Health News : ฉีดแอสตราฯ 3 เข็มต้านโอมิครอนได้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/624598

Health News : ฉีดแอสตราฯ 3 เข็มต้านโอมิครอนได้

วันอาทิตย์ ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

แอสตราเซเนกา บริษัทเวชภัณฑ์สัญชาติอังกฤษและสวีเดน เผยข้อมูลจากการทดลองในห้องปฏิบัติการของมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดของอังกฤษว่า การฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ของแอสตราเซเนกา 3 เข็มมีประสิทธิภาพต้านเชื้อโควิดสายพันธุ์โอมิครอนที่กำลังแพร่ระบาดอย่างรวดเร็วไปทั่วโลกได้ เพราะจะช่วยเพิ่มระดับสารภูมิต้านทานเชื้อโควิดสายพันธุ์โอมิครอนให้อยู่ในระดับเดียวสารภูมิต้านทานเชื้อโควิดสายพันธุ์เดลต้าหลังฉีดวัคซีนครบสองโดส ยิ่งไปกว่านั้นผู้ที่ได้รับวัคซีนเข็มสามของแอสตราฯ จะมีระดับสารภูมิต้านทานเชื้อโควิดสายพันธุ์โอมิครอนสูงกว่าผู้ป่วยติดเชื้อที่รักษาหายดีแล้ว โดยที่มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดได้วิเคราะห์ตัวอย่างเลือดจากกลุ่มผู้ป่วยติดเชื้อโควิด ผู้เข้ารับการฉีดวัคซีนครบสองโดสและวัคซีนเข็มสาม และผู้ป่วยที่เคยติดเชื้อโควิดในกลุ่มสายพันธุ์ที่น่าวิตกกังวล รวมถึงตัวอย่างเลือดจากผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนเข็มสามของแอสตราฯ 41 คน ทั้งยังระบุว่า คณะนักวิจัยของมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ดที่เป็นผู้ดำเนินการทดลองในครั้งนี้เป็นนักวิจัยอิสระคนละทีมกับที่พัฒนาวัคซีนของแอสตราเซเนกา

Health News : เตือนไวรัสโอไมครอนผสมเดลต้า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/623053

Health News : เตือนไวรัสโอไมครอนผสมเดลต้า

วันอาทิตย์ ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.20 น.

ดร.พอล เบอร์ตัน ประธานเจ้าหน้าที่การแพทย์ของโมเดอร์นา ออกมาแสดงความกังวลกรณีที่เจอไวรัสกลายพันธุ์โอไมครอน และไวรัสกลายพันธุ์เดลต้า ก่อนหน้านี้ ที่กำลังระบาดหนักพร้อมๆ กันในสหราชอาณาจักรในเวลานี้ ว่า การติดเชื้อไวรัสกลายพันธุ์ทั้ง 2 ตัวพร้อมกัน อาจเปิดโอกาสให้ไวรัสทั้ง 2 ตัว กลายเป็นไวรัสลูกผสม ซึ่งนั่นหมายความว่า อาจเกิดการแลกเปลี่ยนยีนกันและกัน ที่อาจทำให้กลายเป็นสายพันธุ์ใหม่ที่อันตรายมากกว่าเดิมได้ด้วย ความกังวลนี้มีมากโดยเฉพาะบุคคลที่มีระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ และหากทั้ง 2 ตัวผสมกันจริง ก็อาจทำให้อาการต่างๆ ของการติดเชื้อโควิด-19 แย่ลงได้ด้วย

ก่อนหน้านี้ ดร.อเล็กซานเดอร์ เซมโยนอฟ หัวหน้าศูนย์วิจัยไวรัสวิทยาเวคเตอร์ของรัสเซีย ระบุว่า ปัจจุบันอาจมีใครสักคนที่พบว่าติดเชื้อทั้ง 2 ตัว พร้อมกันแล้วก็เป็นได้ แม้ว่ามันจะเป็นปรากฏการณ์ที่หายากก็ตาม แต่การกลายพันธุ์ที่มากขึ้น จะส่งผลกับอวัยะต่างๆ ในร่างกายที่แตกต่างกันออกไป ทั้งนี้ ปกติแล้ว การติดเชื้อไวรัสที่ก่อโรคโควิด-19 ในผู้ป่วยนั้นมักจะเกิดจากไวรัสโคโรนาเพียงสายพันธุ์เดียว แต่บางกรณีอาจเป็นไปได้ที่ผู้ป่วยบางรายอาจติดไวรัส 2 สายพันธุ์พร้อมกัน โดยเฉพาะคนที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง ซึ่งเป็นกรณีที่เกิดขึ้นได้ยาก แต่ใช่ว่าเกิดไม่ได้ เช่นก่อนหน้านี้ เมื่อเดือนมีนาคม มีหญิงชราวัย 90 ปี ในเบลเยียม เสียชีวิตหลังติดเชื้อกลายพันธุ์อัลฟ่าและเบต้าพร้อมกัน ซึ่งเธอยังไม่ได้ฉีดวัคซีนแต่อย่างใด

Health News : ผู้ปกครองนักเรียนเกาหลีใต้ประท้วงบัตรผ่านวัคซีนโควิด-19

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/621502

Health News : ผู้ปกครองนักเรียนเกาหลีใต้ประท้วงบัตรผ่านวัคซีนโควิด-19

วันอาทิตย์ ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.10 น.

ชาวเกาหลีใต้ที่เป็นสมาชิกสมาคมผู้ปกครองหลายแห่งกว่า 70 คน มารวมตัวชุมนุมกันที่หน้าสำนักงานควบคุมและป้องกันโรคเกาหลี หรือ KDCA ในเมืองเซจง ประท้วงการบังคับใช้บัตรผ่านวัคซีนโควิด-19 ในกลุ่มเด็กอายุ 12 ปี หลังรัฐบาลเกาหลีใต้จะประกาศใช้ข้อกำหนดดังกล่าวตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ปีหน้า เพื่อควบคุมการระบาดของโรคโควิด-19 ในกลุ่มวัยรุ่น

ก่อนหน้านี้ รัฐบาลเกาหลีใต้ระบุว่า เด็กอายุ 12 ปีขึ้นไปจะต้องแสดงบัตรผ่านวัคซีนโควิดก่อนเข้าสถานที่สาธารณะ เช่น สถาบันกวดวิชาของเอกชน ห้องสมุด และร้านคาเฟ่สำหรับนั่งอ่านหนังสือ ซึ่งเป็นสถานที่ที่นักเรียนส่วนใหญ่มักไปรวมตัวกันหลังเลิกเรียน ยกเว้นนักเรียนอายุ 17 ปีขึ้นไปที่ไม่ต้องแสดงบัตรผ่าน อย่างไรก็ดี ข้อกำหนดดังกล่าวสร้างความไม่พอใจให้แก่กลุ่มผู้ปกครองที่ไม่ยอมให้บุตรหลานเข้ารับการฉีดวัคซีนโควิด โดยอ้างเรื่องผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นหลังฉีดวัคซีน และรายงานเกี่ยวกับการติดเชื้อที่ลุกลามจากการฉีดวัคซีนโควิด-19

การบังคับใช้บัตรผ่านวัคซีนโควิดในกลุ่มนักเรียนมีขึ้น ในขณะที่ยอดผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ในกลุ่มวัยรุ่นเกาหลีใต้กำลังพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว หลังจากที่เกาหลีใต้อนุญาตให้โรงเรียนกลับมาเปิดการสอนในห้องเรียนแบบเต็มเวลาได้อีกครั้งในเดือนพฤศจิกายน

Health News : ยารักษาโควิดของ GSK ต้านโอไมครอนได้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/620138

Health News : ยารักษาโควิดของ GSK ต้านโอไมครอนได้

วันอาทิตย์ ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.30 น.

แกล็กโซสมิทไคลน์ (GSK) บริษัทยาสัญชาติอังกฤษ ระบุในแถลงการณ์ว่า ผลการทดสอบในสัตว์ พบว่า ยาโซโทรวิแมบ (Sotrovimab) มีประสิทธิภาพในการต้านทานการกลายพันธุ์จุดสำคัญของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ โอไมครอน ยาตัวนี้เป็นโมโนโคลนอล แอนติบอดี ที่ GSK พัฒนาร่วมกับ วีร์ ไบโอเทคโนโลยี ของสหรัฐฯ เพื่อใช้รักษาโรคโควิด-19 โดยยาจะยึดจับโปรตีนหนามของไวรัสโคโรนา ซึ่งจะช่วยลดความสามารถของเชื้อในการเข้าสู่เซลล์ในร่างกาย

GSK ระบุว่า จนถึงขณะนี้ยาโซโทรวิแมบสามารถต้านไวรัสโคโรนากลายพันธุ์ทั้งสายพันธุ์ที่น่ากังวลและสายพันธุ์ที่น่าสนใจที่กำหนดโดยองค์การอนามัยโลก และกำลังเดินหน้าทดสอบเพื่อยืนยันว่า ยาตัวนี้สามารถลบล้างฤทธิ์จากการกลายพันธุ์ทุกอย่างของโอไมครอน คาดว่าจะเผยแพร่ความคืบหน้าได้ภายในสิ้นปีนี้

ขณะเดียวกัน สำนักงานกำกับดูแลยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพของอังกฤษ มีมติอนุมัติให้ใช้ยาโซโทรวิแมบ รักษาผู้ป่วยโควิด-19 ที่มีอาการเล็กน้อยถึงปานกลางและมีความเสี่ยงสูงที่จะมีอาการรุนแรง เนื่องจากพบว่ายามีความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพลดความเสี่ยงเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลและการเสียชีวิต ยาเพียงหนึ่งโดสสามารถลดความเสี่ยงการรักษาตัวในโรงพยาบาลและการเสียชีวิตได้ถึง 79% สำหรับผู้ป่วยที่ความเสี่ยงสูง

Health News : NU เชื้อโควิดกลายพันธุ์ตัวใหม่ร้ายกว่าเดลต้า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/618607

Health News : NU เชื้อโควิดกลายพันธุ์ตัวใหม่ร้ายกว่าเดลต้า

วันอาทิตย์ ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 06.30 น.

แอฟริกาใต้พบเชื้อโควิด-19 กลายพันธุ์ชนิดใหม่ที่มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า B.1.1.529 และองค์การอนามัยโลก หรือ WHO ตั้งชื่อตามภาษากรีกให้ไวรัสกลายพันธุ์ตัวใหม่ว่า “นิว” (NU) นักไวรัสวิทยาของแอฟริกาใต้ แถลงว่า แอฟริกาใต้พบเชื้อโควิดกลายพันธุ์ชนิดใหม่ชื่อ B.1.1.529 ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่น่าวิตกกังวลในแอฟริกาใต้ เพราะสามารถกลายพันธุ์ได้หลายครั้ง มีการกลายพันธุ์ถึง 32 ตำแหน่ง มีลักษณะของหนามโปรตีนที่แตกต่างจากหนามโปรตีนที่พบในเชื้อไวรัสโควิด-19 ตัวแรกอย่างมาก อาจส่งผลให้วัคซีนต้านโควิดทั้งหมดที่มีอยู่ในปัจจุบันมีประสิทธิภาพด้อยลง เนื่องจากวัคซีนต้านโควิด-19 ต่างๆ นั้น ล้วนพัฒนาขึ้นบนพื้นฐานของหนามโปรตีนของเชื้อโควิดตัวแรก ขณะที่เจ้าหน้าที่สหราชอาณาจักรระบุด้วยว่า ไวรัสกลายพันธุ์ตัวใหม่นี้นับเป็นโควิดกลายพันธุ์ที่ “เลวร้ายที่สุดที่เคยพบมา” เลวร้ายกว่าเชื่อสายพันธุ์เดลต้า และอาจทำให้วัคซีนด้อยประสิทธิภาพลง และทำลายความก้าวหน้าทั้งหมดทั่วโลกที่ผ่านมา ในการต่อสู้กับโควิด-19

โควิดกลายพันธุ์ “นิว” เพิ่งตรวจพบเป็นครั้งแรกในโลกที่แอฟริกาเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา และมีส่วนแอฟริกาใต้มียอดผู้ป่วยติดเชื้อโควิดรายวันพุ่งสูงขึ้นถึง 10 เท่า ตั้งแต่ในช่วงต้นเดือนนี้ล่าสุด พบผู้ติดเชื้อโควิดกลายพันธุ์นิว เพิ่มขึ้นเป็น 59 คน แล้ว 2 คนพบในฮ่องกง ซึ่งเป็นผู้ที่เดินทางไปจากแอฟริกาใต้ และ 3 คนในบอตสวานา ส่วนที่เหลืออยู่ในแอฟริกาใต้มากที่สุด 54 คน

Health News : คาดตลาดอู่ฮั่นน่าจะเป็นต้นตอโควิด-19 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/617006

Health News : คาดตลาดอู่ฮั่นน่าจะเป็นต้นตอโควิด-19

วันอาทิตย์ ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 06.15 น.

ไมเคิล โวโรเบย์ หัวหน้างานด้านนิเวศวิทยาและชีววิทยาวิวัฒนาการ ของมหาวิทยาลัยแอริโซนา ในสหรัฐฯระบุในรายงานผลการศึกษาที่ตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสารไซเอนซ์ว่า นักบัญชีที่ใครๆ มองว่าเป็นบุคคลแรกที่ติดเชื้อไวรัส รายงานว่าเขาเริ่มมีอาการเมื่อวันที่ 16 ธันวาคม ซึ่งห่างหลายวันจากวันที่มีรายงานเบื้องต้นว่าเขามีอาการป่วย โดยความสับสนเกิดมาจากปัญหาเกี่ยวกับฟันที่เกิดขึ้นกับเขาเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม การศึกษาระบุว่านักบัญชีมีอาการหลังจากที่พบผู้ติดเชื้อไวรัสหลายคนที่ตลาดหัวหนาน โดยผู้ค้าอาหารทะเลที่เป็นสตรีที่ตลาดแห่งนี้เป็นคนแรกสุดที่พบในขณะนี้ว่าเริ่มมีอาการป่วยตั้งแต่วันที่ 11 ธันวาคม ผู้ที่พบว่าติดเชื้อไวรัสเป็นรายแรกๆ ส่วนใหญ่มีความเกี่ยวข้องกับตลาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริเวณส่วนตะวันตกของตลาดที่เป็นจุดที่มีการขังจิ้งจอกแร็กคูนอยู่ในกรง ซึ่งถือเป็นหลักฐานที่มีความแน่นหนาว่า ตลาดค้าสัตว์ที่ยังมีชีวิตเป็นต้นตอของการระบาดของโควิด-19องค์การอนามัยโลกเสนอเมื่อเดือนที่แล้วให้ตั้งคณะผู้เชี่ยวชาญชุดใหม่ เพื่อสอบสวนหาที่มาของโควิด-19

ต้นกำเนิดของเชื้อไวรัส ไวรัสซาร์ส-โควี-2 (SARS-CoV-2) ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคโควิด-19ยังคงเป็นปริศนาและกลายเป็นประเด็นหลักอันหนึ่งที่ทำให้เกิดความตึงเครียดระหว่างจีนกับสหรัฐ ผลการศึกษาร่วมของจีนและองค์การอนามัยโลกในปีนี้ ยืนยันการปฏิเสธทฤษฎีที่ว่า โควิด-19 มีต้นกำเนิดในห้องปฏิบัติการทดลอง พร้อมกับระบุว่า สมมุติฐานที่มีความเป็นไปได้มากที่สุดคือเชื้อไวรัสติดสู่มนุษย์โดยธรรมชาติ ซึ่งอาจจะผ่านทางการค้าสัตว์ป่า

Health News : วัคซีนโควาซินของอินเดียต้านโควิด 77.8% #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/615482

Health News : วัคซีนโควาซินของอินเดียต้านโควิด 77.8%

วันอาทิตย์ ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 06.15 น.

วารสารการแพทย์เดอะแลนเซต เผยผลการวิจัยที่ระบุว่า วัคซีนป้องกันโควิด-19 ที่พัฒนาโดยสภาวิจัยการแพทย์แห่งอินเดียและภารัต ไบโอเทค บริษัทเวชภัณฑ์ของอินเดีย หรือเป็นที่รู้จักกันในชื่อ “โควาซิน” มีประสิทธิภาพป้องกันโรคโควิด-19 ได้ร้อยละ 77.8หลังฉีดวัคซีนครบสองโดสเป็นเวลา 2 สัปดาห์ และไม่พบผู้เสียชีวิตหรือผู้ที่มีอาการไม่พึงประสงค์ที่มีความเชื่อมโยงกับการฉีดวัคซีนดังกล่าวในการทดลองแบบสุ่มที่มีอาสาสมัครชาวอินเดียอายุ 18-97 ปี เข้าร่วมจำนวน 24,419 คน ในช่วงเดือนพฤศจิกายนปี 2563 ถึงเดือนพฤษภาคมปีนี้ อย่างไรก็ดี รายงานดังกล่าวระบุว่า จำเป็นต้องศึกษาวิจัยเกี่ยวกับประสิทธิภาพและความปลอดภัยของวัคซีนโควาซินในระยะยาวต่อไป ไม่ว่าจะเป็นประสิทธิภาพในด้านการป้องกันอาการป่วยหนัก การเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล และการเสียชีวิต รวมถึงประสิทธิภาพป้องกันเชื้อโควิดสายพันธุ์เดลต้าและเชื้อโควิดที่องค์การอนามัยโลกจัดอยู่ในกลุ่มสายพันธุ์ที่น่ากังวล

Health News : วัคซีน HPV ลดเสี่ยงมะเร็งปากมดลูกถึง 87% #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/613978

Health News : วัคซีน HPV ลดเสี่ยงมะเร็งปากมดลูกถึง 87%

วันอาทิตย์ ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ผลการศึกษาที่ได้รับการสนับสนุนจากสถาบันมะเร็งแห่งสหราชอาณาจักร พบว่าวัคซีนป้องกันไวรัสฮิวแมนแพพพิลโลมา หรือเอชพีวี สามารถลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งปากมดลูกถึง 87% ในกลุ่มหญิงอังกฤษ วัย 20 ปี ที่ได้รับวัคซีนเซอวาริคซ์ในช่วงอายุ 12-13 ปี เมื่อเทียบกับผู้หญิงที่ไม่ได้ฉีดวัคซีนซึ่งมีการตรวจหาเชื้อมะเร็ง รวมถึงช่วยลดความเสี่ยงการเกิดมะเร็งได้62% ในกลุ่มผู้หญิงที่ฉีดวัคซีนในช่วงอายุ 14-16 ปี และลดได้ 34% ในกลุ่มผู้หญิงที่ฉีดวัคซีนในช่วงอายุ 16-18 ปี และยังลดอัตราการเกิดระยะก่อนมะเร็งได้ 97% ในกลุ่มผู้หญิงที่รับวัคซีนในช่วงอายุ 12-13 ปีด้วย

ผลการศึกษาดังกล่าวถูกเผยแพร่ในวารสารการแพทย์ เดอะ แลนซิต ซึ่งสถาบันมะเร็งแห่งสหราชอาณาจักร บอกว่า ถือเป็นการค้นพบครั้งประวัติศาสตร์ ที่จะสามารถช่วยชีวิตผู้หญิงได้จำนวนมาก มะเร็งปากมดลูกเกือบทั้งหมดเกิดจากไวรัส พบมากเป็นอันดับ 4 ในผู้หญิงทั่วโลกคร่าชีวิตผู้หญิงปีละมากกว่า 300,000 คน ผู้เสียชีวิตเกือบ 9 ใน 10 คน อยู่ในประเทศที่มีรายได้น้อยและปานกลาง ซึ่งเข้าถึงการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกได้น้อย

Health News : ฟิลิปปินส์เตรียมทดลองวัคซีนสูตรไขว้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/612429

Health News : ฟิลิปปินส์เตรียมทดลองวัคซีนสูตรไขว้

วันอาทิตย์ ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

เจ้าหน้าที่ระดับสูงของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีฟิลิปปินส์ ระบุว่า รัฐบาลฟิลิปปินส์ได้ประกาศรับอาสาสมัครที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีน 1,500 คน เข้าร่วมการทดลองฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 แบบผสม โดยใช้วัคซีนของซิโนแวคกับวัคซีนขนานอื่นๆ การทดลองดังกล่าวมีขึ้นเพื่อให้รู้ว่าวัคซีนแบบผสมสูตรใดดีที่สุดสำหรับชาวฟิลิปปินส์ ทั้งยังกล่าวเพิ่มเติมว่าหลายประเทศรายงานว่าการฉีดวัคซีนแบบผสมมีประสิทธิภาพสูงในการป้องกันโรคโควิด

ข้อมูลของทางการฟิลิปปินส์ระบุว่า ฟิลิปปินส์ฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิดครบโดสให้ประชาชนราว 25.7 ล้านคน หรือคิดเป็นร้อยละ 33 จากประชากรทั้งหมดนับถึงวันที่ 24 ตุลาคม และได้รับวัคซีนโควิดทั้งหมด 97.7 ล้านโดส โดยที่เกือบครึ่งหนึ่งเป็นวัคซีนของซิโนแวค ขณะนี้ ฟิลิปปินส์มียอดผู้ป่วยติดเชื้อสะสมเกือบ 2.8 ล้านคน และผู้เสียชีวิตราว 42,000 คน ซึ่งเป็นยอดผู้ป่วยติดเชื้อและผู้เสียชีวิตสูงเป็นอันดับ 2 ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รองจากอินโดนีเซีย

Health News : ปลูกถ่ายไตหมูในมนุษย์สำเร็จครั้งแรก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/610893

Health News : ปลูกถ่ายไตหมูในมนุษย์สำเร็จครั้งแรก

วันอาทิตย์ ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 06.35 น.

แพทย์สหรัฐฯ ที่ศูนย์การแพทย์เอ็นวายยู แลงกอน เฮลต์ (NYU Langone Health) ในนครนิวยอร์ก ประสบความสำเร็จจากการปลูกถ่ายไตหมูในร่างกายมนุษย์โดยที่ระบบภูมิคุ้มกันของผู้ป่วยไม่ต่อต้านอวัยวะดังกล่าวเป็นครั้งแรก ผู้ที่ได้รับการปลูกถ่ายไตหมูเป็นผู้ป่วยโรคสมองตายและมีอาการผิดปกติเกี่ยวกับไต โดยที่ครอบครัวยินยอมให้เข้าร่วมการทดลองดังกล่าวก่อนถึงกำหนดถอดเครื่องช่วยหายใจ

นพ.โรเบิร์ต มอนต์โกเมอรี ศัลยแพทย์ปลูกถ่ายอวัยวะและหัวหน้าการศึกษาในครั้งนี้ กล่าวว่าผลทดสอบการทำงานของไตหมูที่ปลูกถ่ายเป็นไปด้วยดี ไตหมูที่ปลูกถ่ายสามารถขับน้ำปัสสาวะในปริมาณที่ใกล้เคียงกับการปลูกถ่ายไตมนุษย์ นอกจากนี้ ยังไม่มีหลักฐานว่าร่างกายของมนุษย์จะปฏิเสธไตหมูดังเช่นการทดลองครั้งก่อนๆ ในสัตว์ตระกูลลิงที่ไม่ใช่มนุษย์ ซึ่งเป็นการปลูกถ่ายไตหมูที่ไม่ได้รับการดัดแปลงยีน

สมาคมเครือข่ายเพื่อการแบ่งปันอวัยวะ (United Network for Organ Sharing) ระบุว่าขณะนี้มีชาวอเมริกันเกือบ 107,000 คน ที่กำลังรอเข้ารับการปลูกถ่ายอวัยวะ ในจำนวนนี้มีกว่า 90,000 คน ที่รอเข้ารับการปลูกถ่ายไต ซึ่งโดยเฉลี่ยจะต้องใช้เวลารอ 3-5 ปี