Health News : ผู้ป่วยโควิดอาจมีอาการเป็นปีหลังเข้า รพ. #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/598197

Health News : ผู้ป่วยโควิดอาจมีอาการเป็นปีหลังเข้า รพ.

Health News : ผู้ป่วยโควิดอาจมีอาการเป็นปีหลังเข้า รพ.

วันอาทิตย์ ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.30 น.

บทบรรณาธิการของวารสารการแพทย์แลนเซตเผยแพร่ผลการศึกษาในจีนที่ติดตามอาการผู้เข้ารับการรักษาโรคโควิด-19 ในโรงพยาบาลเมืองอู่ฮั่นระหว่างเดือนมกราคม-มีนาคม 2563 จำนวนเกือบ 1,300 คนพบว่า ผู้ออกจากโรงพยาบาลแล้วราวครึ่งหนึ่งยังคงมีอาการเรื้อรังอย่างน้อย 1 อย่าง ในช่วง 12 เดือนหลังจากป่วย ส่วนใหญ่เป็นอาการเหนื่อยหรือกล้ามเนื้ออ่อนแรง ขณะที่1 ใน 3 มีอาการหายใจลำบาก ดังนั้นหากไม่ได้รับการรักษาอย่างจริงจังหรือไม่ได้รับแนวทางการฟื้นฟูร่างกาย โรคโควิด-19 จะมีผลกระทบทางสุขภาพในระยะยาวต่อการที่ผู้ป่วยจะกลับไปดำเนินชีวิตตามปกติ ผลการศึกษาชี้ว่า ผู้ป่วยจำนวนมากต้องใช้เวลานานกว่า 1 ปีจึงจะหายดี

หากพิจารณาในรายละเอียดพบว่า สัดส่วนผู้ป่วยที่มีอาการเรื้อรังอย่างน้อย 1 อย่างลดลงจากร้อยละ 68 ในช่วง 6 เดือนหลังจากป่วย เหลือร้อยละ 49 ในช่วง 12 เดือนหลังจากป่วย แต่สัดส่วนผู้มีอาการหายใจลำบากกลับเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 26 ในช่วง 6 เดือนหลังจากป่วย เป็นร้อยละ 30 ในช่วง 12 เดือนหลังจากป่วย ผู้ป่วยสตรีมักมีอาการเรื้อรังมากกว่าผู้ป่วยชายเกือบครึ่งหนึ่ง และมักเป็นโรคซึมเศร้าหรือวิตกกังวลมากกว่าผู้ป่วยชายถึง 2 เท่าด้วย

Health News : ฉีดวัคซีนโมเดอร์นาเสี่ยงหัวใจอักเสบ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/596614

Health News : ฉีดวัคซีนโมเดอร์นาเสี่ยงหัวใจอักเสบ

Health News : ฉีดวัคซีนโมเดอร์นาเสี่ยงหัวใจอักเสบ

วันอาทิตย์ ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 07.20 น.

หนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์ของสหรัฐฯ รายงานว่า เจ้าหน้าที่สาธารณสุขของสหรัฐฯ กำลังตรวจสอบรายงานความเสี่ยงที่เพิ่มสูงขึ้นของภาวะหัวใจอักเสบชนิดหายากในกลุ่มผู้ใหญ่อายุน้อย ที่อาจเชื่อมโยงกับวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ของโมเดอร์นา แม้จะยังไม่ได้ข้อสรุปที่ชัดเจนเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว และจำเป็นต้องศึกษาเพิ่มเติมก่อนที่จะให้คำแนะนำใดๆ โดยจากข้อมูลพบว่า ผู้ที่เข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิดของโมเดอร์นาอาจมีอัตราเกิดภาวะหัวใจอักเสบสูงกว่าผู้ที่ฉีดวัคซีนของไฟเซอร์ถึง 2.5 เท่า รายงานของวอชิงตันโพสต์ยังอ้างถึงผลการตรวจสอบโดยใช้ข้อมูลของแคนาดาที่พบว่า ผู้ชายที่มีอายุต่ำกว่า 30 ปีมีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะหัวใจอักเสบสูงหลังฉีดวัคซีนของโมเดอร์นา

ก่อนหน้านี้ หน่วยงานกำกับดูแลด้านสุขภาพของสหรัฐฯ ได้เพิ่มคำเตือนเกี่ยวกับภาวะหัวใจอักเสบชนิดหายากหลังฉีดวัคซีนของโมเดอร์นาและไฟเซอร์ ซึ่งเป็นวัคซีนชนิด mRNA ในกลุ่มผู้ชายที่มีอายุน้อย อย่างไรก็ดี หน่วยงานดังกล่าวระบุว่า วัคซีนทั้งสองขนานมีประโยชน์ในการป้องกันโรคโควิด-19 มากกว่าความเสี่ยงที่เกิดขึ้น

Health News : CDC แนะหญิงตั้งครรภ์ควรฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/594973

Health News : CDC แนะหญิงตั้งครรภ์ควรฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19

Health News : CDC แนะหญิงตั้งครรภ์ควรฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19

วันอาทิตย์ ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ศูนย์ควบคุมโรคระบาดของสหรัฐฯ หรือ CDC ออกข้อแนะนำให้หญิงตั้งครรภ์ ควรฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 หลังมีข้อมูลอ้างอิงจากนักวิเคราะห์ที่ชี้ว่า ยังไม่พบข้อกังวล ไม่ว่าจะเป็นการศึกษาใหม่ หรือการศึกษาก่อนหน้านี้ โดยพบว่าอัตราการแท้งบุตรมีความใกล้เคียงกับอัตราที่พบปกติ หญิงตั้งครรภ์สามารถฉีดวัคซีนชนิดใดก็ได้ ที่อนุมัติให้เป็นกรณีฉุกเฉิน ทั้ง Pfizer, Moderna และ Johnson & Johnson

ก่อนหน้านี้ CDC ยังไม่แนะนำให้หญิงตั้งครรภ์ฉีดวัคซีน แต่ระบุว่าให้พวกเธอปรึกษาแพทย์ประจำตัวก่อน โดยชี้ว่า การตั้งครรภ์ เพิ่มความเสี่ยงในการติดเชื้อโควิด-19 แล้วอาการหนักอีกทั้ง การติดเชื้อโควิด-19 ระหว่างตั้งครรภ์ ยังเพิ่มความเสี่ยงให้เกิดการคลอดก่อนกำหนดด้วย แต่ข้อแนะนำล่าสุดของ CDC แนะนำให้วัยรุ่นตั้งแต่ 12 ปีขึ้นไป รวมถึงหญิงตั้งครรภ์ หญิงให้นมบุตร และคนที่วางแผนจะตั้งครรภ์ ให้ไปรับวัคซีนป้องกันโควิด-19 CDC ระบุว่า ต้องการให้ผู้หญิงได้รับการปกป้อง เพราะตอนนี้ยังไม่พบสัญญาณความน่ากังวลใดๆ ดังนั้น ประโยชน์ของวัคซีน ยังนับว่ามีมากกว่าความเสี่ยง ที่ยังไม่มีใครรู้

Health News : ออสเตรเลียพบผู้เสียชีวิตจากโควิดอายุน้อยที่สุด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/593365

Health News : ออสเตรเลียพบผู้เสียชีวิตจากโควิดอายุน้อยที่สุด

Health News : ออสเตรเลียพบผู้เสียชีวิตจากโควิดอายุน้อยที่สุด

วันอาทิตย์ ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.10 น.

ชายชาวออสเตรเลียที่อายุ 20 ปีกว่าๆ เสียชีวิตในบ้านในนครซิดนีย์ เป็นบุคคลอายุน้อยที่สุดในออสเตรเลียที่เสียชีวิตจากโรคโควิด-19 เจ้าหน้าที่กล่าวว่า ชายคนดังกล่าวยังไม่ได้เข้ารับการฉีดวัคซีน แยกกักตัวอยู่ในบ้านมาแล้ว 13 วัน หลังจากมีผลการตรวจเชื้อไวรัสเป็นบวกและสุขภาพของเขาย่ำแย่ลงอย่างรวดเร็ว พร้อมกับระบุว่า เขาอาศัยกับบุคคลอีกคนหนึ่งที่ขณะนี้รับการรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลเนื่องจากป่วยด้วยโควิด-19 ขณะนี้ไม่มีการเปิดเผยชื่อของผู้เสียชีวิตและรายละเอียดว่า เขาติดเชื้อได้อย่างไร ชายคนนี้อาศัยอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของนครซิดนีย์ซึ่งเป็นศูนย์กลางการระบาดของเชื้อไวรัสกลายพันธุ์สายพันธุ์เดลต้า ที่กระจายอยู่ในครซิดนีย์มาหลายสัปดาห์แล้ว

การเสียชีวิตดังกล่าวเป็นการเน้นย้ำให้เห็นถึงความเสี่ยงจากเชื้อไวรัสและความสำคัญของการฉีดวัคซีน ทางการออสเตรเลียตั้งเป้าหมายฉีดวัคซีนให้ประชากรในนครซิดนีย์ให้ได้ครึ่งหนึ่งก่อนที่จะยกเลิกมาตรการล็อกดาวน์ โดยกำหนดเป้าหมายไว้ภายในวันที่ 28 สิงหาคม นางแกลดิส เบเรจิกเลียน มุขมนตรีรัฐนิวเซาท์เวลส์ กล่าวว่า การเสียชีวิตที่เกิดขึ้นแสดงให้เห็นอีกครั้งว่า โรคนี้มีความรุนแรงแค่ไหนและกระทบกับประชาชนทุกวัย

Health News : แลนเซต ชี้ วัคซีนโควิดฉีดพ่นจีน ปลอดภัย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/591721

Health News : แลนเซต ชี้ วัคซีนโควิดฉีดพ่นจีน ปลอดภัย

Health News : แลนเซต ชี้ วัคซีนโควิดฉีดพ่นจีน ปลอดภัย

วันอาทิตย์ ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

The Lancet วารสารทางการแพทย์ชื่อดังเผยแพร่ผลการทดลองทางคลินิก ระยะที่ 1 ของวัคซีนป้องกันโควิด-19 แบบฉีดพ่นของจีน ว่า ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ เป็นครั้งแรกของโลกที่มีการเผยแพร่ข้อมูลการทดลองทางคลินิกของวัคซีนแบบฉีดพ่น

วัคซีนตัวนี้มีชื่อว่า แอดไฟว์ เอ็นโควี (Ad5-nCoV) ผลการศึกษาพบว่า หากฉีดพ่นวัคซีน 1 ครั้ง จะใช้ปริมาณยาเพียง 1 ใน 5 ของวัคซีนแบบฉีดเข้ากล้ามเนื้อ และสามารถสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกายได้สูง หากฉีดพ่นวัคซีน 2 ครั้ง จะให้ประสิทธิภาพคล้ายกับการฉีดวัคซีนเข้ากล้ามเนื้อแบบปัจจุบัน 1 เข็ม และหากใช้วัคซีนแบบฉีดพ่น หลังจากฉีดวัคซีนเข้ากล้ามเนื้อเข็มแรก 28 วัน ก็จะช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันของร่างกายได้มากขึ้น

วัคซีนป้องกันโควิด-19 แอดไฟว์ เอ็นโควี (Ad5-nCoV) ชนิดฉีดพ่นนี้ ถูกพัฒนาโดยทีมวิจัยจากสถาบันการแพทย์ทหาร สังกัดสถาบันวิทยาศาสตร์การทหาร พัฒนาร่วมกับและบริษัทแคนซิโน ไบโอโลจิกส์ (CanSino Biologics) ล่าสุด วัคซีนต้านโควิดแบบ ฉีดพ่น แอดไฟว์ เอ็นโควี กำลังอยู่ระหว่างการทดลองทางคลินิกระยะที่ 2 แล้ว

Health News : เว้นช่วงฉีดวัคซีนนานช่วยสร้างแอนติบอดี #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/590077

Health News : เว้นช่วงฉีดวัคซีนนานช่วยสร้างแอนติบอดี

Health News : เว้นช่วงฉีดวัคซีนนานช่วยสร้างแอนติบอดี

วันอาทิตย์ ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

คณะผู้เขียนรายงานผลวิจัยภายใต้การควบคุมของมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดของอังกฤษระบุว่า การฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ของไฟเซอร์ที่เว้นระยะห่างระหว่างเข็มที่ 1 และ 2 นานขึ้นจะทำให้ระดับแอนติบอดีต้านเชื้อโควิดสายพันธุ์เดลตาลดลงหลังได้รับวัคซีนเข็มแรก และมีระดับไม่คงที่ในช่วงที่รอฉีดวัคซีนเข็มสอง แต่หลังจากฉีดครบ 2 เข็มแล้ว ระดับแอนติบอดีสูงเป็น 2 เท่าของผู้ได้รับวัคซีนที่เว้นระยะห่างสั้นกว่า ทั้งยังระบุเพิ่มเติมว่า ผลวิจัยดังกล่าวอาจมีส่วนช่วยในการวางกลยุทธ์ฉีดวัคซีนเพื่อป้องกันการระบาดของเชื้อโควิดสายพันธุ์เดลตาที่ลดประสิทธิภาพของวัคซีนโดสแรก แม้การฉีดวัคซีนครบสองโดสจะยังคงมีประสิทธิภาพป้องกันสายพันธุ์ดังกล่าวได้

ก่อนหน้านี้ อังกฤษเคยเว้นระยะห่างในการฉีดวัคซีนของไฟเซอร์ระหว่างเข็มที่ 1 และ 2 นานสูงสุดถึง 12 สัปดาห์ แม้ไฟเซอร์เตือนว่าไม่มีหลักฐานสนับสนุนการเว้นระยะฉีดวัคซีนที่นานกว่า 3 สัปดาห์ ขณะนี้ อังกฤษแนะนำให้เว้นระยะห่างในการฉีดวัคซีนของไฟเซอร์ได้สูงสุด 8 สัปดาห์ เพื่อเพิ่มจำนวนประชาชนที่จะได้รับวัคซีนในการสร้างภูมิคุ้มกันเชื้อโควิดสายพันธุ์เดลตา ในขณะที่ยังคงพยายามหาทางเพิ่มการตอบสนองต่อภูมิคุ้มกันในระยะยาว

Health News : ผู้ป่วยโควิดนอน รพ.เกิดภาวะแทรกซ้อน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/588378

Health News : ผู้ป่วยโควิดนอน รพ.เกิดภาวะแทรกซ้อน

Health News : ผู้ป่วยโควิดนอน รพ.เกิดภาวะแทรกซ้อน

วันอาทิตย์ ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2564, 07.15 น.

ผลการวิจัยที่เผยแพร่ในวารสารการแพทย์แลนเซ็ตได้จากการรวบรวมข้อมูลผู้ป่วยโควิด-19 กว่า 70,000 คนที่นอนโรงพยาบาลในอังกฤษกว่า 300 แห่ง พบว่า ผู้ป่วยอายุ 19-29 ปี และอายุ30-39 ปี เกิดภาวะแทรกซ้อนอย่างน้อย 1 อย่างในอัตราร้อยละ 27 และ 37 ตามลำดับ ผู้ป่วยชายมักเกิดภาวะแทรกซ้อนมากกว่าผู้ป่วยหญิง และผู้ป่วยผิวดำมักเกิดมากกว่าผู้ป่วยผิวขาว ภาวะแทรกซ้อนที่พบบ่อยที่สุดเกิดขึ้นกับไตและปอด และมีรายงานภาวะแทรกซ้อนทางระบบประสาท ระบบหลอดเลือดและหัวใจมากเช่นกัน แม้แต่ผู้ป่วยอายุน้อยและสุขภาพแข็งแรงก็เกิดขึ้นได้ ที่น่าเป็นห่วงคือ ผู้ป่วยเกือบ 1 ใน 3 ไม่สามารถดูแลตัวเองหลังออกจากโรงพยาบาล ไม่ว่าจะมีอายุ เพศหรือสีผิวใด

นักวิจัยมหาวิทยาลัยลิเวอร์พูลที่ร่วมการศึกษานี้เตือนว่า ควรมีนโยบายติดตามดูแลระยะยาวแก่ผู้ติดเชื้อที่หายป่วยแล้ว เพราะโรคนี้ไม่ได้เป็นอันตรายเฉพาะผู้สูงอายุและผู้มีโรคประจำตัวอย่างที่คิดกันเท่านั้น ความรุนแรงของการติดเชื้อโควิด-19 ขณะรับเข้าโรงพยาบาลจะเป็นตัวบ่งชี้ภาวะแทรกซ้อนที่จะเกิดขึ้นในภายหลัง ดังนั้นการป้องกันภาวะแทรกซ้อนจึงต้องการยุทธศาสตร์ป้องกันขั้นต้น นั่นคือการฉีดวัคซีน

Health News : วัคซีนคิวบาประสิทธิภาพ 91.2% #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/586645

Health News : วัคซีนคิวบาประสิทธิภาพ 91.2%

วันอาทิตย์ ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2564, 06.40 น.

หน่วยงานด้านสาธารณสุขของคิวบาเผยว่า วัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ของคิวบา หรือเป็นที่รู้จักกันในชื่อ โซเบรานา 2 ซึ่งรวมถึงโซเบรานา พลัส ที่เป็นวัคซีนเข็มกระตุ้น มีประสิทธิภาพป้องกันโรคโควิดได้สูงถึงร้อยละ 91.2 ในการทดลองทางคลินิกระยะสุดท้าย แม้ยังไม่ได้รับการตรวจสอบจากคณะผู้เชี่ยวชาญ แต่ถ้าคำกล่าวอ้างดังกล่าวถูกต้อง จะทำให้คิวบากลายเป็นประเทศที่พัฒนาวัคซีนป้องกันโรคโควิดประสิทธิภาพสูงกว่าร้อยละ 90 และอยู่ในกลุ่มเดียวกับสหรัฐฯ เยอรมนี และรัสเซีย ซึ่งเป็นผู้พัฒนาวัคซีนโนวาแวกซ์ ไฟเซอร์/ไบโอเอ็นเทค โมเดอร์นา และสปุตนิก-วี นอกจากนี้ คิวบายังเป็นประเทศแรกในภูมิภาคลาตินอเมริกาและกลุ่มประเทศในเขตแคริบเบียนที่ประสบความสำเร็จจากการพัฒนาวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19

คิวบายังได้พัฒนาวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ทั้งหมด 5 ขนาน และคาดว่าวัคซีนอับดาลา ซึ่งเป็นวัคซีนสามเข็ม และวัคซีนโซเบรานา 2 จะได้รับการอนุมัติใช้เป็นกรณีฉุกเฉินจากหน่วยงานกำกับดูแลยาของคิวบาในเร็วๆ นี้ อีกทั้งยังเตรียมยื่นเอกสารของวัคซีนดังกล่าวให้องค์การอนามัยโลกอนุมัติอีกด้วย นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ของคิวบาจะเปิดโอกาสให้ประเทศอื่นๆ สั่งซื้อหรือนำวัคซีนไปผลิตใช้เองได้ ขณะนี้ เม็กซิโก อาร์เจนตินา และเวียดนาม สนใจที่จะนำวัคซีนของคิวบาไปผลิตใช้เอง

Health News : WHO รับรองจีนปลอดเชื้อมาลาเรีย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/584899

Health News : WHO รับรองจีนปลอดเชื้อมาลาเรีย

Health News : WHO รับรองจีนปลอดเชื้อมาลาเรีย

วันอาทิตย์ ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2564, 06.30 น.

จีนผ่านการรับรองจากองค์การอนามัยโลกให้เป็นประเทศปลอดเชื้อมาลาเรีย หลังใช้ความพยายามถึง 70 ปี ในการกำจัดโรคไข้มาลาเรียที่มียุงก้นปล่องเป็นพาหะ กลายเป็นหนึ่งในหลายประเทศทั่วโลกที่ปลอดเชื้อมาลาเรีย ซึ่งมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ และแสดงให้เห็นว่า อนาคตที่ปราศจากโรคไข้มาลาเรียนั้นเป็นเป้าหมายที่เกิดขึ้นได้จริง

จีนผ่านการรับรองจากองค์การอนามัยโลกให้เป็นประเทศปลอดเชื้อมาลาเรียลำดับที่ 40 ต่อจากเอลซัลวาดอร์ (2021) แอลจีเรียและอาร์เจนตินา (2019) รวมถึงปารากวัยและอุซเบกิสถาน (2018) ก่อนหน้านี้ จีนพบผู้ป่วยโรคไข้มาลาเรียมากถึงปีละ 30 ล้านคนในช่วงทศวรรษ 1940 แต่ในตอนนี้ไม่พบผู้ป่วยโรคไข้มาลาเรียในประเทศติดต่อกันเป็นปีที่ 4 แล้ว ทั้งนี้ ประเทศที่ไม่พบผู้ป่วยโรคไข้มาลาเรียติดต่อกันอย่างน้อย 3 ปี สามารถยื่นขอใบรับรองประเทศปลอดเชื้อมาลาเรียจากองค์การอนามัยโลกได้ โดยต้องยื่นหลักฐานที่รัดกุมและพิสูจน์ให้เห็นถึงความสามารถในการป้องกันไม่ให้เกิดการระบาดซ้ำอีก

Health News : ประชากรสิงคโปร์เพิ่มในอัตราต่ำสุดตั้งแต่ได้เอกราช #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/581481

Health News : ประชากรสิงคโปร์เพิ่มในอัตราต่ำสุดตั้งแต่ได้เอกราช

Health News : ประชากรสิงคโปร์เพิ่มในอัตราต่ำสุดตั้งแต่ได้เอกราช

วันอาทิตย์ ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

สำนักงานสถิติแห่งชาติสิงคโปร์เปิดเผยผลสำรวจล่าสุดซึ่งพบว่า ประชากรสิงคโปร์เพิ่มขึ้นราวร้อยละ 1.1 ต่อปีทุกปีในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา เป็นอัตราที่ต่ำที่สุดนับตั้งแต่ได้รับเอกราชเมื่อปี 1965 ขณะที่เมื่อปีที่แล้ว สิงคโปร์มีประชากรลดลงร้อยละ 0.3 ทำให้จำนวนประชากรทั้งสิ้นอยู่ที่ 5.69 ล้านคน เป็นการลดลดลงของประชากรเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2003 สาเหตุมาจากที่มีชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาน้อยลง ซึ่งเป็นผลมาจากการจำกัดการเดินทางเข้าประเทศและประชาชนตกงานจากการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019

สิงคโปร์ก็ประสบปัญหาเช่นเดียวกับประเทศที่พัฒนาแล้วหลายๆ ประเทศคือ มีอัตราการเกิดต่ำและมีประชากรสูงอายุเพิ่มมากขึ้น สิงคโปร์มีประชากรที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไปคิดเป็นร้อยละ 15.2 ของประชากรทั้งหมดในปี 2020 ซึ่งเพิ่มขึ้นร้อยละ 9 จากปี 2010 ในช่วงระหว่างปี 2010-2020 จำนวนพลเมืองสิงคโปร์เพิ่มขึ้นจาก 3.23 ล้านคนเป็น 3.52 ล้านคน แต่มีผู้ที่อยู่เป็นโสดกันมากขึ้น ในขณะที่คนที่แต่งงานแล้วก็มีบุตรกันน้อยลง เจ้าหน้าที่สิงคโปร์เพิ่มมาตรการคุมเข้มในเรื่องการเดินทางเข้าประเทศตั้งแต่การเลือกตั้งทั่วไปเมื่อปี 2011 เมื่อพรรคกิจประชาชนซึ่งเป็นพรรครัฐบาล ได้รับคะแนนเสียงลดลงเนื่องจากพลเมืองสิงคโปร์มีความกังวลเรื่องการหลั่งไหลเข้าประเทศของชาวต่างชาติ