Health News: โรงพยาบาลรัฐญี่ปุ่นขาดทุนยับ

Health News: โรงพยาบาลรัฐญี่ปุ่นขาดทุนยับ

Health News: โรงพยาบาลรัฐญี่ปุ่นขาดทุนยับ

วันอาทิตย์ ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

กระทรวงกิจการภายในของญี่ปุ่นรายงานว่า โรงพยาบาลรัฐราวร้อยละ 83.3 ของประเทศประสบภาวะขาดทุนรวม 3.95 แสนล้านบาท (ราว 8.68 หมื่นล้านบาท) ในปีงบประมาณ 2024 ซึ่งสัดส่วนโรงพยาบาลที่ประสบภาวะขาดทุนและมูลค่าการขาดทุนล้วนสูงเป็นประวัติการณ์ โดยต้นทุนแรงงานที่สูงขึ้น กอปรกับราคายาและผลิตภัณฑ์อื่นๆ เป็นปัจจัยที่ส่งผลให้โรงพยาบาลทั่วญี่ปุ่นเผชิญสถานการณ์ทางการเงินย่ำแย่ลง

รายงานระบุว่าสถานการณ์ทางการเงินของโรงพยาบาลรัฐในญี่ปุ่นอยู่ในภาวะเกินดุล 3.25 แสนล้านเยน (ราว 7.15 หมื่นล้านบาท) ในปีงบประมาณ 2021 เนื่องด้วยโครงการเงินอุดหนุนจากรัฐบาลระหว่างการระบาดใหญ่ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) ก่อนจะเผชิญปัญหาทางการเงินที่รุนแรงยิ่งขึ้นตั้งแต่ปีงบประมาณ 2023 เนื่องจากต้นทุนแรงงานและวัสดุพุ่งสูงเกินรายได้จากการบริการทางการแพทย์

Health News : แก้ปัญหาตัวเหม็นเพราะเหงื่อออกมาก

Health News : แก้ปัญหาตัวเหม็นเพราะเหงื่อออกมาก

Health News : แก้ปัญหาตัวเหม็นเพราะเหงื่อออกมาก

วันอาทิตย์ ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ปัจจุบัน ความกังวลเกี่ยวกับเรื่องกลิ่นกาย ถูกโหมกระพือในสื่อสังคมออนไลน์ให้ดูเป็นเรื่องใหญ่ขึ้น มีการเผยแพร่บทความจำนวนมาก ที่แนะนำวิธีรักษากลิ่นกายให้หอมสดชื่นตลอดวัน ทั้งยังมีคลิปวิดีโอของบรรดาอินฟลูเอนเซอร์ ซึ่งสาธิตการฉีดสเปรย์ระงับกลิ่นกายทั่วตัวตั้งแต่หัวจรดเท้า

ศาสตราจารย์ มิเชลล์ สเปียร์ อาจารย์ผู้สอนวิชากายวิภาคศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยบริสตอลของสหราชอาณาจักร ให้คำอธิบายถึงเรื่องนี้ว่า การมีเหงื่อออกถือว่าเป็นเรื่องปกติธรรมดาที่สุด ทั้งยังเป็นกระบวนการทางชีววิทยาที่จำเป็นและขาดไม่ได้ สำหรับร่างกายของคนเรา คนส่วนใหญ่มีเหงื่อออกเมื่อเจอกับความร้อน ออกกำลังกาย หรือเกิดความเครียด เนื่องจากการหลั่งเหงื่อเป็นกลไกที่ร่างกายใช้ควบคุมอุณหภูมิ

เหงื่อที่อุดมไปด้วยไขมัน จะถูกผลิตขึ้นที่บริเวณรักแร้และขาหนีบ โดยแบคทีเรียที่อาศัยอยู่บนผิวหนังในบริเวณดังกล่าว จะย่อยสลายไขมันในเหงื่อ จนเกิดสารที่ส่งกลิ่นเหม็นตุๆ ซึ่งเป็นผลพลอยได้จากกระบวนการย่อยสลายของจุลชีพ ผู้เชี่ยวชาญจึงแนะนำให้จัดการกับกลิ่นเหงื่ออย่างเหมาะสม จนรู้สึกสบายตัวและไม่เป็นอุปสรรคต่อชีวิตประจำวัน ทั้งการอาบน้ำเป็นประจำ ให้ใส่ใจกับการทำความสะอาดในบางจุดเป็นพิเศษ เช่นที่รักแร้, ขาหนีบ, และเท้า เลือกสวมใส่ผ้าที่ทอจากเส้นใยธรรมชาติเช่นผ้าฝ้ายและผ้าลินิน ที่ช่วยดูดซับความชื้นและเช็ดเหงื่อออกจากผิวหนัง และใช้ผลิตภัณฑ์อย่างสารระงับกลิ่นกาย (deodorant) และสารระงับเหงื่อ (antiperspirant) สามารถจะช่วยเสริมให้ตัวเรามีกลิ่นที่สะอาดขึ้นได้

Health News : เครื่องมือ AI คาดการณ์ความเสี่ยงโรคล่วงหน้า 20 ปี

Health News : เครื่องมือ AI คาดการณ์ความเสี่ยงโรคล่วงหน้า 20 ปี

Health News : เครื่องมือ AI คาดการณ์ความเสี่ยงโรคล่วงหน้า 20 ปี

วันอาทิตย์ ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

การศึกษาที่เผยแพร่ในวารสารเนเจอร์ (Nature) เผยว่าเครื่องมือปัญญาประดิษฐ์ (AI) ตัวใหม่ล่าสุดแสดงศักยภาพการคาดการณ์ความเสี่ยงที่จะเกิดโรคต่างๆ ของแต่ละบุคคลมากกว่า 1,000 โรคได้ล่วงหน้าถึง 20 ปี เครื่องมือเอไอดังกล่าวชื่อว่าเดลฟี-2เอ็ม (Delphi-2M) ถือเป็นความก้าวหน้าครั้งสำคัญเหนือเครื่องมือคาดการณ์ความเสี่ยงที่ใช้ในเอไอรุ่นก่อน ซึ่งโดยทั่วไปจะมุ่งเน้นไปที่โรคเพียงโรคเดียว ขณะที่เดลฟี-2เอ็มสามารถช่วยให้แพทย์ระบุผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงสูงในระยะเริ่มต้นได้ พร้อมเปิดโอกาสให้มีมาตรการป้องกันก่อนที่จะแสดงอาการ

นักวิจัยปรับใช้โมเดลภาษาขนาดใหญ่เพื่อคาดการณ์แนวโน้มเกิดโรค 1,258 โรค โดยอิงจากประวัติทางการแพทย์ของบุคคล ผสานรวมกับปัจจัยต่างๆ เช่น อายุ เพศ ดัชนีมวลกาย และพฤติกรรมการใช้ชีวิตอย่างการสูบบุหรี่และการดื่มแอลกอฮอล์ ผลการวิจัยเผยว่าเดลฟี-2เอ็มมีความแม่นยำเทียบเท่าหรือสูงกว่าเครื่องมือคาดการณ์โรคเดียวแบบดั้งเดิม และทำงานได้ดีกว่าอัลกอริธึมที่อาศัยข้อมูลตัวบ่งชี้ทางชีวภาพเพื่อประเมินความเสี่ยงโรคต่างๆ เอไอตัวนี้โดดเด่นในการคาดการณ์โรคที่มีลักษณะการเกิดโรคที่คาดเดาได้ เช่น มะเร็งบางชนิด และยังสามารถคำนวณแนวโน้มการเกิดโรคล่วงหน้านับสิบปี

แม้จะมีแนวโน้มที่ดี แต่นักวิจัยยอมรับว่ามีข้อจำกัดอยู่บางประการ เช่น ฐานข้อมูลยูเค ไบโอแบงก์ จะบันทึกเฉพาะกรณีการเกิดโรคครั้งแรกของผู้เข้าร่วม ซึ่งอาจส่งผลต่อความแม่นยำของการคาดการณ์ระยะยาว

Health News: ฝังเข็ม’ ช่วยลด ‘ปวดหลังส่วนล่างเรื้อรัง’

Health News: ฝังเข็ม’ ช่วยลด ‘ปวดหลังส่วนล่างเรื้อรัง’

Health News: ฝังเข็ม’ ช่วยลด ‘ปวดหลังส่วนล่างเรื้อรัง’

วันอาทิตย์ ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ผลการศึกษาที่ได้รับทุนสนับสนุนจากสถาบันสุขภาพแห่งชาติสหรัฐฯ พบว่า ผู้สูงอายุชาวอเมริกันที่มีอาการปวดหลังส่วนล่างเรื้อรัง ซึ่งได้รับการบำบัดรักษาด้วยการฝังเข็ม มีพัฒนาการด้านการทำหน้าที่ของร่างกายดีขึ้นและอาการปวดลดลง เมื่อเทียบกับผู้รับการรักษาทางการแพทย์แบบปกติเพียงอย่างเดียว

สิ่งที่ทำให้การศึกษาครั้งนี้แตกต่างคือการมุ่งเน้นที่ผู้ใหญ่อายุ 65 ปีขึ้นไปโดยเฉพาะ และถูกออกแบบมาในเชิงปฏิบัติจริง โดยการทดลองทางคลินิก “แบคอินแอคชัน” (BackInAction) มีผู้เข้าร่วม 800 คน ผู้ชายและผู้หญิงอายุ 65 ปีขึ้นไปที่มีประวัติทางการแพทย์ว่าปวดหลังส่วนล่างอย่างน้อย 3 เดือน 1 ใน 3 ของคนกลุ่มนี้ได้รับการฝังเข็มมาตรฐาน 15 ครั้งในช่วง 3 เดือน และอีก 1 ใน 3 ได้รับการฝังเข็มเพิ่ม 6 ครั้งในช่วง 3 เดือนถัดมา

กลุ่มผู้ป่วยที่เข้าร่วมการทดลองนี้ได้ประเมินอาการปวดและข้อจำกัดทางกายภาพหลังจากเข้าร่วมการทดลอง 3 เดือน 6 เดือน และ 12 เดือน โดยหลังจาก 6 เดือนและ 12 เดือน กลุ่มที่รับการฝังเข็มมีอาการปวดและความพิการที่เกี่ยวกับการปวดหลังลดลง รวมถึงการทำหน้าที่ของร่างกายดีขึ้น เมื่อเทียบกับกลุ่มที่รับการรักษาทางการแพทย์แบบปกติเพียงอย่างเดียว คณะนักวิจัยพบด้วยว่า การบำบัดรักษาด้วยการฝังเข็มมีความเชื่อมโยงกับอาการวิตกกังวลลดลงด้วย

การศึกษานี้มุ่งเน้นความสำคัญของการปรับปรุงการเข้าถึงการฝังเข็มสำหรับผู้สูงอายุที่ปวดหลังเรื้อรัง ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่นำสู่ความพิการทั่วโลกและส่งผลกระทบต่อผู้สูงอายุมากกว่า 1 ใน 3 ในสหรัฐฯ

Health News : เท็กซัสผ่าน กม.เอาผิด ‘ผู้ผลิต-ขาย-ส่งยาทำแท้ง’

Health News : เท็กซัสผ่าน กม.เอาผิด ‘ผู้ผลิต-ขาย-ส่งยาทำแท้ง’

Health News : เท็กซัสผ่าน กม.เอาผิด ‘ผู้ผลิต-ขาย-ส่งยาทำแท้ง’

วันอาทิตย์ ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

สภานิติบัญญัติรัฐเท็กซัสของสหรัฐฯ ซึ่งมีพรรครีพับลิกันครองเสียงข้างมาก อนุมัติร่างกฎหมายที่จะอนุญาตให้ประชาชนฟ้องร้องบุคคลที่ผลิต จัดจำหน่าย จัดส่งทางไปรษณีย์ หรือให้บริการยาทำแท้งเข้าหรือออกจากรัฐเท็กซัส เตรียมส่งร่างกฎหมายให้ เกร็ก แอ็บบอตต์ ผู้ว่าการรัฐจากพรรครีพับลิกันซึ่งคัดค้านเรื่องการทำแท้งลงนาม ก่อนจะมีผลบังคับใช้ในเดือนธันวาคม และจะทำให้รัฐเท็กซัสเป็นรัฐแรกของสหรัฐฯ ที่ปราบปรามวิธีการทำแท้งที่พบได้บ่อยที่สุดในประเทศ

ร่างกฎหมายฉบับนี้อนุญาตให้ประชาชนทั่วไปฟ้องร้องผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่ายยาทำแท้งได้ โจทก์ที่ชนะคดีจะได้รับค่าเสียหายอย่างน้อย 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3.23 ล้านบาท) หากโจทก์ไม่มีความสัมพันธ์โดยตรงกับทารกในครรภ์ พวกเขาจะมีสิทธิ์ได้รับเงินเพียงร้อยละ 10 เท่านั้น และจะต้องบริจาคเงินที่เหลือให้กับองค์กรการกุศลที่พวกเขาเลือก ส่วนผู้หญิงที่ใช้ยาทำแท้งจะไม่ถูกฟ้องร้องตามร่างกฎหมายนี้ เช่นเดียวกับผู้หญิงที่ใช้ยาหลังการแท้งบุตรเอง

แคโรล อัลวาราโด วุฒิสมาชิกรัฐจากพรรคเดโมแครต ซึ่งลงคะแนนไม่เห็นด้วยกับร่างกฎหมายดังกล่าว ได้ออกมาโจมตีสภานิติบัญญัติ ว่าได้ทำให้ชาวเท็กซัสกลายเป็นนักล่าเงินรางวัล และว่าส่วนที่โหดร้ายที่สุดของร่างกฎหมายฉบับนี้คือการลงโทษที่เจตนา

รัฐเท็กซัสมีข้อจำกัดเกี่ยวกับการทำแท้งที่เข้มงวดที่สุดแห่งหนึ่งในสหรัฐฯ และห้ามการทำแท้งเกือบทั้งหมดแล้ว ด้านนักวิเคราะห์ในท้องถิ่นกล่าวว่าร่างกฎหมายข้างต้นมีแนวโน้มที่จะก่อให้เกิดการท้าทายทางกฎหมายจากกลุ่มผู้สนับสนุนสิทธิการทำแท้งอย่างแน่นอน

Health News : รัฐฟลอริดายกเลิกกฎบังคับฉีดวัคซีน

Health News : รัฐฟลอริดายกเลิกกฎบังคับฉีดวัคซีน

Health News : รัฐฟลอริดายกเลิกกฎบังคับฉีดวัคซีน

วันอาทิตย์ ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

หัวหน้าสำนักงานสาธารณสุขประจำรัฐฟลอริดาของสหรัฐฯ แถลงว่า รัฐฟลอริดาเตรียมที่จะยกเลิกกฎหมายที่บังคับให้ประชาชนต้องฉีดวัคซีน รวมถึงวัคซีนทั้งหมดสำหรับเด็กนักเรียน เนื่องจากการฉีดวัคซีนควรเป็นทางเลือก ไม่ใช่การบังคับเหมือนที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ทุกคนควรมีสิทธิ์พิจารณาด้วยตนเอง ว่าต้องการฉีดวัคซีนหรือไม่ และพ่อแม่ผู้ปกครองก็ควรเป็นผู้ตัดสินใจ ว่าจะให้ลูกหลานของตนเองฉีดวัคซีนหรือไม่

ความเคลื่อนไหวนี้ จะทำให้ฟลอริดาเป็นรัฐแรกในสหรัฐฯ ที่ถอนตัวจากนโยบายที่เคยช่วยเพิ่มอัตราการฉีดวัคซีนและลดความเสี่ยงในการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อ อย่างไรก็ดี ยังไม่มีการกำหนดช่วงเวลาชัดเจนถึงการยกเลิกการบังคับฉีดวัคซีนดังกล่าว แต่โดยทั่วไป การยกเลิกกฎหมายสามารถทำได้จากการลงมติในรัฐสภาท้องถิ่นของรัฐฟลอริดา หรือจากคำสั่งของกระทรวงสาธารณสุข

คำประกาศดังกล่าวของสำนักงานสาธารณสุขรัฐฟลอริดา ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากเหล่าผู้เชี่ยวชาญและเจ้าหน้าที่ด้านสาธารณสุข ที่เตือนว่าการยกเลิกข้อบังคับฉีดวัคซีนเป็นเรื่องที่ประมาทและอันตราย เป็นหายนะทางสาธารณสุขที่กำลังจะเกิดขึ้นในรัฐแห่งนี้ พร้อมเตือนว่าอาจทำให้เกิดการระบาดของโรคที่ป้องกันได้ อย่างเช่นโรคหัด และทำให้เด็กๆ ตกอยู่ในความเสี่ยงโดยไม่จำเป็น

ทั้งนี้ โรงเรียนของรัฐในแต่ละรัฐมีข้อกำหนดที่แตกต่างกันในการให้เด็กๆ ต้องเข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคต่างๆ ก่อนจะสามารถเข้าเรียนได้ โดยในรัฐฟลอริดา โรงเรียนของรัฐบาลจะบังคับให้เด็กๆ ต้องฉีดวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อต่างๆ รวมถึงอีสุกอีใส โปลิโอ หัด ไวรัสตับอักเสบชนิด บี และคางทูม

Health News :พบผู้ป่วยหนอนไชกินเนื้อมนุษย์ในสหรัฐฯ

Health News :พบผู้ป่วยหนอนไชกินเนื้อมนุษย์ในสหรัฐฯ

Health News :พบผู้ป่วยหนอนไชกินเนื้อมนุษย์ในสหรัฐฯ

วันอาทิตย์ ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

สื่อสหรัฐฯ รายงานกรณีการพบผู้ป่วยติดเชื้อปรสิตจากหนอนแลงวันไชกินเนื้อมนุษย์ หรือ New World screwworm ในประเทศ เป็นชายชาวอเมริกันที่เพิ่งเดินทางกลับมาจากการท่องเที่ยวเอลซัลวาดอร์ ขณะนี้ผู้ป่วยรักษาตัวอยู่ในรัฐแมรีแลนด์ ถือเป็นครั้งแรกในปีนี้ ที่มีการยืนยันพบผู้ป่วยติดเชื้อปรสิตจากหนอนแลงวันไชกินเนื้อมนุษย์ ซึ่งเป็นปรสิตที่กินเนื้อสัตว์ ปศุสัตว์ หรือสัตว์เลือดอุ่นทุกชนิดในสหรัฐฯ แต่ความเสี่ยงที่จะเกิดการระบาดในสหรัฐฯ ถือว่าต่ำมาก

ความน่ากลัวจากโรคติดเชื้อปรสิตจากจากหนอนแมลงวัน New World screwworm กินเนื้อมนุษย์นี้ มาจากาการที่แมลงวันตัวเมียจะวางไข่จำนวนมากที่บาดแผลมนุษย์ สัตว์เลี้ยง และปศุสัตว์ ก่อนที่ไข่เหล่านั้นจะฟักเป็นหนอนยั้วเยี้ย และใช้ปากที่แหลมคมดูดเลือดบนบาดแผลที่พวกมันอาศัยเกาะกินอยู่ การรักษาจำเป็นต้องใช้วิธีดึงหนอนจำนวนมากออกมาให้หมด เพราะหากปล่อยทิ้งไว้อาจทำให้เจ้าของบาดแผลที่ถูกหนอนแมลงวันเกาะกินเสียชีวิตได้ อย่างไรก็ดี หนอนแมลงวันพวกนี้ส่งผลกระทบกับสัตว์ป่าและปศุสัตว์เป็นส่วนใหญ่ ไม่ค่อยพบการติดเชื้อในมนุษย์ แม้จะสามารถทำให้ถึงแก่ชีวิต แต่ส่วนใหญ่แล้วสามารถรักษาให้หายได้

สำหรับแมลงวัน New World screwworm ถูกตั้งชื่อจากลักษณะฟันของพวกมันที่กัดกินเนื้อลึกลงไปเหมือนกับน็อตที่ถูกตอกลงบนไม้ แมลงวันชนิดนี้ถูกกำจัดหมดไปจากสหรัฐฯ ตั้งแต่ยุคทศวรรษ 1960 ด้วยการปล่อยแมลงวันตัวผู้ที่ได้รับการทำหมันให้ไปจับคู่กับบรรดาแมลงวันตัวเมีย เพื่อทำให้เกิดการฟักไข่ที่ไม่สามารถเติบโตได้ แต่ในช่วงหลังพบการระบาดของแมลงชนิดนี้ขึ้นไปทางเหนือจากอเมริกากลางจนมาถึงในเม็กซิโก สาเหตุหลักๆ มาจากการลักลอบนำเข้าปศุสัตว์จากเม็กซิโก หรือจากภาวะโลกร้อน

Health News : เจ้าของสถิติอายุยืนที่สุดในโลกมีอายุครบ 116 ปี

Health News : เจ้าของสถิติอายุยืนที่สุดในโลกมีอายุครบ 116 ปี

Health News : เจ้าของสถิติอายุยืนที่สุดในโลกมีอายุครบ 116 ปี

วันอาทิตย์ ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เอเธล คาเทอร์แฮม เจ้าของสถิติผู้ที่มีอายุยืนที่สุดในโลกที่ยังมีชีวิตอยู่ ของกินเนสส์ เวิลด์ เรคคอร์ดส์ มีอายุครบ 116 ปีในวันนี้ หลังจากได้เป็นเจ้าของสถิติผู้ที่มีอายุยืนที่สุดในโลกที่ยังมีชีวิตอยู่ ซึ่งได้รับการรับรองจาก กินเนสส์ เวิลด์ เรคคอร์ดส์ ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ตามหลังการเสียชีวิตของ อินาห์ การาบาร์โร ลูกัส แม่ชีชาวบราซิล ที่เสียชีวิตเมื่อวันที่ 30 เมษายนที่ผ่านมา ด้วยวัย 116 ปี กับอีก 326 วัน

เอเธล คาเทอร์แฮม เกิดเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 1909 เคยไปใช้ชีวิตอยู่ที่อินเดียและฮ่องกง ถือเป็นชาวอังกฤษที่อายุยืนที่สุดที่ยังมีชีวิตอยู่ และเป็นชาวอังกฤษคนสุดท้ายที่เกิดในช่วงต้นศตวรรษ 1990 ที่ยังมีชีวิตอยู่ในปัจจุบัน เธอยังคงขับรถเองจนถึงตอนอายุ 97 ปี และรอดชีวิตมาได้แม้จะป่วยหนักในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในปี 2020 ตอนที่อายุ 110 ปี

ทุกวันนี้ คาเทอร์แฮมยังคงใช้ชีวิตกับครอบครัวที่บ้านในเมืองเซอร์เรย์ ประเทศอังกฤษ โดยมีหลานสาว 3 คนและเหลนอีก 5 คน เธอเคยบอกถึงเคล็ดลับที่ช่วยให้มีอายุยืนยาว คือได้ทำงานอดิเรกที่ชอบ ซึ่งนั่นก็คือการเล่นไพ่บริดจ์ และพบเจอเพื่อนใหม่จากงานอดิเรกที่ทำเป็นกิจวัตร

Health News : ชาวบรูไนตื่นตัวเรื่องสุขภาพ

Health News : ชาวบรูไนตื่นตัวเรื่องสุขภาพ

Health News : ชาวบรูไนตื่นตัวเรื่องสุขภาพ

วันอาทิตย์ ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ฮาจี โมฮัมหมัด อิชาม จาฟาร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขของบรูไน เปิดเผยในสัปดาห์นี้ว่า ชาวบรูไนจำนวนมากเลิกสูบบุหรี่และหันมาออกกำลังกายอย่างจริงจังกันมากขึ้น ข้อมูลล่าสุดจากการสำรวจสถานะสุขภาพและโภชนาการแห่งชาติ ปี 2022-2023 พบว่า อัตราการสูบบุหรี่ในกลุ่มประชากรผู้ใหญ่ลดลงร้อยละ 19.9 เหลือร้อยละ 13.4 ขณะที่อัตราการมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางกายเพิ่มขึ้นร้อยละ 8.4

กระทรวงสาธารณสุขของบรูไนกำหนดตัวชี้วัดระดับชาติ 3 ด้าน ได้แก่ อายุขัยเฉลี่ยของประชาชนที่เพิ่มขึ้น อัตราการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรจากโรคไม่ติดต่อที่ลดลง และการมีส่วนร่วมของชุมชนในกิจกรรมด้านสุขภาพ เพื่อใช้ในการดำเนินแผนการ “วิสัยทัศน์บรูไน ปี 2035” (Brunei Vision 2035)

รายงานระบุว่า หน่วยงานทางการมุ่งให้ความสำคัญลำดับแรกกับการเสริมสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านสาธารณสุขและขีดความสามารถทางดิจิทัล นอกจากนี้ ทางการยังเน้นย้ำการป้องกันตั้งแต่ระยะแรกเริ่ม การตรวจคัดกรองอย่างสม่ำเสมอ และการจัดการโรคเรื้อรังอย่างเป็นระบบมากขึ้น โดยมีการขยายการเข้าถึงบริการตรวจคัดกรองโรคสำคัญ เช่น มะเร็งปากมดลูกและมะเร็งเต้านม ตั้งแต่ระยะแรกเริ่ม

Health News : ผลกระทบต่อสมองเมื่อชมคลิปความเร็วสูงกว่าปกติ

Health News : ผลกระทบต่อสมองเมื่อชมคลิปความเร็วสูงกว่าปกติ

Health News : ผลกระทบต่อสมองเมื่อชมคลิปความเร็วสูงกว่าปกติ

วันอาทิตย์ ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ว่ากันว่าในปัจจุบัน ผู้คนจำนวนมากโดยเฉพาะวัยรุ่น เปลี่ยนความเร็วในการเล่นเมื่อฟังเสียงหรือรับชมวิดีโอ เพื่อที่จะได้ดูสิ่งต่าง ๆ ได้เร็วขึ้น เสพเนื้อหาได้มากขึ้นในเวลาที่น้อยลง หรือทบทวนเนื้อหาเดิมหลาย ๆ ครั้งเพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุด อีกทั้งหลายฝ่ายมองว่า เป็นวิธีที่ดีในการดึงดูดความสนใจของเราตลอดระยะเวลาของวิดีโอ และช่วยป้องกันไม่ให้จิตใจวอกแวก

อย่างไรก็ดี เนื่องจากหน่วยความจำในการทำงานของคนเรามีความจุจำกัด หากข้อมูลเข้ามามากเกินไปและเร็วเกินไป ข้อมูลเหล่านั้นอาจล้นทะลักออกมาได้ ส่งผลให้เกิดภาระทางปัญญาและสูญเสียข้อมูล ยิ่งเพิ่มความเร็วของข้อมูลในการรับชมมากเท่าใด ความสามารถในการเรียกคืนข้อมูลของสมองก็จะยิ่งลดน้อยลง นอกจากนี้ ผลการศึกษาการวิเคราะห์อภิมาน (meta-analysis) ยังพบว่า กลุ่มผู้สูงอายุ (อายุ 61-94 ปี) ได้รับผลกระทบจากการรับชมเนื้อหาด้วยความเร็วที่ไวขึ้นมากกว่ากลุ่มผู้ใหญ่ที่อายุน้อยกว่า (อายุ 18-36 ปี) สะท้อนถึงการลดลงของความจุความจำในบุคคลที่มีสุขภาพแข็งแรง ชี้ให้เห็นว่าผู้สูงอายุควรดูเนื้อหาด้วยความเร็วปกติ หรือแม้กระทั่งลดความเร็วในการเล่นวิดีโอให้ช้าลง

ข้อสังเกตสุดท้ายคือ ถึงแม้การเล่นเนื้อหาด้วยความเร็ว 1.5 เท่าของปกติจะไม่ส่งผลต่อประสิทธิภาพของหน่วยความจำ แต่มีหลักฐานชี้ให้เห็นว่าประสบการณ์ดังกล่าวทำให้ความสนุกลดน้อยลง จนอาจส่งผลต่อแรงจูงใจและประสบการณ์ของผู้คนในการเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ