขายของ ไม่บรรยายธรรมะเลย พร้อมย้อนเล่าชีวิตวัยเด็กโตมากับศพ เกือบเป็นร่างทรง พร้อมเผยจุดเปลี่ยนชีวิต สัมผัสใกล้ความตาย สู่การเป็นอินฟลูฯ ชื่อดังสายธรรมะ ผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow ช่อง One31 ที่มี “ดีเจพุฒ พุฒิชัย” และ “เบนซ์ พรชิตา” เป็นพิธีกรดำเนินรายการ

เรื่องขวัญ อุษามณี คบกันจริงหรือเปล่า?

“มีคนอยากรู้จริงเหรอ ทำไมสาระแนกันจังเลยเรื่องชาวบ้าน (หัวเราะ)”

เวลาไลฟ์สดกับขวัญดูมีซัมติง เคมีบางอย่าง?

“จะให้ดี ซัมติงก็มีหมดกับทุกคน เพราะอาจารย์ดูสนิทหมดทุกคน เวลาใครไลฟ์สดกับอาจารย์ ก็จะสไตล์ตัวเอง ไปออกรายการก็ด่าทุกคน คุยสนุกกับทุกคน ยังงงว่ามีดราม่ากับขวัญได้ไง กับขวัญนี่ด่าเละ ด่ากระจุยเลย”

แต่เขาคิดกันเพราะขวัญไปหยอดไง ว่าลองคบกันมั้ย?

“จริงๆ มันคิดก่อนหน้าที่มันจะหยอดอีก เพราะเราดูสนิทกับขวัญมาก สนิทค่อนข้างเยอะ บางคนถึงขั้นบอกว่าไปคบกันก่อนหน้านี้ แอบคบกันมา 6 เดือนแล้ว ซึ่งอาจารย์รู้จักขวัญตั้งแต่ยังไม่ถึง 2 เดือนดีเลยมั้ง เพิ่งรู้จักกัน มีแม่แตน อดีตภรรยาท่านทูตซาอุดิอาระเบียคนแรกของประเทศไทยเขาเป็นลูกศิษย์เรา เขาก็แนะนำให้เรารู้จักขวัญ อุษามณี วันที่เราไปไลฟ์สดกับคุณซี ศิวัฒน์ คุณเอมี่ ซึ่งขวัญเป็นรุ่นน้องอาจารย์ที่ม.กรุงเทพ แต่เราไม่รู้จักเขานะ เขาเป็นดารา ก็สไตล์ดาราเรียนมหาวิทยาลัย ก็เห็นตามวีรกรรมของเขา เห็นผ่านๆ”

ตกลงคบมั้ย?

“ไม่คบสิ กูพูดขนาดนี้แล้วมึงยังจะมาถามอีก”

มันต้องฟันธง?

“ทำไมเวลาพวกมึงตอบกันไม่เห็นจะฟันธงกันเลย มึงเลี่ยงไปทางโน้นทีทางนี้ที กูเห็นเวลาพวกมึงเข้าวงการมึงก็ตอบเฉไปเฉมา แล้วจะมาคาดคั้นอะไรจากกู”

มีอาการหวั่นไหวมั้ย?

“ไม่หวั่นไหว ล่าสุดยังด่ามันอยู่ มึงใส่กางเกงอะไรมา ขาสั้นขนาดนี้ ไม่ดูกาลเทศะ แต่ไม่มีใครด่ามันเลยนะ แปลกมากพวกเอฟซีไม่ด่า แต่คนอื่นมาแต่งสั้น มันด่าเขาสาดเสียเทเสียแล้ว”

เขาเห็นเคมี เขาเชียร์กันอยากให้ผีผลัก?

“ไม่มีใครผลักหรอก ผีผลักไม่ลงหรอก กูเบี่ยงออกตลอดเวลา (หัวเราะ) ไม่มีทางลงได้หรอก”

อาจารย์ไม่ได้คิดไร แล้วขวัญล่ะ?

“มันไม่คิดหรอก โอ้ย สภาพอย่างมันจะมาเอาอะไรอย่างอาจารย์ ดำเป็นหมาเผาขนาดนี้ ใครจะมาเอา มันไม่มีหรอก ขวัญมันก็มีสไตล์ของมัน ดาราซีรีส์ของมัน วันนั้นมันก็เอามาเปิดในไลฟ์สด มันบอกมันอยากแต่งงานกับคนนี้ มันให้แอดมินอาจารย์ไปทำรูปอะไรสักอย่างแต่งงานกับไอ้พระเอกซีรีส์คนนี้ มันบอกมันอยากแต่งงาน ประกาศหาสามีแห่งชาติอยู่เนี่ย มันบอกจะไปมู อยากได้แฟนกับเขาบ้าง”

ขวัญไม่มีแฟน?

“มันก็ไม่มีหรอก มันก็อยู่ของมันไปตามปกติ สภาพอย่างมันใครจะไปเอา มันก็ได้แค่สวยนั่นแหละ เบ๊อะๆ บ๊ะๆ ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไร อะไรก็ไม่รู้ คุยกับมันไม่ค่อยจะรู้เรื่อง”

แต่ไลฟ์ด้วยกันบ่อยมากเลยนะ?

“ไลฟ์ด้วยกันบ่อยเพราะคุยไม่รู้เรื่องนี่แหละ แล้วคนชอบดูบนความไม่รู้เรื่องมันไง ความจังหวะโบ๊ะบ๊ะ งงๆ ของมัน”

เป็นรุ่นพี่รุ่นน้องกันที่ม.กรุงเทพ ได้มีโอกาสคุยมั้ย?

“ไม่ได้คุยเลย สวนกันไปสวนกันมา มันเป็นดาราเราก็มองมันแล้วเอาไปนินทาในกลุ่ม คือดาราถ้าค่อนข้างลักษณะผิดแผกแหวกแนวจากชาวบ้านก็จะโดนนินทาไง ก็มันใส่รองเท้าสีแดงคู่เดียว ตั้งแต่ปีหนึ่งจนปีสุดท้าย มันก็ใส่คู่เดียว แต่อาจารย์ถามแล้วมันบอกมันไม่ได้ใส่คู่เดียว มันบอกว่ามันซื้อทีเดียว 10 คู่ แล้วใส่สลับกัน แต่สุดท้ายก็สีแดงอยู่ดี แต่ในความเป็นจริงเราเห็นมันก็ใส่คู่เดิม ไม่เห็นจะเป็นคู่ใหม่เลย แล้วจะตาคล้ำๆ มาทุกวันเหมือนไม่ได้นอน เราก็อีนี่เล่นยาหรือเปล่าวะ แล้วก็ในมหาวิทยาลัยก็จะคุยเรื่องนี้กันตลอดเวลา เวลามีดาราเข้ามาในเซ็คชั่นเรา เราก็จะนินทาอีดาราคนนั้น เพราะมันโดดเด่นของเซ็คชั่นไง”

ตอนนั้นเม้าธ์รองเท้ายังไง?

“เม้าธ์ว่ามันไม่มีรองเท้าคู่อื่นเหรอวะ ทำไมใส่อยู่คู่เดียว แล้วนักศึกษามหาวิทยาลัยเขาจะใส่ส้นสูงแต่เขาใส่ซอฟต์ๆเพราะอย่างอื่นบานเบอะหมดแล้ว กระโปรงก็สั้น เสื้อก็ปริ สไตล์เด็กม.กรุงเทพ เสื้อปริๆ ออกมา กระโปรงสั้นมากๆ รองเท้าควรซอฟต์นิดนึงเป็นสีเบาๆ แต่อีนี่โดดเด่น รองเท้าเป็นสีแดง ในยุคนั้นน้อยคนมากนะที่จะใส่รองเท้าสีแดง มันใส่อะไรของมันมา”

เขาชอบ?

“แล้วประเด็นมันไม่พอไง มันชอบไปยืนสะพานลอย ยืนตรงป้ายรถเมล์ หลบๆ ตรงใต้สะพานลอย สมัยก่อนรองเท้าเงาๆ ไม่มีสายคาด กูจำได้ขนาดนี้เลยนะ แล้วมันเต็มเท้า หนาๆ มันใส่คู่นั้นคู่เดียว ถ้ามันปกติไม่มีใครนินทามันหรอก มันต้องผิดปกติ ถึงมีคนนินทามัน”

ทำไมไม่เดินไปถาม?

“ไม่รู้จัก เดินไปถามเขาก็หาว่ากูเป็นมิจฉาชีพ เข้าไปปล้นชิงวิ่งราวมันหรือเปล่า แล้วมันยืนอยู่ใต้สะพานลอย จะให้กูไปถามว่าทำไมมึงใส่รองเท้าแดง สภาพ”

ปกติเจอกัน เจอเฉพาะในไลฟ์ นอกไลฟ์แอบเจอกันมั้ย นัดเจอกันมั้ย?

“ไม่มีเลย ปกตินอกไลฟ์เป็นแอดมินคุยทั้งหมดเลย ปกติขวัญเป็นคนนัดมาว่าอยากไลฟ์สดเมื่อไหร่ แล้วมีคนบอกว่าเนี่ย มันเหงา มันไปไลฟ์สด มีคนตัดคลิปมาให้ดูว่ามันเหงาหูมากเลย ไม่ได้ไลฟ์สดกับอาจารย์ แต่อาจารย์บอกมึงเหงาหู แต่กูรำคาญมึงมากกว่า เวลาหลังไมค์ไม่มีการคุยกันที่บ้าน ไลฟ์จบก็จบแล้ว คอนแทคกับขวัญก็ไม่มีนะ ปกติอาจารย์ไม่ให้ช่องทางติดต่อกับใครเลย ไม่ว่าสนิทแค่ไหนก็ไม่ให้ อาจารย์จะให้ติดต่อผ่านแอดมินเท่านั้น เพราะเราต้องโปรเทคตัวเราเอง เผื่อเกิดปัญหาอะไรเกิดขึ้น เราเลยป้องกันไว้ ก็เลยเป็นแอดมินติดต่อ”

 จะไลฟ์กับขวัญอีกทีเมื่อไหร่?

“เร็วๆ นี้ มันทักมาอยู่เนี่ย คือมันไม่มีขาตั้งกล้อง ขาตั้งกล้องมันง่อนแง่นมาก มาไลฟ์สดกับอาจารย์ วางเกะกะมาก โยกไปโยกมา พูดแรงทีโทรศัพท์เอนอย่างนี้ ทนแรงสะเทือนเสียงอาจารย์ไม่ได้ แล้วมันมีเงิน แต่ทำไมมันซื้อไม่ได้ มันซื้ออันละ 200 300 หรืออัน 20 บาทมา กุ๊กกู๋มาก อาจารย์ก็บอกว่าเดี๋ยวซื้อขาตั้งกล้องให้มึงอันนึง ก็ซื้อให้มันอันนึง ประมาณ 4 พันกว่าบาท ซื้อจริงจังเลย กูสงสารมึงเหลือเกิน แล้วไมค์ก็ไม่ดูดเสียง เสียงแทรกอะไรก็ไม่รู้ มึงไลฟ์สดยังไงมา มึงเป็นดารายังไง อยู่วงการยังไง มึงไม่รู้เรื่องอะไรเลย สุดท้ายกูต้องซื้อไมค์ให้มัน วันที่มันมาอาจารย์ก็บอกว่ากูซื้อไมค์มาให้มึงแล้ว มันบอกว่าหนูก็ซื้อมาแล้ว แต่หนูก็เอาอีก สุดท้ายของฟรีเอาหมด  แล้วทุกวันนี้ขาตั้งกล้องยังไม่เอาไปนะ มันบอกว่าอาจารย์ยังไม่ได้ซื้อที่จับโทรศัพท์ให้หนู สุดท้ายกูซื้อให้มันหมดทุกอย่างเลย แล้วแม่มันบอกอาจารย์ว่า อาจารย์ กับข้าวถ้าอาจารย์จะไปกินอะไรบ้านขวัญถ้าไลฟ์สดรอบหน้า อาจารย์ซื้อมาเลยนะ ไม่ต้องให้ขวัญซื้อนะ อ้าว ทำไมโยนให้กูล่ะ (หัวเราะ) กูไปกินไข่เจียวทีเดียวเป็นบุญคุณเลย ชอบไงติดใจไข่เจียวแม่ขวัญ เขาทอดอะไร แต่เปล่าหรอก จริงๆ ไม่มีอะไรให้กูกิน กูเผาหมดเลยนะเนี่ย (หัวเราะ)”

ความลับที่คนอื่นไม่รู้ ไม่มีอะไรกิน มีแต่ไข่เจียว แล้วซื้อกับข้าวไปเองจริงมั้ย?

“มีซื้อไป และเอาน้ำพริก เอาหมูอะไรของเราไป เขาก็เตรียมของเขาไว้ แต่อาจารย์เตรียมไปกระบุงโกยขนาดนี้ บอกวันหลังไม่ต้องเตรียมหรอก กูเตรียมเองแล้วกัน เตรียมแล้วเป็นภาระ ไม่ต้องเตรียมหรอก”

คนที่เคมีเข้ากันสุดก็น่าจะขวัญ?

“ถ้าเรื่องตลกโปกฮา ขวัญ อุษามณี อ่ะใช่ แต่อีกคนที่ไลฟ์สดล่าสุด คุณยุ้ย จีรนันท์ เขาสไตล์คนละขั้วกันเลย นี่เสียงนางฟ้ามาก เหมือนเหาะมาจากอากาศ ลงมาจากสวรรค์ชั้นฟ้า กูขึ้นมาจาก 15 ชั้นดินเลย (หัวเราะ) มันคนละขั้ว มากันคนละฝั่งเลย อาจารย์ก็พยายามเร้าให้เขามีเอเนอร์จี้ แต่สไตล์เขานะ คนดูเยอะ เขาจะเสียงแบบ วันนี้นะคะ ยุ้ยมาไลฟ์สด อาจารย์ก็ถามว่าปกติเสียงมึงเป็นแบบนี้มั้ย เขาบอกว่าเสียงเป็นแบบนี้แหละ อยากเอากระโถนตีคอหอยมันมากเลย ให้หลุดออกมาหน่อย จะเอานางร้ายเลย ช่วยหน่อย อย่างสมัยที่เขาเล่นเรื่องนางทาส ฉุดออกมาหน่อย แต่ก็สไตล์เขา ส่วนใหญ่เขาจะนั่งขำ เอาทิชชู่นั่งซับน้ำตาเขาตลอดเวลา”

มีคนนึงที่อาจารย์เบียร์แพ้ทาง พูดไม่ทัน คือพี่หนิง ปณิตา ไลฟ์ด้วยกัน แล้วอาจารย์พูดไม่ทันเหรอ?

“ไม่ใช่ มันนั่นแหละพูดไม่ทันอาจารย์ มันบอกว่าตั้งแต่หนูไลฟ์สดขายของ อาจารย์คือคนแรกที่หนูไม่เหนื่อยเลย เพราะส่วนใหญ่หนูต้องพูดอยู่คนเดียว แต่วันนี้หนูมานั่งไลฟ์สดกับอาจารย์ อาจารย์พูดหมดเลย หนูต้องหาจังหวะงับเอาว่าจะเข้าช่วงไหน ก็บอกว่ามึงเจอคนปราบเซียนแล้วไอ้หนิง แต่ไอ้หนิงเคยเจอมาแล้วในรายการนึง ครั้งนั้นอาจารย์อยากด่ามันมากเลย ตอนนั้นมีมัน มีหมอของขวัญ แล้วก็อีกคนนึงจำไม่ได้ มันพยายามให้อาจารย์อัดคลิปด่ามัน แล้วมันจะทำคอนเทนต์ พิธีกรเขากำลังพูดอยู่ มันก็เสียงดังคิกคักๆ กูแบบว่ามึงหยุดก่อน เดี๋ยวเขาจะด่ากูด้วยแล้วเนี่ย เดี๋ยวหาว่ากูไม่สำรวมระวัง ไม่รู้กาลเทศะอะไร แล้วเจออีกครั้งที่บ้านคุณเป็ก สัณณ์ชัย ก็มาวุ่นวาย มากับอ้น ศรีพรรณ คุยจนกูรำคาญ อยากเดินออกจากไลฟ์สดไปเลย ถ้าไม่เกรงใจคุณเป็ก พวกนี้อยู่รวมกันไม่ได้ วงแตกมาก นี่กรุณาอย่านัดรวมกันมาไลฟ์สด เห็นเขาบอกว่าจะนัดรวมกันไลฟ์สดกับอาจารย์ กำลังคิดอยู่ว่ากูควรรับมั้ย หรือจะคิดแพงมากกว่าปกติ ตัดความรำคาญ” 

ถ้าใครไลฟ์สดกับอาจารย์ไปได้?

“ไปได้ ดูคิวกับแอดมิน ตอนนี้คิวค่อนข้างแน่นหนามาก เพราะว่าถูก ไม่ได้วิเศษวิโสอะไร ราคาถูกเหลือเกิน (หัวเราะ) มาก็มาคนไปไลฟ์กับอาจารย์เตรียมตัวเตรียมใจไปเลย ว่าอาจารย์มีสไตล์เป็นของตัวเอง ต้องเล่นให้สนุก ไม่งั้นคนดูเบื่อตาย ขายของอย่างเดียวเบื่อตาย คุณยุ้ยบอกว่าอยากพาอาจารย์ไปไลฟ์ขายของที่บ้านมาก”

กว่าจะมาเป็นอินฟลูฯ ก่อนหน้านี้เด็กๆ โตมากับโลงศพ?

“ปู่เป็นสัปเหร่อ ทำโลงศพขาย ฉีดยาศพ จัดงานศพทุกอย่าง เป็นสัปเหร่อเผาศพด้วย ทำทุกอย่างในคนเดียวครบวงจร คนในหนองจอกคนโบราณเขาจะรู้จักกัน แต่ปู่เสียชีวิตไปแล้วตอนอายุ 90 กว่า อาจารย์ก็เติบโตมาแบบนี้ตั้งแต่ไหนแต่ไรมา วิ่งเล่นก็อยู่ในโลงศพ ทำโลงศพเล่นกันแบบนั้น เพราะที่บ้านโลงศพกองไว้ สมัยก่อนเป็นโลงไม้จริงๆ ไม่ใช่ไม้อัดแบบนี้ เอาที่นอนที่เขาบริจาคแล้ว ที่คนตายแล้วเขาไม่กล้าเอาไว้ มันเป็นนุ่น บ้านเราเอามาตัดเอานุ่นมายัดใส่หมอน ทำหมอนเองเพื่อเอาหมอนขนาดพอเหมาะไปไว้ในโลงศพ เราก็ทำแบบนี้มาตั้งแต่สมัยเด็กๆ เราคลุกคลีกับความตายมาตั้งแต่ไหนแต่ไร รวมทั้งเรื่องธรรมะ”

กลัวมั้ยไปนอนในโลง?

“เด็กๆ กลัว แต่มันอยู่จนชิน ก็หายกลัว กลัวบ้างไม่กลัวบ้างก็แล้วแต่ แต่สไตล์เด็ก เดินไปก็กลัวแต่ต้องฝืนไป เขาจะปิดไฟตรงนั้นตรงนี้บ้านสมัยก่อนเป็นบ้านไม้อายุร้อยปีสองชั้น เขาให้เรานอนคนเดียว ก็ต้องฝึกนอนไป วันไหนแมวกัดก็ไม่ได้นอน กลัวผี บางทีปู่พาไปฉีดยาศพที่ห้องดับจิตตามรพ. สมัยก่อนในรพ.ไม่มีพนักงานฉีดเอง เขาจะหาอาศัยคนแบบนี้มาฉีดให้ อาจารย์ก็ไปช่วยปู่เหยียบตัวปั๊มลมเพื่อปั๊มตัวฟอร์มาลีนเข้าเส้น เราก็นั่งลุ้นมันจะโผล่มาตอนไหน จะลุกกลับมานั่งใหม่ตอนไหน เราเห็นสำลียัดใส่ปากใส่จมูกใส่หู เพื่อป้องกันฟอร์มาลีนออก เราก็นั่งดูอยู่แบบนั้นมาตลอด”

กี่ขวบ?

“ประมาณสัก 10 ขวบ เริ่มตามไปแล้ว”

เจอมั้ย?

“ไม่เคยเจอเรื่องพวกนี้เลย มาเจออีกทีตอนเราเริ่มเข้าวงการหมอดูร่างทรง ที่เราเริ่มเห็นอะไรที่เขาบอกเป็นสิ่งลี้ลับเป็นผี”

ไปไงมาไงเข้าวงการร่างทรง?

“เพราะเราคลุกคลีกับพิธีกรรมอะไรเหล่านี้มา เราเป็นสายมูตอนสมัยเราเป็นวัยรุ่น เริ่มทำงาน เราเสียเงินทำพิธีกรรม ทำไมกูไม่ทำเองวะ เราก็มีความรู้เรื่องพวกนี้ ก็เริ่มเรียนรู้ศึกษา เรียนรู้จากอาจารย์ เรียนรู้จากเพื่อน เรียนรู้จากหลายคน จากตำรับตำราด้วย เรียนรู้ทุกอย่างเลย พอเรียนรู้เสร็จเราก็เริ่มลงมือ ทดลองดูฟรี คนก็บอกว่าเฮ้ยแม่น ก็ติดต่อมาขอดู ก็ขอเก็บเงิน เป็นค่าครู อยู่ไปเรื่อยๆ ก็เริ่มเข้าวงการ เริ่มมีซิกเซ้นส์ มีกระบวนการเหล่านี้มาเริ่มมีเสียงกระซิบข้างหูแล้ว ตอนนั้นประมาณ 5-6 ปีที่แล้ว เมื่อก่อนไว้หนวด เล่นฟิตเนส ตัวใหญ่ น้ำหนัก  70 ตอนนี้น้ำหนักเหลือแค่ 60”

มีสัมผัสที่หกด้านไหน?

“ได้ยินเสียง แล้วเหมือนมีเซ้นส์รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เราเป็นคนนึงที่แม่นพอสมควร เรามีลูกศิษย์ลูกหา สามารถรู้ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้ บางคนมาหาอาจารย์มีผู้หญิงมาก็จะชี้ว่ามึงอยากแต่งงานเหรอ นี่ก็ร้องไห้เลย เพราะเขาไม่ยอมขอแต่งงานสักที จะพยากรณ์ให้เขาว่าวิธีแก้ต้องไปแก้ยังไง ไม่นานก็ถูกขอแต่งงาน ตอนนั้นเป็นศาสตร์ความเชื่อที่เราเชื่อแบบนี้”

ตอนนี้ยังดูได้อยู่มั้ย?

“ตามตำราเราดูได้ แต่เซ้นส์พวกนี้หายไปหมดแล้ว เพราะเราเดินออกมาจากมัน ไม่ยุ่งกับมันอีก มันก็ไม่มีอีก พวกนี้ต้องเข้าใจก่อนว่าใจต้องน้อมไป ถ้าจิตใจไม่น้อมไป ไม่เอนเอียงไปทางนี้ สิ่งพวกนี้ก็จะไม่เกิดขึ้น อย่างอาจารย์เข้าสู่วงการดูดวง ร่างทรง อาจารย์ต้องมีใจรักมันแล้วน้อมไป เราถึงจะอิน ฟีลเหมือนเราเข้าบริษัทขายตรง เราไม่มีอะไรเลย แต่พอเขาบิวต์เรา อยากขายว่ะ เหมือนคนเข้าลัทธิต่างๆ มันถูกบิวต์ ใจก็จะน้อมไป จากที่ตัวเองไม่มี ตัวเองก็บรรลุเฉยเลย บางคนบรรลุในติ๊กต๊อก บรรลุในโซเชียลเยอะมาก บรรลุเป็นพระอรหันต์กันหมดแล้ว คนก็เชื่อ เพราะมันถูกบิวต์อารมณ์ว่ามันต้องเป็นแบบนั้นแบบนี้ เราเข้าไปอยู่จุดไหนแล้วใจเรามันน้อมไปมันก็จะบิวต์ตัวนั้นเข้ามาหาเรา”

คิดว่าสัมผัสที่หกจะอยู่กับเราไปตลอด?

“ไม่มีอะไรอยู่กับเราตลอด”

เรื่อหมอดูร่างทรง อาจารย์ไม่ชอบเลยคือเรื่องการไปพยากรณ์ว่าคนนี้จะไปเกิดเหตุเสียชีวิตหรือตายเมื่อไหร่?

“ใช่ สมัยก่อนเคยพยากรณ์ เรื่องนี้เราค่อนข้างแม่น พูดว่าใครจะตายมันตาย ช่วงแรกไม่รู้สึกว่ามันผิดอะไร แต่หลังๆ มา มีคนเจอเหตุการณ์แบบนี้ ที่ผ่านมาเราพยากรณ์คนจะตาย ส่วนใหญ่เป็นคนมีอายุ มันไม่ได้แปลกอะไร เพราะเตรียมตัวตายอยู่แล้ว แต่มันไปเกิดกับคนที่เป็นวัยรุ่น แล้วเขาแหกโค้งตายคาที่ เรารู้สึกมันหดหู่ ตอนนั้นไม่ได้ทักเจ้าตัวนะ ทักพี่สาวเขา เพราะน้องชายเขาไม่ได้เชื่อ ก็บอกว่าให้รีบมาแก้นะ ไม่งั้นไม่กี่วันเขาจะเสีย ปรากฏว่าภายใน 7 วันเขาเสียจริงๆ พี่สาวเขารีบมาหาเราบอกว่าเขาแก้ไม่ทัน เขารู้สึกผิดว่าทำไมเอาน้องเขามาแก้กับเราไม่ได้ หลังจากนั้นมาไม่พูดเรื่องตายกับใครอีกเลย บอกแค่ให้ระวังนะแค่นี้ มันก็ไม่ใช่ทุกเคสนะที่พูดแล้วจะตรง บางคนยังอยู่ถึงทุกวันนี้ก็มี ยังไม่ตาย แต่บางเคสมันแม่นเพราะเหตุปัจจัยพวกนี้ไม่ใช่วิเศษอยู่แล้ว ต่อให้ดูหรือไม่ดียังไง ทุกคนก็ต้องเดินไปสู่ความตายไปตามเหตุตามปัจจัย ฉะนั้นไม่ต้องสนใจเรื่องการดูดวงพยากรณ์ เพราะรู้อนาคตไปก็แก้ไขอะไรไม่ได้ ถ้าวันนึงถึงเวลาต้องตายยังไงมันก็ตาย วันนึงที่อาจารย์รู้เหตุผลเหล่านี้เข้าใจหมดแล้ว ว่าสุดท้ายแล้วสัตว์โลกเป็นไปตามกรรม การดูดวงพยากรณ์เป็นเรื่องเพ้อเจ้อไร้สาระ อาจารย์เข้าใจแล้ว อาจารย์จึงเลิกออกจากอาชีพหมอดู แล้วมาปฏิบัติธรรม แล้วเข้าใจเลยว่าสุดท้ายแล้ว เราไม่ต้องดูดวงพยากรณ์ ไม่ต้องแก้ไขดวงชะตา แต่ทำไมเราประสบความสำเร็จได้ ทำไมอาจารย์เกิดมาเป็นคนตื่นธรรมได้โดยไม่ต้องดูดวงพยากรณ์สะเดาะเคราะห์ต่อชะตา ไม่ต้องมีหมอดูร่างทรงมาแก้ไขอะไร แต่ก็ประสบความสำเร็จได้ ปลดหนี้ปลดสินจากการล้มละลายได้”

เริ่มช่วงไหนที่อยู่ดีๆ ก็ออกมาเลยแล้วกัน?

“เริ่มจากโควิดช่วงแรกๆ ที่เขาตายกันเยอะๆ อาจารย์ไปเผชิญหน้ากับความตาย เรารู้เลยว่าเวลานั้นเราไม่รอดแล้ว เพราะเราไข้ 40 เราดูข่าว เราก็กักตัว ชีวิตเสี่ยงความตาย ไข้ขึ้นตลอดเวลา 3 วันติด เรากินข้าวไม่ได้เลย ลุกไปไหนไม่ได้เลย รู้แล้วว่าจะตาย พยายามพุทธโธก็เอาไม่อยู่ อ้อนวอนร้องขอเทพเทวา สัมผัสที่หก สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เราบูชานับถือ ปู่ฤษีที่เราสื่อกับท่านได้ ไม่มีใครช่วยเราได้เลยในเวลานั้น เรารู้เลยว่าไม่รอด เราเลยตั้งจิตว่าถ้าเรารอด เราจะปฏิบัติบูชาถวายพระพุทธเจ้า เพราะเรารู้แล้วว่าทางเดียวคือเอาสติตั้งอยู่กับกาย เราก็พยายามมีสติอยู่กับปัจจุบัน ก็รอดตายมาได้ ตอนนั้นไปนอนอยู่รพ.เอกชนชื่อดัง ปรากฏว่าเราใช้ชีวิตไป แล้วรู้สึกว่าในรพ.ไม่รอดแล้ว เราต้องเริ่มปฏิบัติตั้งแต่วันนี้ เดี๋ยวนี้ ก็เริ่มเดินจงกรม นั่งสมาธิ ศึกษาธรรมะ รื้อฟื้นที่ตัวเองเคยศึกษามาใหม่ เริ่มปฏิบัติจริงจัง ตั้งแต่ออกจากรพ.วันนั้นอาจารย์เดินจงกรมนั่งสมาธิต่อเนื่องปีกว่าๆ ทุกวันตั้งแต่หกโมงเย็นถึงสี่ทุ่ม เข้านอน ตีสี่ตื่นขึ้นมาภาวนาต่อจนถึง 7 โมงเช้า หนึ่งปีเต็มๆ จนเข้าใจสภาวะธรรมะของพระพุทธเจ้ามากยิ่งขึ้น และตัดสินใจจะไปบวช”

คุณแม่ก็ไม่ได้อยากให้บวช?

“ถูกต้อง วันนั้นแม่นั่งอยู่บันไดหลังบ้าน อาจารย์นั่งแคร่ไม้ไผ่ที่อาจารย์ไลฟ์สดที่ดังๆ มาตอนนั้น บอกกับแม่ว่าจะไปบวชแล้ว แม่ตกใจแล้วร้องไห้ว่าจู่ๆ ทำไมจะทิ้งกันไปบวช เขาบอกว่าจะบวชขนาดไหน เราก็บอกว่าบวชยาวไม่มีกำหนดอะไร เขาก็ใจหาย เพราะเราทำอะไรเราทำจริงจัง ถ้าเราไปสุดก็คือสุดจริงๆ เขาเลยเสียใจว่าเราจะทิ้งเขาไป เขาบอกแล้วใครจะดูแลเขาตอนบั้นปลาย ก็บอกว่าตอนนี้พ่อแม่แข็งแรงอยู่ เรายังไปบวชได้ ถ้าวันนึงไปบวชแล้วพ่อแม่เจ็บป่วยได้ไข้ เราไปทำปฏิบัติของเราถึงที่สุดแล้ว เราจะได้มีโอกาสกลับมาดูแลพ่อแม่ได้ในเวลานั้น เราเลยฉวยโอกาสว่าตอนแข็งแรงอยู่เราไปก่อนเลย ปรากฏว่าตอนเราไป เราจองเครื่องบินไปกะทันหันเลย แต่พอเราไปบวชจริง เรามีหนี้เกือบ 3 ล้านล้มละลายอยู่ เรามานั่งพิจารณาว่าพระพุทธเจ้าบอกว่าการบวชของเรา คนจะบวชห้ามเป็นหนี้ เป็นหนี้ไม่ได้ เป็นหนี้ห้ามบวช เขาจะถามเลยว่าเราเป็นหนี้มั้ย แล้วเราจะโกหกไม่ได้ เพราะตอนนั้นเรารักษาศีลของเราแล้ว เราเลยพิจารณาแล้วว่าไม่ควรฝืนพระธรรมวินัยของพระพุทธเจ้า แล้วคนมีคดีก็บวชไม่ได้อีก แม้จะเป็นคดีแพ่งก็ตาม แล้วกฎมหาเถรสมาคมก็มีคำสั่งอีกว่าบุคคลล้มละลายห้ามบวช ถ้าบวชแล้วต้องไล่สึกภายในกำหนดกี่วันๆ เลยไม่ได้บวช ไปปฏิบัติอยู่กับครูอาจารย์ที่วัดป่า 7 วัน ใส่ผ้าขาว โกนหัวแล้ว 7 วันก็กราบลาท่าน เล่าให้ท่านฟังว่ารายละเอียดเป็นยังไง ท่านก็บอกให้ไปเคลียร์ทางโลกให้จบ เคลียร์จบค่อยมาบวชใหม่”

ต้องหาวิธีปลดหนี้ ก็ไม่ง่าย ใช้วิธีอะไร?

“ตอนนั้นเลิกอาชีพหมอดูแล้ว คิดว่าจะทำงานประจำแหละ แต่เรามีเงินก้อนนึงเก็บไว้ เรามีอยู่ 5 หมื่น มีก้อนเดียว ก็คิดว่าจะเอาเงินก้อนนี้ไปทำอะไรดี ก็ตัดสินใจว่าเอาเงิน 5 หมื่นเลี้ยงชีวิตตัวเองไปก่อนแล้วกัน ยังกินข้าวกินน้ำอยู่บ้านพ่อบ้านแม่ ไม่ได้ไปไหนก็ใช้ประหยัดๆ เราไม่ได้ใช้เครื่องสำอางอะไรอยู่แล้วก็ไม่มีอะไรต้องเสีย เราตัดสินใจว่า 5 หมื่นน่าจะอยู่ได้ยาวๆ ระหว่างนี้อนุเคราะห์สงเคราะห์โลกแล้วกัน สอนธรรมะคน ทำให้คนเข้าใจหลักคำสอนของพระพุทธเจ้าแบบที่เราตื่นรู้ และทำให้เรามีความสุขมากขึ้นกว่าเดิม เดินออกจากความเห็นผิดได้ เราก็เลยตัดสินใจสอนธรรมะไปก่อน ส่วนรายละเอียดเรื่องการที่เราจะทำมาหากินก็ค่อยว่ากัน มันก็ขยับจาก 30 50 ไปเป็น 100 200 ขยับไปเป็นพัน สองพัน มันโตเร็วมากเลย แรกๆ นั่งตอบคำถามดัดจริต พูดไปสบายๆ เบาๆ มีพูดครับ มีพูดจ๋า อุ้ย รำคาญว่ะไม่ใช่ตัวเองเลย หงุดหงิดตัวเอง หลังๆ คนตั้งคำถามเยอะขึ้น ก็เริ่มมีการใส่แอ็กติ้งความเป็นตัวเอง เพราะสมัยก่อนเราดูดวงเราก็จะด่าลูกศิษย์เราเองด้วย กระตุ้นเตือนสอนด้วย ตอนหลังก็เริ่มใส่สไตล์ตัวเอง คนก็เริ่มดูเยอะ นี่ก็เริ่มคิดว่ากูจะทำงานอะไร เราไม่อยากรับบริจาค คนก็เลยเสนอให้ขายเสื้อยืด ตอนนั้นเราก็ตั้งคนตื่นธรรมมาแล้ว เราก็เลยผลิตเสื้อขาย ทำ 100 ตัวแรก ปรากฏว่าหมดเลย เราก็เอากำไรตรงนั้นไปต่อยอด เราทำแบบนี้มาเรื่อยๆ จนเราขายเสื้อได้เยอะสุด วันเดียวขายได้ 3 ล้านบาท โดยเอาใส่ตะกร้าติ๊กต๊อก ยังไม่ปักตะกร้าเลยนะ ใส่ตะกร้าลงไปบอกว่าเสื้อขายแล้ว 30 นาทีเสื้อขายหมดเลย 3 ล้าน ทำต่อไปอีกสักพักนึง ทำไปเรื่อยๆ จนปลดหนี้ได้หมด สุดท้ายเราก็ไปถ่ายรูปหน้าธนาคารที่เป็นคนฟ้องร้องเรา เราเอาเงินไปคืนเขา ตอนนั้นนักข่าวก็เอาไปลงทุกช่องเลยว่าอาจารย์ปลดหนี้หมดแล้ว”

ตอนนี้เริ่มไลฟ์ให้แบรนด์ต่างๆ แล้วด้วย รับเป็นพรีเซ็นเตอร์ด้วย มีกี่ตัวแล้ว?

“ยังไม่ได้รับ แต่เขาติดต่อเข้ามา จะเซ็นสัญญาเจ้าแรกเร็วๆ นี้ จะมีเจ้าอื่นๆ เข้ามาเรื่อยๆ แต่การไลฟ์สดขายของ เดิมทีเราตั้งใจจะไม่ไลฟ์สดขายของเลย แต่ด้วยความเราไลฟ์ขายของเรา เราประสบปัญหาขาดทุน ของๆ เราแพลตฟอร์มติ๊กต๊อกเพิ่มค่าคอม ค่าจีพีขยับขึ้นเรื่อยๆ เราตั้งราคาเดิมตลอด ซึ่งเขาหักไป 7 เปอร์เซ็นต์ให้คนที่ไปปักตะกร้า ตอนหลังขายดีเกินแพลตฟอร์มก็ไปดึงค่าตลาดเพื่อช่วยคนที่ขายไม่ดี สุดท้ายอาจารย์ไม่เหลือกำไรเลย สุดท้ายกำไรที่อาจารย์ได้ต่อหนึ่งอย่างแค่ 20 เปอร์เซ็นต์ เฉพาะหักแพลตฟอร์มอย่างเดียวนะ ยังไม่จ่ายค่าเงินเดือนพนักงาน ค่าน้ำ ค่าไฟ พอเอา 20 เปอร์เซ็นต์มาหัก อาจารย์ขาดทุน เดือนก.พ.ที่ผ่านมา อาจารย์ขาดทุน 5 แสน มันเริ่มดึงเอาเงินช่วงเทศกาลเจนนี่ดึงไปหมดแล้ว ตอนนั้นกำไรดูเยอะ เพราะเราขายได้เยอะมาก แต่ตอนหลังยอดขายมันตก เราขายได้น้อยลง ก็จำเป็นต้องเปลี่ยน อีกอย่างเราไม่ได้บวช เราตั้งใจว่าธ.ค.ที่ผ่านมาเราจะบวชแล้ว แต่เนื่องจากติดคดีความ เริ่มมีคนฟ้องร้องเรา หมิ่นประมาทก็ว่ากันไป มันเลยเป็นประเด็นทำให้เราบวชไม่ได้ เราต้องมารีโนเวตตัวเอง ปรับปรุงโครงสร้างตัวเอง ว่าเราจะมานั่งขายของแล้วขาดทุนแบบนี้ไม่ได้ ก่อนหน้านี้มีคนติดต่อพรีเซ็นเตอร์มาตลอด แต่ไม่เคยรับเลย ช่วงดังจัดๆ ก็เลยคิดว่างั้นขายของแล้วกัน ใครมีสินค้าก็รับไลฟ์”

เดี๋ยวนี้ไม่บรรยายธรรมะแล้วเหรอ?

“บรรยาย เอามาจากไหนกัน เวลาอาจารย์บรรยาย มันไม่ดูไง  มันไปนั่งเล่นเกมกัน อาจารย์ไลฟ์สดทุกวัน ตั้งแต่เช้ายันค่ำ เช้าออกไปบรรยาย ทุกคนเชิญไปงานบรรยายเต็มแน่น เดือนหน้าแน่นทุกวันไม่มีวันว่างเลย เช้าบรรยายช่วงสิบโมงถึงเที่ยงตามสถานที่ต่างๆ ตกเย็นมาไลฟ์สดขายของ และตอบคำถามธรรมะเหมือนเดิม อยู่ในรถเดินทาง 3 ชั่วโมง ตลอด 3 ชั่วโมงอาจารย์นั่งไลฟ์สดตอบคำถามธรรมะอย่างเดียว เวลาอย่างนี้ตั้งนานทำไมไม่มาฟัง ไปดูอาจารย์ตอนขายของ อาจารย์ธรรมะทุกวัน พรุ่งนี้ก็จัดปฏิบัติธรรมที่บ้าน จะจัดทุกเดือนที่บ้าน  เสาร์-อาทิตย์แรกของเดือนจะจัดปฏิบัติธรรม ก็เยอะและเหนื่อย ที่บ้านเสาร์-อาทิตย์จะประมาณ 200 300 คน ห้องแค่นี้ มันนั่งได้ไม่เยอะ กำลังทำสถานปฏิบัติธรรมในนามมูลนิธิคนตื่นธรรม เวลาออกบรรยายอย่างจัดที่หอประชุมที่หมอเส็งอนุเคราะห์ให้ 4 พันคน แต่ตอนหลังมันไม่ไหว มันเหนื่อยเกิน อาจารย์ใช้เงินตัวเองจัดงานครั้งนึงประมาณ 3-4 แสนต่อเดือน เอาเงินขายน้ำพริกไปจัดงานเลี้ยงคน 3-4 พัน ไม่ต้องเสียเงินแม้แต่บาทเดียว เลี้ยงอาหารเช้า กลางวัน เย็น เวลาบรรยายธรรมไม่ได้เรียกค่าตัวนะ ถ้าเป็นคนอื่นอินฟลูฯ คนอื่นต้องมีค่าตัว คนถามว่าคิดค่าตัวเท่าไหร่ไปบรรยายธรรม อาจารย์บอกว่าไม่มี อยากจะให้เท่าไหร่ก็คิดมาแล้วกัน อย่างบางที่อาจารย์วิ่งไปไกลมาก ค่าน้ำมันรถ 5 พัน มันใส่ซองให้อาจารย์ 1,200 ก็มี ก็ไปให้”

ไม่ได้ว่าอะไร?

“ไม่ได้ว่าอะไร แต่กูก็ไลฟ์ด่าฉ่ำในไลฟ์สดนั่นแหละ ให้เฉพาะบางที่ อันนั้นมันดูแปลกๆ เหมือนอบต.โกงกินงบประมาณ มาจ่ายให้เราแค่นี้ โดนด่าแน่ เพราะเรามีค่าใช้จ่ายเนอะ แต่โดยรายได้เราแทบไม่ได้อะไรหรอก เราเอาเงินไปบริจาค ช่วยเหลือคน อย่างน้ำท่วมใช้เงินส่วนตัวบริจาคช่วยคนเป็นล้าน ทำแบบนี้มาตลอด”

จะบวชอีกมั้ย?

“ต้องดูตามเหตุ เพราะตอนนี้มีอยู่ 4 คดี แต่หมายยังมาไม่ถึงนะ มีหมิ่นประมาทมหาเถรสมาคม ที่เขาไปร้องกล่าวโทษทนายดังท่านนึง มีคดีวัดนาป่าพงที่ไปออกรายการดัง มีคนจะฟ้องอาจารย์เหมือนไปพูดถึงอีกฝ่ายนึง มีเรื่องผัวแห่งชาติอีกอันนึง มีคดีเรื่องวัดนา คดียักยอก อาจารย์ไปพูดกรณีนี้ใช้คำผิดคำถูกเขาก็จะฟ้องอีก ก็ต้องเดินไปตามเหตุว่ากันไปยาวๆ ไม่ต้องไปกังวล เพราะอยู่ที่ไหนเป็นประโยชน์ที่นั่น”

ติดตามชมรายการคุยแซ่บShow ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 11.30-12.30 น.  ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama

ก้อย อรัชพร ส่ง Sunflower เพลงรักของคนที่เลือกจะรัก แม้จะไม่ถูกเลือก

ก้อย อรัชพร ส่ง Sunflower เพลงรักของคนที่เลือกจะรัก แม้จะไม่ถูกเลือก

ก้อย อรัชพร ส่ง Sunflower เพลงรักของคนที่เลือกจะรัก แม้จะไม่ถูกเลือก

วันศุกร์ ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 10.00 น.

ก้อย อรัชพร ศิลปินและนักแสดงสาวที่เดินหน้าสร้างสรรค์ผลงานดนตรีอย่างต่อเนื่อง กลับมาพร้อมซิงเกิลที่ 2 ในปีนี้อย่าง “Sunflower” บทเพลงรักที่ถ่ายทอดมุมมองความรักในแบบที่แตกต่างออกไป ไม่ได้พูดถึงความสมหวัง แต่เป็นความรู้สึกของคนที่ “เลือกจะรัก” แม้จะไม่ได้เป็นคนที่ถูกเลือกก็ตาม

“Sunflower” หรือ “ทานตะวัน” ใช้ดอกไม้เป็นตัวแทนของความรู้สึก เปรียบเหมือนการเป็นคนหนึ่งที่ยังคงหันหาใครบางคน เหมือนดอกทานตะวันที่หันเข้าหาแสงเสมอ ไม่ใช่เพราะแสงนั้นเป็นของเรา แต่เพราะมันคือสิ่งเดียวที่หัวใจเลือกจะมอง

เพลงนี้เล่าถึงการอยู่ข้าง ๆ ใครสักคนอย่างไม่เร่งรัด ไม่คาดหวังเกินไป เพียงแค่หวังว่าในสักวันหนึ่งเขาอาจจะหันมาเห็นกันบ้าง และแม้วันนั้นจะไม่มาถึง ก็ไม่ใช่เรื่องน่าเสียใจ เพราะการได้รักใครสักคนอย่างเต็มที่ ก็มีความหมายในตัวมันเองแล้ว

ก้อยถ่ายทอดมุมมองความรักครั้งนี้ผ่านประโยคที่สะท้อนตัวตนของเพลงได้อย่างชัดเจนว่า “ถ้าฉันไม่ใช่ ก็ไม่เห็นเป็นอะไรเลย” ทำให้ “Sunflower” ไม่ใช่แค่เพลงของการรอคอย แต่เป็นเพลงของการเข้าใจความรัก และยอมรับมันในแบบที่มันเป็น

ในส่วนของมิวสิกวิดีโอ ได้ บอส กมลพิพัฒน์ บุนนาค  เพื่อนซี้จากแก๊ง Friendsfly และ อัด อวัช รัตนปิณฑะ นักแสดงมากความสามารถ มาร่วมถ่ายทอดเรื่องราวความรักในมุมที่ทั้งอบอุ่นและชวนลุ้น กับเคมีแบบ “เพื่อนสนิท” ที่แม้ความสัมพันธ์จะไม่ชัดเจน แต่กลับเต็มไปด้วยโมเมนต์เล็ก ๆ ที่ทำให้คนดูเผลอยิ้มตาม

และแม้ช่วงนี้ก้อยจะอยู่ในโหมดอินเลิฟ แต่เพลง “Sunflower” กลับเล่าเรื่องความรักในมุมของการไม่คาดหวังอะไร ตอกย้ำอีกด้านของความรู้สึกที่โตขึ้น ที่เข้าใจว่าการได้รักใครสักคนอย่างเต็มที่ ถึงเราอาจจะไม่ใช่สำหรับเขา แต่การได้รักก็มีความหมายในตัวมันเองอยู่แล้ว 

สามารถรับชมมิวสิกวิดีโอเพลง ‘Sunflower’ ได้แล้วทาง YouTube GoyNattyDream https://www.youtube.com/@goynattydreamchannel  

จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ เปิดบ้านต้อนรับเยาวชนจากโครงการ เยาวชนสืบสานรักษ์เพลงไทย ซีซั่น 1 และ 2

จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ เปิดบ้านต้อนรับเยาวชนจากโครงการ  เยาวชนสืบสานรักษ์เพลงไทย ซีซั่น 1 และ 2

จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ เปิดบ้านต้อนรับเยาวชนจากโครงการ เยาวชนสืบสานรักษ์เพลงไทย ซีซั่น 1 และ 2

วันศุกร์ ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 08.00 น.

จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ เปิดโอกาสให้ 10 เยาวชนคนเก่งที่ผ่านคัดเลือกจากทั่วประเทศกว่า 2,300 คน จากโครงการ “เยาวชนสืบสานรักษ์เพลงไทย”  ซีซั่น 1 และ 2   จัดขึ้นโดยสำนักงานพระคลังข้างที่   โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพของเยาวชนด้านคีตศิลป์และดุริยางคศิลป์ อนุรักษ์เพลงไทยลูกทุ่งและลูกกรุงให้คงอยู่ยั่งยืน พร้อมสร้างแรงบันดาลใจ และต่อยอดทักษะสู่การเป็นศิลปินมืออาชีพ   ได้เข้าสู่กระบวนการการคัดเลือกศิลปิน (Screen Test) พร้อมเยี่ยมชมเบื้องหลังการทำงานในอุตสาหกรรมบันเทิงอย่างเต็มอิ่ม ท่ามกลางความตื่นเต้น  รอยยิ้มและบรรยากาศสนุกสนาน ตลอดการเยี่ยมชม ณ อาคาร จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ เพลส

ไฮไลท์สำคัญของการเยี่ยมชมในครั้งนี้ คือ การเข้าสู่ขั้นตอนการคัดเลือกศิลปินฝึกหัดของจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ เพื่อสานต่อความฝันการเป็นศิลปินให้เป็นความจริง  ซึ่งน้องๆ ทุกคนต่างขึ้นเวทีโชว์สกิลการร้องการเต้นแบบจัดเต็มและตั้งใจ  โดยมีครูเจ  วิทวัส วีระญาโณ  Vice President – Music Academy และ ครูทราย นภัส รอดบุญ Supervisor – Dance Trainer  ผู้คัดเลือกศิลปินระดับมืออาชีพ มาชมความสามารถและคัดเลือกด้วยตัวเอง พร้อมให้ความเห็นอย่างละเอียด  ซึ่งเป็นข้อแนะนำที่น้องๆ สามารถนำไปพัฒนาศักยภาพการร้องและการโชว์บนเวทีได้ตรงจุด   เพื่อโอกาสที่จะได้ก้าวไปเป็นศิลปินต่อไปในอนาคต

นอกจากนี้ยังได้เข้าเยี่ยมชมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการคัดเลือกศิลปิน การผลิตผลงานตั้งแต่ต้นจนจบ แบบใกล้ชิด ไม่ว่าจะเป็น BLKGEM Studio ที่พาชมเบื้องหลังการพัฒนาศิลปินให้พร้อมสำหรับการเดบิวท์   โดยจะต้องผ่านการวิเคราะห์ภาพลักษณ์และการเตรียมความพร้อมด้าน Performance ซ้อมร้อง ซ้อมเต้นแบบเป๊ะปัง  ต่อด้วย GMM Music Studio ที่พาชมขั้นตอนการทำงานของโปรดิวเซอร์และอุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้สร้างสรรค์เพลงฮิตที่เราคุ้นเคย  ด้าน ATIME Media ก็พาชมบรรยากาศการจัดรายการวิทยุอย่างใกล้ชิด  โดยระหว่างการเยี่ยมชม ดีเจพี่อ้อยกำลังจัดรายการสดได้ออกมาร่วมถ่ายภาพที่ระลึกร่วมกันกับน้องๆ เยาวชนแบบใกล้ชิดเป็นกันเองสุดๆ  

ปิดท้ายที่สตูดิโอ ช่อง One31 ที่พาชมการเซ็ตอุปกรณ์ถ่ายทำและการทำงานแบบเรียลไทม์ของทีมโปรดักชันเบื้องหลัง    พร้อมเก็บโมเมนต์การรายงานข่าวสดของสองนักข่าวมืออาชีพอย่าง “หนุ่ม อนุวัต” และ “แจ๊ค ศรีสุภางค์” ทำเอาทุกคนตื่นเต้นและต้องเงียบที่สุดแทบหยุดหายใจ ตอนที่เข้ารายงานข่าวแบบสดๆ ตรงหน้า   เรียกได้ว่าประสบการณ์ในครั้งนี้  ไม่เพียงแต่เปิดโลกการทำงานในสายดนตรีและสื่อสารมวลชนเท่านั้น แต่ยังช่วยเติมแรงบันดาลใจ และทำให้เยาวชนมีแรงบันดาลใจในการก้าวสู่เส้นทางความฝันได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

น้องการ์ตูน นางสาวสลิลทิพย์ ซื่อตรง  ตัวแทนเยาวชนจากซีซั่นที่1  และ น้องมิกิ นางสาวอรลลินทร์ ปุณยวัฒนานนท์  ตัวแทนเยาวชนจากซีซั่นที 2   เปิดเผยว่า

“รู้สึกดีใจและตื่นเต้นมากๆ ที่ได้มีโอกาสเข้ามาทำการคัดเลือกศิลปินกับทางจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ในวันนี้นะคะ เป็นอะไรที่เกินคาดสำหรับพวกเรามากๆ  ไม่คิดว่าจะได้มายืนบนเวทีที่จะเป็นเส้นทางให้ทำตามความฝันในการเป็นศิลปินจริงๆ ที่สำคัญได้รับคำแนะนำจากคุณครูที่มีประสบการณ์และเป็นมืออาชีพ อีกทั้งยังได้เยี่ยมชมเบื้องหลังการทำงานจริงในด้านบันเทิง เรียกว่ามาวันเดียวครบจบเลยค่ะ ขอขอบคุณสำนักงานพระคลังข้างที่และบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ที่มอบประสบการณ์ดีๆ แบบนี้ให้พวกหนูทุกคนค่ะ”

น้องมิวสิค เด็กชายพจน์ธน บุญมา ตัวแทนเยาวชนจากซีซั่นที่2  กล่าวว่า

“วันนี้ผมกับเพื่อนๆ ได้เตรียมตัวเพื่อมาแสดงในการคัดเลือกเข้าสู่เส้นทางศิลปินกับทางจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่  ขอบคุณที่มอบโอกาสดีๆ ให้ผมได้ต่อยอดความฝันของตัวเอง และได้เยี่ยมชมการทำงานของพี่ๆ ในตึกแกรมมี่ ผมตื่นเต้นมากๆ ไม่คิดว่าจะได้มีโอกาสได้เข้ามาเห็นการทำงานจริงอย่างใกล้ชิดแบบนี้  การมาวันนี้ทำให้ผมได้รับแรงบันดาลใจจากการทำงานของพี่ๆ และจะพยายามพัฒนาตัวเองเพื่อเป็นศิลปินในอนาคตให้ได้ครับ”

ตลอดสองซีซั่นที่ผ่านมา โครงการเยาวชนสืบสานรักษ์เพลงไทยได้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของประสบการณ์สำคัญของเยาวชนนับพันจากทั่วประเทศที่รักการร้องเพลง  เพื่อวิ่งตามความฝันในการเป็นศิลปินคุณภาพในอนาคต และในปีนี้ โครงการฯ เตรียมเดินหน้าเพื่อสานต่อแนวนโยบายการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพด้านศิลปะการขับร้องของเยาวชนเพื่อเป็นตัวแทนคนรุ่นใหม่ในการสืบสานอนุรักษ์เพลงไทยส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่นอย่างยั่งยืน  โดยจะจัดให้มีงานแถลงข่าวโครงการ “เยาวชนสืบสานรักษ์เพลงไทย ซีซั่น 3    อย่างเป็นทางการในวันที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ.  2569 เวลา 10.00 น.  ณ สำนักงานพระคลังข้างที่  

สวยสับไม่พัก เซย่า ณิชฎา ลูกสาวพ่อพีท ทองเจือ สลัดลุคหวานเดินรันเวย์ไฟลุก ชมคลิป

สวยสับไม่พัก เซย่า ณิชฎา ลูกสาวพ่อพีท ทองเจือ สลัดลุคหวานเดินรันเวย์ไฟลุก ชมคลิป

สวยสับไม่พัก เซย่า ณิชฎา ลูกสาวพ่อพีท ทองเจือ สลัดลุคหวานเดินรันเวย์ไฟลุก ชมคลิป

วันพฤหัสบดี ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2569, 21.16 น.

วานนี้ 29 เมษายน 2569 ทำเอาแฟนคลับอึ้งกันทั้งโซเชียล! เมื่อ เซย่า ณิชฎา ทองเจือ ลูกสาวคนโตสุดเก่งของ พีท ทองเจือ และ แม่เจ็ง วิไลลักษณ์ ปรากฏตัวในฐานะนางแบบแบบเต็มตัวบนรันเวย์แฟชั่นโชว์ชุดว่ายน้ำ ซึ่งภาพเซ็ตนี้ต้องบอกว่า จึ้งใจ มาก เพราะปกติเราจะคุ้นเคยกับน้องเซย่าในลุคหวาน ๆ เรียบร้อย แต่ครั้งนี้มาในลุคสวยแซ่บ หุ่นเป๊ะปัง เดินสับขาแบบมืออาชีพสุด ๆ

ในภาพเราจะเห็นน้องเซย่าในชุดว่ายน้ำดีไซน์เก๋ สีฟ้า เขียว อวดเรียวขาสวยและรูปร่างที่ดูแลมาอย่างดี เดินออกมาด้วยความมั่นใจท่ามกลางบรรยากาศรันเวย์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ

เซย่า ณิชฎา

หลังจากภาพเซ็ตของ เซย่า ณิชฎา ถูกเผยแพร่ออกไป แฟนคลับต่างเข้ามาคอมเมนต์ชมความสวยและความสามารถของน้องเซย่ากันรัว ๆ ไม่ว่าจะเป็นการคอมเมนต์อิโมจิรูปกองไฟหรือหัวใจ เช่น

“แซ่บมาก”

“ขอญาตนะคะ วนดู 3 รอบ แม่หรือลูกเหมือนกันมาก “

เซย่า ณิชฎา
เซย่า ณิชฎา
เซย่า ณิชฎา
เซย่า ณิชฎา
เซย่า ณิชฎา
เซย่า ณิชฎา
เซย่า ณิชฎา
เซย่า ณิชฎา

>>> ชมคลลิป คลิกที่นี่ <<<

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก อินสตาแกรม thongchua_family_official

ซูเปอร์มาร์เก็ตแทบแตก มิ้นท์ รัญชน์รวี ในลุค Grocery run ที่ทำเอาโซเชียลนอนไม่หลับ

ซูเปอร์มาร์เก็ตแทบแตก มิ้นท์ รัญชน์รวี ในลุค Grocery run ที่ทำเอาโซเชียลนอนไม่หลับ

ซูเปอร์มาร์เก็ตแทบแตก มิ้นท์ รัญชน์รวี ในลุค Grocery run ที่ทำเอาโซเชียลนอนไม่หลับ

วันพฤหัสบดี ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2569, 19.10 น.

วานนี้ 29 เมษายน 2569 สาว มิ้นท์ รัญชน์รวี ทำเอาโลกโซเชียลถึงกับนอนไม่หลับ เมื่อเจ้าตัวโพสต์ลงบนอินสตาแกรมส่วนตัว ในลุคเดินซูเปอร์มาร์เกต ที่ทำเอาสะกดสายตาของใครหลายคน โดยสาวมิ้นท์มาในชุดสปอร์ตบราสีดำ อวดหุ่นสุดเป๊ะ แผ่นหลังเนียนสวย และกางเกงขายาวเข้าชุด เพิ่มความคูลด้วยแว่นกันแดดและรองเท้าแตะแบบสวม เดินเลือกซื้อผักและผลไม้อย่างอารมณ์ดี พร้อมแคปชั่นสั้น ๆ ว่า “Grocery run”

มิ้นท์ รัญชน์รวี

หลังจากภาพเซ็ตนี้ของ มิ้นท์ รัญชน์รวี ถูกเผยแพร่ออกไป แฟนคลับและชาวเน็ตต่างกระหน่ำกดไลก์และเข้ามาคอมเมนต์กันถล่มทลาย จนช่องคอมเมนต์ลุกเป็นไฟ เต็มไปด้วยอิโมจิรูปหัวใจ และรูปกองไฟ กันรัว ๆ เลยทีเดียว เรียกได้ว่าเป็นลุคไปซื้อของที่แซ่บเกินต้านจริง ๆ

มิ้นท์ รัญชน์รวี
มิ้นท์ รัญชน์รวี
มิ้นท์ รัญชน์รวี

ซึ่ง มิ้นท์ รัญชน์รวี เอื้อกูลวราวัตร เป็นดาราสาวชื่อดังชาวจังหวัดนครราชสีมา เป็นอดีตนักแบดมินตันเยาวชนทีมชาติ ดีกรีเหรียญเงินเยาวชนแห่งชาติ เข้าวงการจากการถ่ายโฆษณาและแสดงละครเรื่องแรก ข้ามสีทันดร ในปี 2561 มีผลงานโลดแล่นอยู่ในวงการบันเทิงมากมาย เช่น พราวมุก, คือเธอ และดวงใจเทวพรหม ตอน ดุจอัปสร

มิ้นท์ รัญชน์รวี
มิ้นท์ รัญชน์รวี
มิ้นท์ รัญชน์รวี
มิ้นท์ รัญชน์รวี

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก อินสตาแกรม mintranch

ไอจีแทบแตก! ลิซ่า ปล่อยลุคซีทรูดำสุดแซ่บ แฟนๆทั่วโลกแห่กดไลก์

ไอจีแทบแตก! ลิซ่า ปล่อยลุคซีทรูดำสุดแซ่บ แฟนๆทั่วโลกแห่กดไลก์

ไอจีแทบแตก! ลิซ่า ปล่อยลุคซีทรูดำสุดแซ่บ แฟนๆทั่วโลกแห่กดไลก์

วันพฤหัสบดี ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2569, 15.52 น.

30 เมษายน 2569 ทำเอาโซเชียลมีเดียร้อนฉ่าอีกครั้ง เมื่อซูเปอร์สตาร์ระดับโลก “ลิซ่า ลลิษา มโนบาล” สร้างกระแสฮือฮาบนอินสตาแกรมด้วยการปล่อยภาพเซ็ตล่าสุดในลุคสุดเซ็กซี่ พร้อมแคปชัน “BadAngelchella” จนแฟน ๆ ทั่วโลกแห่เข้ามากดไลก์และคอมเมนต์ถล่มทลาย

ภาพชุดดังกล่าว ลิซ่าปรากฏตัวในชุดมินิเดรสซีทรูผ้าลูกไม้สีดำ เผยให้เห็นรูปร่างและแผ่นหลังสุดเซ็กซี่ หลังภาพถูกเผยแพร่ออกไปเพียงไม่กี่ชั่วโมง ยอดไลก์พุ่งทะลุหลักล้านอย่างรวดเร็ว ก่อนจะไต่ระดับแตะกว่า 2 ล้านไลก์ โดยแฟนๆ ต่างเข้ามาคอมเมนต์พร้อมอีโมจิไฟลุกและคำชื่นชมอย่างล้นหลาม

ตัวแม่มาแล้ว! บี น้ำทิพย์ เสิร์ฟเดรสแดงสุดจี๊ด เช็กอินเกาะซานโตรินี

ตัวแม่มาแล้ว! บี น้ำทิพย์ เสิร์ฟเดรสแดงสุดจี๊ด เช็กอินเกาะซานโตรินี

ตัวแม่มาแล้ว! บี น้ำทิพย์ เสิร์ฟเดรสแดงสุดจี๊ด เช็กอินเกาะซานโตรินี

วันพฤหัสบดี ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2569, 15.05 น.

30 เมษายน 2569 เรียกเสียงฮือฮาจากแฟนคลับทั่วโซเชียล เมื่อซุปตาร์สาว “บี น้ำทิพย์ จงรัชตวิบูลย์” บินลัดฟ้าไปพักผ่อนสุดชิลที่ เกาะซานโตรินี ประเทศกรีซ พร้อมปล่อยภาพเซตใหม่ในลุคเดรสสีแดงสดที่ทำเอาไทม์ไลน์ลุกเป็นไฟ ท่ามกลางฉากหลังบ้านสีขาวสไตล์กรีกสุดคลาสสิกของซานโตรินี ทำเอาแฟนๆ และชาวเน็ตต่างพากันกดไลก์และคอมเมนต์ชื่นชมอย่างล้นหลาม