มนุษย์เงินเดือน : 5 ติดชีวิตพัง ตังค์ไม่เหลือเก็บ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/656214

วันที่ 23 มิ.ย. 2564 เวลา 09:25 น.

มนุษย์เงินเดือน : 5 ติดชีวิตพัง ตังค์ไม่เหลือเก็บสำรวจพฤติกรรมเข้าข่ายเข้าขั้น 5 ติดชีวิตพัง ตังค์ไม่เหลือเก็บ ก่อนเข้าสู่วงจรผ่อนหนักทุกเดือน ฝันร้ายของมนุษย์เงินเดือน

ความชอบและการหลงใหลในสิ่งของ หรือกิจกรรมบางอย่าง เป็นเรื่องที่ห้ามกันไม่ได้ แต่ละคนมีความสุขกับสิ่งเหล่านี้ไม่มากก็น้อย บางคนถึงขั้นเสพติดสิ่งที่รักอย่างงอมแงม อยากเป็นเจ้าของสิ่งที่ชอบทุกชิ้น แค่ซื้อมาสะสมก็รู้สึกดี ทั้งที่แทบไม่ได้เอามาใช้งานอย่างคุ้มค่า และเกิดอาการตัดใจไม่ได้ต้องซื้อ หรือลงเงินไปกับกิจกรรมที่เราชอบเป็นประจำอย่างไม่เสียดาย ทำให้กระทบกับค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือน ชักหน้าไม่ถึงหลัง เพราะใช้เงินไปกับสิ่งที่เรา “ติด” เยอะมากอย่างไม่น่าเชื่อ บางคนเอาเงินเดือนไปซื้อจนหมด แต่ยังรู้ไม่สึกฟิน ขอรูดบัตรเครดิตไปก่อน ยิ่งรูดบ่อยๆ  ยิ่งทำให้เราเข้าสู่วงจรผ่อนหนักทุกเดือน ไม่มีเงินเหลือเก็บ เป็นหนี้บัตรเครดิตก้อนใหญ่ไม่รู้ตัว ลองมาดูกันว่าเราเข้าข่าย 5 ติดชีวิตพังตังค์ไม่เหลือเก็บกันบ้างรึเปล่า

1.ติดแบรนด์เนม

กระเป๋า รองเท้า นาฬิกา และสินค้าแบรนด์เนมต่าง ๆ เป็นแฟชั่นในฝันของใครหลายคน ราคาเริ่มต้นตั้งแต่หลักพันถึงหลักแสน ด้วยดีไซน์ที่หรูหรา Luxury ทำให้การมีสินค้าแบรนด์เนมไว้ใช้ ช่วยอัปลุค ดูรวยสไตล์เซเลบ ซึ่งหากเราไม่เดือดร้อนเรื่องเงิน การติดแบรนด์เนมตามเทรนด์แฟชั่น ไม่ถือว่าเป็นปัญหา แต่หากใครเงินเดือนไม่สูงนัก การช้อปของแบรนด์เนมหลักหมื่น เดือนละหลาย ๆ ชิ้น อาจทำให้โอกาสเก็บเงินน้อยลงทุกที เพราะเงินหมดไปกับกระเป๋า รองเท้าทุกเดือนนั่นเอง 

2.ติดโปร

เห็นป้ายเซล 50% ที่ไหน เจอโปร 3.3 เมื่อไหร่เป็นต้องกระเป๋าตังค์สั่น กดช้อปออนไลน์ด้วยความมันส์ รู้สึกคุ้มที่ได้ซื้อตอนนี้ กลัวไม่มีโปรดี ๆ อีกแล้ว ทั้งที่รู้ว่า รออีก 2-3 เดือนโปรเดิมๆก็จะกลับมาอีกถ้าลองคำนวณเงินที่เสียไปกับการช้อปช่วงโปรโมชั่นทุกเดือนตัวเลขอาจแตะหลักหมื่นกันเลยทีดียว

3.ติดตี้

สำหรับคนที่ชอบปาร์ตี้ Hang Out ทุกคืนวันศุกร์เพื่อผ่อนคลายความเครียดจากงานติดบรรยากาศดีๆ Eat & Drink ถี่ ๆ ตลอดเดือน ทุกคนรู้ว่าความชิลย่อมมีราคาของมัน ไหนจะค่ากิน ค่าดริงค์ ยิ่งนั่งยาว ยิ่งสั่งเยอะ เช็กบิลทีแทบสร่างเมา ยิ่งเราติดปาร์ตี้หนักมากเท่าไหร่ เงินที่ควรจะเก็บไว้ ยิ่งไหลออกไปมากเท่านั้น

4. ติดเที่ยว

เมื่อคนเราทำงานหนัก ย่อมต้องอยากพักร่างกันบ้าง  4-5 เดือนออกทริปสักทีไม่ใช่เรื่องแปลกแต่ถ้าแพ็กกระเป๋าเที่ยวกันทุกเดือนแน่นอนต้องมีทั้งค่ากินค่าโรงแรมค่าตั๋วราคาไม่ต่ำกว่าครึ่งหมื่นต่อทริปแน่ๆใครเป็นสายเที่ยวออนทัวร์ต้องระวังกระเป๋าตังค์รั่วให้มากๆ

5.ติดพนัน

หากใครหลงเข้าไปลองเล่นคาสิโนออนไลน์แล้ว อาจถูกผีพนันสิงได้ง่าย ๆ เพราะช่วงเริ่มต้นเล่นใหม่ๆ หลายคนมักจะได้เงิน ทำให้ติดใจ เล่นเป็นประจำทุกวัน ยิ่งเสีย ยิ่งเล่น เพราะอยากได้เงินคืน บางรายเสียพนันหลักแสน และหากไม่มีจ่าย จะถูกเจ้าหนี้สายโหด ขู่ทำร้ายร่างกาย จนต้องเอาเงินเก็บมาเคลียน์หนี้  แถมเงินเดือนเข้าเมื่อไหร่ก็ไม่เคยเหลือ เพราะอยากเอามาต่อทุน จบด้วยการเป็นหนี้นอกระบบแบบไม่ต้องสงสัย

ขอบคุณข้อมูล SCB / ภาพ Freepik

การผลิบานครั้งใหม่ของ 6 ไอเท็มชิ้นเด็ดจาก Piaget #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/656164

วันที่ 22 มิ.ย. 2564 เวลา 15:35 น.

การผลิบานครั้งใหม่ของ 6 ไอเท็มชิ้นเด็ดจาก Piaget#PiagetRose การผลิบานครั้งใหม่ของ 6 ไอเท็มชิ้นเด็ด ที่พรรณนาถึงหมู่มวลกุหลาบ อีฟ เพียเจต์ได้อย่างดึงดูดจนคุณต้องทึ่ง!

แฟชั่น ดอกไม้ และเฟมินีน เชื่อมถึงกันเสมอ ล่าสุด Piaget (เพียเจต์) ส่งดอกไม้ซิกเนเจอร์ของเมซง อย่าง Yves Piaget Rose (กุหลาบ อีฟ เพียเจต์) ที่ไล่เฉดสีงดงามจากชมพูไปถึงบานเย็นและมีกลีบดอกซ้อนกันถึง 80 ชั้น แถมยังมอบกลิ่นหอมหวานอมเปรี้ยวแบบซิตรัส มาเติมเต็มคอลเลคชั่นของ Piaget Rose (เพียเจต์ โรส) ให้อบอวลอีกครั้ง

Piaget Rose (เพียเจต์ โรส) เปิดตัวครั้งแรกในปี 2002 ถือเป็นหนึ่งในคอลเลคชั่นจิวเวลรี่ชั้นสูงของเมซงที่ได้รับแรงบันดาลใจจากกุหลาบที่ไม่มีวันเหี่ยวเฉา อย่าง อีฟ เพียเจต์ ซึ่งตลอดหลายปีที่ผ่านมา แต่ละชิ้นงานล้วนหยิบอัญมณีหลากชนิดมาถ่ายทอด เพื่อเติมเต็มความโรแมนติกเหนือกาลเวลาเข้าไปในเครื่องประดับสุดหรู อาทิ ทอง เพชร ไปจนถึง ทัวร์มาลีนสีชมพู และ โอปอลสีชมพูลูกกวาด

และนี่คือการผลิบานครั้งใหม่ของ 6 ไอเท็มชิ้นเด็ดในปีนี้ ที่พรรณนาถึงหมู่มวลกุหลาบ อีฟ เพียเจต์ ได้อย่างดึงดูดจนคุณต้องทึ่ง! ยิ่งไปกว่านั้นยังมีเหล่าช่างฝีมือชื่อดังมาร่วมคอลลาบอเรตอีกด้วย

Piaget Rose Rings

แหวนดีไซน์ใหม่ 2 รุ่น มาพร้อมเฉดสีหลัก อย่างสีชมพูที่สื่อถึงสีสันของกลีบกุหลาบ และ สีเขียวที่หยิบยกเฉดสีเข้มของใบไม้มานำเสนอ ทั้งสองแบบโดดเด่นด้วยทัวร์มาลีนขนาดราว 5 กะรัต ล้อมรอบด้วยเพชรน้ำงามที่ร้อยเรียงอยู่บนกลีบกุหลาบสีทองอร่าม ซึ่งแต่ละกลีบถูกตกแต่งอย่างพิถีพิถัน ก่อนประดับลงบนตัวเรือนในดีไซน์แบบอสมมาตร

เมซงทุ่มเทกว่า 50 ชั่วโมงในการสร้างสรรค์ ใช้เทคนิคการฝังอัญมณีเก่าแก่ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากผลงานในคอลเลคชั่นจิวเวลรี่ชั้นสูงมากมาย แม้กระทั่งรายละเอียดที่ซุกซ่อนอยู่ด้านหลังก็ยังตกแต่งอย่างประณีตด้วยลวดลายฉลุ “Rose ajourée” อันละเอียดอ่อน

Extraordinary Colours

ทัวร์มาลีน หรือเรียกอีกชื่อตามโทนสีครามที่ปรากฏว่า อินดิโคไลต์ (indigolite or indicolite) โดยทั่วไปมักมีสีครามเข้ม ไล่เฉดสีไปจนถึงน้ำเงินอมเขียว แม้ประกายที่สะท้อนออกมาอาจแตกต่างกันในแต่ละชิ้น แต่กลับมอบความรู้สึกที่มีชีวิตชีวาเฉกเช่นความตั้งใจของเมซงที่อุทิศอยู่ในทุกชิ้นงาน ซึ่งทัวร์มาลีนโทนน้ำเงินอมเขียวนี้ ถือเป็นหนึ่งในอัญมณีหายากและมีความต้องการในตลาดโลกค่อนข้างสูง เมซงจึงพิถีพิถันในการคัดสรรอย่างมาก ทั้งเฉดสีและความอิ่มตัวของสีต้องอยู่ในเกณฑ์ที่สมดุลกัน เพื่อให้ได้ทัวร์มาลีนสีน้ำเงินอมเขียวที่ไร้ที่ติ ขณะที่ทัวร์มาลีนสีกุหลาบ ก็ขึ้นชื่อว่าหายากไม่แพ้กัน ทั้งในแง่ของเฉดสีและขนาดที่สมบูรณ์แบบจนทำให้เหล่านักล่าอัญมณีอยากมีไว้ครอบครอง นอกจากเรื่องสีแล้ว องค์ประกอบทางคุณภาพอย่าง ความแข็งและความเหนียวก็ต้องเป็นไปตามมาตรฐานระดับสูงของเมซงในทุกรายละเอียด

Extraordinary Cuts

ทัวร์มาลีนสีชมพู และสีเขียวขนาดใหญ่ ถูกนำมาเจียระไนแบบทรงไข่ ซึ่งถือเป็นทรงที่ดีที่สุดสำหรับการเจียระไนกลุ่มอัญมณีที่มีสีสัน เพื่อให้คงความเข้มของสีและเปล่งประกายได้อย่างเจิดจรัสที่สุดเมื่อยามที่แสงตกกระทบ ซึ่งทุกขั้นตอนอยู่ในความดูแลของผู้เชี่ยวชาญภายใต้มาตรฐานระดับสูงของเมซง

Extraordinary Details

แหวนทัวร์มาลีนสีเขียว (G34UW500) ตัวเรือนโรสโกลด์ ตกแต่งด้วยเพชรบริลเลียนต์คัตรวม 154 เม็ด (ราว 1.69 กะรัต) ทัวร์มาลีนเฉดสีเขียวทรงไข่ 1 เม็ด (ราว 4.92 กะรัต) และทรงลูกแพร์ 8 เม็ด (ราว 1.36 กะรัต)

แหวนทัวร์มาลีนสีชมพู (G34UX200) ตัวเรือนไวท์โกลด์ ประดับเพชรบริลเลียนต์คัตรวม 154 เม็ด (ราว 1.69 กะรัต) ทัวร์มาลีนเฉดสีชมพูทรงไข่ 1 เม็ด (ราว 4.94 กะรัต) และทรงลูกแพร์ 8 เม็ด (ราว 1.36 กะรัต)

Glyptic and Enamel Art Timepieces

เพียเจต์ ถือเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่หลงใหลใน Métiers d’Art เป็นอย่างมาก ดังที่ปรากฏในเรือนเวลาเพียเจต์ โรส ที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นการใช้เทคนิคประดับแบบดั้งเดิมอย่าง Micro-mosaic, การเลือกใช้เนื้อไม้ หรือ หิน มารังสรรค์ผ่านหัตถศิลป์เก่าแก่อย่าง Marquetry, การปักแพทเทิร์นบนพื้นหน้าปัด, การแกะสลัก, ขัดลายด้วยเทคนิคกิโยเช่ ไปจนถึงการลงยา

มาปีนี้ เมซงยังคงแฝงไว้ซึ่งศาสตร์และศิลป์อันเชี่ยวชาญได้อย่างน่าสนใจ กับ 4 เรือนเวลาใหม่ Altiplano – Rose Bouquet Métiers d’Art โดยไฮไลต์อยู่ที่ดีไซน์หน้าปัดที่ถูกเติมเต็มด้วยหมู่มวลดอกไม้ล้ำค่าอย่าง กุหลาบ อีฟ เพียเจต์ ผ่านฝีมือการรังสรรค์ของ 2 ศิลปินมากความสามารถ อย่าง Dick Steenman ผู้เชี่ยวชาญด้านงานศิลป์บนเรือนเวลาที่เน้นการนำเสนอด้วยเทคนิคการแกะสลัก ตกแต่งด้วยอัญมณี และ Anita Porchet ศิลปินนักลงยาที่มีชื่อเสียงที่สุดในอุตสาหกรรมนาฬิกา ถ่ายทอดผลงานผ่านหลากหลายวิธีเพื่อแต่งแต้มจินตนาการให้มีมิติมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็น cloisonné, champlevé, grisaille หรือ paillonné

The Creative Process

เริ่มต้นชิ้นงานด้วยฝีมือแกะสลักของ Dick Steenman ที่เนรมิตดอกกุหลาบขนาดจิ๋วให้บานสะพรั่งทั่วทั้งหน้าปัด ก่อนส่งต่อให้ Anita Porchet แต่งแต้มสีสันด้วยการเคลือบสีลงยา เมื่อผ่านการเผาจนได้เฉดสีที่ไร้ที่ติจึงส่งกลับให้ Dick Steenman อีกครั้ง เพื่อขัดแต่งรายละเอียดของกลีบดอก รวมถึงนำหินสีที่ผ่านการ

แกะสลักด้วยเทคนิค glyptic ที่หาตัวจับได้ยากมาประดับลงบนหน้าปัดอย่างประณีต แต่งแต้มให้สมจริงด้วยเกสรดอกไม้ที่ทำจากเพชร แซฟไฟร์ และ ซาวอไรต์

The Challenges

หน้าปัดแต่ละชิ้นใช้เวลาอย่างน้อย 1 เดือนในการสร้างสรรค์ ซึ่งถือเป็นความท้าทายของเมซงที่ต้องเผชิญกับหลากหลายปัจจัย อาทิ

1. การควบคุมเปอร์เซ็นต์ส่วนผสม Alloy ที่ผสมลงไปในทองคำ 22 กะรัต ต้องพอเหมาะ เพื่อให้การเคลือบสีลงยาและองค์ประกอบของดอกไม้ที่ได้ออกมาสมบูรณ์แบบที่สุด

2. หินสีมีความเปราะบางเป็นพิเศษและสามารถแตกหรือร้าวได้ง่าย ทั้งยังมีข้อจำกัดที่ต่างกันไป อาทิ โอปอลที่มีความเปราะบางค่อนข้างมากกว่าอัญมณีอื่นๆ, คอรัลมีความสามารถในการเปลี่ยนสีได้ ขณะที่โรโดไนต์ และ คริสโซเพรส ค่อนข้างแข็งและยุ่งยาก ดังนั้นในการลงมือแกะสลักหินสีแต่ละชิ้น Dick Steenman ต้องอาศัยทักษะและเครื่องมือเฉพาะ ไปจนถึงการใช้น้ำมัน แป้งเปียก และผงเพชรในการขัดขั้นสุดท้าย

3. ในพาร์ทของการเคลือบสีลงยาก็ซับซ้อนพอกัน ไม่เพียงแต่การออกแบบโทนสีในแต่ละตำแหน่งเพื่อบอกเล่าเรื่องราวได้อย่างสมจริง แต่ Anita Porchet ต้องใส่ใจแม้กระทั่งความหนาของอีนาเมลเพื่อไม่ให้บดบังรูปแกะสลักอื่น ๆ ที่อยู่ข้างใต้ ขณะเดียวกันเพื่อให้นาฬิกาแต่ละรุ่นมีเอกลักษณ์ที่ควรจดจำ เธอยังได้สร้างสรรค์เฉดสีเฉพาะที่เข้ากับอัญมณีอีกด้วย รวมถึงประยุกต์ลูกเล่นต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการเล่นแสงเงาที่ทำให้กลีบดอกไม้ดูพลิ้วไหวราวกับมีชีวิต

4. ความท้าทายที่ซับซ้อนที่สุดที่ช่างฝีมือและช่างนาฬิกาต่างเผชิญร่วมกัน คือความจริงที่ว่าการสร้างสรรค์ทั้งหมดเกิดขึ้นบนหน้าปัดที่มีพื้นที่ค่อนข้างจำกัดและหนาเพียงระดับมิลลิเมตร ขณะเดียวกันก็ต้องรักษามาตรฐานแห่งประสิทธิภาพและความเที่ยงตรงของของเพียเจต์ไว้ด้วยนั่นเอง

และนี่คือ 4 งานศิลป์ล้ำค่าที่หยิบเอา ทองคำ, หินสี อาทิ อิมพีเรียล แจสเปอร์, คอรัล, คริสโซเพรส, มูไคต์ รวมถึง มาเธอร์ออฟเพิร์ล มารังสรรค์

Altiplano – Rose Bouquet Métiers d’Art ตัวเรือนโรสโกลด์ ขนาด 36 มิลลิเมตร ขอบตัวเรือนประดับเพชรทรงบาแก็ตต์ หน้าปัดตกแต่งอย่างวิจิตรด้วยอัญมณีหลากสี ไม่ว่าจะเป็น แซฟไฟร์สีชมพู, ซาวอไรต์สีเขียว และเพชร ในแพทเทิร์นและเฉดสีที่ต่างกันออกไป มีให้เลือก 3 สไตล์

ขณะที่เวอร์ชั่นสุดท้าย มาพร้อมหน้าปัดทองคำที่บานสะพรั่งไปด้วยหมู่มวลกุหลาบ ประดับแซฟไฟร์สีชมพู, อะเมธิสต์ และเพชร (G0A46219) ซึ่งแต่ละโมเดลผลิตจำกัดเพียง 8 เรือนเท่านั้น และขับเคลื่อนด้วยกลไกไขลานด้วยมือแบบบางพิเศษ 430 P อีกด้วย

นอกจากนี้แบรนด์ยังเดินตามปรัชญา ”Always do better than necessary” อย่างยึดมั่น โดยล่าสุดเปิดตัว Piaget Care Program ที่อัพเดทสิทธิประโยชน์ให้กับเจ้าของเรือนเวลาเพียเจต์ทุกเรือนไม่ว่าจะเป็น การขยายการรับประกันระดับสากลเป็นเวลา 8 ปี ซึ่งครอบคลุมทั้งลูกค้าใหม่ไปจนถึงลูกค้าที่ยังอยู่ในระยะประกัน เพื่อสะท้อนถึงความแน่วแน่ในการส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่น่าเชื่อถือและพิถีพิถันในการสร้างสรรค์แก่ลูกค้า ซึ่งนอกจากประกันแล้ว เมซงยังเพิ่มเติมบริการปรับแต่ง Personalized services เพื่อเข้าถึงความต้องการของลูกค้าในทุกรายละเอียดเข้าไว้ในโปรแกรมอีกด้วย รายละเอียดเพิ่มเติม https://www.piaget.com/services/piaget-care-program

สัมผัสเรือนเวลาและเครื่องประดับชั้นสูงจากเพียเจต์ (Piaget) ได้แล้ววันนี้ ณ เพียเจต์ บูติค โดย เอส ที ไดเมนชั่น ชั้น M สยามพารากอน โทร. 02-610-9678

ส่งตรงเมนูโปรดให้ได้อร่อยปลอดภัยถึงบ้าน จากเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ เดลิเวอรี่ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/656704

วันที่ 29 มิ.ย. 2564 เวลา 11:30 น.

ส่งตรงเมนูโปรดให้ได้อร่อยปลอดภัยถึงบ้าน จากเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ เดลิเวอรี่จะอยู่บ้าน หรือทำงานที่บ้าน (Work From Home) แค่หยิบโทรศัพท์และกดสั่ง เมนูความอร่อยทั้งอาหารไทยและตะวันตก ที่ปรุงสด สะอาด และปลอดภัยก็ส่งตรงถึงบ้านคุณ

โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ พร้อมส่งมอบความสุขในรูปแบบความอร่อยให้คุณได้อิ่มเอมในทุกๆ มื้อ กับชุดอาหารและน้ำดื่มฟรี 1 ขวด ในราคาเพียง 88 บาทเท่านั้น

ไม่ว่าจะเป็น สปาเก็ตตี้หอยแมลงภู่, ข้าวผัดรถไฟ, ข้าวผัดหนำเลี้ยบหมูสับ, ไก่ผัดเม็ดมะม่วงราดข้าว, ผัดซีอิ๊วหมู / กุ้ง, ผัดกะเพราหมูราดข้าวไข่ดาว, สปาเก็ตตี้ราดซอสเนื้อ, ซุปเห็ด และเมนูอื่นๆ อีกมากมาย ให้คุณได้เลือกลิ้มลอง

ขอให้ทุกท่านไว้ใจในการปรุงที่พิถีพิถัน ทั้งความสะอาด ปลอดภัย ใส่ใจ และห่วงใย เราขอการันตีด้วยประกาศนียบัตรโรงแรมที่ผ่านการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัย SHA (Amazing Thailand Safety and Health Administration) จากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ทั้งอิ่ม ทั้งฟิน ปลอดภัยกับอาหารมากมายพร้อมส่งได้แล้วตั้งแต่วันนี้

เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 07.00 -20.30 น.สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือสั่งอาหาร โทรเลย 02-100-1234 ต่อ 5988 หรืออีเมล: diningcgcw@chr.co.th หรือ สามารถสั่งอาหารผ่านแอปพลิเคชั่น แกร๊บฟู้ดได้

ติดตามข่าวสารห้องอาหารของโรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ได้ที่เฟสบุ๊ก: Centara Grand & Bangkok Convention Centre at CentralWorld อินสตาแกรม: Centaragrand_Centralworld

Bangkok Design Week 2021 บุก 4 ย่านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ทั่วกรุงเทพฯ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/656508

วันที่ 26 มิ.ย. 2564 เวลา 12:55 น.

Bangkok Design Week 2021 บุก 4 ย่านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ทั่วกรุงเทพฯส่องเทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ Bangkok Design Week 2021 ใน 4 ย่านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ทั่วกรุง “เจริญกรุง-ทรงวาด l สามย่าน l อารีย์-ประดิพัทธ์ l ทองหล่อ-เอกมัย” ชมได้ถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2564

เดินทางมาถึงเดือนสุดท้ายแล้ว สำหรับเทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ 2564 หรือ Bangkok Design Week 2021 (BKKDW2021) โดยสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ CEA โดยในเดือนกรกฎาคมนี้ จัดตั้งแต่วันที่ 3 – 11 กรกฎาคม 2564 และบางกิจกรรมขยายระเวลาถึง 31 กรกฎาคม 2564 โดยมีการขยายพื้นที่การจัดงานออกไปใน 4 ย่านเศรษฐกิจสร้างสรรค์หลัก จากเจริญกรุง-ทรงวาด ไปสู่ สามย่าน, อารีย์-ประดิพัทธ์, ทองหล่อ – เอกมัย และพื้นที่ที่น่าสนใจอื่นๆ

นำเสนอแนวคิด “Resurgence of Possibilities ก้าวต่อไปสู่ความเป็นไปได้ใหม่” ที่ส่งผลดีต่ออุตสาหกรรมสร้างสรรค์ไทยในการเป็นเวทีแสดงผลงานของนักออกแบบและธุรกิจสร้างสรรค์ต่างๆ และยังส่งผลกระทบเชิงบวกที่ขยายผลสู่ธุรกิจแวดล้อมต่าง ๆ เช่น การตลาด การพิมพ์ สื่อออนไลน์ แกลเลอรี ร้านกาแฟ ร้านอาหาร ธุรกิจของฝาก-ของที่ระลึก ลอจิสติกส์ การท่องเที่ยว และบริการขนส่งมวลชน ฯลฯ อันจะนำไปสู่การสร้างย่านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ให้เกิดขึ้นจริงในการยกระดับธุรกิจและคุณภาพชีวิตของคนไทย

ทั้งนี้ ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 จึงได้มีการปรับรูปแบบการจัดงานเพื่อให้สอดรับชีวิตวิถีใหม่ (New Normal) ด้วยการปรับลดพื้นที่และกิจกรรมบางส่วน พร้อมเตรียมมาตรการเข้าชมงานตามหลักเกณฑ์การป้องกันการแพร่ระบาดของโรคที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดอย่างเคร่งครัด เพื่อให้ทุกคนสามารถมาร่วมเทศกาลฯ อย่างทั่วถึง เพื่อร่วมกันตั้งคำถาม สร้างแรงบันดาลใจ ท่ามกลางวิกฤตโควิด-19 ก้าวสู่ความเป็นไปได้ใหม่ๆ ที่ความคิดสร้างสรรค์นำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน

เจริญกรุง-ทรงวาด : ต้นแบบย่านเศรษฐกิจสร้างสรรค์แห่งแรกของกรุงเทพฯ เป็นแหล่งรวมกลุ่มคนสร้างสรรค์ที่ผสมผสานความเก่า-ใหม่อย่างลงตัว โดยในเดือนนี้ พื้นที่จัดแสดงหลัก เช่น ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบกรุงเทพฯ หรือ TCDC กรุงเทพฯ, บางรัก ริเวอร์วิว, O.P. Garden, PLAY art house, Warehouse 30 และพื้นที่อื่นๆ

· นิทรรศการ CREATIVE VIRUS โดย art4d นิทรรศการที่นำเสนอเรื่องราวอีกด้านของวิกฤตโควิด-19 ผ่านการจัดแสดงผลงานจากกลุ่มสร้างสรรค์หลากหลายสาขา สถาปนิก ศิลปิน นักออกแบบ จำนวน 34 คน ที่เคยร่วมส่งผลงานเข้ามาร่วมเผยแพร่ใน art4d273 We will meet again และผลงานออกแบบการสื่อสารที่ชนะเลิศโครงการ Design Hero : The New Normal เพื่อเน้นย้ำกับสังคมว่า ทุกวิกฤตนั้นมีโอกาสเสมอ จัดแสดงที่ห้องแกลเลอรี ชั้น 1 อาคารส่วนหลัง TCDC กรุงเทพฯ วันที่ 3 – 11 กรกฎาคม 2564 เวลา 11.00-19.00 น. สามารถติดตามการลงทะเบียนนัดหมายวันและเวลาเข้าชมในพื้นที่ ได้ที่ Facebook: BangkokDesignWeek

สามย่าน : ย่านชุมชนเก่าแก่ของชาวจีน ที่ในอดีตมีชื่อเสียงด้านตลาดสดและร้านอาหารชื่อดังระดับตำนาน กิจกรรมอัดแน่นไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ทางด้านเมนูอาหารแบบออนไลน์ สอดรับวิถีชีวิตใหม่ ผสมผสานแหล่งต้นทุนทางวัฒนธรรมในหลากหลายพื้นที่ได้อย่างลงตัว เช่น สามย่านมิตรทาวน์, ซอยจุฬาลงกรณ์ 50, Inda Lab, East Architects, The Shophouse 1527, CUArt4C , Raw Room, U center, Reno hotel เป็นต้น

· Common Air-rea โดย CEA x Cloud-floor x UCCN, BKK City of Design พื้นที่ Safe zone ที่เราสามารถสูดลมหายใจเข้าสู่ปอดอย่างสบายใจ โครงการต้นแบบความเป็นไปได้ในพื้นที่สาธารณะด้วยนวัตกรรมเพื่อช่วยบรรเทาและพัฒนาคุณภาพอากาศในพื้นที่แบบปิด ให้ได้รับอากาศที่บริสุทธิ์ขึ้นผ่านเครื่องดักกรองธรรมชาติ ลดความเสี่ยงอันตรายจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนพัฒนาไฟฟ้าเพื่อกิจการตามมาตรา 97(5) สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน พ.ศ. 2562 จัดแสดงที่สามย่านมิตรทาวน์ ชั้น G ฝั่งร้าน Tim Horton’s วันที่ 3 – 11 กรกฎาคม 2564 เวลา 10.00-20.00 น.

· TOMORROW LOW CARBON โดย SONTANA นิทรรศการที่สร้างบทสนทนากับสิ่งแวดล้อมในโลกอนาคตที่เราฝันถึง การรวมตัวของศิลปิน 8 ท่าน ได้แก่ Mike Hornblow, 27 JUNE Studio, Wishulada, Tastebud, H-lab, COTH studio, ศิรษา บุญมา, นุธิดา ทรัพย์บริบูรณ์ ที่มาร่วมแสดงผลงานเพื่อสร้างบทสนทนาถึงอนาคตของการลดคาร์บอนฟุตปริ้นท์ ด้วยวิธีการที่หลากหลาย จัดแสดงที่ The shophouse 1527 ตึกแถวหมายเลข 1527 ในชุมชนสามย่าน วันที่ 3 – 11 กรกฎาคม 2564 เวลา 11.00-19.00 น. สามารถติดตามการลงทะเบียนนัดหมายวันและเวลาเข้าชมในพื้นที่ ได้ที่ Facebook: BangkokDesignWeek

· Academic Exhibition & Showcase โดย Bangkok Design Week x ISSARAPHAP: นิทรรศการ “หน้ากาก_อนาคต” นิทรรศการการจัดแสดงผลงานนิสิตนักศึกษา 26 ผลงาน จากโปรเจกต์พิเศษการประกวดออกแบบหน้ากากเพื่ออนาคต หลังยุคโควิด-19 เพื่อเป็นพื้นที่ในการแสดงความคิดเห็นนำเสนอมุมมองของคนรุ่นใหม่ที่มีต่อสังคม ผ่านการตีความหมายของ “หน้ากาก” อุปกรณ์ใหม่ที่แทบจะกลายเป็นอวัยวะที่ 37 ในยุคนี้ ซึ่งอาจนำไปสู่การพัฒนาต่อยอดคุณภาพชีวิตของผู้คน การออกแบบ แฟชั่น วิทยาศาตร์ เศรษฐศาสตร์ การแพทย์ การศึกษา การเมืองการปกครอง เทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อสร้างอนาคตให้ดียิ่งขึ้น จัดแสดงที่ ลานโปรโมชั่น ชั้น 3 สามย่านมิตรทาวน์ วันที่ 3 – 11 กรกฎาคม 2564 เวลา 10.00-20.00 น.

· โปรเจกต์ Envisioning BANGKOK ผลงานศิลปะการจัดวางบนพื้นที่สาธารณะ (Public Art and Installation) สะท้อนความเป็นกรุงเทพฯ ผ่านการออกแบบสร้างสรรค์ขึ้นใหม่ จากบริบทของพื้นที่สาธารณะ ไม่ว่าจะเป็นสาธารณูปโภคพื้นฐาน การใช้งานของคนในรูปแบบต่าง ๆ โดยมีวัตถุประสงค์ให้เกิดการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้ชมงานเทศกาลฯให้มากที่สุด โดยมี 4 ผลงานจัดแสดงในพื้นที่ต่างๆ ย่านสามย่าน วันที่ 3 – 11 กรกฎาคม 2564 เวลา 10.00-19.00 น. ได้แก่

– muta v2 โดย lowerline studio “หมูทะ” คำติดปากที่หลายคนใช้เพื่อเรียกอาหารประเภทหนึ่ง ที่เป็นสัญญะแห่งการเฉลิมฉลองในวาระต่างๆ จัดแสดงบริเวณซอยจุฬาลงกรณ์ 50

– Skywall โดย Chana Mahayosanun Skywall ศาลาที่พักที่ใช้องค์ประกอบทางสถาปัตยกรรม ทำให้คนสามารถ พัก ใช้สมาธิ นั่งมองท้องฟ้าที่เปลี่ยนไปตามเวลา โดยมีกระจกเป็นสื่อเชื่อมโยงภายใน-ภายนอก จัดแสดงที่ลานด้านหน้าสามย่านมิตรทาวน์

– The Direct Approach โดย TODO DESIGN พื้นที่พักผ่อนที่คนในชุมชนสามารถเข้าไปใช้เป็นจุดพัก หรือ เครื่องเล่นสำหรับเด็กในพื้นที่สาธาณะ ที่ออกแบบโดยคำนึงถึงความเชื่อมโยงสัมพันธ์กับบริบทโดยรอบจากประวัติศาสตร์ที่อยู่เบื้องหลังความเชื่อความศรัทธาของสิ่งสักการะในย่าน จัดแสดงบริเวณศาลเจ้าพ่อเสือ ตั่วเหล่าเอี๊ย ซอยจุฬาลงกรณ์ 50

– GroundPlay โดย verasustudio x userfriendly x PINE เครื่องเล่นที่ผสมผสานระหว่างงานสถาปัตยกรรม ภูมิทัศน์ และ เครื่องเล่น เข้าด้วยกัน “ลานละเล่น” จึงเป็นแนวคิดของเพลย์สเตชั่นที่กลมกลืนไปกับสภาพแวดล้อม และให้อิสระในการตีความและการใช้งานแก่ผู้ใช่ จัดแสดงบริเวณสวนสาธารณะ U-Center

อารีย์-ประดิพัทธ์ : จากบ้านพักข้าราชการสุดคลาสสิค พัฒนาสู่ย่านสร้างสรรค์ที่เต็มไปด้วยคาเฟ่เก๋ ๆ ร้านอาหาร สตูดิโอออกแบบ สัมผัสประสบการณ์การเดินสำรวจย่านที่ยังคงรุ่งเรืองจากอดีตจนถึงปัจจุบัน ผ่านการจัดกิจกรรมในหลากหลายพื้นที่ อาทิ Josh Hotel, FEAST Ratchakru, Window gallery and café, Fats and Angry ซอยอารีย์ 4 เป็นต้น

· Ari Around โดย Faiyen Design Studio X skiixy X Stew X Napat Charitbutra X Parn Nattanun X uk.avant.garde มาร่วมสร้างประสบการณ์จำลองชีวิตในอุดมคติของประชากรอารีย์ = compassionate people ผ่าน platform ARI AROUND ที่เริ่มต้นทดลองครั้งแรกในพื้นที่ อารีย์-ประดิพัทธ์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเชื่อมโยงผู้คน เสริมสร้างความเป็นชุมชนให้แข็งแรง เกิดการพึ่งพาอาศัยและมีมิตรภาพต่อกัน กระตุ้นเศรษฐกิจภายในย่าน จัดการสิ่งแวดล้อมให้น่าอยู่ ลดขยะจากการบริโภค โดยมีการทดลองใช้สกุลเงินจำลอง Ari Coin ซึ่งเป็นระบบคูปอง (Token System) ที่ได้จากการนำขยะรีไซเคิลมาแลกเพื่อรับสิทธิ์พิเศษภายในชุมชน สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที http://www.ariaround.com

· Hotel in•ter•rim โดย Mæwty x Cloud-floor x SP/N x NOSEstory x Decus นิทรรศการบอกเล่าเรื่องราวของย่านประดิพัทธ์และอารีย์ โดยเฉพาะถนนเส้นประดิพัทธ์ ซึ่งเต็มไปด้วยโรงแรม และเป็นย่านที่มีความเจริญอย่างมากในอดีต รวมไปถึงการให้ข้อมูลและเปิดมุมมองของผู้เข้าชมต่อถนนประดิพัทธ์ ซึ่งกำลังจะพัฒนาและเป็นหนึ่งในเส้นทางสัญจรหลักแห่งหนึ่งของกรุงเทพฯ จัดแสดงที่ Josh Hotel ซอยอารีย์ 4 วันที่ 3 – 11 กรกฎาคม 2564 เวลา 11.00-19.00 น. สามารถติดตามการลงทะเบียนนัดหมายวันและเวลาเข้าชมในพื้นที่ ได้ที่ Facebook: BangkokDesignWeek

ทองหล่อ-เอกมัย : ย่านดีไซน์ใจกลางสุขุมวิท แหล่งรวมธุรกิจไลฟ์สไตล์ และแหล่งรวมสตูดิโอสร้างสรรค์ระดับชั้นนำของประเทศ ที่พร้อมเปิดบ้านต้อนรับทุกคน อาทิ Kenkoon, MOBELLA, YIMSAMER เป็นต้น

· OPEN… เปิดประตูสู่ความเป็นไปได้ใหม่ กิจกรรมเปิดสตูดิโอชั้นนำระดับประเทศกว่า 14 สตูดิโอของกลุ่มนักออกแบบหลากหลายสาขาในย่าน ที่รวมตัวกันตกแต่งหน้าบ้าน เพื่อต้อนรับผู้เข้าชมให้ได้สัมผัสความครีเอทีฟสุดเอ็กซ์คลูซีฟ พร้อมพูดคุยแลกเปลี่ยนมุมมองการทำงานด้านงานดีไซน์แบบเจาะลึกกับเจ้าบ้านอย่างเป็นกันเอง ได้แก่ Shma, Kenkoon, MOBELLA, YIMSAMER, Tribes, PLATO, thingsmatter, Flo, The Ordinarist, Party Space Design, Nowhere, Pukpun, Pinpina, PABAJA Studio เป็นต้น

นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจในพื้นที่อื่นๆ ขยายออกไปทั่วกรุงเทพ อาทิ ย่านราชดำริ THE WATCHER โดย Splendour Solis ที่ AUA LANGUAGE CENTER นิทรรศการเชิงทดลองแบบ Realtime Exhibition โดยทุกคนสามารถเข้ามามีส่วนร่วมสร้างสรรค์คอนเทนต์และงานออกแบบด้วยกัน และย่านบางแค “THE improvised” Phetkasem Artist Studio ที่ HAS design and research สตูดิโอออกแบบสถาปัตยกรรมที่จัดโชว์เคสแสดงเรื่องราวของการค้นพบ “อัตลักษณ์ใหม่ที่เป็นไปได้ในสถาปัตยกรรมอัปลักษณ์” ที่เราคุ้นตากันอย่าง ท่อเหล็ก! เป็นต้น สามารถติดตามการลงทะเบียนนัดหมายวันและเวลาเข้าชมในพื้นที่ ได้ที่ Facebook: BangkokDesignWeek

ร่วมค้นหาโอกาสและความเป็นไปได้ใหม่ เพื่อเพิ่มศักยภาพให้แก่เมือง ในเทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

Website: bangkokdesignweek.com

Facebook: BangkokDesignWeek

Instagram: @bangkokdesignweek

Line@: BangkokDesignWeek

Twitter: BKKDesignweek

#BKKDW2021 #BangkokDesignWeek

The Coffee Academics กับเครื่องดื่มและขนมหวานใหม่ที่จะครองใจ Cafe Hopping #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/656224

วันที่ 23 มิ.ย. 2564 เวลา 10:30 น.

The Coffee Academics กับเครื่องดื่มและขนมหวานใหม่ที่จะครองใจ Cafe Hoppingร้านเดอะ คอฟฟี่ อะคาเดมิคส์ ต้อนรับฤดูฝนด้วยเครื่องดื่มช็อกโกแลตปั่นสุดพรีเมี่ยม “ช็อกโกฟรอสท์”พร้อมเปิดตัวเมนูเอสเพรสโซ่ ทีรามิสุ และบานอฟฟี่ เครื่องดื่มดีๆ จากร้านกาแฟสเปเชี่ยลตี้คุณภาพ

ว่ากันว่า “ฤดูฝนถ้าไม่ทำให้รู้สึกโรแมนติก ก็ทำให้รู้สึกเหงา” ร้านเดอะ คอฟฟี่ อะคาเดมิคส์ ร้านกาแฟสเปเชี่ยลตี้คุณภาพ นำเสนอเครื่องดื่มใหม่สุดพิเศษ “ช็อกโกฟรอสท์” ที่ให้ความรู้สึกแสนโรแมนติกรับหน้าฝนนี้ดื่มด่ำไปกับช็อกโกแลตปั่นโรยหน้าด้วยครั๊นชี่ช็อกโกแลตกรุบกรอบผสมเฮเซลนัทบัตเตอร์

โดยครั้งนี้ทางร้านเลือกใช้เมล็ดโกโก้คุณภาพสูงที่ปลูกในพื้นที่เขตร้อนที่ผ่านการคัดสรรอย่างพิถีพิถัน นำมาฟรอสท์เพื่อให้เกิดความเย็นฉ่ำ สร้างความสดชื่นและผ่อนคลาย ให้สัมผัสที่ละมุนลิ้น พร้อมด้วยรสชาติหวานอ่อนๆ และกลิ่นหอมของช็อกโกแลตสุดพรีเมี่ยมที่คนรักช็อกโกแลตจะต้องถูกใจ “ช็อกโกฟรอสท์” พร้อมเสิร์ฟให้ลิ้มลองกันแล้ววันนี้ ในราคาเพียง 180 บาท ที่ร้านเดอะ คอฟฟี่ อะคาเดมิคส์ ทุกสาขา (ยกเว้นสาขาโรงเรียนนานาชาติเดอะรีเจ้นท์)

ร้านเดอะ คอฟฟี่ อะคาเดมิคส์นอกจากเชี่ยวชาญด้านกาแฟพิเศษ หรือสเปเชี่ยลตี้คอฟฟี่ที่มีระดับคะแนนตั้งแต่ 85 คะแนนขึ้นไป จากความมุ่งมั่นในการเลือกใช้แต่วัตถุดิบคุณภาพ พร้อมทั้งให้การสนับสนุนเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟทั้งในและต่างประเทศแล้ว ยังเสิร์ฟอาหารและขนมหวานแสนอร่อยให้ลิ้มลองหลากหลายเมนู ซึ่งควรค่าแก่การมาเยือน 

สำหรับอาหารและขนมหวานทุกจานถูกรังสรรค์ด้วยความเอาใจใส่และรับประกันความพึงพอใจของลูกค้าเช่นเดียวกับกาแฟทุกแก้วที่ผ่านการชงอย่างพิถีพิถันโดยบาริสต้ามากฝีมือนอกจากนี้ทางร้านยังได้อัปเดตเมนูอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้เข้ากับธีมเทศกาลและโอกาสพิเศษต่างๆและตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าอยู่เสมอ

และ 2 เมนูใหม่ที่อยากแนะนำคือ “เอสเพรสโซ่ ทีรามิสุ” และ “บานอฟฟี่” ที่พร้อมให้ลิ้มลองตั้งแต่วันนี้ จนถึง 14 สิงหาคม ศกนี้ เริ่มด้วย “ทีรามิสุ” ขนมหวานรสกาแฟยอดนิยมสัญชาติอิตาเลียนที่เป็นชั้นเค้กวางซ้อนกันหลายชั้น ทิรามิสุของ เดอะ คอฟฟี่ อะคาเดมิคส์ ทำสดใหม่ เนื้อชุ่มฉ่ำด้วยกาแฟเอสเพรสโซ่ และใส่เหล้าเพื่อเพิ่มมิติรสชาติ โรยด้วยสตรูเซลรสโกโก้บนเค้กนุ่มๆ ในราคาเพียง 160 บาท ต่อด้วย “บานอฟฟี่” ราคา 140 บาท ที่อัดแน่นด้วยกล้วยและคาราเมลบัตเตอร์ครีม เพิ่มความอร่อยด้วยเสาวรส โดยทั้งสองเมนูพร้อมให้บริการทั้งแบบสั่งกลับบ้าน ที่สาขาโครงการเวลา หลังสวน สาขาเกษรวิลเลจ และสาขาเซ็นทรัลเวิลด์

เดอะ คอฟฟี่ อะคาเดมิคส์ พร้อมให้บริการผ่านแอปพลิเคชันไลน์แมน, แกร็ปฟู้ด, ฟู้ดแพนด้า และโรบินฮู้ด ติดตามข้อมูลข่าวสารหรือโปรโมชั่นที่น่าสนใจได้ทาง Facebook: The Coffee Academics Thailand และ Instagram: @TheCoffeeAcademicsTH หรือที่เว็บไซต์ https://m.impact.co.th/3txPx0I

บุกเซ็นทรัลฯ อุดร พาชิม-ช้อปสินค้าจากเวียดนาม ในงาน “Vietnamese Goods Week – Udon Thani 2021” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/656137

วันที่ 22 มิ.ย. 2564 เวลา 12:20 น.

บุกเซ็นทรัลฯ อุดร พาชิม-ช้อปสินค้าจากเวียดนาม ในงาน “Vietnamese Goods Week - Udon Thani 2021”พาชิม-ช้อปสินค้าจากเวียดนาม ภายใต้ธีม A Flavour of Vietnam ในงานแสดงสินค้าจากประเทศเวียดนาม “Vietnamese Goods Week in Thailand – Udon Thani 2021”

จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 แล้วสำหรับงาน “Vietnamese Goods Week in Thailand – Udon Thani 2021” (เวียดนามีส กูดส์ วีค อิน ไทยแลนด์ – อุดรธานี 2021) งานแสดงสินค้าจากประเทศเวียดนาม ภายใต้ความร่วมมือหว่าง กลุ่มเซ็นทรัล บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ สำนักงานฝ่ายพาณิชย์ สถานเอกอัครราชทูตเวียดนามประจำประเทศไทย ปีนี้จัดภายใต้ธีม “A Flavour of Vietnam” (อะ เฟลเวอร์ ออฟ เวียดนาม) ณ ลานโปรโมชั่น ชั้น G เซ็นทรัล อุดรธานี ระหว่างวันที่ 24-27 มิถุนายน 2564

จากความสัมพันธ์อันดีของสองประเทศในโอกาสฉลองครบรอบ 45 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-เวียดนามทั้งที ครั้งนี้เลยยกขบวนไปจัดงานกันที่ “จังหวัดอุดรธานี” ซึ่งเป็นจังหวัดในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่มีชาวไทยเชื้อสายเวียดนามอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก โดยในงานมีสินค้าไฮไลท์มากมาย เริ่มกันที่หมวดของสด งานนี้จะได้เห็นของดีที่เวียดนามส่งตรงมาให้ชาวไทยได้ลองชิมกันบ้าง ไม่ว่าจะเป็น

ลิ้นจี่เวียดนาม : สายพันธุ์ Vai Thieu (ว๊ายะเถี่ยว) ที่ขึ้นชื่อว่าอร่อยที่สุดในเวียดนาม เนื้อฉ่ำ หวาน อร่อย เมล็ดเล็ก ส่งตรงจากจังหวัด Luc Ngan Bac Giang (ลุ้กง้าน บั๊คยาง)

แก้วมังกร 3 สี : ได้แก่ เนื้อสีชมพูเข้ม เนื้อสีขาว และพิเศษ “แก้วมังกรสีเหลือง” จากเมือง Long An Binh Thuan (ลองอาน บิ่นห์ถวน) ที่นำเข้ามาเป็นปีแรก รสชาติหวานฉ่ำ เนื้อกรอบ เปลือกบาง ผลไม้ที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลสุขภาพ นำไปแช่เย็นฉ่ำๆให้ความสดชื่น

มันหวาน : มีให้เลือกถึง 2 สี คือ เนื้อสีเหลือง และเนื้อสีม่วง รสชาติหวานทั้งคู่ เนื้อสัมผัสนุ่มหนึบ นำไปนึ่งหรือเผาให้พอดีมีแทรกกลิ่นคาราเมลในเนื้อนิดๆ รับรองว่าอร่อยล้ำ!

เนื้อปลาแพนกาเซียดอลลี่ : สินค้าขึ้นชื่อของเวียดนามอีกอย่างหนึ่ง ปลาแพนกาเซียดอลลี่ในเวียดนามถูกเลี้ยงในระบบที่ได้คุณภาพ จึงทำให้เนื้อสัมผัส และรสชาติแตกต่างจากปลาดอลลี่ที่อื่น ปลาแพนกาเซียดอลลี่นั้นอุดมไปด้วยคุณประโยชน์มากมาย ไม่ว่าจะเป็นกรดอะมิโน โอเมก้า-3 และวิตามิน B2 ซึ่งล้วนแต่ดีต่อร่างกาย

นอกจากของสดแล้ว ภายในงานยังมีอาหารพร้อมทานให้เลือกชิมกันอีกด้วย อาทิ

ร้านอิ่มปาเต ร้านชื่อดังประจำจังหวัดอุดรธานี อร่อยกับเมนูขึ้นชื่อ Bahn Mi หรือบาเก็ตเวียดนาม ขนมปังที่เป็นซิกเนเจอร์ของร้านนี้มีความกรอบนอก นุ่มใน และมีไส้ให้เลือกหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นไส้ดั่งเดิมอย่างหมูยอ ไส้ทูน่า หรือเบคอน เป็นต้น

คาเฟ่อเมซอนเวียดนาม : เวียดนามขึ้นชื่อเรื่องกาแฟเช่นกัน งานนี้ได้ Café Amazon เวียดนามมาช่วยครีเอท 4 เมนูพิเศษให้คอกาแฟได้ลองชิมกัน ได้แก่ Cà Phê S?a (ก่าเฟเชื้อะ) เมนูกาแฟสไตล์เวียดนาม ที่ผ่านการคัดสรรจากเมล็ดกาแฟท้องถิ่นเวียดนามระดับคุณภาพ ปกติมีจำหน่ายที่เวียดนามเท่านั้น นอกจากนั้นยังมี Ca Phe Sua หรือ Café Sua เย็น ชงสด ที่ใช้เมล็ดสายพันธุ์ Aramour และเมนูชา Tra Sua Thai Do หรือ Thai Milk Tea นั่นเอง

ส่วนใครอยากจะซื้อเมล็ดกาแฟสำเร็จรูป ชาหอมๆ เครื่องปรุงต่าง ๆ เฝอสำเร็จรูปไปทำทานเองที่บ้าน ตลอดจนดอกไม้สดนานาพันธุ์บานสะพรั่งส่งตรงจากเวียดนาม ไม่ว่าจะเป็น กุหลาบ คาร์เนชั่น ลิลลี่ อัลสโตรมีเรีย และอีกมากมาย สามารถเลือกซื้อไปปักแจกันเพื่อเพิ่มความสุนทรีย์ระหว่างวันได้เลย

ย้ำอีกครั้งว่างาน “Vietnamese Goods Week – Udon Thani 2021” จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 24-27 มิถุนายนนี้เท่านั้น 1 ปีมีเพียงครั้งเดียว แล้วพบกันที่เซ็นทรัล อุดรธานี มาชิม-ช้อป-ชมสินค้าและอาหารเวียดนามคุณภาพดีไปด้วยกัน จบงานนี้หากยังช้อปไม่จุใจก็แนะนำไปเลือกซื้อสินค้าที่นำเข้าจากประเทศเวียดนามกันต่อได้ที่ท็อปส์ มาร์เก็ต และ เซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.tops.co.th หรือ เฟซบุ๊ก TopsThailand หรือ แอปพลิเคชั่นไลน์ @TopsThailand

‘มะเร็งตับ’ ดับชีวิตคนไทยรายวันดันยอดพุ่งสูงกว่าโควิด-19 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/656545

วันที่ 27 มิ.ย. 2564 เวลา 09:40 น.

'มะเร็งตับ' ดับชีวิตคนไทยรายวันดันยอดพุ่งสูงกว่าโควิด-19ปัญหาสุขภาพระดับชาติที่คร่าชีวิตชายไทยเป็นอันดับ 1 และหญิงไทยเป็นอันดับ 2 “มะเร็งตับ” ดับชีวิตคนไทย 73 รายต่อวัน พุ่งสูงกว่าโควิด 26 เท่า/ปี แพทย์วอนทุกภาคส่วนปลดล็อกมาตรฐานการรักษาผู้ป่วย

ปัจจุบันสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 เป็นวิกฤตสุขภาพที่ผู้คนทั่วโลกรวมถึงชาวไทยตื่นกลัวและให้ความสนใจเป็นอย่างมาก เนื่องด้วยตัวเลขผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตเพิ่มสูงขึ้นทุกวัน ทว่าอีกหนึ่งวิกฤตสุขภาพที่ ส่งผลกระทบร้ายแรงต่อชีวิตคนไทยและเศรษฐกิจของประเทศมานานอย่างต่อเนื่อง คือ โรคมะเร็งตับ ซึ่งถือเป็นปัญหาสุขภาพระดับชาติที่คร่าชีวิตชายไทยเป็นอันดับ 1 และหญิงไทยเป็นอันดับ 2 อีกทั้ง ประเทศไทยยังติดอันดับ 5 ของโลกที่พบผู้ป่วยมะเร็งตับสูงสุด โดยมีอัตราของการพบผู้ป่วยมะเร็งตับอยู่ที่ 21 รายต่อประชากร 100,000 คน

จากความร้ายแรงของวิกฤตสุขภาพทั้งสองโรค เมื่อนำมาเปรียบเทียบกันจะพบว่า ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา (1 มิถุนายน 2563 – 1 มิถุนายน 2564) ตัวเลขผู้ติดเชื้อใหม่จากไวรัสโควิด-19 อยู่ที่ 156,370 ราย และมีตัวเลขผู้เสียชีวิตที่ 1,012 ราย ในขณะที่ปี 2563 เพียงปีเดียว พบว่าตัวเลขผู้ป่วยมะเร็งตับรายใหม่อยู่ที่ 27,394 ราย แต่ทว่าตัวเลขผู้เสียชีวิตจากมะเร็งตับกลับอยู่ที่ 26,704 คน หรือคิดเป็น 73 คนต่อวัน โดยเฉลี่ย ซึ่งนับได้ว่าสูงกว่าโควิด-19 ถึง 26 เท่าตัว

กลุ่มเสี่ยงของโรคมะเร็งตับ ได้แก่

  • ผู้ที่ดื่มสุรา (30%)
  • ผู้ที่มีภาวะไขมันเกาะตับจากการบริโภคอาหารไขมันสูงและผู้ที่เป็นโรคอ้วน (30%)
  • ผู้ที่สูบบุหรี่หรือได้รับสารแอลฟาท็อกซินที่ปนเปื้อนเชื้อรา (30%)
  • ผู้ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีและซี และผู้ที่มีภูมิลำเนาอยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (10%) เป็นต้น

สถิติพบว่า ผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตจากมะเร็งตับส่วนใหญ่เป็นเพศชายอายุเฉลี่ย 40 ปีขึ้นไป ซึ่งช่วงวัยนี้ถือเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อประเทศไทยกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ ดังนั้นจึงกล่าวได้ว่า โรคมะเร็งตับคร่าชีวิตผู้คนมากกว่าและสร้างความเสียหายให้แก่ประเทศไทยไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าไวรัสโควิด-19 แม้แต่น้อย

ในด้านการตรวจคัดกรอง การวินิจฉัย และการรักษา แม้มะเร็งตับส่งผลกระทบต่อชีวิตประชาชนอย่างน่าตกใจ แต่ กลับยังมีข้อจำกัดหลายด้านเมื่อเทียบกับไวรัสโควิด-19 ซึ่งมีการตรวจคัดกรองเชิงรุกเพื่อค้นหาผู้ติดเชื้อ มีการส่งตัวผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เข้ารับการรักษาอย่างเป็นระบบ ทำให้ผู้ป่วยมีโอกาสรอดชีวิตสูง ส่วนประชาชนทั่วไปก็รับการจัดสรรวัคซีนเพื่อให้เกิดภูมิต้านทานและลดความรุนแรงของโรคหากติดเชื้อ ในทางกลับกัน มะเร็งตับเป็นภัยซ่อนเร้น ไม่แสดงอาการในระยะแรกของโรค ทำให้ผู้ป่วยรู้ตัวช้า กว่าจะมาพบแพทย์ก็ลุกลามกลายเป็นมะเร็งตับระยะสุดท้ายในที่สุด นอกจากนี้ ปัจจุบันยังไม่มีหน่วยงานใดออกมาสำรวจและคัดกรองผู้มีความเสี่ยงต่อโรคมะเร็งตับอย่างจริงจัง ทำให้ผู้ป่วยมะเร็งตับไม่มีโอกาสได้รับการดูแลจากแพทย์อย่างทันท่วงที ทั้งนี้ยังไม่มีการระบุยาที่ใช้ในรักษามะเร็งตับชนิดที่ไม่สามารถผ่าตัดได้ไว้ในสิทธิหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า จึงทำให้ผู้ป่วยมะเร็งตับมีแนวโน้มที่จะเสียชีวิตภายในเวลาเพียง 3-6 เดือนเท่านั้น

ศ.พญ.วัฒนา สุขีไพศาลเจริญ แพทย์เฉพาะทางด้านระบบทางเดินอาหารและตับ โรงพยาบาลศรีนครินทร์ กล่าวถึงข้อจำกัดสำคัญในการรักษาผู้ป่วยมะเร็งตับว่า “โรคมะเร็งตับบางเคสอาจรักษาได้ด้วยวิธีการผ่าตัด ซึ่งแปลว่าไม่ใช่ผู้ป่วยทุกคนจะสามารถผ่าตัดได้ ทำให้แพทย์ต้องรักษาแบบประคับประคอง เนื่องจากยารักษามะเร็งแบบพุ่งเป้า และยาภูมิคุ้มกันบำบัดแบบผสมผสานที่มีฤทธิ์ฆ่าเซลล์มะเร็งในเนื้อตับยังไม่ได้ถูกระบุไว้ในบัญชียาหลักแห่งชาติ ผู้ป่วยสิทธิประกันสุขภาพถ้วนหน้า (30 บาทรักษาทุกโรค) ซึ่งเป็นคนกลุ่มใหญ่ของประเทศก็จะไม่สามารถเข้าถึงยาเหล่านี้ได้ ดังนั้น ความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐที่มีส่วนเกี่ยวข้องต่อการพิจารณาการเบิกจ่ายยาจึงเป็นกลไกสำคัญที่จะช่วยปลดล็อกมาตรฐานการรักษาในปัจจุบัน และช่วยเพิ่มอัตราการรอดชีวิตของผู้ป่วยมะเร็งตับได้ในที่สุด”

คุณพงศ์พสิน นวลละออ อดีตผู้ป่วยโรคมะเร็งตับ ได้มาบอกเล่าประสบการณ์ ในเดือนมิถุนายน เดือนแห่งการเฉลิมฉลองให้กับผู้รอดชีวิตจากมะเร็งทั่วโลก (Cancer Survivors Month) เกี่ยวกับโรคนี้ว่า “ความรู้สึกแรกเมื่อตรวจเจอมะเร็งตับ คือสภาพจิตใจห่อเหี่ยว ท้อแท้ หมดหวัง จากที่เคยใช้ชีวิตได้อย่างคนปกติก็กลับเบื่ออาหาร ถ่ายเป็นสียางมะตอยสัปดาห์ละครั้ง ตอนนั้นเป็นช่วงปลายปี 2553 แต่แค่เพียงปีกว่าๆ มะเร็งกลับลุกลามไปถึงระยะสุดท้าย”

ถึงแม้ว่ามะเร็งตับจะเป็นโรคที่คุกคามร่างกายของคนเราอย่างเงียบๆ โดยไม่แสดงอาการ แต่การหมั่นสังเกตสุขภาพร่างกายของตนเองและสำรวจประวัติความเจ็บป่วยของคนในครอบครัว ว่าเคยมีผู้เสียชีวิตจากโรคมะเร็งตับหรือ มีอาการอื่นๆ ที่อาจเป็นสัญญาณของโรคมะเร็งตับ อาทิ โรคดีซ่าน ตรวจพบก้อนบริเวณท้อง ปวดท้องแบบโรคกระเพาะอย่างต่อเนื่อง และภาวะไขมันพอกตับหรือตับเริ่มแข็ง เป็นต้น หากสำรวจตัวเองแล้วพบความเสี่ยงก็ควรรีบพบแพทย์แต่เนิ่นๆ ศ.พญ.วัฒนา กล่าวเพิ่มเติมว่า “ขอให้ผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ บี และซี ซึ่งเป็นกลุ่มเสี่ยงต่อโรคมะเร็งตับทุกคนอดทนรับประทานยาอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงการไปพบแพทย์ตามนัด สุดท้ายนี้ดิฉันอยากให้กำลังใจว่า ถ้าเราตรวจเจอมะเร็งตับในระยะที่ 1 โอกาสที่สามารถรักษาให้หายขาดมีได้สูง” 

โรคมะเร็งตับสามารถป้องกันได้เพียงปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต ได้แก่ การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกาย และตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ “การปฏิบัติตนตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัดก็เป็นสิ่งสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน ผมไปพบแพทย์ตามนัดทุกครั้ง เลือกรับประทานอาหารให้เหมาะสม พักผ่อนอย่างเพียงพอ เพื่อถนอมตับที่ได้รับการผ่าตัดเปลี่ยนใหม่ให้ทำงานได้อย่างดีที่สุด ผมอยากฝากถึงผู้ป่วยคนอื่นๆ ที่กำลังต่อสู้กับโรคอยู่ว่าการเป็นมะเร็งไม่ได้แปลว่าต้องเสียชีวิตเสมอไป เราต้องมีความหวังและเชื่อมั่นในความก้าวหน้าทางการแพทย์” คุณพงศ์พสินกล่าวปิดท้าย

สำหรับวันนี้ที่ทางสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ได้เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน จึงอยากให้พิจารณาสิทธิบัตรทอง 30 บาท สำหรับผู้ป่วยมะเร็งตับ ซึ่งเป็นวิกฤติสุขภาพที่ส่งผลกระทบอย่างมากต่อชีวิตประชาชนและการพัฒนาทางเศรษฐกิจของประเทศไทย แต่กลับเป็นโรคที่ไม่ได้รับความใส่ใจด้านการตรวจคัดกรองและการรักษาเท่าที่ควร ทำให้กว่าผู้ป่วยจะมาถึงมือแพทย์ก็มักอยู่ในระยะท้ายๆ ของโรค และเสียชีวิตในเวลาเพียงไม่กี่เดือน ฉะนั้น สิทธิในการเข้าถึงยาจะช่วยให้ผู้ป่วยจำนวนมากมีโอกาสได้รับการรักษาที่เหมาะสมและยืดระยะเวลาที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้อย่างมีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น

สุขภาพจิตคุณแม่ เรื่องใหญ่ที่ห้ามละเลย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/656542

วันที่ 27 มิ.ย. 2564 เวลา 09:30 น.

สุขภาพจิตคุณแม่ เรื่องใหญ่ที่ห้ามละเลยดร.พิมพ์ขวัญ บุญจิตต์พิมล ชวนไขคำตอบความเปลี่ยนแปลงด้านสภาวะทางอารมณ์ในแต่ละไตรมาสของคุณแม่ ที่มีความผันผวนปรวนแปรได้ตลอด พร้อมคำแนะนำดีๆ ต่อการดูแลจิตใจมาฝากคุณแม่ทุกคน

ตามปกติแล้วผู้หญิงช่วงตั้งครรภ์มีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนทางร่างกายมากมาย หลายคนอาจเผชิญสภาวะอารมณ์ต่าง ๆ ที่เปลี่ยนแปลงไป และยิ่งช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 คุณแม่มือใหม่หลายคนต้องกักตัวอยู่บ้าน Work From Home หรือไม่สามารถออกไปทำกิจกรรมข้างนอกที่ตนชอบได้เหมือนเดิม ก็อาจทำให้มีความสุขน้อยลงกว่าแต่ก่อน วันนี้เรามีคำแนะนำดี ๆ ต่อการดูแลจิตใจมาฝากคุณแม่ทุกคน

ดร.พิมพ์ขวัญ บุญจิตต์พิมล ผู้บริหาร Vital Glow Skin & Aesthetic และรองผู้อำนวยการโรงพยาบาลนวมินทร์ 9 เครือโรงพยาบาลนวมินทร์และนวมินทร์สหคลินิก ผู้บริหารคนสวยเก่ง และกำลังสวมบทบาทคุณแม่มือใหม่ เผยว่า โดยส่วนตัวเป็นคนใส่ใจในสุขภาพอยู่แล้ว นอกจากหาความรู้ด้วยการเรียนอย่างจริงจัง เพื่อใช้กับงานแล้ว เวลามีปัญญาด้านสุขภาพเรื่องไหนก็ชอบที่จะค้นคว้าหาความรู้เพิ่มเติม ประกอบกับครอบครัวทำธุรกิจโรงพยาบาล นอกจากหาความรู้ด้วยตัวเองยังไม่พอ พิมพ์ก็ได้มีการเช็กเพื่อความถูกต้องกับหมอเฉพาะทางอีกครั้ง สำหรับการตั้งครรภ์อารมณ์ของคุณแม่จะมีความเปลี่ยนแปลงทางด้านสภาวะทางอารมณ์ มีความผันผวนปรวนแปรได้ตลอด สาเหตุหลักเกิดจากการอะไร พิมพ์ได้ไปหาคำตอบมาให้แล้ว

ทีมสูตินรีแพทย์ โรงพยาบาลนวมินทร์ 9 กล่าวว่า สำหรับการตั้งครรภ์อารมณ์ของคุณแม่จะมีความเปลี่ยนแปลงทางด้านสภาวะทางอารมณ์ในแต่ละไตรมาสอาจจะเรียกได้ว่า มีความผันผวนปรวนแปรได้ตลอด สาเหตุหลักเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในร่างกายที่ปรับตัวสูงขึ้นในช่วงตั้งครรภ์และหลังคลอด ได้แก่ ฮอร์โมนเอสโตรเจน ฮอร์โมนโปรเจสเตอร์โลน ฮอร์โมนฮิวแมนพลาเซนต้าแลกโตรเจน ฮอร์โมนโปรแลกติน และ ฮอร์โมนออกซิโตซิน เป็นต้น เรียกได้ว่าช่วงนี้ของคุณแม่เป็น Hormonal Storm เลยทีเดียว อีกทั้งเมื่อคลอดลูกก็จะมีปัจจัยต่าง ๆ ที่มีผลกระทบกับอารมณ์ได้ง่าย ทำให้รู้สึกอารมณ์ไม่คงที่ เช่น การนอนไม่เป็นเวลาที่ต้องดูแลลูก การพักผ่อนไม่เพียงพอ การที่เห็นร่างกายเปลี่ยนไป การเปลี่ยนแปลงไปของกิจวัตรประจำวัน ความกังวลในภาระหน้าที่ความรับผิดชอบในการเลี้ยงลูก หรือทั้งหมดเหล่านี้ จะทำให้สมองส่วนที่ควบคุมอารมณ์ทำงานมากกว่าเหตุผล รวมไปถึงสภาพแวดล้อม ยิ่งมีสถานการณ์การเผยแพร่ของโควิด-19 การใช้ชีวิตในรูปแบบเดิมได้เปลี่ยนไป ไม่สามารถออกไปทำกิจกรรมข้างนอก หรือความกังวลเรื่องการนำเชื้อโรคมาสู่ลูกน้อยมากจนเกินไป ก็อาจเป็นการสะสมความเครียดในรูปแบบหนึ่ง รวมถึงฮอร์โมนดังกล่าวยังส่งผลต่อการเผาผลาญพลังงานในร่างกาย ทำให้อ้วนง่าย เป็นเบาหวานง่ายอีกด้วย ซึ่งก็ล้วนส่งผลถึงสุขภาพจิตของคุณแม่

เมื่อร่างกายมีความเครียดมักจะมีหลั่งฮอร์โมน 2 ชนิด ได้แก่ 1. ฮอร์โมนคอร์ติซอล 2. อะดรีนาลีน ทำให้ร่างกายของคุณแม่แสดงอาการหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น ความดันสูง หัวใจเต้นเร็วกว่าปกติ ปวดศีรษะ คลื่นไส้อาเจียนรู้สึกเบื่ออาหาร เป็นต้น แต่เมื่ออาการเหล่านี้เกิดกับคุณแม่แล้วสิ่งที่น่าเป็นห่วงที่สุดก็คือสามารถส่งผลต่อเด็กในครรภ์ได้อีกด้วย เช่น การเติบโตช้า เพราะคุณแม่เครียดรับประทานอาหารได้น้อยทำให้สารอาหารไปถึงลูกไม่เพียงพอ พัฒนาการด้านอารมณ์เมื่อคลอดออกมาลูกจะมีอาการที่งอแง ขี้โมโห และผลกระทบอันตรายที่สุดคือการแท้งลูก นอกจากนี้ ในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 คุณแม่ตั้งครรภ์ที่ต้องอยู่บ้านนาน ๆ เราจะพบว่า

· พฤติกรรมหรือไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตมีผลกับอารมณ์ของคุณแม่ แนะนำว่าคุณแม่ควรทำกิจกรรมที่ตนเองชื่นชอบเป็นหลัก สามารถทำได้ที่บ้าน เป็นการทำกิจกรรมโดยมีลูกน้อยของเราเป็นแรงบันดาลใจ เช่น การทำอาหารสำหรับเด็ก ศึกษาคุณค่าอาหารโภชนาการที่เหมาะกับลูก ถักชุดไหมพรมให้ลูก ทำของเล่นให้ลูก อ่านหนังสือหรือนิทานให้ลูกฟัง เล่นดนตรีกล่อมลูกน้อยของเรา ออกกำลังกายเบา ๆ พอให้ร่างกายได้รู้สึกเคลื่อนไหวมากกว่าปกติ เมื่อฮอร์โมนความรักหลั่งออกมา แม่ก็จะมีความสุข แล้วลูกก็จะรับรู้ถึงความสุขจากแม่ได้

· ให้คุณแม่มองโลกในแง่บวกไว้มาก ๆ ใช้ความคิดเชิงเหตุผลมากกว่าอารมณ์ การมี Mindset เชิงบวกช่วยคุณแม่ได้มาก ให้มองว่าการมีลูกในช่วงนี้มีข้อดี เพราะเราจะได้อยู่บ้านดูแลลูกน้อยได้เต็มที่ มีเวลาเล่นกับลูก แถมสมาชิกในครอบครัวคนอื่น ๆ ก็มีเวลาช่วยดูแลเจ้าตัวน้อยของเราที่บ้านด้วย

· เมื่อคุณแม่รู้สึกซึมเศร้าบ่อยมากขึ้น รู้สึกไม่อยากให้นมลูก ไม่อยากได้ยินเสียงร้องของลูก นอนไม่หลับ รู้สึกหมดพลัง แม้จะทำกิจกรรมที่ชอบแล้วยังไม่ดีขึ้น ให้รีบไปพบจิตแพทย์ได้เลย หากรู้สึกเครียด ให้เน้นพูดคุยกับคนรอบข้าง เพื่อน และคนในครอบครัว ก็เป็นวิธีที่ช่วยบรรเทาความเครียดได้

ผู้หญิงที่กำลังเป็นแม่คนนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ถ้าสภาพจิตใจเราแข็งแรง เราสตรองเพียงพอทุกอย่างก็จะออกมาดี เพราะฉะนั้นเราต้องคิดบวกเข้าไว้เพราะในทุกสถานการณ์มันต้องมีทั้งข้อดีและข้อเสีย และถ้าเรามองข้อดีให้มากกว่าข้อเสีย การมีลูกในช่วงนี้ก็จะเป็นไปได้ดี แม่เองก็มีความสุขและมีน้ำนมเลี้ยงลูกน้อยต่อไปด้วย ขอให้คุณแม่ลูกอ่อนหรือแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ทุกท่านสู้ต่อไป พยายามคิดบวกในสิ่งที่เราเป็นเข้าไว้ พิมพ์ขอเป็นกำลังใจให้ ดร.พิมพ์ขวัญกล่าวสรุป

สำหรับคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ในช่วงนี้แล้วกำลังรู้สึกเครียด อาจต้องหาเวลาทบทวนจุดดีหรือจุดแข็งของตัวเรา อาชีพที่เราทำอยู่ ความสามารถที่เรามี โฟกัสสิ่งดี ๆ มากกว่าสิ่งที่จะมาบั่นทอนกำลังใจ การทำกิจกรรมดี ๆ ที่บ้าน และปรับความคิดช่วยให้สภาพจิตคุณแม่แฮปปี้ขึ้นได้ เชื่อว่ารอบตัวเรานี้มีคนที่เข้าใจ พร้อมมอบพลังบวกให้คุณแม่ทุกท่านได้เสมอ คุณแม่ที่ต้องการหาข้อมูลเพิ่มเติม หรือมีความสนใจเรื่องแม่และเด็ก สามารถติดตามข้อมูลต่าง ๆ หรือฝากคำถามไว้ได้ที่ Facebook Fanpage: Dr.Pimkhwan แม่พิมพ์ แม่มือใหม่ YouTube Channel: dr.PIMKHWAN และ Instagram: dr.pimkhwan

มาตรวจเบาหวานกันเถิด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/656322

วันที่ 24 มิ.ย. 2564 เวลา 07:50 น.

มาตรวจเบาหวานกันเถิดใครควรตรวจเบาหวาน? แพทย์ชวนตรวจไม่ต้องกลัวถ้าจะต้องเป็น ดีกว่าเป็นโดยไม่รู้ ป้องกันดีกว่ารักษา เพราะฉะนั้น “มาตรวจเบาหวานกันเถิด” เพื่อป้องกันไม่ให้เป็นเบาหวานและโรคแทรกซ้อน

โรคเบาหวาน หมายถึงโรคที่มีระดับน้ำตาลในเลือดสูงเกินกว่าปกติอย่างต่อเนื่องและเรื้อรัง เกิดจากความผิดปกติของตับอ่อน ทำให้เกิดการหลั่งฮอร์โมนอินซูลินได้น้อยกว่าปกติ หรือเกิดภาวะดื้อต่ออินซูลิน ทำให้อินซูลินออกฤทธิ์ได้ไม่เต็มที่

นพ.ธวัชชัย ภาสุรกุล อายุรแพทย์ ศูนย์เบาหวานและต่อมไร้ท่อ โรงพยาบาลนวเวช ได้กล่าวถึงปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดเบาหวานว่ามีหลายอย่าง และน้ำหนักของแต่ละอย่างก็ไม่เท่ากัน มีงานศึกษาปัจจัยเสี่ยงหลาย ๆ อย่างของเบาหวาน แล้วนำข้อมูลมาคำนวณเป็นคะแนนความเสี่ยงต่อการเกิดเบาหวานในอนาคต ซึ่งสามารถใช้ทำนายความเสี่ยงในอีก 12 ปีข้างหน้าได้อย่างแม่นยำพอสมควรในคนไทย

การแปลผลคะแนนความเสี่ยง คะแนนยิ่งสูง ความเสี่ยงยิ่งเพิ่มมากขึ้น คะแนนสูงสุดคือ 17 คะแนน ผู้ที่ต้องการจะรู้ว่าตัวเองมีความเสี่ยงต่อการเกิดเบาหวานมากน้อยแค่ไหนก็ลองทำตามตารางดู ถ้าได้ คะแนนตั้งแต่ 6 ขึ้นไป ควรจะไปตรวจเช็คเบาหวาน

ใครควรตรวจเบาหวาน

จากตารางข้างบนจะเห็นว่า เบาหวานมีปัจจัยเสี่ยงหลายอย่าง และแต่ละอย่างก็มีน้ำหนักไม่เท่ากัน แล้วในผู้ใหญ่ที่มีโอกาสเป็นเบาหวานประเภทที่ 2 ได้ถึงมากกว่า 90% ควรจะคัดกรองเบาหวานเมื่อไหร่

• ในประชากรทั่วไป ผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 35 ปีขึ้นไป

• ผู้ที่มีน้ำหนักเกินหรืออ้วน (ดัชนีมวลกาย >25 กก./ตร.ม. หรือ >23 กก./ตร.ม.ในคนไทย) ที่มีข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้

– มีประวัติเบาหวานในครอบครัว เช่น พ่อ แม่ พี่ น้อง สายตรง

– มีประวัติเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจ

– เป็นความดันโลหิตสูง หรือรับประทานยารักษาอยู่

– ผู้ที่มีไขมันผิดปกติ HDL 250 มก/ดล. หรือรับประทานยารักษา

– ผู้ที่ไม่ออกกำลังกาย

– กลุ่มอาการถุงน้ำรังไข่หลายใบ (Polycystic ovarian syndrome) ในผู้หญิง

– ผู้ที่มีลักษณะทางคลินิกที่เกิดร่วมกับ “ภาวะดื้อต่ออินซูลิน” (Insulin resistance) เช่น อ้วนมาก (severe

obesity) acanthosis nigricans (รอยปื้นดำ หนา ขรุขระ ที่บริเวณคอ รักแร้ ขาหนีบ เป็นต้น)

– เชื้อชาติที่มีความเสี่ยงสูง เช่น อัฟริกันอเมริกัน ละติน อินเดียนแดง กลุ่มชนหมู่เกาะแปซิฟิก เป็นต้น

– ผู้หญิงที่อ้วน และวางแผนที่จะมีบุตร ควรตรวจเบาหวาน หรือภาวะก่อนเบาหวาน ด้วย

บุคคลเหล่านี้ควรตรวจเบาหวานใน “ทุกอายุ”

• ผู้ที่อยู่ในภาวะก่อนเบาหวาน (น้ำตาลสูงกว่าปกติ แต่ไม่ถึงเกณฑ์วินิจฉัยเบาหวาน)

– HbA1c = 5.7-6.4%,

– ค่าน้ำตาลหลังอดอาหาร 8 ชั่วโมงขึ้นไป อยู่ระหว่าง 100-125 มก/ดล. (Impaired fasting glucose หรือ IFG คือน้ำตาลขณะอดอาหารบกพร่อง)

ควรได้รับการตรวจเบาหวาน “ทุกปี”

• ผู้หญิงที่มีประวัติเป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์ (Gestational diabetes mellitus) ควรตรวจเบาหวานตลอดไป อย่างน้อยทุก 3 ปี (กรณีที่ยังไม่เป็น)

• ผู้ที่เป็นโรคเอดส์ (HIV)

ซึ่งถ้าตรวจแล้วปกติ ควรตรวจอย่างน้อยทุก 3 ปี หรือแล้วแต่ปัจจัยเสี่ยง และผลการตรวจ 

สิ่งสำคัญที่ต้องคำนึงในภาวะก่อนเบาหวานและเบาหวานประเภทที่ 2

• ไม่มีใครทราบ “จุดเริ่มต้น” (onset) ของเบาหวาน จะเป็นเมื่อไหร่

• ส่วนใหญ่ไม่มีอาการอะไร หรืออาการน้อยจนไม่ทราบว่า นั่นคืออาการของเบาหวาน

• ถ้าชะล่าใจ หรือประมาท คิดว่าไม่เป็นอะไร อาจมีโอกาสเกิดโรคแทรกซ้อนทั้งเฉียบพลันและเรื้อรังได้

• ถ้ารู้ตัวว่าเป็นภาวะก่อนเบาหวาน สามารถป้องกัน หรือชะลอการเป็นเบาหวานในอนาคตได้ 

“มาตรวจเบาหวานกันเถิด” เพื่อสุขภาพที่ดีในอนาคต ไม่ต้องกลัวถ้าจะต้องเป็น ดีกว่าเป็นโดยไม่รู้ ป้องกันดีกว่ารักษา เพราะฉะนั้น “มาตรวจเบาหวานกันเถิด” เพื่อป้องกันไม่ให้เป็นเบาหวาน และป้องกันเบาหวานไม่ให้เกิดโรคแทรกซ้อน

กล้ามาก “พ่อบ้านเก่ง” สุดรักภรรยา อวดใบสมรสบนร่างให้โลกรู้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/472223

กล้ามาก”พ่อบ้านเก่ง”สุดรักภรรยา อวดใบสมรสบนร่างให้โลกรู้

29 มิถุนายน 2564 – 18:30 น.

พูดถึงรอยสัก กว่าจะสักกันได้แต่ละรูปต้องใช้เวลานาน สำหรับพ่อบ้านท่านนี้ก็เช่นกัน ที่ใช้เวลาร่วม 6 ชั่วโมง กว่าจะคัดลองทะเบียนสมรส มาอยู่บนร่างของตัวเองได้ เรียกว่าใจกล้า อดทน เป็นสามีตัวอย่างจริง ๆ แบบนี้ไม่ใช่เพราะความก็ทำได้ยากนะจ๊ะ

แม้ใครจะบอกว่าสมัยนี้ “ใบสำคัญสมรส หรือ ทะเบียนสมรส“ไม่ใช่เครื่องการันตีความรัก แต่ก็คงใช้ไม่ได้กับพ่อบ้านท่านนี้ที่ชื่อว่า “เก่ง นันธวัช”เพราะจากภาพที่ออกมาแล้ว เป็นเรื่องราวความรักที่น่าประทับใจอย่างมาก ที่ได้แสดงออกต่อภรรยาของเขาเอง ด้วยการนำใบทะเบียนสมรสออกมาประกาศให้คนได้เห็นกัน แถมต้องใช้ความอดทนอย่างมากกว่าใบทะเบียนสมรสใบนี้ที่เลียนแบบของจริงขึ้นมาอยู่บนเรือนร่าง เพราะกว่าจะสำเร็จต้องใช้เวลานาน ร่วม 6 ชั่วโมงเลยทีเดียว 

กล้ามาก"พ่อบ้านเก่ง"สุดรักภรรยา อวดใบสมรสบนร่างให้โลกรู้

สำหรับเรื่องราวพ่อบ้านใจกล้า ที่ต้องของยกนิ้วให้นั้นเกิดขึ้นจาก ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งที่ใช้ชื่อว่า  Om-Aim Daraployphan ได้ออกมาโพสต์ภาพของสามี หนุ่มพร้อมรอยสักที่ดูคุ้น ๆ พอสังเกตดี ๆ คือ รูปแบบของใบทะเบียนสมรสนั้นเอง เธอบรรยายข้อความประกอบภาพว่า  “หน้าที่ของความรัก คือการเดินไปมอบความรัก และยืนเฉยๆเพื่อรับมัน ไม่ใช่การดิ้นรนเพื่อให้ได้มา นี่ชอบคนธรรมดา

ไม่ต้องหล่อ แม่เหนื่อยมาเยอะแล้ว ชีวิตไม่เอาแล้วแฟนตาซีเยอะๆ กระอักเลือด555 ขอบคุณพี่เก่งที่ดูแลหนูมาตลอด ขยัน ทำทุกอย่างเพื่อครอบครัวจนที่บ้านยอมรับ ขอบคุณอีกอย่างที่ไม่เจ้าชู้ คบคนเจ้าชู้ก็เหมือนกับการนั่งรถไฟเหาะตีลังกา เสียว สนุก ตื่นเต้นเร้าใจ แต่แค่แป๊บเดียว ก็ต้องจอด เพราะคงไม่มีใครจะนั่งรถไฟเหาะตีลังกาได้ตลอดชีวิต เพราะหาความมั่นคงและปลอดภัยไม่ได้เลยชีวิตมีความเสี่ยงสูง..ที่จะตกรถไฟกลางอากาศ คบคนเจ้าชู้ สนุก แต่เหนื่อย และคนฉลาดมักไม่คบกับคนเจ้าชู้

จับมือกันเดินต่อไปนะคะ ช่วยๆ กันสร้าง ค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไป รักพี่นะคะ ผัวดีเด่น ผัวแบบอย่างคะกราบใจผัว ขอบคุณพี่จักร Jakpan Chimmod อาจารย์ใหญ่ที่ปรึกษาเรื่องสักเลยนะเนี่ย ขอบคุณช่างสักคนสวย ฝีมือดี สวยตาดี FaYeah Jiraratที่มาเติมเต็มโมเม้นหมึกติดหนังไปตลอดชีวิตแต่ใบหย่าช่างบอกไม่รับสักแล้ว 555″

กล้ามาก"พ่อบ้านเก่ง"สุดรักภรรยา อวดใบสมรสบนร่างให้โลกรู้

แน่นอนว่าเมื่อภาพโมเมนต์น่ารักของคู่สามีภรรยาคู่นี้ได้ถูกตีแผ่ไป ก็มีการเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมว่า เจ้าของลายสักคือ “นันธวัช เอื่อมเวช หรือ เก่ง สามีวัย 33 ปี และภรรยา ฎารพลอยพรรณ จันทร์คงเดชา หรือคุณอุ๋มอิ๋ม วัย 31 ปี” ทั้งคู่นั้นจดทะเบียนสมรสกันเมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2563 และทั้งคู่กำลังจะมีทายาทตัวน้อยด้วย

คุณเก่ง เป็นคนชอบรอยสักอยู่แล้ว วันหนึ่งเกิดความคิดว่าภรรยาควรอยู่ข้างกาย จึงขอภรรยาไปสักลายทะเบียนสมรส เผื่อว่าวันไหนทะเลาะกัน เมื่อเห็นใบทะเบียนสมรสจะได้หวนคิดไปถึงวันแรกๆ ที่รักกัน ส่วนคุณอุ๋มอิ๋ม ก็เผยว่าตอนคบกันใหม่ๆ สามีก็ไปสักชื่นตนไว้ที่หน้าอก พอสามีอยากสักทะเบียนสมรสก็ไม่ได้ขัดใจอะไร และเมื่อสักออกมาเสร็จก็ชอบมากที่ออกมาสวยงามเหมือนของจริงอีกทั้งยังพูดติดตลกว่าหากสามีไปแต่งงานใหม่ ทุกคนจะได้รู้ว่าจดทะเบียนซ้อน

กล้ามาก"พ่อบ้านเก่ง"สุดรักภรรยา อวดใบสมรสบนร่างให้โลกรู้

ส่วนรอยสักดังกล่าวนั้นผ่านการรังสรรค์จาก ร้าน JAK HUA HIN Tattoo ในซอยหัวหิน 94 อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ช่างสักคือ นางสาวจิระรัตน์ แก้ววิลาศ ช่างสักสาววัย 27 ที่มีประสบการณ์มากว่า 5 ปี ที่ถนัดด้านงานสักภาพเหมือน ใช้เวลาสักร่วม 6 ชั่วโมง ตั้งแต่ ในช่วงเวลาราว 1 ทุ่ม ก่อนจะสักเสร็จตอนตี 1 ของวันที่ 26 มิถุนายน 2564 

กล้ามาก"พ่อบ้านเก่ง"สุดรักภรรยา อวดใบสมรสบนร่างให้โลกรู้

เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวความรักของคู่รักที่แสดงออกมาให้ อมยิ้มกัน ซึ่งพ่อบ้านท่านไหนที่อยากจะเอาใจภรรยา ก็ลองเอาไอเดียนี้ไปใช้ก็ได้เพราะมีคนดังหลายคน ที่ยอมเจ็บตัวเพื่อคนที่ตัวเองรัก อย่างคนดังในวงการบันเทิงก็อาทิ หนุ่มแทค ภรัณยู ที่สักชื่อลูก, ป๊อป ภัสสรกรณ์ ที่สักรูปแม่อาภัสรา เป็นต้น

ขอบคุณภาพประกอบ :FB Om-Aim Daraployphan