‘สมิทธ’เตือน’น้ำเขื่อน’ยังวิฤกต!! เผยรอธรรมชาติเป็นหนทางรอด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/218743

วันพฤหัสบดี ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2559, 13.22 น.
2 มิ.ย.59 นายสมิทธ ธรรมสโรช ประธานมูลนิธิสภาเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ เปิดเผยว่า ขณะนี้ยังน่าวิตกมากจากปัญหาสถานการณ์น้ำยังไม่ลงเขื่อน ซึ่งช่วงต้นฤดูฝนที่ผ่านมามีน้ำไหลลงน้อยมาก จากสภาพพื้นดินแห้งมาก คาดว่าปริมาณน้ำใช้การในเขื่อนทั่วประเทศคงไม่พอใช้ เพราะฝนไม่ตกเหนือเขื่อน จะเดือดร้อนกันมากทั้งอุปโภคบริโภค และการเกษตรเผชิญปัญหาแล้งวิฤกตต่อเนื่องไปถึงปีหน้า

“ช่วงนี้ยังไม่ถึงฤดูฝนเต็มที่ กว่าร่องฝนจะมาคือเดือน ก.ค.ดังนั้น น่าห่วงที่ปริมาณน้ำที่มีอยู่ปัจจุบันจะไม่พอใช้เกือบทุกเขื่อน หากสิ้นเดือน มิ.ย.นี้ มีฝนตกเหนือเขื่อน ขอให้มีพายุเข้า ต้องรอฟังกรมอุตุนิยมวิทยา ปีนี้เราก็รอดกัน แต่ถ้าสิ้นเดือนนี้ไม่มีฝน ก็แย่เลยทั้งประเทศ ไม่มีทั้งน้ำกินใช้ ไม่มีน้ำทำนา ซึ่งชาวนาควรรอฝนเต็มที่ และตอนนี้ฝนกำลังทิ้งช่วงด้วย จนถึงเดือน ก.ค.จึงเริ่มมีฝน ทางแก้มีทางเดียว คือ รอธรรมชาติ เพราะแผนผันน้ำจากแม่น้ำนานาชาติมาเติมเขื่อนใหญ่ยังไม่เกิด” นายสมิทธ กล่าว

สำหรับปริมาณน้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยา เขื่อนภูมิพล วันที่ 1 มิ.ย.มีปริมาณน้ำใช้การ 214 ล้าน ลบ.ม.คิดเป็นร้อยละ 2 ระบายออกวันละ 4 ล้าน ลบ.ม.น้ำไหลเข้า 9 แสน ลบ.ม. , เขื่อนสิริกิติ์ มีปริมาณน้ำใช้การ 761 ล้าน ลบ.ม.คิดเป็นร้อยละ 8 ระบายออกวันละ 10.56 ล้าน ลบ.ม.น้ำไหลเข้า 9 ล้าน ลบ.ม. , เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน มีปริมาณน้ำใช้การ 1,381 ล้าน ลบ.ม.คิดเป็นร้อยละ 21 ระบายวันละ 1.36 ล้าน ลบ.ม.น้ำไหลเข้า 3.1 ล้าน ลบ.ม. , เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ มีปริมาณน้ำใช้การ 220 ล้าน ลบ.ม.คิดเป็นร้อยละ 22 ระบายออกวันละ 1.75 ล้าน ลบ.ม.น้ำไหลเข้า 2.69 ล้าน ลบ.ม.และในลุ่มแม่น้ำแม่กลอง เขื่อนศรีนครินทร์ มีปริมาณน้ำใช้การ 1,378 ล้าน ลบ.ม.ร้อยละ 8 ระบายวันละ 7.97 ล้าน ลบ.ม.น้ำเข้า 4.94 ล้าน ลบ.ม. , เขื่อนวชิราลงกรณ มีปริมาณน้ำใช้การ 622 ล้าน ลบ.ม.ร้อยละ 7 ระบายวันละ 10.06 ล้าน ลบ.ม.น้ำเข้า 3 ล้าน ลบ.ม.

ในส่วนปริมาณน้ำเขื่อนขนาดใหญ่ 33 แห่งทั่วประเทศ  มีปริมาณน้ำ 31,247 ล้าน ลบ.ม.ในปี 58 มีปริมาณ 33,806 ล้าน ลบ.ม.มีน้อยกว่า 2,559 ล้าน ลบ.ม.โดยเป็นปริมาณน้ำใช้การได้จริง 7,741 ล้าน ลบ.ม.คิดเป็นร้อยละ 11 เฉลี่ยปริมาณน้ำไหลเข้าตั้งแต่ 1 ม.ค.วันละ 5.73 ล้าน ลบ.ม.แต่ระบายออกวันละ 45.74 ล้าน ลบ.ม.

ชาวบ้านช่วยโลมาโดนคลื่นซัด เข้าเกยตื้นหน้าโรงแรมหรูเขาหลัก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/218739

วันพฤหัสบดี ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2559, 13.02 น.

2 มิ.ย. 59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่หน้าบริเวณหน้าชายหาดโรงแรม เขาหลักลากูน่า รีสอร์ท อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา เจ้าหน้าที่กู้ภัยเขาหลัก เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขาหลัก-ลำรู่ พนักงานโรงแรม ได้เข้าช่วยชีวิตปลาโลมา ยาว 1.63 เมตร ที่ถูกคลื่นซัดขึ้นมาเกยตื้นบริเวณหน้าชายหาดโรงแรมเขาหลักลากูน่า รีสอร์ท พบมีสภาพอ่อนแรงไม่สามารถประคองตัวได้ มีบาดแผลขีดขวนเต็มลำตัวจากการกระแทกกับโขดหิน ทางเจ้าหน้ากู้ภัยที่จึงใช้ผ้าคลุมหลังโลมาก่อนจะประคองไว้บริเวณน้ำตื้นจากนั้นจึงทำการกางร่มเพื่อป้องกันผิวโลมาแห้ง ก่อนจะทำการเคลื่อนย้ายไปยังศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งจังหวัดพังงาเพื่อทำการอนุบาล พร้อมทั้งประสารของความช่วยเหลือจากศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลชายฝั่งและป่าชายเลน (ภูเก็ต) เพื่อส่งทีมสัตวแพทย์แพทย์เข้าให้การช่วยเหลือ
ด้าน ดร.ก้องเกียรติ กิตติวัฒนาวงศ์ หัวหน้ากลุ่มสัตว์ทะเลหายาก ศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลชายฝั่งและป่าชายเลน (ภูเก็ต) เผย หลังจากทีมสัตวแพทย์เข้าช่วยเข้าตรวจสอบอาการเบื้องต้น พบ เป็นโลมาแถบ(Striped Dolphin) ความยาว 1.63 เมตร น้ำหนักประมาณ 40 กิโลกรัม เป็นโลมาวัยรุ่น ซึ่งสาเหตุของการเกยตื้นน่าจะเกิดจากอาการป่วยจนไม่สามารถสู้กับแรงคลื่นได้จึงโดนซัดเข้ามายังฝั่ง ประกอบกับบริเวณดังกล่าวมีรายงานว่าเป็นโขดหินจำนวนมาก จึงอาจเป็นสาเหตุของบาดแผลถลอกและมีบาดแผลลึกถึงชั้นไขมันบริเวณข้างแก้มด้านขวา โดยทีมสัตวแพทย์จะทำการรักษาด้วยการฉีดยาบำรุง และให้ยารักษาตามอาการป่วยเป็นระยะ จากนั้น ก็จะทำความสะอาดบาดแผลและห้ามเลือด ก่อนจะนำไปอนุบาลต่อที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลชายฝั่งและป่าชายเลน (ภูเก็ต)
หัวหน้ากลุ่มสัตว์ทะเลหายา กล่าวต่อว่า โลมาลายแถบ(Striped Dolphin) จะมีลักษณะทั่วไปคล้ายโลมากระโดดแต่ลำตัวป้อมอ้วนกว่า มีปากใหญ่สั้นกว่าเล็กน้อย หลังสีน้ำเงินเข้มจางลงข้างลำตัว แถบสีเข้มจากตาตรงไปถึงโคนครีบข้าง แนวสีน้ำเงินเข้มและจางตัดกันเป็นลายแหลมข้างลำตัวเป็นลายรูปตัววี แถบสีเข้มเป็นแนวจากลูกตาไปตามข้างลำตัว และโค้งลงตรงบริเวณช่องก้นด้านท้องขาว จึงมองจากข้างตัวเห็นมีลายเป็นแนวหลายแนว โคนหางเล็กเป็นสันแบนครีบหลังค่อนข้างโค้งลาดเอียง ครีบข้างค่อนข้างเล็กปลายแหลม มีลักษณะฟันซี่แหลมเล็กจำนวน 40-55 คู่ ขนาดโตเต็มที่ยาว 2.7 ทางฝั่งอ่าวไทยพบที่จังหวัดชลบุรี ส่วนทางฝั่งอันดามันพบที่จังหวัดกระบี่, พังงา, ภูเก็ต และสตูล และจะพบการเกยตื้นบ่อยครั้งในฤดูมรสุมของทะเลอันดามัน

 

กรมชลฯโชว์ผลงานประหยัดงบ คืนค่าก่อสร้างหลวงได้1.5หมื่นล.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/218632

วันพุธ ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2559, 16.57 น.
1 มิ.ย. 59 นายสุเทพ น้อยไพโรจน์ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยถึงนโยบายของนายกรัฐมนตรี ที่ให้หน่วยงานต่างๆประหยัดงบประมาณค่าก่อสร้างลง 20% ว่าพล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะรมว.เกษตรและสหกรณ์ได้สั่งการให้กรมชลฯประหยัดงบประมาณ ในการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างอย่างโปร่งใส ซี่งให้ทำทีโออาร์เปิดกว้างมากที่สุด เพื่อประหยัดงบประมาณแต่ละปี โดยตั้งแต่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) เข้ามา จากปี57 กรมชลฯมีโครงการก่อสร้าง วงเงิน 12,700 ล้านบาท จัดประกวดราคาแบบอีอ็อกชั่น ประหยัดงบได้ 2,900 พันล้านบาท มีเงินคืนเหลือจ่าย 810 ล้านบาทในปี 58  มีโครงการใช้งบผูกพันใหม่ 31 รายการวงเงิน 10,650 ล้านบาทประหยัดได้ 2,900 ล้านบาท มีเงินคืนเหลือจ่าย 1,600 ล้านบาท และปี59 มีโครงการ 33 รายการ ใช้การประมูลแบบอีบิตดิ้งวงเงิน 19,000 ล้านบาทประหยัดงบได้ 6,900 ล้านบาท มีเงินคืนเหลือจ่าย 960 ล้านบาท

นายสุเทพ กล่าวว่ารวม 3ปีกรมชลประทานสามารถประหยัดงบผูกพันได้ 12,240 ล้าน คิดเป็นร้อยละ 26-30 % รวมเงินคืนเหลือจ่าย 2,420 ล้านเศษ รวมคืนเงินให้หลวงได้ทั้ง 15,660 ล้านบาทโดยใช้การประกวดราคาแบบอีอ็อกชั่น และอีบิตดิ้งทำให้ลดงบค่าก่อสร้างหลายโครงการ เช่นอุโมงค์ผันน้ำแม่งัด- แม่กวง และอุโมงค์ผันน้ำแม่แตง -แม่งัด จ.เชียงใหม่ โครงการระบายน้ำหาดใหญ่ โดยของบปี 60 วงเงิน 4.02 หมื่นล้านบาท สำหรับโครงการเขื่อนน้ำปี้ จ.พะเยา ประตูระบายน้ำแดนเมือง โครงการลำห้วยหลวง ผันน้ำจากแม่น้ำโขง จ.อุดรธานี เป็นต้น

ประเทศไทยฝนตกหนักบางแห่ง เตือนหลายจังหวัดรับมือน้ำท่วม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/218530

วันพุธ ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2559, 08.00 น.
1 มิ.ย.59 บริเวณประเทศไทยมีฝนตกหนักบางพื้นที่ส่วนมากบริเวณจังหวัด จันทบุรี ตราด ระนอง พังงา ภูเก็ต และกระบี่ ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกสะสมในระยะนี้ไว้ด้วย

สำหรับลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยเริ่มมีกำลังอ่อนลง ประกอบกับมีลมตะวันออกเฉียงใต้ยังคงพัดปกคลุมภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง และภาคตะวันออก ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนได้ในระยะนี้

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยวันนี้(1 มิ.ย.59) เป็นดังนี้

ภาคเหนือ มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดลำพูน ลำปาง พิษณุโลก เพชรบูรณ์ สุโขทัย กำแพงเพชร และตาก อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเลย หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม มุกดาหาร นครราชสีมา ขอนแก่น และชัยภูมิ อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคกลาง มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดราชบุรี กาญจนบุรี สุพรรณบุรี อุทัยธานี นครสวรรค์ และลพบุรี อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณฝนฟ้าคะนองมีคลื่นสูง 1-2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช อุณหภูมิต่ำสุด 21-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม/ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต และกระบี่ อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 27-30 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณฝนฟ้าคะนองมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

หลายจังหวัดเสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน กทม.-ปริมณฑลฝนตกร้อยละ60

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/218328

วันอังคาร ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2559, 08.00 น.
31 พ.ค.59 บริเวณประเทศไทยมีฝนตกหนักบางพื้นที่ส่วนมากบริเวณจังหวัดลำปาง แพร่ อุตรดิตถ์ พิษณุโลก สุโขทัย เพชรบูรณ์ พิจิตร กำแพงเพชร ตาก เลย อุดรธานี ระยอง จันทบุรี ตราด ระนอง พังงา ภูเก็ต และกระบี่ ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนัก ที่จะทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลากได้ในระยะนี้

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา มรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ประกอบกับมีลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และกลาง ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีฝนเพิ่มขึ้น

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยวันนี้(31 พ.ค.59) เป็นดังนี้

ภาคเหนือ มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดลำปาง แพร่ อุตรดิตถ์ สุโขทัย พิษณุโลก เพชรบูรณ์ พิจิตร กำแพงเพชร และตาก อุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดเลย อุดรธานี และหนองคาย อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคกลาง มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดราชบุรี กาญจนบุรี สุพรรณบุรี อุทัยธานี ชัยนาท นครสวรรค์ ลพบุรี สระบุรี และพระนครศรีอยุธยา อุณหภูมิต่ำสุด 25-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 24-29 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณฝนฟ้าคะนองมีคลื่นสูง 1-2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช และสงขลา อุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม/ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต และกระบี่ อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-30 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณฝนฟ้าคะนองมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 26-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

กลุ่มรักษ์สิ่งแวดล้อมฯวอนนายกฯ ชี้ปชช.ไม่อยากให้ปิดเมืองทองคำ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/218161

วันจันทร์ ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2559, 13.15 น.
30 พ.ค.59 ที่ศูนย์บริการประชาชน ทำเนียบรัฐบาล นายโสภณ พรโชคชัย ผู้ประสานงานเครือข่ายรักษ์สิ่งแวดล้อมและประชาชนอย่างยั่งยืน เข้ายื่นหนังสือถึงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เพื่อขอให้พิจารณาให้เหมืองทองคำชาตรี จ.พิจิตร ได้ดำเนินการต่อไป เพราะประชาชนส่วนใหญ่ต้องการและไม่มีมลพิษตามที่ได้มีการสำรวจ

พร้อมทั้ง ได้นำเอกสารผลสำรวจของศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทยเมื่อวันที่ 20 พ.ค.59 ประชาชนจำนวน 596 รายที่อยู่อยู่ในพื้นที่โดยรอบเมืองทองคำชาตรีของบริษัทอัครารีซอร์สเซส พบว่า ร้อยละ 78 หรือ 463 ราย มีความเห็นไม่ให้ปิดเมืองทองคำ และมีเพียงร้อยละ 22 หรือ 133 รายที่ให้ปิดเหมือง

โดยนายโสภณกล่าวว่า จากผลศึกษาดังกล่าว ยังพบว่ามีประชาชนเสียชีวิตจากมลพิษของเหมืองนั้น จากการตรวจสอบพบว่าเป็นการเสียชีวิตจากร่างกายอ่อนล้า และโรคชราไม่ได้เพราะมลพิษจากเหมือง จึงอยากให้นายกฯพิจารณา นอกจากนี้ เครือข่ายเห็นด้วยกับแนวทางการแก้ไขที่ควรจัดหาที่อยู่ใหม่ให้กับประชาชนที่ไม่ต้องการให้มีเมืองทองคำ เหมือนอย่างพื้นที่ที่เคยแก้ปัญหาผลกระทบขณะเดียวกันยังเห็นว่าไม่ควรนำเอาความเห็นของคนในกทม.ที่ไม่ได้เข้ามามีส่วนร่วมหรือเข้าใจการมีเมืองและต่อต้านรัฐบาลควรกำหนดเขตให้ชัดเจน แล้วทำการเวนคืนที่ดินให้เรียบร้อยเพื่อจะได้ไม่มีปัญหากับประชาชนบางส่วน

เตือนหลายจังหวัดน้ำท่วมฉับพลัน ส่วนทะเลอันดามันมีคลื่นสูง2เมตร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/218128

วันจันทร์ ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2559, 08.00 น.
30 พ.ค.59 บริเวณภาคตะวันออกและภาคใต้ มีฝนตกหนักบางพื้นที่ส่วนมากบริเวณจังหวัดลำพูน ลำปาง เพชรบูรณ์ เลย จันทบุรี ตราด ระนอง กระบี่ พังงา และภูเก็ต ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนัก ที่จะทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลากได้ในระยะนี้ ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามัน มีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา มรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยมีกำลังอ่อนลง ประกอบกับมีลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก และมีหย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณประเทศเวียดนามตอนบน ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีฝนเพิ่มขึ้น

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยวันนี้(30 พ.ค.59) เป็นดังนี้

ภาคเหนือ มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง แพร่ น่าน ตาก สุโขทัย และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-39 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดอุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม ขอนแก่น เลย ชัยภูมิ นครราชสีมา และสุรินทร์ อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคกลาง มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี กาญจนบุรี สุพรรณบุรี ลพบุรี และราชบุรี อุณหภูมิต่ำสุด 26-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35-38 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 24-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณฝนฟ้าคะนองมีคลื่นสูง 1-2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช และสงขลา อุณหภูมิต่ำสุด 23-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม/ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-32 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณฝนฟ้าคะนองมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากในช่วงระหว่างบ่ายถึงค่ำ อุณหภูมิต่ำสุด 27-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก-ใต้จะมีฝนตกหนัก เตือนหลายจว.รับมือในระยะนี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/218013

วันอาทิตย์ ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2559, 08.00 น.
29 พ.ค.59 บริเวณภาคตะวันออกและภาคใต้ มีฝนตกหนักบางพื้นที่ส่วนมากบริเวณจังหวัดจันทบุรี ตราด ระนอง กระบี่ ตรัง และสตูล ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนัก ที่จะทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลากได้ในระยะนี้ ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามัน และอ่าวไทยตอนบน มีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังและเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันควรงดออกจากฝั่งในระยะนี้

สำหรับลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย รวมทั้งคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบน ยังคงมีกำลังแรง และมีหย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณอ่าวตังเกี๋ย

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยวันนี้(29 พ.ค.59) เป็นดังนี้

ภาคเหนือ มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย น่าน และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-39 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดอุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม มุกดาหาร อำนาจเจริญ ยโสธร ร้อยเอ็ด สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี อุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคกลาง มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดราชบุรี และกาญจนบุรี อุณหภูมิต่ำสุด 26-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 36-39 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดจันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 24-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-38 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณฝนฟ้าคะนองมีคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส อุณหภูมิต่ำสุด 23-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีขึ้นมา : ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม/ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไป : ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม/ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดระนอง พังงา และภูเก็ต อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-40 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณฝนฟ้าคะนองมีคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากในช่วงระหว่างบ่ายถึงค่ำ อุณหภูมิต่ำสุด 28-29 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 36-38 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

Tree planting looks set to fall short of target in Laos

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation

http://www.nationmultimedia.com/business/Tree-planting-looks-set-to-fall-short-of-target-in-30287268.html

ENVIRONMENT

LAOS WILL only be able to plant about 80 per cent of the government’s plan for tree seedlings after forestry operations delayed planting while they observed the trend in timber prices.

The Laotian Ministry of Agriculture and Forestry this year planned to encourage other government bodies and the private sector to plant about 24,000 hectares of trees and reforest over 200,000 hectares for environmental protection and to increase green areas.

But the continuing decline of the rubber price is a major issue that has reduced the number of trees planted this year, according to forestry authorities.

The most popular trees planted by government agencies are native types and ornamental species such as the Indian devil tree or maitinpet (Alstonia scholaris), New Guinea rosewood or maidou (Pterocarpus indicus), maitaekha (Afzeleia xylocarpa), and maikhaen (Shorea talura).

Meanwhile the private sector is planting industrial trees such as eucalyptus, rubber and teak, the Promote Forest Plantation and Investment Division reported.

Each year, about 70-80 per cent of government-planted seedlings survive after planting while the survival rate of trees planted by private companies is higher as they have good seedlings and maintenance.

Last year the general public and businesses planted more than 19,000 hectares of trees nationwide or about 63 per cent of the planned 30,000 hectares.

The division also suggested that trees should be planted between May and August because of good rainfall and that the sectors concerned should focus on native and high-value trees, as these are the ones that have been felled in previous years.

Challenging issues in the sustainable management of tree plantations include the limited budget available to maintain them, while land expansion for construction and development is also seeing young tree plantations bulldozed.

The Laotian government has been promoting the importance of reforestation for socio-economic development since 1996.

The government aims to increase forest cover to about 70 per cent by 2020, of which 500,000 hectares will be commercial tree plantations. So far, more than 440,000 hectares of land have been planted.

Mekong dam projects ‘could destroy livelihoods, ecology’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation

http://www.nationmultimedia.com/national/Mekong-dam-projects-could-destroy-livelihoods-ecol-30287469.html

ENVIRONMENT

The local people in Stung Treng Province of Cambodia make a living from Mekong River, which many dams will be built on.

The local people in Stung Treng Province of Cambodia make a living from Mekong River, which many dams will be built on.

Environmental groups warn areas might be totally devastated in next 10 years.

THE ECOLOGY of the Mekong River could be destroyed within 10 years if dam projects along the river are allowed to continue, Thai and Cambodian non-government organisations have warned.

They have also warned that it will be very difficult for people to claim compensation for projects’ negative impacts on the environment and their livelihoods because it will be not difficult if not impossible to clearly link the effects to a particular dam.

The NGOs urged relevant governments to better understand the situation and take more interest in trans-border impacts from development projects along the Mekong River in order to prevent adverse consequences, which could harm the lives of millions people who depend on the river.

There are two projects underway – the Xayaburi dam and the Don Sahong dam, located on the lower reaches of the Mekong River in |Laos. Amid protests from people who reside along the riverbank, Pianporn Deetes, Thailand campaign coordinator for International Rivers, urged the governments of the Mekong River region to concentrate more on the real costs of development projects for the river and |people.

//

“I don’t see a way out from the ecological and social destruction of the Mekong River, if the decision-makers still do not care about the impacts of the huge projects on the river,” Pianporn stated.

She said the decision-makers considered only the benefit they could get from the projects on Mekong River without considering the impact on the river’s ecology and people’s livelihoods.

She said the construction of two more dams in Laos, Pak Bang and Sanakham, would begin soon. “The dam construction is not really being regulated,” she said.

“If this trend still continues, I am sure that we will see the total collapse of the Mekong River within 10 years with our own eyes.”

Tek Vannara, executive director of NGO Forum on Cambodia, pointed out that the weakness of the Mekong River Commission (MRC) mechanism has resulted in uncontrolled dam building on the main tributary of the Mekong River.

“It is all about power negotiations and politics in the MRC, so they are too weak to regulate this issue properly. If they were strong, the dams like Don Sahong Dam would not happen,” Vannara said.

He said if countries represented in the MRC want to build a dam on the main tributary of the Mekong River, they are supposed to proceed with proper procedures of notification and prior consultation, but the Don Sahong dam was started without consultation with the MRC.

“The countries in the Mekong River region have to start discussions on the impacts of these dams,” he said. “The reasons dam-builders use to build dams in their countries should not be used anymore, because we are on the same river and the river belongs to everyone.

“We are now trying to make the [Cambodian] government see that clean energy like solar power, biomass and wind power can be better alternatives to building hydroelectricity dams and we are trying to empower local people so they can raise their voices against the destructive projects.”

Pianporn added that it would be tough for affected people to get compensated.

“The dams are owned by private companies, not the country, so it is very realistic that the government will not be responsible for the impacts caused by dams and the price of the devastating impact on the ecology and people’s livelihoods will be the responsibility for the people to pay,” she said.