Health News : มลพิษจราจรสะสมในสมองได้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/234655

วันอาทิตย์ ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยแลงคาสเตอร์ ของอังกฤษ ตีพิมพ์ผลการตรวจสอบตัวอย่างเนื้อเยื่อสมองของมนุษย์ลงในวารสาร PNAS โดยระบุว่า มีการสะสมของสารจำพวกแม็กนีไทต์หรือแม่เหล็กธรรมชาติจำนวนมากในสมองของผู้ที่ใช้ชีวิตอยู่ในเมืองซึ่งมีมลภาวะทางอากาศสูง ซึ่งในกรณีนี้คือกรุงเม็กซิโกซิตีของเม็กซิโกและเมืองแมนเชสเตอร์ของสหราชอาณาจักร โดยนักวิจัยต้องการตรวจสอบต่อไปว่า มลภาวะประเภทนี้จะทำลายเซลล์สมอง และทำให้สมองเสื่อมได้หรือไม่ ศาสตราจารย์บาร์บารา เมเฮอร์ ผู้นำทีมวิจัยระบุว่า ผลการตรวจสอบนั้นน่าตระหนกอย่างยิ่ง เพราะพบอนุภาคของมลพิษจากการจราจรนับล้านอนุภาคในตัวอย่างเนื้อเยื่อสมองเพียง 1 กรัม คาดว่าอนุภาคซึ่งมีขนาดเล็กถึง 200 นาโนเมตรนี้ ซึมเข้าสู่เส้นประสาทที่เชื่อมโยงสมองกับโพรงจมูก และเข้าไปสะสมในสมองได้ในที่สุด ทีมวิจัยต้องการตรวจสอบยืนยันต่อไปว่า อนุภาคจากมลพิษจราจรนี้ จะทำลายเซลล์สมองหรือทำให้สมองเสื่อมได้หรือไม่ เนื่องจากก่อนหน้านี้มีผลการศึกษาที่ระบุว่า สารจำพวกออกไซด์เป็นตัวการทำลายการเชื่อมต่อสื่อสารของเซลล์สมอง ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคอัลไซเมอร์

Health News : WHO ชี้ไข้เหลืองระบาดยังไม่น่าห่วง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/233511

วันอาทิตย์ ที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

องค์การอนามัยโลก (WHO) เรียกประชุมฉุกเฉินคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญสาธารณสุข ที่นครเจนีวาประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เพื่อพิจารณาสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไข้เหลืองในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก และอังโกลา ที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้ ก่อนประเมินสรุปผลว่า โรคไข้เหลือง ซึ่งเป็นกลุ่มโรคไข้เลือดออกที่มียุงเป็นพาหะ ยังคงมีอัตราการแพร่ระบาดในระดับต่ำในภูมิภาคแอฟริกา ไม่ถึงกับต้องประกาศเป็นภัยสาธารณสุขฉุกเฉินระหว่างประเทศ แต่สถานการณ์การแพร่ระบาดยังถือว่าน่าวิตก และต้องดำเนินมาตรการหลายอย่างเพื่อควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาด เนื่องจากใกล้จะถึงฤดูฝนซึ่งยุงแพร่พันธุ์ได้ดี โดยหนึ่งในมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดที่สำคัญ คือการฉีดวัคซีน นับตั้งแต่เกิดการแพร่ระบาดของโรคไข้เหลืองครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในภูมิภาคแอฟริกาตั้งแต่เดือนธันวาคมที่ผ่านมา มีผู้เสียชีวิตไปแล้วกว่า 400 คน ส่วนใหญ่อยู่ในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกและอังโกลา

Health News : อินเดียออกกฎหมายเลิกอุ้มบุญ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/232446

วันอาทิตย์ ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

รัฐบาลอินเดียผ่านร่างกฎหมายใหม่ ห้ามธุรกิจรับอุ้มท้องให้คู่สามีภรรยาที่มีบุตรยาก หรืออุ้มบุญในประเทศ แม้ว่าก่อนหน้านี้อินเดียจะเป็นแหล่งรับอุ้มบุญซึ่งเป็นที่นิยมของผู้ใช้บริการทั่วโลก จนเกิดเป็นธุรกิจที่มีมูลค่ากว่า 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปีก็ตาม ร่างกฎหมายใหม่นี้ อนุญาตให้คู่สมรสชาวอินเดียที่แต่งงานกันมานาน 5 ปีขึ้นไปเท่านั้น ที่จะสามารถมีบุตรด้วยการอุ้มบุญได้ โดยต้องให้ญาติสนิทเป็นผู้รับหน้าที่แม่อุ้มบุญและไม่สามารถว่าจ้างหญิงที่ไม่มีความสัมพันธ์กันทางสายเลือดเป็นแม่อุ้มบุญได้ ร่างกฎหมายนี้ยังห้ามชาย-หญิงที่ไม่ได้สมรสและคู่รักเพศเดียวกันมีบุตรด้วยการใช้แม่อุ้มบุญด้วย อย่างไรก็ตาม มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ร่างกฎหมายนี้อย่างมากว่า ปิดโอกาสคู่สมรสที่มีบุตรยากให้เหลือทางเลือกน้อยลง และการสั่งห้ามอุ้มบุญเกือบทุกกรณี แทนที่จะออกมาตรการกำกับควบคุมเป็นเรื่องๆ ไปนั้น ไม่สมเหตุสมผล

 

Health News : อังกฤษเก็บภาษีน้ำอัดลมเพิ่ม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/231333

วันอาทิตย์ ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ทางการอังกฤษได้ดำเนินยุทธศาสตร์เพื่อควบคุมความอ้วนของเด็ก ด้วยการเก็บภาษีบริษัทที่ขายน้ำหวานอัดลมและลงทุนในโครงการที่ส่งเสริมให้เด็กออกกำลังกาย นอกจากนี้รัฐบาลยังเรียกร้องบริษัทผู้ผลิตอาหารและเครื่องดื่มให้รีบดำเนินการลดน้ำตาลในผลิตภัณฑ์ เนื่องจากเด็กอายุระหว่าง 2-15 ปี ในอังกฤษ เกือบ 1 ใน 3 เป็นโรคอ้วนหรือน้ำหนักตัวเกินมาตรฐาน การจัดเก็บภาษีน้ำอัดลมทำให้อังกฤษเข้าไปอยู่ในกลุ่มประเทศที่เก็บภาษีน้ำอัดลมร่วมกับเบลเยียม ฝรั่งเศส ฮังการี และเม็กซิโก ที่กำหนดการเก็บภาษีเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของน้ำตาล เช่นเดียวกับกลุ่มประเทศแถบสแกนดิเนเวียที่มีการเก็บภาษีน้ำอัดลมมาเป็นเวลาหลายปีแล้ว โดยแผนการของอังกฤษจะจัดเก็บภาษีต่อเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของน้ำตาลเกิน 5 กรัมต่อ 100 มิลลิลิตร พร้อมแนะเด็กควรดื่มโคลาหรือน้ำอัดลมวันละหนึ่งกระป๋องเท่านั้นเพราะมีส่วนผสมของน้ำตาล 9 ช้อนชา

Health News : วาฬเพชฌฆาตกับการหมดประจำเดือน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/230245

วันอาทิตย์ ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเอ็กเซเตอร์และมหาวิทยาลัยยอร์กของอังกฤษ ติดตามศึกษาวาฬเพชฌฆาตฝูงหนึ่งที่นอกชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิกทางตอนเหนือมาเป็นเวลานานกว่า 40 ปี เพื่อศึกษาพฤติกรรมการขยายพันธุ์และการรวมกลุ่มเป็นครอบครัวในระยะยาว ที่อาจบ่งชี้ถึงความเป็นมาทางวิวัฒนาการที่ทำให้เกิดการหมดประจำเดือนในเพศเมีย ซึ่งเป็นลักษณะที่พบได้ในสัตว์เพียง 3 ชนิดเท่านั้น ทั้งนี้ มีเพียงมนุษย์ วาฬนำร่องครีบสั้น และวาฬเพชฌฆาตเท่านั้น ที่เพศเมียมีอาการหมดประจำเดือน และหยุดการตั้งครรภ์ในช่วงกลางของชีวิต ส่วนสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมประเภทอื่นเช่นช้างหรือลิงชิมแปนซี ไม่มีลักษณะเช่นนี้ โดยนักวิทยาศาสตร์ยังไม่สามารถอธิบายได้ว่า เหตุใดการหมดประจำเดือนจึงพบได้เพียงในมนุษย์และวาฬบางชนิดเท่านั้น ในเบื้องต้นสันนิษฐานว่า อาจเกี่ยวข้องกับความเป็นมาของวิวัฒนาการ หรืออาจเป็นลักษณะเฉพาะที่เกิดขึ้นจากการที่มนุษย์มีชีวิตยืนยาว

Health News : ผู้หญิงจะตั้งท้องง่ายขึ้นถ้า…

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/229182

วันอาทิตย์ ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ผลการวิจัยเป็นเวลา 15 ปี จากมหาวิทยาลัยดันดี ในสกอตแลนด์ วิเคราะห์ข้อมูลของผู้หญิงอังกฤษกว่า 500,000 คนบ่งชี้ว่า สตรีในวัยเจริญพันธุ์ที่ผ่าตัดเอาไส้ติ่งและต่อมทอนซิลออกไป มีแนวโน้มจะมีภาวะการเจริญพันธุ์ที่ดีและสามารถตั้งท้องได้ง่ายขึ้น คาดว่าอาจเป็นเพราะอวัยวะทั้งสองทำให้ระดับการอักเสบในร่างกายเพิ่มขึ้น ซึ่งจะส่งผลเสียต่อรังไข่และมดลูก ส่วนข้อสันนิษฐานอีกประการอาจมาจากพฤติกรรมของผู้หญิงเอง เช่น ผู้หญิงที่ชอบมีกิจกรรมทางเพศอย่างเสรี หรือมีคู่นอนหลายคนมักมีแนวโน้มสูงขึ้นที่จะตั้งครรภ์ หรือเกิดภาวะอักเสบติดเชื้อในอุ้งเชิงกราน ซึ่งจะนำไปสู่การผ่าตัดเอาไส้ติ่งออกไปนั่นเอง อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า แม้จะเป็นผลการศึกษาที่น่าสนใจ แต่ไม่แนะนำให้ผ่าตัดเอาไส้ติ่งและต่อมทอนซิลออกเพื่อกระตุ้นการเจริญพันธุ์โดยเฉพาะ

Health News : ชายชาวดัทช์-หญิงลัตเวียสูงที่สุดในโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/228089

วันอาทิตย์ ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ผลการศึกษาที่เผยแพร่ในเว็บไซต์อีไลฟ์ (eLife) วิเคราะห์ผลการศึกษาประชากร 1,472 ชิ้นที่มีการวัดส่วนสูงของคนกว่า 18.6 ล้านคน ของผู้ที่เกิดระหว่างปี 2439-2539 ใน 200 ประเทศ พบว่า ชายชาวดัทช์และสตรีชาวลัตเวียมีส่วนสูงที่สุดในโลกเฉลี่ย 183 เซนติเมตร และ 170 เซนติเมตร ตามลำดับ ส่วนชายชาวติมอร์เลสเตและสตรีชาวกัวเตมาลามีส่วนสูงน้อยที่สุดในโลกเฉลี่ย 160 เซนติเมตรและไม่ถึง 150 เซนติเมตร ตามลำดับ ขณะที่ชายชาวอิหร่านและสตรีเกาหลีใต้มีส่วนสูงเพิ่มขึ้นมากที่สุดในช่วง 100 ปี โดยสูงขึ้นกว่า 16 เซนติเมตรและ 20 เซนติเมตรตามลำดับ สวนทางกับคนในเอเชียใต้และทางใต้ของทะเลทรายซาฮาราที่สูงขึ้นเพียง 1-6 เซนติเมตรเท่านั้น นักวิจัยระบุว่า ปัจจัยสำคัญที่ทำให้คนมีความสูงเพิ่มขึ้นไม่ใช่ยีน แต่เป็นสิ่งแวดล้อมซึ่งประกอบด้วยการมีสาธารณสุข สุขอนามัย และโภชนาการที่ดี รวมถึงสุขภาพและโภชนาการของมารดาขณะตั้งครรภ์ ผลการศึกษาพบว่า คนตัวสูงมักมีอายุยืน เสี่ยงเป็นโรคหัวใจต่ำ แต่เสี่ยงเป็นมะเร็งบางชนิดเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ยังพบว่าคนตัวสูงมักมีการศึกษาและรายได้สูงด้วย

 

Health News : กลิ่นตัวไก่ช่วยไล่ยุงพาหะไข้มาลาเรีย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/226991

วันอาทิตย์ ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

งานวิจัยชิ้นนี้ตีพิมพ์ในวารสาร Malaria Journal โดยนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยแอดดิสอาบาบา ของเอธิโอเปีย และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ของสวีเดน ทำการทดลองเรื่องกลิ่นตัวของไก่ที่มีชีวิต มีสารบางอย่างที่มีคุณสมบัติพิเศษช่วยไล่ยุงที่เป็นพาหะนำเชื้อมาลาเรียได้ในพื้นที่ภาคตะวันตกของเอธิโอเปีย ด้วยการจับไก่ใส่กรงตั้งไว้ใกล้กับจุดที่อาสาสมัครนอนอยู่ในมุ้งแล้ววางกับดักยุงไว้ใกล้ๆ ปรากฏว่ากลิ่นจากไก่ช่วยให้ยุงบริเวณดังกล่าวลดลงไปอย่างมาก นักวิจัยบอกว่า ยุงมักใช้ประสาทรับกลิ่นในการหาตำแหน่งเหยื่อที่มันจะดูดเลือด ซึ่งผลที่ได้จากการศึกษาครั้งนี้พบว่า ไก่และสัตว์ปีกอื่นๆ มีกลิ่นเฉพาะตัวที่ทำให้ยุงไม่อยากเข้าใกล้ นักวิจัยจึงนำขนไก่มาสกัดสารที่มีคุณสมบัติพิเศษนี้ เพื่อทดลองใช้เป็นสารไล่ยุง และพบว่ามันมีประสิทธิภาพในการไล่ยุงเทียบเท่ากับการใช้ไก่มีชีวิต ข้อมูลจากสหประชาชาติระบุว่า เมื่อปีก่อนไข้มาลาเรียคร่าชีวิตผู้คนในแอฟริกาไปเกือบ 400,000 คน และแม้อัตราการตายจากโรคชนิดนี้จะลดลง แต่เจ้าหน้าที่สาธารณสุขยังคงมองหาวิธีการใหม่ๆ ในการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคชนิดนี้

 

Health News : ผู้ชายอ้วนเสี่ยงตายเร็วมากกว่าผู้หญิง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/225921

วันอาทิตย์ ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

งานวิจัยครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา ตีพิมพ์ในวารสารการแพทย์ Lancet ว่าด้วยความสัมพันธ์ระหว่างโรคอ้วนและอัตราการเสียชีวิต โดยคณะนักวิทยาศาสตร์ร่วมกันวิเคราะห์ข้อมูลจากงานวิจัย 189 ชิ้นทั่วโลก ที่มีผู้เข้าร่วมเป็นกลุ่มตัวอย่างในการศึกษาเกือบ 4 ล้านคนซึ่งคนเหล่านี้เป็นผู้ที่ไม่เคยสูบบุหรี่และไม่มีปัญหาการเจ็บป่วยเรื้อรังมาก่อน ผลการศึกษาที่ได้บ่งชี้ว่า ผู้ชายที่มีปัญหาน้ำหนักตัวเกิน หรือเป็นโรคอ้วนมีความเสี่ยงสูงกว่าผู้หญิงที่จะป่วยเป็นโรคเบาหวานและโรคไขมันพอกตับ โดยพบว่า ผู้ชายในทวีปอเมริกาเหนือที่มีสุขภาพดีแต่มีน้ำหนักตัวเกิน มีความเสี่ยงราว 29% ที่จะเสียชีวิตก่อนอายุ 70 ปี เมื่อเทียบกับผู้ชายน้ำหนักตัวปกติที่มีอัตราเสี่ยงเสียชีวิตก่อนวัยอันควรเพียง 19% ส่วนผู้หญิงนั้นจะมีความเสี่ยงเสียชีวิตก่อนวัยอันควร เพิ่มขึ้นเป็น 14.6% หากเป็นโรคอ้วนระดับปานกลาง เมื่อเทียบกับคนน้ำหนักตัวปกติ ซึ่งมีความเสี่ยงเสียชีวิตก่อนวัยอันควรเพียง 11% นักวิจัยยังพบด้วยว่ายิ่งมีน้ำหนักตัวเกินมากเท่าใดก็ยิ่งมีความเสี่ยงที่จะเสียชีวิตมากขึ้นเท่านั้น แต่ในทางกลับกัน คนที่มีปัญหาน้ำหนักตัวต่ำกว่าปกติก็มีความเสี่ยงที่จะเสียชีวิตก่อนวัยอันควรเพิ่มขึ้นด้วย

Health News : หนึ่งในวิธีเพิ่มความสำเร็จ ในการทำเด็กหลอดแก้ว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/224817

วันอาทิตย์ ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

งานวิจัยชิ้นล่าสุดของมหาวิทยาลัยอ๊อกซฟอร์ดในอังกฤษชี้ว่า การตรวจ “ไมโทคอนเดรีย” ซึ่งเป็นแหล่งสร้างพลังงานของเซลล์ในตัวอ่อนมนุษย์ จะช่วยให้การทำเด็กหลอดแก้ว (IVF) มีโอกาสประสบความสำเร็จมากขึ้น การทำเด็กหลอดแก้วโดยทั่วไปนั้น ผู้เชี่ยวชาญจะคัดเลือกตัวอ่อนที่สมบูรณ์และแข็งแรงที่สุดใส่เข้าไปในมดลูกของหญิงที่ต้องการตั้งครรภ์ โดยจะใส่ตัวอ่อนเข้าไปพร้อมกันคราวละหลายตัวเพื่อเพิ่มโอกาสการตั้งครรภ์ แต่อย่างไรก็ตาม แม้ตัวอ่อนเหล่านี้จะดูปกติดี แต่ก็ยังมีโอกาสที่จะประสบความล้มเหลว โดยพบว่าหากกิจกรรมของไมโทคอนเดรียอยู่ในระดับสูงผิดปกติ แสดงว่าโอกาสในการตั้งครรภ์จากตัวอ่อนนั้นเป็นศูนย์ แม้ว่าตัวอ่อนจะดูสมบูรณ์เป็นปกติก็ตาม หนึ่งในทีมวิจัยบอกว่า แม้ปัญหาตัวอ่อนที่มีไมโทคอนเดรียผิดปกติจะมีอยู่เพียงราว 10% แต่การค้นพบครั้งนี้ก็ช่วยให้แพทย์สามารถเลือกตัวอ่อนที่เหมาะสมได้ดีขึ้นและเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์ได้มากขึ้น