ชมความงาม “ถ้ำนาคา-วังบาดาล” สักการะขอพรพญานาค “วัดโสธรนิมิตต์” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/470025

ชมความงาม “ถ้ำนาคา-วังบาดาล” สักการะขอพรพญานาค “วัดโสธรนิมิตต์”

11 มิถุนายน 2564 – 09:23 น.

ไม่ต้องไปไกลถึงคำชะโนด หรือ จ.บึงกาฬ ก็สามารถกราบสักการะขอพรพญานาคกันได้ วันนี้จะพาไปที่ “วัดโสธรนิมิตต์” จ.สมุทรปราการ วัดที่มีถ้ำนาคาและวังบาดาลให้คนที่เป็นสายบูชาพญานาคได้มาไหว้ขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคล

หลายคนคงรู้จัก วัดโสธรนิมิตต์ กันมาบ้างแล้ว วัดนี้บอกเลยว่าเอาใจสายมูสุดๆ โดยเฉพาะคนที่เป็นสายญาณพญานาคจะต้องรู้สึกชอบที่นี่มากๆ เพราะว่าบรรยากาศของวัดค่อนข้างดี มีประติมากรรมรูปปั้นพญานาคแทบจะทุกจุดของวัด ก่อนอื่นจะพามาดูประวัติของวัดนี้กัน  สำหรับ “วัดโสธรนิมิตต์” เป็นวัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์ฝ่ายมหานิกาย ตั้งอยู่ในหมู่ที่ 6 บ้านคลองหลวง 2 ตำบลท้ายบ้านใหม่ อำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ ที่ดินที่ตั้งวัดมีเนื้อที่ 8 ไร่ 2 งาน 31 ตารางวา ปัจจุบันมีพระครูโกศลพัฒนากร (สุวิชชา ปญฺญาทีโป) ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส

“วัดโสธรนิมิตต์” ได้รับอนุญาตให้สร้างวัดเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2519 โดยมี “นางแม้น บุญประคอง และนางสนอง เล้าพานิช” บริจาคที่ดิน และ “นายอุดม บุญประคอง” บุตรนางแม้นดำเนินการสร้างวัด ต่อมาเมื่อสร้างวัดเสร็จกระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศตั้งให้เป็นวัดเมื่อวันที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2520 วัดได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาครั้งหลังเมื่อวันที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2557 

หากเป็นชาวบ้านในละแวกนั้นจะเรียก “วัดโสธรนิมิตต์” ว่า “สำนักสงฆ์สะแกล้ม” บางครั้งเรียกว่า “วัดสะแกล้ม” เนื่องจากพื้นที่บริเวณวัดเป็นที่ลุ่มแล้วยังเป็นป่าสะแกจำนวนมาก บางครั้งชาวบ้านละแวกใกล้เคียงก็เรียก “วัดสะพานคู่” เพราะตามซอยเข้าวัดมีสะพานคู่กันสำหรับชื่อปัจจุบันของวัด “สมเด็จพระสังฆราช” ได้ประทานนามว่า “วัดโสธรนิมิตต์” เนื่องจากนางแม้นเห็นนิมิตเป็นพระพุทธโสธร จึงเกิดศรัทธาสร้างวัดขึ้น

ปัจจุบันนี้ “วัดโสธรนิมิตต์” ได้มีการปฏิสังขรณ์สร้างประติมากรรมพญานาคและปูนปั้นต่างๆประดับเต็มวัด แบ่งสัดส่วนเป็นโซนเหมาะสำหรับสายบุญ  มีโซนเปิดให้ประชาชนเข้าไปกราบไหว้ขอพรพระและถวายสังฆทานให้กับพระ มีโซนให้เช่าของขลังกลับบ้าน  มีโซนให้นั่งสมาธิและมีโซที่เป็นไฮไลต์คือ “ถ้ำนาคา” และ “วังบาดาลเจ้าแม่นาคีปู่ศรีสุทโธ” ความรู้สึกที่ได้ไปเยือนจะสัมผัสได้ถึงความขลัง มีบายศรีจัดเตรียมให้หยอดเงินตามกำลังศรัทธา ส่วนทางถ้ำนาคาบริเวณหน้าถ้ำทำน้ำตกและมีสะพานด้านหน้าเอาไว้ให้คนที่ไปเที่ยวมาถ่ายรูปเช็คอินสวยๆ ด้านในถ้ำจะมีบายศรีพญานาค และรูปปั้นพญานาคให้กราบสักการะ รวมถึงบริเวณนั้นจะมีแผงลอตเตอรี่มาขายให้คนได้เสี่ยงโชคด้วย

สุดท้ายเป็นอีกมุมที่ใครอยากจะผ่อนคลายที่นี่มีหมูอยู่ในกรงให้สามารถเดินไปป้อนนมได้ และมีสวนที่ตกแต่งรูปปั้นพญานาคประดับ เรียกว่าเป็นวัดที่เหมาะกับสายมูสายญาณพญานาคที่ไม่ต้องไปไกลถึง ถ้ำนาคา จ.บึงกาฬ หรือ คำชะโนด จ.อุดรธานี  เพราะมีหลายคนที่มาขอพรที่นี่แล้วก็ได้ดั่งใจปรารถนา เรื่องของการเดินทางมาวัดโสธนิมิตต์นั้นไม่ยาก มีรถเมล์สาย 511,145,142 ผ่านด้านหน้า แต่ถ้าไปรถยนต์ส่วนตัวก็จะสะดวกกว่าจ้า 

“เคบับ” เนื้อย่างสไตล์ตุรกี แค่คิดก็ฟินแล้ว #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/470006

“เคบับ” เนื้อย่างสไตล์ตุรกี แค่คิดก็ฟินแล้ว

11 มิถุนายน 2564 – 02:37 น.

“เคบับ” เนื้อย่างสไตล์ตุรกี กับเตาที่เป็นเอกลักษณ์พิเศษ แบบไม่เหมือนใคร แค่”ไสลด์”เนื้อบางๆ ห่อด้วยแผ่นแป้ง-ขนมปัง โรยด้วยผัก ราดซอส ตามแบบฉบับ แค่นี้ก็สุดฟินแล้ว

มุมสบายๆ วันนี้ ได้ไปค้นหาเกี่ยวกับอาหารชนิดหนึ่ง ซึ่งนับได้ว่ากำลังเป็นที่นิยมทั้งในวัยคนทำงาน  และผู้ที่ชื่นชอบอาหารแปลกๆ โดยเฉพาะเจ้า “เคบับ”  หรือ “กะบับ” หรือ “กาบับ” ที่กำลังเข้ามาทำตลาดในเมืองไทยอย่างแพร่หลาย แต่วันนี้จะขอเรียกว่า เคบับ” 

โดยเฉพาะในช่วงหลายๆ ปีมานี้ ก่อนที่จะมีการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 บรรดาร้านขาย “เคบับ” ต่างผุดขึ้นราวกับดอกเห็ด ยิ่งในช่วงยามเย็น ทั้งบริเวณถนนข้าวสาร หรือแถวๆย่านนานา  ด้วยแล้ว มักจะพบกับร้านขาย “เคบับ” ชนิดแบบเคลื่อนที่ได้ไม่ยากนัก  

และวิธีการทำ ก็จะนำเนื้อที่หมักแล้ว มาเสียบไม้เป็นชั้นๆ โดยมีความหนาของขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 10 นิ้ว ซึ่งก็แล้วแต่ความเหมาะสมของเตาย่าง  ที่ถูกผลิตขึ้นมาสำหรับย่างในแนวตั้ง และสามารถหมุนแกนที่เสียบเนื้อ ในขณะย่างได้อย่างอิสระ ดังนั้น เตาย่างของร้าน “เคบับ” จึงเป็นเอกลักษณ์ในการทำอาหารสไตล์อาหรับ และผู้คนที่ผ่านไปมา ก็จะเห็นว่า มันแปลกตาดี

หลังจากที่เนื้อ ถูกหมุนผ่านไฟขนาดกลางๆ ไปได้สักระยะ สีสรรของเนื้อเริ่มจะเปลี่ยนสี ถ้าเป็นไก่ ก็จะออกเหลืองๆ นวลๆ หรือถ้าเป็นเนื้อก็จะมีสีน้ำตาลเข้ม เรียกได้ว่า สีสรรอันสวยงาม สุกน่ากินแบบพอดี

จากขบวนการย่าง อย่างพิถีพิถัน คราวนี้ก็จะใช้มีดเล่มยาว ลงมือ “ไสลด์” เนื้อออกบางๆ พร้อมกับนำมาห่อใส่แผ่นแป้ง หรือขนมปัง ที่จัดเตรียมเอาไว้ และโรยด้วยผัก ราดซอสหลากชนิด ตามแบบฉบับ หรือ ใส่ “โยเกิร์ต” ลงไปด้วย ซึ่งจะคล้ายๆนมเปรี้ยว แต่พิเศษตรงที่เป็นมีการปรุงรสเอาไว้ใส่โดยเฉพาะ รสชาติจึงออกหอมหวาน

เล่าแค่นี้ ก็น้ำลายสอแล้วครับ..เที่ยงนี้ หรือเย็นนี้ ก็สามารถไปลองลิ้มรสกับ เจ้า “เคบับ” หรือ “กะบับ” กันได้ครับ สนนราคา ตั้งแต่ 60-100 บาท มีให้เลือกหลายตามความพอใจ ทั้ง แป้งบางกรอบ แป้งหนานุ่ม และขนมปังกรอบนอกนุ่มใน ทริปนี้ ผู้เขียนก็ได็เก็บภาพร้านที่ไปอุดหนุน นำมาฝากให้ได้รับชมกันด้วยครับ  

ของมันต้องมีกำไลข้อมือ “ปองแตร์” คาร์เทียร์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/469975

ของมันต้องมีกำไลข้อมือ “ปองแตร์” คาร์เทียร์

10 มิถุนายน 2564 – 19:06 น.

หากพูดถึงเครื่องประดับเก๋ๆใส่ไปไหนใครก็ต้องเหลียวมองหนึ่งในแบรนด์หรูที่ส่งตรงจากแดนน้ำหอม นั่นก็คือ คาร์เทียร์ ล่าสุดได้ออกคอลเลคชั่น “ปองแตร์” (La Panthère) กำไลเสือแพนเตอร์ที่กระหวัดรัดข้อมือ โดดเด่นเป็นสัญลักษณ์ ตรึงตราดั่งต้องมนต์

อีกหนึ่งเครื่องประดับ “แบรนด์หรู” ที่เหล่าดาราเซเลบริตี้ นิยมและชื่นชอบมากอีกหนึ่งแบรนด์ก็คงหนีไม่พ้น  “คาร์เทียร์”  (Cartier) แบรนด์เครื่องประดับและนาฬิกาสัญชาติฝรั่งเศส ล่าสุดออก คอลเลคชั่น “ลาปองแตร์” (La Panthère) กำไลเสือแพนเตอร์ที่กระหวัดรัดข้อมือ โดดเด่นเป็นสัญลักษณ์ ตรึงตราดั่งต้องมนต์ยั่วใจอยากจะควักเงินเทออกให้หมดหน้าตัก

กำไลข้อมือปองแตร์ (LaPanthère Bracelet) เครื่องประดับชิ้นเด่นประจำคอลเลคชั่นลา ปองแตร์ (La Panthère) กำไลเสือแพนเตอร์ที่กระหวัดรัดข้อมือได้อย่างแนบสนิท โอบรับส่วนที่เล็กและบอบบางที่สุดของเรียวแขนที่เปี่ยมไปด้วยพลังดึงดูดที่เผยถึงบุคลิกลักษณะอันเป็นจุดเด่นเฉพาะตัว   สามารถสลักชื่อย่อ ตัวอักษร วันที่ หรือแม้กระทั่งข้อความที่คุณต้องการไว้ด้านในตัวเรือน หรือสามารถเลือกตกแต่งด้วยชื่อย่อหรือวันสำคัญแทนใจในโทนสีทองข้างหน้ากล่องแดงปองแตร์ได้เช่นเดียวกัน ที่มีเส้นสายคมชัดและดีไซน์ที่โดดเด่น รังสรรค์ขึ้นอย่างงดงามด้วยทองดัดโค้ง ไล่เรียงตั้งแต่ส่วนหัวที่สง่างามดุจรูปปั้นของสือแพนเตอร์ที่ดวงตาประดับด้วยมรกตหรือซาวอไรต์ กำไลที่อ่อนช้อยสำหรับเสือแพนเตอร์ผู้ปราดเปรียวเกินใคร

กำไลข้อมือปองแตร์ (La Panthère Bracelet) เป็นเครื่องประดับที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการมิกซ์แอนด์แมทช์หรือการจับคู่กับเครื่องประดับชิ้นอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นรุ่นโรสโกลด์หรือรุ่นเยลโลโกลด์ ทั้งแบบฝังเพชรบริเวณหัวเสือแพนเตอร์ หรือแบบฝังเพชรทั้งบริเวณหัวและหางเสือแพนเตอร์เพื่อเพิ่มความโดดเด่นอีกระดับ ความอ่อนช้อยของกำไลข้อมือปองแตร์ชิ้นนี้สรรสร้างจากความเชี่ยวชาญทางหัตถศิลป์และทองอันเป็นวัสดุที่คาร์เทียร์ค้นพบคุณสมบัติด้านเทคนิคที่แข็งแกร่งแต่ทว่ายืนหยุ่นในตัวเองโดยไม่ต้องอาศัยการซ่อนสปริง ซึ่งแน่อนว่าใช้ ฝีมือเชิงช่างชั้นสูงและความเชี่ยวชาญเพื่อปรับให้วัสดุนี้สอดรับกับดีไซน์รูปทรงของหัวเสือแพนเตอร์  

เปิดตำนาน “หม่าล่า” น้ำจิ้มจัดจ้าน ต้นฉบับ แดนมังกร #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/469978

เปิดตำนาน “หม่าล่า” น้ำจิ้มจัดจ้าน ต้นฉบับ แดนมังกร

เปิดตำนาน "หม่าล่า"  น้ำจิ้มจัดจ้าน ต้นฉบับ แดนมังกร10 มิถุนายน 2564 – 18:38 น.

เปิดตำนาน “หม่าล่า” น้ำจิ้มจัดจ้าน ต้นกำเนิดจากประเทศจีน รสชาติเผ็ดควันออกหู เหมือนพ่อตา โกรธลูกเขย

หลายคนอาจจะยังฉงน และรู้สึกแปลกใจ กับร้านปิ้งย่าง ที่ระยะหลังมักเปิดกันเป็นจำนวนมาก โดยมักใช้ชื่อร้านนำหน้าว่า “หม่าล่า” วันนี้ มุมสบายๆ จะขอเข้ามาไขข้อข้องใจ เกี่ยวกับชื่อร้าน ที่ใช้ภาษาแปลกๆ เหล่านี้ 

คำว่า “หม่าล่า” แท้จริงแล้ว ไม่ใช่อาหาร แต่เป็นรสชาติ ที่มีรากศัพท์มาจากอักษรจีน 2 ตัวด้วยกัน คือ “หม่า” คือ การทำให้ชา และ “ล่า” คือ เผ็ดฉุน ฉะนั้น เมื่อนำทั้ง 2 คำมารวมกันแล้ว จึงตีความได้ว่า “รสชาติที่มีความเผ็ด และฉุน จนทำให้ปากและลิ้นชา” โดยมาจากเครื่องเทศที่มีรสรสเผ็ด 

สำหรับต้นกำเนิดของ “หม่าล่า” มาจากมณฑลเสฉวน และในตลาดกลางคืน ที่ครัวของท่าเรือในนครฉงชิ่ง ซึ่งถูกปกครองในรูปแบบมหานคร ขึ้นตรงกับรัฐบาลกลางของสาธารณรัฐประชาชนจีน  

ไม่ว่าจะมาจากตลาดใน “มณฑลเสฉวน” หรือจะมาจากตลาดกลางคืน ที่ครัวของท่าเรือในนครฉงชิ่ง ก็ตาม คำว่า “หม่าล่า” ก็คงหนีไม่พ้น รสชาติตามแบบฉบับของความจัดจ้าน ชนิดที่คนไทยมักเรียกกันว่า “เผ็ดแบบควันออกหู” เหมือกับ ว่าที่พ่อตา กำลังโกรธ ว่าที่ลูกเขย ที่แอบฉุดลูกสาวมาเป็นเมีย อะไรทำนองนี้  

ซึ่งความเผ็ดที่ว่านั้น มาจากพริกฮวาเจียว มีรูปร่างคล้ายพริกไทย โดยนำมาผสมกับเครื่องเทศอีกหลายอย่างเข้าด้วยกัน พร้อมกับนำมาคั่วด้วยน้ำมัน จนกลายเป็นซอสพิเศษ ที่คนจีนเรียกกันว่า “หม่าล่า” 

และขณะที่นำ เนื้อ , ขาแกะ , หรือวัตถุดิบต่างมาปิ้งย่าง บางร้านก็จะนำซอสที่ปรุงไว้ มาทาในระหว่างปิ้งย่างไปด้วย ทำให้ส่วนผสมเข้ากันอย่างลงตัว หลังจากย่างเสร็จ ก็จะราดซอสซ้ำ เพื่อให้เกิดความชุ่มฉ่ำ ก่อนที่จะเสริฟแบบร้อนๆ 

สำหรับ “พริกฮวาเจียวต้าหงพ่าว” ซึ่งมีฐานการผลิตอยู่ใน “เมืองหานเฉิง” เป็นอำเภอหนึ่งของเมืองเว่ยหนาน และ “เมืองหานเฉิง” นี้เอง ยังได้รับอานิสงส์จากแม่น้ำเหลือง ทำให้มีสภาพภูมิศาสตร์เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของ “ฮวาเจียวต้าหงพ่าว” อีกด้วย

Side effects to look out for after Covid-19 jab #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/life/40001926

Side effects to look out for after Covid-19 jab


Most people (90.27 per cent) had no side effects after getting their Covid-19 jab, the National Research Council of Thailand and the Higher Education, Science, Research and Innovation Ministry reported on Friday.

Side effects to look out for after Covid-19 jab

Among those who have received a Covid-19 jab, only 9.73 per cent reported some side effects, the most common being muscle pain, headache and pain where the jab was taken.

Even though the vaccines being administered have been approved by the Food and Drug Administration, people are still advised to observe their symptoms and seek medical help if they worsen.

Assoc Prof Dr Panpit Suwangool, an infectious diseases specialist at Bangkok Hospital, is advising people to consume a lot of water to avoid blood clots and take paracetamol for fever or headache.

“People who develop a rash, high fever, dizziness, muscle weakness or pain in the chest should see a doctor immediately,” she said.

She also urged people to continue wearing facemasks, wash hands regularly and maintain social distancing. She added that people who have visited high-risk areas or come in contact with Covid-19 patients must go into self-isolation for 14 days.

“People who have been infected with Covid-19 should receive their jab three months later because there is no information on the duration of immunity after infection,” she added.

Side effects to look out for after Covid-19 jabSide effects to look out for after Covid-19 jab

ADVERTISEMENT

Published : June 11, 2021

By : The Nation

FDA advisers debate standards for a coronavirus vaccine for young children #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/life/40001888

FDA advisers debate standards for a coronavirus vaccine for young children


WASHINGTON – With coronavirus vaccines available to adolescents and adults, regulators are now turning their attention to younger children and the level of proof needed before authorizing shots for children as young as six months.

FDA advisers debate standards for a coronavirus vaccine for young children

On Thursday, many members of a panel that advises the Food and Drug Administration on vaccines argued that faster authorization should be an option because of uncertainties about virus variants and a potential fall surge in cases.

The discussion was not centered on a particular vaccine, and it unfolded as Pfizer-BioNTech and Moderna conduct trials of their vaccines in children.

The Pfizer-BioNTech vaccine is already authorized for adolescents as young as 12, and Moderna announced Thursday it had submitted an application to the FDA for authorization for adolescents. Executives from Pfizer and Moderna have said that data showing whether their vaccines are effective in younger children are expected by fall.

The timeline is welcome news to many families eager to go back to normal and gain confidence about in-person school. But the expert discussion included many points of disagreement and often strayed into currently unanswerable questions about the future, reflecting how the question about vaccines for children may become emotional and tricky in the fall. Because covid-19, the disease caused by the virus, rarely results in serious illness in young children, several of the advisers argued that a longer and more conventional review of the vaccine should take place.

But A. Oveta Fuller, associate professor of microbiology and immunology at the University of Michigan Medical School, said that as the country opens up, she fears that unvaccinated children who have been largely insulated from the virus would begin to bear the burden of disease.

“We haven’t seen it for the children because they have been isolated, or there are other mitigations,” Fuller said at the meeting of vaccine advisers. As mitigation measures are relaxed, she said, the virus could take root in unvaccinated populations. “I think we are in an emergency situation, and we will be going into winter.”

Children can suffer a rare inflammatory condition after infection, and about 300 children and adolescents are among the nearly 600,000 people in the United States who have died of covid-19.

The risk to children varies with age: Data presented at the meeting showed that children under age 5 were less likely to be infected or to have illness with symptoms compared with older children. But hospitalization rates – although low compared to adults – were similar.

The role that children play in transmission is still poorly understood, but Hannah Kirking, a medical epidemiologist at the respiratory viruses branch of the Centers for Disease Control and Prevention, presented unpublished data that suggests children of all ages play a role similar to adults in transmission and infection.

“I very strongly believe that we need a vaccine for adolescents and children, but I want to be sure that the risk of the vaccine is lower than the risk of hospitalization” from covid-19, said Cody Meissner, an infectious-diseases physician at Tufts Medical Center, noting that vaccines can carry risks and young children have a very low risk of being hospitalized. “As we generate herd immunity, this disease is disappearing, between the vaccine and natural immunity.”

The meeting included a review of evolving data on rare cases of inflammation of the heart muscle – known as myocarditis – that most often occur days after the second dose of the Moderna or Pfizer-BioNTech vaccine, predominantly in younger men. Public health officials have not drawn a link to the shot, but are investigating. Israeli health officials have said there is a probable link.

Tom Shimabukuro, a CDC official, presented slides showing that half of the 528 cases reported in a safety database occurred in people 12 to 24 years old, even though they represent only 9% of vaccine recipients. He also showed that the cases in younger age groups are occurring more frequently than would normally be expected.

Some experts said that untangling whether there is a link between the vaccines and the myocarditis cases is necessary before making a vaccine more widely available to children.

Coronavirus cases have been plummeting in the United States, and the summer is expected to bring further relief, with much of the eligible population vaccinated. But the fall and winter present an unknown, and many on the panel did not share Meissner’s confidence that the virus would not be a threat in autumn.

With the virus continuing to circulate globally and children returning to in-person school, many of the FDA advisers expressed concern that the virus would take hold among people who are not vaccinated – sickening some children and resulting in transmission to other vulnerable people. Others pointed out that children are routinely vaccinated for diseases far more rare than covid-19.

“We still vaccinate children in this country for polio, even though we have not had a case since the 1970s,” said Paul Offit, a vaccine expert at Children’s Hospital of Philadelphia. “The notion that we are not going to have to vaccinate children going forward, I think, is wrong.”

For full approval, the FDA would typically require six months of follow-up of 3,000 children ages 6 months to 12 years. But because of the health emergency, the agency has authorized coronavirus vaccines in other age groups based on two months of median follow-up of study participants. Granting emergency authorization would make it theoretically possible for children to have access to the vaccine as soon as this fall.

“I’d hate to not have the tool,” said Eric Rubin, an infectious-disease expert at the Harvard T.H. Chan School of Public Health. He said he feared what might happen when children return to school and people head back indoors, especially in swaths of the country with low rates of vaccination.

Doran Fink, an FDA vaccine expert, said increasing the size of pediatric vaccine trials would not necessarily flag rare events. Such reactions often are not detected until vaccines are used in millions of people.

Several experts recommended that infants and toddlers should be studied in slightly larger numbers given their especially low risk of covid-19 and because vaccine side effects that are manageable in adults, such as fever, could cause seizures.

Trials in children aim to figure out the protective dose – which may be lower – in progressively younger age groups. In the adult trials, researchers had to wait to see whether people who received the vaccine were less likely to fall ill than those who received a placebo. But the pediatric trials are immune bridging trials, designed to check whether children’s immune systems muster an equivalent immune response to people who were protected against illness in older age groups.

Pfizer announced this week that children between 5 and 11 years old will receive one-third the dose given to adults, with testing in that group starting this week. Children 6 months to 5 years old will receive a dose that is one-tenth of the adult dose, with studies likely to begin later in June. The Pfizer trial will include 4,500 children total in the United States, Finland, Poland and Spain. Two-thirds will receive the vaccine, and the rest will receive a placebo.

ADVERTISEMENT

Moderna’s 6,750-person trial began in March and follows a similar format, finding the right dose in three age clusters. The researchers start with a low dose and gradually increase it to a safe and tolerable level. Then, the researchers will test the safety and effectiveness of the vaccine in each age group.

Published : June 11, 2021

By : The Washington Post · Carolyn Y. Johnson

Cancer patients should get inactivated Covid vaccine, says hospital director #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/life/40001882

Cancer patients should get inactivated Covid vaccine, says hospital director


A hospital director has advised cancer patients to choose inactivated Covid-19 vaccine to protect their weakened immune systems.

Cancer patients should get inactivated Covid vaccine, says hospital director

The only inactivated Covid-19 vaccine currently available in Thailand is the Sinovac brand.

Live attenuated vaccines elicit strong immune responses but are not suitable for people with a weakened immune system, said Dr Thanut Kuai-Charoenpanich, director of Chewamitra Hospital in Ubon Ratchathani.

Due to their lowered immunity, cancer patients, the elderly and those with congenital diseases are considered to be at high risk of developing severe symptoms when infected with Covid-19. They also take longer to rehabilitate than other Covid patients, Dr Thanut said.

These people need to get the Covid-19 vaccine to build immunity and reduce the risk of infection and severe symptoms, he added.

The American Cancer Society recommends that most patients with cancer or a history of cancer should get a Covid-19 vaccination but says factors to be considered include the type of vaccine, type of cancer, and treatment process.

Cancer patients who have completed treatment can be vaccinated immediately, Thanut said. However, cancer patients who are still being treated for the disease must consult their doctor to help determine the appropriate time for vaccination and also reduce the risk of side effects.

Published : June 11, 2021

By : The Nation

เคล็ดลับง่ายๆ ระงับ “กลิ่นปาก” เพิ่มความมั่นใจในการใช้ชีวิตประจำวัน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/469969

เคล็ดลับง่ายๆ ระงับ “กลิ่นปาก” เพิ่มความมั่นใจในการใช้ชีวิตประจำวัน

10 มิถุนายน 2564 – 18:17 น.

ในยุค 2021 เป็นยุคที่หลายๆคน มีความมั่นใจในตัวเองมากยิ่งขึ้น เรียกว่าแทบทุกเพศ ทุกวัย ทุกอาชีพ แต่มีอีกอย่างหนึ่งที่ทุกคนควรระวัง และ ควรหมั่นดูแล นั่นก็คือช่องปาก เพราะถ้าหากมี “กลิ่นปาก” อันไม่พึงประสงค์คงจะทำให้ตัวคุณขาดความมั่นใจลงได้

ซึ่งต้องยอมรับว่า “กลิ่นปาก” เป็นอีกหนึ่งความมั่นใจของคนที่อยากมีบุคลิกภาพที่ดี และ คงไม่ดีนัก หากเราต้องพูด หรือ สื่อสารกับคนอื่น แต่ “กลิ่นปาก” ของเราดันเป็นปัญหาที่ทำให้คนที่สนทนาของเราต้องส่ายหน้าหนี และ ถ้าเกิดปัญหานี้ ก็ควรรีบแก้ไข เพื่อเพิ่มความมั่นใจให้กับตัวเอง

โดยวิธีการระงับ “กลิ่นปาก” นั้นทำไม่ยาก ถ้าเรามีวินัยให้กับตัวเอง ด้วยวิธีง่ายๆ เพียง 5 วิธีเท่านั้นดังนี้  

1. หมั่นแปรงฟันทุกครั้งหลังมื้ออาหาร  จะสามารถช่วยลดกลิ่นปากได้

2. ใช้ไหมขัดฟันหลังแปรงฟัน  จะสามารถช่วยกำจัดเศษอาหารที่ติดตามซอกฟัน

3. ทำความสะอาดลิ้นทุกวัน ผิวลิ้นที่ขรุขระจะเป็นที่กักเก็บเศษอาหารต่างๆ ทำให้มีแบคทีเรียที่มีผลต่อกลิ่นปากสะสมอยู่ตามโคนลิ้น

4. ใช้น้ำยาบ้วนปาก เป็นวิธีที่ช่วยกำจัดแบคทีเรียได้ดีที่สุด ไม่ยุ่งยาก ใช้เวลาไม่กี่วินาที ลดการสะสมของแบคทีเรียได้ทั่วทั้งปาก แม้ในบริเวณที่การแปรงฟันเข้าไม่ถึง 

5. ขูดหินปูนเป็นประจำทุก 6 เดือน หรือ อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพราะหินปูนเป็นอีกสาเหตุหลักของการเกิดกลิ่นปาก

หากทุกคนหมั่นดูแล รักษาสุขภาพช่องปากตามวิธีที่แนะนำ เพียงแค่นี้ก็จะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับตัวของคุณ ได้มากยิ่งขึ้น และ จะไม่ทำให้คุณขาดความมั่นใจ หรือ มีอุปสรรคในการพูดคุย สื่อสารกับผู้อื่น

ขอบคุณข้อมูลจาก : https://www.palmmade.com/article/93/

รู้จัก “วัดสร่างโศก” วัดมอญโบราณอายุกว่า 200 ปี #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/469942

รู้จัก “วัดสร่างโศก” วัดมอญโบราณอายุกว่า 200 ปี

10 มิถุนายน 2564 – 15:36 น.

เรื่องราวดีๆวันนี้จะพาแนะนำให้รู้จักกับวัดมอญโบราณที่อายุ 200 กว่าปี มีชื่อว่า “วัดสร่างโศก” เหมาะสำหรับสายบุญที่ชอบไหว้พระขอพร ที่สำคัญวัดนี้อยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯด้วยจ้า

เมื่อได้ยินชื่อวัดต้องบอกเลยว่าหมดทุกข์คลายความเศร้าหมองแน่นอนเพราะว่าวัดนี้มีชื่อว่า “วัดสร่างโศก” มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้สักการะแบบครบทุกแขนง ตั้งแต่พ่อปู่ฤาษี พระมหามุนี พระธาตุ เทพจีน เทพอินเดียและมีพระเจ้าอาวาสคอยนั่งเจิมหน้าผากให้กับปประชาชนที่เดินทางไปกราบไหว้สิ่งศักดิ์ภายในวัดด้วย

ในเรื่องของที่ตั้งนั้น “วัดสร่างโศก” ตั้งอยู่เลขที่ 1 หมู่ที่ 8 ตำบลคลองด่าน อำเภอบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ที่ดินที่ตั้งวัดมีเนื้อที่ทั้งหมด 11 ไร่ 3 งาน 60 ตารางวา พื้นที่ตั้งวัด เป็นที่ราบลุ่มน้ำท่วมถึง การคมนาคมสะดวกทั้งทางน้ำและทางบก มีถนนเข้าถึงวัดแต่ซอยทางเข้าค่อนข้างที่จะลึกแนะนำว่าควรจะมีรถส่วนตัวขับเข้ามาเองน่าจะสะดวกกว่า เพราะบริเวณวัดพอจะมีที่จอดรถ

ในส่วนของประวัติของวัดสร่างโศก ต้องบอกว่าวัดนี้เป็นวัดมอญโบราณสร้างขึ้นประมาณปี พ.ศ. 2300 ไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัดว่าใครเป็นผู้สร้าง และได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์ให้สมบูรณ์ เมื่อ พ.ศ. 2360 ตามหลักฐานของกรมที่ดิน ระวางที่ 41 ระบุชื่อวัดนี้ว่า “วัดปากอ่าว” แต่ชาวบ้านนิยมเรียกว่า “วัดมอญ” เพราะอยู่ใกล้คลองมอญ ตามที่ปรากฏในระวางที่ดิน และบริเวณนี้มีชาวมอญอาศัยอยู่มาก แต่จากการบอกเล่าสืบต่อกันมาจากชาวบ้าน บ้างก็ว่าชื่อ “วัดอัฎฐวราราม” เพรามีกุฎิ 8 หลัง บ้างก็เรียกว่า “วัดอัศวราราม” เพราะวัดนี้เป็นที่ตั้งกองทัพม้าของพระเจ้าตากสินมหาราช ต่อมาภายหลังได้รับการเปลี่ยนแปลงนามวัดใหม่ โดยสมเด็จพระสังฆราชเจ้ากรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ (สมเด็จพระสังฆราช ในสมัยรัชการที่ 5 ) เป็น “วัดเตลงรมณ์” หรือ “วัดทะเลงลม” ในปี พ.ศ. 2482 เปลี่ยนนามใหม่เป็น “วัดโพธิ์ทอง” ครั้งถึง พ.ศ. 2483 จนในที่สุดทางราชการได้เปลี่ยนนามวัดเสียใหม่ เป็น “วัดสร่างโศก” เพื่อให้สอดคล้องกับพระนามของ “พระองค์หญิงโศกสว่าง” พระราชธิดาในสมเด็จพระปิ่นเกล้า 

ปัจจุบันทาง“วัดสร่างโศก”ก็กำลังปฏิสังขรณ์วัดและบริเวณรอบๆบรรยากาศค่อนข้างดีลมถ่ายเทแต่อากาศก็ร้อนจัดหากมีแดดและยังมีกลิ่นลมทะเลพัดมาด้วย เมื่อไปถึงทางคนดูแลวัดก็จะแนะนำให้เดินเข้ามาแล้วไปจุดธูปไหว้พระด้านหลัง จะมีพระพุทธรูปให้กราบไหว้แปะแผ่นทองคำเปลว ก็อธิษฐานขอพรกันได้เลย

สำหรับใครที่ชอบเสี่ยงโชคทางวัดยังมีพี่กุมารแกละ ตาไข่ และไอ้ไข่ ให้ขอโชคขอลาภด้วยอีกทั้งยังมีเซียมซีและเครื่องหมุนลูกบอลตัวเลขให้เสี่ยงดวงกันด้วย ส่วนใครอยากจะซื้อน้ำหรือดอกไม้ถวายก็บอกคนดูแลวัดได้ บริจาคตามกำลังศรัทธา

แต่ใครที่กำลังทุกข์ร้อนอยากขอพรแบบด่วนๆก็แนะนำให้ไปกราบขอพรหลวงพ่อทันใจ ก่อนกลับบ้านวัดนี้เขาก็มีเครื่องลางของขลังให้เช่ากลับไปบูชาติดไม้ติดมือกลับไปด้วย และเเน่นอนว่าทำบุญไหว้พระแล้วใครอยากจะบริจาคเงินหรือทำทาน ตามจุดต่างๆของวัดเขาก็เปิดให้หยอดได้ตามตู้ต่างๆ  

ด้านล่างของวัดจะมีเปิดให้รอดใต้เศียรพ่อแก่เพื่อความเป็นสิริมงคลด้วย ที่สำคัญ“วัดสร่างโศก” ยังมีศิลปะมอญปรากฏให้เห็นอยู่บ้างและที่นี่ไม่เหมือนวัดอื่นที่หลายคนมองว่าเป็นธุรกิจ เพราะไม่มีการบังคับค่าใช้จ่ายใดๆ ทุกอย่างตามกำลังศรัทธาขอแค่มีจิตใจดีแค่สองมือพนมก้มลงกราบก็ได้บุญและความเป็นสิริมงคลกับชีวิตแล้ว

เรื่องเล่า “ยักษ์แบกสะพาน” ถนนวิภาวดีรังสิต ความเชื่อที่กล่าวขาน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/469934

เรื่องเล่า”ยักษ์แบกสะพาน”ถนนวิภาวดีรังสิต ความเชื่อที่กล่าวขาน

10 มิถุนายน 2564 – 13:57 น.

คติความเชื่อกับคนไทยนั้นยังคงคู่กัน แม้จะผ่านไปทานขนาดไหน อย่างเช่นเรื่องเล่าของ “ยักแบก”ที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อแบกโทลเวย์ ถนนวิภาวดี-รังสิต ที่กล่าวขานถึงอถรรพ์ ทั้งนี้ยักษ์แบกยังสอดคล้องกับศาสนา

หากกล่าวถึงคำว่า“ยักษ์”ในตำนานความเชื่อและเรื่องเล่าต่าง ๆ ต้ังแต่สมัยพุทธกาล นั้นมีสืบทอดเป็นความรู้ และนิทานกล่าวขานกันมาจนถึงปัจจุบัน และทุกวันนี้เรามักจะเห็นสถาปัตยกรรมเกี่ยวกับ “ยักษ์”นั้นถูกประดับตกแต่ง ประกอบอยู่ในสถานที่ต่าง ๆ โดยเฉพาะพระอารามแทบจะทุกแห่ง นั่นแสดงให้เห็นความเชื่อที่สอดคล้องว่า “ยักษ์”นั้นยังเป็นผู้ปกปักรักษาพระพุทธศาสนาด้วยนั่นเอง แถมยักษ์ บางตนยังได้รับความศรัทธาเลื่อมใส และเป็นสักการะของในปัจจุบัน

กลับเข้ามาสู่ประเด็นเรื่องเล่าเกี่ยวกับ”ยักษ์แบกสะพาน”ที่เรากำลังจะกล่าวถึงกัน  นั้นเกี่ยวเนื่องกับ เสาโทลเวย์ บนถนนวิภาวดีรังสิตนั้นเอง โดยประเด็นนี้ถูกเล่าขานกันปากต่อปากจนกลายเป็นเรื่องที่หลายคนให้ความสนใจ เพราะว่าบริเวณเสาโทลเวย์นั้น ได้มีประติมากรรมปูนปั้นรูปยักษ์แบกเสา ประดับอยู่ถึงสองตน

โดยเรื่องเล่าดังกล่าวได้บอกว่า “ย้อยไปเมื่อ ปี พ.ศ. 2535 ที่เริ่มมีการก่อสร้างดอนเมืองโทลเวย์ขึ้น ซึ่งในระหว่างการก่อสร้างนั้น ได้เกิด อุปสรรคมากมาย ทำให้การสร้างไม่เกิดความราบรื่น จนกระทั่งช่วงที่จะทำการยกเสาต้นนี้ขึ้น ก็เกิดเหตุปัญหาขึ้นอีกครั้ง เพราะไม่ว่าทีมงานจะทำอย่างไรก็ไม่สามารถยกเสาขึ้นได้

และเมื่อทางผู้รับเหมาสร้างโทลเวย์มาถึงแยกลาดพร้าว นั้นก็ต้องประสบความขัดข้องอีก เพราะว่าเมื่อสร้างเสาและคานได้ไม่กี่วันก็พังลงและมาทับคนจนเสียชีวิต ซึ่งเกิดเหตุการณ์แบบนี้อยู่หลายครั้ง ตั้งคำถามและความสงสัยให้กับเหล่าวิศวกรผุ้ก่อสร้าง เพราะการสร้างทุกอย่างได้ทำถูกต้องตามหลักวิศวกรรมทุกประการ

โดยเหตุการณ์ที่น่าสะพรึงกลัวมากที่สุดก็น่าจะเป็น เหตุคานถล่มที่มีคนงานเสียชีวิตจำนวนมาก ไม่สามารถสร้างต่อ และไม่สามารถยกเสายกขึ้นได้ซึ่งเป็นเฉพาะแยกลาดพร้าว แต่แยกอื่น ๆ ก็ไม่มีปัญหาอะไร กระทั้งมีผู้แนะนำให้ปั้นรูปยักษ์ แบกถนนไว้ที่เสาเพื่อแก้เคล็ดนั่นเอง

จากคำแนะนำสานต่อไปยัง กรมศิลปากร เพื่อให้ทรางสำนักช่วยปั้นยักษ์สองตนนี้ขึ้นมา โดยการแกะสลัก ยักษ์ทำท่าแบกเสา และหลังจากรูปปั้นยักษ์ได้สร้างสำเสร็จ ปรากฏว่าเรื่องเหลือเชื่อ นั้นได้กิดขึ้นเพราะเสาต้นนั้นได้ยกขึ้นอย่างง่ายดาย และสถานะการเงินของโครงการดีขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ ผู้คนต่างใช้งานทางด่วนแห่งนี้มากขึ้น และไม่ค่อยมีอุบัติเหตุอย่างเมื่อก่อนและในปัจจุบันยักษ์แบกเสาก็ยังคงอยู่ที่เดิม ทางลงสะพานข้ามแยกสุทธิสารฝั่งขาออก 1 ตน และ ทางลงสะพานข้ามห้าแยกลาดพร้าวฝั่งขาเข้า 1 ตน” 

สำหรับตำนานยักษ์แบกเสา หรือ แบกสะพานโทลเวย์นั้น เชื่อมโยงกับความเชื่อแห่งสถาปัตยกรรมที่ปรากกฏให้เห็นตามพระเจดีย์ต่าง ๆ ในพระอารามหลวงอาทิ พระปรางค์วัดอรุณราชวราราม ราชวรมหาวิหาร , พระเจดีย์ ในวัดพระศรีรัตนศาสดารามราชวรมหาวิหาร หรือ วัดพระแก้ว ทั้งยังคล้องกับ ตำนานยักษ์แบกเขาพระสุเมรุตามคดีความเชื่ออีกด้วย