เท่สุดและไม่เหมือนใคร กับเทรนด์ใหม่ “รองเท้ารูปเท้าคน” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/472284

เท่สุดและไม่เหมือนใคร กับเทรนด์ใหม่ “รองเท้ารูปเท้าคน”

เท่สุดและไม่เหมือนใคร กับเทรนด์ใหม่ "รองเท้ารูปเท้าคน"29 มิถุนายน 2564 – 18:09 น.

ในเมื่อรองเท้า ก็คือเท้า แล้วทำไมเราจะไม่ใส่รองเท้าที่ออกแบบให้ดูคล้ายกับ”รูปเท้าคน”จริงๆ ไปเลยล่ะ กับ “รองเท้ารูปเท้าคน” ที่คนรักแฟชั่นต้องลอง

ล่าสุด กับ “รองเท้ารูปเท้าคน” จากการออกแบบของ อิมรัน มูสวี (Imran Moosvi) หรือที่รู้จักกันในชื่อ อิมรัน โปเตโต้ (Imran Potato) แบรนด์สายสตรีตแฟชั่นชื่อดังของฝั่งอเมริกา

เท่สุดและไม่เหมือนใคร กับเทรนด์ใหม่ "รองเท้ารูปเท้าคน"

โดยงานของ อิมรัน โปเตโต้ มีลักษณะเฉพาะตัวคือ การออกแบบสไตล์ ‘Bootleg’ ซึ่งเป็นการนำเอกลักษณ์ของแบรนด์ดังต่างๆ มาปรับเปลี่ยน แล้วออกแบบใหม่ตามความชอบของตัวเอง ซึ่งอาจมีความกำกึ่งกับการผิดลิขสิทธิ์หรือไม่ผิดลิขสิทธิ์ แต่ด้วยไอเดียสร้างสรรค์ที่ อิมรัน โปเตโต้ มี ทำให้คนดังต่างๆ เลือกสวมใส่ชุดของเขาออกงานใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น บิลลี่ ไอลิช (Billie Eilish) หรือ แบด บันนี่ (Bad Bunny) และสำหรับผลงานล่าสุดของ  อิมรัน โปเตโต้ ก็คือ “รองเท้ารูปเท้าคน”

บิลลี่ ไอลิช (Billie Eilish)

เท่สุดและไม่เหมือนใคร กับเทรนด์ใหม่ "รองเท้ารูปเท้าคน"

ที่ อิมรัน โปเตโต้ ออกแบบโดยเลียนแบบทรงเท้าของคนจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นสีผิว เส้นเลือด รวมถึงรอยความเหี่ยวย่นของเท้า นอกจากนี้ ตัวพื้นรองเท้ายังถูกแกะเป็นคำว่า “Potato” ซึ่งเป็นสมญานามของผู้ออกแบบ ทำให้เรานึกถึงรองเท้ารูปเท้าคนที่ จิม แคร์รีย์ (Jim Carrey) เคยสวมใส่ ตอนงานประกาศผลรางวัลออสการ์ 2013 

โดย “รองเท้ารูปเท้าคน” คู่นี้ ผลิตจากซิลิโคน ไวนิล หรือยาง ที่คงต้องอาศัยความกล้าของผู้สวมใส่ เพราะต้องโดนคนทักทั้งวันแน่นอน 

เท่สุดและไม่เหมือนใคร กับเทรนด์ใหม่ "รองเท้ารูปเท้าคน"
เท่สุดและไม่เหมือนใคร กับเทรนด์ใหม่ "รองเท้ารูปเท้าคน"
เท่สุดและไม่เหมือนใคร กับเทรนด์ใหม่ "รองเท้ารูปเท้าคน"
เท่สุดและไม่เหมือนใคร กับเทรนด์ใหม่ "รองเท้ารูปเท้าคน"

เผย 10 อันดับสุดยอด “ผลไม้” ช่วยให้คุณห่างไกลความ “อ้วน” แถมยังได้ผิวสวย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/472258

เผย 10 อันดับสุดยอด “ผลไม้” ช่วยให้คุณห่างไกลความ “อ้วน” แถมยังได้ผิวสวย

29 มิถุนายน 2564 – 15:10 น.

10 อันดับสุดยอด “ผลไม้” ช่วยให้คุณห่างไกลความ “อ้วน” แถมยังช่วยให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งสดใส

ผลไม้” นอกจากจะมีรสชาติหวานอร่อยแล้ว ยังเป็นแหล่งที่อุดมไปด้วยวิตามินและเกลือแร่ต่างๆที่ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ชะลอความเสื่อมของเซลล์ แลยังช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกัน แต่ว่าไปแล้วผลไม้ที่มีความหวานมากมักจะส่งผลให้อ้วนได้ วันนี้แอดเลยจะมาแนะนำ 10 อันดับผลไม้ที่ทานแล้วไม่อ้วนแถมยังได้ประโยชน์อีกด้วย

1. ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ เช่น สตรอว์เบอร์รี บลูเบอร์รี่ มัลเบอร์รี่ เชอร์รี่ ราสเบอร์รี่ ฯลฯ บำรุงระบบไหลเวียนโลหิตและระบบสายตา

เผย 10 อันดับสุดยอด "ผลไม้" ช่วยให้คุณห่างไกลความ "อ้วน" แถมยังได้ผิวสวย

2. มะเขือเทศ ช่วยในระบบย่อยในกระเพาะอาหารและช่วยในการขับถ่ายสะดวก ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจและความดันโลหิตสูง ช่วยป้องกันการแข็งตัวของหลอดเลือด

เผย 10 อันดับสุดยอด "ผลไม้" ช่วยให้คุณห่างไกลความ "อ้วน" แถมยังได้ผิวสวย

3. อะโวคาโด ช่วยลดน้ำหนักตัวและลดระดับไขมันชนิดเลว (LDL) ลงได้อย่างชัดเจน มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งเป็นตัวช่วยปกป้องเซลล์ต่างๆ ภายในร่างกายไม่ให้ถูกทำลาย ช่วยป้องกันและลดความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งได้

เผย 10 อันดับสุดยอด "ผลไม้" ช่วยให้คุณห่างไกลความ "อ้วน" แถมยังได้ผิวสวย

4. ผลไม้ตระกูลส้ม ทั้ง ส้มโอ, ส้มเขียวหวาน ฯลฯ ช่วยในการขับถ่ายเพราะมีกากใยสูง อักทั้งยังมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระมากมายช่วยในการชะลอวัย ช่วยสร้างคอลลาเจน ช่วยเสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรง ด้วยแคลเซียมและวิตามินดีจากส้ม

เผย 10 อันดับสุดยอด "ผลไม้" ช่วยให้คุณห่างไกลความ "อ้วน" แถมยังได้ผิวสวย

5. สับปะรด สับปะรด มีวิตามินซีสูง ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายให้แข็งแรง ช่วยต้านเชื้อไวรัสและแบคทีเรีย ช่วยให้เลือดลมไหลเวียนได้ดีมากขึ้น

เผย 10 อันดับสุดยอด "ผลไม้" ช่วยให้คุณห่างไกลความ "อ้วน" แถมยังได้ผิวสวย

6. ผลไม้ตระกูลแตง อาทิ แตงโม แตงไทย ฯลฯ จะช่วยล้างพิษให้กับร่างกาย

เผย 10 อันดับสุดยอด "ผลไม้" ช่วยให้คุณห่างไกลความ "อ้วน" แถมยังได้ผิวสวย

7. แครนเบอร์รี่ อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ มีวิตามินซีสูง และยังประกอบไปด้วยสารพฤกษ​เคมีที่ออกฤทธิ์เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยทำให้ผิวพรรณชุ่มชื้น ป้องกันนิ่วในไต แถมช่วยต้านเชื้อไวรัส

เผย 10 อันดับสุดยอด "ผลไม้" ช่วยให้คุณห่างไกลความ "อ้วน" แถมยังได้ผิวสวย

8. มะละกอ มีเอนไซม์ที่เป็นยาช่วยย่อยอาหาร ช่วยบำรุงประสาทและสมอง และช่วยป้องกันการเกิดโรคนิ่วในระบบทางเดินปัสสาวะ แถมยังเป็นยาระบายอ่อนๆแก้อาการท้องผูก

เผย 10 อันดับสุดยอด "ผลไม้" ช่วยให้คุณห่างไกลความ "อ้วน" แถมยังได้ผิวสวย

9. แอปเปิล มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยในการชะลอวัย ช่วยลดปริมาณคอเลสเตอรอลในเส้นเลือด หากรับประทานเป็นประจำวันละ 2-3 ผล ทั้งยังเหมาะกับการเป็นอาหารที่ช่วยในการควบคุมน้ำหนัก ช่วยลดความอยากอาหารลง แม้แอปเปิ้ลจะมีน้ำตาลแต่ร่างกายก็สามารถดูดซึมและนำไปใช้ประโยชน์ได้ภายใน 10 นาที

เผย 10 อันดับสุดยอด "ผลไม้" ช่วยให้คุณห่างไกลความ "อ้วน" แถมยังได้ผิวสวย

10. กีวี ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันทำให้หัวใจแข็งแรง กีวีอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุหลายชนิด เช่น วิตามินเอ ซี อี เค บี 1 บี 2 บี 3 บี 6 บี 9 แคลเซียม เหล็ก แมกนีเซียม ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม โซเดียม สังกะสี แมงกานีส เป็นต้น จัดเป็นผลไม้ที่มีวิตามินสูงมาก เพราะการรับประทานกีวีเพียง 1 ลูก (100 กรัม) จะทำให้ร่างกายได้รับวิตามินซีมากถึงร้อยละ 155 ของปริมาณที่ร่างกายควรได้รับในแต่ละวัน

เผย 10 อันดับสุดยอด "ผลไม้" ช่วยให้คุณห่างไกลความ "อ้วน" แถมยังได้ผิวสวย

ทั้งนี้แล้วการรับทานผลไม้อย่างเดียวคงไม่สามารถช่วยลดความอ้วนได้ ต้องทำควบคู่ไปกับการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และรับประทานอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่ด้วย

ที่มา สสส. / ภาพ allwinfoodthailand / beautiful-diet

“มาเซราติ” ฉีกกฎการออกแบบผสานแนวสตรีทแฟชั่นของญี่ปุ่นโดย ฮิโรชิ ฟูจิวาระ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/472212

“มาเซราติ” ฉีกกฎการออกแบบผสานแนวสตรีทแฟชั่นของญี่ปุ่นโดย ฮิโรชิ ฟูจิวาระ

29 มิถุนายน 2564 – 14:55 น.

Fragment x Maserati “มาเซราติ” ฉีกกฎเกณฑ์ดั้งเดิมด้วยการเพิ่มการออกแบบดีไซน์ในสไตล์สตรีทแฟชั่นของญี่ปุ่น โดย “ฮิโรชิ ฟูจิวาระ” ผู้นำแฟชั่นแบบสตรีทชื่อดังในประเทศญี่ปุ่น และผู้ก่อตั้งแบรนด์ Fragment Design

การร่วมเป็นพันธมิตรระหว่าง มาเซราติ และ ฮิโรชิ ฟูจิวาระ นำไปสู่การสร้างและออกแบบ รถ มาเซราติ กิบลี่ ไฮบริด (Ghibi Hybrid) แบบลิมิเต็ดเอดิชัน ที่เปิดตัวอย่างเป็นทางการครั้งแรกไปแล้ว วันที่ 24 มิถุนายน 2564 ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น  ‘Fragment x Maserati’ มิได้เป็นเพียงการสร้างสรรค์ผลงานร่วมกัน แต่เป็นการผสานวัฒนธรรมและหลอมรวมแบรนด์ระดับไอคอนของ 2 วงการ โดยผ่านมุมมองของวัฒนธรรมแบบสตรีท ซึ่งเป็นศิลปะแขนงใหม่ ที่โดดเด่นและน่าสนใจมาก

"มาเซราติ" ฉีกกฎการออกแบบผสานแนวสตรีทแฟชั่นของญี่ปุ่นโดย ฮิโรชิ ฟูจิวาระ

การออกแบบที่แตกต่างของการร่วมมือกับ ฮิโรชิ ฟูจิวาระ จึงเป็นการพิสูจน์ถึงความเปลี่ยนแปลงอีกระดับ และสะท้อนศักยภาพในการรักษาเอกลักษณ์ดั้งเดิมได้อย่างแท้จริง โดยเส้นทางแห่งความสร้างสรรค์ ระหว่างศิลปินชาวญี่ปุ่นและ มาเซราติ เริ่มต้นด้วยการไปเยือนสถานที่ต่างๆ ของ มาเซราติ ในเมืองโมเดนา และ Centro Stile Maserati ที่ใช้สำหรับการออกแบบ รถยนต์หลากรุ่นในปัจจุบันและอนาคต ช่วยให้เข้าใจถึงวิวัฒนาการของแบรนด์อย่างถ่องแท้ อีกทั้งเป็นแหล่งค้นหาแรงบันดาลใจ จากการออกแบบชั้นเลิศ การวิจัยเกี่ยวกับสีและวัสดุในเชิงลึก ตลอดจนรายละเอียดทางศิลปะ เกิดเป็นประสบการณ์น่าประทับใจ นำไปสู่นวัตกรรมด้านวิศวกรรมอันล้ำสมัย

"มาเซราติ" ฉีกกฎการออกแบบผสานแนวสตรีทแฟชั่นของญี่ปุ่นโดย ฮิโรชิ ฟูจิวาระ

โดย “ฮิโรชิ ฟูจิวาระ” ได้จำแนกองค์ประกอบที่มีบทบาทสำคัญ ในการสร้างประวัติศาสตร์ของ มาเซราติ เพื่อรังสรรค์ ‘Fragment x Maserati’ ให้เป็นรถสปอร์ตที่สะท้อนอดีตอันรุ่งโรจน์ ผสานแนวคิดทางศิลปะสไตล์ญี่ปุ่น และแสดงถึงอนาคตอันรุ่งโรจน์ของค่ายตรีศูลนั่นเอง

"มาเซราติ" ฉีกกฎการออกแบบผสานแนวสตรีทแฟชั่นของญี่ปุ่นโดย ฮิโรชิ ฟูจิวาระ
"มาเซราติ" ฉีกกฎการออกแบบผสานแนวสตรีทแฟชั่นของญี่ปุ่นโดย ฮิโรชิ ฟูจิวาระ
"มาเซราติ" ฉีกกฎการออกแบบผสานแนวสตรีทแฟชั่นของญี่ปุ่นโดย ฮิโรชิ ฟูจิวาระ
"มาเซราติ" ฉีกกฎการออกแบบผสานแนวสตรีทแฟชั่นของญี่ปุ่นโดย ฮิโรชิ ฟูจิวาระ

“เตียงพลิกตะแคง” ป้องกัน “แผลกดทับ” ฝีมือนักวิจัยไทยเทียบชั้นระดับโลก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/472244

“เตียงพลิกตะแคง” ป้องกัน “แผลกดทับ” ฝีมือนักวิจัยไทยเทียบชั้นระดับโลก

29 มิถุนายน 2564 – 14:27 น.

สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ หนุน “เตียงพลิกตะแคง” ป้องกัน “แผลกดทับ” นวัตกรรมทางการแพทย์ จากฝีมือนักวิจัยไทย เทียบชั้น นวัตกรรมการแพทย์ระดับโลก

ประเทศไทยมีผู้ป่วยอัมพาตเพิ่มขึ้นปีละราว 1 แสนคน ในแต่ละปีต้องใช้งบประมาณด้านสาธารณสุขจำนวนมาก การดูแลผู้ป่วยอัมพาตจำเป็นต้องพลิกตัวเป็นประจำทุก 1 – 2 ชั่วโมง เพื่อป้องกันการเกิด “แผลกดทับ” ซึ่งการดูแลผู้ป่วยในเรื่องนี้ต้องเสียเวลาและแรงงานของพยาบาล หรือญาติผู้ป่วยไม่น้อย เพราะหากไม่ทำแรงดันกดทับและความชื้นสะสมจากการที่อยู่ในตำแหน่งเดิม ทำให้เกิดแผลกดทับได้ และยิ่งผู้ป่วยเป็นโรคเบาหวานด้วยแล้วหากเกิดแผลกดทับ แผลนั้นจะลุกลามได้รวดเร็วและรักษายากมากยิ่งขึ้น

ด้วยตระหนักถึงความทรมานของผู้ป่วยที่เป็นแผลกดทับ และภาระของผู้ดูแลทั้งญาติและพยาบาล ผศ.พญ.นลินี  โกวิทวนาวงษ์ แพทย์จากภาควิชาวิสัญญีวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์  จึงได้ริเริ่มจัดทำโครงการวิจัย เตียงพลิกตะแคง “เตียงพลิกตัวและวัสดุรองรับสำหรับผู้ป่วยที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้”

ผศ.พญ.นลินี กล่าวว่า แม้ปัจจุบันจะมีอุปกรณ์ช่วยในการพยุงตัวผู้ป่วยและลดปัญหาแผลกดทับจำนวนหนึ่ง แต่ยังไม่พบรูปแบบเตียง (เตียงพลิกตะแคง) ที่มีประสิทธิภาพ ที่สามารถดูแลผู้ป่วยติดเตียงได้อย่างมีประสิทธิภาพ และจากการดมยาสลบเพื่อผ่าตัดให้กับผู้ป่วยพบว่าปัญหาแผลกดทับในห้องผ่าตัดเกิดขึ้นได้ถึง 12% คนไข้มีแผลผ่าตัดแล้วไม่ควรมีแผลที่อื่นอีก จึงพยายามคิดค้นวัสดุที่จะช่วยกระจายแรง ประกอบกับอยู่ในพื้นที่ที่มีการปลูกยางพาราเยอะจึงลองดูว่าการนำยางพารามาปรับโมเลกุลเพื่อให้มีคุณสมบัติการกระจายแรง เพื่อป้องกันการเกิดแผลกดทับน่าจะทำได้ จึงเกิดเป็น ผลิตภัณฑ์ “Doctor N Medigel” เจลยางพาราเพื่อป้องกันแผลกดทับ และใช้จัดท่าผู้ป่วยในห้องผ่าตัด จากนั้นจึงได้ทำวิจัยต่อเนื่องร่วมกับ อาจารย์ สมคิด สมนักพงษ์ จากวิทยาลัยเทคนิคกำแพงเพชร ร่วมพัฒนาคิดค้นและออกแบบเตียงสำหรับผู้ป่วยอัมพาตและป้องกันแผลกดทับ หลอมรวมความเป็น dynamic support surface ของเตียงในการพลิกเปลี่ยนจุดกด กับ static support surface ของเบาะเจลยางพารา ทำให้ประสิทธิภาพในการป้องกันแผลกดทับมีสูงขึ้น และที่สำคัญสามารถผ่อนแรงของผู้ดูแลในการยกตัวเพื่อพลิกตะแคงซึ่งปกติต้องใช้คน 2 – 3 คน แต่หากใช้เตียงนี้จะใช้คนเพียงคนเดียวสามารถพลิกตะแคงตัวผู้ป่วยได้อย่างสบาย

จากนั้น ทางสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ได้สนับสนุนทุนวิจัยต่อยอดเพื่อติดตั้ง software smart bed ทำให้สามารถตั้งเวลาควบคุมเตียงได้แบบออร์โตเมติก และยังมีระบบ central control สามารถควบคุมเตียงหลายๆ เตียงผ่านทางหน้าจอเดียว เพื่อลดภาระของพยาบาลที่ต้องดูแลผู้ป่วยหลายเตียงในเวลาเดียวกันในช่วงการระบาด โควิด-19 ในเวลานี้ทางผู้วิจัยคาดว่าเตียงพลิกตะแคงพร้อม software smart bed จะสามารถช่วยพยาบาลในการพลิกคว่ำผู้ป่วย โควิด-19 เพื่อช่วยหายใจได้ง่ายขึ้นทำให้สามารถลดจำนวนพยาบาลที่ต้องเสี่ยงเข้าไปดูแลผู้ป่วย ซึ่งขณะนี้ทางทีมงานได้พัฒนาคอนโทรลเลอร์และ software เพื่อให้ได้มาตรฐานเครื่องมือแพทย์และ software ทางการแพทย์ในระดับสากล เพื่อให้สามารถใช้ในหอผู้ป่วยวิกฤติ หรือ โรงพยาบาลระดับ จตุตถภูมิ (ระดับ รพ.ศูนย์ หรือ โรงเรียนแพทย์) ได้ และในปลายเดือนกรกฎาคมนี้ เราจะสามารถติดตั้งที่โรงเรียนแพทย์ 2 แห่ง โดยทาง วช. ได้ให้ทุนวิจัยเพิ่มเติมเพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันกับสินค้านำเข้า และในอนาคตจะสามารถขยายตลาดไปยังต่างประเทศได้อีกด้วย

ผศ.พญ.นลินี กล่าวเพิ่มเติมว่า การทำนวัตกรรมต้องไม่หยุดนิ่งอยู่กับที่ต้องมีการพัฒนาอยู่เสมอ การจะฝ่าฟันให้พ้นหุบเหวนวัตกรรม การนำงานวิจัยลงจากหิ้งมาสู่การใช้จริงมิใช่เรื่องง่าย แต่โชคดีที่รัฐบาลมีหน่วยงานอย่าง วช. มาเสริมทำให้นักวิจัยสามารถหลุดพ้นจากหุบเหวนวัตกรรมได้

ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า ผลงานวิจัยนี้ ถือว่าเป็นงานวิจัยประดิษฐ์คิดค้นที่เป็นความร่วมมือระหว่างนักวิจัยซึ่งเป็นแพทย์กับอาชีวศึกษา ที่ร่วมกันวิจัยพัฒนาสิ่งประดิษฐ์คิดค้นที่จะช่วยดูแลผู้ป่วยที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ซึ่งจะอำนวยความสะดวกและช่วยลดภาระของพยาบาลหรือญาติผู้ป่วยทั้งที่โรงพยาบาลและที่บ้าน ซึ่งสอดรับกับสถานการณ์ปัจจุบันและอนาคตของประเทศไทยที่กำลังก้าวสู่สังคมผู้สูงวัย และจะมีจำนวนผู้ป่วยที่เป็นผู้สูงอายุที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้มากขึ้น ซึ่งความสำเร็จของผลงานวิจัยนี้ ยังบ่งบอกว่า ความร่วมมือของนักวิจัยไทย สามารถทำให้เกิดนวัตกรรมทางการแพทย์เทียบชั้นเครื่องมือทางการแพทย์ระดับโลกได้

อ่านข่าว – แพทย์ไทยฯ ปูดยกเลิกผล “โควิด-19” วัดดวงส่งกลับ ตจว. ระบาดเงียบรอระเบิด

เตียงพลิกตะแคง, แผลกดทับ, โควิด-19

เตียงพลิกตะแคง, แผลกดทับ, โควิด-19

เตียงพลิกตะแคง, แผลกดทับ, โควิด-19

เตียงพลิกตะแคง, แผลกดทับ, โควิด-19

เตียงพลิกตะแคง, แผลกดทับ, โควิด-19

เตียงพลิกตะแคง, แผลกดทับ, โควิด-19

เตียงพลิกตะแคง, แผลกดทับ, โควิด-19

เตียงพลิกตะแคง, แผลกดทับ, โควิด-19

CR : สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ

“มังคุด” ราชินีแห่งผลไม้ ของโปรด ประโยชน์เยอะ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/472216

“มังคุด” ราชินีแห่งผลไม้ ของโปรด ประโยชน์เยอะ

29 มิถุนายน 2564 – 11:25 น.

“มังคุด” ราชินีแห่งผลไม้ ประโยชน์ไม่ได้อยู่แค่เนื้อที่เรานิยมรับประทานกันเท่านั้น แต่เปลือกมังคุดก็มีประโยชน์มากมายในการรักษาโรคเช่นกัน

“มังคุด” ผลไม้ที่หลายคนชื่นชอบด้วยรสชาติหวานอมเปรี้ยวนิดๆ ทานแล้วจะรู้สึกชื่นใจ ทำให้ได้รับความนิยมจากทั้งในและต่างประเทศ มีการส่งออกไปทั่วโลก จนถูกยกให้เป็น”ราชินีแห่งผลไม้”  อาจเป็นเพราะลักษณะภายนอกของผลที่มีกลีบเลี้ยงติดอยู่ที่หัวขั้วของผลคล้ายมงกุฎราชินี เนื้อในมีสีขาวสะอาด  ประโยชน์ของมังคุดไม่ได้อยู่แค่เนื้อที่เรานิยมรับประทานกันเท่านั้น แต่เปลือกมังคุดก็มีประโยชน์มากมายในการรักษาโรคเช่นกัน “มังคุด” มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ ว่า Garcinia mangostana Linn เป็นพืชเขตร้อน มีถิ่นกำเนิดบริเวณคาบสมุทรมลายู ที่เชื่อกันว่ามีที่มาจากประเทศอินโดนีเซีย ก่อนจะแพร่กระจายไปทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น สิงคโปร์ มาเลเซีย เวียดนาม และไทย รวมถึงในทวีปแอฟริกาบางแห่ง สำหรับประเทศไทยมีการเพาะปลูกกันมากในแถบภาคใต้และภาคตะวันออก 

"มังคุด" ราชินีแห่งผลไม้ ของโปรด ประโยชน์เยอะ

ผล มังคุด สามารถนำมาประกอบอาหารได้ทั้งอาหารคาวและหวาน แต่ส่วนใหญ่จะนิยมทานมังคุดสุกเป็นผลไม้ ซึ่งมีประโยชน์ในการช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานให้กับร่างกาย มีส่วนช่วยในการชะลอวัยและการเกิดริ้วรอย และยังมีส่วนช่วยบำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่งสดใสอีกด้วย  เนื้อมังคุดมีคุณค่าทางอาหารสูงโดยเฉพาะโพแทสเซียม โปรตีน สารเยื่อใย วิตามินซี ฟอสฟอรัส แคลเซียมและแมกนีเซียม

"มังคุด" ราชินีแห่งผลไม้ ของโปรด ประโยชน์เยอะ

เปลือกของมังคุดมีสารให้รสฝาด คือแทนนิน แซนโทน (โดยเฉพาะแมงโกสติน) แทนนินมีฤทธิ์ฝาดสมาน ทำให้แผลหายเร็ว แมงโกสตินช่วยลดอาการอักเสบและมีฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดหนองได้ดี ในทางยาสมุนไพร ใช้เปลือกมังคุดตากแห้งต้มกับน้ำหรือย่างไฟ ฝนกับน้ำปูนใส แก้ท้องเสีย เปลือกแห้งฝนกับน้ำปูนใส ใช้รักษาอาการน้ำกัดเท้า แผลเปื่อย เปลือกมังคุด มีสารป้องกันเชื้อราเหมาะแก่การหมักปุ๋ย 

"มังคุด" ราชินีแห่งผลไม้ ของโปรด ประโยชน์เยอะ

ยางมังคุด มีประโยชน์อย่างมากต่ออุตสาหกรรมหลายประเภท เนื่องจากยางมังคุดใช้เป็นวัตถุดิบในการสกัดสารกลุ่มแซนโทน ซึ่งแต่ละชนิดที่มีฤทธิ์ทางยาที่แตกต่างกัน รวมทั้งมีประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมพลาสติก นอกจากนั้นยางมังคุดยังเข้ามามีบทบาทในการใช้เป็นสารเจือปนในอาหาร เพราะมีฤทธิ์ในการยับยั้งเชื้อ Staphylococcus Aureus ซึ่งเป็นเชื้อที่ก่อให้เกิดอาการอาหารเป็นพิษได้

"มังคุด" ราชินีแห่งผลไม้ ของโปรด ประโยชน์เยอะ

ประโยชน์ของเปลือกมังคุด มีส่วนช่วยป้องกันอาการไข้ (ไข้ระดับต่ำ) , ช่วยเสริมสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรง, ช่วยเพิ่มพลังงานแก่ร่างกาย เพิ่มความกระปรี้กระเปร่า  มังคุดรักษาสิว เปลือกมังคุดมีคุณสมบัติในการยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดสิว และยังออกฤทธิ์ต้านสิวอักเสบได้ดีอีกด้วย นอกจากนี้ มังคุด ยังมีส่วนช่วยป้องกันการเกิดโรคซึมเศร้า ,ลดความเครียด, ช่วยป้องกันโรคสมองเสื่อม อัลไซเมอร์ พาร์กินสัน โรคเกี่ยวกับระบบประสาท ,สารสกัดจากมังคุดช่วยเสริมสร้างเม็ดเลือดขาวชนิดทีเอช 1 และทีเอช 17 มีฤทธิ์ช่วยกำจัดและป้องกันการก่อเกิดเซลล์มะเร็งเกือบทุกชนิดได้,ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งชนิดต่าง ๆ อย่าง เซลล์มะเร็งเม็ดเลือดขาว มะเร็งตับ มะเร็งเต้านม มะเร็งปอด มะเร็งกระเพาะอาหาร ,ช่วยในการขยายตัวของหลอดเลือด ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ, ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและโรคเกี่ยวกับทางเดินหัวใจ ,ช่วยลดความดันโลหิต,ช่วยรักษาไทรอยด์เป็นพิษ, ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในร่างกายและลดไขมันที่ไม่ดีในเส้นเลือด ,มีส่วนช่วยป้องกันการเกิดเนื้องอกในร่างกาย

"มังคุด" ราชินีแห่งผลไม้ ของโปรด ประโยชน์เยอะ

มีส่วนช่วยป้องกันการเกิดโรคเบาหวาน ด้วยคุณสมบัติในการลดและควบคุมระดับน้ำตาล ,ช่วยป้องกันการเกิดโรคภูมิแพ้, มีส่วนช่วยในการบรรเทาอาการของโรคหอบหืด ,มีส่วนช่วยบำรุงและรักษาสายตา, ช่วยบำรุงสุขภาพช่องปากและเหงือกให้แข็งแรง, ช่วยรักษาและสมานแผลในช่องปากหรือปากแตกให้หายเร็วยิ่งขึ้น

ไฟเบอร์จากมังคุดช่วยในการย่อยอาหาร ป้องกันอาการท้องผูก, ช่วยแก้อาการท้องเสีย ด้วยการใช้เปลือกมังคุดตากแห้งต้มกับน้ำหรือย่างไฟ นำมาฝนกับน้ำปูนใส ,ช่วยแก้อาการท้องร่วงเรื้อรัง อาการถ่ายเป็นมูกเลือด ด้วยการใช้เปลือกสดหรือแห้งฝนกับน้ำรับประทาน หรือจะใช้เปลือกแห้งนำมาต้มกับน้ำดื่มก็ได้ผลเหมือนกัน, ช่วยให้ระบบทางเดินปัสสาวะอยู่ในสภาวะปกติ , ช่วยป้องกันการเกิดโรคนิ่วในไต ,มีส่วนช่วยป้องกันอาการตับเสื่อม ไตวาย, ช่วยรักษาอาการข้อเข่าอักเสบ ,เปลือกของมังคุดมีสารแทนนินที่มีฤทธิ์ฝาดสมาน ทำให้แผลหายเร็ว, ช่วยลดอาการอักเสบและมีฤทธิ์ต่อต้านเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดหนอง (เปลือก), ช่วยยับยั้งการเกิดและใช้รักษาโรคผิวหนังต่าง ๆ อย่าง กลากเกลื้อน ผดผื่นคันต่าง ๆ ด้วยการใช้เปลือกมังคุดแห้งต้มน้ำอาบ หรือใช้น้ำต้มเปลือกมาทาบริเวณที่เป็น, ใช้รักษาอาการน้ำกัดเท้า แผลเปื่อย ด้วยการใช้เปลือกแห้งฝนกับน้ำปูนใส

ที่มา  http://otop.dss.go.th/

พาลูกน้อยไป “แคมปิ้ง” กันเถอะ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/472154

พาลูกน้อยไป “แคมปิ้ง” กันเถอะ

29 มิถุนายน 2564 – 09:35 น.

สำหรับสาย “Outdoor” สายแอดเวนเจอร์ สายลุย คงไม่มีใครไม่เคยออกไป “แคมปิ้ง” (camping) แน่นอนเพราะเหล่าชาวเราเกิดมาเพื่อบุกป่าฝ่าดงอยู่แล้ว แต่ถึงคุณผู้อ่านจะไม่ใช่สายลุย วันนี้เราจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับโลกของการแคมปิ้ง

จริง ๆ แล้วบรรพบุรุษของมนุษย์เรา ก็ใช้ชีวิตแบบนอนกลางดินกินกลางทรายมาตั้งแต่ 40,000 กว่าปีก่อนคริสตกาลแล้ว ครั้งนี้จะขอเอาใจเป็นพิเศษคือคุณพ่อคุณแม่สายลุยที่อยากจะพาลูกน้อยออกไปสำรวจโลกด้วยกัน ว่าควรเตรียมตัวไปแคมปิ้งกับลูกอย่างไรให้ปลอดภัย สนุก แถมยังได้ประสบการณ์ ความทรงจำดี ๆ ไว้ให้นึกถึงด้วย  ฉะนั้น คุณพ่อคุณแม่คนไหนที่อยากจะไปเปิดประสบการณ์แบบนี้กับลูกแล้วเปิดมาเจอบทความของเรา  ถือว่ามาถูกที่ถูกทางแล้วจริง ๆ การไปแคมปิ้งกับลูกน้อย 1-5 ขวบถือว่าไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ดังนั้น ความสนุกจะเกิดขึ้นได้ก็ต้องมาจากการเตรียมตัววางแผนที่ดีเท่านั้น 

พาลูกน้อยไป "แคมปิ้ง" กันเถอะ

โดยที่คุณพ่อคุณแม่ควรที่จะ
1 วางแผนการเดินทางและการเลือกสถานที่กางเต็นท์
– เด็กน้อยมักไม่ค่อยชอบนั่งรถนาน ๆ 3-5 ชั่วโมงก็ถือว่านานแล้ว ดังนั้น สถานที่ที่พ่อแม่จะไปก็อาจจะเป็นที่ที่ไม่ต้องใช้เวลาเดินทางนาน เดี๋ยวลูกงอแงแล้วจะไม่สนุกเอา 
– ส่วนทำเลการกางเต็นท์ก็อาจจะเลือกที่ที่มีห้องน้ำสะอาด มีเจ้าหน้าที่ ดูแลตลอด 24 ชม. แต่อาจจะกางห่างจากผู้คนนิดเพื่อที่จะไม่ต้องคอยเกรงใจเรื่องเสียงลูกร้องและลดเสียงรบกวนเพื่อให้ลูกเราได้หลับ สนิทตลอดคืน
– และที่สำคัญ อย่าลืมปักหมุดเต็นท์ลงบนหญ้านุ่ม ๆ ล่ะ ลูกเราจะได้นอน หลับอย่างสบายตัว
2 เลือกเต็นท์และพกที่นอนของลูกติดไปด้วย
– การเลือกเต็นท์นั้นควรเลือกขนาดให้เหมาะสมกับจำนวนคนที่จะนอนในแต่ละครั้งและอาจจะเลือกขนาดใหญ่กว่าเพื่อที่จะได้มีพื้นที่สำหรับวางที่นอนของลูก
– คุณภาพของเต็นท์ก็มีผลต่อการใช้ชีวิตกลางแจ้ง ถ้าเราเลือกเต็นท์ผิดประเภทการใช้งาน และผิดขนาด ก็อาจทำให้ไม่สนุกก็ได้ ซึ่งการที่เราลงทุนกับคุณภาพเต็นท์ดีจะส่งผลดีต่อประสบการณ์ที่จะได้รับมาอีกด้วย เพราะหากใช้เต็นท์ราคาถูก กางยาก น้ำซึมเข้าง่าย ก็อาจส่งผล ให้ประสบการณ์แคมปิ้งไม่น่าจดจำ

พาลูกน้อยไป "แคมปิ้ง" กันเถอะ

3 ป้องกันตัวเองและลูกน้อยจากยุงและแสงแดด
– การใช้ยาทากันยุงและครีมกันแดดอย่างไม่ระวังอาจส่งผลเสียต่อลูกได้ เพราะผิวของเด็กมีความบอบบาง  จึงอาจเกิดการแพ้และระคายเคือง ได้ง่าย พ่อแม่จึงควรอ่านฉลากผลิตภัณฑ์ วิธีใช้ และข้อควรระวังก่อน การใช้งานทุกครั้งเพื่อความปลอดภัยของเด็กเอง (คำเตือน ไม่ควรใช้กับเด็กที่อายุต่ำกว่า 6 เดือน)
– ดังนั้นวิธีอื่น ๆ ที่จะสามารถป้องกันเด็กอายุต่ำกว่า 6 เดือนจากยุงและ แสง UV ได้อาจเป็นการใส่เสื้อผ้าที่มิดชิด ใส่หมวกตาข่าย หรือการจุด ยากันยุงก็ตาม ทั้งนี้หากจำเป็นต้องใช้ครีมต่าง ๆ อาจปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
– เตรียมพร้อมเรื่องเสบียงและอาหาร
– ถ้าหากลูกน้อยยังดื่มนมแม่ก็คงไม่มีปัญหาอะไรมากนัก หรือ หากลูกหย่านมแล้ว เราก็อาจจะเตรียมกาต้มน้ำร้อนเอาไว้ล้างขวดนม หรืออาจจะพกอาหารเหลวที่ไม่ต้องการแช่เย็น ขนมปัง มัฟฟิน กล้วยหอม ไข่ต้ม ไข่กวน เมนูต่าง ๆ ที่สามารถจัดเตรียมและจัดล้างได้อย่างสะดวกนั่นเอง
4 จัดเตรียมเสื้อผ้าให้เหมาะสมกับสภาพอากาศ
– ขึ้นอยู่กับการพยากรณ์อากาศและสถานที่ที่จะไปแคมป์ปิ้ง หากไปยังภาคเหนือก็ควรที่จะเตรียมชุดกันหนาว ถุงเท้า หมวกสวมอีกชั้นหนึ่ง เผื่อว่าตอนกลางคืนอากาศจะลดลง แต่หากไปในภาคกลางที่มีอากาศ ทั่ว ๆไป เราก็อยากจะแนะนำให้เตรียมเสื้อผ้าที่ทำจาก เส้นใยสังเคราะห์เพราะสามารถระบายอากาศและเหงื่อได้ดีกว่าผ้าฝ้าย 
5 วางใจให้เย็นและวางแผนสำรอง
– ขึ้นชื่อว่าเด็กเล็กก็ไม่สามารถเอาแน่เอานอนได้ ถึงแม้จะเป็นเด็กที่ไม่งอแงก็ ตาม ดังนั้นพ่อแม่อาจพิจารณาที่พักสำรอง อาจเป็นที่พักหรือโรงแรม ใกล้เคียงกับแคมป์เผื่อว่าลูกนอนเต็นท์ไม่ไหวจริง ๆ
– แต่ทั้งนี้เราเชื่อว่าด้วยพลังความใจเย็นของพ่อแม่ที่จะทำความเข้าใจกับธรรมชาติของแคมป์ปิ้งและธรรมชาติเด็กเล็กจะทำให้ทุกเรื่องราบรื่นขึ้นไปได้

พาลูกน้อยไป "แคมปิ้ง" กันเถอะ

อยากบอกว่า เราเข้าใจคุณพ่อคุณแม่มาก ๆ เลยว่าลำพังแค่การเลี้ยงลูกในแต่ละวันก็เหนื่อยแล้ว แต่มันก็ยังไม่สะใจใช่ไหมล่ะ ก็คนมันเคยลุยมาก่อนก็ต้องอยากกลับไปอีกเป็นธรรมดาเราจึงหวังว่าข้อแนะนำการเตรียมตัว เหล่านี้จะช่วยทำให้พ่อแม่สายแคมป์ทั้งหลายพาลูกออกไปเที่ยวด้วยได้อย่างปลอดภัยและสบายใจ  เพราะการที่ให้ลูกได้ออกไปรู้จักกับธรรมชาติไปสูดอากาศบริสุทธิ์ตั้งแต่เด็ก จะช่วยปลูกฝังให้ลูกมีความผูกพันธ์กับธรรมชาติ ให้ลูกได้เห็น ถึงความสวยงามที่ธรรมชาติมอบให้และให้ลูกมีจิตสำนึกการดูแลธรรมชาติดูแลรักษาโลกของเราไปในตัวอีกด้วย

ซึ่งถ้าหากคุณพ่อคุณแม่สามารถสร้างประสบการณ์ที่ดีได้ก็จะถือว่าเป็นห้วงเวลาแห่งความสุขของครอบครัวเลยทีเดียว อย่างไรก็ตามคุณพ่อคุณแม่ก็อย่าลืมเผื่อใจเอาไว้ด้วยหากแผนที่วางไว้ไม่ได้เป็นแบบที่คิด เพราะหากเกิดเหตุขลุกขลักมากเกินไป ก็อาจจะเป็นสร้างภาพจดจำที่ไม่น่าประทับใจให้กับลูกเลยก็เป็นได้  

พาลูกน้อยไป "แคมปิ้ง" กันเถอะ
พาลูกน้อยไป "แคมปิ้ง" กันเถอะ

ภาพประกอบ http://www.unsplash.com

ทำแล้วชีวิตดีขึ้นมาก เมื่อเปิด “chat folder” แยกโฟลเดอร์แชทไลน์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/472186

ทำแล้วชีวิตดีขึ้นมาก เมื่อเปิด “chat folder” แยกโฟลเดอร์แชทไลน์

29 มิถุนายน 2564 – 08:45 น.

แนะนำวิธีใช้ LINE ให้สมาร์ท ไม่พลาดสื่อสารสำคัญ เมื่อเปิด “chat folder” แยกโฟลเดอร์แชทไลน์ ง่ายๆ แค่ 3 ขั้นตอน

หากใครเคยเจอปัญหา… ไล่หาชื่อเพื่อนที่แชทด้วยในแอปพลิเคชันไลน์ (LINE) ไม่เจอ

หรือปัญหากลุ่มไลน์ทำงานเยอะมาก ใครส่งข้อความเรียกหา ต้องใช้เวลากว่าไล่หากว่าจะตอบกลับได้หลายนาที

จนทำให้มีพฤติกรรม “ดองแชท” (ไม่ได้ตอบแชทนาน) อาจพลาดการสื่อสารกับคนสำคัญไป

…ทุกอย่างจะคลี่คลายและง่ายขึ้น ด้วย 3 ขั้นตอน เมื่อเปิด “chat folder” ฟีเจอร์บนไลน์ที่ช่วยแยกโฟลเดอร์แชทไลน์ให้เป็นหมวดหมู่ ซึ่งใช้ได้ทั้งมือถือ ระบบปฏิบัติการ iOS และ Android

3 ขั้นตอน เปิด “chat folder” แยกโฟลเดอร์แชทไลน์ 

1. เปิดหน้าหลักไลน์ >> มองขึ้นไปที่มุมขวาบนสุด >> กดเข้าไปที่รูปฟันเฟือน (ตั้งค่า / Setting)

ทำแล้วชีวิตดีขึ้นมาก เมื่อเปิด "chat folder" แยกโฟลเดอร์แชทไลน์

2. เมื่อเข้ามาใน “ตั้งค่า” แล้ว เลื่อนลงมาให้เจอคำว่า “LINE Labs” และกดเข้าไป

ทำแล้วชีวิตดีขึ้นมาก เมื่อเปิด "chat folder" แยกโฟลเดอร์แชทไลน์

3. จะมีคำว่า “แชทโฟลเดอร์” (chat folder) ให้เลื่อนแถบเปิด ON ให้เป็นสีเขียว ก็เสร็จเรียบร้อย

ทำแล้วชีวิตดีขึ้นมาก เมื่อเปิด "chat folder" แยกโฟลเดอร์แชทไลน์

เมื่อเปิดแชทโฟลเดอร์แล้ว ให้กลับมาที่ “หน้าหลัก” เราจะเห็นความเปลี่ยนแปลง (ตาม 2 ภาพนี้)

แบบนี้ทำแล้ว มีแถบเพิ่มขึ้นมาใต้ “ค้นหา” คือ ทั้งหมด (All), เพื่อน (Friends), กลุ่ม (Groups), บัญชีทางการ (Official accounts) *สำหรับคนที่ใช้โอเพนแชท (OpenChats) โฟลเดอร์จะขึ้นมาต่อจากบัญชีทางการ

ทำแล้วชีวิตดีขึ้นมาก เมื่อเปิด "chat folder" แยกโฟลเดอร์แชทไลน์

แบบนี้ยังไม่ได้ทำ ทุกอย่างจะอยู่รวมกัน

ทำแล้วชีวิตดีขึ้นมาก เมื่อเปิด "chat folder" แยกโฟลเดอร์แชทไลน์

รีวิว เปิดใช้ “chat folder” ทำให้ชีวิตดีขึ้นมาก เพราะว่า เดิมที่ทุกแชททุกกลุ่มอยู่รวมกัน เวลาเข้ามาไล่หาชื่อเพื่อน หาแชทเดิมที่คุยค้างไว้ต้องใช้เวลาอยู่สักพักเลย

แต่เมื่อเปิด “chat folder” แล้ว สามารถเข้าห้องแชทที่ต้องการได้เร็วขึ้นกว่าเดิม และไม่พลาดการสื่อสารจากคนสำคัญ ชีวิตไม่ต้องวุ่นวาย มีระบบระเบียบกว่าเดิม เผื่อใครเห็นว่ามีประโยชน์ลองนำไปใช้ได้เลย.

“นิ้วล็อค” ปัญหาทุกข์ใจ กับท่าบริหารเฉพาะ เพื่อหลีกเลี่ยงอาการ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/472195

“นิ้วล็อค” ปัญหาทุกข์ใจ กับท่าบริหารเฉพาะ เพื่อหลีกเลี่ยงอาการ

29 มิถุนายน 2564 – 08:25 น.

วิธีหลีกเลี่ยงอาการ “นิ้วล็อค” ที่หลายๆ คนกำลังทุกข์ใจ และการแก้ไขปัญหาด้วยท่าบริหารเฉพาะ

ปัญหา “นิ้วล็อค” อาการยอดฮิต ที่หลายๆ มักประสบปัญหา โดยเฉพาะพนักงานออฟฟิศ กับแป้นพิมพ์คอมพิวเตอร์ หรือผู้ที่ต้องใช้มือและนิ้วมือในการทำงานมากๆ หรือหนักจนเกินไป ก็มักจะเกิดอาการเช่นนี้ได้  

"นิ้วล็อค" ปัญหาทุกข์ใจ กับท่าบริหารเฉพาะ เพื่อหลีกเลี่ยงอาการ

สำหรับ “นิ้วล็อค” ก็คือ สามารถงอนิ้วมือได้  แต่เมื่อเวลาเหยียดออก กลับมีปัญหาติดขัด  ยืดออกไม่ได้ หรือยืดออกลำบากคล้ายกับว่า นิ้วมือถูกล็อกเอาไว้ ซึ่งอาการนิ้วล็อกดังกล่าว พบได้กับคนทั่วไปที่ต้องใช้มือจับสิ่งของ หรืออุปกรณ์ต่างๆ อย่างต่อเนื่อง แต่ขอบอกเอาไว้ก่อนเลยว่า เจ้าโรคนี้ไม่มีอันตรายใดๆ   เพียงแต่ให้ความรู้สึกเจ็บปวด และใช้มือไม่ถนัดในการจัดสิ่งของ และเป็นอาการที่สามารถป้องกัน และรักษาให้หายได้

หากมีอาการเจ็บตรงโคนนิ้วมือ เวลา “งอนิ้ว” แล้วเหยียดออก มีเสียงดังก๊อก หรือ “งอนิ้ว”แล้วกากออกเองไม่ได้ ควรรีบไปปรึกษาพบแพทย์ เพื่อตรวจวินิจฉัย เมื่อพบว่าเป็นโรคนิ้วล็อก ผู้ป่วยควรได้รับการรักษาจากแพทย์อย่างจริงจัง และควรปฏิบัติดังนี้

-ไม่ขยับนิ้ว หรือดีดนิ้วที่เป็นนิ้วล็อกเล่น เพราะอาจทำให้เส้นเอ็นอักเสบมากขึ้นได้

-ถ้ามีอาการข้อฝืด กำไม่ถนัดตอนเช้า ควรแช่น้ำอุ่นจัดๆ และบริหารด้วยการกำมือ และแบออกเบาๆ ในน้ำ เพราะจะทำให้นิ้วมือเคลื่อนไหวได้สะดวกขึ้น

-เมื่อต้องกำหรือจับสิ่งของแน่นๆ เช่น ตะหลิว กระทะ หรือไม้กวาด ควรใช้ผ้าหรือฟองน้ำพันรอบๆ หรือใช้ถุงมือจับจะช่วยลดแรงกด หรือเสียดสีได้

"นิ้วล็อค" ปัญหาทุกข์ใจ กับท่าบริหารเฉพาะ เพื่อหลีกเลี่ยงอาการ

สำหรับการป้องกันอาการ “นิ้วล็อค” 
– ควรหลีกเลี่ยงการใช้มือทำงานหนัก ลักษณะทำให้เกิดแรงกด หรือเสียดสีกับเส้นเอ็นแบบซ้ำซาก
– การหิ้วของหนักๆ เช่น ถุงหนักๆ  ถังแก๊ส  ถังน้ำ  กระเป๋า (ควรใช้รถเข็นลาก หรือใช้ถุงมือ)
-การซักผ้า  บิดผ้า (ควรใช้เครื่องซักผ้าแทน)

วิธีการบริหาร เพื่อผ่อนคลายปัญหา “นิ้วล็อค” 

"นิ้วล็อค" ปัญหาทุกข์ใจ กับท่าบริหารเฉพาะ เพื่อหลีกเลี่ยงอาการ

1. ยืดกล้ามเนื้อแขน มือ นิ้วมือ โดยยกแขนระดับไหล่ ใช้มือข้างหนึ่งดันให้ข้อมือกระดกขึ้น-ลง ปลายนิ้วเหยียดตรงค้างไว้ นับ 1-10 แล้วปล่อยทำ 6-10 ครั้ง/เซต

2. บริหารการกำ-แบมือ โดยฝึกกำ-แบ เพื่อเพิ่มการเคลื่อนไหวของข้อนิ้วมือ และกำลังกล้ามเนื้อภายในมือ หรืออาจถือลูกบอลในฝ่ามือก็ได้ โดยทำ 6-10 ครั้ง/เซต

3. ท่าเพิ่มกำลังกล้ามเนื้อที่ใช้งอ-เหยียดนิ้วมือ โดยใช้ยางยืดช่วยต้าน แล้วใช้นิ้วมือเหยียดอ้านิ้วออก ค้างไว้ นับ 1-10 แล้วค่อยๆ ปล่อย ทำ 6-10 ครั้ง/เซต

ขอบคุณข้อมูล  /  กองเทคโนโลยีสารสนเทศ การประปาส่วนภูมิภาคเขต 7    /   รพ.พญาไท  /  โรงพยาบาลพริ้นซ์ สุวรรณภูมิ

หมดปัญหาสุขภาพช่องปาก โดยเฉพาะอาการ “ลิ้นเป็นฝ้า” ด้วย 6 วิธีแบบธรรมชาติ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/472158

หมดปัญหาสุขภาพช่องปาก โดยเฉพาะอาการ “ลิ้นเป็นฝ้า” ด้วย 6 วิธีแบบธรรมชาติ

28 มิถุนายน 2564 – 19:54 น.

“ลิ้น” ถือว่าเป็นอวัยวะที่สำคัญกับทุกๆคน ถ้าหากเราไม่รู้จักหมั่นดูแลรักษา “ลิ้น” ก็อาจจะทำให้ “ลิ้นเป็นฝ้า” มีเชื้อรา รวมถึง มีการสะสะของเชื้อแบคทีเรียได้ และ ส่งผลกระทบกับภายในช่องปากได้อีกด้วย

วิธีการรักษาอาการของ “ลิ้นเป็นฝ้า” ที่ดีและไม่สิ้นเปลือง ไม่ยุ่งยาก สามารถรักษาให้หายด้วย 6 วิธีธรรมชาติแบบง่ายๆ และได้ผลตามนี้  

หมดปัญหาสุขภาพช่องปาก โดยเฉพาะอาการ "ลิ้นเป็นฝ้า" ด้วย 6 วิธีแบบธรรมชาติ

1.  “แปรงสีฟัน” การใช้แปรงสีฟันที่ดี มีคุณสมบัติที่เหมาะกับภายในช่องปากจะช่วยลดอาการ “ลิ้นเป็นฝ้า” ได้ดี รวมถึง การใช้แปรงสีฟันรักษาทะนุถนอมลิ้น ค่อยๆ แปรงลิ้น จากล่างขึ้นบนเบาๆ พยายามอย่ากดแรงค่อยเป็นค่อยไป ก็จะช่วยสามารถลดอาการ “ลิ้นเป็นฝ้า” ลดการสะสมจากเชื้อรา แบคทีเรียในช่องปากได้

หมดปัญหาสุขภาพช่องปาก โดยเฉพาะอาการ "ลิ้นเป็นฝ้า" ด้วย 6 วิธีแบบธรรมชาติ

2. “น้ำยาบ้วนปาก” เลือกใช้น้ำยาบ้วนปากที่ทำจากสมุนไพร และ เกลือ อย่าง ดอกคาโมไมล์ มิ้นต์ สะระแหน่ สมุนไพรเหล่านี้ล้วนมีแต่สรรพคุณของยา ที่จะช่วยรักษาอาการ “ลิ้นเป็นฝ้า”

หมดปัญหาสุขภาพช่องปาก โดยเฉพาะอาการ "ลิ้นเป็นฝ้า" ด้วย 6 วิธีแบบธรรมชาติ

3.  “เกลือ” เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่ดี ไม่แพง และ ประหยัด ช่วยทำความสะอาด “ลิ้น” ช่วยขจัดสิ่งปนเปื้อน เซลล์ที่ตายออกจาก “ลิ้น” เพียงแค่นำเกลือโรยลงบน “ลิ้น” ใช้แปรงสีฟัน แปรงเบาๆ 1 นาที แล้ว บ้วนด้วยน้ำสะอาดตาม ทำซ้ำๆ 2 ครั้งต่อวัน ก็จะช่วยลดอาการ “ลิ้นเป็นฝ้า”  

หมดปัญหาสุขภาพช่องปาก โดยเฉพาะอาการ "ลิ้นเป็นฝ้า" ด้วย 6 วิธีแบบธรรมชาติ

4. “กระเทียม” การกิน กระเทียมดิบ จะสามารถช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรีย รวมทั้งยังช่วยทำความสะอาดลิ้นได้ดีอีกด้วย ช่วยลดอาการ “ลิ้นเป็นฝ้า”  

หมดปัญหาสุขภาพช่องปาก โดยเฉพาะอาการ "ลิ้นเป็นฝ้า" ด้วย 6 วิธีแบบธรรมชาติ

5. “ว่านหางจระเข้”  มีสรรพคุณทางยา มีฤทธิ์ช่วยต้านอาการอักเสบ และ ช่วยรักษา ฆ่าเชื้อโรคบนลิ้น ให้บ้วนปากด้วยน้ำว่านหางจระเข้ประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ สัก 2-3 นาที แล้วทำการบ้วนทิ้ง และ ล้างปากต่อด้วยน้ำอุ่น วิธีนี้ช่วยลดอาการ “ลิ้นเป็นฝ้า” และ ทำซ้ำได้หลายครั้งต่อวัน

หมดปัญหาสุขภาพช่องปาก โดยเฉพาะอาการ "ลิ้นเป็นฝ้า" ด้วย 6 วิธีแบบธรรมชาติ

6. “ขมิ้น”  เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ดีในการฆ่าเชื้อโรคในปาก ผสมขมิ้นกับน้ำมะนาวให้เป็นเนื้อเดียวกัน แล้วนำมาถูบนลิ้นเป็นเวลา 2 นาที แล้ว ล้างออกด้วยน้ำอุ่น จะช่วยลดอาการ “ลิ้นเป็นฝ้า”

หมดปัญหาสุขภาพช่องปาก โดยเฉพาะอาการ "ลิ้นเป็นฝ้า" ด้วย 6 วิธีแบบธรรมชาติ

Sinovac up to 91% effective against Alpha variant: Public Health Ministry #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/life/40002595

Sinovac up to 91% effective against Alpha variant: Public Health Ministry


Tests on people 14 days after they took their second jab of Sinovac vaccine show that they are 71 to 91 per cent protected against the Alpha variant, the Public Health Ministry announced on Monday.

Dr Kiattiphum Wongrachit, the ministry’s permanent secretary, said the study was conducted between April and June on people in different provinces.

The study showed that Sinovac provided 90.7 per cent protection for jab recipients in Phuket, 90.5 per cent in Samut Sakhon, 82.8 per cent for medical personnel in Chiang Rai and 70.9 per cent for medics at the Department of Disease Control.

“Nobody who has taken the Sinovac jab has died from Covid-19 so far,” he added.

Kiattiphum went on to say that the vaccine has been proven to provide 94 per cent protection against symptomatic illness for people in Indonesia, 89 per cent in Chile and 80 per cent in Brazil. The vaccine was also found to provide 98 per cent protection from death for Covid-19 patients in Indonesia and 95 per cent in Brazil.

“These studies prove the vaccine’s efficacy in protecting people from getting infected or dying due to Covid-19,” he said.

Dr Suppakit Sirilak, director-general of the Department of Medical Sciences, said the ministry will launch a new study in July to check out both AstraZeneca and Sinovac vaccines’ efficacy against the Delta variant.

Published : June 29, 2021

By : The Nation