เคล็ด(ไม่)ลับ ดูแลผิวให้ชุ่มชื้นสวยรับลมหนาว

เคล็ด(ไม่)ลับ ดูแลผิวให้ชุ่มชื้นสวยรับลมหนาว

เคล็ด(ไม่)ลับ ดูแลผิวให้ชุ่มชื้นสวยรับลมหนาว

วันพฤหัสบดี ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

คงไม่มีใครอยากมีผิวแห้งกร้าน แตกเป็นขุย ขรุขระ ไม่เรียบเนียน แต่เมื่อต้องเผชิญกับอากาศในหน้าหนาว กับลมหนาวๆ ที่เริ่มเข้ามาทักทายกันในช่วงนี้ ก็ยิ่งจะทำให้มีโอกาสเกิดผิวแห้งได้ง่ายขึ้นอีก

ผิวแห้งสร้างปัญหากวนใจให้สาวๆ ทั้งอาการคัน เป็นขุย แต่งหน้าไม่เรียบ และยังทำให้มีโอกาสเกิดริ้วรอยก่อนวัยได้ง่าย และไม่เพียงแค่ความแห้งของอากาศในหน้าหนาวเท่านั้นที่เป็นสาเหตุทำให้ผิวแห้ง แต่การดูแลผิวที่ไม่ถูกต้อง แสงแดด มลภาวะ และสภาพแวดล้อมก็เป็นตัวการสำคัญของการเกิดผิวแห้งอีกด้วยค่ะปัญหาผิวแห้งเป็นปัญหาที่พบได้บ่อย และสร้างความรำคาญใจให้กับสาวๆ อยู่เสมอๆ แล้วครีมบำรุงที่ขายในท้องตลาดส่วนใหญ่ที่ผสมมอยส์เจอร์ไรส์เซอร์เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว กับการทาครีมบำรุงอย่างเดียวจะเป็นตัวช่วยเรื่องผิวแห้งได้ดีจริงหรือ ไลฟ์เซ็นเตอร์บล็อก ชวนมาทำความรู้จักกับตัวกา และตัวช่วย ในเรื่องของผิวแห้ง

ผิวแห้ง คือ ภาวะที่ระดับน้ำในชั้นใต้ผิวลดลงกว่าระดับปกติ โดยปกติผิวหนังของคนเราที่ดูสดใสผุดผ่องก็เพราะมีส่วนประกอบของน้ำ น้ำมัน และสารให้ความชุ่มชื้นตามธรรมชาติ โดยน้ำเป็นส่วนประกอบที่มีมากและสำคัญที่สุดของเซลส์ผิวหนัง สำหรับน้ำมันจากต่อมไขมันทำหน้าที่ฉาบเคลือบเพื่อป้องกันการสูญเสียน้ำจากเซลล์ผิวหนัง ส่วนสารให้ความชุ่มชื้นตามธรรมชาติจะช่วยดึงดูดน้ำไว้ให้อยู่กับผิวหนัง ดังนั้น ถ้าระดับน้ำในชั้นใต้ผิวลดลงก็จะส่งผลให้ผิวแห้งกร้าน แตกเป็นขุย คัน และเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ง่าย ซึ่งตัวการมีทั้งภายในและภายนอกซึ่งเราสามารถป้องกันและแก้ไขได้ด้วยตัวช่วยต่างๆ ดังนี้ค่ะ

ตัวการที่ทำให้ผิวแห้ง 

อายุ : อายุที่มากขึ้นทำให้ต่อมผลิตไขมันทำงานลดลง ผิวขาดน้ำมันหล่อเลี้ยงผิวตามธรรมชาติ และ ผิวไม่สามารถกักเก็บความชุ่มชื่นไว้ได้ 

สภาพแวดล้อม : แสงแดด มลภาวะต่างๆ และอากาศที่มีความชื้นต่ำ (หน้าหนาว หรืออยู่ในห้องปรับอากาศ)

การดูแลผิวที่ไม่ถูกต้อง: ใช้สบู่ที่ไม่อ่อนโยนต่อผิว ใช้สครับขัดผิดบ่อยเกินความจำเป็น ใช้โลชั่นเช็ดผิวที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ รวมถึงการอาบน้ำที่อุ่นจนเกินไปอีกด้วย 

ยาบางชนิด : เช่นยาทาสิว ยาขับปัสสาวะ 

โรคบางชนิด : ผิวแห้งสามารถพบได้ร่วมกับโรคต่างๆ เช่น โรคผิวหนังผื่นแพ้ (Eczema) โรคสะเก็ดเงิน (Psoriasis) โรคต่อมไทรอยด์ทำงานน้อย (Hypothyroidism) 

ภาวะขาดสารอาหาร (Malnutrition) : การขาดสารอาหารจำพวกวิตามินและกรดไขมันต่างๆ ที่จำเป็นกับผิวจะทำให้ผิวแห้งกร้านหมองคล้ำ
ตัวช่วยลดอาการผิวแห้ง

ดื่มน้ำในปริมาณที่มากพอ : ควรดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8 แก้วเป็นประจำ นอกจากการดื่มน้ำจะช่วยให้ในเรื่องความชุ่มชื้นของผิวแล้วยังช่วยเรื่องของการขับถ่าย และสุขภาพในด้านต่างๆ ได้ดีอีกด้วย

ปกป้องตัวเองจากสภาวะแวดล้อม : ไม่เปิดแอร์เย็นเกินไป และไม่อาบน้ำร้อนที่ร้อนจนเกินไป และในหน้าหนาวควรทาโลชั่นอย่างสม่ำเสมอเป็นประจำ และเลือกใช้โลชั่นให้ถูกประเภท โดยสำหรับผู้ที่มีผิวแห้งมากควรเลือกโลชั่นที่มี ความชุ่มชื้นมากหน่อย ทาโลชั่นอย่างสม่ำเสมอเป็นประจำ ที่สำคัญโลชั่นเหล่านี้ไม่ควรมีส่วนผสมของน้ำหอม หรือแอลกอฮอล์ซึ่งจะทำให้ผิวแห้งมากกว่าเดิม

เลือกใช้สบู่ที่เหมาะกับสภาพผิว : ควรเลือกสบู่ที่ไม่มีส่วนผสมของน้ำหอม หรือเลือกสบู่เด็ก ที่ไม่รุนแรงต่อสภาพผิวนอกจากนี้คุณสามารถเลือกใช้สบู่ที่มีส่วนผสมของโลชั่น เพื่อเพิ่มความชุ่มชื่นให้กับผิว

การเอาน้ำใส่แก้วแล้ววางไว้ใกล้ๆ ตัว : ทั้งในห้องนอน ห้องนั่งเล่น หรือที่ทำงาน โดยเฉพาะห้องที่มีความแห้งในอากาศอย่างห้องแอร์เพราะน้ำจะช่วยเพิ่มความชื้นในอากาศ ทำให้ผิวสูญเสียความชุ่มชื้นน้อยลง

เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ : เนื้อปลา น้ำมันมะกอก มะเขือเทศ บล็อคโคลี เมล็ดข้าวที่ยังไม่ขัดสี ธัญพืช ผักและผลไม้สด และควรหลีกเลี่ยงอาหารประเภทที่มีไขมันอิ่มตัว เช่น เบคอน ไอศกรีม เนย ชา กาแฟ รวมถึงงดเว้นการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอลล์
ง่ายๆ เพียงเท่านี้ ก็ไม่ต้องกังวลใจกับผิวแห้งหยาบกร้านอีกต่อไป ให้สาวๆ สามารถเผยผิวสวยเนียนนุ่มชุ่มชื่นได้อย่างมั่นใจได้ทุกสถานการณ์

Boots เนรมิตแลนด์มาร์กของขวัญแห่งปี ลิมิเต็ดเอดิชั่น ดีไซน์หรู ครบจบในที่เดียว

Boots เนรมิตแลนด์มาร์กของขวัญแห่งปี ลิมิเต็ดเอดิชั่น ดีไซน์หรู ครบจบในที่เดียว

Boots เนรมิตแลนด์มาร์กของขวัญแห่งปี ลิมิเต็ดเอดิชั่น ดีไซน์หรู ครบจบในที่เดียว

วันพฤหัสบดี ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

บริษัท บู๊ทส์ รีเทล (ประเทศไทย) จำกัด ผู้จำหน่ายผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและความงามชั้นนำระดับโลก ต้อนรับเทศกาลแห่งความสุขส่งท้ายปีแบบเล่นใหญ่! เปลี่ยนการช้อปของขวัญให้เป็นเรื่องสนุก เนรมิตร้านภายใต้คอนเซปต์ “Boots Gifting Destination” ทุกโมเมนต์ของขวัญ…เริ่มที่ร้านบู๊ทส์

ซีซั่นนี้ บู๊ทส์รู้ใจคนรักความงามและแฟชั่นนิสต้าด้วย “Boots Gifting Collection” เซตของขวัญสุดเอ็กซ์คลูซีฟกว่า 18 รายการ คัดสรรเฉพาะสินค้าขายดีและเป็นที่นิยมจากหลากหลายกลุ่มผลิตภัณฑ์ พร้อมเสริมทัพด้วยแบรนด์ใหม่อีกมากมายที่เข้าร่วมเป็นครั้งแรก เพื่อขยายทางเลือกให้ผู้บริโภคได้เลือกซื้อของขวัญที่หลากหลายยิ่งขึ้น ที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ตั้งแต่ Luxury Skincare ไปจนถึง Body Care กลิ่นหอมชวนหลงใหล ตอบโจทย์เทรนด์ผู้บริโภคยุคใหม่

ทั้งนี้ บู๊ทส์ยังให้ความสำคัญกับการออกแบบบรรจุภัณฑ์รูปแบบพิเศษเฉพาะฤดูกาล มาในแพ็กเกจจิ้งดีไซน์หรูเลอค่าแบบสวยจบไม่ต้องห่อเพิ่ม เพื่อเพิ่มความโดดเด่นและมูลค่าในการมอบเป็นของขวัญในราคาที่เข้าถึงง่ายเริ่มต้นเพียงหลักร้อย พร้อมส่วนลดพิเศษสูงสุดถึง 50% เพื่อให้ลูกค้าได้รับความคุ้มค่าสูงสุด ที่ร้าน Boots ทุกสาขาทั่ว

พบกับไอเท็มระดับตำนาน และแบรนด์ชั้นนำจากอังกฤษที่ถูกจัดเซตมาเพื่อโมเมนต์พิเศษแห่งปี  No7 (นัมเบอร์เซเว่น) ที่สุดแห่งสกินแคร์อันดับ 1 จากอังกฤษ มอบของขวัญเลอค่าแด่คนพิเศษด้วย Best-selling gift ที่ผู้รับต้องประทับใจ Ted Baker (เท็ด เบเกอร์) ยกระดับความหรูหราด้วยกลิ่นอายผู้ดีอังกฤษแท้ๆ กับผลิตภัณฑ์ดูแลผิวกายและน้ำหอมที่มาพร้อม Note กลิ่นหอมเย้ายวน แพ็กเกจจิ้งดีไซน์โมเดิร์น สะท้อนรสนิยมอันเหนือระดับ Soap & Glory (โซพ แอนด์ กลอรี่) เอาใจสาวๆ สายขี้เล่นด้วยบอดี้แคร์กลิ่นหอมฟุ้งอันเป็นซิกเนเจอร์ มาในแพ็กเกจจิ้งสไตล์วินเทจสีชมพูสดใส มอบความสนุกและผิวสวยโกลว์ในทุกครั้งที่ใช้ Boots Flavour (บู๊ทส์ เฟลเวอร์) เติมความสดชื่นให้ชีวิตชีวาด้วยผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดและบำรุงผิวที่มาพร้อมความหอมสดใสและ กลิ่นหอม   ในราคาน่ารักที่ใครก็ปฏิเสธไม่ลง

สค.มอบรางวัลผู้โชคดี ร่วมกิจกรรมล้วงไข่ไดโนเสาร์ ณ บูธกระทรวง พม. ภายในงานกาชาดประจำปี 2568

สค.มอบรางวัลผู้โชคดี ร่วมกิจกรรมล้วงไข่ไดโนเสาร์ ณ บูธกระทรวง พม. ภายในงานกาชาดประจำปี 2568

สค.มอบรางวัลผู้โชคดี ร่วมกิจกรรมล้วงไข่ไดโนเสาร์ ณ บูธกระทรวง พม. ภายในงานกาชาดประจำปี 2568

วันพฤหัสบดี ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 02.17 น.

นายอัครา พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) พร้อมด้วย นายกันตพงศ์ รังษีสว่าง ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (ปลัด พม.) เยี่ยมชมร้านกาชาดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยมี นางจตุพร โรจนพานิช อธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว พร้อมด้วย นางพรนิภา มาสิลีรังสี และนางสุดา สุหลง รองอธิบดีกรมกิจการสตรีและครอบครัว นำคณะผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว ร่วมออกร้านกาชาด ประจำปี 2568 ณ บูธกาชาดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ในโอกาสนี้ คณะผู้บริหารกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว ได้มอบของรางวัลแก่ผู้โชคดีที่เข้าร่วมกิจกรรมเกม “ล้วงไข่ไดโนเสาร์” ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ได้รับความสนใจจากประชาชนเป็นอย่างมาก สร้างบรรยากาศแห่งความสุข ความสนุกสนาน และการมีส่วนร่วมภายในบูธ

ทั้งนี้ กิจกรรมภายในบูธได้รับเกียรติจากทีม เหล่าสาวงามจากเวที MISS TIFFANY สาวงามจากเวที Miss Trans Thailand 2025 หนุ่มหล่อจากเวที Mr.Gay Universe Thailand 2025 และหนุ่มหล่อจากMister Bodyguard Thailand 2025 มาร่วมเป็นส่วนสำคัญในการดำเนินกิจกรรม เชิญชวนประชาชนร่วมเล่นเกม แจกของรางวัลภายในบูธ และร่วมถ่ายทอดแนวคิดการอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างเคารพในความหลากหลาย สอดคล้องกับภารกิจของกระทรวง พม. ในการส่งเสริมความเสมอภาคและการไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ส่งผลให้บรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างคึกคัก อบอวลด้วยรอยยิ้มและความประทับใจตลอดการจัดกิจกรรม

สำหรับงานกาชาด ประจำปี 2568 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 11 – 21 ธันวาคม พ.ศ. 2568 ตั้งเเต่เวลา 11.00–22.00 น. ณ สวนลุมพินี กรุงเทพมหานคร โดยบูธกาชาดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ตั้งอยู่ใน Zone 3 ส่วนราชการ (บูธ 3.11) ใกล้ประตู 1 ถนนวิทยุ

#ข่าวพม #พม #กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว #พมใกล้คุณ #สังคมไทยไร้รุนแรง #หยุดคุกคามทางเพศ #ฝึกอาชีพฟรี #เลี้ยงเดี่ยวไม่เดียวดาย #แตกต่างอย่างเท่าเทียม #DWF #สค.

ติดตามข่าวสาร สค.ได้ที่ เว็บไซต์: https://www.dwf.go.th/ , Facebook Fanpage : https://www.facebook.com/sorkor026596776/ , TikTok : https://www.tiktok.com/@dwf_tiktok?_t=8Zl3GRosGXq&_r=1 , เพื่อนครอบครัว: http://www.xn--42ca5dfr6ac6azcd1c9c9f0e.com/ , LINE Official : @linefamily , YouTube: https://www.youtube.com/channel/UCXtsy6w-fx3fkESr-C6UaAA

-(016)

สมเด็จพระสังฆราชประทานไฟพระฤกษ์ ‘สวดมนต์ข้ามปี’ เสริมสิริมงคล ถวายพระราชกุศล ต้อนรับศักราชใหม่ 2569

สมเด็จพระสังฆราชประทานไฟพระฤกษ์ 'สวดมนต์ข้ามปี' เสริมสิริมงคล ถวายพระราชกุศล ต้อนรับศักราชใหม่ 2569

สมเด็จพระสังฆราชประทานไฟพระฤกษ์ ‘สวดมนต์ข้ามปี’ เสริมสิริมงคล ถวายพระราชกุศล ต้อนรับศักราชใหม่ 2569

วันพฤหัสบดี ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 02.12 น.

พระอุโบสถวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ประทานไฟพระฤกษ์ให้แก่กระทรวงวัฒนธรรม โดยนางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม มอบหมายให้นายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม เป็นผู้เข้ารับไฟพระฤกษ์ประทานแก่กระทรวงวัฒนธรรมนำไปมอบให้สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดถวายแด่เจ้าคณะจังหวัด ทั้งมหานิกายและธรรมยุตทุกจังหวัดทั่วประเทศ สำหรับจุดในพิธีสวดมนต์ข้ามปี เสริมสิริมงคลทั่วไทย ถวายพระราชกุศล ส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับศักราชใหม่ 2569

นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (รมว.วธ.) เปิดเผยว่า กระทรวงวัฒนธรรม ได้รับพระเมตตาจากสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ประทานไฟพระฤกษ์ให้แก่กระทรวงวัฒนธรรม เพื่อจุดเทียนมงคลในพิธีสวดมนต์ข้ามปีในส่วนกลาง ณ วัดสระเกศ วัดอรุณราชวราราม และวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม และประทานกล่องไม้ขีดไฟประทับตราสมเด็จพระสังฆราช (ออป.) เพื่อมอบให้สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดทั่วประเทศ นำไปประกอบพิธีจุดเทียนมงคลในกิจกรรมดังกล่าว สร้างขวัญกำลังใจแก่พุทธศาสนิกชนที่เข้าร่วมในพิธี และเป็นสิริมงคลในการเข้าสู่ศักราชใหม่ โดยกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปี เสริมสิริมงคลทั่วไทย ถวายพระราชกุศล ต้อนรับศักราชใหม่ 2569

จัดขึ้นระหว่างวันที่ 31 ธันวาคม 2568 ถึงวันที่ 1 มกราคม 2569 เพื่อถวายพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี และพระบรมวงศานุวงศ์ รวมทั้งส่งเสริมให้พุทธศาสนิกชนได้ปฏิบัติธรรม สวดมนต์ต้อนรับปีใหม่และขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัว ได้เริ่มต้นปีด้วยความเป็นสิริมงคลในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ด้วยการทำบุญตักบาตร ถวายสังฆทาน ในช่วงเทศกาลวันปีใหม่ อันมีส่วนช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ เพราะถือเป็นกิจกรรมทางวัฒนธรรมที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศให้มาเที่ยวในประเทศ ซึ่งจะส่งผลดีต่อภาคการท่องเที่ยวของประเทศไทย รวมทั้งกิจกรรมดังกล่าว ได้จัดขึ้นในจังหวัดที่มีชายแดนติดกับประเทศอาเซียน 14 จังหวัด ได้แก่ 1. เชียงราย 2. ตาก 3. นครพนม 4. นราธิวาส 5. บึงกาฬ 6. มุกดาหาร 7. แม่ฮ่องสอน 

8. ยะลา 9. ระนอง 10. เลย 11. สงขลา 12. สตูล 13. หนองคาย 14. อุบลราชธานี ซึ่งจะทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างประเทศที่มีวัฒนธรรมร่วมกัน 

-(016)

คุณแหน : 18 ธันวาคม 2568

คุณแหน : 18 ธันวาคม 2568

คุณแหน : 18 ธันวาคม 2568

วันพฤหัสบดี ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 02.00 น.

  • พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า ฝ่ายใน ชั้น ทุติยจุลจอมเกล้าวิเศษ แก่ หม่อมเจ้าอุทัยกัญญา ภาณุพันธุ์ ตั้งแต่วันที่ 2 ธ.ค.2568..
  • สมเด็จพระราชาธิบดี จิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก และ สมเด็จพระราชินี เจตชุน เพมา วังชุก แห่งราชอาณาจักรภูฏาน เสด็จพระราชดำเนินในพิธีทูลเกล้าฯ ถวายปริญญาศิลปศาสตร์ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย..ศ.พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย นายกสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เรียนเชิญเฝ้าทูลละอองพระบาทรับเสด็จฯ 22 ธ.ค.09.00 น. ณ หอประชุมจุฬาลงกรณ์ฯ..
  • ม.ล.ปนัดดา – อัมพร – ดร.วรดิศ  ดิศกุล เปิดวังวรดิศ ต้อนรับการเข้าทัศนศึกษาของนักเรียนนายร้อย จปร. ชั้นปี 5 เป็นรุ่นที่ 73 ศึกษาพระประวัติสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ผู้บัญชาการทหารบกพระองค์แรก วันศุกร์ที่ 19 ธ.ค. ศกนี้ ก่อนสำเร็จการศึกษา…
  • ปฎิทินตั้งโต๊ะปีใหม่ 2569 ของ บมจ.ล็อกซเล่ย์ น้อมนำ “พระทวารวดีศรีเบญจ จีนล่ำซำรฤก” พระพุทธรูปจำลองจากองค์โบราณที่ค้นพบ ณ ลุ่มน้ำมูล และเกิดจากแรงศรัทธาอันแน่วแน่ในพระพุทธศาสนาจากทายาทตระกูลล่ำซำ เพื่อรำลึกถึงความจงรักภักดีของบรรพชนต่อองค์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 และเพื่อสืบสานคุณูปการของ “นายอึ้ง เหมี่ยว เหงี่ยน” ผู้เป็นต้นตระกูลล่ำซำ ให้สถิตอยู่ในใจลูกหลานและเพื่อความเป็นสิริมงคลและความรุ่งเรืองแก่ผู้รับ เป็นปกปฎิทิน รวมทั้ง พุทธบารมีศรีมงคล รวบรวมพระพุทธรูปปางประจำราศีเกิดทั้ง 12 ราศี เปี่ยมด้วยพุทธคุณเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจสำหรับผู้ที่เกิดแต่ละราศี  ทำให้ผู้รับใจใสใจสบาย ..
  • ใกล้จะขึ้นปีใหม่แล้ว กทม. โดย สำนักสิ่งแวดล้อม ชวนส่งต่อปฏิทิน ‘ตั้งโต๊ะ’ เก่า เปลี่ยนเป็นสื่อการเรียนการสอนอักษรเบรลล์สำหรับผู้พิการทางสายตา ลดขยะ รักษาสิ่งแวดล้อม  ให้กับมูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ในกิจกรรม “ปฏิทินปีเก่า เราขอ” (ปีที่ 5) โดยบริจาคได้ตั้งแต่บัดนี้ถึง 31 ม.ค.2569 ณ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (เสาชิงช้า),ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 (ดินแดง) และสำนักงานเขตทั้ง 50 เขต..
  • พระพรหมวชิรรังษี ประธานกรรมการมูลนิธิสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช วัดบวรนิเวศวิหาร ในพระบรมราชูปถัมภ์ มอบทุนพระสังฆราชูปถัมภ์ จากการจัดกิจกรรมเดินวิ่ง “ก้าวด้วยธรรม ครั้งที่ 9” โดยมี ดร.สุนันทา ลีเลิศพันธ์ เป็นประธานกรรมการจัดกิจกรรม ให้แก่ 19 โรงพยาบาล รวมทั้งสิ้น 19,315,260 บาท ณ อาคาร 100 ปี วัดบวรนิเวศวิหาร..
  • พ็อกเกตบุ้ค “คิดถึงรสมือแม่” จัดทำโดย ณฐินี ศรียุกต์สิริ ด้วยความรักเพื่อระลึกถึงคุณแม่ที่รักยิ่ง คุณหญิงชอุ่มศรี วีรานุวัตติ์ รวบรวมตำรับอาหารที่หายาก ภาพสวย พร้อม สูตรและวิธีทำพร้อมแรงบันดาลใจจากกัลยาณมิตรอาทิ ท่านผู้หญิงเพ็ญศรี วัชโรทัย,ทิพย์มณี จรรยาวงษ์,ธีระพันธ์ วรรณรัตน์,วรายุฑ มิลินทจินดา,ท่านผู้หญิงสุจิตคุณ สารสิน  ฯลฯ  และแรงบันดาลใจคู่คุณแม่คุณลูก อาทิ ท่านผู้หญิงสำอางวรรณ-สุภวรรณ ล่ำซำ,ท่านผู้หญิงอรุณ กิติยากร-ม.ล.สิริณา จิตตาลาน พร้อมบทความดีๆมีสาระประโยชน์มากมาย วางจำหน่ายที่ร้านภูฟ้า ทุกสาขา ราคาเล่มละ 295 บาท เป็นของขวัญของฝากถูกใจผู้รับแน่นอน .. ผู้จัดทำมอบรายได้ทั้งหมดโดยไม่หักค่าใช้จ่าย ให้กองทุนพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร โครงการในพระราชดำริสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ..

น้อง

สทน.คว้า 7 รางวัล จากการประกวดงานวิจัยสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมของสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ปี 2569

สทน.คว้า 7 รางวัล จากการประกวดงานวิจัยสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมของสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ปี 2569

สทน.คว้า 7 รางวัล จากการประกวดงานวิจัยสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมของสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ปี 2569

วันพุธ ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 23.07 น.

ผลงานจากการวิจัย พัฒนาของสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สทน. สร้างชื่อ คว้า 7 รางวัล จากการประกวดงานวิจัย สิ่งประดิษฐ์และวัตกรรมปี 2569 ของสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ชี้เป็นงานวิจัยที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม   บางผลงานพร้อมนำไปต่อยอดทางอุตสาหกรรม

รศ.ดร.ธวัชชัย อ่อนจันทร์ ผู้อำนวยการสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สทน. เปิดเผยว่า นอกเหนือจากภารกิจการให้บริการเทคโนโลยีนิวเคลียร์ในด้านต่างๆ (เกษตรกรรม อุตสาหกรรม การแพทย์ สิ่งแวดล้อม) เพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจและสังคม  สทน. ยังมีการวิจัยพัฒนาวิชาการและนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีนิวเคลียร์เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ให้สอดคล้องกับการพัฒนาประเทศ  ในแต่ละปี สทน. ได้ส่งผลงานการวิจัยเข้าร่วมประกวดในเวทีระดับประเทศและต่างประเทศจนได้รับรางวัลมากมาย สำหรับในปีงบประมาณ 2569  มีผลงานการประดิษฐ์คิดค้นและการวิจัยของ สทน. ได้รับรางวัลการประกวดจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) จำนวน 7 รางวัล ดังนี้  1) รางวัลผลงานประดิษฐ์คิดค้น ระดับดี จำนวน 1 รางวัล เรื่อง “โอ้ซีลีนอร์แคนเซอร์ : นาโนเทคโนโลยีอุบัติใหม่ของซีลีเนียมนาโนไฮบริดที่ทำงานหลากหลายฟังก์ชั่น เป็นตัวนำส่งนาโนอัจฉริยะสำหรับระบบนำส่งยาต้านมะเร็งอย่างทรงประสิทธิภาพ” ผลงานของ ดร.ศักด์ชัย  หลักสี และคณะวิจัย 2) ผลงานประดิษฐ์คิดค้น รางวัลเกียรติคุณ จำนวน 1 รางวัล คือ “นวัตกรรมหุ่นยนต์อัจฉริยะต้นทุนต่ำ  สำหรับตรวจวัดรังสีและเก็บกู้วัสดุกัมมันตรังสี เพื่อการจัดการภาวะฉุกเฉินอย่างมีประสิทธิภาพ”  ผลงานของ ดร.กนกรัชต์  ตียพันธ์ และคณะวิจัย  3) ผลงานวิจัยรางวัลผลงานคุณภาพ จำนวน 5 รางวัล คือ 

3.1 “Zeolite Molecular Sieve (ZMS : นวัตกรรมวัสดุดูดซับสำหรับเทคโนโลยีดักจับและกักเก็บคาร์บอน” ( Zeolite Molecular Sieve (ZMS) : An Innovative Adsorbent Material for Carbon Capture and Storage Technologies) ผลงานของ ดร.วิลาสินี กิ่งก้ำ และคณะวิจัย  

3.2 ผลงานเรื่อง “บรรจุภัณฑ์สำหรับบรรจุแคปซูลวัสดุกัมมันตรังสีหลังการปรับสภาพกากกัมมันตรังสี ประเภท DC12CAP “ ( Packaging for Radioactive Material Capsules After Conditioning of Disused Sealed Radioactive Source (DSRS) Type DC12CAP) ผลงานของ นางอัจฉรา  พัฒนทรัพย์ และคณะวิจัย 

3.3 ผลงานเรื่อง “ชวาดอท : คาร์บอนดอทจากกระบวนการรังสีไอออไนซ์สะอาด”(Chawa Dots : Carbon Dots from Water Hyacinth Via Clean Ionizing Radiation) ผลงานของ ผศ.ดร.(พิเศษ) ธนกร แสงทวีสิน และคณะวิจัย  

3.4 ผลงานเรื่อง “ ระบบตรวจวัดค่าตัวแปรจากภาพ ( Image Processing) เพื่อการประมวลผล และแจ้งเตือนการทำงานที่มีแนวโน้มผิดปกติ (Intelligent Image Processing System for Real-Time Monitoring and Early Anomaly Detection) ผลงานของ นายกิติศักดิ์  โคมน้อย และคณะวิจัย  

3.5 ผลงานเรื่อง “เครื่องสร้างพลาสมาที่สภาวะบรรยากาศแบบทำงานได้สองฟังก์ชั่น ( Dual-Function Atmospheric Pressure Plasma Generator) ผลงานของนายพสิษฐ์  วงษ์หาบุศย์ และคณะวิจัย

รศ.ดร.ธวัชชัย กล่าวว่า ผลงานการวิจัยดังกล่าว สามารถนำไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ในด้านต่างๆ ได้หลากหลาย ทั้งด้านเศรษฐกิจ  ด้านสังคม และสิ่งแวดล้อม บางผลงานเป็นเทคโนโลยีที่มีความพร้อมในการนำไปพัฒนาต่อยอดในระดับอุตสาหกรรม สามารถปรับขนาดการผลิต (scalability) ได้ง่าย ใช้วัตถุดิบที่มีราคาประหยัด และถูกออกแบบเพื่อรองรับระบบแยกก๊าซในโรงงานอุตสาหกรรม โรงไฟฟ้า และภาคพลังงานหมุนเวียน 

-(016)

GO WHOLESALE – ม.เกษตร ผุดหลักสูตรเฉพาะทางปั้นพนักงานผู้เชี่ยวชาญ ‘ด้านการบริหารสินค้าเนื้อและปลา’

GO WHOLESALE - ม.เกษตร ผุดหลักสูตรเฉพาะทางปั้นพนักงานผู้เชี่ยวชาญ 'ด้านการบริหารสินค้าเนื้อและปลา'

GO WHOLESALE – ม.เกษตร ผุดหลักสูตรเฉพาะทางปั้นพนักงานผู้เชี่ยวชาญ ‘ด้านการบริหารสินค้าเนื้อและปลา’

วันพุธ ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 23.01 น.

โก โฮลเซลล์ จับมือ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ผุดหลักสูตรเฉพาะทางปั้นพนักงานผู้เชี่ยวชาญ “ด้านการบริหารสินค้าเนื้อและปลา” รุ่นแรก! เพิ่มดีกรีบริการยิ่งกว่ามืออาชีพ

โก โฮลเซลล์ (GO WHOLESALE) ศูนย์ค้าส่งวัตถุดิบอาหาร ที่มีความสดใหม่ตลอดเวลาเพื่อผู้ประกอบการ ภายใต้การดำเนินงานของ บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด โฮลเซลล์ จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ตอกย้ำนโยบายที่มุ่งเน้นการให้บริการอย่างเป็นเลิศ ด้วยความร่วมมือครั้งสำคัญกับ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในการสร้างหลักสูตรเพื่อพัฒนาพนักงานสู่การเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการแล่เนื้อ – แล่ปลา ที่ตอบโจทย์ทั้งธุรกิจและการพัฒนาสกิลพนักงานสู่การเติบโต

นางสาวยิ่งลักษณ์ นิพนธ์ศิริ ผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรบุคคล บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด โฮลเซลล์ จำกัด กล่าวว่า โก โฮลเซลล์ เป็นบริษัทในเครือเซ็นทรัล รีเทล ซึ่งที่ผ่านมา เราได้มีการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เพื่อสร้างความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ในการพัฒนาบุคลากรรุ่นใหม่ ซึ่ง โก โฮลเซลล์ ได้ดำเนินการต่อยอดด้วยการพัฒนาหลักสูตรที่ตอบโจทย์ความต้องการของธุรกิจในสองหลักสูตรเฉพาะทางภายใต้โครงการ FRESHTINATION ประกอบด้วย หลักสูตร “มาตรฐานการดูแลคุณภาพเนื้อและการตัดแต่งอย่างมืออาชีพ” และ หลักสูตร “มาตรฐานการดูแลคุณภาพปลาและการตัดแต่งแบบมืออาชีพ” ที่ได้มีการอบรมพนักงานในแผนกเนื้อและปลาจากสำนักงานใหญ่ และ 14 สาขาทั่วประเทศโดยพนักงานฝึกอบรมรุ่นแรกของทั้งสองหลักสูตรรวม 35 ราย เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา 

“โครงการนี้ถือเป็นหนึ่งในแผนพัฒนาบุคลากรของ โก โฮลเซลล์ ที่ให้ความสำคัญกับการสร้างเส้นทางการเติบโตในสายอาชีพอย่างยั่งยืน ส่งเสริมและสนับสนุนให้พนักงานสำนักงานใหญ่และพนักงานสาขาในแผนกเนื้อสัตว์และแผนกปลา ของ โก โฮลเซลล์ ทั้ง 14 สาขา ได้เรียนรู้ทักษะเชิงเทคนิคที่เป็นมาตรฐานสากล เช่น การดูแลคุณภาพวัตถุดิบ และการตัดแต่งอย่างถูกวิธี เข้าใจคุณค่าของความใส่ใจ ในทุกขั้นตอนเพื่อสร้างไอเดียใหม่ๆ รวมไปถึงทักษะทางด้านการบริการที่จะช่วยยกระดับประสบการณ์ให้แก่ลูกค้าให้ดียิ่งขึ้น และจากความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ในครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการสร้างทักษะใหม่ๆ แล้ว ยังเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับพนักงาน สามารถเป็นผู้ช่วยมืออาชีพที่เข้าใจธุรกิจของลูกค้าอย่างแท้จริงด้วย”

ด้าน ผศ.ดร.ศศิธร นาคทอง ผู้จัดการกลุ่มอาหารแปรรูปสินค้าเกษตรและอาหาร โครงการจัดตั้งภาควิชานวัตกรรมอาหารปลอดภัย คณะเกษตร กำแพงแสน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์  กล่าวถึงหลักสูตรเฉพาะทางนี้ว่า รายละเอียดการออกแบบหลักสูตร เริ่มต้นจากการวิเคราะห์ปัญหาที่ โก โฮลเซลล์ พบเวลาปฏิบัติงาน ดูว่าทักษะ เทคนิคที่ต้องการคืออะไร และนำมาสู่การพัฒนาหลักสูตรออกมา โดยมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้สนับสนุนเรื่ององค์ความรู้ และเพิ่มทักษะ Re skill กับ Up skill ให้ได้ดียิ่งขึ้น ทำให้ผู้เรียนสามารถเข้าใจปัญหาและแก้ไขได้มากขึ้น อีกทั้งยังทำให้ทุกคนได้เห็นความสำคัญของบทบาทหน้าที่ตัวเอง ที่นอกจากฝีมือการตัด แล่ ให้ดีแล้ว ยังต้องเข้าใจตัววัตถุดิบอย่างแท้จริงด้วย 

ขณะที่ ผศ.ดร.จุฑา มุกดาสนิท อาจารย์ประจำภาควิชาผลิตภัณฑ์ประมง คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บอกว่า หลักสูตรนี้เป็นการออกแบบร่วมกันระหว่างคณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และโก โฮลเซลล์ เพื่อให้ผู้เข้าอบรมได้มีทักษะในการตรวจเช็คคุณภาพ  การตัดแต่ง ตามมาตรฐานสากล  ซึ่งเมื่อพนักงานมีความเข้าใจดีแล้ว ก็เกิดการส่งมอบผลงานได้อย่างมืออาชีพ 

ทั้งนี้ โก โฮลเซลล์ ได้วางแผนการอบรมหลักสูตรเฉพาะทางอย่างต่อเนื่อง เพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากรให้มีความเชี่ยวชาญอย่างมีมาตรฐาน สร้างการเติบโตในสายงานสายอาชีพอย่างยั่งยืน ซึ่งบุคลากรเหล่านี้ จะเป็นฟันเฟืองสำคัญของการเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้ธุรกิจส่งมอบสินค้าที่สด สะอาด และได้มาตรฐานสูงสุดแก่ลูกค้าผู้ประกอบการและผู้บริโภค

-(016)

มจพ. – QTC จับมือลงนาม MOU มุ่งพัฒนากำลังคนและนวัตกรรมพลังงาน ตอบโจทย์อุตสาหกรรมยุคใหม่

มจพ. - QTC จับมือลงนาม MOU มุ่งพัฒนากำลังคนและนวัตกรรมพลังงาน ตอบโจทย์อุตสาหกรรมยุคใหม่

มจพ. – QTC จับมือลงนาม MOU มุ่งพัฒนากำลังคนและนวัตกรรมพลังงาน ตอบโจทย์อุตสาหกรรมยุคใหม่

วันพุธ ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 19.21 น.

มจพ. จับมือ QTC ลงนามความร่วมมือทางวิชาการ มุ่งพัฒนากำลังคนและนวัตกรรมพลังงาน ตอบโจทย์อุตสาหกรรมยุคใหม่

17 ธันวาคม 2568 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) นำโดย ศาสตราจารย์ ดร.ธีรวุฒิ บุณยโสภณ นายกสภามหาวิทยาลัย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ปรีชา อ่องอารี รองอธิการบดีฝ่ายวางแผนและพัฒนาองค์กร และศาสตราจารย์ ดร.สุชาติ เซี่ยงฉิน ผู้อำนวยการอุทยานเทคโนโลยี มจพ. พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ร่วมพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ ระหว่าง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ โดย อุทยานเทคโนโลยี มจพ. กับ บริษัท คิวทีซี เอนเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) นำโดย คุณพูลพิพัฒน์ ตันธนสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คิวทีซี เอนเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) เข้าร่วมลงนาม ณ ห้องประชุมวายุ ชั้น 4 อาคารอุทยานเทคโนโลยี มจพ. การลงนามความร่วมมือในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อผนึกกำลังระหว่างภาคการศึกษาและภาคอุตสาหกรรม ในการขับเคลื่อนงานวิจัยและนวัตกรรมด้านพลังงาน โดยมุ่งเน้นการยกระดับเทคโนโลยีสำคัญ ได้แก่ การออกแบบและผลิตหม้อแปลงไฟฟ้าประสิทธิภาพสูง เทคโนโลยีวัสดุเพื่อการประหยัดพลังงาน พลังงานหมุนเวียน และระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ รวมถึงการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล อาทิ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และอินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง (IoT) เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของประเทศ ควบคู่ไปกับการพัฒนาศักยภาพบุคลากรและนักศึกษา ผ่านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และการเรียนรู้จากการปฏิบัติจริง เช่น โครงการฝึกงานและโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ (Train the Trainer) เพื่อร่วมกันผลิตกำลังคนสมรรถนะสูง และสนับสนุนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs)

เฉลิมฉลองสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่ The Ritz-Carlton Bangkokเปิดตัว ‘โปรแกรม Oligio X’

เฉลิมฉลองสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่ The Ritz-Carlton Bangkokเปิดตัว 'โปรแกรม Oligio X'

เฉลิมฉลองสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่ The Ritz-Carlton Bangkokเปิดตัว ‘โปรแกรม Oligio X’

วันพุธ ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 15.37 น.

กรอบหน้าชัด คมขึ้นอย่างธรรมชาติ”โปรแกรม Oligio ฉลองความสำเร็จ “100,000,000 Shots” ในประเทศไทยจัดงานเฉลิมฉลองสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่ The Ritz-Carlton Bangkokเปิดตัว “โปรแกรม Oligio X” ตอกย้ำผู้นำเทรนด์ The Snatched Contour Trend และ Thai Beauty Innovation**โปรแกรม Oligio เทคโนโลยียกกระชับระดับพรีเมียมจากประเทศเกาหลีใต้ ประกาศความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ด้วยยอดการใช้งานพลังงานทะลุ 100,000,000 Shots เฉพาะในประเทศไทยสะท้อนความไว้วางใจจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและผู้ใช้จริงทั่วประเทศ ที่เลือก โปรแกรม Oligio เป็นเทคโนโลยียกกระชับอันดับหนึ่งในใจคนไทย

เพื่อเฉลิมฉลองความสำเร็จครั้งประวัติศาสตร์นี้ Wontech Asia ได้จัดงานสุดเอ็กซ์คลูซีฟ “The Pinnacle Night of Oligio X – Celebrating 100,000,000 Shots in Thailand” ณ โรงแรม The Ritz-Carlton Bangkokภายในงานได้รับเกียรติจากเหล่าเซเลบริตี้และแขกรับเชิญชื่อดังร่วมเฉลิมฉลอง อาทิคุณแพร วทานิกา ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา, คุณลุค อิชิคาวะ และ แขกผู้ร่วมงานสุดพิเศษ (เรียงจากซ้ายไปขวา)

พีระยุทธ มั่งคั่ง, นพ.มาศ ไม้ประเสริฐ, พญ. อวิกา รงค์ทอง, นพ. อุกฤษ จิรภัทรสุนทร, รัตมา กำธรเจริญ, celeb, Chloe Choi, Isaac Jang, นพ. ดนัยย์ ประดิษฐสุวรรณ์, พญ. กรวิกกา พัฒนะปราน, นพ. สันติ จตุราวิชานันท์พร้อมโชว์สุดพิเศษจากดีว่าระดับตำนาน คุณอมิตา ทาทา ยังสร้างบรรยากาศแห่งความประทับใจและสะท้อนความงามที่เหนือระดับในแบบ “The Snatched Contour Trend” อย่างสมบูรณ์แบบ

Oligio X – ยุคใหม่แห่ง The Snatched Contour Trendในยุคที่ “กรอบหน้าชัดแต่ดูซอฟต์และสมดุล” กลายเป็นนิยามใหม่ของความงามระดับโลกเทรนด์ The Snatched Contour Trend คือการยกกระชับใบหน้าให้เรียวกระชับ ดูมั่นใจ และอ่อนเยาว์ในเวลาเดียวกันเป็นลุคที่สะท้อนทั้ง Luxury – Confidence – Youthfulness และกำลังได้รับความนิยมอย่างสูงในเอเชีย โดยเฉพาะในวงการ K-Aesthetic และ Thai Beauty

โปรแกรม Oligio X จึงถูกพัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิด “Longevity New Technology – 2 Modes in 1 Device”มาพร้อมระบบอัจฉริยะ Dual Mode: G และ X ที่ออกแบบให้แพทย์สามารถปรับพลังงานและเทคนิคให้เหมาะสมกับโครงสร้างใบหน้า (underlying structure) ของแต่ละบุคคลได้อย่างแม่นยำG Mode: เหมาะสำหรับการยกกระชับทั่วใบหน้า เพิ่มความยืดหยุ่นของผิวอย่างอ่อนโยนX Mode: ให้พลังงานลึกเฉพาะจุด เก็บแนวกรอบหน้า คาง และขากรรไกร เพื่อผลลัพธ์ที่ “Snatched” อย่างเป็นธรรมชาติเทคโนโลยีนี้ตอบโจทย์เทรนด์ความงามยุคใหม่ที่ให้ผลลัพธ์ “ยก – ยุบ – ชัด – ริ้วรอยจาง” พร้อมส่งเสริมสุขภาพผิวระยะยาวตามแนวคิด Longevity Aesthetics

Sea Fire Salt Hua Hin ร้านอาหารติดทะเลสุดพรีเมียม ถ่ายทอดแรงบันดาลใจจากท้องทะเล ณ อนันตรา หัวหิน รีสอร์ท

Sea Fire Salt Hua Hin ร้านอาหารติดทะเลสุดพรีเมียม ถ่ายทอดแรงบันดาลใจจากท้องทะเล  ณ อนันตรา หัวหิน รีสอร์ท

Sea Fire Salt Hua Hin ร้านอาหารติดทะเลสุดพรีเมียม ถ่ายทอดแรงบันดาลใจจากท้องทะเล ณ อนันตรา หัวหิน รีสอร์ท

วันพุธ ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 14.31 น.

อนันตรา หัวหิน รีสอร์ท (Anantara Hua Hin Resort) ในเครือ ไมเนอร์ โฮเทลส์ (Minor Hotels) ชวนสัมผัสรสชาติอาหารทะเลคุณภาพระดับพรีเมียม ที่ Sea Fire Salt Hua Hin ห้องอาหารซิกเนเจอร์ของทางรีสอร์ท ได้รับแรงบันดาลใจจากท้องทะเล จุดเด่นอยู่ที่เทคนิคการย่างบนแผ่นเกลือหิมาลายันที่ให้ความร้อนถึง 200 องศา ซึ่งช่วยเสริมรสชาติจากแร่ธาตุธรรมชาติพร้อมดึงรสชาติของวัตถุดิบออกมาได้อย่างลงตัว

ที่ Sea Fire Salt Hua Hin แขกทุกท่านจะได้รับประทานอาหารที่ผ่านการปรุงอย่างพิถีพิถัน จากวัตถุดิบคุณภาพเยี่ยม ผสานเข้ากับกลิ่นหอมของไฟด้วยเทคนิคการย่างเฉพาะตัวอันเป็นเอกลักษณ์ ทำให้ได้รสสัมผัสที่ลุ่มลึกไม่เหมือนใคร เพื่อยกระดับรสชาติอาหารในทุกๆจาน ผ่านฝีมือการรังสรรค์ของเชฟ Jarno van den Broek ชาวเนเธอแลนด์ ผู้ที่มีประสบการณ์การทำอาหารจากร้านระดับ Michelin Star และ Fine Dining มาอย่างโชกโชน อีกทั้งยังให้ความสำคัญกับวัตถุดิบคุณภาพ การปรุงอย่างเคารพธรรมชาติ และการนำเสนออย่างร่วมสมัยอีกด้วย

ที่ตั้งของร้าน Sea Fire Salt อยู่ติดริมทะเลหัวหิน ในบรรยากาศแบบ Beachfront Dining ที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย แต่ยังคงความหรูหราทันสมัย ผ่านการตกแต่งที่ผสมผสานความเรียบง่ายอย่างเป็นธรรมชาติเข้ากับเฟอร์นิเจอร์สไตล์โมเดิร์นอย่างลงตัว พื้นที่ภายในร้านประกอบด้วยโซนปรับอากาศและโซนด้านนอกรับลมทะเล เหมาะสำหรับมื้ออาหารและงานอีเว้นท์ขนาดเล็ก พร้อมครัวเปิดที่มี BBQ Corner และ Pop-up Rum Bar เพิ่มเพิ่มเสน่ห์และความมีชีวิตชีวา รวมไปถึงพื้นที่สนามหญ้า เหมาะสำหรับงานในโอกาสพิเศษต่างๆอีกด้วย

สำหรับเมนูไฮไลท์ของร้าน Sea Fire Salt ประกอบด้วย

  • Charred Octopus: หมึกออคโตปุสย่าง เสิร์ฟพร้อมมันฝรั่งม่วง, มะกอกดำ, มะเขือเทศกึ่งแห้ง (Semi-dried Tomato), ขึ้นฉ่าย และหญ้าเปรี้ยว (Sorrel) โดยเลือกใช้วัตถุดิบจากท้องถิ่นที่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถัน เพื่อสนับสนุนเกษตรกรและแหล่งผลิตในประเทศไทย
  • Water-Aged Angus Beef Tenderloin (14 Days): เนื้อ Angus Tenderloin ที่ผ่านกระบวนการ Water Aging นาน 14 วัน เพื่อเพิ่มความนุ่มและดึงรสชาติความอร่อยของเนื้อออกมาให้มากที่สุด ผู้ที่ชื่นชอบในการทานเนื้อคุณภาพเยี่ยมไม่ควรพลาด
  • Chocolate Love: นอกจากเมนูของคาวแล้ว ที่ร้านยังมีเมนูของหวานที่ชวนให้ลิ้มลอง อย่างช็อกโกแลตเลิฟ ช็อกโกแลตมูสบาร์สูตรเฉพาะของทางร้าน ผสมเข้ากับถั่วหลากหลายชนิดและดาร์กช็อกโกแลตกานาชสุดเข้มข้น เหมาะสำหรับผู้ที่รักในการทานช็อกโกแลต เพื่อปิดท้ายมื้ออาหารสุดพิเศษได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ร่วมสัมผัสรสชาติอาหารคุณภาพระดับพรีเมียมในบรรยากาศริมทะเลหัวหินอันงดงามและเป็นส่วนตัว ที่ห้องอาหาร Sea Fire Salt อนันตรา หัวหิน รีสอร์ท ตั้งแต่เวลา 11.00 – 22.30 น. โทร 032-520250 อีเมล sfs.ahh@anantara.comข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาเยี่ยมชม www.anantara.com/en/hua-hin