Health News : จีนหนุนเด็กนักเรียน ‘เคลื่อนไหวร่างกาย’ อย่างน้อยวันละ 2 ชั่วโมง

Health News : จีนหนุนเด็กนักเรียน ‘เคลื่อนไหวร่างกาย’ อย่างน้อยวันละ 2 ชั่วโมง

Health News : จีนหนุนเด็กนักเรียน ‘เคลื่อนไหวร่างกาย’ อย่างน้อยวันละ 2 ชั่วโมง

วันอาทิตย์ ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

กระทรวงศึกษาธิการของจีนเผยในสัปดาห์นี้ ว่านักเรียนระดับประถมและมัธยมต้นในจีนควรเข้าร่วมกิจกรรมเคลื่อนไหวร่างกายเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 2 ชั่วโมงต่อวัน

เอกสารฉบับใหม่เกี่ยวกับการเสริมสร้างสุขภาพร่างกายของนักเรียน กระตุ้นให้โรงเรียนจัดการเรียนการสอนวิชาพลศึกษาและสุขศึกษาอย่างรอบด้าน พร้อมทั้งจัดสรรชั่วโมงเรียนวิชาเหล่านั้นให้เพียงพอ โดยกระทรวงฯ ยังสนับสนุนให้โรงเรียนจัดกิจกรรมเคลื่อนไหวร่างกายแบบมีคุณภาพในช่วงเช้า 1 ชุด และช่วงบ่ายระหว่างคาบเรียนอีก 1 ชุด โดยแต่ละช่วงต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่า 30 นาที

สำหรับหลักสูตรการศึกษาระดับปริญญาตรีจะต้องจัดให้มีวิชาพลศึกษาขั้นต่ำ 144 ชั่วโมงเรียน ส่วนวิทยาลัยอาชีวศึกษาต้องมีวิชาพลศึกษาอย่างน้อย 108 ชั่วโมง

ทั้งนี้ เอกสารดังกล่าวยังเรียกร้องการพัฒนาบุคลากรด้านกีฬาเพิ่มขึ้น เพิ่มการผลักดันตำแหน่งครูพละ และปรับปรุงการประเมินผลการสอนของครูสาขาวิชานี้

Health News : เดินวันละ 5,000 ก้าว อาจช่วยชะลอ ‘อัลไซเมอร์’

Health News : เดินวันละ 5,000 ก้าว อาจช่วยชะลอ ‘อัลไซเมอร์’

Health News : เดินวันละ 5,000 ก้าว อาจช่วยชะลอ ‘อัลไซเมอร์’

วันอาทิตย์ ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

วารสาร Nature Medicine เผยแพร่ผลการศึกษาจากคณะนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเมลเบิร์นของออสเตรเลีย โรงพยาบาลแมส เจเนอรัล บริกแฮมในเครือคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดของสหรัฐฯ และมหาวิทยาลัยโตรอนโตของแคนาดา ระบุว่า การเดินวันละ 5,000-7,500 ก้าว อาจช่วยชะลอการเปลี่ยนแปลงของสมองที่เกี่ยวข้องกับโรคอัลไซเมอร์

คณะนักวิจัยได้ติดตามกลุ่มผู้ใหญ่ อายุ 50-90 ปี ผู้มีการทำงานของสมองปกติ จำนวน 294 คน เป็นระยะเวลานานถึง 14 ปี เพื่อเฝ้าติดตามจำนวนก้าวเดินในแต่ละวัน การทำงานของสมอง และการสะสมของโปรตีนในสมองที่เกี่ยวข้องกับโรคอัลไซเมอร์ เหล่าผู้เข้าร่วมการศึกษาครั้งนี้ที่เดินมากกว่า 5,000 ก้าวต่อวัน มีแนวโน้มความจำและการคิดเสื่อมถอยช้ากว่า ซึ่งเชื่อมโยงกับการสะสมตัวลดลงของโปรตีนเทาว์ (tau) ที่เกี่ยวข้องกับพัฒนาการของโรคอัลไซเมอร์

คณะนักวิจัยระบุว่าการสะสมตัวของโปรตีนเทาว์และกระบวนการรู้คิดอยู่ในระดับอิ่มตัวเมื่อเดิน 5,001-7,500 ก้าวต่อวัน หรือการออกกำลังกายเพียงเล็กน้อยอย่างเดิน 3,000-5,000 ก้าวต่อวัน ยังเชื่อมโยงกับการสะสมตัวของโปรตีนเทาว์และกระบวนการรู้คิดเสื่อมถอยช้าลงอย่างชัดเจน

ผลการศึกษานี้เน้นย้ำเป้าหมายการทำกิจกรรมทางกายภาพที่ไม่ยากเกินไปอาจช่วยกระตุ้นผู้สูงอายุที่ไม่ค่อยเคลื่อนไหวร่างกายหันมาออกกำลังกายเพิ่มขึ้น ควบคู่กับการใช้งานอุปกรณ์ดิจิทัลแบบสวมใส่ที่แพร่หลายอย่างสมาร์ตวอตช์หรือนาฬิกาข้อมืออัจฉริยะ

Health News : ‘ดื่มไว’ เพิมเสี่ยงอันตรายจากแอลกอฮอล์

Health News : ‘ดื่มไว’ เพิมเสี่ยงอันตรายจากแอลกอฮอล์

Health News : ‘ดื่มไว’ เพิมเสี่ยงอันตรายจากแอลกอฮอล์

วันอาทิตย์ ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ผลการศึกษาระยะยาวจากศูนย์วิจัยยาเสพติดและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แห่งชาติมหาวิทยาลัยนิวเซาธ์เวลส์ของออสเตรเลีย พบว่า วัยรุ่นที่เริ่มต้นดื่มแอลกอฮอล์เร็วตั้งแต่อายุ 12 ปี เสี่ยงเผชิญอันตรายจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในวัยผู้ใหญ่ตอนต้นสูงขึ้นมาก

การศึกษานี้ติดตามพฤติกรรมการดื่มแอลกอฮอล์ของวัยรุ่นชาวออสเตรเลียมากกว่า 900 คน เป็นระยะเวลา 10 ปี พบว่ายิ่งวัยรุ่นเริ่มต้นเป็นนักดื่มก่อนอายุ 18 ปี ซึ่งเป็นอายุขั้นต่ำที่สามารถซื้อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ตามกฎหมาย ยิ่งเสี่ยงดื่มหนักและได้รับอันตรายจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในวัยผู้ใหญ่ตอนต้นสูงขึ้น

วัยรุ่นที่เริ่มต้นดื่มแอลกอฮอล์ตอนอายุ 12 ปี มีแนวโน้มจะดื่มหนักเป็นระยะเพิ่มขึ้นและเสพติดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากกว่าวัยรุ่นที่เริ่มต้นดื่มตอนอายุ 18 ปี โดยวัยรุ่นที่เริ่มดื่มเร็วมีแนวโน้มดื่มหนักเป็นระยะทุกเดือนภายในอายุ 20 ปีเพิ่มขึ้นร้อยละ 24 เช่น ดื่มอย่างน้อย 4 แก้ว และเสี่ยงอันตรายจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากกว่าผู้เริ่มดื่มตอนอายุ 18 ปีเพิ่มขึ้นร้อยละ 73

นอกจากนั้น วัยรุ่นที่เริ่มต้นดื่มแอลกอฮอล์เร็วยังเสี่ยงเสพติดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ใช้เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในทางที่ผิด และมีอาการผิดปกติจากการดื่มแอลกอฮอล์เพิ่มขึ้น ขณะเดียวกัน ความเสี่ยงอันตรายจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพิ่มขึ้น ไม่ว่าดื่มในปริมาณเท่าใด ซึ่งสวนทางกับสมมติฐานที่ว่าแค่จิบหรือชิมเป็นครั้งคราวภายใต้การดูแลของผู้ปกครองนั้นไม่เป็นอันตราย

Health News : ผู้ป่วยมะเร็งปอด’ ถึง 1 ใน 5 ไม่สูบบุหรี่

Health News : ผู้ป่วยมะเร็งปอด’ ถึง 1 ใน 5 ไม่สูบบุหรี่

Health News : ผู้ป่วยมะเร็งปอด’ ถึง 1 ใน 5 ไม่สูบบุหรี่

วันอาทิตย์ ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ทีมนักวิจัยออสเตรเลียและสหราชอาณาจักรเผยแพร่การศึกษาในวารสารเจอร์นัล ออฟ ดิ อเมริกัน เมดิคอล แอสโซซิเอชัน (JAMA) ระบุว่า ผู้ป่วยมะเร็งปอดทั่วโลกถึง 1 ใน 5 รายเป็นผู้ไม่สูบบุหรี่ โดยมะเร็งปอดในผู้ที่ไม่สูบบุหรี่ ซึ่งหมายถึงผู้ที่สูบบุหรี่น้อยกว่า 100 มวนตลอดชีวิต คิดเป็นร้อยละ 15-20 ของผู้ป่วยมะเร็งปอดทั้งหมดทั่วโลก

รายงานสรุปผลการศึกษาบนเว็บไซต์ศูนย์สื่อวิทยาศาสตร์ออสเตรเลีย ระบุว่า ผู้ป่วยมะเร็งปอดที่ไม่สูบบุหรี่มักมีอัตราการกลายพันธุ์ของยีนที่เกี่ยวข้องกับมะเร็งในระดับสูงกว่า ซึ่งดูเหมือนจะส่งผลต่อประสิทธิภาพแนวทางการรักษาที่แตกต่างกันสำหรับผู้ป่วยกลุ่มนี้

ทีมวิจัยซึ่งรวมถึง เบนจามิน เจ. โซโลมอน นักวิจัยจากศูนย์มะเร็งปีเตอร์ แมคคัลลัม และมหาวิทยาลัยเมลเบิร์น พบว่า มะเร็งส่วนใหญ่ในกลุ่มนี้เป็นชนิดอะดีโนคาร์ซิโนมา (adenocarcinoma) ซึ่งเป็นมะเร็งที่เริ่มต้นในเซลล์ต่อม หลังจากวิเคราะห์งานวิจัยนานาชาติ 92 ฉบับเกี่ยวกับมะเร็งปอดในผู้ไม่สูบบุหรี่

จากการวิจัยก่อนหน้านี้ ผู้เขียนระบุว่าผู้ไม่สูบบุหรี่ที่มีความเสี่ยงสูงสุดต่อการเป็นมะเร็งปอด มักเป็นกลุ่มที่ได้รับควันบุหรี่มือสอง สัมผัสกับสารกัมมันตรังสี มลพิษทางอากาศ และแร่ใยหิน รวมถึงผู้ที่มีประวัติคนในครอบครัวสายตรง เช่น พ่อแม่หรือพี่น้องแท้ๆ เป็นมะเร็งปอดมาก่อน

Health News : มาเลเซียปิดโรงเรียนหนีไข้หวัดใหญ่ระบาด

Health News : มาเลเซียปิดโรงเรียนหนีไข้หวัดใหญ่ระบาด

Health News : มาเลเซียปิดโรงเรียนหนีไข้หวัดใหญ่ระบาด

วันอาทิตย์ ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นักเรียนประมาณ 6,000 คนทั่วประเทศมาเลเซียกำลังป่วยด้วยโรคไข้หวัดใหญ่ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้หลายโรงเรียนต้องปิดการเรียนการสอนตามคำแนะนำของสำนักงานสาธารณสุข สำนักข่าวเบอร์นามาของทางการมาแลซียรายงานว่า ดร.โมฮัมหมัด อาซัม อาห์มัด อธิบดีกระทรวงศึกษาธิการแถลงข่าวว่า การปิดโรงเรียนเป็นไปตามกระบวนการและแนวทางของกระทรวงสาธารณสุข เพื่อสร้างความปลอดภัยให้แก่นักเรียน ครู และบุคลากรของโรงเรียน นอกจากนี้โรงเรียนต่าง ๆ ยังได้รับคำสั่งให้ปฏิบัติตามมาตรการควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ในกลุ่มนักเรียน โดยอาศัยประสบการณ์ที่มีอย่างกว้างขวางเมื่อครั้งรับมือกับโรคโควิด-19 ระบาด ส่งเสริมเรื่องการสวมหน้ากากอนามัยและลดการทำกิจกรรมของนักเรียนกลุ่มใหญ่ ส่วนเรื่องการสอบระดับประเทศของนักเรียนระดับมัธยมศึกษา (SPM) ที่จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 3 พฤศจิกายน อธิบดีฯ ให้ความมั่นใจว่า กระทรวงฯ ได้เตรียมการรับมือกับสถานการณ์ต่าง ๆ ไว้แล้ว

กระทรวงสาธารณสุขมาเลเซียแจ้งเมื่อวันที่ 9 ตุลาคมว่า พบกลุ่มผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์เอ (A) และสายพันธุ์บี (B) ทั้งหมด 97 กลุ่มในการระบาดประจำสัปดาห์ที่ 40 ของปี 2568 เพิ่มขึ้นอย่างมากจาก 14 กลุ่มในการระบาดประจำสัปดาห์ก่อนหน้านั้น โดยส่วนใหญ่พบตามสถานศึกษา

Health News: โรงพยาบาลรัฐญี่ปุ่นขาดทุนยับ

Health News: โรงพยาบาลรัฐญี่ปุ่นขาดทุนยับ

Health News: โรงพยาบาลรัฐญี่ปุ่นขาดทุนยับ

วันอาทิตย์ ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

กระทรวงกิจการภายในของญี่ปุ่นรายงานว่า โรงพยาบาลรัฐราวร้อยละ 83.3 ของประเทศประสบภาวะขาดทุนรวม 3.95 แสนล้านบาท (ราว 8.68 หมื่นล้านบาท) ในปีงบประมาณ 2024 ซึ่งสัดส่วนโรงพยาบาลที่ประสบภาวะขาดทุนและมูลค่าการขาดทุนล้วนสูงเป็นประวัติการณ์ โดยต้นทุนแรงงานที่สูงขึ้น กอปรกับราคายาและผลิตภัณฑ์อื่นๆ เป็นปัจจัยที่ส่งผลให้โรงพยาบาลทั่วญี่ปุ่นเผชิญสถานการณ์ทางการเงินย่ำแย่ลง

รายงานระบุว่าสถานการณ์ทางการเงินของโรงพยาบาลรัฐในญี่ปุ่นอยู่ในภาวะเกินดุล 3.25 แสนล้านเยน (ราว 7.15 หมื่นล้านบาท) ในปีงบประมาณ 2021 เนื่องด้วยโครงการเงินอุดหนุนจากรัฐบาลระหว่างการระบาดใหญ่ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) ก่อนจะเผชิญปัญหาทางการเงินที่รุนแรงยิ่งขึ้นตั้งแต่ปีงบประมาณ 2023 เนื่องจากต้นทุนแรงงานและวัสดุพุ่งสูงเกินรายได้จากการบริการทางการแพทย์

Health News : แก้ปัญหาตัวเหม็นเพราะเหงื่อออกมาก

Health News : แก้ปัญหาตัวเหม็นเพราะเหงื่อออกมาก

Health News : แก้ปัญหาตัวเหม็นเพราะเหงื่อออกมาก

วันอาทิตย์ ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ปัจจุบัน ความกังวลเกี่ยวกับเรื่องกลิ่นกาย ถูกโหมกระพือในสื่อสังคมออนไลน์ให้ดูเป็นเรื่องใหญ่ขึ้น มีการเผยแพร่บทความจำนวนมาก ที่แนะนำวิธีรักษากลิ่นกายให้หอมสดชื่นตลอดวัน ทั้งยังมีคลิปวิดีโอของบรรดาอินฟลูเอนเซอร์ ซึ่งสาธิตการฉีดสเปรย์ระงับกลิ่นกายทั่วตัวตั้งแต่หัวจรดเท้า

ศาสตราจารย์ มิเชลล์ สเปียร์ อาจารย์ผู้สอนวิชากายวิภาคศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยบริสตอลของสหราชอาณาจักร ให้คำอธิบายถึงเรื่องนี้ว่า การมีเหงื่อออกถือว่าเป็นเรื่องปกติธรรมดาที่สุด ทั้งยังเป็นกระบวนการทางชีววิทยาที่จำเป็นและขาดไม่ได้ สำหรับร่างกายของคนเรา คนส่วนใหญ่มีเหงื่อออกเมื่อเจอกับความร้อน ออกกำลังกาย หรือเกิดความเครียด เนื่องจากการหลั่งเหงื่อเป็นกลไกที่ร่างกายใช้ควบคุมอุณหภูมิ

เหงื่อที่อุดมไปด้วยไขมัน จะถูกผลิตขึ้นที่บริเวณรักแร้และขาหนีบ โดยแบคทีเรียที่อาศัยอยู่บนผิวหนังในบริเวณดังกล่าว จะย่อยสลายไขมันในเหงื่อ จนเกิดสารที่ส่งกลิ่นเหม็นตุๆ ซึ่งเป็นผลพลอยได้จากกระบวนการย่อยสลายของจุลชีพ ผู้เชี่ยวชาญจึงแนะนำให้จัดการกับกลิ่นเหงื่ออย่างเหมาะสม จนรู้สึกสบายตัวและไม่เป็นอุปสรรคต่อชีวิตประจำวัน ทั้งการอาบน้ำเป็นประจำ ให้ใส่ใจกับการทำความสะอาดในบางจุดเป็นพิเศษ เช่นที่รักแร้, ขาหนีบ, และเท้า เลือกสวมใส่ผ้าที่ทอจากเส้นใยธรรมชาติเช่นผ้าฝ้ายและผ้าลินิน ที่ช่วยดูดซับความชื้นและเช็ดเหงื่อออกจากผิวหนัง และใช้ผลิตภัณฑ์อย่างสารระงับกลิ่นกาย (deodorant) และสารระงับเหงื่อ (antiperspirant) สามารถจะช่วยเสริมให้ตัวเรามีกลิ่นที่สะอาดขึ้นได้

Health News : เครื่องมือ AI คาดการณ์ความเสี่ยงโรคล่วงหน้า 20 ปี

Health News : เครื่องมือ AI คาดการณ์ความเสี่ยงโรคล่วงหน้า 20 ปี

Health News : เครื่องมือ AI คาดการณ์ความเสี่ยงโรคล่วงหน้า 20 ปี

วันอาทิตย์ ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

การศึกษาที่เผยแพร่ในวารสารเนเจอร์ (Nature) เผยว่าเครื่องมือปัญญาประดิษฐ์ (AI) ตัวใหม่ล่าสุดแสดงศักยภาพการคาดการณ์ความเสี่ยงที่จะเกิดโรคต่างๆ ของแต่ละบุคคลมากกว่า 1,000 โรคได้ล่วงหน้าถึง 20 ปี เครื่องมือเอไอดังกล่าวชื่อว่าเดลฟี-2เอ็ม (Delphi-2M) ถือเป็นความก้าวหน้าครั้งสำคัญเหนือเครื่องมือคาดการณ์ความเสี่ยงที่ใช้ในเอไอรุ่นก่อน ซึ่งโดยทั่วไปจะมุ่งเน้นไปที่โรคเพียงโรคเดียว ขณะที่เดลฟี-2เอ็มสามารถช่วยให้แพทย์ระบุผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงสูงในระยะเริ่มต้นได้ พร้อมเปิดโอกาสให้มีมาตรการป้องกันก่อนที่จะแสดงอาการ

นักวิจัยปรับใช้โมเดลภาษาขนาดใหญ่เพื่อคาดการณ์แนวโน้มเกิดโรค 1,258 โรค โดยอิงจากประวัติทางการแพทย์ของบุคคล ผสานรวมกับปัจจัยต่างๆ เช่น อายุ เพศ ดัชนีมวลกาย และพฤติกรรมการใช้ชีวิตอย่างการสูบบุหรี่และการดื่มแอลกอฮอล์ ผลการวิจัยเผยว่าเดลฟี-2เอ็มมีความแม่นยำเทียบเท่าหรือสูงกว่าเครื่องมือคาดการณ์โรคเดียวแบบดั้งเดิม และทำงานได้ดีกว่าอัลกอริธึมที่อาศัยข้อมูลตัวบ่งชี้ทางชีวภาพเพื่อประเมินความเสี่ยงโรคต่างๆ เอไอตัวนี้โดดเด่นในการคาดการณ์โรคที่มีลักษณะการเกิดโรคที่คาดเดาได้ เช่น มะเร็งบางชนิด และยังสามารถคำนวณแนวโน้มการเกิดโรคล่วงหน้านับสิบปี

แม้จะมีแนวโน้มที่ดี แต่นักวิจัยยอมรับว่ามีข้อจำกัดอยู่บางประการ เช่น ฐานข้อมูลยูเค ไบโอแบงก์ จะบันทึกเฉพาะกรณีการเกิดโรคครั้งแรกของผู้เข้าร่วม ซึ่งอาจส่งผลต่อความแม่นยำของการคาดการณ์ระยะยาว

Health News: ฝังเข็ม’ ช่วยลด ‘ปวดหลังส่วนล่างเรื้อรัง’

Health News: ฝังเข็ม’ ช่วยลด ‘ปวดหลังส่วนล่างเรื้อรัง’

Health News: ฝังเข็ม’ ช่วยลด ‘ปวดหลังส่วนล่างเรื้อรัง’

วันอาทิตย์ ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ผลการศึกษาที่ได้รับทุนสนับสนุนจากสถาบันสุขภาพแห่งชาติสหรัฐฯ พบว่า ผู้สูงอายุชาวอเมริกันที่มีอาการปวดหลังส่วนล่างเรื้อรัง ซึ่งได้รับการบำบัดรักษาด้วยการฝังเข็ม มีพัฒนาการด้านการทำหน้าที่ของร่างกายดีขึ้นและอาการปวดลดลง เมื่อเทียบกับผู้รับการรักษาทางการแพทย์แบบปกติเพียงอย่างเดียว

สิ่งที่ทำให้การศึกษาครั้งนี้แตกต่างคือการมุ่งเน้นที่ผู้ใหญ่อายุ 65 ปีขึ้นไปโดยเฉพาะ และถูกออกแบบมาในเชิงปฏิบัติจริง โดยการทดลองทางคลินิก “แบคอินแอคชัน” (BackInAction) มีผู้เข้าร่วม 800 คน ผู้ชายและผู้หญิงอายุ 65 ปีขึ้นไปที่มีประวัติทางการแพทย์ว่าปวดหลังส่วนล่างอย่างน้อย 3 เดือน 1 ใน 3 ของคนกลุ่มนี้ได้รับการฝังเข็มมาตรฐาน 15 ครั้งในช่วง 3 เดือน และอีก 1 ใน 3 ได้รับการฝังเข็มเพิ่ม 6 ครั้งในช่วง 3 เดือนถัดมา

กลุ่มผู้ป่วยที่เข้าร่วมการทดลองนี้ได้ประเมินอาการปวดและข้อจำกัดทางกายภาพหลังจากเข้าร่วมการทดลอง 3 เดือน 6 เดือน และ 12 เดือน โดยหลังจาก 6 เดือนและ 12 เดือน กลุ่มที่รับการฝังเข็มมีอาการปวดและความพิการที่เกี่ยวกับการปวดหลังลดลง รวมถึงการทำหน้าที่ของร่างกายดีขึ้น เมื่อเทียบกับกลุ่มที่รับการรักษาทางการแพทย์แบบปกติเพียงอย่างเดียว คณะนักวิจัยพบด้วยว่า การบำบัดรักษาด้วยการฝังเข็มมีความเชื่อมโยงกับอาการวิตกกังวลลดลงด้วย

การศึกษานี้มุ่งเน้นความสำคัญของการปรับปรุงการเข้าถึงการฝังเข็มสำหรับผู้สูงอายุที่ปวดหลังเรื้อรัง ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่นำสู่ความพิการทั่วโลกและส่งผลกระทบต่อผู้สูงอายุมากกว่า 1 ใน 3 ในสหรัฐฯ

Health News : เท็กซัสผ่าน กม.เอาผิด ‘ผู้ผลิต-ขาย-ส่งยาทำแท้ง’

Health News : เท็กซัสผ่าน กม.เอาผิด ‘ผู้ผลิต-ขาย-ส่งยาทำแท้ง’

Health News : เท็กซัสผ่าน กม.เอาผิด ‘ผู้ผลิต-ขาย-ส่งยาทำแท้ง’

วันอาทิตย์ ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

สภานิติบัญญัติรัฐเท็กซัสของสหรัฐฯ ซึ่งมีพรรครีพับลิกันครองเสียงข้างมาก อนุมัติร่างกฎหมายที่จะอนุญาตให้ประชาชนฟ้องร้องบุคคลที่ผลิต จัดจำหน่าย จัดส่งทางไปรษณีย์ หรือให้บริการยาทำแท้งเข้าหรือออกจากรัฐเท็กซัส เตรียมส่งร่างกฎหมายให้ เกร็ก แอ็บบอตต์ ผู้ว่าการรัฐจากพรรครีพับลิกันซึ่งคัดค้านเรื่องการทำแท้งลงนาม ก่อนจะมีผลบังคับใช้ในเดือนธันวาคม และจะทำให้รัฐเท็กซัสเป็นรัฐแรกของสหรัฐฯ ที่ปราบปรามวิธีการทำแท้งที่พบได้บ่อยที่สุดในประเทศ

ร่างกฎหมายฉบับนี้อนุญาตให้ประชาชนทั่วไปฟ้องร้องผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่ายยาทำแท้งได้ โจทก์ที่ชนะคดีจะได้รับค่าเสียหายอย่างน้อย 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3.23 ล้านบาท) หากโจทก์ไม่มีความสัมพันธ์โดยตรงกับทารกในครรภ์ พวกเขาจะมีสิทธิ์ได้รับเงินเพียงร้อยละ 10 เท่านั้น และจะต้องบริจาคเงินที่เหลือให้กับองค์กรการกุศลที่พวกเขาเลือก ส่วนผู้หญิงที่ใช้ยาทำแท้งจะไม่ถูกฟ้องร้องตามร่างกฎหมายนี้ เช่นเดียวกับผู้หญิงที่ใช้ยาหลังการแท้งบุตรเอง

แคโรล อัลวาราโด วุฒิสมาชิกรัฐจากพรรคเดโมแครต ซึ่งลงคะแนนไม่เห็นด้วยกับร่างกฎหมายดังกล่าว ได้ออกมาโจมตีสภานิติบัญญัติ ว่าได้ทำให้ชาวเท็กซัสกลายเป็นนักล่าเงินรางวัล และว่าส่วนที่โหดร้ายที่สุดของร่างกฎหมายฉบับนี้คือการลงโทษที่เจตนา

รัฐเท็กซัสมีข้อจำกัดเกี่ยวกับการทำแท้งที่เข้มงวดที่สุดแห่งหนึ่งในสหรัฐฯ และห้ามการทำแท้งเกือบทั้งหมดแล้ว ด้านนักวิเคราะห์ในท้องถิ่นกล่าวว่าร่างกฎหมายข้างต้นมีแนวโน้มที่จะก่อให้เกิดการท้าทายทางกฎหมายจากกลุ่มผู้สนับสนุนสิทธิการทำแท้งอย่างแน่นอน