Skin Inc ผู้นำกระแส J-Beauty สกินแคร์ที่ปรับให้เหมาะกับแต่ละบุคคล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/684311

วันที่ 27 พ.ค. 2565 เวลา 17:26 น.Skin Inc ผู้นำกระแส J-Beauty สกินแคร์ที่ปรับให้เหมาะกับแต่ละบุคคล

ผู้นำกระแส J-Beauty “Skin Inc Supplement Bar” ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพผิว ดูแลครอบคลุม 360 องศารายแรกของโลก เปิดตัวแล้วในประเทศไทย

Skin Inc ผู้นำระดับโลกด้านผลิตภัณฑ์ สกิน-เทค ที่วิเคราะห์จากการใช้ดาต้า เปิดตัวในประเทศไทย เพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์ดูแลผิวสำหรับคนไทยที่ปรับแต่งได้ตามความต้องการของแต่ละบุคคล โดย Skin Inc Supplement Bar เป็นผู้นำกระแส J-Beauty ระดับโลกที่ใช้บิ๊กดาต้า และเทคนิคเอนแคปซูเลชันจากประเทศญี่ปุ่น ในการสร้างผลิตภัณฑ์สกินแคร์ที่ปรับให้เหมาะกับแต่ละบุคคล รวมถึงอุปกรณ์ดูแลผิวที่ทันสมัยมานานนับทศวรรษ

คุณ Sabrina Tan ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ Skin Inc Supplement Bar

คุณ Sabrina Tan ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ Skin Inc Supplement Bar เปิดตัวแบรนด์สกินแคร์นี้ขึ้นครั้งแรกเมื่อปี 2551 ที่ประเทศสิงคโปร์ โดยมีเป้าหมายที่จะมอบผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่ปรับแต่งด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงที่เหมาะกับผิวของแต่ละคน โดยคุณ Sabrina Tan เปิดตัวแบรนด์วันนี้ในประเทศไทย ด้วยความพร้อมด้านนวัตกรรมที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล และโซลูชันการดูแลผิวแบบ ‘one-size-fits-me’ ที่ปรับให้เหมาะกับแต่ละบุคคลทั่วโลกได้อย่างง่ายดาย ซึ่ง Skin Inc Supplement Bar เป็นหนึ่งในแบรนด์แรกๆ ที่นำเสนอผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่ปรับแต่งได้เองด้วยเซรั่มที่ดูแลเจาะจงแต่ละปัญหาผิวโดยเฉพาะ ซึ่งคุณสามารถผสมเซรั่มเข้าด้วยกันเพื่อสร้างเซรั่มค็อกเทลสูตรเฉพาะ อันโด่งดังภายใต้ชื่อ My Daily Dose โดยมีแบบทดสอบเพื่อหาเซรั่มของ Skin Inc ที่ตอบโจทย์ผิวของแต่ละบุคคล ผลลัพธ์ My Daily Dose และ My Nightly Dose จะนำเสนอเซรั่มบริสุทธิ์เข้มข้นสูง 100% จากประเทศญี่ปุ่นที่เหมาะกับแต่ละสภาพผิวโดยเฉพาะ ซึ่งจะระบุถึงความต้องการของผิวทั้งกลางวันและกลางคืน มากไปกว่านั่น Skin Inc Supplement Bar ยังเป็นบริษัทแห่งแรกที่เปิดตัวอุปกรณ์ดูแลผิวด้วยตัวเองที่บ้านโดยใช้มัลติ LED อีกด้วย   

“เรารู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมากที่ได้เปิดตัวในประเทศไทย และได้มีโอกาสแนะนำให้คนไทยรู้จักกับสกินแคร์ที่ปรับแต่งให้เข้ากับสภาพผิวของเราได้ ผลิตภัณฑ์ของทางแบรนด์มีความปลอดภัยสำหรับทุกคน แม้แต่สตรีมีครรภ์ก็สามารถใช้ได้ เพราะเราเป็นผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่ปราศจากกลูเตนและยังเป็นวีแกนอีกด้วย และที่สำคัญที่สุดคือสกินแคร์ของเราไม่มีกลิ่นและพาราเบน” กล่าว Sabrina Tan “สภาพผิวของคนเราขึ้นอยู่กับไลฟ์สไตล์และสิ่งแวดล้อม ดังนั้นการมีผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่ปรับแต่งได้เองจึงสามารถมั่นใจได้ว่าจะเหมาะกับทุกช่วงอายุ ไลฟ์สไตล์ อาชีพ และเพศ”

เซรั่มของ Skin Inc Supplement Bar ได้รับรางวัลมากกว่า 150 รางวัลทั่วโลก เพราะได้รับการพิสูจน์จากทางคลินิกว่าผลิตภัณฑ์จากทางแบรนด์ให้ผลลัพธ์ที่ดีอย่างเห็นได้ชัด อีกทั้งยังมีส่วนผสมหลายตัวที่ออกฤทธิ์ได้รวดเร็วและสามารถฝื้นฟูผิวในเวลาเพียงแค่สามวัน ปัจจุบันเซรั่มของ Skin Inc Supplement Bar พร้อมจำหน่ายในประเทศไทยผ่าน Lazada, Shopee และเว็บไซต์ โดย +SABI AI และอุปกรณ์ NEW trilight จะเปิดตัวในประเทศไทยปลายปีนี้ ซึ่งราคาจะประกาศภายในหนึ่งเดือนก่อนวันที่จะเปิดตัว

ปัจจุบัน Skin Inc มีสาขาอยู่ในกว่า 178 เมือง โดยมีร้านจำหน่ายมากกว่า 200 แห่ง ไม่ว่าจะเป็น Sephora, Nordstrom, Bergdorf Goodman, Lazada, Shopee, Amazon, Feel Unique และ Urban Outfitters โดย Skin Inc นำเสนอผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่ครอบคลุมด้วยผลิตภัณฑ์หลักที่หลากหลาย อาทิ Pure Deepsea Hydrating Mask, My Daily Dose® for Bright Eyes Cream, My Daily Dose® of Uplift, My Daily Dose® of Vitamin ABC+, และ Pure Revival Peel ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่   https://th.iloveskininc.com/

‘บุญช่วย แอมมิวเลท’ จากความเชื่อและศรัทธา กลายมาเป็นธุรกิจเครื่องประดับมงคล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/684304

วันที่ 27 พ.ค. 2565 เวลา 17:17 น.'บุญช่วย แอมมิวเลท' จากความเชื่อและศรัทธา กลายมาเป็นธุรกิจเครื่องประดับมงคล

ที่ยึดเหนี่ยวทางใจสายแฟชั่น เปิดใจคุยกับพระเอกหล่อมาดเข้ม “บอม-ธนกฤต คล้ายสังข์” จากความเชื่อและศรัทธากลายมาเป็นธุรกิจเครื่องประดับมงคล บุญช่วย แอมมิวเลท ( Boonchuay Amulets)

บอม-ธนกฤต คล้ายสังข์

คุ้นหน้าคุ้นตากันดีกับพระเอกใหม่กระแสดีจากละครไทยรัฐ บอม-ธนกฤต คล้ายสังข์ ซึ่งมีผลงานละครให้ได้ชมกันไปแล้ว 2 เรื่อง ที่สำคัญช่วงนี้ละครที่เค้าได้รับบทพระเอกเต็มตัวเรื่องแรก “ผีกะ” ก็กำลังกลับมารีรันให้ได้ชมกันอีกครั้งในทุกคืนวันเสาร์-อาทิตย์ ทางไทยรัฐทีวีช่อง 32 อีกด้วย

แต่เชื่อว่าหลายท่านอาจจะยังไม่ทราบว่า บอม ธนกฤต เริ่มทำธุรกิจส่วนตัวควบคู่กันไปกับงานแสดงมากว่า 2 เดือนแล้ว แต่จะเป็นธุรกิจประเภทไหน? มีที่มาที่ไปของแรงบันดาลใจอย่างไร? วันนี้ต้องมาล้วงแคะแกะเกาเอากับเจ้าตัว

“คล้ายๆ กับว่าจะเป็นเรื่องบังเอิญ แต่คิดอีกทีก็น่าจะเป็นสิ่งที่มีอยู่ในใจอยู่แล้วครับ” คุณบอม หน่มหล่อมาดเข้มเกริ่น

หากย้อนไปในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา เพื่อนๆ ชวนบอมไปถ้ำนาคา ซึ่งตัวเราศรัทธามาก แต่ไปไม่ได้ เพราะช่วงนั้นทีมงานเริ่มมีการเชคคิวถ่ายละครเรื่อง บ้านโชคดี เดอะซีรี่ส์ ซีซั่น 2 จะด้วยมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์องค์ใดมาดลใจก็ไม่ทราบได้ บอมก็โพล่งกับเพื่อนออกไปว่า “ฝากบูชาวัตถุมงคลจากถ้ำนาคากลับมาให้หน่อยได้ไหม”

คืนนั้นทำเอานอนไม่ค่อยหลับเลยครับ คิดวนไปวนมากับเรื่องนี้ แล้วจู่ๆ ก็นึกขึ้นมาว่า ถ้าเรานำเอาวัตถุมงคลมาเรียงร้อยกับหินสีต่างๆ เพื่อทำเป็นเครื่องประดับน่าจะดีกว่า เพราะใครๆ จะได้ใส่ติดตัวไปตลอด อีกอย่างความเชื่อกับคนไทยก็เป็นสิ่งที่คู่กันอยู่แล้ว การนำเอาแฟชั่นมาผสมผสานกับความเชื่อและศรัทธาน่าจะทำให้เกิดความนิยมชมชอบในวงกว้างมากขึ้น

หลังจากนั้นบอมก็เริ่มแสวงหาตะกรุดและหินสีที่มีความหมายดีๆ ต่างๆ นานา จนมั่นใจว่าลงตัวแล้ว ก็เริ่มวางแผนเรื่องการตั้งชื่อแบรนด์ และการเปิดช่องทางการขายในตลาดออนไลน์ โดยเซ็ตแรกๆ จะมีตะกรุดให้เลือก 4 แบบคือ พญานาค, ท้าวเวสสุวรรณ, พระแม่ลักษมี และพระพิฆเนศ แน่นอนว่าองค์ท้าวเวสสุวรรณคนนิยมมากที่สุดเลยครับ

“ต้องบอกก่อนว่าสร้อยข้อมือแต่ละเส้นบอมเป็นคนเรียงร้อยเองกับมือทุกชิ้นเลยนะครับ ด้วยความที่เราต้องเป็นคนให้คำปรึกษาและตัดสินใจร่วมกับลูกค้าตั้งแต่ต้น ลูกค้าต้องการเสริมในเรื่องไหน ชอบตะกรุดองค์เทพใด สีสันของหินที่อยากได้ อะไรประมาณนี้ครับ โดยเฉพาะในเรื่องของหินแต่ละชนิดที่เลือกใช้ก็จะต้องมีความหมายที่สอดคล้องและส่งเสริมกับความต้องการของลูกค้า อีกทั้งยังต้องเป็นสีที่ถูกโฉลกกับวันเกิดของแต่ละท่านด้วย แต่บอมทำงานเร็วนะครับ (หัวเราะ) ทั้งกระบวนการจนส่งถึงมือลูกค้าใช้เวลาไม่เกิน 3-4 วันครับ นอกจากว่าบังเอิญช่วงนั้นติดคิวถ่ายละครก็อาจจะช้าหน่อย แต่บอมก็จะแจ้งให้ลูกค้าทราบก่อนล่วงหน้าครับ

ส่วนที่มาของชื่อแบรนด์ “บุญช่วย แอมมิวเลท” ( Boonchuay Amulets) มาจากชื่อคุณยายของบอมเอง ท่านเพิ่งเสียชีวิตไปราวปีกว่าๆ ที่ผ่านมา บอมเชื่อว่า คุณยายผู้ซึ่งเลี้ยงดูบอมมาตั้งแต่อายุ 3 ขวบหลังคุณแม่เสียชีวิต ผู้คอยสั่งสอนให้บอมรู้จักปาบบุญคุณโทษ ผู้ชักชวนให้บอมสวดมนต์ไหว้พระ ทำบุญสุนทานอยู่เป็นนิจ ฉะนั้น เมื่อท่านเสียชีวิตกุศลผลบุญน่าจะส่งผลให้คุณยายไปเกิดเป็นเทวดาอยู่บนฟ้า ซึ่งเทวดาก็คือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เราควรเคารพสักการะอยู่แล้วใช่ไหมครับ อีกทั้งคำว่า “บุญช่วย” ก็ตรงกับแนวคิดการทำธุรกิจเครื่องประดับมงคลที่บอมตั้งใจให้ลูกค้าใช้เป็นเครื่องเตือนใจให้หมั่นเติมบุญให้ตนเอง เพื่อที่ว่าบุญนั้นจะมาหนุนนำให้สมประสงค์ดังใจปรารถนาผ่านการเคารพบูชาตะกรุดองค์เทพที่เรียงร้อยเป็นสร้อยประดับข้อมือนั่นเองครับ” บอม กล่าว

จุดเด่นที่เป็นหัวใจสำคัญของแบรนด์บุญช่วย แอมมิวเลท คือเน้นเสริมจำเพาะพุทธคุณสายขาวเท่านั้น! แล้วตะกรุดทุกชิ้นผ่านการเข้าพิธีปลุกเสกโดยพ่อแม่ครูบาอาจารย์ที่ บอม ธนกฤต นับถือเป็นการส่วนตัว บอมคอนเฟิร์ม!

“กว่า 2 เดือนที่ผ่านมาการตอบรับดีมากครับ ช่วงนี้บอมเลยมีตะกรุดมาให้ได้เลือกสรรกันเพิ่มเติมอีกหลายแบบเลย อาทิ ตะกรุดราชาโชค ตะกรุดเทพภมรจำแลง ตะกรุดเงินสะพัด ตะกรุดร่ายมนต์หลง ตะกรุดนางรับและสีผึ้งหัวใจ ใครใคร่เชื่อและศรัทธาสิ่งใดของครูบาอาจารย์ท่านไหนก็เข้าไปดูรายละเอียดด้านพุทธคุณของแต่ละตะกรุดในอินสตาแกรมและแฟนเพจ Boonchuay_Amulets ได้เลยนะครับ สนนราคาจับต้องได้แน่นอน ทั้งนี้ในหนึ่งเซทนอกจากสร้อยข้อมือที่แต่ละท่านจะได้ตามที่สั่งแล้ว บอมยังมีแผ่นทองและผ้ายันต์ แถมฟรี! ให้อีกด้วยนะครับ” บอมกล่าวทิ้งท้าย

ติดตามความเคลื่อนไหวทั้งในเรื่องธุรกิจส่วนตัวและผลงานการแสดงใดๆ ของบอม ธนกฤต คล้ายสังข์ได้ทางอินสตาแกรม bomxbom

 

Tips เสริมพุทธคุณ

คนเกิดวันอาทิตย์

  • ควรหลีกเลี่ยงหินสีโทนฟ้า-น้ำเงิน
  • เสริมการเงินให้ใช้หินโทนสีดำ-ม่วง เช่น นิล, หินลาวา, อเมทิสต์และพลอยสีม่วง

คนเกิดวันจันทร์

  • ควรหลีกเลี่ยงหินโทนสีแดง
  • เสริมการเงินให้ใช้หินโทนสีส้ม เช่น ซันสโตน, ไหมทอง, ไทเกอร์อายและพลอยสีส้ม

คนเกิดวันอังคาร

  • ควรหลีกเลี่ยงสีโทนขาว-เหลือง
  • เสริมการเงินให้ใช้หินโทนสีเทา เช่น ไหมเงิน, แก้วขนเหล็ก, สโมกกีย์ควอตซ์และคริสตัล

คนเกิดวันพุธ (กลางวัน)

  • ควรหลีกเลี่ยงหินโทนสีชมพู
  • เสริมการเงินให้ใช้หินโทนสีฟ้า-น้ำเงิน เช่น ลาพิส ลาซูรี, เทอร์ควอยส์, พลอยสีฟ้าและไพลิน

คนเกิดวันพุธ (กลางคืน)

  • ควรหลีกเลี่ยงหินโทนสีส้ม
  • การเงินให้ใช้โทนสีชมพู เช่น โรสควอตซ์, โรโดไนต์และพลอยสีชมพู

คนเกิดวันพฤหัสบดี

  • ควรหลีกเลี่ยงหินโทนสีม่วง-ดำ
  • เสริมการเงินให้ใช้หินโทนสีขาว-เหลือง เช่น ฮาวไลท์, ไข่มุก, ไหมทองและซิทริน

คนเกิดวันศุกร์

  • ควรหลีกเลี่ยงหินโทนสีเทา
  • เสริมการเงินให้ใช้หินโทนสีเขียว เช่น หยก, มาลาไคต์, พลอยสีเขียวและมรกต

คนเกิดวันเสาร์

  • ควรหลีกเลี่ยงหินโทนสีเขียว
  • เสริมการเงินให้ใช้หินโทนสีแดง เช่น แจสเปอร์, พลอยสีแดง, โกเมนและทับทิม

Plantnery ส่งตัวช่วยดีๆ สู้กลับ 7 ปัญหาผิวที่คนไทยต้องเผชิญ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/684280

วันที่ 27 พ.ค. 2565 เวลา 13:30 น.Plantnery ส่งตัวช่วยดีๆ สู้กลับ 7 ปัญหาผิวที่คนไทยต้องเผชิญ

เจอปัญหาผิวมาต้องสู้กลับ Plantnery ส่งตัวช่วยสู้กลับขจัด 7 ปัญหา ด้วยไอเทมเติมคุณค่าฟื้นฟูความงามของผิวที่มาพร้อมโปรดียืน 1 ในมหกรรม Shopee 6.6 Greatest Brands Celebration

เรื่องปัญหาผิว ไม่ว่าใครก็นิ่งนอนใจไม่ได้ เพราะอาจลุกลามปานปลายกลายเป็น “ปัญหาใหญ่” แบบไม่รู้ตัว! คงจะดีไม่น้อยถ้าเรารู้เท่าทันปัญหาและสามารถจัดการได้อย่างตรงจุด แพลนท์เนอรี่ (Plantnery) แบรนด์ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวและความงามจากสารสกัดของพืชธรรมชาติสัญชาติไทย แนะเคล็ดลับเด็ดสู้กลับเพื่อขจัด 7 ปัญหาผิว ให้ทุกคนสามารถกลับมามีผิวสวยสุขภาพดีได้อย่างเห็นผล      

คุณดวงกมล อัศวณิชย์ชากร

คุณดวงกมล อัศวณิชย์ชากร ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ Plantnery เปิดเผยว่า ในฐานะแบรนด์ที่เชี่ยวชาญในเรื่องผิวพรรณ เราได้จัดทำ Research เกี่ยวกับปัญหาผิวของคนไทยอยู่อย่างต่อเนื่อง เพื่อคิดค้นผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่จะตอบโจทย์และแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุดมากที่สุด โดยพบว่า คนไทยเผชิญอยู่กับ 7 ปัญหาผิว ดังนี้

• ปัญหาสิว และผิวมัน บนใบหน้า

จะอายุเท่าไหร่ “สิว” ก็สามารถตามรังควานให้รำคาญใจได้อยู่เสมอ เพราะต้นตอของปัญหายังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างถูกต้อง โดยเฉพาะคนที่ผิวหน้ามีความมัน รูขุมขนกว้าง ทำให้เกิดการอุดตันได้ง่าย และมีโอกาสเป็นสิวเรื้อรังสูง นอกจากนี้อีกหนึ่งตัวแปรที่ทำให้ “สิว” ผุดไม่หยุด เกิดจากฮอร์โมนที่กระตุ้นให้เกิดความมันบนผิวมากกว่าปกติ จนบางรายเกิดการอุดตันในรูขุมขนถึงขั้นอักเสบ วิธีการสยบปัญหา คือ ต้องเลือกใช้ผลิตภัณฑ์มีส่วนผสมที่ช่วยลดปัญหาสิวและผิวมัน โดยเฉพาะ สารสกัดจาก Tea Tree Oil ที่จะช่วยในการลดปัญหาสิว ซึ่ง แพลนท์เนอรี่ ได้นำสารสกัดดังกล่าวมาไว้ใน Plantnery Tea Tree Intense Serum เซรั่มที่มีสารสกัดหลักช่วยในการฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดสิวและลดความมันบนผิวหน้าอย่างอ่อนโยน

• ปัญหาสิวทิ้งร่องรอย 

หัวสิวหายไป ใช่ว่าจะจบ!!! ปัญหาต่อเนื่องที่พบ นั่นคือ รอยแดง รอยดำ หรือหลุมสิว ที่มักเกิดขึ้นจากการอักเสบของสิวบนผิวหนัง ยิ่งหลายคนพลั้งมือไปแคะ แกะ เกา หรือจัดการแบบผิดวิธีด้วยการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีความรุนแรงในการรักษา กลายเป็นยิ่งทำร้ายผิวให้อ่อนแอลงไปอีก ทิ้งรอยให้ดูต่างหน้าเป็นเวลาหลายเดือน โดยปกติแล้วรอยสิวและจุดด่างดำจะสามารถจางหายไปได้เมื่อผิวหนังทำการผลัดเซลล์ผิว ซึ่งผิวหนังคนเราจะผลัดเซลล์ทุกๆ 28 วัน ดังนั้น การแก้ปัญหาสิวทิ้งร่องรอยให้ต้องหมองใจ คือ การหาตัวช่วยที่จะกระตุ้นให้เกิดการผลัดเซลล์ผิวเร็วขึ้นโดยที่ไม่รบกวนผิวจนเกินไป ด้วยการใช้สารสกัดจากธรรมชาติอย่าง “ทับทิม” ที่อุดมไปด้วยสารจำพวก Polyphenol ที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระอย่างดีเยี่ยมและมีปริมาณสารต้านอนุมูลอิสระมากกว่าผลไม้ชนิดอื่นถึง 3 เท่า รวมไปถึง Anti-Oxidant ที่มีส่วนช่วยในการลดเลือนริ้วรอย และจุดด่างดำ อีกทั้งยังช่วยกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยอาจเริ่มต้นจากการใช้ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ Plantnery Pomegranate Intense Serum เซรั่มสารสกัดทับทิมเข้มข้นพิเศษ แต่อ่อนโยน ปราศจากแอลกอฮอล์ น้ำหอม สารกันเสีย พาราเบน สีสังเคราะห์ ซิลิโคน ที่จะมีส่วนไปรบกวนผิวหนัง หรือทำให้เกิดการระคายเคือง

• ปัญหาหน้าโทรม ผิวหมองคล้ำ สีผิวไม่สม่ำเสมอ

ต้นเหตุเกิดจาก “รังสียูวี” ที่เข้าไปกระตุ้นกลไกการผลิตเม็ดสีเมลานินให้ผลิตมากขึ้น ทำให้ผิวมีสีเข้มขึ้น ดูหมองคล้ำ         ผิวแห้งกร้าน ผิวไม่สดใส และจะจัดการอย่างไรกับปัญหานี้? คำตอบอยู่ที่ การใช้ “วิตามินซี” เข้ามาฟื้นฟูผิวให้กลับมากระจ่างใส โดยต้องรู้จักเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีปริมาณวิตามินซีที่เหมาะสม โดยคำนึงถึงความอ่อนโยนต่อผิวหนัง         อย่างเซรั่มบำรุงผิวหน้า Plantnery Yuzu Orange Intense Serum ที่อุดมด้วยสารสกัดจากวิตามินซีที่ได้จากธรรมชาติจากผลส้มยูซุ ที่ช่วยฟื้นฟูผิวหมองคล้ำและมีประสิทธิภาพในการคืนความกระจ่างใสให้ผิวหน้า ปรับสีผิวให้แลดูสม่ำเสมอและเรียบเนียนได้อย่างสมบูรณ์แบบ

• ปัญหาผิวหย่อนคล้อย ริ้วรอย และร่องลึกบนใบหน้า

ยิ่งอายุเพิ่มมากขึ้น ร่างกายจะมีความสามารถในการผลิตสารสำคัญต่างๆ อย่าง คอลลาเจน อิลาสติน หรือกรดไฮยาลูรอน ได้น้อยลง ทำให้ผิวขาดความยืดหยุ่นและความชุ่มชื้น นอกจากนี้ ท่าทางทางอารมณ์ที่แสดงออกผ่านสีหน้า ไม่ว่าจะยิ้มหรือหัวเราะก็สามารถก่อให้เกิดริ้วรอยได้เช่นกัน ถ้าไม่อยากให้รอยตีนกา ริ้วร้อย และร่องลึก มาสร้างปัญหากวนใจ ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่อุดมด้วย “สารสกัดโสม” ที่มีอยู่ใน Plantnery Ginseng Intense Serum ซึ่งนอกจากจะมีส่วนช่วยในการเสริมคอลลาเจนและอีลาสตินให้ชั้นผิวได้แล้ว ยังสามารถลดการอักเสบผิวจากกระบวนการเกิดอนุมูลอิสระในชั้นผิวได้อีกด้วย เพราะริ้วรอย เป็นปัญหาที่ต้องฟื้นฟูและป้องกันไปพร้อมๆ กัน

• ปัญหาฝ้า กระ ที่ทำให้หน้าดูแก่กว่าวัย 

ในผิวหนังของเราจะมีเมลานิน ซึ่งผลิตมาจากเมลาโนไซต์ และเม็ดสีเหล่านี้จะมีสีเข้มขึ้นโดยเอนไซน์ไทโรซิเนส หากถูกกระตุ้นจาก UV มากๆ จะทำให้ผิวหนังบริเวณนั้นสีคล้ำกว่าปกติ จนเกิดเป็น “ฝ้า” ในที่สุด ส่วน “กระ” เกิดจากการที่ เม็ดสีเมลานินทำงานผิดปกติ ทำให้ผิวบริเวณนั้นๆ มีสีเข้มขึ้น หรืออาจจจะกล่าวได้ว่าสาเหตุของปัญหา “ฝ้า” และ “กระ” มาจากเม็ดสีเมลานินที่มีมากเกินความจำเป็น ซึ่งเราควรหาผลิตภัณฑ์ที่สามารถยับยั้งหรือลดการผลิตเม็ดสีเมลานินในผิวหนังอีกทั้งยังต้องมีความสามารถในการยับยั้งการขนส่งเม็ดสีเมลานินขึ้นสู่ผิวชั้นนอกได้ดีอีกด้วยอย่าง Plantnery Grape Seed Intense Serum ที่มี Alpha Arbutin ซึ่งสามารถช่วยลดความเข้มของฝ้าและกระได้

• ปัญหารูขุมขนกว้าง ผิวหน้าไม่เรียบเนียน

ต้นตอของปัญหานี้ อยู่ที่ต่อมผลิตไขมันใต้ผิวหนังขยายขนาดใหญ่ขึ้นกว่าปกติ เนื่องจากผิวต้องการขับความมัน              ออกมามาก รวมถึงผิวที่มีการผลิตน้ำมันมากเกินไปก็เป็นสาเหตุที่ทำให้รูขุมขนกว้าง และเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้เกิดปัญหาสิวตามมา ซึ่งการแก้ปัญหา คือ ต้องควบคุมปริมาณการผลิตน้ำมันใต้ชั้นผิวให้สมดุล รวมถึงทำความสะอาดผิวหน้าเพื่อไม่ให้รูขุมขนเกิดการอุดตัน โดยสามารถเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ Plantnery Green Tea Intense Serum ที่มีสารสำคัญอย่าง Witch Hazel, L-Carnitine, Vitamin B6 และ Zinc PCA นอกจากนี้ ยังมี BHA ในรูปแบบแคปซูล (Encapsulate) ที่ช่วยเสริมการผลัดเซลล์ผิวและทำความสะอาดรูขุมขน

• ปัญหาผิวติดสาร บอบบาง แพ้ง่าย ระคายเคือง

สภาพแวดล้อมและพฤติกรรมการใช้ชีวิต มีส่วนสำคัญต่อความแข็งแรงของปราการผิว (Skin Barrier)  โดยเฉพาะ         เมื่อภูมิคุ้มกันของผิวลดลง จะทำให้เกิดการระคายเคือง ลามไปถึงอาการผิวติดสาร ที่ผุดทุกปัญหาบนผิวหน้า ในเมื่อเราไม่อาจสามารถหลีกเลี่ยงมลภาวะต่างๆ ได้ทั้งหมด ก็ควรลดผลกระทบจากมลภาวะที่ทำร้ายผิวให้น้อยที่สุด วิธีการหนึ่งก็คือ ลดการอักเสบผิว ด้วยการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่สามารถเสริมภูมิคุ้มกันต่อต้านเชื้อโรคที่จะเข้าสู่ผิวที่ยังไม่แข็งแรง เช่น Centella Asiatica หรือ ใบบัวบก และเสริมด้วย เซราไมด์ หรือ ลิปิด น้ำมันที่พบได้ในผิวตามธรรมชาติ ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญในการรักษาความชุ่มชื้นของผิวปกป้องผิวจากสิ่งเร้าภายนอก เนื่องจากเป็นส่วนประกอบหลักของผิวชั้นนอก หรือ Stratum Corneum ทำหน้าที่เป็นปราการผิว ป้องกันผิวหนังจากสารระคายเคือง สารก่อภูมิแพ้ สารพิษ และจุลินทรีย์ ที่ก่อให้เกิดโรคและป้องกันการระเหยของน้ำที่อยู่ระหว่างเซลล์แต่ละเซลล์ ซึ่งแพลนท์เนอรี่ ได้รังสรรค์สารสกัดเหล่านี้ไว้ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ ภายใต้ชื่อ Plantnery Cica Centella Ceramide Recover Cream เพื่อตอบโจทย์แก้ปัญหาผิวแพ้ง่าย ผิวอักเสบของคนไทยในยุคปัจจุบัน

ทั้งนี้ แพลนท์เนอรี่ตระหนักดีว่าปัญหาผิวที่เกิดขึ้นของคนไทย เราต้องใส่ใจที่จะแก้ไขให้ได้ทันท่วงทีและตรงจุดที่สุด ดังนั้น เราจึงได้พิถีพิถันและใส่ใจทุกรายละเอียดในการรังสรรค์ไอเทมต่างๆ ด้วยเน้นส่วนผสมจากธรรมชาติ และในราคาที่เข้าถึงได้ภายใต้แนวคิด “Cost-Effective Beauty” โดยใช้สารสกัดและส่วนประกอบสำคัญจากพืชที่ได้รับการดูแลเป็นพิเศษ เพื่อส่งมอบพลังความงามแห่งธรรมชาติสู่การปรนนิบัติฟื้นฟูคืนผิวสุขภาพดีให้กับผู้คน

พิเศษ! สำหรับช่วงมหกรรม Shopee 6.6 Greatest Brands Celebration แบรนด์ดัง ดีลปังทะลุโลก ระหว่างวันที่ 29 พฤษภาคม – 6 มิถุนายน 2565 แพลนท์เนอรี่ จัดเต็มกับดีลสุดพิเศษและโปรดียืน 1 ให้คนไทยได้เลือกใช้ผลิตภัณฑ์คุณภาพจากธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็น ส่วนลดสูงสุดถึงกว่า 90% โค้ดรับเงินคืนจากทางร้าน 10% สูงสุดถึง 60 Coins พร้อมด้วยโค้ดลดเพิ่มจาก Shopee 10% สูงสุด 1,666 บาท และรับสินค้าสมนาคุณพิเศษอีกมากมาย พร้อมสิทธิประโยชน์อีกมากมายเมื่อชำระเงินผ่าน ShopeePay ทั้งหมดนี้ สามารถติดตามได้ที่ Plantnery Official ร้านค้าอย่างเป็นทางการบน Shopee Mall หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://shopee.co.th/plantnery

เปิดแล้ว Coach ดิจิทัลสโตร์แห่งที่สองของเอเชีย @สยามพารากอน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/684255

วันที่ 27 พ.ค. 2565 เวลา 10:35 น.เปิดแล้ว Coach ดิจิทัลสโตร์แห่งที่สองของเอเชีย @สยามพารากอน

Coach เฉลิมฉลองการเปิดตัวดิจิทัลสโตร์แห่งที่สองของเอเชีย ณ สยามพารากอน! พร้อมเผยโฉมป๊อปอัพใหม่ล่าสุดในธีม Signature Denim

Coach (โค้ช) แบรนด์ผู้นำด้านเครื่องหนังจากนิวยอร์ก ประกาศเปิดตัวดิจิทัลลสโตร์แห่งที่สองของเอเชีย ณ ศูนย์การค้าสยามพารากอน พร้อมเฉลิมฉลองความพิเศษด้วยป็อปอัพที่ถูกเนรมิตให้กลายเป็นสถานีรถไฟใต้ดินส่งตรงจากมหานครนิวยอร์ก ในธีม ‘Signature Denim’ คอลเลคชั่นเปิดสำหรับซีซั่นนี้!

ร้านโฉมใหม่ล่าสุดนี้ นับเป็นดิจิทัลสโตร์แห่งที่สองในภูมิภาคเอเชีย ภายใต้ความร่วมมือจากของ Stuart Vevers ครีเอทีฟไดเรคเตอร์ และ Giovanni Zaccariello รองประธานฝ่าย Global Visual Experience ของ Coach โดยดีไซน์ของร้านมาในคอนเซ็ปต์โมเดิร์นลักซ์ชัวรี่ ที่ด้านในประกอบไปด้วยเฟอร์นิเจอร์ที่ทำจากเครื่องหนังและไม้ที่ให้กลิ่นอายของความอบอุ่น แฝงไปด้วยความซับซ้อนน่าค้นหา แทรกความขี้เล่นตามแบบฉบับชาวนิวยอร์ก ที่ที่ใครๆ ก็เรียกว่า ‘บ้าน’

นอกจากดีไซน์ชวนน่าค้นหา ร้านแห่งนี้ยังมาพร้อมฟีเจอร์เพื่อเพิ่มความสนุกให้กับลูกค้าในการเยี่ยมชมไอเทมหลากหลายสไตล์ของ Coach ด้วยจอ LED ขนาดใหญ่จำนวน 3 จุด พิเศษสุดที่จอ LED สุดสะดุดตากลางร้าน ที่สามารถขยับได้ด้วยตัวจับเซ็นเซอร์จับการเคลื่อนไหว เพียงเดินเข้าไปใกล้ หน้าจอตรงหน้าจะเปลี่ยนเป็นภาพอื่นๆ ให้ลูกค้าได้เพลิดเพลินระหว่างเดินชมสินค้า และแน่นอนว่า Coach ยังคงยึดแนวทางการบริการให้กับลูกค้าอย่างดีเยี่ยมมาเสมอ ลูกค้าจะได้พบกับจุดบริการที่จะมอบประสบการณ์การดูแลหลังการขายจากพนักงานที่มีความเชี่ยวชาญของเรา

 “เรารู้สึกยินดีมากสำหรับครั้งแรกในการเปิดตัว Interactive Store ที่สยามพารากอน ร้านนี้ถือเป็นดิจิทัลสโตร์แห่งที่สองในภูมิภาคเอเชีย และเราเชื่อว่าดีไซน์และบรรยากาศในร้านที่ผสมผสานระหว่างความโมเดิร์นและอบอุ่น จะมอบประสบการณ์การเยี่ยมชมสินค้าที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าได้” Campbell O’Shea VP General Manager Tapestry Southeast Asia and Oceania กล่าว

คุณโศภนา เลวิจันทร์ ผู้อำนวยการกลุ่ม บริษัท แปซิฟิกา จำกัด

สำหรับการเฉลิมฉลองความพิเศษนี้ Coach ได้รับความร่วมมือจากนักแสดงสายแฟมากมายมาร่วมสนุก และแสดงความยินดี ไม่ว่าจะเป็น โบว์-เมลดา สุศรี, ณิชา-ณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์, จูเน่-เพลินพิชญา โกมลารชุน, บิวกิ้น-พุฒิพงศ์ อัสสรัตนกุล, ออฟ-จุมพล อดุลกิตติพร และสกาย-วงศ์รวี นทีธร

นอกจากนี้ Coach ยังเตรียมต้อนรับแฟนๆ เข้าสู่ป๊อปอัพใหม่ล่าสุด ในธีม ‘Signature Denim’ (ซีซั่น Summer 2022) ที่ Coach เนรมิตให้กลายเป็นสถานีรถไฟใต้ดินในมหานครนิวยอร์ก โดดเด่นด้วยลาย Signature C สุดไอคอนิคสีเดนิมที่ห่อหุ้มสถานีรถไฟแห่งนี้ไว้ทั้งหมด พร้อมแล้วให้แฟนๆ เข้ามาเยี่ยมชมและสนุกสนานไปกับการถ่ายรูป และร่วมกิจกรรม อาทิ ตู้เกมดิจิทัลลุ้นรางวัลสุดพิเศษจาก Coach ไม่ว่าจะเป็นเข็มกลัด Rexy หรือจิบกาแฟแบบชิคๆ ที่โซน Coach Café รวมถึงการได้รับบัตร Rabbit ลาย Signature Denim ง่ายๆ เพียงแค่ช้อปสินค้าใดก็ได้จากคอลเลคชั่น Signature Denim นอกจากนี้ ภายในป๊อปอัพยังจัดแสดงสินค้าจากคอลเลคชั่นล่าสุด อย่าง Signature Denim ที่มีวางจำหน่ายที่สโตร์สาขาสยามพารากอนที่แรกและที่เดียว หลังจากนั้นจะมีวางจำหน่ายแบบเอ็กซ์คลูซีฟในเว็บไซต์ที่เพิ่งเปิดตัวไปเท่านั้น

แวะมาเยี่ยมชม Coach Pop-up ได้แล้ว ตั้งแต่วันนี้ – 5 มิถุนายน ณ ศูนย์การค้าสยามพารากอน ชั้น 1 โซน Fashion Gallery

เซ็นทารา พาเที่ยวทะเล มอบโปร COSI Celebration ข้อเสนอห้องพักฟรี! ที่สมุย-กระบี่-พัทยา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/684251

วันที่ 27 พ.ค. 2565 เวลา 10:17 น.เซ็นทารา พาเที่ยวทะเล มอบโปร COSI Celebration ข้อเสนอห้องพักฟรี! ที่สมุย-กระบี่-พัทยา

โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา ชวนนักท่องเที่ยวผู้รักอิสระร่วมเดินทางไปกับโรงแรมโคซี่ ด้วยโปรโมชั่น “COSI Celebration ข้อเสนอห้องพักฟรี!” พัก 2 คืน จ่าย 1 คืน / พัก 4 คืน จ่าย 2 คืน / พัก 6 คืน จ่าย 3 คืน ที่โรงแรมโคซี่สมุย กระบี่ และพัทยา

โอกาสได้เที่ยวฟรีมาถึงแล้ว เมื่อโรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา ชวนนักท่องเที่ยวผู้รักอิสระร่วมเดินทางไปกับโรงแรมโคซี่ ด้วยโปรโมชั่น “COSI Celebration ข้อเสนอห้องพักฟรี!” เมื่อเข้าพัก 2 คืน จ่าย 1 คืน / พัก 4 คืน จ่าย 2 คืน / พัก 6 คืน จ่าย 3 คืน ที่โรงแรมโคซี่สมุย กระบี่ และพัทยา

โดยลูกค้าสามารถสำรองห้องพักได้ตั้งแต่วันนี้ – 30 มิถุนายน 2565 สำหรับการเข้าพักตั้งแต่วันที่ 1 – 30 มิถุนายน 2565 ในราคาเริ่มต้นที่ 900 บาท++ ต่อ 2 คืน สำหรับการเข้าพักต่อเนื่อง

โรงแรมโคซี่ สมุย เฉวงบีช

ตั้งอยู่บนถนนเฉวง ศูนย์กลางของสีสันยามค่ำคืนของเกาะสมุย รายล้อมด้วยร้านอาหารต่างๆ มากมาย อีกทั้งยังอยู่ใกล้หาดเฉวง และห่างจากสนามบินนานาชาติสมุยเพียง 15 นาที มีพื้นที่สังสรรค์ที่เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง และพลาดไม่ได้กับสระว่ายน้ำบนชั้นดาดฟ้าของโรงแรม ที่ดีไซน์ขอบสระเป็นกระจกใส มอบมุมถ่ายรูปสุดเก๋สำหรับชาวโซเซียล

โรงแรมโคซี่ พัทยา วงศ์อมาตย์ บีช

โรงแรมไลฟ์สไตล์ที่โดดเด่นในพัทยาเหนือ ห่างจากหาดวงศ์อํามาตย์เพียง 5 นาที ภายในโรงแรมมอบเทคโนโลยีต่างๆ ที่จะทำให้ชีวิตคุณสะดวกสบายและง่ายดายยิ่งขึ้น รวมถึงความสนุกในการว่ายน้ำพร้อมเสียงเพลง ด้วยลำโพงใต้น้ำที่สระว่ายน้ำกลางแจ้งของโรงแรม นอกจากนั้น ยังมีโซเชียลฮับที่เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ให้ลูกค้าสามารถนั่งเล่น ดูหนัง ชมกีฬาถ่ายทอดสด และสังสรรค์กับเพื่อน อีกทั้งสามารถใช้เครดิตเงินสดที่คาเฟ่ 247 ที่บริการอาหารและเครื่องดื่มได้ตลอดเวลา

โรงแรมโคซี่ กระบี่ อ่าวนาง บีช

โรงแรมอันทันสมัย ตั้งอยู่ใจกลางอ่าวนาง และห่างจากหาดอ่าวนางเพียงเล็กน้อย มอบความสะดวกสบายให้กับการพักผ่อนในช่วงวันหยุดของคุณ ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยของสมาร์ทโฟนในการเชื่อมต่อกับสมาร์ททีวี เครดิตเงินสดสำหรับอาหารและเครื่องดื่มฟรีทุกวัน นอกจากนี้ ยังมีสระว่ายน้ำซีทรูบนชั้นดาดฟ้าที่มาพร้อมวิวภูเขาเป็นฉากหลัง พบความอิสระที่คุณตามหาและการพักผ่อนแบบสบายๆ ได้ที่โรงแรมแห่งนี้

ข้อกำหนดและเงื่อนไข

  • ข้อเสนอพิเศษนี้สำหรับการจองใหม่เท่านั้น
  • เด็กๆ อายุไม่เกิน12 ปี 2 คน พักฟรีโดยแชร์เตียงร่วมกับผู้ปกครอง และไม่มีเตียงเสริม ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับประเภทของห้องพักด้วย
  • ข้อเสนอนี้สำหรับการเข้าพักต่อเนื่องขั้นต่ำ 2 คืนขึ้นไปเท่านั้น
  • โรงแรมโคซี่ สมุย เฉวงบีชเข้าพักได้ตั้งแต่วันที่ 15 – 30 มิถุนายน 2565*
  • อาจมี surcharge สำหรับการเข้าพักในคืนวันเสาร์
  • สงวนสิทธิ์การเข้าพักสำหรับบางช่วง
  • ราคาห้องพักที่แสดงเป็นราคาที่ยังไม่รวมภาษีและค่าบริการ
  • การจองห้องพัก จะต้องใช้หมายเลขบัตรเครดิตที่ถูกต้องและยังไม่หมดอายุการันตีค่าใช้จ่ายตลอดการเข้าพัก
  • ไม่สามารถใช้ร่วมกับโปรโมชั่นอื่นๆได้ และไม่สามารถใช้ส่วนลดสมาชิก CentaraThe1 เพิ่มเติมได้
  • ข้อเสนอพิเศษนี้ต้องชำระเงินเต็มจำนวนก่อนเข้าพักและไม่สามารถยกเลิกการจองได้

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม หรือต้องการความช่วยเหลือในการสำรองห้องพัก กรุณาติดต่อ แผนกสำรองห้องพักเซ็นทารา อีเมล: ccc@chr.co.th หรือ โทร.(02) 102 1234 หรือใช้บริการ Live Chat สนทนาสดกับเจ้าหน้าที่

สามารถจองหรือดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโปรโมชั่น COSI Celebration ได้ที่ https://www.centarahotelsresorts.com/th/cosi-celebration

ติดตามข่าวสารของโรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทาราได้ที่ www.centarahotelsresorts.com

Facebook : https://www.facebook.com/centarahotelsresorts

Instagram : https://www.instagram.com/explorecentara/

Twitter : https://twitter.com/ExploreCentara

LinkedIn : https://www.linkedin.com/company/centara-hotels-&-resorts

‘มะเร็งปอด’ เสี่ยงทุกคนแม้ไม่เคยสูบบุหรี่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/684308

วันที่ 27 พ.ค. 2565 เวลา 17:12 น.'มะเร็งปอด' เสี่ยงทุกคนแม้ไม่เคยสูบบุหรี่

รู้หรือไม่ คุณอาจเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งปอด แม้ไม่เคยสูบบุหรี่ หรือหยุดสูบบุหรี่มานานแล้ว? #วันงดสูบบุหรี่โลก ตรวจไว รู้เร็ว มะเร็งปอดรักษาได้

ตามประกาศขององค์การอนามัยโลก (WHO) ที่กำหนดให้วันที่ 31 พฤษภาคม ของทุกปีเป็นวันงดสูบบุหรี่โลก บริษัท โรช ไทยแลนด์ จำกัด จึงจัดงานแถลงข่าวในหัวข้อ “รู้หรือไม่ คุณอาจะเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งปอด แม้ไม่เคยสูบบุหรี่หรือหยุดสูบบุหรี่มานานแล้ว?” เพื่อกระตุ้นเตือนให้ประชาชนทั่วไปตระหนักถึงอันตรายและความสูญเสียทางสุขภาพที่เกิดจากควันบุหรี่ และเพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจด้านการป้องกัน การคัดกรอง และการตรวจวินิจฉัยโรคมะเร็งปอดระยะเริ่มต้นด้วยการทำเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ช่องอกแบบใช้รังสีต่ำ (Low Dose Computerized Tomography Scan)

นายแพทย์มนูญ ลีเชวงวงศ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคระบบการหายใจ โรงพยาบาลวิชัยยุทธ

ภายในงานได้รับเกียรติจาก นายแพทย์มนูญ ลีเชวงวงศ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคระบบการหายใจ โรงพยาบาลวิชัยยุทธ และ นายแพทย์นรินทร สุรสินธน แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ชะลอวัยและป้องกัน โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ รวมถึงผู้ป่วยมะเร็งปอดระยะเริ่มต้นที่เคยมีประวัติสูบบุหรี่จัดต่อเนื่องเป็นเวลานาน และผู้ดูแลผู้ป่วยมะร็งปอดซึ่งไม่เคยมีประวัติสัมผัสกับบุหรี่มาก่อน มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์การตรวจคัดกรองและการรักษามะเร็งปอดในระยะเริ่มต้น

ตัวเลขตามสถิติ [1] เผยว่าในปี พ.ศ. 2563 โรคมะเร็งปอดมีอุบัติการณ์และอัตราการเสียชีวิตสูงสุดเป็นอันดับ 2 เมื่อเทียบกับมะเร็งชนิดอื่น ๆ ในประเทศไทย โดยพบจำนวนผู้ป่วยมะเร็งปอดรายใหม่สูงถึง 23,717 ราย หรือคิดเป็น 65 รายต่อวันโดยเฉลี่ย นอกจากนี้ ประชาชนไทยอีกกว่า 20,395 ราย หรือคิดเป็น 56 รายต่อวัน โดยเฉลี่ยยังเสียชีวิตลงด้วยโรคมะเร็งปอด

สถานการณ์ความรุนแรงของโรคดังกล่าวในประเทศไทยถือว่าอยู่อันดับที่ 18 ของโลก เนื่องจากระยะของมะเร็งปอดที่เข้ารับการรักษามีผลโดยตรงต่อโอกาสการรอดชีวิตของผู้ป่วย อนึ่ง สัดส่วนการตรวจพบผู้ป่วยมะเร็งปอดในระยะเริ่มต้นในประเทศไทยยังคงต่ำอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเทียบกับประเทศที่พัฒนาแล้ว เช่น สหรัฐอเมริกา อังกฤษ ฝรั่งเศส สเปน อิตาลี ญี่ปุ่น เป็นต้น [2]  ซึ่งกำหนดให้การทำเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ช่องอกแบบใช้รังสีต่ำ (Low dose CT scan) เป็นแนวทางมาตรฐานในการคัดกรองมะเร็งปอด ดังนั้น ความท้าทายในการลดอัตราการเสียชีวิตของผู้ป่วยมะเร็งปอดในประเทศไทยจึงอยู่ที่การคัดกรองผู้มีความเสี่ยงต่อโรคมะเร็งปอด โดยเพิ่มโอกาสการเข้าถึงการตรวจวินิจฉัยที่ได้มาตรฐาน เพื่อที่ผู้ป่วยจะได้รับการรักษาตั้งแต่ระยะเริ่มต้นมากยิ่งขึ้น และมีแนวโน้มที่ผลลัพธ์การรักษาจะออกมาเป็นที่น่าพึงพอใจ

นายแพทย์นรินทร สุรสินธน แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ชะลอวัยและป้องกัน โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์

ประชาชนไทยจำนวนมากยังคงขาดความตระหนักรู้ด้านการคัดกรองโรคมะเร็งปอด ส่งผลให้ผู้ป่วยส่วนใหญ่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งปอดในระยะสุดท้ายซึ่งมักมีอัตราการรอดชีวิตต่ำ นายแพทย์มนูญ ลีเชวงวงศ์ หัวหน้าโรคระบบทางเดินหายใจ โรงพยาบาลวิชัยยุทธ ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า “หากเจอมะเร็งปอดในระยะที่ 4 หรือระยะแพร่กระจาย ผู้ป่วยจะมีอัตราการรอดชีวิตที่ 5 ปี เพียง 0-10% เท่านั้น ระยะที่ 3 หรือระยะลุกลามเฉพาะที่ ผู้ป่วยจะมีอัตราการรอดชีวิตที่ 5 ปี อยู่ที่ 13-36% แต่ถ้าเราเจอมะเร็งปอดระยะ 1 หรือ 2 ซึ่งก็คือ ‘ระยะเริ่มต้น’ ผู้ป่วยจะมีอัตราการรอดชีวิตประมาณ 5 ปี สูงถึง 53-92% แต่อย่างไรก็ตามประเทศไทยตรวจพบมะเร็งปอดระยะเริ่มต้นเพียงแค่ 15% เท่านั้น ดังนั้น ผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งปอด ได้แก่ สัมผัสกับควันบุหรี่หรือสารเคมีก่อมะเร็ง มีคนในครอบครัวป่วยเป็นมะเร็งปอด เคยมีประวัติเป็นมะเร็งชนิดอื่นหรือเป็นโรคที่เกี่ยวกับปอดมาก่อน จึงควรใส่ใจสัญญาณเตือนด้านสุขภาพ หากสังเกตว่าตนเองหรือคนใกล้ชิดมีอาการต่อไปนี้ ควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อเข้ารับตรวจคัดกรองมะเร็งปอด เช่น เสียงแหบ เสียงเปลี่ยน ไอเรื้อรัง ไอมีเสมหะปนเลือด หายใจมีเสียงหวีด เจ็บหน้าอกตลอกเวลา รู้สึกปวดเมื่อกลืน ปอดติดเชื้อบ่อย เป็นต้น”

ในผู้ที่มีสุขภาพดีก็อาจมีแนวโน้มว่ที่จะเกิดโรคมะเร็งปอดได้ เนื่องจากสาเหตุที่นำไปสู่โรคนี้มีหลายประการ ได้แก่ ปัจจัยทางพันธุกรรม เช่น ผู้ที่มีประวัติโรคปอดเรื้อรัง โรคถุงลมโป่งพองเรื้อรัง มีประวัติคนในครอบครัวป่วยเป็นโรคมะเร็งซึ่งอาจมีการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม นอกจากนี้ การกลายพันธุ์ที่ผิดปกติของยีน (gene) ในร่างกายของแต่ละคนก็ส่งผลให้เกิดมะเร็งปอดได้เช่นกัน โดยปัจจัยทางพันธุกรรมที่กล่าวมานี้มีส่วนให้เกิดมะเร็งปอดราว 20% เท่านั้น แต่ปัจจัยหลักอีก 80% กลับมาจากปัจจัยด้านพฤติกรรมและสภาพแวดล้อม เช่น การสูบบุหรี่จัดเกินกว่า 20 packs-year การประกอบอาชีพที่ต้องสัมผัสกับสารก่อมะเร็ง ไม่ว่าจะเป็น อุตสาหกรรมเหมืองแร่ อุตสาหกรรมพลาสติก อุตสาหกรรมผลิตฉนวนกันความร้อน ย่อมมีโอกาสที่จะสูดดมแร่ใยหินหรือสารแอสเบสตอส (Asbestos) นิเกิล โครเมียม เข้าไปในปริมาณมาก รวมไปถึงการใช้ชีวิตประจำวันที่ต้องสัมผัสกับฝุ่นละออง PM 2.5 ขับขี่มอเตอร์ไซค์ จุดธูปไหว้พระ เป็นต้น ดังนั้น หากพบว่าตนเองหรือคนใกล้ชิดกำลังเผชิญความเสี่ยงอยู่ ควรหมั่นตรวจเช็กสุขภาพเป็นประจำ และปรึกษาแพทย์เพื่อหาแนวทางการคัดกรองที่มีประสิทธิภาพ

ภายในงาน ยังมีผู้ป่วยมาร่วมแบ่งปันประสบการณ์การตรวจคัดกรองและการรักษามะเร็งปอดระยะเริ่มต้นถึง 2 ท่าน ได้แก่ คุณอรุณ เทพแก้ว ผู้ป่วยมะเร็งปอดระยะที่ 2 เพศชาย อายุ 68 ปี ซึ่งมีประวัติเสี่ยงสูงที่จะเกิดมะเร็งปอดจากการสูบบุหรี่ต่อเนื่อง 2 ซองต่อวัน เป็นเวลา 13 ปี และดื่มเหล้าตั้งแต่สมัยวัยรุ่น แต่ก็เลิกมาแล้วถึง 35 ปี จนกระทั่งทราบว่าเป็นมะเร็งปอดเมื่อปีที่แล้ว “ผมไปพบแพทย์ด้วยอาการไอเรื้อรัง ต่อมาจึงได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งปอดในระยะเริ่มต้น ทำให้มีโอกาสเข้าถึงการรักษาอย่างทันท่วงทีและผลการรักษาก็ออกมาเป็นที่น่าพึงพอใจ ทุกวันนี้สามารถกลับใช้ชีวิตและช่วยเหลือตัวเองได้ตามปกติ ผมตั้งใจว่าต่อจากนี้ไปจะปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด รวมถึงลดพฤติกรรมเสี่ยงและหลีกเลี่ยงการอยู่ในสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ ที่อาจนำไปสู่การลุกลามของโรค”

คุณอรุณ เทพแก้ว สมัยยังเป็นวัยรุ่นจนถึงปัจจุบัน

ส่วนอีกท่านหนึ่งคือ คุณยศ กุศลมโนสุข ซึ่งเป็นผู้ดูแลคุณแม่ คุณคิ่มเตียง กุศลมโนสุข ผู้ป่วยมะเร็งปอดระยะที่ 1 เพศหญิง อายุ 72 ปี ซึ่งไม่เคยมีประวัติสูบบุหรี่หรือสัมผัสกับควันบุหรี่มือสองมาก่อน แต่มีโอกาสตรวจพบโรคดังกล่าวตั้งแต่ระยะเริ่มต้น “แม้จะไม่เคยสูบบุหรี่และไม่มีสัญญาณอันตรายใด ๆ มาก่อนเลย แต่สมัยสาว ๆ คุณแม่ของผมชอบไหว้พระสวดมนต์เป็นประจำ นอกจากนี้ เมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว ท่านยังเคยป่วยเป็นโรคมะเร็งลำไส้ระยะลุกลาม จนกระทั่งเมื่อปี 2564 ท่านก็ไปตรวจสุขภาพประจำปีตามปกติ สิ่งที่ต่างจากทุกครั้งก็คือ คราวนี้แพทย์แนะนำให้ลองตรวจคัดกรองด้วยการทำเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ช่องอกแบบใช้รังสีต่ำ หรือที่เรียกว่า Low dose CT Scan ด้วย เพราะท่านมีปัจจัยทางพันธุกรรมและปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมที่บ่งชี้ว่า ท่านอาจมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งปอด จากนั้น เมื่อได้รับคำวินิจฉัยยืนยันว่าเป็นมะเร็งปอด ท่านก็เข้าสู่กระบวนการรักษาทันที พอมองย้อนกลับไปผมรู้สึกว่าโชคดีมาก ๆ ที่ไม่นิ่งนอนใจและแนะนำให้คุณแม่ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ เพราะเมื่อเทียบกับตอนที่รักษามะเร็งลำไส้ระยะลุกลามเมื่อสิบกว่าปีก่อน คราวนี้ทั้งผมและท่านรู้สึกเบาใจมากกับการรับมือมะเร็งปอดในระยะเริ่มต้น เนื่องจากมีโอกาสรักษาหายขาดสูง”

ในปัจจุบันมีวิธีการตรวจคัดกรองมะเร็งปอดแบบต่างๆ อยู่ 3 วิธี ได้แก่

1) การเอกซเรย์ทรวงอก หรือ Chest x-ray

2) การตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ หรือ CT Scan

และ 3) การตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ช่องอกแบบใช้รังสีต่ำ หรือ Low dose CT Scan

ทั้งนี้ นายแพทย์นรินทร สุรสินธน แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ชะลอวัยและป้องกัน โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ได้เปรียบเทียบข้อดีและข้อจำกัดของแต่ละวิธี “การเอกซเรย์ทรวงอก หรือ Chest x-ray ซึ่งมักรวมอยู่ในรายการตรวจสุขภาพประจำปี ทำได้ง่ายและรวดเร็ว เสียค่าใช้จ่ายต่ำ แต่ยังไม่มีประสิทธิภาพมากพอที่จะคัดกรองเซลล์มะเร็งปอดในระยะเริ่มต้นที่มีขนาดเล็ก ส่วนการตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ หรือ CT Scan จะมีความแม่นยำสูงกว่ามาก แต่เป็นวิธีที่ต้องรอคิวนาน ในบางโรงพยาบาล บุคลากรด้านรังสีแพทย์และเครื่องมือยังมีอยู่จำกัด นอกจากนี้ ผู้เข้าตรวจได้รับรังสีในปริมาณสูงและอาจรู้สึกร้อนวูบวาบไปทั่วร่างกายจากการฉีดสารทึบรังสีเข้าทางหลอดเลือดดํา ส่วนวิธีการตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ช่องอกแบบใช้รังสีต่ำ หรือ Low dose CT Scan นั้น มีความแม่นยำกว่าการเอกซเรย์ทรวงอกถึง 6 เท่า ส่งผลให้พบมะเร็งปอดได้รวดเร็วตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ช่วยลดอัตราการเสียชีวิตจากโรคมะเร็งปอดลงได้ 20%[3]  ดังนั้น การตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ช่องอกแบบใช้รังสีต่ำจึงเป็นวิธีการตรวจคัดกรองมะเร็งปอดที่มีมาตรฐานและมีประสิทธิภาพ”

แนวปฏิบัติของ National Comprehensive Cancer Network (NCCN)[4]  ระบุว่ากลุ่มเสี่ยงสูงที่จะเกิดมะเร็งปอด ได้แก่ ผู้ที่มีอายุมากกว่า 50 ปีขึ้นไป และมีประวัติการสูบบุหรี่มากกว่า 20 packs-year ควรได้รับการตรวจคัดกรองมะเร็งปอดประจำปีด้วยการตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ช่องอกแบบใช้รังสีต่ำ ในขณะที่ผู้ที่อาจมีปัจจัยเสี่ยงหรือผู้ที่ใส่ใจสุขภาพก็สามารถปรึกษาแพทย์ เพื่อขอเข้ารับตรวจคัดกรองด้วยวิธีดังกล่าวได้เช่นกัน เพราะมะเร็งปอดถือเป็นภัยสุขภาพที่คุกคามร่างกายอย่างเงียบ ๆ และอาจพรากคนที่คุณรักไปอย่างไม่มีวันกลับ ดังนั้น การตรวจพบมะเร็งปอดตั้งแต่ระยะเริ่มต้นจึงถือเป็นเรื่องที่น่ายินดี เพราะผู้ป่วยมีโอกาสสูงที่ผลลัพธ์การรักษาจะเป็นไปในทางที่น่าพึงพอใจ และลดโอกาสการกลับมาเป็นซ้ำได้

[1] The Global Cancer Observatory, International Agency for Research on Cancer, WHO (March, 2021) https://gco.iarc.fr/today/data/factsheets/populations/764-thailand-fact-sheets.pdf

[2] EpiCast report: NSCLC Epidemiology Forecast to 2025. GlobalData. 2016

[3] The National Lung Screening Trial Research Team. Reduced lung-cancer mortality with low-dose computed  tomographic screening. N Engl J Med. 2011;365(5): 395-409.

[4] NCCN VERSION1.2022

ไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล ความเหมือนที่แตกต่างจากโควิด-19

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/683796

วันที่ 23 พ.ค. 2565 เวลา 07:17 น.ไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล ความเหมือนที่แตกต่างจากโควิด-19

สำรวจความเหมือนและความต่าง ระหว่าง “ไข้หวัดใหญ่รุ่นพี่” vs “เพื่อนรุ่นน้องอย่างโควิด-19”

จากหัวข้อด้านบนหลายคนอาจสงสัย ทำไมจึงกล่าวเช่นนั้น เพราะทั้งไข้หวัดใหญ่รุ่นพี่ และเพื่อนรุ่นน้องอย่างโควิด-19 เป็นโรคติดต่อจากระบบทางเดินหายใจเช่นเดียวกัน แต่จะแตกต่างกันตรงไวรัสที่เป็นสาเหตุการติดเชื้อมาจากไวรัสคนละชนิดกัน สำหรับไข้หวัดใหญ่เกิดมาจากการติดเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ ส่วนโควิด-19 เกิดมาจากการติดเชื้อไวรัสโคโรนา ที่พบในปี 2019 และเป็นที่ทราบกันดีอีกว่าโรคโควิด-19 นั้น สามารถแพร่กระจายและติดต่อได้ง่ายกว่าไข้หวัดใหญ่

ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกันแล้วภาษีความรุนแรง และภาวะแทรกซ้อนในผู้ป่วยบางส่วนจะมากกว่าเยอะ และแน่นอนว่าการจะวินิจฉัยแยกโรคการติดเชื้อทั้ง 2 ชนิดออกจากกัน ลำพังการดูจากประวัติ และอาการ หากการแสดงอาการไม่เพียงพอที่บอกได้ นั่นเป็นเหตุผลว่า ทำไมจะต้องทำการตรวจ การทดสอบโรคทุกครั้งหากมีอาการที่ชวนสงสัย โดยในวันนี้จะกล่าวถึงข้อมูลพื้นฐานของโรคไข้หวัดใหญ่ เพื่อนรุ่นพี่ซึ่งอินเทรนด์ในช่วงหน้าฝนที่กำลังจะเข้ามาในประเทศไทย

นพ.ณฐนัท ช่างเงินชญช์ แพทย์เฉพาะทางด้านอายุรศาสตร์ ศูนย์อายุรกรรม โรงพยาบาลนวเวช

นพ.ณฐนัท ช่างเงินชญช์ แพทย์เฉพาะทางด้านอายุรศาสตร์ ศูนย์อายุรกรรม โรงพยาบาลนวเวช ได้ให้ข้อมูลอันเป็นประโยชน์เกี่ยวกับไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล โดยรวบรวมไว้ในบทความให้ความรู้อย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นลักษณะของการติดต่อ สาเหตุ อาการ กลุ่มเสี่ยง รวมไปถึงวิธีการป้องกันไม่ให้เกิดการแพร่เชื้อ

ไข้หวัดใหญ่เป็นโรคที่รู้จักกันดี และเป็นโรคที่พบได้บ่อยมากสำหรับคนไทย เมื่อเป็นแล้วสามารถเป็นซ้ำได้อีก สามารถติดต่อได้ง่าย จึงทำให้มีการระบาดของโรคเกิดขึ้น ถึงแม้ไข้หวัดใหญ่จะไม่มีความรุนแรงสำหรับผู้ที่มีร่างกายแข็งแรง แต่ก็มีผลทำให้ไม่สบาย ไม่สามารถไปทำงานหรือไปโรงเรียนได้ อีกทั้งยังส่งผลเสียต่อเศรษฐกิจและสังคม ทั้งนี้ ในผู้ที่มีร่างกายอ่อนแอ หรือภูมิต้านทานต่ำ โรคอาจจะเกิดความรุนแรงได้

สำหรับประเทศไทยสามารถพบไข้หวัดใหญ่ได้ตลอดทั้งปี แต่จะพบมากในช่วงฤดูฝน ตั้งแต่เดือนมิถุนายนจนถึงเดือนตุลาคม ซึ่งจะตรงกับกับระยะเวลาการเปิดภาคเรียนแรก ส่งผลให้มีการระบาดมากในสถานศึกษา หลังจากนั้นจะพบมากอีกครั้งในช่วงฤดูหนาวหลังปีใหม่จนถึงสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ แต่การระบาดในช่วงนี้มักจะไม่สูงเท่ากับกับการระบาดในช่วงฤดูฝน

โดยในช่วง 2 ปีที่มีระบาดอย่างหนักของโรคโควิด-19 ทำให้พบว่าการระบาดของไข้หวัดใหญ่ และโรคไวรัสก่อโรคระบบทางเดินหายใจอื่น ๆ ลดลงอย่างมาก ถึงแม้จะยังไม่ทราบสาเหตุชัดเจน แต่สันนิษฐานว่าน่าจะมีประเด็นเรื่องการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้คนเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย เช่น การเดินทางท่องเที่ยวที่ลดลง การสวมใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา การดูแลทำความสะอาดมือ และการเว้นระยะห่างมากขึ้น

การติดต่อ

การติดต่อโรคของไข้หวัดใหญ่ จะเป็นการติดต่อจากละลองฝอยขนาดใหญ่ หรือขนาดเล็กจากผู้ที่ติดเชื้อแล้ว และมีการไปสัมผัสสารคัดหลั่งจากทางเดินหายใจ แล้วไปสัมผัสโดนเนื้อเยื่อบุตำแหน่งต่าง ๆ เช่น ตา จมูก ปาก หรือการหายใจเข้าไป โดยระยะเวลาการฟักตัวของเชื้อไวรัสอยู่ที่ 1-4 วัน หลังจากสัมผัสโรค (โดยเฉลี่ยประมาณ 2 วัน) เชื้ออาจจะมีปริมาณเพิ่มสูงขึ้น และสามารถแพร่กระจายไปสู่ผู้อื่นได้ตั้งแต่วันแรกก่อนมีอาการ จนถึงช่วง 24-48 ชั่วโมงหลังการติดเชื้อ หลังจากนั้นประมาณ 5-10 วัน ปริมาณเชื้อจะลดลงจนไม่สามารถตรวจพบเชื้อได้ แต่ในกรณีที่เป็นผู้ป่วยสูงอายุ ผู้ป่วยที่อ้วน หรือผู้ป่วยที่มีภูมิต้านทานต่ำ อาจตรวจพบเชื้อได้นานเป็นหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน

สาเหตุ

ไวรัสไข้หวัดใหญ่ก่อนที่จะกลายมาเป็นโรคในคน มีสาเหตุมาจากเชื้อ Human Influenza Virus A, B, C โดยชนิด C พบได้น้อยจึงไม่ได้กล่าวถึง เริ่มต้นจากไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A จะพบอยู่ 2 ชนิดย่อยที่สำคัญคือ ชนิด H1N1 และอีกชนิดคือ H2N3 ที่ยังวนเวียนก่อโรคไข้หวัดใหญ่ในมนุษย์มาตลอด ส่วนที่เหลือมากกว่า 130 สายพันธุ์ จะก่อโรคในสัตว์ เช่น นก หมู และอื่น ๆ ในอนาคตยังพยากรณ์ไม่ได้ว่าจะมีการติดต่อมาแพร่ระบาดสู่คนได้เมื่อไหร่ โดยจากประวัติการระบาดในอดีตที่ผ่านมาพบว่า ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A นั้น ได้มีการระบาดใหญ่มาแล้ว 5 ครั้ง โดยครั้งล่าสุด เมื่อปี ค.ศ. 2009 เป็นที่รู้จักกันดีคือ ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ H1N1 2009 ซึ่งสายพันธุ์นี้ยังคงมีการระบาดมาอย่างต่อเนื่องมาจนถึงทุกวันนี้ โดยไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A สามารถกลายพันธุ์ได้ทีละเล็กทีละน้อย จึงทำให้สามารถหลบหลีกภูมิต้านทานที่มีอยู่ได้ เป็นที่มาของการทำให้ติดเชื้อซ้ำ ส่วนไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ B เป็นสายพันธุ์ที่มีอยู่ในคนเท่านั้น และยังไม่พบการระบาดใหญ่ โดยมี 2 สายพันธุ์ ได้แก่ สายพันธุ์ Victoria และสายพันธุ์ Yamagata

ผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่จะมีอาการจับไข้เฉียบพลัน วัดไข้ได้ตั้งแต่ 37.8 จนสูงถึง 40 องศาเซลเซียส ผู้ป่วยจะรู้สึกปวดเมื่อยตามร่างกาย ไอแห้ง ๆ และอาจพบอาการร่วมอื่น ๆ เพิ่ม เช่น อาการอ่อนเพลีย คัดจมูก เจ็บคอ ปวดศีรษะ ในผู้ป่วยเด็กบางรายอาจมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย ซึ่งอาการดังกล่าวไม่ค่อยพบในผู้ป่วยที่เป็นผู้ใหญ่ โดยอาการและความรุนแรงของโรคจะแตกต่างกันไปในแต่ละคน ยกอย่างเช่น ในผู้ป่วยสูงอายุ ที่มีอายุมากกว่า 65 ปี หรือ ผู้ป่วยที่มีภูมิต้านทานต่ำ อาจจะตามมาด้วยอาการเบื่ออาหาร อ่อนเพลีย ไม่มีแรง รู้สึกโคลงเคลง โดยมีอาการทางระบบทางเดินหายใจเล็กน้อย ไม่มีไข้ แต่จะมีอาการเซื่องซึมลงได้

กลุ่มเสี่ยงสูงที่ทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนจากโรคไข้หวัดใหญ่

• เด็กที่มีอายุน้อยกว่า 2 ปี

• ผู้สูงอายุที่มีอายุมากกว่า 65 ปี

• สตรีตั้งครรภ์

• ผู้ที่มีภาวะอ้วน ดัชนีมวลกายมากกว่า 30 kg/m2

• ผู้ที่มีโรคประจำตัว ได้แก่ โรคหืด โรคถุงลมอุดกั้นเรื้อรัง โรคหัวใจ โรคไต โรคตับ โรคเบาหวาน

• ผู้ที่มีระบบภูมิคุ้มกันบกพร่อง เช่น กินยากดภูมิต้านทาน เคมีบำบัด รังสีบำบัด หรือโรคที่ทำให้ระบบภูมิต้านทานต่ำ เช่น โรคมะเร็ง และ โรคติดเชื้อเอชไอวี

หากสงสัยว่าผู้ป่วยน่าจะติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ แพทย์จะทำการตรวจร่างกายและตรวจ swab เข้าทางจมูก หรือโพรงจมูกด้านหลัง เพื่อยืนยันการวินิจฉัย หลังจากนั้นจะเข้าสู่ขั้นตอนการรักษา โดยทั่วไปถ้าเป็นผู้ป่วยที่สุขภาพแข็งแรงดี แพทย์จะให้รักษาตามอาการ ประคับประคองรอเวลาให้ร่างกายกำจัดเชื้อไวรัสให้หมด ซึ่งปกติจะใช้เวลาประมาณ 3-5 วัน สำหรับในผู้ป่วยที่เป็นกลุ่มเสี่ยงดังกล่าวข้างต้น การดูแลจะต้องป้องกันไม่ให้เกิดโรคแทรกซ้อนโดยเฉพาะภาวะปอดอักเสบ แพทย์อาจพิจารณาให้ยาปฏิชีวนะ หากมีความจำเป็นในกรณีที่เข้าสู่วันที่ 2-3 แล้วอาการไม่ดีขึ้น ไข้ ไอหอบ ที่จะบ่งบอกถึงอาการแทรกซ้อนจากการติดเชื้อแบคทีเรียซ้ำซ้อน ในบุคคลที่เป็นกลุ่มเสี่ยงจำเป็นต้องให้ยาต้านไวรัส เพื่อลดจำนวนของไวรัสในการที่จะเข้าไปทำลายเซลล์เยื่อบุทางเดินหายใจภายใน 48 ชั่วโมงแรก

สิ่งสำคัญที่สุดในการป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ไม่แตกต่างไปจากการป้องกันการติดเชื้อโควิด-19 ที่เราทราบกันเป็นอย่างดี คือผู้ป่วยควรพักอยู่ที่บ้าน รักษาระยะห่างทางสังคม ใส่หน้ากากอนามัย เพื่อลดการแพร่กระจายเชื้อไปสู่ผู้อื่น หมั่นล้างมือ ใช้แอลกอฮอล์เจล เวลาไอ หรือจาม ต้องปิดปากและจมูกเสมอ

การป้องกัน

• ในช่วงที่มีการระบาดของไข้หวัดใหญ่จะต้องดูแลสุขอนามัย และทำร่างกายให้แข็งแรง หมั่นล้างมือก่อนสัมผัสใบหน้า รับประทานอาหารที่สะอาด หรือที่เรียกว่า กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ โดยล้างมือด้วยแอลกอฮอล์ในกรณีที่ไม่มีน้ำ เพราะแอลกอฮอล์สามารถทำลายเชื้อไข้หวัดใหญ่ได้

• ไข้หวัดใหญ่สามารถป้องกันได้ด้วยการฉีดวัคซีน การให้วัคซีนไข้หวัดใหญ่จำเป็นต้องให้ทุกปี ปีละ 1 ครั้ง สำหรับประเทศไทยควรให้วัคซีนก่อนเข้าสู่ฤดูฝน ประมาณช่วงปลายเดือนเมษายน จนถึงเดือนพฤษภาคมของทุกปี โดยสายพันธุ์ของไวรัสที่อยู่ในวัคซีนจะใช้สายพันธุ์ของวัคซีนซีกโลกใต้เป็นหลัก

คงจะได้ทราบข้อมูลพื้นฐานของโรคไข้หวัดใหญ่กันแล้ว และสามารถมองภาพไปในทิศทางเดียวกัน เนื่องจากในสังคมปัจจุบันเราคงหลีกเลี่ยงโรคไข้หวัดใหญ่ และโรคโควิด-19 แทบไม่ได้ เพราะทั้งคู่เป็นโรคที่อยู่ใกล้ตัวท่านผู้อ่านทุกคนมาก ดังนั้น การป้องกันความเสี่ยงที่จะติดเชื้อจึงเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด นอกจากเรื่องการใส่หน้ากากอนามัย และการรักษาระยะห่างทางสังคมแล้ว อย่าลืมรับวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ประจำปีกันด้วยนะครับ เพราะการรับวัคซีนจะช่วยบรรเทาอาการป่วยได้มาก หากท่านมีการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ หรือในบางรายที่ติดเชื้อไม่มากอาจจะไม่มีอาการเลยก็เป็นได้ อย่างไรก็ตามเชื่อว่าคงไม่มีท่านผู้อ่านคนไหน อยากติดเชื้อไวรัสของทั้งสองโรคพร้อม ๆ กัน เพราะนั่นอาจจะเป็นหายนะทางด้านสุขภาพของท่านได้ ฉะนั้น ป้องกันไว้ดีกว่าแก้ครับ

เลี้ยงเด็ก Gen Alpha ไม่ง่ายจริงหรือ!!

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/684037

วันที่ 25 พ.ค. 2565 เวลา 15:40 น.เลี้ยงเด็ก Gen Alpha ไม่ง่ายจริงหรือ!!

เปิดมุมมองคุณแม่รุ่นใหม่ ผ่าน “โบ-พัทธมน เมฆะวรากุล” ไขความลับแบบฉบับคนรักลูก “เลี้ยงเด็ก Gen Alpha ไม่ง่าย แต่ทำได้หากเข้าใจถึงแก่นแท้ของตัวตน พร้อมเติบโตทางจิตวิญญาณไปด้วยกันกับลูก”

“การยอมรับในความเห็นต่าง การสร้างสันติ การรู้จักรักเป็น สามารถรักตัวเองและผู้อื่นได้”

คีย์เวิร์ดหลักในชีวิตที่อยากปลูกฝังให้กับพ่อแม่และเด็กใน gen นี้ ทั้งหมดนี้คือใจความหลักที่ได้จากการตกผลึกในชีวิต การผ่านพ้นประสบการณ์ทั้งดีและร้าย การผ่านจุดเปลี่ยนครั้งยิ่งใหญ่ของชีวิตที่ทำให้ได้มองมนุษย์ในมุมมองใหม่ ราวกับก่อนหน้านี้ไม่เคยรู้จักธรรมชาติของมนุษย์มาก่อนเลย จนสุดท้ายค้นพบว่าสิ่งที่มนุษย์ทุกคน จะยากดีมีจน มีปมมีเปลือก ต้องการที่สุดคือ ‘ความสุข’ ทว่า พวกเรากลับใช้ชีวิตเหมือนกับสิ่งที่สำคัญที่สุดคือเงิน ความสำเร็จทางหน้าที่การงานและสังคม เราผ่านความน่าเสียดายและความรู้งี้มาไม่รู้เท่าไหร่แล้ว ในวันนี้คุณโบ-พัทธมน เมฆะวรากุล ผู้บริหารเคป ดารา รีสอร์ท พัทยา และเจ้าของ Instill Agency จึงตัดสินใจเปิดโรงเรียนอนุบาลนานาชาติ ด้วยความคิดที่อยากจะสร้างประชากรโลกที่มีหัวใจของความเป็นมนุษย์อย่างเต็มสมบูรณ์ มีความสุข มีความรับผิดชอบ และสามารถใช้ศักยภาพที่มีได้อย่างเต็มที่

คุณโบ-พัทธมน เมฆะวรากุล

“ช่วง 0-6 ปีแรก เป็นช่วงทองของการสร้างตัวตนที่เป็นรากฐานสำคัญของชีวิตมนุษย์ได้มีประสิทธิภาพมากที่สุด ตัวตนและจิตใจเราเป็นอย่างไรในทุกวันนี้นั้น โดยมากคือถูกสร้างเสร็จตั้งแต่เราอายุ 6 ขวบแล้ว หลังจากนั้นเป็นการเรียนรู้เรื่องทักษะและความรู้ใหม่ๆ เพื่อประกอบวิชาชีพ ตนเคยคิดว่าเด็กเล็กไปโรงเรียนก็ไปเล่น เรียนรู้สังคม ไปเรียนโรงเรียนอะไรก็ได้แต่เมื่อได้ศึกษาเพิ่มเติมจึงรู้ว่าไปโรงเรียนเพื่อไปเล่นก็จริงเพราะเด็กเล็กเรียนรู้ผ่านการเล่น แต่ในเมื่อช่วงนี้เป็นช่วงทองของพัฒนาการ จึงจำเป็นมากๆ ที่จะพาลูกไปสู่สังคมโรงเรียนที่มีคุณภาพ มีความสามารถในการวิเคราะห์ความแตกต่างของเด็ก และช่วยฟื้นฟูในสิ่งที่เด็กคนนั้นๆ พร่องไป สามารถพัฒนาให้เด็กเล็กมีศักยภาพมากที่สุดในความสามารถของเค้า เพื่อให้เค้าพร้อมจะโตไปรับ skill / knowledge ใหม่ๆ และรับมือกับภาวะการณ์ที่แตกต่างในอนาคต จึงอยากสร้างโรงเรียนที่มีบุคลากรที่มุ่งเน้นในเรื่องนี้ พร้อมไปกับการสร้างเด็กให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ กล่าวคือมีหัวใจที่สามารถรักตัวเอง และเผื่อแผ่ความรักไปยังผู้อื่นและสิ่งแวดล้อมได้คุณโบจึงศึกษาและเรียนรู้อย่างจริงจังและได้ก่อตั้ง Lovell International School (เปิดสอนระดับอนุบาล 2-6 ขวบ) โรงเรียนที่สร้างด้วยความรัก เพื่อให้คนที่เรารัก รู้จักรักเป็น” คุณโบ กล่าว

โรงเรียนนานาชาติเลิฟเวลล์ วางแนวทางการเรียนรู้ภายใต้แนวคิดของการ ‘รู้จักรักตนเอง’ โรงเรียนเลือกใช้หลักสูตร EYFS (Early Years Foundation Stage) ซึ่งเป็นหลักสูตรที่แพร่หลายของประเทศอังกฤษ จุดเด่นของหลักสูตรนี้คือการให้ความสำคัญกับความแตกต่างของเด็กทุกคนเพื่อที่จะสามารถช่วยปรับปรุงจุดด้อยได้ทันเวลาในช่วงทองของการเติบโตนี้ เด็กจะได้โตไปเป็นผู้นำแถวหน้าของสังคมได้อย่างมั่นใจและมีความสุข EYFS ยังเป็นหลักสูตรที่มีการค้นคว้าวิจัยอย่างต่อเนื่อง และพัฒนาตลอดทุกปีเพื่อให้เข้ากับวิถีชีวิตในโลกปัจจุบันและอนาคตของเด็กโรงเรียนตั้งอยู่ที่ถนนพัทยา-นาเกลือ แวดล้อมไปด้วยต้นไม้ใหญ่ที่ให้ร่มเงา ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย ด้วยอาคารมีการออกแบบและตกแต่งในคอนเซ็ปต์บ้านต้นไม้ นอกจากความสวยงามและสบายใจที่ผู้มาเรียนจะสัมผัสได้แล้ว ยังซ่อนรายละเอียดสำคัญในการออกแบบอีก คือทุกส่วนของการเรียนรู้ทั้งในและนอกอาคารถูกออกแบบโดยใช้หลักในการเสริมสร้าง EF (executive functions) ทั้ง 9 ข้อ ซึ่งเป็นทักษะที่สำคัญที่สุดของเด็กใน Gen alpha

ทั้งบ้านต้นไม้ที่สามารถให้เด็กๆ ปีนป่ายได้ บ่อบอล สระว่ายน้ำ splash pool สวนผักและสวนดอกไม้ออแกนิค bug school สวน key hole เพื่อเรียนรู้การรีไซเคิล musical wall ห้องเรียนศิลปะ และ cooking school โรงเรียนมีกำหนดเปิดทำการในปีการศึกษา 2022-2023 ที่จะถึงนี้ (ช่วงปลายเดือนสิงหาคม)

สำหรับใครที่สนใจหรือต้องการจะสมัครเรียน สามารถลงทะเบียนสมัครหรือขอข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ website www.lovellschool.ac.th ทางโรงเรียนจัด open house ทุกเดือน เพื่อให้ข้อมูลและตอบคำถามผู้ปกครองที่สนใจในปี 2022 นี้ และสำหรับการเข้าชมโรงเรียนจะเปิดให้เข้าชมได้ในเดือนกรกฎาคม 2022 เป็นต้นไปหากท่านใดสนใจสามารถติดต่อนัดหมายเพื่อทำการพูดคุยและ school tour ได้ที่เบอร์ 089-8322878

วาร์ปไปช้อปตอบรับกระแส Metaverse ‘GUESS’ เปิดตัว GUESS Virtual Store

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/684033

วันที่ 25 พ.ค. 2565 เวลา 09:50 น.วาร์ปไปช้อปตอบรับกระแส Metaverse 'GUESS' เปิดตัว GUESS Virtual Store

GUESS เปิดตัว GUESS Virtual Store ตอบรับกระแส Metaverse เปิดประสบการณ์การช้อปปิ้งผ่านออนไลน์เสมือนวาร์ปไปช้อปด้วยตัวเองที่ร้าน

ช่วงนี้กระแส Metaverse กลายเป็นที่พูดถึงของคนทั่วโลก และไม่ได้จำกัดอยู่เพียงเฉพาะในวงการเทคโนโลยีเท่านั้น แต่ยังได้รับความสนใจจากหลากหลายแวดวงการ โดยล่าสุด GUESS แบรนด์แฟชั่นไฮสตรีทสัญชาติอเมริกัน พร้อมเปิดประสบการณ์ช้อปปิ้งรูปแบบใหม่เอาใจขาช้อปยุคใหม่ผ่าน “GUESS Virtual Store” ตอบรับเทรนด์เมตาเวิร์ส เพื่อให้เหล่าแฟชั่นนิสต้าสนุกกับการเลือกซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น เสมือนวาร์ปไปช้อปด้วยตัวเองถึงที่ร้าน

สำหรับ GUESS เป็นแบรนด์แฟชั่นไฮสตรีทสัญชาติอเมริกัน ก่อตั้งขึ้นในปี 1981 เริ่มต้นจากธุรกิจยีนส์ จนกระทั่งเติบโตพัฒนากลายเป็นแบรนด์ไอคอนิคระดับโลก เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์หนุ่มสาวทั้งเสื้อผ้า ready-to-wear สำหรับผู้หญิง ผู้ชาย และเด็ก ตลอดจนกระเป๋า นาฬิกา และจิวเวลรี่ ภายใต้ดีเอ็นเอแบรนด์อย่าง Young, Sexy, Timeless ในขณะที่กลุ่มเดนิมก็ยังคงเป็นสินค้าซิกเนเจอร์ที่ได้รับความนิยมตลอดกาล โดยปัจจุบันมีร้านค้าถึง 945 ร้านในอเมริกา ยุโรป และ เอเชียและมีร้านค้าภายใต้ผู้แทนจำหน่ายอีก 735 ร้านค้าทั่วโลก และมีตัวแทนจำหน่ายมากกว่า 101 ประเทศทั่วโลก

โดย GUESS ในประเทศไทย มีการเปิดตัวเว็บไซต์ www.guess.co.th เมื่อปลายปี 2564 ที่ผ่านมา และล่าสุดเพื่อตอบรับเทรนด์ของคนรุ่นใหม่ รวมถึงอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าในช่วงที่ยังมีการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 จึงเปิดตัว GUESS Virtual Store จำลอง GUESS Flagship Store สาขาศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว สโตร์ที่ใหญ่ที่สุดของ GUESS ในประเทศไทยมาสร้างประสบการณ์ช้อปปิ้งให้เหล่าแฟชั่นนิสต้าสนุกกับการเลือกซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้นด้วยเทคโนโลยีเสมือนจริงที่ทำให้รู้สึกเหมือนได้มาช้อปถึงที่ร้านด้วยตัวเอง

ภายใน GUESS Virtual Store ประกอบด้วยสินค้าทุกชิ้นที่มีวางจำหน่ายใน GUESS Flagship Store สาขาศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าสำหรับสตรีและบุรุษ เสื้อผ้าสำหรับเด็ก รวมไปถึงสินค้าไลฟ์สไตล์ตั้งแต่กระเป๋า รองเท้า นาฬิกา และเครื่องประดับ โดยสามารถคลิกเลือกดูสินค้าที่ชื่นชอบได้เพียงปลายนิ้วสัมผัส แล้วช้อปได้ทันทีผ่านลิงก์ในเว็บไซต์ที่เชื่อมต่อไปยัง www.guess.co.th และ Line Official : GUESS Thailand ซึ่งมีทั้งบริการชำระเงินแบบออนไลน์ ชำระเงินปลายทาง และช้อปก่อนจ่ายทีหลังผ่าน Atome บริการจัดส่งภายใน 3-5 วัน นอกจากนี้ยังมีระบบหลังบ้านที่คอยดูแลบริการรับเปลี่ยน-คืน หรือหากซื้อไปแล้วไม่ถูกใจยังสามารถนำคืนที่หน้าร้านด้วยตัวเองได้อีกด้วย

สนุกกับการเลือกช้อปเสื้อผ้าและสินค้าไลฟ์สไตล์จากแบรนด์แฟชั่นไฮสตรีทสัญชาติอเมริกัน บนเทคโนโลยีเสมือนจริงได้แล้วทาง https://takealook360.com/vrtour/guess/

#GUESSVirtualStore

#LoveGuessThailand

TOMMY HILFIGER คอลเลกชั่นใหม่ ความหรูหราคลาสสิกที่ใส่ได้จริง ประจำฤดูกาลสปริง/ซัมเมอร์ 2022

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/683847

วันที่ 23 พ.ค. 2565 เวลา 15:30 น.TOMMY HILFIGER คอลเลกชั่นใหม่ ความหรูหราคลาสสิกที่ใส่ได้จริง ประจำฤดูกาลสปริง/ซัมเมอร์ 2022

ร่วมออกแบบชีวิตแบบไร้ขีดจำกัดไปกับนาฬิกา TOMMY HILFIGER SPRING/SUMMER 2022 COLLECTION

ต้อนรับคอลเลกชั่นใหม่ประจำฤดูกาลสปริง/ซัมเมอร์ 2022 จากนาฬิกา TOMMY HILFIGER ที่มาพร้อมคอนเซ็ปต์ความหรูหรา คลาสสิกที่ใส่ได้จริง ภายใต้การออกแบบที่โดดเด่นมีองค์ประกอบที่สดใหม่มากกว่าเดิม โดยโทนสีหลักของคอลเลกชั่นนี้จะมุ่งเน้นไปที่ความเรียบง่ายในโทนสีทอง น้ำเงิน และชมพู ซึ่งเป็นสีสันที่อยู่เหนือกาลเวลาพร้อมที่จะคอมพลีทให้เข้ากับทุกไลฟ์สไตล์ของคุณ

โดยจุดเด่นของคอลเลกชั่นนี้คือการผสมผสานความแฟชั่นที่หลากหลาย ปรับเปลี่ยนได้หลายลุคทั้งหรูหรา สตรีท สปอร์ต วินเทจ เพื่อสื่อถึงความสนุกและเป็นตัวเองในการแต่งตัวให้ตรงใจทุกคน และครอบคลุมทุกความชอบให้ได้มากที่สุดตามแนวคิดนาฬิกาที่ทุกคนใส่ได้จริงจากแบรนด์ TOMMY HILFIGER

พบกับคอลเลกชั่นใหม่ล่าสุด พร้อมรับส่วนลดพิเศษ 30% จาก TOMMY HILFIGER ได้แล้ววันนี้ที่ร้าน TIMEDECO, WATCH ELSE SHOP และแผนกนาฬิกาในห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วไป หรือติดตามข่าวสารเพิ่มเติมผ่านทาง LINE Official Account @timedecowatchclub

#TommyHilfiger #TommyHilfigerWatch @TimeDecoWatchClub