จุฬาฯ-มหิดล ผนึกกำลังสร้างนวัตกรรมเวชสำอางจากข้าวไรซ์เบอร์รี่ไทยถ่ายทอดเทคโนโลยี “AnthoRice™ Complex” เตรียมทดสอบทางคลินิกที่ศิริราช

จุฬาฯ-มหิดล ผนึกกำลังสร้างนวัตกรรมเวชสำอางจากข้าวไรซ์เบอร์รี่ไทยถ่ายทอดเทคโนโลยี

จุฬาฯ-มหิดล ผนึกกำลังสร้างนวัตกรรมเวชสำอางจากข้าวไรซ์เบอร์รี่ไทยถ่ายทอดเทคโนโลยี “AnthoRice™ Complex” เตรียมทดสอบทางคลินิกที่ศิริราช

วันพฤหัสบดี ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 13.10 น.

คณะเภสัชศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ประกาศความสำเร็จจากความร่วมมือครั้งประวัติศาสตร์ในการพัฒนา AnthoRice™ Complex นวัตกรรมเซรั่มบำรุงรากผมจากสารสกัดข้าวไรซ์เบอร์รี่อินทรีย์ไทย ผสานเทคโนโลยี StemAktiv® ที่ผ่านการวิจัยและตีพิมพ์ในวารสารวิชาการระดับนานาชาติ มุ่งแก้ปัญหาผมร่วงผมบางและผมขาวก่อนวัยที่ระดับกลไกเซลล์ 

ทั้งนี้  พิธีลงนามสัญญาถ่ายทอดเทคโนโลยีจัดขึ้น ณ ห้องโถงชั้นล่าง อาคารวิศิษฐ์ ประจวบเหมาะ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยมี ศาสตราจารย์ นายแพทย์ปิยะมิตร ศรีธรา อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล และ ศาสตราจารย์ ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกล่าวเปิดงาน พร้อมด้วยคณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล และคณบดีคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมลงนามเป็นพยาน  

การค้นพบทางวิทยาศาสตร์ 

จากงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร in vivo 38: 1767-1774 (2024) พบว่า สารสกัดจากสมุนไพรไทย 5 ชนิด ได้แก่ อัญชัน มะขามป้อม มะกรูด ถั่วเหลือง และรางจืด สามารถกระตุ้นยีนความเป็นสเต็มเซลล์ (OCT4, NANOG, SOX2) ในเซลล์รากผมมนุษย์ได้สูงถึง 5-6 เท่า ผ่านเทคโนโลยี StemAktiv® ขณะที่สารสกัดข้าวไรซ์เบอร์รี่ซึ่งอุดมด้วย Anthocyanin สามารถกระตุ้นการสร้างเมลานินผ่าน 2 เส้นทางพร้อมกัน คือ SRC Pathway และ AKT/GSK3β/β-catenin Pathway นับเป็นแนวทางใหม่ในการแก้ปัญหาผมร่วงและผมขาวก่อนวัยที่ระดับเซลล์
 
สำหรับ”AnthoRice Complex เป็นการนำองค์ความรู้ด้านสเต็มเซลล์ของสมุนไพรไทยที่ได้วิจัยมานับสิบปี มาบูรณาการกับทรัพยากรไทยอย่างข้าวไรซ์เบอร์รี่ จนได้ผลทดสอบทางแล็ปปฏิบัติการอย่างน่าพึงพอใจ และเป็นที่น่าภูมิใจมากที่ในวันนี้เราได้ยกระดับงานวิจัยไปได้อีกขั้นอย่างเป็นระบบ กับการทดสอบทางคลินิก ณ โรงพยาบาลศิริราช” 

ศ.ดร.ภก.ปิติ จันทร์วรโชติ, คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า”องค์ความรู้ด้านแอนโทไซยานินและชีววิทยาของเม็ดสี เป็นฐานสำคัญในการอธิบายศักยภาพของข้าวไรซ์เบอร์รี่ในมิติของสุขภาพเส้นผมอย่างเป็นระบบ ทำให้เราได้เห็นศักยภาพที่ซ่อนอยู่ของข้าวไทย ด้วยวิทยาศาสตร์ที่พิสูจน์ได้ และนี่จะเป็นต้นแบบของระบบนิเวศที่ยั่งยืน”

 ด้าน ศ.ดร.พญ.อุไรวรรณ พานิช, ภาควิชาเภสัชวิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล กล่าวว่า 
“การวิจัยทางคลินิกที่ศิริราชจะเป็นก้าวสำคัญในการพิสูจน์ประสิทธิภาพและความปลอดภัยของ AnthoRice™ ในอาสาสมัคร เราจะประเมินความหนาแน่นของเส้นผม การเปลี่ยนแปลงของสีผม และสุขภาพหนังศีรษะตลอด 24 สัปดาห์ สำหรับผู้ที่มีปัญหาผมบางหรือผมขาวก่อนวัย นี่อาจเป็นทางเลือกใหม่ที่มาจากงานวิจัยไทยอย่างแท้จริง”

ขณะที่รศ.นพ.รัฐพล ตวงทอง, ภาควิชาตจวิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลระบบนิเวศนวัตกรรม Farm-to-Follicle 
AnthoRice™ Complex เป็นระบบนิเวศนวัตกรรมครบวงจรครั้งแรกของไทย เริ่มตั้งแต่เกษตรกรข้าวไรซ์เบอร์รี่อินทรีย์กว่า 50 ครอบครัวในจังหวัดพิจิตร ผ่านการวิจัยและพัฒนาโดยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยมหิดล ควบคุมการผลิตโดยบริษัท จุฬาฟาร์เทค จำกัด ตามมาตรฐาน GMP และขับเคลื่อนสู่สังคมโดยบริษัท ไทธนบุรี คอร์ปอเรชั่น

‘แม็คโคร–โลตัส’ เดินหน้าขับเคลื่อน Green SEA Games ปลุกจิตสำนึกสนามไร้ขยะพลาสติกผ่าน 3 ภารกิจรักษ์สิ่งแวดล้อม

‘แม็คโคร–โลตัส’ เดินหน้าขับเคลื่อน Green SEA Games ปลุกจิตสำนึกสนามไร้ขยะพลาสติกผ่าน 3 ภารกิจรักษ์สิ่งแวดล้อม

‘แม็คโคร–โลตัส’ เดินหน้าขับเคลื่อน Green SEA Games ปลุกจิตสำนึกสนามไร้ขยะพลาสติกผ่าน 3 ภารกิจรักษ์สิ่งแวดล้อม

วันพฤหัสบดี ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) ผู้ดำเนินธุรกิจค้าส่งและค้าปลีก “แม็คโคร–โลตัส” ภายใต้เครือเจริญโภคภัณฑ์ ร่วมพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 อย่างเป็นทางการ ในฐานะผู้สนับสนุนหลักของมหกรรมกีฬาอาเซียน ตอกย้ำบทบาทองค์กรที่ให้ความสำคัญต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม เดินหน้าพร้อมกลุ่มบริษัทเอกชนร่วมใจขับเคลื่อนแนวคิด Green SEA Games ผ่านกิจกรรมอาสาทำความดีตลอดช่วงการแข่งขัน โดยมุ่งปลุกจิตสำนึกรักษ์สิ่งแวดล้อมให้เกิดขึ้นในทุกภาคส่วน  พร้อมสร้างความยั่งยืนร่วมกัน ด้วยการเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างสนามไร้ขยะขวดพลาสติก ควบคู่กับการเชิญชวนคนไทยรวมพลังส่งแรงใจเชียร์ทัพนักกีฬา  

หนุน Green SEA Games ผ่าน 3 กิจกรรม

AXTRA Drop Point จุดเก็บกลับ–รับคืนขวดพลาสติกเพื่อนำไปรีไซเคิล : ตั้งจุดรับขวดพลาสติกภายในสนามแข่งขันและพื้นที่กิจกรรม เพื่อเปิดโอกาสให้แฟนกีฬามีส่วนร่วมในการจัดการขยะอย่างถูกวิธี ขวดที่รวบรวมได้จะถูกนำไปเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล โดยเปลี่ยนเป็น “เสื้อนักเรียน รีไซเคิล” มอบให้เด็กไทยทั่วประเทศ เป็นการต่อยอดประโยชน์สู่สังคมอย่างยั่งยืน

ทีมอาสาสะอาด – พลังอาสาเพื่อสนามแข่งขันที่ปลอดขยะขวดพลาสติก : จิตอาสาแม็คโคร–โลตัส พร้อมด้วยกลุ่มอาสาจากเครือเจริญโภคภัณฑ์ ร่วมลงพื้นที่เก็บขยะและคัดแยกขวดพลาสติกในทุกจุดของสนามแข่งขัน เพื่อรักษาความสะอาดและลดภาระขยะตกค้างในงานขนาดใหญ่ระดับประเทศ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นขององค์กรในการสร้างมาตรฐานใหม่ของมหกรรมกีฬาที่รักษ์โลกอย่างแท้จริง

ทิ้งขวดก่อนกลับ รับรางวัล – สร้างพฤติกรรมรักษ์โลกแบบสนุกและเข้าถึงง่าย : จัดกิจกรรมรับคืนขวดพลาสติกบริเวณจุดขึ้นรถรับ–ส่ง (Shuttle Bus) เพื่อกระตุ้นให้แฟนกีฬาทิ้งขวดให้ถูกที่ก่อนเดินทางกลับบ้าน พร้อมมอบของที่ระลึกรักษ์โลกเป็นแรงจูงใจ เปลี่ยนการทิ้งขยะให้เป็นกิจกรรมสร้างสรรค์ พร้อมปลูกฝังนิสัยรักษ์สิ่งแวดล้อมในทุกช่วงของการชมการแข่งขัน

นอกจากนี้ แม็คโคร–โลตัส ยังร่วมสร้างประสบการณ์เชียร์กีฬาให้สนุกยิ่งขึ้น ผ่านบูธกิจกรรมภายในสนาม แข่งขัน ที่นำสินค้าคุณภาพมาจำหน่ายพร้อมสิทธิพิเศษและกิจกรรมสร้างสีสันให้แฟนกีฬา รวมถึงการเปิดพื้นที่ “เชียร์โซน” ในสาขา เพื่อให้ชุมชนได้มีพื้นที่รวมพลังเชียร์ทัพนักกีฬาอย่างอบอุ่น พร้อมกิจกรรมและโปรโมชั่นพิเศษตลอดช่วงการแข่งขัน

ซีพี แอ็กซ์ตร้า มุ่งมั่นขับเคลื่อนการสนับสนุนวงการกีฬาควบคู่กับการพัฒนาอย่างยั่งยืน หวังเป็นส่วนหนึ่งในการสร้าง SEA Games ที่โดดเด่นทั้งด้านกีฬาและการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม พร้อมร่วมส่งแรงใจให้ทัพนักกีฬาสร้างผลงานบนเวทีอาเซียนปี 2025 อย่างภาคภูมิใจ

BDMS Wellness Clinic ปักหมุดไทยสู่ Wellness Hub ระดับโลก

BDMS Wellness Clinic ปักหมุดไทยสู่ Wellness Hub ระดับโลก

BDMS Wellness Clinic ปักหมุดไทยสู่ Wellness Hub ระดับโลก

วันพฤหัสบดี ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

บีดีเอ็มเอส เวลเนส คลินิก (BDMS Wellness Clinic) ศูนย์สุขภาพเชิงป้องกันในเครือบริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) นำโดย นายแพทย์ ตนุพล  วิรุฬหการุญ ประธานคณะผู้บริหาร บีดีเอ็มเอส เวลเนส คลินิก และ บีดีเอ็มเอส เวลเนส รีสอร์ท บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) ได้รับเกียรติจาก นางสาววารุณี ปั้นกระจ่าง เอกอัครราชทูต ณ กรุงมัสกัต รัฐสุลต่านโอมาน เพื่อหารือแนวทางสานต่อความร่วมมือด้านสุขภาพระหว่างไทยและโอมาน ภายใต้แนวคิด “Health Vision 2050” ณ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมัสกัต รัฐสุลต่านโอมาน ซึ่งเป็นวิสัยทัศน์ระยะยาวด้านระบบสุขภาพของโอมานในมิติที่สำคัญ ทั้งด้านการเงินสุขภาพ การพัฒนาทรัพยากรบุคคล การให้บริการทางการแพทย์ เทคโนโลยี และผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ ซึ่งสอดคล้องกับพันธกิจและวิสัยทัศน์ Wellness Hub Thailand ของนายแพทย์ตนุพล ในการผลักดัน Wellness Tourism ของไทยสู่ระดับสากล พร้อมผลักดันประเทศไทยให้เป็น Wellness Hub ระดับโลก

นายแพทย์ ตนุพล วิรุฬหการุญ ประธานคณะผู้บริหาร บีดีเอ็มเอส เวลเนส คลินิก และ บีดีเอ็มเอส เวลเนส รีสอร์ท บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน)

ท่ามกลางสถานการณ์ที่ประชากรโอมานกำลังเผชิญความท้าทายด้านสุขภาพที่ซับซ้อนขึ้นจากภาระโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก (WHO) สะท้อนภาพที่ชัดเจนถึงบทบาทของ “ภาวะอ้วน” ซึ่งไม่ใช่เพียงเป็นประเด็นด้านรูปลักษณ์ภายนอก หากแต่เป็นจุดตั้งต้นสำคัญของโรคไม่ติดต่อเรื้อรังหลากหลายชนิดดังที่ได้กล่าวไปข้างต้น โดย ณ ปัจจุบัน พบว่า ชาวโอมานกว่า 66.9% หรือราว 3,328,275 คน อยู่ในภาวะน้ำหนักเกิน ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนสำคัญที่ชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นในการเสริมสร้างระบบสุขภาพเชิงป้องกันเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนและสร้างอนาคตสุขภาพที่มั่นคงให้กับประเทศ

นายแพทย์ ตนุพล วิรุฬหการุญ ประธานคณะผู้บริหาร บีดีเอ็มเอส เวลเนส คลินิก และ บีดีเอ็มเอส เวลเนส รีสอร์ท บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ปัจจัยหลักที่ทำให้ภาวะอ้วนเพิ่มสูงขึ้นในหมู่ประชาชนชาวโอมาน มาจากการเปลี่ยนแปลงของวิถีชีวิตในยุคปัจจุบันอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบการบริโภคที่เน้นความสะดวกและรวดเร็ว การรับประทานอาหารที่มีพลังงานสูง การเคลื่อนไหวของร่างกายที่ลดลงจากการมีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายในชีวิตประจำวัน ตลอดจนชั่วโมงการทำงานที่ยาวนานซึ่งทำให้เวลาสำหรับการดูแลตนเองลดน้อยลง ปัจจัยเหล่านี้ได้ค่อย ๆ หล่อหลอมจนเกิดภาวะน้ำหนักเกิน ซึ่งกลายเป็นปัญหาสุขภาพที่ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง การเกิดโรคอ้วนจึงเป็นสัญญาณเตือนที่ชัดเจน ให้ทุกคนตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม เพื่อลดความเสี่ยงของโรคไม่ติดต่อเรื้อรังและสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว

การดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน หรือ Proactive Healthcare จึงมีบทบาทสำคัญยิ่งในยุคปัจจุบัน ซึ่งไม่เพียงช่วยให้เราตรวจพบความเสี่ยงและป้องกันโรคตั้งแต่เนิ่นๆ แต่ยังเป็นกุญแจสำคัญในการปรับวิถีชีวิตให้สมดุล ลดภาระค่าใช้จ่ายด้านการรักษา และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน ตลอดจนสร้างวัฒนธรรมการดูแลตนเองเชิงรุกที่สามารถป้องกันการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรังในระยะยาว และสนับสนุนให้ระบบสุขภาพของประเทศมีความยืดหยุ่น แข็งแรง และพร้อมรับมือกับความท้าทายด้านสุขภาวะในอนาคต” นายแพทย์ตนุพล กล่าวเพิ่มเติม

สำหรับประเทศไทย ถือเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางสำคัญของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมาเพื่อ การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ด้วยบริการด้านสุขภาพต่าง  ที่ตอบโจทย์การพักผ่อนผสานกับการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม และประสบการณ์ด้านสุขภาพในมิติที่หลากหลาย ตั้งแต่การตรวจสุขภาพเชิงป้องกัน การฟื้นฟูร่างกายหลังเจ็บป่วย การรักษาเฉพาะทาง ไปจนถึงการพักผ่อนเชิง Wellness ที่ผสมผสานศาสตร์การแพทย์ไทยและแพทย์แผนปัจจุบัน เข้ากับวัฒนธรรมดั้งเดิม พร้อมทั้งโอบล้อมด้วยทิวทัศน์และธรรมชาติอันงดงามในประเทศไทย อย่างภูเขา ทะเล และแม่น้ำ สร้างบรรยากาศผ่อนคลายที่เอื้อต่อการฟื้นฟูร่างกาย จิตใจและจิตวิญญาน ทำให้ผู้มาเยือนได้รับประสบการณ์ที่ส่งเสริมสุขภาพครบมิติที่หลากหลาย

ด้วยเหตุนี้ การให้ความสำคัญกับบริการที่มุ่งส่งเสริมสุขภาพ จึงกลายเป็นปัจจัยดึงดูดความสนใจจากทั้งประชากรในประเทศและนักท่องเที่ยวต่างชาติอย่างต่อเนื่อง โดยศักยภาพและความได้เปรียบทางด้านต่างๆ ของประเทศไทย ไม่เพียงแค่เป็นหนึ่งในปัจจัยที่ช่วยส่งเสริมสุขภาพให้กับนักท่องเที่ยวทั่วโลก แต่ยังเสริมสร้างรายได้และการเติบโตของ GDP ในภาคการท่องเที่ยว และยังสะท้อนถึงศักยภาพของไทยในการต่อยอดสู่การเป็นศูนย์กลาง Wellness Hub 

ซัมซุงยกระดับความร่วมมือภาครัฐ ช่วยเหลือพื้นที่น้ำท่วมภาคใต้ช่วงฟื้นฟูหลังน้ำลด

ซัมซุงยกระดับความร่วมมือภาครัฐ ช่วยเหลือพื้นที่น้ำท่วมภาคใต้ช่วงฟื้นฟูหลังน้ำลด

ซัมซุงยกระดับความร่วมมือภาครัฐ ช่วยเหลือพื้นที่น้ำท่วมภาคใต้ช่วงฟื้นฟูหลังน้ำลด

วันพฤหัสบดี ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ซัมซุงเดินหน้าภารกิจ “เคียงข้างคนไทยในทุกสถานการณ์” อย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในหลายจังหวัดภาคใต้ หลังสถานการณ์น้ำท่วมเริ่มคลี่คลาย โดยขยายการดำเนินงานจากการให้ความช่วยเหลือฉุกเฉินในพื้นที่ สู่การฟื้นฟูและดูแลลูกค้าอย่างทั่วถึง พร้อมยกระดับความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ ได้แก่ กระทรวงอุตสาหกรรม และ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เพื่อร่วมกันให้ความช่วยเหลือด้านการซ่อมบำรุงและบริการหลังการขายแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบ

ทั้งนี้ ทีมงานซัมซุงในพื้นที่ภาคใต้ยังคงเร่งให้ความช่วยเหลือในทุกมิติ ทั้งการส่งมอบถุงยังชีพ เครื่องใช้ไฟฟ้าจำเป็น ไปจนถึงการติดตั้งและซ่อมแซมอุปกรณ์ในครัวเรือนที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม เพื่อให้ทุกครอบครัวสามารถกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด และร่วมมือกับกระทรวงอุตสาหกรรมและสคบ. เพื่อสนับสนุนแนวทางการดูแลผู้บริโภคหลังภัยพิบัติ โดยฝ่ายบริการลูกค้า (Customer Service) ของซัมซุงได้จัดทีมช่างผู้เชี่ยวชาญลงพื้นที่ให้บริการฟรีสำหรับการตรวจเช็ก ซ่อมแซม ให้แก่ลูกค้าที่ได้รับผลกระทบ พร้อมฟรีค่าอะไหล่ในกลุ่มผลิตภัณฑ์สมาร์ทโฟน และส่วนลด 50% ค่าอะไหล่สำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้า

นอกจากนี้ ซัมซุงยังร่วมมือกับตัวแทนจัดจำหน่ายในพื้นที่ จัดโปรโมชันมอบส่วนลดสำหรับซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าของซัมซุงสูงสุดถึง 50%* เพื่อช่วยให้ครอบครัวที่ได้รับผลกระทบสามารถทดแทนเครื่องที่เสียหายและกลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดีได้โดยเร็ว ตอกย้ำความมุ่งมั่นของซัมซุงในการยืนหยัดเคียงข้างคนไทยในทุกสถานการณ์

* เฉพาะสินค้ารุ่นที่กำหนดและร้านค้าที่ร่วมรายการเท่านั้น วันนี้ – 31 ธันวาคม 2568 หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ call center 1282

โรคสมองขาดเลือด ภาวะฉุกเฉินที่ต้องรีบรักษาก่อนเสี่ยงอัมพาต

โรคสมองขาดเลือด ภาวะฉุกเฉินที่ต้องรีบรักษาก่อนเสี่ยงอัมพาต

โรคสมองขาดเลือด ภาวะฉุกเฉินที่ต้องรีบรักษาก่อนเสี่ยงอัมพาต

วันพฤหัสบดี ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

โรคหลอดเลือดสมองขาดเลือดหรือภาวะสมองขาดเลือด (Ischemic Stroke) คือ ภาวะที่การไหลเวียนของเลือดไปเลี้ยงสมองถูกขัดขวางหรืออุดตัน ทำให้เนื้อสมองไม่ได้รับออกซิเจนและสารอาหารอย่างเพียงพอ ส่งผลให้เซลล์สมองเริ่มตายภายในไม่กี่นาที เป็นหนึ่งในสาเหตุการเสียชีวิตและความพิการถาวรที่พบบ่อย หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที

สาเหตุของภาวะสมองขาดเลือด

นายแพทย์วงศ์กนก ก่อวัฒนมงคล อายุรแพทย์โรคสมองและระบบประสาท ชำนาญการด้านโรคหลอดเลือดสมอง โรงพยาบาลเวชธานี อินเตอร์เนชันแนล ให้ข้อมูลว่า ภาวะนี้เกิดขึ้นจากการอุดตันของหลอดเลือดสมองหรือหลอดเลือดที่ส่งเลือดไปเลี้ยงสมอง ซึ่งอาจเกิดจากหลายปัจจัย เช่น ลิ่มเลือด (Blood Clot) เกิดขึ้นในหลอดเลือดสมองโดยตรง หรือหลุดมาจากหัวใจและไปอุดตันหลอดเลือดสมอง, ไขมันเกาะผนังหลอดเลือด (Atherosclerosis) ทำให้หลอดเลือดตีบแคบ, ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ (Atrial Fibrillation) เพิ่มโอกาสเกิดลิ่มเลือดในหัวใจ, โรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง, การสูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป หรือขาดการออกกำลังกาย

นายแพทย์วงศ์กนก ก่อวัฒนมงคล อายุรแพทย์โรคสมองและระบบประสาท ชำนาญการด้านโรคหลอดเลือดสมอง โรงพยาบาลเวชธานี อินเตอร์เนชันแนล

อาการของภาวะสมองขาดเลือด

อาการมักเกิดขึ้นทันทีและต้องรีบไปโรงพยาบาลโดยด่วน โดยสามารถจดจำได้ง่ายด้วยหลัก BEFAST คือ B (Balance)  :: สูญเสียการทรงตัว รู้สึกเวียนศีรษะหรือเดินเซอย่างกะทันหัน E  (Eyes)  :: ปัญหาในการมองเห็น เช่น ภาพซ้อน มองไม่ชัด หรือตามัว ในตาข้างใดข้างหนึ่งหรือทั้งสองข้าง F (Face drooping) : หน้าบิดเบี้ยว ยิ้มไม่เท่ากัน A (Arm weakness) : แขนหรือขาอ่อนแรงข้างใดข้างหนึ่ง S (Speech difficulty) : พูดไม่ชัด พูดไม่ได้ หรือไม่เข้าใจคำพูด

T (Time to call) : หากพบอาการเหล่านี้ ให้รีบโทรเรียกรถพยาบาลทันที อาการอื่นที่อาจพบได้ เช่น เวียนศีรษะอย่างรุนแรง มองเห็นภาพซ้อน เดินเซ หรือหมดสติ

การวินิจฉัยภาวะสมองขาดเลือด

แพทย์จะใช้การตรวจหลายวิธีเพื่อหาสาเหตุและตำแหน่งการอุดตัน เช่น ตรวจร่างกายและระบบประสาท เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Scan) หรือเอกซเรย์คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) ตรวจหลอดเลือดสมอง (MRA, CTA) ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (ECG) เพื่อหาภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ ตรวจเลือดเพื่อประเมินปัจจัยเสี่ยง

การรักษาภาวะสมองขาดเลือด

การรักษาต้องทำอย่างเร่งด่วนภายในเวลาที่กำหนดเพื่อช่วยลดความเสียหายของสมอง คือ ให้ยาละลายลิ่มเลือด (rt-PA) ภายใน 4.5 ชั่วโมงหลังเกิดอาการ ให้ยาป้องกันการเกิดลิ่มเลือดซ้ำ เช่น ยาต้านเกล็ดเลือด หรือยาละลายลิ่มเลือด,การรักษาประคับประคอง เช่น ควบคุมความดันโลหิต น้ำตาลในเลือด และการทำกายภาพฟื้นฟู และเทคโนโลยีการลากลิ่มเลือด (Thrombectomy) ด้วย Biplane DSA

การรักษาหลอดเลือดสมองอุดตันด้วยการ ลากลิ่มเลือด (Thrombectomy) เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพในการกำจัดลิ่มเลือดที่อุดตันในเส้นเลือดสมอง กระบวนการนี้จะดำเนินการโดยแพทย์ผู้ชำนาญการด้านระบบประสาทและหลอดเลือดสมอง ซึ่งแพทย์จะสอดสายสวน (Catheter) ขนาดเล็กเข้าไปทางหลอดเลือดที่ขาหนีบ เพื่อนำลิ่มเลือดออกจากหลอดเลือดที่อุดตันในสมอง ซึ่งการใช้ Biplane Digital Subtraction Angiography (Biplane DSA) ทำให้แพทย์เห็นภาพหลอดเลือดสมองและลิ่มเลือดได้อย่างชัดเจนจากหลายมุมมองพร้อมกัน ช่วยเพิ่มความแม่นยำและลดความเสี่ยงของหัตถการ     ทั้งนี้ โรงพยาบาลเวชธานี มีทีมแพทย์ชำนาญการด้านระบบประสาทและหลอดเลือดสมองที่พร้อมให้การรักษาผู้ป่วยด้วยเทคนิคการลากลิ่มเลือดผ่าน Biplane DSA โดยเทคโนโลยีที่ทันสมัยนี้จะช่วยเพิ่มความแม่นยำในการรักษาและลดความเสี่ยงจากการทำหัตถการ ทำให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลอย่างครบวงจร

ข้อดีของการรักษาด้วยเทคนิคการลากลิ่มเลือดผ่าน Biplane DSA

ลดความเสียหายต่อสมองและเพิ่มโอกาสฟื้นตัว ลดความเสี่ยงการทำลายเนื้อเยื่อสมองเพิ่มเติม ลดเวลาในการรักษา เพิ่มโอกาสรอดชีวิต เหมาะกับผู้ป่วยที่มาถึงโรงพยาบาลภายใน24ชั่วโมงหลังเริ่มมีอาการ

การป้องกันภาวะสมองขาดเลือด

ควบคุมความดันโลหิต น้ำตาล และไขมันในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ลดเค็ม ลดไขมันอิ่มตัว ออกกำลังกายสม่ำเสมอ เลิกสูบบุหรี่และจำกัดการดื่มแอลกอฮอล์ ตรวจสุขภาพประจำปีเพื่อค้นหาปัจจัยเสี่ยงแต่เนิ่น ๆ

ภาวะสมองขาดเลือด เป็นโรคที่ต้องแข่งกับเวลา การรู้เท่าทันอาการและรีบเข้ารับการรักษา จะช่วยเพิ่มโอกาสรอดชีวิตและลดความพิการในระยะยาว โดยปัจจุบันมีเทคโนโลยี Biplane DSA ที่ช่วยให้การรักษามีความแม่นยำและปลอดภัยมากขึ้น

‘มาริษา เจียรวนนท์’ นำทีมมูลนิธิเดอะบิวด์ พร้อมเครือค่ายอาสาสมัครทั่วโลก เดินหน้าพัฒนาโรงเรียนท้องถิ่น เปิดตัว ‘BUILD Skills Lab’ ศูนย์ฝึกอาชีพต้นแบบ

‘มาริษา เจียรวนนท์’ นำทีมมูลนิธิเดอะบิวด์ พร้อมเครือค่ายอาสาสมัครทั่วโลก เดินหน้าพัฒนาโรงเรียนท้องถิ่น เปิดตัว ‘BUILD Skills Lab’ ศูนย์ฝึกอาชีพต้นแบบ

‘มาริษา เจียรวนนท์’ นำทีมมูลนิธิเดอะบิวด์ พร้อมเครือค่ายอาสาสมัครทั่วโลก เดินหน้าพัฒนาโรงเรียนท้องถิ่น เปิดตัว ‘BUILD Skills Lab’ ศูนย์ฝึกอาชีพต้นแบบ

วันพฤหัสบดี ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ก้าวสู่ปีที่ 20 มูลนิธิเดอะบิวด์ (The BUILD Foundation)  มาริษา เจียรวนนท์ ผู้ก่อตั้ง  เปิดตัวโครงการ “BUILD Skills Lab”  ศูนย์ฝึกอาชีพต้นแบบด้านการทำอาหาร การสร้างผลิตภัณฑ์ และเมนูชุมชน แห่งแรก ณ โรงเรียนบ้านหมูสี อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา นับเป็นทั้ง “ของขวัญ” และ “คำมั่นสัญญา” ที่มอบให้แก่ชุมชนในช่วงคริสต์มาสและเทศกาลปีใหม่ที่กำลังจะมาถึง ตอกย้ำความเป็นพื้นที่แห่งการพัฒนาศักยภาพ ที่จะช่วยติดอาวุธทางปัญญาและทักษะให้กับคนในชุมชนบ้านหมูสีอย่างแท้จริง

าริษา เจียรวนนท์ ผู้ก่อตั้ง มูลนิธิเดอะบิวด์ (The BUILD Foundation)

าริษา เจียรวนนท์ ผู้ก่อตั้ง มูลนิธิเดอะบิวด์ (The BUILD Foundation) องค์กรไม่แสวงหากำไรที่มุ่งพัฒนาในด้านการศึกษาสิ่งแวดล้อม และสุขภาพ มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2548 และคนไทยคนแรกที่คว้ารางวัล Blue Cloud Award 2025 จาก China Institute in America รางวัลเกียรติยศที่ได้รับการยกย่องเป็น “สัญลักษณ์แห่งความหวัง” เพื่อยกย่องผู้นำที่สร้างการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและวัฒนธรรมอย่างยั่งยืน ตลอดจนปลูกฝังความเป็น “ผู้ให้” ให้ผลิบานในสังคม

กว่า 19 ปีที่มูลนิธิเดอะบิวด์ (The BUILD Foundation)  มุ่งมั่นสร้างโอกาสทางการศึกษา สุขภาพ และยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับเยาวชนกลุ่มเปราะบางและชุมชน เป็นบทพิสูจน์ความเชื่อที่ว่า “การให้” เปลี่ยนแปลงสังคมให้ดีขึ้นได้อย่างแท้จริง พร้อมก้าวสู่ปีที่ 20 ในปีนี้ กับการเปิดตัวโครงการ “BUILD Skills Lab”  ศูนย์ฝึกอาชีพต้นแบบด้านการทำอาหาร การสร้างผลิตภัณฑ์ และเมนูชุมชน แห่งแรก ณ โรงเรียนบ้านหมูสี อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา โดยมีเป้าหมายเพื่อเป็นพื้นที่เรียนรู้ และยกระดับทักษะให้คนในชุมชนก้าวทันโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โครงการนี้ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ผ่านกิจกรรมสร้างสรรค์ต่างๆ อาทิ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ เครื่องมือส่งเสริมการขาย การใช้ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร รวมถึงทักษะปฏิบัติการด้านอาหารและเครื่องดื่ม เพื่อรองรับการท่องเที่ยวที่กำลังเติบโต ช่วยสร้างรายได้ให้กับตนเองและชุมชนอย่างยั่งยืน

BUILD Skills Lab จึงเป็นโมเดลที่มูลนิธิตั้งใจพัฒนาต่อเนื่องในระยะยาว เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตท้องถิ่น และนับเป็นทั้ง “ของขวัญ” และ “คำมั่นสัญญา” ที่เรามอบให้แก่ชุมชนในช่วงคริสต์มาสและเทศกาลปีใหม่ที่กำลังจะมาถึง

จุดกำเนิดของพื้นที่ความหวัง: The BUILD Foundation 

ด้วยตระหนักถึงความเหลื่อมล้ำทางสังคมที่นับวันจะทวีความรุนแรงมากขึ้น The BUILD Foundation องค์กรไม่แสวงผลกำไร จึงทำหน้าที่เป็น “สะพาน” เชื่อมโอกาสทางการศึกษาให้แก่เยาวชนกลุ่มเปราะบางของไทย เพื่อให้พวกเขาเข้าถึงความรู้และเครื่องมือสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิต

ภายใต้ความร่วมมือกับคณะกรรมการ จิตอาสา และพันธมิตร ที่ร่วมกันสนับสนุนด้านการศึกษาอย่างเป็นระบบ ครอบคลุมตั้งแต่การสร้างอาคารเรียน การปรับปรุงห้องเรียน จัดหาหลักสูตรเสริมทักษะอาชีพ ส่งเสริมด้านสื่อการเรียนการสอน มอบทุนการศึกษา การสนับสนุนด้านโภชนาการและอาหารเสริม รวมถึงสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีของเยาวชน ควบคู่กับการปลูกฝังให้เด็กๆ และชาวชุมชนร่วมกันดูแลและตระหนักถึงความสำคัญของสิ่งแวดล้อมได้อย่างยั่งยืน

เมื่อ “โรงเรียน” สะท้อนช่องว่างที่ซ่อนอยู่ในพื้นที่ห่างไกล     

ในหลายพื้นที่ของประเทศไทย โดยเฉพาะชนบทห่างไกล ชายแดน หรือภูเขาสูง เด็กบางคนต้องเดินเท้าผ่านเส้นทางที่ยากลำบากบนภูเขาหลายกิโลเมตรต่อวันเพื่อไปโรงเรียนที่ใกล้ที่สุด เด็กบางคนจึงต้องหันหลังให้กับการศึกษาเพียงเพราะการเดินทางไปโรงเรียนยากลำบากเกินไป หรือปัญหาความยากจน ทำให้เด็กๆ ต้องออกจากระบบการเรียนเพื่อมาช่วยครอบครัวทำมาหากิน นี่คือความเหลื่อมล้ำที่ไม่ปรากฏในตัวเลข GDP หรือรายงานทางเศรษฐกิจของชาติ หากแต่แฝงตัวอยู่บนเส้นแบ่งระหว่าง “โอกาส” กับ “อุปสรรค” มานานหลายสิบปี

หนึ่งในภารกิจหลักของ The BUILD Foundation คือการสร้างโรงเรียนในถิ่นทุรกันดาร เพื่อส่งเสริมการ “เข้าถึง”องค์ความรู้ต่างๆ ตลอดจนการพัฒนาศักยภาพของเด็กไทย การสร้างโรงเรียนจึงไม่ได้เป็นแค่การนำอิฐไปก่อผนัง นำสีไปทากำแพง หากแต่สะท้อนความเชื่อที่ว่า เด็ก ๆ ทุกคนควรได้รับโอกาสในการเข้าถึงการศึกษาและสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียน เมื่อโรงเรียนแห่งหนึ่งเติบโตขึ้นท่ามกลางธรรมชาติ มันไม่ใช่แค่การส่งมอบอาคารเรียนหรือทุนการศึกษาเพียงอย่างเดียว แต่เปรียบดัง “เมล็ดพันธุ์แห่งความหวัง” ที่เติบโตไปพร้อมกับเด็ก ๆ เพื่อบอกพวกเขาว่า “พวกเขามีสิทธิ์ที่จะฝัน และมีพื้นที่ให้เดินตามความฝัน เช่นเดียวกับเด็ก ๆ ทุกคนบนโลกใบนี้”

ก้าวสู่ปีที่ 20 : เปิดตัว “BUILD Skills Lab” ของขวัญและคำมั่นสัญญาเพื่อชุมชน

ในโอกาสก้าวเข้าสู่ปีที่ 20 และเพื่อมอบทั้ง “ของขวัญ” และ “คำมั่นสัญญา”ให้กับชุมชนในช่วงเทศกาลคริสต์มาสและส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ The BUILD Foundation เปิดตัว “BUILD Skills LabW ห้องปฏิบัติการฝึกทักษะแห่งแรกที่โรงเรียนบ้านหมูสี อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา

BUILD Skills Lab ได้รับการออกแบบให้เป็นศูนย์ฝึกอาชีพด้านการทำอาหาร การสร้างผลิตภัณฑ์ และเมนูชุมชน มุ่งเน้นการให้ความรู้และยกระดับทักษะให้คนในชุมชนสามารถรู้เท่าทันและใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) รวมถึงทักษะสำคัญอื่น ๆ เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยเน้นการเรียนรู้ผ่านกิจกรรมต่างๆ เช่น การสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์หรือเครื่องมือส่งเสริมการขาย การใช้ภาษาอังกฤษเพื่อสื่อสาร และทักษะปฏิบัติการด้านอาหารและเครื่องดื่ม พร้อมจัดเตรียม

กิจกรรมพิเศษเน้นการปฏิบัติจริง: วันเปิดตัว BUILD Skills Lab

คลาสเรียนภาษาอังกฤษและการใช้ AI ในการทำเมนูอาหารและเครื่องมือสื่อสาร: นำทีมโดย เชฟเจเรมี่ ซีเมี่ยน และ เชฟแตง-จิตรลดา สิระชาดาพงศ์ จากร้าน CHADA Chef’s Table อ. เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี โดยผู้เข้าร่วมจะได้เรียนรู้การประยุกต์ใช้ AI ในการสร้างสรรค์เมนูอาหารและการสื่อสารทางการตลาดอย่างมีประสิทธิภาพ

คลาสเรียนทำคุกกี้: กิจกรรมพิเศษสำหรับครู นักเรียน และกลุ่มวิสาหกิจชุมชน นำโดย เชฟเพ็ญณี จิรายุวัฒนา (Penny The Chef) เพื่อเป็นการเสริมสร้างทักษะปฏิบัติการด้านอาหารและส่งเสริมอาชีพในชุมชน

ขณะที่ เชฟพฤกษ์ สัมพันธวรบุตร ยอดฝีมืออาหารตะวันตกที่เป็นที่รู้จักจากรายการโทรทัศน์ชื่อดัง และหนึ่งในเชฟพันธมิตรของเชฟแคร์ส นำเมนูชุดอาหารเช้า – แพตตี้หมูสมุนไพร ไข่คน แพนเค้ก และผักรวม – มาสาธิตให้เด็กๆ และคนในชุมชนได้ลิ้มลองในงาน โดยเมนูนี้เป็นหนึ่งในสองผลิตภัณฑ์อาหารพร้อมรับประทานที่เชฟพฤกษ์ร่วมพัฒนากับเชฟแคร์สวางจำหน่ายในร้านเซเว่นอีเลฟเว่น อีกหนึ่งเมนูคือ สปาเกตตี้ซอสครีมเห็ดทรัฟเฟิลและแฮมไก่แบบแช่แข็ง ซึ่งทั้งหมดสะท้อนความตั้งใจของ “เชฟแคร์ส”  ในการมอบอาหารที่อร่อย มีคุณค่าทางโภชนาการ และตอบโจทย์ชีวิตประจำวันอย่างแท้จริง

The BUILD Foundation เชื่อว่า “การให้”  ศาสตร์ความรู้ควบคู่กับการพัฒนาคุณภาพชีวิต เป็นการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนสูงสุดต่อสังคมแบบองค์รวม เพราะเยาวชนคือ ‘อนาคต’ ที่จะกลับมาพัฒนาชุมชนของตนเอง และลดช่องว่างแห่งความเหลื่อมล้ำได้อย่างยั่งยืน http://www.thebuildfoundation.or.th/

‘มาดามแป้ง’ ส่งผ้าห่ม 6,000 ผืน ช่วยผู้อพยพจากเหตุปะทะชายแดน

‘มาดามแป้ง’ ส่งผ้าห่ม 6,000 ผืน ช่วยผู้อพยพจากเหตุปะทะชายแดน

‘มาดามแป้ง’ ส่งผ้าห่ม 6,000 ผืน ช่วยผู้อพยพจากเหตุปะทะชายแดน

วันพฤหัสบดี ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

มาดามแป้ง นวลพรรณ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) #ส่งต่อน้ำใจคนไทยไม่ทิ้งกัน บริจาคผ้าห่ม จำนวน 6,000 ผืน แก่ ศูนย์พักพิง สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ เพื่อบรรเทาความหนาวให้แก่ผู้อพยพ หลังเหตุการณ์ปะทะที่ภูผาเหล็ก-พลาญหินแปดก้อน อ.กันทรลักษณ์ จ.ศรีสะเกษ

ทั้งนี้ ผู้บริหารและพนักงาน บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด ขอส่งกำลังใจให้ชาวบุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี และทหารแนวหน้าทุกนายที่ปฏิบัติภารกิจปลอดภัยและผ่านพ้นเหตุการณ์นี้ไปได้โดยเร็ว

ปักหมุดเที่ยวงานกาชาด แวะร่วมสนุก ‘บูทไทยเบฟ’ ช้อป ชิม ฟินเว่อร์ สอยดาวลุ้นรับโชคใหญ่มากมาย

ปักหมุดเที่ยวงานกาชาด แวะร่วมสนุก ‘บูทไทยเบฟ’ ช้อป ชิม ฟินเว่อร์ สอยดาวลุ้นรับโชคใหญ่มากมาย

ปักหมุดเที่ยวงานกาชาด แวะร่วมสนุก ‘บูทไทยเบฟ’ ช้อป ชิม ฟินเว่อร์ สอยดาวลุ้นรับโชคใหญ่มากมาย

วันพฤหัสบดี ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

บรรยากาศดีๆ ช่วงปลายปีแบบนี้ ต้องไม่พลาดที่จะมาเดินเที่ยวในงานกาชาดประจำปี 2568 และต้องแวะมาร่วมสนุกกันที่บูทไทยเบฟ หมายเลขบูท 6.18  ของ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ที่มาร่วมออกบูทในงานกาชาดเป็นประจำทุกปี โดยยกความสนุกและกิจกรรมมากมายมาให้ทุกคนได้ ชิม ช้อป กันแบบจุใจ แถมยังลุ้นรับของรางวัลใหญ่มากมายกับกิจกรรมสอยดาวยอดฮิต ได้ตั้งแต่เวลา 11.00 – 22.00 น.วันนี้ถึง 21 ธันวาคม 2568 นี้ ณ สวนลุมพินี

เรียกว่าบรรยากาศคึกคักกันตั้งแต่วันแรกเลยทีเดียว มีผู้สนใจเยี่ยมชมนิทรรศการที่จัดขึ้นอย่างงดงาม ภายใต้แนวคิด “สายใยแผ่นดิน” เพื่อสานต่อพระราชปณิธานสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และร่วมสนุกกับกิจกรรมต่างๆ ภายในบูทกันอย่าเนืองแน่นตลอดทั้งวัน ซึ่งนอกจากทุกคนจะโฟกัสมาที่กิจกรรมสอยดาว และห้องภาพฉายานิติกรอันเลื่องชื่อแล้ว อีกหนึ่งไฮไลต์ของบูทไทยเบฟที่ดึงดูดทุกคน ก็คือโซนร้านค้าชุมชน เครือข่ายรู้รักสามัคคี ที่ล้วนเป็นของดีให้ได้เลือกชมเลือกซื้อด้วยราคาสบายใจ โดยเฉพาะร้านขนมทองม้วนเจ้าดังจากเมืองเพชรสูตรต้นตำรับของ คุณยายวรรณา อินมี หรือยายเล็ก ผู้คิดสูตร บอกเลยว่า คุณยายไม่หวงสูตรด้วย หากใครสนใจอยากไปทำเอง ซึ่งคุณยายก็น่ารักมากๆ ขวักมือเรียกลูกค้าให้มาชิม มาลองนั่งทำด้วยตัวเอง ทั้งม้วน ทั้งขายกันแทบไม่ทันเลยทีเดียว

นอกจากนี้ ไทยเบฟยังเชิญชวนร่วมทำบุญสนับสนุน “สลากบำรุงสภากาชาดไทย” ของ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ราคาเพียงใบละ 50 บาท ผ่านช่องทางออนไลน์ https://www.iredcross.org/raffle/campaign/rcfair2025 ได้ตั้งแต่วันนี้  นอกจากช่องทางออนไลน์แล้ว ยังสามารถซื้อได้ที่บูทของไทยเบฟ 6.18  ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 21 ธันวาคม 2568

ลุ้นรับโชคใหญ่ และของรางวัลมากมายกว่า 130 รางวัล มูลค่ากว่า 1.5 ล้านบาท อาทิ รถยนต์ TOYOTA YARIS, รถจักรยานยนต์ , ทองคำแท่ง ,ทองคำรูปพรรณ , iPhon 17 Pro max , iPad air 11 นิ้ว , เครื่องใช้ไฟฟ้า , Voucher Bic C ฯลฯ

งานนี้จัดเต็มทั้งนิทรรศการ ร้านค้าชุมชนราคาพิเศษ กิจกรรม เกมสนุกๆ ลุ้นรับของรางวัลมากมาย ให้ทุกคน เพลิดเพลินท่ามกลางบรรยากาศเย็นสบายของสวนลุมพินีส่งท้ายปลายปี แถมยังได้อิ่มบุญ อิ่มใจ และไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหนก็ยังสามารถเที่ยวชมงานกาชาดทางออนไลน์ได้ที่ https://www.iredcross.org/

EARTONE เปิดตัวเทคโนโลยี AI และแอปฯ ตรวจการได้ยินครั้งแรกของประเทศ

EARTONE เปิดตัวเทคโนโลยี AI และแอปฯ ตรวจการได้ยินครั้งแรกของประเทศ

EARTONE เปิดตัวเทคโนโลยี AI และแอปฯ ตรวจการได้ยินครั้งแรกของประเทศ

วันพฤหัสบดี ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เอียร์โทน (Eartone: Hearing Solutions) ผู้นำด้านการดูแลสุขภาพการได้ยินครบวงจรของไทย  จัดงาน “Eartone 30th Anniversary Dinner” ในโอกาสครบรอบ 30 ปี การเดินทางอันทรงคุณค่าที่ ได้อยู่เคียงข้างผู้มีปัญหาการได้ยินและบุคลากรทางการแพทย์ไทยมาอย่างยาวนาน พร้อมเปิดตัวเทคโนโลยี AI เพื่อการทดสอบการได้ยินสุดล้ำ ที่จะเปลี่ยนมิติของการดูแลสุขภาพหูของคนไทยไปอีกขั้น

ภายในงานจัดขึ้น ณ rooftop ห้อง Grand Pearl ชั้น 35 โรงแรม Grand Richmond โดยมี นพ.มานัต อุทุมพฤกษ์พร ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร นำทีมผู้บริหารและพาร์ทเนอร์ ระดับโลก ร่วมย้อนรอยเส้นทางความสำเร็จของเอียร์โทน พร้อมเฉลิมฉลอง ความร่วมมืออันยาวนานกว่า30ปี ในการ  เป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีเครื่องช่วยฟัง ทั้งแบบ 3D printing เฉพาะบุคคลด้วยห้องแลปปฏิบัติการมาตรฐาน ยุโรป,เครื่องช่วยฟังเชื่อมต่อบลูทูทกับโทรศัพท์มือถือ และ AI โดยมีผู้ร่วมงานทั้งชาวไทยและต่างชาติมาร่วม แสดงความยินดีกว่า 100 ท่าน

นพ.มานัต อุทุมพฤกษ์พร

ก้าวใหม่ของเทคโนโลยีการได้ยิน AI ที่เข้าถึงได้ทุกคน

เอียร์โทน ได้เปิดตัวนวัตกรรมล่าสุดใน “EarTest by Eartone”แอปพลิเคชัน ตรวจการได้ยินด้วย AI อัจฉริยะ ซึ่งถือเป็นแอปฯ แรกในประเทศไทยที่สามารถตรวจคัดกรองการได้ยิน ภาษาไทยได้โดยไม่ต้องใช้เครื่องมือราคาแพงหรือเจ้าหน้าที่เฉพาะทาง เพียงใช้สมาร์ทโฟนเครื่องเดียว ก็สามารถ ประเมินความเสี่ยงของการสูญเสียการได้ยินได้อย่างแม่นยำและ รวดเร็ว

ผศ.ดร.พญ.นัตวรรณ อุทุมพฤกษ์พร 

นวัตกรรมนี้เกิดจากความร่วมมือระหว่างนักวิจัยไทยและนานาชาติ ได้แก่ ผศ.ดร.พญ.นัตวรรณ อุทุมพฤกษ์พร และทีมวิจัยจาก จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับ University College London และได้รับทุนสนับสนุนจาก Royal Academy of Engineering (UK) และหน่วยงานวิจัยระดับประเทศ เพื่อยกระดับมาตรฐานการตรวจสุขภาพ การได้ยินของคนไทย  ลดการนำเข้าอุปกรณ์ หรือตู้ตรวจการได้ยิน จากต่างประเทศ อีกทั้งสามารถนำไปใช้ตามโรงพยาบาล และศูนย์การแพทย์ทั่วประเทศได้ซึ่งการทดสอบ ได้ยินได้ด้วยตนเองที่บ้าน ผ่านเสียงพูดในสมาร์ทโฟน หรือ อุปกรณ์แท็บเล็ตที่เชื่อมต่อกับหูฟังนั้นสามารถ ช่วยลดความเสี่ยงที่อาจทำให้ เกิดปัญหาสมองเสื่อมในอนาคตได้อย่างทันท่วงที ผู้สนใจสามารถ ดาวโหลดได้ทั้ง 2 ระบบ เพียงค้นหาคำว่า EarTest by Eartone หรือตามลิ้ง https://eartone.co.th/ทดสอบการได้ยินด้วยตัว

AI ในเครื่องช่วยฟัง เพิ่มประสิทธิภาพการเข้าใจคำพูดอย่างชัดเจน

นอกจากแอปพลิเคชันตรวจการได้ยินแล้ว เอียร์โทน ยังเปิดตัวเครื่องช่วยฟังรุ่นใหม่ล่าสุดของโลกที่ ใช้เทคโนโลยี AI เพื่อช่วยแยกเสียงพูดจากเสียงรบกวน ทำให้ผู้ใช้งานสามารถได้ยิน คำพูดชัดเจนขึ้น แม้ในสภาพแวดล้อมที่มีเสียงดังรบกวน โดยมีผู้ใช้งานจริง มาร่วมแชร์ประสบการณ์จริงภายในงาน ซึ่งได้รับเสียงตอบรับ อย่างประทับใจจากบุคลากรทางการแพทย์กว่า 100 ท่านที่มาร่วมทดลองใช้ ด้วยตนเอง

ตลอด 3 ทศวรรษที่ผ่านมา เอียร์โทนเติบโตจากคลินิกการได้ยินเล็กๆ ของแพทย์เฉพาะทางด้านหู สู่ผู้ให้บริการ Hearing Solution แบบครบวงจรครอบคลุม ตั้งแต่การตรวจวินิจฉัยด้วยเทคโนโลยี เครื่องมือทดสอบเสียงที่ได้มาตรฐานจาก Chula Unisearch ไปจนถึงการฟื้นฟูด้วย เครื่องช่วยฟัง AI อัจฉริยะ โดยมีเครือข่าย สาขาให้บริการทั่วประเทศ ทั้งกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด

“30 ปีที่ผ่านมา เราดูแลปัญหาเรื่องหูและการได้ยินของผู้ป่วยชาวไทยด้วยมาตรฐานระดับโลก และในยุคใหม่ของ AI เรามุ่งมั่นเดินหน้าต่อเพื่อให้ทุกเสียงในชีวิต มีความหมายมากยิ่งขึ้น” นพ. มานัต อุทุมพฤกษ์พร ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Eartone Hearing Solutions กล่าวทิ้งท้าย

Sofitel จับมือ Le Petit Prince เปิดตัวคิดส์คลับเจ้าชายน้อยแห่งแรกที่กระบี่

Sofitel จับมือ Le Petit Prince เปิดตัวคิดส์คลับเจ้าชายน้อยแห่งแรกที่กระบี่

Sofitel จับมือ Le Petit Prince เปิดตัวคิดส์คลับเจ้าชายน้อยแห่งแรกที่กระบี่

วันพฤหัสบดี ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

Sofitel ต่อยอดความร่วมมือกับ Le Petit Prince เปิดโลกแห่งการเรียนรู้และจินตนาการสำหรับเด็กๆ นำธีมและคุณค่าจากวรรณกรรมคลาสสิกของ Antoine de Saint-Exupéry มาถ่ายทอดอย่างมีชีวิตชีวา ที่คิดส์คลับ Le Petit Prince (เจ้าชายน้อย) แห่งใหม่ ณ  โซฟิเทล กระบี่ (Sofitel Krabi Phokeethra Golf & Spa Resort) ถ่ายทอดเรื่องราวสุดคลาสสิกให้มีชีวิตขึ้นมา ผ่านการออกแบบและการเล่าเรื่องอย่างมีเสน่ห์และลึกซึ้ง กระตุ้นประสาทสัมผัสและแรงบันดาลใจจากโลกของผู้เขียนเจ้าชายน้อย

โปรเจคนี้ต่อยอดจากความร่วมมืออันยาวนานระหว่าง Sofitel และ Le Petit Prince เพื่อมอบประสบการณ์ที่เปิดจินตนาการมากขึ้นให้กับเด็ก ๆ ผ่านงานออกแบบร่วมสมัยและวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

คิดส์คลับ Le Petit Prince (เจ้าชายน้อย) ขนาด 175 ตารางเมตรแห่งนี้ ได้รับแรงบันดาลใจจากวรรณกรรมชิ้นเอกของ Antoine de Saint-Exupéry เชิญชวนให้แขกตัวน้อยได้เชื่อมต่อกับเรื่องราวผ่านประสบการณ์หลากหลายชั้น ที่ถ่ายทอดฉากสำคัญอันคุ้นเคย ไม่ว่าจะเป็นทะเลทราย ดวงดาว สวนกุหลาบ ป่าไม้ ไปจนถึงธีมนักบิน พื้นที่ต่าง ๆ เหล่านี้สะท้อนคุณค่าที่งดงามและเป็นอมตะของเรื่อง เช่น ความเป็นมนุษย์ การเคารพธรรมชาติ มิตรภาพ ความรัก และความเรียบง่ายของสิ่งต่างๆ

ภายในพื้นที่เฉพาะสำหรับเด็กแห่งนี้ ทุกมุมถูกออกแบบมาเพื่อให้เต็มไปด้วยความสนุกและการค้นพบใหม่ ๆ โซน Creative กระตุ้นจินตนาการผ่านศิลปะ งานประดิษฐ์ และการเล่าเรื่อง โซน Move ชวนให้เด็ก ๆ ปีน ป่าย ลื่นไถล และเล่นอย่างอิสระอย่างเต็มพลัง โซน Rest เด็ก ๆ สามารถผ่อนคลายกับหนังสือและเล่นเกมแบบเงียบๆได้ และ โซน Immersive ผสานการเล่นเข้ากับการเรียนรู้ ผ่านประสบการณ์ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากวัฒนธรรมไทยและธรรมชาติรอบตัว

นอกจากโซนกิจกรรมต่าง ๆ แล้ว เด็ ๆ ยังสามารถปีน Tree Tower หอต้นไม้ เพื่อสัมผัสความท้าทายครั้งแรกของการปีนป่ายและยังมีมุมเล่นบทบาทสมมติที่เด็กๆ สามารถเปลี่ยนให้เป็นเรือโจรสลัดหรือปราสาทเจ้าหญิงได้ตามจินตนาการ ในสตูดิโอศิลปะและงานประดิษฐ์ เด็ก ๆ จะได้แรงบันดาลใจจากแสงธรรมชาติและวิวสวน ส่วนมุมอ่านหนังสือก็สะท้อนความอยากรู้อยากเห็นแบบเจ้าชายน้อย เมื่อเข้าสู่ช่วงเย็น คิดส์คลับจะคึกคักด้วยกิจกรรมเวิร์กช็อปธีมพิเศษ และกิจกรรมต่างๆ ที่เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะของเด็กๆ ได้ออกผจญภัยในเรื่องราวใหม่ๆ ของตัวเอง ขณะที่คุณพ่อคุณแม่สามารถผ่อนคลายได้อย่างสบายใจ

การออกแบบผสานทั้งความคิดสร้างสรรค์และความยั่งยืนไว้ด้วยกัน ผ่านการใช้วัสดุปลอดสารพิษ แสงธรรมชาติ และอุปกรณ์ของเล่นที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ในส่วนของการออกแบบได้รับแรงบันดาลใจลวดลายเด่นจาก Le Petit Prince ไม่ว่าจะเป็น ดอกกุหลาบ สุนัขจิ้งจอก เครื่องบินสีแดงของ Saint-Exupéry และหมู่ดาว ถูกซ่อนอยู่ทั่วทั้งพื้นที่ เติมเสน่ห์ให้กับรายละเอียดเล็ก ๆ ที่กลายเป็นช่วงเวลาแห่งความประทับใจและความสุขของเด็ก ๆ

การเล่าเรื่องยังคงต่อเนื่องไปไกลกว่าพื้นที่คิดส์คลับ ที่ห้องอาหารมายา ยังมีมุมพิเศษของ Le Petit Prince ที่นำเสน่ห์จากโลกในนิทานมาเติมสีสันให้กับประสบการณ์การรับประทานอาหาร พร้อมกิจกรรมธีมเจ้าชายน้อยและมอบช่วงเวลาอันอบอุ่นสำหรับครอบครัวในบรรยากาศสบาย ๆ

ตั้งแต่ปี 2554 เป็นต้นมา Sofitel ได้ร่วมมือกับ Le Petit Prince และ มูลนิธิเยาวชน Antoine de Saint-Exupéry เพื่อสนับสนุนเด็กและเยาวชนทั่วโลก ผ่านโครงการต่าง ๆ เช่น Sofitel Family Offer ที่มอบส่วนลดพิเศษสำหรับห้องพักที่อยู่ติดกัน (จ่ายเพียงครึ่งราคา), ช่วยให้เช็กเอาต์ได้ช้าขึ้น และมีสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับเด็กโดยเฉพาะ พร้อมทั้งบริจาคเงิน 3 ยูโรต่อคืน ให้แก่ทางมูลนิธิ ความร่วมมือนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของแบรนด์ในการส่งเสริมจินตนาการ ความเข้าใจทางวัฒนธรรม และการให้ความสำคัญกับเสริมสร้างประสบการณ์ร่วมกันกับครอบครัว

“คิดส์คลับ Le Petit Prince รูปแบบใหม่ถ่ายทอดหัวใจสำคัญของปรัชญาสำหรับครอบครัวของเราได้อย่างแท้จริง ซึ่งคือการเชื่อมโยงจินตนาการ การเล่น และการเรียนรู้เข้าด้วยกันระหว่างคนต่างวัย” Jonathan Rudd  ผู้จัดการทั่วไปของ Sofitel Krabi Phokeethra Golf & Spa Resort กล่าว “เราภูมิใจที่ได้นำเสนอแนวคิดที่ได้รับการพัฒนานี้ที่กระบี่ สถานที่ที่เด็กทุกคนสามารถเป็นนักสำรวจ และทุกครอบครัวสามารถสร้างความทรงจำที่น่าจดจำร่วมกันได้”