Health News : ‘อดสลับอิ่มวันเว้นวัน’ ดีต่อตับ

https://www.naewna.com/lady/847521

Health News : ‘อดสลับอิ่มวันเว้นวัน’ ดีต่อตับ

Health News : ‘อดสลับอิ่มวันเว้นวัน’ ดีต่อตับ

วันอาทิตย์ ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

มหาวิทยาลัยฮีบรูแห่งเยรูซาเลมรายงานผลการศึกษาร่วมระหว่างอิสราเอลกับฝรั่งเศส ซึ่งพบว่า การอดอาหารแบบกำหนดรอบเวลา (fasting) เป็นประจำอาจสามารถเพิ่มขีดความสามารถของตับในการผลิตพลังงานจากไขมันระหว่างการอดอาหารรอบต่อไป

วารสารวิทยาศาสตร์นิวคลีอิก แอซิดส์ รีเสิร์ช (Nucleic Acids Research) ได้เผยแพร่ผลการศึกษาข้างต้นที่ดำเนินการโดยมหาวิทยาลัยฮีบรูแห่งเยรูซาเลมและมหาวิทยาลัยตูลูซของฝรั่งเศส โดยระบุว่า การปรับตัวดังกล่าวของตับคล้ายคลึงกับความทรงจำระดับเซลล์รูปแบบหนึ่ง

การอดอาหารแบบกำหนดรอบเวลาวันเว้นวัน (ADF) กระตุ้นกลุ่มยีนที่สำคัญและสารฟื้นฟูตับหลายตัว ซึ่งช่วยส่งเสริมกระบวนการคีโตเจนิซิส (ketogenesis) ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยกระบวนการดังกล่าวเป็นการผลิตสารประกอบคีโตนบอดีส์ (ketone bodies) จากไขมันเพื่อใช้เป็นพลังงานตอนกลูโคสอยู่ในระดับต่ำ

ผลการศึกษาพบว่า การอดอาหารแบบกำหนดรอบเวลาวันเว้นวันเพียงหนึ่งสัปดาห์สามารถนำสู่การผลิตคีโตนบอดีส์เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญระหว่างอดอาหารรอบต่อไป และการอดอาหารลักษณะนี้ยังเชื่อมโยงกับประโยชน์ต่อสุขภาพอื่นๆ เช่น เผาผลาญไขมันดีขึ้น ซึ่งกระตุ้นกระบวนการคีโตเจนิซิสมากกว่าการนับแคลอรีหรือ

Health News : ‘ชาวอเมริกัน’ มีลูกน้อยกว่าเมื่อก่อน

https://www.naewna.com/lady/846142

Health News : ‘ชาวอเมริกัน’ มีลูกน้อยกว่าเมื่อก่อน

Health News : ‘ชาวอเมริกัน’ มีลูกน้อยกว่าเมื่อก่อน

วันอาทิตย์ ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นิวยอร์ก ไทม์ส (New York Times) รายงานว่าปัจจุบันชาวอเมริกันมีลูกน้อยลงกว่าเมื่อก่อนซึ่งเป็นแนวโน้มด้านประชากรที่ทำให้กลุ่มอนุรักษ์นิยมบางส่วนรู้สึกกังวล โดยสาเหตุบางประการอาจเป็นผลมาจากปัจจัยทางสังคมและเศรษฐกิจ เช่น ค่าเลี้ยงดูลูกที่สูง ราคาบ้าน และผู้คนเลือกที่จะไม่สร้างครอบครัวกันมากขึ้น

ข้อมูลจากศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐฯ ช่วงก่อนหน้านี้ในปี 2024 เผยว่าอัตราเจริญพันธุ์ทั่วไปในสหรัฐฯ ลดลงจากปี 2022 ร้อยละ 3 ซึ่งต่ำเป็นประวัติการณ์ และลดลงสองปีติดต่อกัน หลังจากเพิ่มขึ้นเพียงร้อยละ 1 ในช่วงปี 2020-2021 โดยลดลงอย่างต่อเนื่องร้อยละ 2ต่อปีตั้งแต่ปี 2014-2020

ศูนย์ฯ วัดอัตราเจริญพันธุ์ทั่วไปโดยอิงจำนวนการให้กำเนิดบุตรที่มีชีวิตรอดต่อปี ในผู้หญิง1,000 คน ที่มีอายุระหว่าง 15-44 ปี โดยในปี 2023 ซึ่งเป็นปีที่มีข้อมูลล่าสุด พบว่ามีการให้กำเนิดบุตรราว 54 คนต่อผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์ 1,000 คน ซึ่งมีจำนวนต่ำเป็นประวัติการณ์ นอกจากนี้ นักวิจัยยังใช้อัตราเจริญพันธุ์รวม ซึ่งเป็นการประมาณการจำนวนบุตโดยเฉลี่ยที่คาดว่าผู้หญิงจะมีในช่วงวัยเจริญพันธุ์ โดยในปี 2023 อัตราเจริญพันธุ์รวมในสหรัฐฯ อยู่ที่เด็กทารกกว่า 1.6 คนต่อผู้หญิง 1 คน ต่ำกว่าตัวเลขเด็กทารกราว 2 คนต่อผู้หญิง 1 คนที่บันทึกเมื่อปี 2001

ขณะเดียวกัน ศูนย์ฯ ยังติดตามภาวะมีบุตรยากโดยประเมินจำนวนผู้หญิงแต่งงานแล้วที่มีอายุ 15-49 ปี ที่มีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกันเป็นเวลาอย่างน้อย 1 ปี และไม่ตั้งครรภ์ ตัวชี้วัดนี้ไม่รวมผู้หญิงที่ทำหมันด้วยการผ่าตัด โดยอัตราภาวะมีบุตรยากค่อนข้างคงที่ในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมาซึ่งข้อมูลล่าสุดจากปี 2015-2019 เผยว่าผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์ที่แต่งงานแล้ว 2.4 ล้านคน มีบุตรยาก

Health News : ‘ยาลดน้ำหนัก’ ตัวใหม่ ลดน้ำหนักได้สูงสุด 1 ใน 5

https://www.naewna.com/lady/844672

Health News : ‘ยาลดน้ำหนัก’ ตัวใหม่ ลดน้ำหนักได้สูงสุด 1 ใน 5

Health News : ‘ยาลดน้ำหนัก’ ตัวใหม่ ลดน้ำหนักได้สูงสุด 1 ใน 5

วันอาทิตย์ ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

แอมเจน (Amgen) บริษัทผลิตยาของสหรัฐฯ ประกาศว่า ยาลดน้ำหนักที่อยู่ในขั้นตอนการทดลอง สามารถช่วยให้ผู้ป่วยลดน้ำหนักได้เฉลี่ยสูงสุดร้อยละ 20 ของน้ำหนักตัวในหนึ่งปี

ยาตัวดังกล่าวมีชื่อทางการค้าว่า “มาริไทด์” (MariTide) ใช้งานโดยการฉีดเข้าสู่ร่างกายเดือนละ 1 ครั้ง ซึ่งต่างจากยาตัวอื่นๆ ที่ต้องฉีดเข้าสู่ร่างกายสัปดาห์ละ 1 ครั้งอาทิ เวโกวี (Wegovy) และมุนจาโร (Mounjaro) ที่วางจำหน่ายในตลาดแล้ว ข้อมูลข้างต้นมาจากการทดลองทางคลินิกระยะที่ 2 ที่มีผู้เข้าร่วมเกือบ 600 คน ซึ่งมุ่งทดสอบประสิทธิภาพและความปลอดภัยของยานี้ ทว่ายาดังกล่าวยังต้องผ่านการทดลองทางคลินิกเพิ่มเติมอีกหลายครั้ง มีข้อมูลจากกลุ่มทดลองมากขึ้น และได้รับการอนุมัติจากสำนักบริหารอาหารและยาของสหรัฐฯ ก่อนที่จะจำหน่ายให้กับผู้ป่วยได้ โดยบริษัทฯยังไม่ได้กำหนดราคาจำหน่ายของยาตัวนี้

เดอะ นิวยอร์ก ไทม์ส รายงานว่า บริษัทแอมเจนจะนำเสนอข้อมูลโดยละเอียดของยาดังกล่าวภายหลังในงานศึกษาวิจัยที่ผ่านการตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญ พร้อม
นำเสนอในที่ประชุม และเพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดของคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของรัฐบาลกลาง บริษัทฯ จึงได้จัดเตรียมข้อมูลสำคัญซึ่งอาจ
ส่งผลต่อราคาหุ้นของบริษัทฯ ได้

เจฟฟรีย์ แฟลร์ นักวิจัยโรคเบาหวานและโรคอ้วนจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ระบุว่าผลลัพธ์ของยาข้างต้น “มีแนวโน้มที่ดี” พร้อมเสริมว่ายานี้อาจเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกในตลาดที่มีการแข่งขันสูงในอนาคต

Health News : ค่ารักษาพยาบาลในเยอรมนีแพงขึ้น-ดูแลนานขึ้น

https://www.naewna.com/lady/843214

Health News : ค่ารักษาพยาบาลในเยอรมนีแพงขึ้น-ดูแลนานขึ้น

Health News : ค่ารักษาพยาบาลในเยอรมนีแพงขึ้น-ดูแลนานขึ้น

วันอาทิตย์ ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

รายงานจากบาร์เมอร์ (Barmer) หนึ่งในบริษัทประกันสุขภาพรายใหญ่ที่สุดของเยอรมนีคาดว่า ระยะเวลาเฉลี่ยของระบบการดูแลระยะยาว (long-term care) ในเยอรมนีอาจเพิ่มขึ้นเกือบสองเท่าในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า โดยคาดว่าค่าใช้จ่ายต่อคนจะเพิ่มขึ้นราวร้อยละ 50

รายงานข้างต้นระบุว่า ผู้ที่เสียชีวิตเมื่อไม่นานนี้ต้องได้รับการดูแลเฉลี่ย 3.9 ปี แต่การค้นพบของบาร์เมอร์เสนอว่าตัวเลขดังกล่าวจะเพิ่มขึ้นเป็น 7.5 ปี สำหรับผู้เข้ารับการดูแลในปัจจุบัน

ไฮนซ์ โรธกัง ศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยเบรเมิน ผู้เขียนการศึกษาดังกล่าว อธิบายว่าการดำเนินตามแนวคิดการดูแลรักษาระยะยาวแบบใหม่เมื่อปี 2017 ทำให้ผู้คนจำนวนมากที่ไม่ผ่านเกณฑ์ประกันการดูแลรักษาระยะยาวก่อนหน้านี้ได้รับสิทธิประโยชน์ ซึ่งส่งผลให้ระยะเวลาในการดูแลรักษาและค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นอย่างมาก

รายงานดังกล่าวคาดว่า ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคนจะเพิ่มขึ้นจาก 50,000 ยูโร (ราว 1.8 ล้านบาท) เป็น 76,000 ยูโร (ราว 2.8 ล้านบาท) โดยการประมาณการเหล่านี้ยังไม่ได้พิจารณาภาวะเงินเฟ้อ หรือการเพิ่มขึ้นของราคาที่อาจเกิดขึ้นเพิ่มเติม

คริสตอฟ สตรูบ ซีอีโอของบาร์เมอร์ กล่าวว่า รัฐบาลกลางต้องไม่ทอดทิ้งผู้คนหลายล้านคนที่ต้องการการดูแลรักษา รวมถึงญาติของพวกเขา และต้องให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่กลุ่มคนเหล่านี้

Health News : ‘เดิน’ ผสมออกกำลังกายอื่นๆ ช่วยสร้างสุขภาพดี-ป้องกันโรค

https://www.naewna.com/lady/841812

Health News : ‘เดิน’ ผสมออกกำลังกายอื่นๆ  ช่วยสร้างสุขภาพดี-ป้องกันโรค

Health News : ‘เดิน’ ผสมออกกำลังกายอื่นๆ ช่วยสร้างสุขภาพดี-ป้องกันโรค

วันอาทิตย์ ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 10.05 น.

คณะผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์เห็นพ้องต้องกันว่าการเดินเป็นวิธีง่ายๆ ในการบำรุงสุขภาพกายและสุขภาพจิต ส่งเสริมสมรรถภาพทางกาย และป้องกันโรค

รายงานระบุว่าการเดินสามารถช่วยตอบโจทย์ข้อแนะนำของนายแพทย์ใหญ่ในสหรัฐฯ ที่ว่าผู้ใหญ่ควรออกกำลังกายแบบหนักปานกลางอย่างน้อย 2 ชั่วโมงครึ่งต่อสัปดาห์ การออกกำลังกายแบบหนักปานกลางด้วยระยะเวลาดังกล่าวช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง โรคสมองเสื่อม โรคซึมเศร้า และโรคมะเร็งหลายชนิด

จูลี ชมิด พยาบาลจากนอร์ตัน เฮลท์แคร์ ซึ่งดูแลชมรมเดินเพื่อสุขภาพ เผยว่าการเดินยังช่วยปรับปรุงระดับน้ำตาลในเลือด ดีต่อกระดูก ช่วยลดน้ำหนัก และนอนหลับได้ดีขึ้น การเดินยังมีข้อดีอีกประการ คือเป็นการออกกำลังกายที่มีแรงกระแทกต่ำไม่ทำให้ข้อต่อได้รับแรงกดมากเกิน ซึ่งช่วยให้หัวใจและปอดแข็งแรงขึ้น

อย่างไรก็ดี การเดินอย่างเดียวไม่เพียงพอสำหรับการมีสุขภาพดีในภาพรวม เพราะไม่ได้สร้างความแข็งแกร่งและความต้านทานของกล้ามเนื้อ คณะผู้เชี่ยวชาญจึงแนะนำการเพิ่มกิจกรรมเสริมสร้างกล้ามเนื้ออย่างน้อย 2 ครั้งต่อสัปดาห์ เช่น ยกเวทหรือใช้อุปกรณ์ในยิม และออกกำลังกายที่เพิ่มความยืดหยุ่น อย่างโยคะหรือยืดเหยียด

Health News : ‘เดิน’ ผสมออกกำลังกายอื่นๆ ช่วยสร้างสุขภาพดี-ป้องกันโรค

https://www.naewna.com/lady/841812

Health News : ‘เดิน’ ผสมออกกำลังกายอื่นๆ  ช่วยสร้างสุขภาพดี-ป้องกันโรค

Health News : ‘เดิน’ ผสมออกกำลังกายอื่นๆ ช่วยสร้างสุขภาพดี-ป้องกันโรค

วันอาทิตย์ ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

คณะผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์เห็นพ้องต้องกันว่าการเดินเป็นวิธีง่ายๆ ในการบำรุงสุขภาพกายและสุขภาพจิต ส่งเสริมสมรรถภาพทางกาย และป้องกันโรค

รายงานระบุว่าการเดินสามารถช่วยตอบโจทย์ข้อแนะนำของนายแพทย์ใหญ่ในสหรัฐฯ ที่ว่าผู้ใหญ่ควรออกกำลังกายแบบหนักปานกลางอย่างน้อย 2 ชั่วโมงครึ่งต่อสัปดาห์ การออกกำลังกายแบบหนักปานกลางด้วยระยะเวลาดังกล่าวช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง โรคสมองเสื่อม โรคซึมเศร้า และโรคมะเร็งหลายชนิด

จูลี ชมิด พยาบาลจากนอร์ตัน เฮลท์แคร์ ซึ่งดูแลชมรมเดินเพื่อสุขภาพ เผยว่าการเดินยังช่วยปรับปรุงระดับน้ำตาลในเลือด ดีต่อกระดูก ช่วยลดน้ำหนัก และนอนหลับได้ดีขึ้น การเดินยังมีข้อดีอีกประการ คือเป็นการออกกำลังกายที่มีแรงกระแทกต่ำไม่ทำให้ข้อต่อได้รับแรงกดมากเกิน ซึ่งช่วยให้หัวใจและปอดแข็งแรงขึ้น

อย่างไรก็ดี การเดินอย่างเดียวไม่เพียงพอสำหรับการมีสุขภาพดีในภาพรวม เพราะไม่ได้สร้างความแข็งแกร่งและความต้านทานของกล้ามเนื้อ คณะผู้เชี่ยวชาญจึงแนะนำการเพิ่มกิจกรรมเสริมสร้างกล้ามเนื้ออย่างน้อย 2 ครั้งต่อสัปดาห์ เช่น ยกเวทหรือใช้อุปกรณ์ในยิม และออกกำลังกายที่เพิ่มความยืดหยุ่น อย่างโยคะหรือยืดเหยียด

Health News : ยอดตาย ‘มะเร็ง’ ทั่วโลก พุ่งเกือบสองเท่าภายในปี 2050

https://www.naewna.com/lady/840387

Health News : ยอดตาย ‘มะเร็ง’ ทั่วโลก พุ่งเกือบสองเท่าภายในปี 2050

Health News : ยอดตาย ‘มะเร็ง’ ทั่วโลก พุ่งเกือบสองเท่าภายในปี 2050

วันอาทิตย์ ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ผลการศึกษาชิ้นหนึ่งที่เผยแพร่ในวันพุธ (6 พ.ย.) ระบุว่ามีงานวิจัยของออสเตรเลียคาดการณ์ว่าจำนวนผู้เสียชีวิตจากโรคมะเร็งทั่วโลกในแต่ละปีจะเพิ่มขึ้นเป็นเกือบสองเท่าภายในปี 2050 แตะ 18.5 ล้านคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 89.7 จากจำนวน 9.7 ล้านคนในปี 2022

การศึกษาดังกล่าวซึ่งนำโดย ฮับตามู บิซูอาเยฮู จากมหาวิทยาลัยควีนส์แลนด์ ระบุว่าคณะนักวิจัยได้วิเคราะห์ผู้ป่วยและอัตราการเสียชีวิตจากโรคมะเร็ง 36 ชนิดใน 185 ประเทศ และได้คาดการณ์จำนวนผู้ป่วยและการเสียชีวิตในอนาคตโดยใช้อัตราข้างต้น โดยประยุกต์กับอัตราคาดการณ์จำนวนประชากรขององค์การสหประชาชาติ (UN) ในปี 2050 โดยพบว่าจำนวนผู้ป่วยมะเร็งทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นร้อยละ 76.6 จากเดิม 20 ล้านราย ในปี 2022 เป็น 35.3 ล้านราย ในปี 2050

การศึกษาคาดว่าจำนวนผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตจากโรคมะเร็งจะเพิ่มขึ้นเป็นเกือบสามเท่าภายในปี 2050 ในประเทศที่ดัชนีการพัฒนามนุษย์ (HDI) ขององค์การสหประชาชาติอยู่ในอันดับต่ำ เมื่อเทียบกับประเทศที่มีดัชนีการพัฒนามนุษย์สูงมากซึ่งตัวเลขจะเพิ่มขึ้นในระดับปานกลาง

รายงานคาดว่ามะเร็งปอดจะยังคงเป็นสาเหตุหลักของการเสียชีวิตด้วยมะเร็งในปี 2050 ครองสัดส่วนประมาณร้อยละ 19.2 ของการเสียชีวิตด้วยมะเร็งทั้งหมดทั่วโลก เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 18.7 ในปี 2022

Health News : สหรัฐพบหมูติดเชื้อไข้หวัดนก H5N1 เป็นครั้งแรก

https://www.naewna.com/lady/839020

Health News : สหรัฐพบหมูติดเชื้อไข้หวัดนก H5N1 เป็นครั้งแรก

Health News : สหรัฐพบหมูติดเชื้อไข้หวัดนก H5N1 เป็นครั้งแรก

วันอาทิตย์ ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 08.40 น.

กระทรวงเกษตรสหรัฐยืนยันตรวจพบเชื้อไวรัสไข้หวัดนก สายพันธุ์ H5N1 ในหมูของสหรัฐฯ เป็นครั้งแรก หลังจากสำนักงานเกษตรรัฐออริกอน รายงานพบหมูติดเชื้อไวรัสในฟาร์มหมูแห่งหนึ่ง เมื่อวันที่ 25 ตุลาคมที่ผ่านมา

สำนักข่าวซินหัวของทางการจีนรายงานว่า ห้องปฏิบัติการบริการสัตวแพทย์แห่งชาติ สังกัดกระทรวงเกษตรสหรัฐฯ ยืนยันเมื่อวันที่ 29 ตุลาคมว่า หมู 1 ตัวจากทั้งหมด 5 ตัวของฟาร์มแห่งดังกล่าวติดเชื้อไวรัสไข้หวัดนกสายพันธุ์ H5N1 นับเป็นการตรวจพบเชื้อชนิดนี้ในหมูเป็นครั้งแรกของสหรัฐฯ

กระทรวงเกษตรสหรัฐฯ เผยด้วยว่า มีการกักกันฟาร์มแห่งนี้เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสเพิ่มเติมแล้ว ส่วนสัตว์ชนิดอื่นในฟาร์ม เช่น แกะและแพะ ยังอยู่ภายใต้การเฝ้าระวัง พร้อมกับชี้แจงว่า ฟาร์มดังกล่าวไม่ได้เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ และสัตว์ของฟาร์มไม่ได้เลี้ยงไว้เพื่อใช้ผลิตอาหารเชิงพาณิชย์ ผลการตรวจพบครั้งนี้จึงไม่สร้างข้อกังวลความปลอดภัยด้านอุปทานเนื้อหมูของประเทศ

Health News : เยอรมนีพบป่วย ‘ฝีดาษลิง’ สายพันธุ์เคลด 1บี รายแรกของประเทศ

https://www.naewna.com/lady/837656

Health News : เยอรมนีพบป่วย ‘ฝีดาษลิง’ สายพันธุ์เคลด 1บี รายแรกของประเทศ

Health News : เยอรมนีพบป่วย ‘ฝีดาษลิง’ สายพันธุ์เคลด 1บี รายแรกของประเทศ

วันอาทิตย์ ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

สถาบันโรเบิร์ต ค็อค (RKI) หน่วยงานสาธารณสุขชั้นนำของเยอรมนี ประกาศการตรวจพบผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสเอ็มพอกซ์ (mpox) หรือฝีดาษลิงสายพันธุ์เคลด 1บี (Clade Ib) รายแรกของประเทศ โดยยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตที่เกี่ยวข้อง

สถาบันฯ ระบุว่าปัจจุบันผลการประเมินความเสี่ยงของโรคเอ็มพอกซ์ต่อประชากรทั่วไปของเยอรมนีอยู่ในระดับต่ำ ทว่าสถาบันฯ ยังคงเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และจะปรับการประเมินตามข้อมูลที่มีล่าสุดหากจำเป็น

ผลการประเมินความเสี่ยงในปัจจุบันมาจากข้อเท็จจริงที่ว่า “การส่งต่อเชื้อไวรัสเอ็มพอกซ์ต้องผ่านการสัมผัสติดต่อทางกายภาพอย่างใกล้ชิด” และสถาบันฯ มองว่ามีวัคซีนที่สามารถป้องกันเชื้อไวรัสฯ สายพันธุ์เคลด 1

ทั้งนี้ องค์การอนามัยโลก (WHO) ประกาศว่าโรคเอ็มพอกซ์เป็นภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุขระหว่างประเทศเมื่อเดือนสิงหาคม 2024 ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณเตือนการระบาดระดับโลกของโรคเอ็มพอกซ์เป็นครั้งที่ 2 ในรอบ 2 ปี

Health News : นิวซีแลนด์เรียกร้องลด ‘เครื่องดื่มแอลกอฮอล์’

https://www.naewna.com/lady/836322

Health News : นิวซีแลนด์เรียกร้องลด ‘เครื่องดื่มแอลกอฮอล์’

Health News : นิวซีแลนด์เรียกร้องลด ‘เครื่องดื่มแอลกอฮอล์’

วันอาทิตย์ ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

บทความวิจัยจากรอยัล โซไซตี (Royal Society) หน่วยงานที่ปรึกษาด้านเงินทุนทางวิทยาศาสตร์ของนิวซีแลนด์ ซึ่งรวบรวมหลักฐานจากมุมมองของนิวซีแลนด์ที่บ่งชี้ว่าแอลกอฮอล์ก่อให้เกิดโรคมะเร็ง ได้ตอกย้ำความจำเป็นของการดำเนินงานลดความนิยมของแอลกอฮอล์

ผลการศึกษานี้กล่าวถึงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แม้ในปริมาณพอเหมาะอาจก่อให้เกิดโรคมะเร็งชนิดต่างๆ และความไม่เท่าเทียมของความเสี่ยงป่วยโรคมะเร็งที่เกี่ยวพันกับแอลกอฮอล์ พร้อมเน้นย้ำคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก (WHO) ที่เรียกร้องการจำกัดการเข้าถึงและการทำการตลาด

การประเมินภาระทางสุขภาพอันเกิดจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยหน่วยงานสาธารณสุขส่วนกลางของนิวซีแลนด์เมื่อเดือนสิงหาคม พบว่าร้อยละ 42 ของผู้เสียชีวิตที่มีแอลกอฮอล์เป็นสาเหตุ 901 ราย มาจากโรคมะเร็ง

เจนนี คอนน์ ศาสตราจารย์กิตติคุณประจำมหาวิทยาลัยโอทาโก กล่าวว่า แอลกอฮอล์ก่อให้เกิดโรคมะเร็งผ่านกลไกต่างๆ โดยแอลกอฮอล์และผลิตภัณฑ์ยิบย่อยที่เกี่ยวข้อง สามารถก่อให้เกิดการกลายพันธุ์ของเซลล์ในร่างกาย เอื้อให้สารก่อมะเร็งอื่นๆ เข้าถึงเซลล์และขัดขวางการทำงานของฮอร์โมน รวมถึงเพิ่มโอกาสมะเร็งแพร่กระจาย ทั้งมะเร็งช่องปากและลำคอ มะเร็งเต้านม มะเร็งตับ และมะเร็งลำไส้โดยเฉพาะ ขณะที่ชาวนิวซีแลนด์เป็นนักดื่มตัวยง โดย 4 ใน 5 ของผู้ใหญ่ในนิวซีแลนด์ดื่มแอลกอฮอล์ แต่ยังไม่ค่อยตระหนักรู้ว่าแอลกอฮอล์ก่อให้เกิดโรคมะเร็ง