Health News : รักษา ‘มะเร็งเต้านม’ แบบใหม่ ไม่ต้องผ่าตัด

https://www.naewna.com/lady/851200

Health News : รักษา ‘มะเร็งเต้านม’ แบบใหม่ ไม่ต้องผ่าตัด

Health News : รักษา ‘มะเร็งเต้านม’ แบบใหม่ ไม่ต้องผ่าตัด

วันอาทิตย์ ที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2568, 12.45 น.

เดอะวอลล์ สตรีท เจอร์นัล (WSJ) รายงานข้อมูลใหม่ที่ระบุว่า ผู้หญิงบางคนที่ป่วยโรคมะเร็งเต้านม ระยะเริ่มต้น จะได้รับการเฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิด รวมถึงเข้ารับการผ่าตัดและการฉายรังสี ต่อเมื่อโรคลุกลามแล้วเท่านั้น

รายงานระบุว่ากลยุทธ์ข้างต้นคล้ายคลึงกับกลยุทธ์ที่ใช้รักษาโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก ระยะเริ่มต้น โดยคณะแพทย์กำลังพิจารณาว่า จะสามารถยุติการบำบัดรักษาโรคมะเร็งบางชนิดได้หรือไม่เพิ่มขึ้น เพื่อผู้ป่วยไม่ต้องเผชิญผลข้างเคียงและช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย

แนนซี ชาน ผู้เชี่ยวชาญด้านมะเร็งเต้านมประจำศูนย์มะเร็งเพิร์ลมัตเตอร์ ของศูนย์การแพทย์ลังกอน แห่งมหาวิทยาลัยนิวยอร์ก ซึ่งไม่ได้มีส่วนร่วมในการศึกษานี้ กล่าวว่า นี่เป็นการศึกษาฉบับแรกที่ยืนยันข้อสงสัยว่าผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงต่ำบางรายสามารถมีชีวิตต่อไปได้โดยไม่ต้องเข้ารับการผ่าตัด

อย่างไรก็ดี คณะแพทย์บางส่วนมองว่า ไม่มีข้อมูลระยะยาวเพียงพอจะพิสูจน์ว่าแนวทางดังกล่าวปลอดภัย ทั้งยังคงถกเถียงเกี่ยวกับความเข้มข้นของการรักษามะเร็งระยะเริ่มต้นลักษณะนี้ และการนิยามว่าเป็นโรคมะเร็งได้หรือไม่

ทั้งนี้ ผู้หญิงในสหรัฐฯ ถูกวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งเต้านมชนิดลุกลามปีละราว3 แสนราย แต่มีผู้หญิงถูกวินิจฉัยเป็นมะเร็งเต้านม “ระยะที่ 0” หรือมะเร็งในท่อน้ำนมชนิดไม่ลุกลาม (DCIS) เพิ่มเติม 50,000 ราย โดยมะเร็งในท่อน้ำนมชนิดไม่ลุกลามเกิดขึ้นเมื่อมีเซลล์มะเร็งในท่อน้ำนมของผู้หญิงแต่ไม่อยู่ในเนื้อเยื่อเต้านม

Health News : รักษา ‘มะเร็งเต้านม’ แบบใหม่ ไม่ต้องผ่าตัด

https://www.naewna.com/lady/851200

Health News : รักษา ‘มะเร็งเต้านม’ แบบใหม่ ไม่ต้องผ่าตัด

Health News : รักษา ‘มะเร็งเต้านม’ แบบใหม่ ไม่ต้องผ่าตัด

วันอาทิตย์ ที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เดอะวอลล์ สตรีท เจอร์นัล (WSJ) รายงานข้อมูลใหม่ที่ระบุว่า ผู้หญิงบางคนที่ป่วยโรคมะเร็งเต้านม ระยะเริ่มต้น จะได้รับการเฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิด รวมถึงเข้ารับการผ่าตัดและการฉายรังสี ต่อเมื่อโรคลุกลามแล้วเท่านั้น

รายงานระบุว่ากลยุทธ์ข้างต้นคล้ายคลึงกับกลยุทธ์ที่ใช้รักษาโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก ระยะเริ่มต้น โดยคณะแพทย์กำลังพิจารณาว่า จะสามารถยุติการบำบัดรักษาโรคมะเร็งบางชนิดได้หรือไม่เพิ่มขึ้น เพื่อผู้ป่วยไม่ต้องเผชิญผลข้างเคียงและช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย

แนนซี ชาน ผู้เชี่ยวชาญด้านมะเร็งเต้านมประจำศูนย์มะเร็งเพิร์ลมัตเตอร์ ของศูนย์การแพทย์ลังกอน แห่งมหาวิทยาลัยนิวยอร์ก ซึ่งไม่ได้มีส่วนร่วมในการศึกษานี้ กล่าวว่า นี่เป็นการศึกษาฉบับแรกที่ยืนยันข้อสงสัยว่าผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงต่ำบางรายสามารถมีชีวิตต่อไปได้โดยไม่ต้องเข้ารับการผ่าตัด

อย่างไรก็ดี คณะแพทย์บางส่วนมองว่า ไม่มีข้อมูลระยะยาวเพียงพอจะพิสูจน์ว่าแนวทางดังกล่าวปลอดภัย ทั้งยังคงถกเถียงเกี่ยวกับความเข้มข้นของการรักษามะเร็งระยะเริ่มต้นลักษณะนี้ และการนิยามว่าเป็นโรคมะเร็งได้หรือไม่

ทั้งนี้ ผู้หญิงในสหรัฐฯ ถูกวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งเต้านมชนิดลุกลามปีละราว3 แสนราย แต่มีผู้หญิงถูกวินิจฉัยเป็นมะเร็งเต้านม “ระยะที่ 0” หรือมะเร็งในท่อน้ำนมชนิดไม่ลุกลาม (DCIS) เพิ่มเติม 50,000 ราย โดยมะเร็งในท่อน้ำนมชนิดไม่ลุกลามเกิดขึ้นเมื่อมีเซลล์มะเร็งในท่อน้ำนมของผู้หญิงแต่ไม่อยู่ในเนื้อเยื่อเต้านม

Health News : กัมพูชาเตือน ‘โรคหัดระบาด’

Health News : กัมพูชาเตือน ‘โรคหัดระบาด’

Health News : กัมพูชาเตือน ‘โรคหัดระบาด’

วันอาทิตย์ ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

กระทรวงสาธารณสุขกัมพูชาออกคำเตือนในสัปดาห์ที่ผ่านมา เกี่ยวกับการระบาดเพิ่มของโรคหัด หลังพบผู้ป่วยโรคหัดอย่างน้อย 375 ราย ในปี 2024 หลังจากพบว่าจำนวน

ผู้ป่วยโรคหัดเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในโรงเรียนและจังหวัดตามแนวชายแดนบางแห่งโดยตั้งแต่เดือนมกราคมถึงธันวาคมปีนี้ กัมพูชายืนยันจำนวนผู้ป่วยโรคหัดใน 17 จังหวัด รวม 375 ราย

กระทรวงสาธารณสุขกัมพูชาระบุในแถลงการณ์ว่า โรคหัดเป็นโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัสซึ่งแพร่กระจายได้ง่ายและรวดเร็วผ่านทางระบบทางเดินหายใจ เช่น การไอหรือจาม อาการของโรคหัดมักปรากฏหลังจากได้รับเชื้อไวรัส 10-14 วัน ได้แก่ มีไข้สูง ไอ น้ำมูกไหล ตาแดงและมีน้ำตา และมีจุดผื่นขาวขนาดเล็กที่กระพุ้งแก้ม ผู้ป่วยโรคนี้มักมีผื่นแดงปรากฏตามร่างกายในช่วง 7-18 วัน หลังรับเชื้อ โดยเริ่มจากใบหน้าและลำคอส่วนบน จากนั้นลามไปยังมือและเท้า พร้อมเตือนให้ผู้ปกครองพาบุตรหลานที่มีอาการไข้สูง ไอ น้ำมูกไหล และมีผื่นแดง ไปพบแพทย์ที่ศูนย์สุขภาพหรือโรงพยาบาลใกล้บ้าน พร้อมเสริมว่าโรคนี้สามารถก่อให้เกิดอาการเจ็บป่วยรุนแรง เช่น ตาบอด สร้างความเสียหายต่อสมอง หรือกระทั่งเสียชีวิต โดยเฉพาะในเด็กเล็กที่มีภาวะทุพโภชนาการ

กัมพูชาเคยประกาศว่าตนเป็นประเทศปลอดโรคหัดเมื่อเดือนมีนาคม 2015 แต่กลับมาพบผู้ป่วยโรคหัดรายแรกอีกครั้งใน 7 เดือนต่อมา

Health News : ‘อดสลับอิ่มวันเว้นวัน’ ดีต่อตับ

https://www.naewna.com/lady/847521

Health News : ‘อดสลับอิ่มวันเว้นวัน’ ดีต่อตับ

Health News : ‘อดสลับอิ่มวันเว้นวัน’ ดีต่อตับ

วันอาทิตย์ ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

มหาวิทยาลัยฮีบรูแห่งเยรูซาเลมรายงานผลการศึกษาร่วมระหว่างอิสราเอลกับฝรั่งเศส ซึ่งพบว่า การอดอาหารแบบกำหนดรอบเวลา (fasting) เป็นประจำอาจสามารถเพิ่มขีดความสามารถของตับในการผลิตพลังงานจากไขมันระหว่างการอดอาหารรอบต่อไป

วารสารวิทยาศาสตร์นิวคลีอิก แอซิดส์ รีเสิร์ช (Nucleic Acids Research) ได้เผยแพร่ผลการศึกษาข้างต้นที่ดำเนินการโดยมหาวิทยาลัยฮีบรูแห่งเยรูซาเลมและมหาวิทยาลัยตูลูซของฝรั่งเศส โดยระบุว่า การปรับตัวดังกล่าวของตับคล้ายคลึงกับความทรงจำระดับเซลล์รูปแบบหนึ่ง

การอดอาหารแบบกำหนดรอบเวลาวันเว้นวัน (ADF) กระตุ้นกลุ่มยีนที่สำคัญและสารฟื้นฟูตับหลายตัว ซึ่งช่วยส่งเสริมกระบวนการคีโตเจนิซิส (ketogenesis) ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยกระบวนการดังกล่าวเป็นการผลิตสารประกอบคีโตนบอดีส์ (ketone bodies) จากไขมันเพื่อใช้เป็นพลังงานตอนกลูโคสอยู่ในระดับต่ำ

ผลการศึกษาพบว่า การอดอาหารแบบกำหนดรอบเวลาวันเว้นวันเพียงหนึ่งสัปดาห์สามารถนำสู่การผลิตคีโตนบอดีส์เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญระหว่างอดอาหารรอบต่อไป และการอดอาหารลักษณะนี้ยังเชื่อมโยงกับประโยชน์ต่อสุขภาพอื่นๆ เช่น เผาผลาญไขมันดีขึ้น ซึ่งกระตุ้นกระบวนการคีโตเจนิซิสมากกว่าการนับแคลอรีหรือ

Health News : ‘ชาวอเมริกัน’ มีลูกน้อยกว่าเมื่อก่อน

https://www.naewna.com/lady/846142

Health News : ‘ชาวอเมริกัน’ มีลูกน้อยกว่าเมื่อก่อน

Health News : ‘ชาวอเมริกัน’ มีลูกน้อยกว่าเมื่อก่อน

วันอาทิตย์ ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นิวยอร์ก ไทม์ส (New York Times) รายงานว่าปัจจุบันชาวอเมริกันมีลูกน้อยลงกว่าเมื่อก่อนซึ่งเป็นแนวโน้มด้านประชากรที่ทำให้กลุ่มอนุรักษ์นิยมบางส่วนรู้สึกกังวล โดยสาเหตุบางประการอาจเป็นผลมาจากปัจจัยทางสังคมและเศรษฐกิจ เช่น ค่าเลี้ยงดูลูกที่สูง ราคาบ้าน และผู้คนเลือกที่จะไม่สร้างครอบครัวกันมากขึ้น

ข้อมูลจากศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐฯ ช่วงก่อนหน้านี้ในปี 2024 เผยว่าอัตราเจริญพันธุ์ทั่วไปในสหรัฐฯ ลดลงจากปี 2022 ร้อยละ 3 ซึ่งต่ำเป็นประวัติการณ์ และลดลงสองปีติดต่อกัน หลังจากเพิ่มขึ้นเพียงร้อยละ 1 ในช่วงปี 2020-2021 โดยลดลงอย่างต่อเนื่องร้อยละ 2ต่อปีตั้งแต่ปี 2014-2020

ศูนย์ฯ วัดอัตราเจริญพันธุ์ทั่วไปโดยอิงจำนวนการให้กำเนิดบุตรที่มีชีวิตรอดต่อปี ในผู้หญิง1,000 คน ที่มีอายุระหว่าง 15-44 ปี โดยในปี 2023 ซึ่งเป็นปีที่มีข้อมูลล่าสุด พบว่ามีการให้กำเนิดบุตรราว 54 คนต่อผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์ 1,000 คน ซึ่งมีจำนวนต่ำเป็นประวัติการณ์ นอกจากนี้ นักวิจัยยังใช้อัตราเจริญพันธุ์รวม ซึ่งเป็นการประมาณการจำนวนบุตโดยเฉลี่ยที่คาดว่าผู้หญิงจะมีในช่วงวัยเจริญพันธุ์ โดยในปี 2023 อัตราเจริญพันธุ์รวมในสหรัฐฯ อยู่ที่เด็กทารกกว่า 1.6 คนต่อผู้หญิง 1 คน ต่ำกว่าตัวเลขเด็กทารกราว 2 คนต่อผู้หญิง 1 คนที่บันทึกเมื่อปี 2001

ขณะเดียวกัน ศูนย์ฯ ยังติดตามภาวะมีบุตรยากโดยประเมินจำนวนผู้หญิงแต่งงานแล้วที่มีอายุ 15-49 ปี ที่มีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกันเป็นเวลาอย่างน้อย 1 ปี และไม่ตั้งครรภ์ ตัวชี้วัดนี้ไม่รวมผู้หญิงที่ทำหมันด้วยการผ่าตัด โดยอัตราภาวะมีบุตรยากค่อนข้างคงที่ในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมาซึ่งข้อมูลล่าสุดจากปี 2015-2019 เผยว่าผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์ที่แต่งงานแล้ว 2.4 ล้านคน มีบุตรยาก

Health News : ‘ยาลดน้ำหนัก’ ตัวใหม่ ลดน้ำหนักได้สูงสุด 1 ใน 5

https://www.naewna.com/lady/844672

Health News : ‘ยาลดน้ำหนัก’ ตัวใหม่ ลดน้ำหนักได้สูงสุด 1 ใน 5

Health News : ‘ยาลดน้ำหนัก’ ตัวใหม่ ลดน้ำหนักได้สูงสุด 1 ใน 5

วันอาทิตย์ ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

แอมเจน (Amgen) บริษัทผลิตยาของสหรัฐฯ ประกาศว่า ยาลดน้ำหนักที่อยู่ในขั้นตอนการทดลอง สามารถช่วยให้ผู้ป่วยลดน้ำหนักได้เฉลี่ยสูงสุดร้อยละ 20 ของน้ำหนักตัวในหนึ่งปี

ยาตัวดังกล่าวมีชื่อทางการค้าว่า “มาริไทด์” (MariTide) ใช้งานโดยการฉีดเข้าสู่ร่างกายเดือนละ 1 ครั้ง ซึ่งต่างจากยาตัวอื่นๆ ที่ต้องฉีดเข้าสู่ร่างกายสัปดาห์ละ 1 ครั้งอาทิ เวโกวี (Wegovy) และมุนจาโร (Mounjaro) ที่วางจำหน่ายในตลาดแล้ว ข้อมูลข้างต้นมาจากการทดลองทางคลินิกระยะที่ 2 ที่มีผู้เข้าร่วมเกือบ 600 คน ซึ่งมุ่งทดสอบประสิทธิภาพและความปลอดภัยของยานี้ ทว่ายาดังกล่าวยังต้องผ่านการทดลองทางคลินิกเพิ่มเติมอีกหลายครั้ง มีข้อมูลจากกลุ่มทดลองมากขึ้น และได้รับการอนุมัติจากสำนักบริหารอาหารและยาของสหรัฐฯ ก่อนที่จะจำหน่ายให้กับผู้ป่วยได้ โดยบริษัทฯยังไม่ได้กำหนดราคาจำหน่ายของยาตัวนี้

เดอะ นิวยอร์ก ไทม์ส รายงานว่า บริษัทแอมเจนจะนำเสนอข้อมูลโดยละเอียดของยาดังกล่าวภายหลังในงานศึกษาวิจัยที่ผ่านการตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญ พร้อม
นำเสนอในที่ประชุม และเพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดของคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของรัฐบาลกลาง บริษัทฯ จึงได้จัดเตรียมข้อมูลสำคัญซึ่งอาจ
ส่งผลต่อราคาหุ้นของบริษัทฯ ได้

เจฟฟรีย์ แฟลร์ นักวิจัยโรคเบาหวานและโรคอ้วนจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ระบุว่าผลลัพธ์ของยาข้างต้น “มีแนวโน้มที่ดี” พร้อมเสริมว่ายานี้อาจเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกในตลาดที่มีการแข่งขันสูงในอนาคต

Health News : ค่ารักษาพยาบาลในเยอรมนีแพงขึ้น-ดูแลนานขึ้น

https://www.naewna.com/lady/843214

Health News : ค่ารักษาพยาบาลในเยอรมนีแพงขึ้น-ดูแลนานขึ้น

Health News : ค่ารักษาพยาบาลในเยอรมนีแพงขึ้น-ดูแลนานขึ้น

วันอาทิตย์ ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

รายงานจากบาร์เมอร์ (Barmer) หนึ่งในบริษัทประกันสุขภาพรายใหญ่ที่สุดของเยอรมนีคาดว่า ระยะเวลาเฉลี่ยของระบบการดูแลระยะยาว (long-term care) ในเยอรมนีอาจเพิ่มขึ้นเกือบสองเท่าในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า โดยคาดว่าค่าใช้จ่ายต่อคนจะเพิ่มขึ้นราวร้อยละ 50

รายงานข้างต้นระบุว่า ผู้ที่เสียชีวิตเมื่อไม่นานนี้ต้องได้รับการดูแลเฉลี่ย 3.9 ปี แต่การค้นพบของบาร์เมอร์เสนอว่าตัวเลขดังกล่าวจะเพิ่มขึ้นเป็น 7.5 ปี สำหรับผู้เข้ารับการดูแลในปัจจุบัน

ไฮนซ์ โรธกัง ศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยเบรเมิน ผู้เขียนการศึกษาดังกล่าว อธิบายว่าการดำเนินตามแนวคิดการดูแลรักษาระยะยาวแบบใหม่เมื่อปี 2017 ทำให้ผู้คนจำนวนมากที่ไม่ผ่านเกณฑ์ประกันการดูแลรักษาระยะยาวก่อนหน้านี้ได้รับสิทธิประโยชน์ ซึ่งส่งผลให้ระยะเวลาในการดูแลรักษาและค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นอย่างมาก

รายงานดังกล่าวคาดว่า ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคนจะเพิ่มขึ้นจาก 50,000 ยูโร (ราว 1.8 ล้านบาท) เป็น 76,000 ยูโร (ราว 2.8 ล้านบาท) โดยการประมาณการเหล่านี้ยังไม่ได้พิจารณาภาวะเงินเฟ้อ หรือการเพิ่มขึ้นของราคาที่อาจเกิดขึ้นเพิ่มเติม

คริสตอฟ สตรูบ ซีอีโอของบาร์เมอร์ กล่าวว่า รัฐบาลกลางต้องไม่ทอดทิ้งผู้คนหลายล้านคนที่ต้องการการดูแลรักษา รวมถึงญาติของพวกเขา และต้องให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่กลุ่มคนเหล่านี้

Health News : ‘เดิน’ ผสมออกกำลังกายอื่นๆ ช่วยสร้างสุขภาพดี-ป้องกันโรค

https://www.naewna.com/lady/841812

Health News : ‘เดิน’ ผสมออกกำลังกายอื่นๆ  ช่วยสร้างสุขภาพดี-ป้องกันโรค

Health News : ‘เดิน’ ผสมออกกำลังกายอื่นๆ ช่วยสร้างสุขภาพดี-ป้องกันโรค

วันอาทิตย์ ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 10.05 น.

คณะผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์เห็นพ้องต้องกันว่าการเดินเป็นวิธีง่ายๆ ในการบำรุงสุขภาพกายและสุขภาพจิต ส่งเสริมสมรรถภาพทางกาย และป้องกันโรค

รายงานระบุว่าการเดินสามารถช่วยตอบโจทย์ข้อแนะนำของนายแพทย์ใหญ่ในสหรัฐฯ ที่ว่าผู้ใหญ่ควรออกกำลังกายแบบหนักปานกลางอย่างน้อย 2 ชั่วโมงครึ่งต่อสัปดาห์ การออกกำลังกายแบบหนักปานกลางด้วยระยะเวลาดังกล่าวช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง โรคสมองเสื่อม โรคซึมเศร้า และโรคมะเร็งหลายชนิด

จูลี ชมิด พยาบาลจากนอร์ตัน เฮลท์แคร์ ซึ่งดูแลชมรมเดินเพื่อสุขภาพ เผยว่าการเดินยังช่วยปรับปรุงระดับน้ำตาลในเลือด ดีต่อกระดูก ช่วยลดน้ำหนัก และนอนหลับได้ดีขึ้น การเดินยังมีข้อดีอีกประการ คือเป็นการออกกำลังกายที่มีแรงกระแทกต่ำไม่ทำให้ข้อต่อได้รับแรงกดมากเกิน ซึ่งช่วยให้หัวใจและปอดแข็งแรงขึ้น

อย่างไรก็ดี การเดินอย่างเดียวไม่เพียงพอสำหรับการมีสุขภาพดีในภาพรวม เพราะไม่ได้สร้างความแข็งแกร่งและความต้านทานของกล้ามเนื้อ คณะผู้เชี่ยวชาญจึงแนะนำการเพิ่มกิจกรรมเสริมสร้างกล้ามเนื้ออย่างน้อย 2 ครั้งต่อสัปดาห์ เช่น ยกเวทหรือใช้อุปกรณ์ในยิม และออกกำลังกายที่เพิ่มความยืดหยุ่น อย่างโยคะหรือยืดเหยียด

Health News : ‘เดิน’ ผสมออกกำลังกายอื่นๆ ช่วยสร้างสุขภาพดี-ป้องกันโรค

https://www.naewna.com/lady/841812

Health News : ‘เดิน’ ผสมออกกำลังกายอื่นๆ  ช่วยสร้างสุขภาพดี-ป้องกันโรค

Health News : ‘เดิน’ ผสมออกกำลังกายอื่นๆ ช่วยสร้างสุขภาพดี-ป้องกันโรค

วันอาทิตย์ ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

คณะผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์เห็นพ้องต้องกันว่าการเดินเป็นวิธีง่ายๆ ในการบำรุงสุขภาพกายและสุขภาพจิต ส่งเสริมสมรรถภาพทางกาย และป้องกันโรค

รายงานระบุว่าการเดินสามารถช่วยตอบโจทย์ข้อแนะนำของนายแพทย์ใหญ่ในสหรัฐฯ ที่ว่าผู้ใหญ่ควรออกกำลังกายแบบหนักปานกลางอย่างน้อย 2 ชั่วโมงครึ่งต่อสัปดาห์ การออกกำลังกายแบบหนักปานกลางด้วยระยะเวลาดังกล่าวช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง โรคสมองเสื่อม โรคซึมเศร้า และโรคมะเร็งหลายชนิด

จูลี ชมิด พยาบาลจากนอร์ตัน เฮลท์แคร์ ซึ่งดูแลชมรมเดินเพื่อสุขภาพ เผยว่าการเดินยังช่วยปรับปรุงระดับน้ำตาลในเลือด ดีต่อกระดูก ช่วยลดน้ำหนัก และนอนหลับได้ดีขึ้น การเดินยังมีข้อดีอีกประการ คือเป็นการออกกำลังกายที่มีแรงกระแทกต่ำไม่ทำให้ข้อต่อได้รับแรงกดมากเกิน ซึ่งช่วยให้หัวใจและปอดแข็งแรงขึ้น

อย่างไรก็ดี การเดินอย่างเดียวไม่เพียงพอสำหรับการมีสุขภาพดีในภาพรวม เพราะไม่ได้สร้างความแข็งแกร่งและความต้านทานของกล้ามเนื้อ คณะผู้เชี่ยวชาญจึงแนะนำการเพิ่มกิจกรรมเสริมสร้างกล้ามเนื้ออย่างน้อย 2 ครั้งต่อสัปดาห์ เช่น ยกเวทหรือใช้อุปกรณ์ในยิม และออกกำลังกายที่เพิ่มความยืดหยุ่น อย่างโยคะหรือยืดเหยียด

Health News : ยอดตาย ‘มะเร็ง’ ทั่วโลก พุ่งเกือบสองเท่าภายในปี 2050

https://www.naewna.com/lady/840387

Health News : ยอดตาย ‘มะเร็ง’ ทั่วโลก พุ่งเกือบสองเท่าภายในปี 2050

Health News : ยอดตาย ‘มะเร็ง’ ทั่วโลก พุ่งเกือบสองเท่าภายในปี 2050

วันอาทิตย์ ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ผลการศึกษาชิ้นหนึ่งที่เผยแพร่ในวันพุธ (6 พ.ย.) ระบุว่ามีงานวิจัยของออสเตรเลียคาดการณ์ว่าจำนวนผู้เสียชีวิตจากโรคมะเร็งทั่วโลกในแต่ละปีจะเพิ่มขึ้นเป็นเกือบสองเท่าภายในปี 2050 แตะ 18.5 ล้านคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 89.7 จากจำนวน 9.7 ล้านคนในปี 2022

การศึกษาดังกล่าวซึ่งนำโดย ฮับตามู บิซูอาเยฮู จากมหาวิทยาลัยควีนส์แลนด์ ระบุว่าคณะนักวิจัยได้วิเคราะห์ผู้ป่วยและอัตราการเสียชีวิตจากโรคมะเร็ง 36 ชนิดใน 185 ประเทศ และได้คาดการณ์จำนวนผู้ป่วยและการเสียชีวิตในอนาคตโดยใช้อัตราข้างต้น โดยประยุกต์กับอัตราคาดการณ์จำนวนประชากรขององค์การสหประชาชาติ (UN) ในปี 2050 โดยพบว่าจำนวนผู้ป่วยมะเร็งทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นร้อยละ 76.6 จากเดิม 20 ล้านราย ในปี 2022 เป็น 35.3 ล้านราย ในปี 2050

การศึกษาคาดว่าจำนวนผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตจากโรคมะเร็งจะเพิ่มขึ้นเป็นเกือบสามเท่าภายในปี 2050 ในประเทศที่ดัชนีการพัฒนามนุษย์ (HDI) ขององค์การสหประชาชาติอยู่ในอันดับต่ำ เมื่อเทียบกับประเทศที่มีดัชนีการพัฒนามนุษย์สูงมากซึ่งตัวเลขจะเพิ่มขึ้นในระดับปานกลาง

รายงานคาดว่ามะเร็งปอดจะยังคงเป็นสาเหตุหลักของการเสียชีวิตด้วยมะเร็งในปี 2050 ครองสัดส่วนประมาณร้อยละ 19.2 ของการเสียชีวิตด้วยมะเร็งทั้งหมดทั่วโลก เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 18.7 ในปี 2022